Logo
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

77 ตอน
จบแล้ว
หลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้น นางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้วทั้งยังจำอดีตชาติยามเป็นปรมาจารย์เต๋าได้อีกด้วย +++ 1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน อารามไท่ผิงกวน “ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก” “ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !” ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน “คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ “หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่” เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ” “กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้ ภายในอารามไท่ผิงกวน “อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น “นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา “ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ “อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา “เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี ! แครก ๆ ๆ ๆ เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น” “ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น “ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ” สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ “ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ “ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว” “สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน” เผิงฉือรีบเปิดม่านบอกกับคนขับรถม้า แต่เขากลับทำเสียงฮึดฮัดคล้ายไม่พอใจ “เสียเวลาเดินทางเปล่า ๆ” น้ำเสียงเขากระด้างกระเดื่อง
ตอนที่ 1 จาก หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน

แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน

อารามไท่ผิงกวน

“ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก”

“ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !”

ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม

หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน

“คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้

“หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่”

เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ”

“กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้

ภายในอารามไท่ผิงกวน

“อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น

“นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้

“อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา

“เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป

เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง

หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี !

แครก ๆ ๆ ๆ

เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น”

“ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น

“ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ”

สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ

“ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ

“ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”

“สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน”

เผิงฉือรีบเปิดม่านบอกกับคนขับรถม้า แต่เขากลับทำเสียงฮึดฮัดคล้ายไม่พอใจ “เสียเวลาเดินทางเปล่า ๆ” น้ำเสียงเขากระด้างกระเดื่อง คล้ายไม่เห็นว่าหลินซือเยว่เป็นนายของตน

“เจ้าเอ่ยเช่นนี้กับคุณหนูผู้เป็นนายได้อย่างไร” เผิงฉือชี้นิ้วใส่ด้วยความไม่พอใจ

“เฮอะ ใครเป็นนายใครก็ยังไม่รู้เลย เอาเถอะ ๆ อยากแวะก็แวะแต่ให้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามพอ หากกลับถึงเมืองหลวงช้าเกินกำหนด พวกเจ้านั่นแหละที่จะเดือดร้อน”

“เรียกใครว่าพวกเจ้า !”

“ป้าเผิง” เสียงเรียกราบเรียบดั่งน้ำนิ่งไหลลึกเช่นนี้ เผิงฉือเข้าใจในทันทีว่าคือคำเตือนในนางสงบนิ่ง

“เจ้าค่ะคุณหนู” เผิงฉือกลับมานั่งที่เดิม

“ต้องได้เปลี่ยนรถม้าคันใหม่อยู่ดี”

“จริงหรือเจ้าคะคุณหนู”

หลินซือเยว่นับนิ้วพร้อมหลับตาลง “พรุ่งนี้อากาศจะเย็นลงอย่างฉับพลัน รถม้าคันนี้ไปไม่ถึงกลางทางแน่ คงต้องแวะทวงหนี้กันสักหน่อย” มุมปากนางกระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มสยองแบบบางเบา

หลินอ้ายส่ายหน้าบ่นเบา ๆ กับตัวเอง “รถม้าข้ายังดี ๆ ช่างกล้าบอกว่าไปไม่ถึงกลางทาง เฮอะ !”

สองเค่อต่อมารถม้าได้วิ่งเข้ามาในอำเภอฝู และล้อหักเพลาพังอยู่หน้าร้านขายยาพอดิบพอดี หลินอ้ายถึงกับด่ากราดไปทั่ว ไม่รู้จะทำอย่างไรในสถานการณ์ตอนนี้ เดินทำหน้าสิ้นหวังมาหาหลินซือเยว่

“รถม้าพังแล้วไปต่อไม่ได้”

เพราะเจ้านั่นแหละมาแช่งรถม้าของข้า !

“เจ้าเป็นคนขับรถม้า เจ้าก็หาทางเอารถม้าไปซ่อมสิ” เผิงฉือไม่เข้าใจเหตุใดเขาถึงต้องทำตัวงุนงงเช่นนี้ด้วย

คนขับรถม้ามีท่าทีกระอักกระอ่วนใจ ก่อนเอ่ยเสียงค่อยออกมา “ข้าได้เงินแค่ค่าอาหารกับที่พัก ไหนเลยจะมีเงินมาซ่อมรถม้า”

“ตระกูลหลินยากจนเพียงนั้นรึ ถึงไม่ยอมให้เจ้าพกเงินมาเผื่อ” เผิงฉือใช้สายตาเชือดเฉือนหลินอ้าย “แล้วค่าใช้จ่ายของคุณหนูข้าล่ะ” นางอดขึ้นเสียงใส่ไม่ได้จริง ๆ

หลินอ้ายทำท่าตกใจสุดขีด เขาส่ายหน้าไปมาอย่างคาดไม่ถึง กลายเป็นคนโง่ที่ลืมนึกถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร มารับคนกลับบ้าน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เผิงฉือหันไปฟ้องผู้เป็นนายในทันที “คุณหนูเจ้าคะ ! คนตระกูลหลินไม่มีความจริงใจเลย พวกเรากลับไปที่อารามเถอะ ข้าไม่อยากให้คุณหนูไปแล้ว”

หลินอ้ายรีบเอ่ย “ทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าได้รับคำสั่งมารับคุณหนูรอง หากไม่ได้คนกลับไปพ่อบ้านบอกว่าจะไล่ข้าออก”

“มันใช่เรื่องของคุณหนูข้าไหม !”

หลินซือเยว่ที่ยืนมองทั้งคู่โต้เถียงกัน อดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ นางหันหน้าไปทางหลินอ้าย “เจ้ารออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว ข้าจะไปหยิบยืมเงินจากคนรู้จัก จากนั้นเราจะได้หารถม้าคันใหม่กัน”

“หยิบยืม ?” หลินอ้ายทำหน้าไม่ถูก แต่เขาเป็นบ่าวคงได้แค่รอตามคำสั่ง ก่อนหน้าเขาไม่ไว้หน้าคุณหนูรองผู้นี้ แต่ยามนี้เขาไม่มีทางเลือกจริง ๆ หากคุณหนูรองไม่หยิบยืมเงินผู้อื่น เขาจะพานางกลับตระกูลหลินไปได้อย่างไร

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
เมื่อฟางเซียนอยากตายแต่กลับถูก ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย ในโลกจีนโบราณ เธอต้องทำภารกิจฝึกฝนลูกศิษย์และเอาชีวิตรอดนานนับหมื่นปีเพื่อแลกกับการได้ตายสมใจ พบกับการผจญภัยแนว fantasy และ LitRPG novels ที่เต็มไปด้วยภารกิจสุดป่วนในนิยาย Online Novel เรื่องนี้
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง นิยาย fantasy romance ผสมการผจญภัย เมื่อวิญญาณสาวเกิดใหม่ในร่างอันจิ่งเถียนที่ถูกถอนหมั้น นางต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมยั่วยวนอดีตคู่หมั้นเพื่อแย่งชิงปราณมังกรมาต่อลมหายใจ ท่ามกลางอุปสรรคและเวทมนตร์ใน fiction fantasy romance books ที่จะทำให้นักอ่านสนุกกับการอ่านนิยายออนไลน์
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง ในโลก fantasy ที่เต็มไปด้วยอันตราย เด็กหญิงตัวเล็กผู้มีพละกำลังมหาศาลและจมูกรับกลิ่นพิษต้องออกผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอดและหาอาหารเลิศรส ติดตามการเดินทางสุดตื่นเต้นใน adventure story เรื่องนี้ผ่านเว็บอ่าน online novel ที่รวบรวม fiction fantasy novels ยอดนิยมไว้ให้คุณ
หวามรักในรอยทราย
หวามรักในรอยทราย
หวามรักในรอยทราย เมื่อน้ำตาลหวนคืนสู่อารันดาแต่กลับถูกลักพาตัวไปพบชี้คฟีรอสที่บาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางอันตรายและการแย่งชิงอำนาจ เธอต้องใช้ความเชื่อใจพิสูจน์รักแท้ใน adventure romance novel เรื่องนี้ ร่วมติดตามการต่อสู้เพื่อหัวใจในนิยาย romance stories ที่เข้มข้นและน่าตื่นเต้น
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
ยอดนักสู้สาวทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงของเด็กสี่คน เป้าหมายคือสร้างฐานะด้วยทักษะเอาชีวิตรอด หาของป่าและงมไข่มุก อุปสรรคคือภาระที่ตอนแรกเธออยากทิ้ง แต่ความน่ารักของเด็กกลับรั้งเธอไว้ ทว่าเมื่อชีวิตเริ่มเข้าที่และเธอกำลังปกป้องความสงบ ชายปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้นมาแทรกแซงชีวิต
ผมกลายเป็นคนบ้าไปซะแล้วล่ะครับ
ผมกลายเป็นคนบ้าไปซะแล้วล่ะครับ
เมื่อตื่นมาในร่างคนบ้าท่ามกลางโลกแฟนตาซีสุดอันตราย เขาต้องเอาชีวิตรอดจากสัตว์ดุร้ายและทำภารกิจจากระบบ LitRPG เพื่อกู้ชีพเผ่าคนป่าให้พ้นจากความอดอยาก ร่วมพิสูจน์การผจญภัยใน adventure story สุดระทึกผ่าน Web Novel ที่จะพาคุณไปพบการเอาตัวรอดและภารกิจที่เหนือความคาดหมาย

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ทลายกรงพนัน
ทลายกรงพนัน
สิบปีในคุกที่ปราศจากความยุติธรรม! เกาจิ้่น ถูกครอบครัวของตัวเองวางแผนใส่ร้ายให้ต้องรับผิดแทน เกาอี้ ผู้เป็นลูกบุญธรรม ทำให้เขาต้องโทษจำคุกนานถึงสิบปี ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ เขาได้พบกับ หวงซือหู่ ราชากลการพนัน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนรู้กลโกง หลังจากพ้นโทษ เขาได้เริ่มต้นการแก้แค้น เพื่อโค่นล้มครอบครัวจอมปลอม เขาต้องต่อสู้อย่างดุเดือดในบ่อนพนัน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเดิมพันอย่างดุเดือดกับ หวังจิง ราชาการพนัน! ท้ายที่สุด ก็สามารถทำให้คนชั่วได้รับโทษ ทลายกรงขังแห่งอดีต และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง!
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เพื่อแก้แค้นศัตรูความรัก ซูซีจึงได้ขึ้นเตียงของเซี่ยเยี่ยนจิง น้าคนเล็กของศัตรู ผู้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง จนสุดท้ายคว้าหัวใจของเขามาได้ หลายคนคาดเดาว่า ซูซีที่เป็นตัวถ่วงเนี่ย กล้าไปเอาเรื่องคุณเซี่ย ย่อมต้องถูกลงโทษอย่างสาสมแน่ แต่ความจริงคือ เซี่ยเยี่ยนจิง มหาเศรษฐีที่ทุกคนต่างเกรงกลัวนั้น กลับเอาอกเอาใจและรักใคร่ต่อซูซีอย่างยิ่ง เมื่อซูซีถูกกลั่นแกล้ง เซี่ยเยี่ยนจิงถึงกับพูดตรง ๆ ว่า “ผมไม่ได้ช่วยจัดการความยุติธรรมให้ใคร ผมแค่ช่วยหนุนหลังให้ซูซีเท่านั้น”
รักล้ำลึกยากลืมเลือน
รักล้ำลึกยากลืมเลือน
ฉันกับต้วนหานชวน เป็นคู่เวรคู่กรรมที่ขึ้นชื่อไปทั่วเมืองหลวง พวกเรารักกัน ผูกพันกัน แต่ก็เกลียดชังกัน และไม่อาจตัดขาดกันได้ จนกระทั่งวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า ฉันถูกโจรที่บุกเข้าบ้านฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับตัดสายที่ขอช่วยชีวิตของฉันไปเพราะรักแท้ของเขา...
ท่านโหวข้าใครอย่าแตะ
ท่านโหวข้าใครอย่าแตะ
หลังจากเวินหลีทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ ก็พบว่าตัวเองกลายเป็นตัวประกอบหญิงที่มีชะตากรรมน่าอนาถ ในวันแต่งงาน พระเอกกู้เยี่ยนจือ ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับคนในดวงใจ ทำให้นางกลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวง ต่อมา เพื่อช่วยให้คนรักได้ขึ้นครองตำแหน่ง กู้เยี่ยนจือก็ข่มเหงรังแกเวินหลี โยนนางให้ทหารย่ำยี บีบคั้นจนนางต้องฆ่าตัวตาย เวินหลีที่ทะลุมิติเข้ามาแล้ว จึงตัดสินใจ ณ ตรงนั้น เปลี่ยนไปแต่งงานกับอาเล็กของกู้เยี่ยนจือ กลายเป็นอาสะใภ้เล็กของคู่พระนาง เพื่อจะได้สั่งสอนบทเรียนให้พวกเขา นางเอกซ่งเสวี่ยหนิงเป็นหมอเทวดาผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวง? สามารถช่วยชีวิตคนและรักษาโรคได้? นางก็ช่วยชีวิตคนที่นางเอกรักษาไม่ได้ขึ้นมาต่อหน้าต่อตาเพื่อหักหน้านางเอก ฐานะหมอเทวดาของเวินหลีถูกเปิดเผย บดขยี้นางเอกจนกลายเป็นแค่เศษฝุ่นทันที
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
นักแสดงตัวประกอบชุ่ยอวี้หว่าน ในคืนที่ได้รางวัลนักแสดงนำหญิง กลับทะลุมิติไปเป็นชุ่ยเหม่ยเหริน บุตรสาวขุนนางต้องโทษในวังหลังแคว้นถัง หน้าตาธรรมดาและยังผูกกับ “ระบบขอพร” เพื่อเอาตัวรอดและแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ เธอใช้ระบบทำให้สวยขึ้น แต่เพราะใจร้อนจึงกิน “ยาวิเศษเพิ่มความงาม” จนงดงามล่มเมือง และได้พบฮ่องเต้ซ่งหลินโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองถูกคอกัน แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมด เธอกลับหน้าตาธรรมดา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำซ้อน
บอสใหญ่คือพ่อของลูกฉัน
บอสใหญ่คือพ่อของลูกฉัน
ไรอันเลือกใช้ชีวิตธรรมดาเป็นคนขับแท็กซี่เพื่อหนีธุรกิจตระกูล วันหนึ่งเขาช่วยอลิซที่กำลังถูกไล่ล่าและกินยาผิด ทั้งสองมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนก่อนแยกย้ายกันไป สี่ปีต่อมา อลิซในฐานะซีอีโอ ปรากฏตัวพร้อมลูกและขอแต่งงาน หลังจดทะเบียน เธอถูกครอบครัวกดดันให้ทิ้งลูก แต่ไรอันยื่นมือปกป้องแม่ลูก เมื่อบริษัทเผชิญวิกฤต อลิซไปงานตระกูลแกรนท์เพื่อขอเงินลงทุน 1 หมื่นล้าน โดยไม่รู้ว่าประธานคือพ่อของไรอัน เขาปกป้องหลานสาวลูมิโดยปิดบังตัวตน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้น แต่เมื่อแผนลงทุนล้มเหลว ไรอันเดิมพันเสี่ยงกับพ่อ ริชาร์ด ไรอันจึงยอมรับบททายาทและลงมือช่วย สุดท้ายในงานแถลงข่าว เขาพลิกสถานการณ์ ทำให้อลิซกู้บริษัทได้สำเร็จ พร้อมครองทั้งความรักและความสำเร็จ