Logo
ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70
ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

60 ตอน
จบแล้ว
หรูเจี่ย นักร้องสาวในเซี่ยงไฮ้ยุค 70 ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากการถูกขายให้นายพลญี่ปุ่นในนิยาย Modern ผสม Action เรื่อง ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70 เธอใช้แผนการล่อลวงเถ้าแก่ร้านอาหารเพื่อหาทางหนีจากชะตากรรมอันเลวร้าย อ่านนิยายออนไลน์ฟรีแนว Romance Stories ที่เต็มไปด้วยการชิงไิงไหวชิงพริบ

เรื่องย่อ ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดในเซี่ยงไฮ้ยุค 70 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นเริ่มแผ่ขยายอำนาจเข้าครอบครอง หรูเจี่ย นักร้องสาวกลางคืนต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อเธอกำลังจะถูกขายให้กับนายพลญี่ปุ่นอย่างไม่เต็มใจ ในช่วงเวลาที่ต้องดิ้นรนหาทางรอด กลิ่นหอมของซาลาเปาร้อนๆ จากร้านฝั่งตรงข้ามกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เธอตัดสินใจวางแผนแกล้งป่วยและปฏิเสธอาหารทุกชนิดเพื่อบีบให้เถ้าแก่ร่างอ้วนเจ้าของร้านอาหารเป็นผู้มาส่งเสบียงให้ด้วยตัวเอง แม้ความหิวโหยจะทำให้เธอแทบขาดใจจนกินได้เพียงไม่กี่คำตามแผนการที่วางไว้ แต่ก็นับเป็นหนทางเดียวที่อาจช่วยให้เธอหลุดพ้นจากชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ได้ บทสรุปของแผนการเสี่ยงตายและความช่วยเหลือจากชายเจ้าของร้านจะลงเอยเช่นไร
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ผมทำอาหารอร่อยนะไม่กินจริงๆ เหรอ ยุค 70

บรรยากาศยามค่ำคืน ครึกครื้นยามราตรี เหล่าบรรดานักท่องราตรีทั้งหลายต่างกำลังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองช่างไห่หรือที่คนต่่างชาติมักจะเรียกว่านครเซี่ยงไฮ้ สถานเริงรมย์แห่งนี้ชาวจีนมักนิยมเรียกว่าโรงน้ำชา โรงน้ำชาเปรียบเป็นดั่งวิมานของชาวมังกร หรือจะเปรียบเป็นสวรรค์ของคนรักในการดื่มด่ำเสียงดนตรีและการเต้นรำก็ว่าได้

ยามวิกาลนี้ข้างบนเวทีมีหญิงสาวใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือ คิ้ววาดคล้ายจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดวงตาหงส์ เนินแก้มอ่อนช้อย นับเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาสู่ดินผู้หนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งเธอกำลังร้องเพลงและโยกร่างกายเบา ๆ ไปตามเสียงลำนำดนตรีของจีนสมัยนิยมในยุคนี้ นอกจากใบหน้าของเธอจะงดงามชดช้อยแล้วน้ำเสียงของเธอยังไพเราะเพราะพริ้งยากที่จะหาผู้ใดมาเปรียบอีกด้วย ทำให้เธอมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเซี่ยงไฮ้ ต่างเป็นที่หมายปองของชายในเมืองนี้

โรงน้ำชาแห่งนี้มีสาวใหญ่นามว่า เจินเยี่ย รับหน้าที่เป็นผู้จัดการ โดยคนทั่วไปมักจะเรียกเธอว่าเหลาป่าว คอยบริการแขกเหรื่ออยู่ด้านล่างเวที ด้วยนิสัยที่ปากจัดปากร้ายจึงทำให้ควบคุมดูแลที่นี่ได้ทุกอย่าง และยังคอยจัดเด็กสาว ๆ ต้อนรับแขกในแต่ละวันอีกด้วย

ซึ่งในตอนนี้โรงน้ำชาแห่งนี้มีสินค้าอันล้ำค่าอยู่หนึ่งชิ้น ที่บรรดาคุณชายกระเป๋าตุงพยายามจะซื้อตัวอยู่ทุกค่ำคืน บางคนถึงขั้นขอซื้อตัวเอาไปเลี้ยงดูด้วยเงินหลักหมื่นหลักแสนหยวนก็มีมาแล้ว และบุปผางามนางนี้นั้นก็มีนามว่า หรูเจี่ย นักร้องสาวสวยที่กำลังร้องรำทำเพลงอยู่บนเวทีนั่นเอง และรัตติกาลนี้ก็เป็นอีกคืนที่บรรดาแขกเหรื่อแย่งชิงหรูเจี่ยมาบริการตนที่ด้านล่าง

“ฉันให้ 500 หยวน ถ้าสาวสวยบนเวทียอมมานั่งบริการฉันข้างล่าง” คุณชายตระกูลเฉินกล่าวขึ้นนำเป็นคนแรก หลังจากนี้ก็มีคุณชายอีกตระกูลกล่าวตามมาติด ๆ

“ฉันให้ 1,000 หยวน! แต่ถ้าหากมาบริการฉันเป็นการส่วนตัวสองต่อสอง ฉันทุ่มให้อีกไม่อั้น หมดกระเป๋าก็ยอม!” บุรุษมีอายุกระเป๋าหนักเอ่ยบอกกับเจินเยี่ยน้ำเสียงหนักแน่น หมายให้คู่แข่งคนอื่นถอยไป และหยุดคิดที่จะมาแย่งสาวงามที่สุดของโรงน้ำชาแห่งนี้ไปจากเขา

ส่วนเจินเยี่ยถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ถูกแย่งตัว แต่ก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เพราะเงินอันมากมายนั่นก็จะตกถึงมือของเธอด้วยเช่นกัน นอกจากหรูเจี่ยจะเป็นสินค้าอันล้ำค่าของโรงน้ำชาแห่งนี้แล้ว เธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วย ตั้งแต่ถูกนำตัวมาไว้ที่นี่ก็ยังไม่เคยรับแขกเลยสักคน ทำเพียงแค่แต่งตัวสวยขึ้นร้องเพลงบนเวทีเท่านั้น เพื่อให้แขกเหรื่อยลโฉมความงามของเธอไปก่อนจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเซี่ยงไฮ้ จึงสามารถเรียกค่าตัวได้มากกว่าใครในตอนนี้

เจินเยี่ยพยายามปฏิเสธ หวังเรียกเงินได้มากกว่านี้ในอนาคตอันใกล้ และอยากเก็บหรูเจี่ยไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญของโรงน้ำชาก่อนอีกด้วย เพราะแขกคนสำคัญคนนี้กระเป๋าหนักยิ่งกว่าหนัก “ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณชายทั้งหลาย ตอนนี้น้องหรูเจี่ยยังไม่ถึงเวลารับแขก ถ้าน้องพร้อมเมื่อไรเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งให้แขกผู้เกียรติทุกท่านทราบโดยทั่วกันอย่างแน่นอน”

“ไอหยา….ฉันมาที่นี่หลายครั้งแล้วนะ เธอยังไม่พร้อมอีกหรือไง” คุณชายกู้ที่กระเป๋าหนักตบหน้าขาของตัวเองด้วยความหงุดหงิด

“อย่าพึ่งเสียอารมณ์ไปเลยนะคะคุณชายกู้ ดื่มเหล้าหมักอย่างดีอีกสักจอกให้อารมณ์เย็น ๆ ก่อนนะคะ” เจินเยี่ยพูดพร้อมกับรินเหล้าหมักใส่จอกให้คุณชายกู้อย่างเอาใจ

อึก! ปึก! “อ่าส์….ถ้าหรูเจี่ยพร้อมเมื่อไรเธอต้องบอกฉันเป็นคนแรกเลยนะ”

“ได้เลยค่ะคุณชายกู้ แต่ว่าตอนนี้คุณชายกู้สามารถตบรางวัลให้น้องหรูเจี่ยก่อนได้ที่หน้าเวทีเลยนะคะ ให้เยอะ ๆ น้องจะได้จำหน้าอันหล่อเหลาของคุณชายกู้ได้เป็นคนแรก”

“ดี ๆ ความคิดดี” ปึก! “นี่คือค่าตอบแทนสำหรับความคิดดี ๆ ของเธอ แต่ถ้าวันไหนหรูเจี่ยพร้อมรับแขกเมื่อไร แล้วเธอสามารถให้ฉันเป็นแขกคนแรกของหรูเจี่ยได้ ฉันจะตอบแทนเธอหนักกว่านี้อย่างแน่นอน”

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณชายกู้” เจินเยี่ยรับเงินหยวนมาหนึ่งปึกก่อนจะไหว้แนบอกคุณชายกู้อย่างรู้งานมาก

เมื่อหรูเจี่ยร้องเพลงจนจบ ได้รับเงินมากมาย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่งดงามทำให้ทุกคนที่ได้เห็นเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้อย่างง่ายดาย แต่พอเธอลงจากเวที แล้วเดินกลับเข้าไปด้านหลังได้เธอก็หุบยิ้มในทันที ใบหน้าที่เคยเปื้อนความสุขแปรเปลี่ยนเป็นเฉยเมยไร้ความรู้สึก ราวกับว่าไม่เคยรู้สึกมีความสุขมาก่อน

ตรงหน้าของเธอมีอาหารมากมายที่เจินเยี่ยสั่งเด็กในโรงน้ำชาให้เตรียมและจัดวางไว้ให้หรูเจี่ยโดยเฉพาะ แต่เธอไม่ยอมแตะมันเลยสักนิด เพราะเธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเป็นอย่างมาก กินอะไรไม่ลง

“ไม่ยอมกินอีกแล้วเหรอ” เจินเยี่ยเดินเข้ามาดูหรูเจี่ยหลังจากที่เธอลงมาจากเวทีแล้ว สิ่งที่เธอเห็นคือใบหน้าอันเย็นชา ไร้อารมณ์ใด ๆ ของอีกฝ่าย ทั้งยังมองเมินราวกับไม่เห็นเจินเยี่ยยืนอยู่ตรงนี้ เรียกอารมณ์หงุดหงิดจากเธอได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว “จะเป็นให้ได้เลยใช่ไหมราชินีแห่งหิมะเนี่ย!” เจินเยี่ยพูดขนาดนี้หรูเจี่ยก็ยังไม่มีท่าทีจะสนใจ ยังคงนิ่งเงียบรักษามาดเย่อหยิ่งเอาไว้อย่างนั้น

“ทำไมไม่ยอมกินอาหารที่ฉันให้คนเตรียมไว้ให้” เจินเยี่ยพยายามระงับโทสะของตัวเอง แล้วพูดจาดี ๆ กับอีกฝ่าย เพราะอย่างไรหรูเจี่ยก็เป็นตัวทำเงินให้กับโรงน้ำชาแห่งนี้ ถ้าหากว่าเธอบอบช้ำทั้งภายในและภายนอกร่างกาย คงจะไม่เป็นการดีแน่

“ฉันไม่หิวค่ะ” ถ้อยคำเย็นชาดุจน้ำแข็งเอื้อนเอ่ยออกมา ปกติหรูเจี่ยจะเป็นคนพูดจาน้อยคำและสงวนท่าทีอยู่แล้ว แต่เจินเยี่ยก็ยังอดรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ได้ ส่ายศีรษะด้วยความเอือมระอาใจ พ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาวอย่างเซ็ง ๆ

“จะไม่หิวได้ยังไง เธอไม่ยอมกินอะไรมาหลายวันแล้ว นี่ฉันอุตส่าห์ไปสรรหาของดีทั่วเมืองมาประเคนให้เธอเลยนะ แต่ดูเธอสิ ไม่เหลียวแลมันเลยสักนิด อย่างน้อยกินสักคำสองคำก็ยังดี เธออย่าดื้อด้านให้มันมากนักได้ไหม!” เจินเยี่ยบ่นชุดใหญ่ ก่อนจะใช้ช้อนตักอาหารมาหนึ่งอย่างแล้วพยายามจะยัดใส่ปากของหรูเจี่ย แต่เธอก็ขัดขืนอย่างสุดฤทธิ์ ความหงุดหงิดที่ถูกขัดขืนยิ่งทำให้เจินเยี่ยหนักมืออย่างลืมตัว บีบคางให้หรูเจี่ยยอมอ้าปาก สุดท้ายก็ยัดอาหารเข้าไปในปากได้ แต่หรูเจี่ยกลับสำลักมันออกมาจนหมด “อัก ๆ อัก ๆ”

ท่าทางหายใจติดขัดและไอไม่หยุดของหรูเจี่ย ทำให้เจินเยี่ยได้สติว่าตัวเองเผลอทำเกินกว่าเหตุไป จึงรีบวิ่งไปบอกให้เด็กตามหมอมาดูอาการของหรูเจี่ยโดยเร็วที่สุด

….ตอนนี้หมอได้มาดูอาการของหรูเจี่ยที่ห้องพักส่วนตัวชั้นบนของโรงน้ำชาเรียบร้อยแล้ว และหมอก็กำลังตรวจอาการของเธออยู่ หรูเจี่ยไม่ได้แค่สำลักอาหารเท่านั้น แต่เธอมีอาการอิดโรยเพราะขาดสารอาหารจากการอดอาหารมาหลายวันอีกด้วย ทำให้เจินเยี่ยรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะอีกไม่กี่วัน แขกคนสำคัญก็จะมาชมการแสดงของหรูเจี่ยแล้วด้วย “อาการของหรูเจี่ยเป็นอย่างไรบ้างหมอ”

“อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงนะเนี่ย”

“น่าเป็นห่วง? หรูเจี่ยเป็นอะไรกันแน่”

“อาการลำสักอาหารนั้นไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่น่าเป็นห่วง แต่ไอ้ที่น่าเป็นห่วงก็คือโรคใจ จากที่ได้ตรวจอาการ เหมือนมีไอร้อนในลมหายใจแสดงว่ามีไฟในตับ พอจับชีพจรดูก็พบว่าชีพจรมีจังหวะเต้นถี่ แต่กลับขึ้นลง ๆ หมายความว่าจิตใจไม่สงบ เครียดมาก เป็นทุกข์มาก เหมือนนังหนูนี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“ว่าไงนะ?! โรคใจ….ไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร มีวิธีรักษาหรือไม่” เจินเยี่ยเมื่อได้ฟังก็มีท่าทีลนลาน น้ำเสียงตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ

“ลองให้นังหนูได้พักผ่อนดูก่อน แล้วหมอจะเจียดยาผงที่มีส่วนผสมของลูกพลับแห้งให้ไว้ต้มผสมกับน้ำผึ้งดื่มร้อน ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานจะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดี แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องพยายามให้นังหนูนี่กินอาหารเยอะ ๆ อย่าปล่อยให้อดอาหารหลายวันจนขาดสายอาหารแบบนี้อีก”

ประโยคสุดท้ายที่หมอพูด เจินเยี่ยฟังพร้อมกับชำเลืองมองหรูเจี่ยอย่างเคือง ๆ เพราะเธอดื้อไม่ยอมกินอาหารเลยเป็นแบบนี้ “ค่ะหมอ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เจินเยี่ยรับคำก่อนทั้งสองจะแลกเปลี่ยนกันก่อนจาก โดยเจินเยี่ยหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้หมอ เมื่อหมอได้รับเงินแล้วก็ส่งห่อกระดาษที่มีผงยาอยู่ข้างในส่งให้เจินเยี่ย

หลังจากที่หมอกับเจินเยี่ยออกไปจากห้องแล้ว หรูเจี่ยก็ลุกขึ้นเพื่อเดินไปล็อคกลอนประตูห้อง ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ติดกับหน้าต่่าง แล้วทอดมองออกไปข้างนอก ข้างในใจของหรูเจี่ยในตอนนี้มีเพียงอารมณ์เบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองที่กำลังเผชิญกับสิ่งเลวร้ายอยู่ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาที่เธอต้องรับแขกแล้ว

แต่ระหว่างที่หรูเจี่ยกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ก็ได้กลิ่นอาหารหอม ๆ จากโรงเตี๊ยมขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามลอยมาแตะจมูก โครก! โครก! เสียงท้องของเธอก็ร้องดังขึ้นมาในทันที หรูเจี่ยจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเรียกเด็กในโรงน้ำชาขึ้นมาหาแล้วสั่งให้ไปซื้อซาลาเปาที่หอมมาถึงตรงนี้ให้หน่อย

‘ใครจะคิดว่าซาลาเปาไส้หมูธรรมดา จะทำให้ฉันอยากกินอาหารขึ้นมาได้’ หรูเจี่ยนึกในใจ ก้มมองตัวเองอย่างสมเพชในโชคชะตาอยู่ไม่น้อย คงจะจริงกับคำพูดที่เคยได้ยินมาว่าคนที่มีลมหายใจเท่านั้นที่จะยังมีความหวังได้ ถ้าเรายังรู้สึกหิว ก็แปลว่าเรายังมีลมหายใจ

เด็กในร้านเมื่อได้รับคำสั่งจากหรูเจี่ยก็รีบวิ่งไปทันที แต่ระหว่างทางได้เจอกับเจินเยี่ยจึงต้องหยุดวิ่งก่อน “กำลังจะไปไหน”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ”

“ว่าไงนะ!”

“พี่หรูเจี่ยบอกให้ไปซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามมาให้ครับ” เด็กน้อยไร้เดียงสาพูดย้ำประโยคเดิม

“นี่เธอยอมกินอะไรแล้วเหรอ หรือว่าจะกลัวตายขึ้นมา หึ! รู้จักกลัวบ้างก็ดี จะได้รักษาชีวิตของตัวเองไว้ เอาล่ะ….รีบ ๆ ไปซื้อเข้า เดี๋ยวพี่หรูเจี่ยของแกจะเปลี่ยนใจเอาได้ มีเท่าไรก็เหมามาให้หมดเลยนะ เอาเงินนี่ไป” เจินเยี่ยพูดก่อนจะหยิบเงินหยวนแบงค์ใหญ่ส่งให้เด็ก

“ได้ครับเหลาป่าว” เด็กชายก้มหน้ารับคำสั่ง เมื่อได้เงินแล้วก็รีบวิ่งไปโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามในทันที

เพียงไม่นานซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ จากโรงเตี๊ยมตรงข้ามโรงน้ำชาก็ได้มาเรียบร้อย เด็กชายรีบวิ่งขึ้นเอาไปให้หรูเจี่ยชั้นบน เมื่อหรูเจี่ยได้รับก็รู้สึกดีใจมาก สูดดมกลิ่นหอม ๆ จากซาลาเปาอยู่อย่างนั้น แต่พอกินเข้าจริงก็กินได้แค่ไม่กี่คำก็กินไม่ลง

เจินเยี่ยที่เข้ามาดูทีหลังเห็นว่าหรูเจี่ยกินซาลาเปาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น และตอนนี้หรูเจี่ยก็กำลังนอนหันหลังให้กับเธออยู่ เจินเยี่ยเลยไม่อยากรบกวน แต่ความกังวลยังมีอยู่มากล้น และคิดหาวิธีที่จะทำให้หรูเจี่ยยอมกินอะไรให้ได้ และวิธีเดียวที่คิดออกในตอนนี้ก็คือ….การไปขอร้องให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามทำอาหารให้หรูเจี่ยกินทุกวัน เพราะอย่างน้อยซาลาเปาของเถ้าแก่นั่นก็ทำให้หรูเจี่ยอยากอาหารขึ้นมาได้

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

คู่แค้นแสนชัง
คู่แค้นแสนชัง
กัมปนาทวางแผนล้างแค้นใน คู่แค้นแสนชัง เมื่อความตายของพ่อผลักดันให้เขาจับกุหลาบแก้วมาเป็นเชลยเพื่อชดใช้หนี้แค้นท่ามกลางความขัดแย้งของสองตระกูล พบกับ romance novel แนว modern action ที่เข้มข้นด้วยปมแค้นและการเอาชนะใจตนเองใน read novels online ที่คุณไม่ควรพลาด
ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
เมื่อฟางเซียนอยากตายแต่กลับถูก ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย ในโลกจีนโบราณ เธอต้องทำภารกิจฝึกฝนลูกศิษย์และเอาชีวิตรอดนานนับหมื่นปีเพื่อแลกกับการได้ตายสมใจ พบกับการผจญภัยแนว fantasy และ LitRPG novels ที่เต็มไปด้วยภารกิจสุดป่วนในนิยาย Online Novel เรื่องนี้
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
เมื่ออดีตยมทูตต้องจุติใหม่ในฐานะหัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ เพื่อเป้าหมายในการยึดครองกะลาแลนด์ด้วยแผนการอันเหนือชั้นและอำนาจสุดกาว ติดตามการห้ำหั่นใน เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ นิยายแนว action และ mafia novel สนุกๆ ที่รวมความมันส์ของการชิงอำนาจไว้ในที่เดียว
สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
ลู่ซิงเหยียน สาวใช้ในจวนเจ้าเมืองต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรลึกลับหลบหนีเพื่อสืบหาความจริงเรื่องตระกูลที่ถูกประหาร ใน สยบรักดวงใจท่านอ๋อง นิยาย fantasy romance ที่เต็มไปด้วยการเมืองและการล้างแค้น อ่านนิยายออนไลน์ฟรี adventure story สุดเข้มข้นที่ชะตากรรมถูกผูกมัดด้วยบุญคุณและความแค้น
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ปราชัยในสงครามต้องกลายเป็นของรางวัลแก่ ไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรใน แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์) นิยาย fantasy romance ที่เล่าถึงการชิงไหวชิงพริบในฐานะเชลยศักดิ์ เมื่อศึกรบจบลงแต่ศึกรักเพิ่งเริ่มต้น ท่ามกลางบรรยากาศ fiction fantasy romance books ที่น่าติดตาม
เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
เมื่อจิตมารกำเนิดใหม่เป็นองค์หญิงใน เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ เทพอัคคีจึงต้องรับหน้าที่อาจารย์เพื่อนำทางนางสู่ฝ่ายธรรมผ่านการจุติบนโลกมนุษย์ ท่ามกลางความขัดแย้งในนิยาย fantasy romance เรื่องนี้ เขาต้องเลือกระหว่างหน้าที่สังหารมารร้ายหรือปกป้องศิษย์ในด่านเคราะห์ที่ไม่อาจเลี่ยง

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ภรรรยาตาบอด ยอดใจคุณชายกู้
ภรรรยาตาบอด ยอดใจคุณชายกู้
เพราะหลงผิดเชื่อผู้ชายชั่ว ฉู่ซินหลานไม่เพียงแต่เจ็บปวดจนต้องเสียลูกในท้อง แม้แต่ดวงตาของตัวเองก็ถูกบังคับให้มอบมันแก่รักแรกของสามี เจ็บถึงขั้วหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เธอตาสว่างในทันที ฉู่ซินหลาน: "พวกเรา...หย่ากันเถอะ!"
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
กลับจากไปทำงานต่างจังหวัดตั้งครึ่งปี พอเหยียบเข้าบ้านปุ๊บ เมียก็รีบพุ่งเข้ามากอดด้วยสายตาร้อนรน บอกว่าอยากมีลูกใจจะขาด คำขอปุบปับแบบนี้ทำเอาผมใจคอไม่ดี อดระแวงขึ้นมาไม่ได้ ก็ผมต้องไปทำงานไกลบ้านตั้งนาน ไม่ได้อยู่ดูแลเธอตลอดเวลา จะให้ไม่คิดมากได้ยังไงล่ะ เพื่อจับผิดให้รู้ดำรู้แดง ผมเลยแอบติดกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ในบ้าน แล้วโกหกว่าบริษัทสั่งให้ไปทำงานด่วนอีกรอบ ก่อนจะไปเปิดโรงแรมนอนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยจ้องมองจอมือถือ เพื่อขุดคุ้ยความลับที่เธอแอบซ่อนไว้เบื้องหลัง
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
นักแสดงตัวประกอบชุ่ยอวี้หว่าน ในคืนที่ได้รางวัลนักแสดงนำหญิง กลับทะลุมิติไปเป็นชุ่ยเหม่ยเหริน บุตรสาวขุนนางต้องโทษในวังหลังแคว้นถัง หน้าตาธรรมดาและยังผูกกับ “ระบบขอพร” เพื่อเอาตัวรอดและแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ เธอใช้ระบบทำให้สวยขึ้น แต่เพราะใจร้อนจึงกิน “ยาวิเศษเพิ่มความงาม” จนงดงามล่มเมือง และได้พบฮ่องเต้ซ่งหลินโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองถูกคอกัน แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมด เธอกลับหน้าตาธรรมดา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำซ้อน
รักลิขิตกรรม
รักลิขิตกรรม
เจียงซุ่ยที่โดนศัตรูฆ่าในชาติที่แล้ว บังเอิญมาเกิดใหม่เป็นสวี่จินซ่าลูกสาวคนเล็กของตระกูลสวี่เศรษฐีเมืองไห่เฉิง พอตื่นมาพบว่าเวลาผ่านไป10ปีแล้ว คดีของเจียงซุ่ยถูกปิดลงด้วยข้อสรุปว่าเป็นการหายตัวไป แม่ก็หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ส่วนศัตรูที่ฆ่าหล่อนในตอนนั้นกลับกลายเป็นคุณนายสวี่ซึ่งเป็นแม่ของหล่อนในตอนนี้ เพื่อชดเชยความเจ็บปวดในชาติที่แล้ว เจียงซุ่ยไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาและได้ต่อต้านกับมัน และได้จูงมือเดินออกจากห้วงแห่งความโกรธแค้น เยียวยาซึ่งกันและกันกับเซี่ยหลินจาวลูกนอกสมรสของตระกูลเซี่ยที่เคยผูกพันกันในวัยเด็ก
ฟ้าลิขิตมาให้เจ้าพ่อทำนายชะตา
ฟ้าลิขิตมาให้เจ้าพ่อทำนายชะตา
เจียงเฉินอดีตเจ้าพ่อธุรกิจดำมืดโลกใต้ดินที่มีบาปกรรมติดตัวมากมาย เดินทางไปยังวัดเพื่ออยากที่หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ แต่กลับถูกฟ้าผ่าจนวิญญาณย้อนข้ามกาลเวลาไปยังหมู่บ้านยากจนในยุคโบราณ เขาฟื้นขึ้นมาในร่างของชายขี้เมาผู้ชอบขโมยข้าวไปแลกเหล้า — ซึ่งเพิ่งถูกฟ้าผ่าตายไปหมาดๆ เมื่อได้สติกลับมา เจียงเฉินพบว่าตนได้รับของวิเศษจากพระเถระรูปหนึ่งเป็น “กระดองเต่าทำนายโชคชะตา” ที่ช่วยให้เขาทำนายได้ในแต่ละวันว่า “วันนี้จะมีโชคร้ายหรือโชคดี ที่ใดมีเหยื่อให้ล่า หรือใครคือผู้ที่จะมาช่วยเขาพลิกชะตาชีวิต จากชายขี้เมาผู้ไร้ค่า เขาเริ่มช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก สร้างรายได้ด้วยสติปัญญา ฝึกฝนยุทธ์ล่าจอมหมาป่าทีละก้าว จนเขาได้มีภาพลักษณ์ที่กลายเป็นเสาหลักของครอบครัวและวีรบุรุษแห่งหมู่บ้าน
หวนคืนเพื่อรักท่านอีกครา
หวนคืนเพื่อรักท่านอีกครา
เสิ่นหนานเฉียวถูกหนิงจื่ออวี้ ผู้เป็นสามี ร่วมมือกับพี่สาวต่างมารดาอย่างเสิ่นจิ้งอี๋วางยาพิษ ก่อนจะสิ้นใจ นางได้เห็นหนิงซู่ พระเก้าพันปีผู้มีตำแหน่งสูงศักดิ์ควบม้ามาแต่ไกล เดิมทีหนิงซู่ผู้นี้คือผู้มีผลงานยิ่งใหญ่จนฮ่องเต้ยังหวั่นเกรง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างทาง ขณะออกไปขอยามารักษาชีวิตของนาง ก่อนสิ้นลมหายใจ เสิ่นหนานเฉียวจึงได้รู้ความจริงว่าหนิงซู่รักนางอย่างสุดหัวใจ หลังจากที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง  เสิ่นหนาเฉียวเลือกที่จะไม่แต่งงานกับท่านอ๋องและเลือกแต่งกับหนิงซู่พระเก้าพันปีแทน จนทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง หนิงซู่จำต้องรับปากเพราะต้องการช่วยนางให้รอดพ้นจากสถานการณ์ลำบากนั้น ทว่าภายในใจเขากลับสงสัย เหตุใดหญิงสาวผู้นี้จึงอยากแต่งกับขันทีเช่นเขา ส่วนเสิ่นหนานเฉียวก็ไม่อาจบอกได้ว่า ที่แท้นางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง…