Logo
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

44 ตอน
จบแล้ว
เมื่ออดีตยมทูตต้องจุติใหม่ในฐานะหัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ เพื่อเป้าหมายในการยึดครองกะลาแลนด์ด้วยแผนการอันเหนือชั้นและอำนาจสุดกาว ติดตามการห้ำหั่นใน เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ นิยายแนว action และ mafia novel สนุกๆ ที่รวมความมันส์ของการชิงอำนาจไว้ในที่เดียว

เรื่องย่อ เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

เมื่ออดีตยมทูตผู้มีพลังเหนือธรรมชาติกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะหัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ ภารกิจครั้งใหญ่ในการสถาปนาอำนาจเหนือดินแดนกะลาแลนด์จึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายและแผนการสุดเพี้ยนที่ยากจะคาดเดา เขาต้องใช้ทั้งไหวพริบและพละกำลังเพื่อยึดครองอาณาจักรแห่งนี้มาไว้ในมือด้วยวิถีแห่งความกาวที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ แม้ว่าเรื่องราวนี้จะเป็นภาคต่อจากผลงานเรื่อง เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต แต่ผู้อ่านสามารถเริ่มต้นสนุกไปกับมหากาพย์การต่อสู้และการชิงอำนาจครั้งใหม่นี้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานจากภาคก่อนหน้า เตรียมพบกับนิยายแนวแอ็กชันแฟนตาซีที่ผสมผสานความมันส์ระเบิดและความตลกขบขันอย่างลงตัว
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

บทนำ

"ยมทูตเจนเก่ากำลังจะไปเกิด ข้าอยากให้เจ้ามาเป็นยมทูตเจนใหม่ คอยรับดวงวิญญาณมาส่งที่ยมโลก และนำตัวพวกมารมาตัดสินโทษ"

สิ่งที่ท่านยมตรัสบอก ทำให้ผมชะงักไปด้วยอาการนิ่วหน้า เพราะไม่เคยรู้จักมาร รวมทั้งไม่เคยรู้ว่ายมทูตต้องรับผิดชอบถึงสองหน้าที่

"พวกมารคือใครขอรับ?" ผมทูลถามทันทีโดยไม่เก็บไว้ ในเมื่อมันคือสิ่งที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างผมควรต้องรู้

"เหล่าคนชั่วที่หลบหนีไปตั้งกลุ่ม โดยอ้างว่าพวกตนทำความดีมาตลอดชีวิต" คำตอบที่ได้ยินทำเอาผมนิ่งเงียบไปหลายวินาที

...ผมเคยสงสัยว่าคนอย่างผมเกิดมาทำไม เรื่องราวของผม ชีวิตของผม และลมหายใจของผม เคยถูกทำให้เลือนหายไปในเรือนจำของประเทศที่ผมเรียกมันว่า 'กะลาแลนด์'

อาจโชคดีกว่าคนอื่นนิดหน่อย ที่ผมได้คืนชีพอีกครั้งในฐานะยมทูต เหล่าคนชั่วผู้เคลือบเปลือกนอกด้วยความดีในกะลาแลนด์ ถูกผมส่งลงไปรับโทษในนรกคนแล้วคนเล่า แต่นั่นก็ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนพวกมัน... ทำยังไงพวกมันถึงจะพ้นหูพ้นตาผมไปเสียที!!

...สักวัน... ถ้าผมมีโอกาสได้ไปเกิดใหม่อีกครั้ง และมีอำนาจในมือมากพอจะทำให้พวกมันหายไปจากโลกล่ะก็

"ข้าจะส่งเจ้าขึ้นไปสะสางเรื่องหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์"

และแล้วคำบัญชาล่าสุดของท่านยม ก็เป็นเหมือนแสงแห่งความหวังตรงปลายอุโมงค์ โชคชะตากำลังนำพาผมไปสู่อำนาจ ที่ผมมั่นใจว่าจะเอามาใช้ส่งคนพวกนั้นไปสู่นรกบนดินได้ เหล่าอมนุษย์ในคราบมนุษย์ทั้งหลาย เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ นรกของพวกแก... กำลังจะเริ่มต้น!!

บทที่ 1

ผู้คนในนรกต่างรู้จักผมในนาม 'ยมทูตไมเคิล' แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ชื่อจริงจากบัตรประชาชนตอนเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่มีใครข้องใจว่าเหตุใดผมจึงเปลี่ยนชื่อ พวกเขารู้แค่ว่า ใครที่มันบังอาจเรียกชื่อเก่าของผม เสี้ยววินาทีนั้นคือเวลาตายของมัน

"ข้าให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่ร้อยแล้วล่ะมั้ง... มานะ จงจำไว้ให้ดีว่า เมื่อไหร่ที่ข้าเห็นเจ้าทำเกินกว่าเหตุ เจ้าจะไม่ได้รับการให้อภัยอีก"

ผมลืมบอกไปว่าที่พูดนั่น ไม่ได้หมายรวมท่านยม หรือถ้าใครคิดว่าไม่เห็นเป็นไร บอสไม่ใช่พ่อ ก็ลองไปทำกันดู

"กระหม่อมให้สัตย์สาบานว่า มันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอรับ" ผมทูลสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พูด ไม่ใช่เพราะเกิดสำนึกผิด แต่เพราะนี่คือวันสุดท้ายที่ผมจะได้ใช้ชีวิตยมทูต

"ยูพูดอย่างกับว่า จบภารกิจนี้แล้ว ยูจะไม่กลับมาเป็นยมทูตอีกอย่างงั้นแหละ" หัวหน้านับเงิน หนึ่งในคนที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของผม ถามขึ้นหลังจากที่ผมถอยออกมาจากหน้าบัลลังก์

...เธอเป็นหัวหน้ายมทูตโซนกะลาแลนด์ เอ่อ... ผมหมายถึงประเทศไทย และเป็นยมทูตเพียงคนเดียวในยมโลกที่สวมเชิ้ตดำสูทดำรัดรูป กับปล่อยผมยาวถึงก้น เป็นสัญลักษณ์ที่แค่มองไกลๆ จากระยะร้อยเมตร ก็รู้ว่าต้องทำตัวยังไงเวลามีชนักติดหลัง

"ไอพูดเผื่อไว้เฉยๆ" ผมทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ความจริงแล้วคำพูดที่ว่านั่น มีความหมายอื่นแฝงอยู่

"คนอย่างยูเนี่ยนะจะพูดเผื่อไว้ เดี๋ยวๆ แล้วนี่อะไร ภารกิจใหญ่พรุ่งนี้แล้ว จะปล่อยพวกมารสูทขาวให้คนอื่นจัดการบ้างไม่ได้เลยรึไง ยูพึ่งให้สัตย์สาบานกับท่านยมเมื่อกี๊เองนะ ว่าจะไม่ก่อเรื่องอีก" มือซ้ายของหัวหน้านับเงินเอื้อมมาตะปบไหล่ผม และถ้าสั่งให้เล็บมือเล็บเท้างอกยาวได้ดั่งใจ เธอคงผลิตเล็บออกมากระซวกร่างผมตรึงไว้กับพื้นนรกไปแล้ว

"ไอก็แค่อยากไปดูว่าหมอนั่นจะจัดการพวกมารยังไง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะถึงแม้จะสวมแว่นดำอยู่ แต่ถ้าอีกฝ่ายจับได้ว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาของผมล่ะก็...

"งั้นไอจะไปด้วย ไอก็อยากรู้เหมือนกัน" หัวหน้านับเงินยื่นหน้าเข้ามาจ้องหน้าผม แม้เธอจะสวมแว่นดำที่เป็น 1 ในแอสเซสเซอรี่ของยมทูตเจนใหม่อยู่เหมือนกัน แต่นั่นไม่ได้เป็นเครื่องการันตีความปลอดภัยว่าความลับของผมจะไม่รั่วไหลผ่านลูกนัยน์ตา

"เอาที่ยูสบายใจเลย" ผมยักไหล่ แล้วเบี่ยงตัวเดินนำออกไปด้วยท่าทางปกติ โดยมีหัวหน้านับเงินจ้ำตามมาติดๆ เหมือนกลัวลูกน้องจะหลบหนี

"วันนี้เคสใครนะ นายหิวแสงตาตี่หูกางอะไรนั่นใช่มะ?" หัวหน้านับเงินพูดเหมือนกำลังบอกใบ้เหยื่อรายใหญ่ของพวกเรา ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอแค่จำชื่อหมอนั่นไม่ได้

"นายสีสดตลอดวันธรรมดา" ผมบอกชื่อที่เธอจำไม่ได้ชื่อนั้น

"คนบ้าอะไรชื่อสีสดตลอดวันธรรมดา!?"

เสียงทะลุทะลวงแก้วหูของหัวหน้าที่ดังสวนกลับมา ทำให้ผมต้องนึกทบทวนใหม่ว่า เหยื่อรายนี้ชื่ออะไรกันแน่

"ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง" ผมไม่สารภาพตรงๆ ว่าคิดไม่ออก แต่ตีเนียนไปตลอดทางที่เราวาร์ปจากนรกขึ้นมายังโลกมนุษย์

...เวลานี้ผมและหัวหน้ากำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าตึกแลนด์มาร์คหลังคารั่วแห่งหนึ่ง ที่มักเป็นข่าวว่าเจ้าหน้าที่ต้องเอาถังมารองน้ำฝน ทั้งที่สร้างด้วยเงินหลักหมื่นล้าน... ช่างน่าสมเพช

"พวกมารยังไม่มากันเลย หมอนั่นก็ยังไม่มา" กิริยาเหลียวซ้ายแลขวามองหาเป้าหมายของหัวหน้า ทำเอาผมอดยิ้มมุมปากไม่ได้

"ยังไม่มาหรอก อีกตั้งชั่วโมง กว่าจะถึงเวลาส่งวิญญาณ" คำตอบของผมทำเอาคนฟังหันขวับมาจ้องหน้า แถมยังถลึงตาใส่ชนิดที่มีรังสีอำมหิตส่งผ่านแว่นดำออกมาด้วย

"แล้วยูพาไอมารอตั้งแต่ตอนนี้ทำไมมิทราบยะ!!" เสียงนั้นดังทะลุทะลวงกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อไหร่เธอจะรู้ตัวสักทีว่าถูกผมปั่นหัว

"ยูตามมาเองนะ ไอแค่อยากมาซึมซับความทรงจำเก่าๆ ในประเทศนี้... ก็แค่นั้น" ผมนั่งลงบนสนามหญ้าให้เหมือนกับว่า กำลังพาตัวเองมาพักผ่อนในวันสุดท้ายของการเป็นยมทูต

"คนอย่างยูเนี่ยนะ มาซึมซับความทรงจำเก่าๆ" เธอก้มตัวลงมาดึงแว่นตาดำของผมออก พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาจ้องตา

"เสียใจด้วยนะ ไอไม่หวั่นไหวกับผู้หญิงหรอก" ผมจ้องตอบด้วยแววตาว่างเปล่า เป็น 1 ในวิธีเก็บซ่อนความลับดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้ และแน่นอนว่ายังไม่เคยมีใครล้วงเอามันออกไปได้

"โอ๊ย!! รู้แล้วล่ะย่ะ อย่าให้ไอจับได้แล้วกันว่ายูตั้งใจจะมาทำอย่างอื่น นอกจากมาดูนายก้อนหินจับพวกมารสูทขาว ไม่งั้นล่ะก็..." หัวหน้าหยุดคำพูดไว้แค่นั้น แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็รู้ดีว่าประโยคต่อท้ายของมันคืออะไร

"เอาที่ยูสบายใจนั่นแหละ" ผมตัดบทด้วยการเอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้า แม้ไม่อาจรับรู้ได้ถึงความชื้นเย็นของดินและหยดน้ำบนยอดหญ้า กลิ่นเขียวๆ ของใบหญ้า หรือความอ่อนนุ่มของต้นหญ้า แต่ผมก็รู้ดีว่ากว่าจะมาเป็นสนามหญ้าสวยๆ แบบนี้ คงมีเรื่องราวมากมายระหว่างทาง

...ว่ากันว่าบางครั้งก็ไม่สำคัญว่าปลายทางจะเป็นยังไง เพราะถ้าระหว่างทางมีเงินหกเจ็ดหลักให้สูบเอาไป ก็ถือว่าคุ้มแล้วที่เราตัดสินใจออกเดินทาง

"ยูต้องกลับมานะ กัมพูชาไม่มีอะไรให้ไปลั้นลาหรอก" จู่ๆ หัวหน้าก็พูดเหมือนจะอ่านอะไรบางอย่างจากข้างในดวงตาของผมออก

"ไอก็ไม่ได้ไปลั้นลานี่ ไปทำงานต่างหาก" ผมพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด พร้อมกับสะกดจิตตัวเองไปด้วยว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะทำหลังจากวันพรุ่งนี้ มัน... คือการทำงาน

ใช่! ก็แค่... เปลี่ยนสถานที่ทำงานในการจัดการพวกอมนุษย์ในคราบมนุษย์

"สังหรณ์ไอบอกว่ายูจะไปทำมากกว่านั้น"

สิ่งที่หัวหน้านับเงินพูดสวนขึ้น ทำเอาผมนิ่งอึ้งไปนิดหนึ่ง และเพื่อไม่ให้เธอนึกสงสัย การเนียนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีเทาแก่ คือวิธีที่ผมใช้กลบเกลื่อน

"ยูจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ ไมเคิล?"

นี่ถ้าเป็นพวกรุ่นน้อง คงโดนผมเอ็ดโทษฐานเซ้าซี้เรื่องที่ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดไปแล้ว แต่เพราะเป็นหัวหน้า...

"เดี๋ยวฝนก็ตกแล้ว แล้วหลังคานั่น... ก็จะรั่ว" ผมเบนสายตาไปตรงแลนด์มาร์คอลังการงานสร้างชิ้นนั้น โชคดีที่นายสีสดตลอดวันอะไรนั่น กำลังเดินนำบรรดานักข่าวเข้าไปภายในอาคาร เป็นโอกาสให้ผมเปลี่ยนเรื่องพูด

"เหยื่อมาแล้ว อีกเดี๋ยวพวกมันก็คงมา" ผมผุดลุกขึ้นคว้าแว่นดำจากมือหัวหน้ากลับมาสวม ในขณะที่สีหน้าท่าทางของเธอดูจะยังติดค้างอยู่กับคำพูดเรื่องหลังคารั่วของผม

"เป็นอะไร นอนน้อยเหรอ" ผมตัดสินใจหาคำพูดมาเรียกสติเธอ แทนการปล่อยให้เธอยืนครุ่นคิดเรื่องหลังคารั่วอยู่ตรงนี้

"ยมทูตที่ไหนเค้านอนกันล่ะ ยูนั่นแหละ มีเวลาอ่านข่าวหรือไง ถึงได้รู้ว่าหลังคามันรั่ว?" ในที่สุดเธอก็หลุดปากถามออกมาจนได้ ดีแล้ว... ผมเองก็คงไม่สบายใจสักเท่าไหร่ ถ้าหัวหน้าจะไม่เป็นอันทำอะไรด้วยเรื่องนี้

"เปล่า... ประสบการณ์ตรง ไอมารับเหยื่อที่นี่บ่อยจะตาย เข้าไปรอพวกมารข้างในก็ได้ ถ้ายูอยากเห็นเหมือนที่ไอเห็น" ผมไม่พูดเปล่า แต่วาร์ปนำหน้าหัวหน้านับเงินเข้าไปภายในแลนด์มาร์คแห่งนั้น

แน่นอน... ต้องเป็นตรงที่หลังคารั่วอยู่แล้ว ผมจำมันได้ดีทุกจุด

ซ่าาาาาา... ซ่าาาาาา...

ดูฝนฟ้าจะเป็นใจในการอวดโฉมผลงานแลนด์มาร์คหมื่นล้าน เพราะทันทีที่เราเข้ามาภายในอาคาร สายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ราวกับอยากให้หลังคารีบสำแดงอภินิหารให้หัวหน้ายมทูตได้เห็นเป็นอัปมงคลลูกตา

ซ่าาาาาาา...

คราวนี้ไม่ใช่เสียงฝนด้านนอก แต่เป็นเสียงน้ำตกจากฝ้าเพดาน... ผมหมายถึงน้ำฝนที่รั่วลงมาเป็นน้ำตกนั่นแหละ

"นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!?" หัวหน้ายมทูตโซนประเทศไทยยืนอ้าปากค้างให้กับภาพตรงหน้า ราวกับพึ่งได้เปิดหูเปิดตาเห็นอะไรใหม่ๆ ทั้งที่ตัวเธอเองก็มักจะพูดอยู่เสมอว่า... อะไรก็เกิดขึ้นได้ในไทยแลนด์แดนสนธยา

"เรื่องธรรมดาต่างหาก ยูเองก็อยู่ยมโลกมานานกว่าไอ น่าจะชินได้แล้วมั้ง" ผมยืนมองน้ำตกในร่มที่กำลังเพิ่มปริมาณน้ำบนพื้น จนมันไหลนองใกล้เข้ามาถึงจุดที่ผมยืน เป็นเวลาเดียวกับที่ใครคนหนึ่งเดินใกล้เข้ามา

"ผมไม่ห่วงหรอกครับ เรื่องรถทัวร์จะมาลงผม ทำไมผมจะต้องแคร์ ในเมื่อสิ่งที่ผมทำมันถูกต้องแล้ว" คนคนนั้นเดินยิ้มกริ่มนำหน้านักข่าว ผ่านผมกับหัวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และถึงแม้จะพยายามเบี่ยงตัวหลบน้ำฝนที่รั่วลงมา แต่ทั้งเส้นผม แขนเสื้อ และรองเท้าของเขาก็ยังถูกน้ำฝนกระเซ็นใส่

...หึ! ไม่ต้องแคร์ใครเพราะสิ่งที่ทำมันถูกต้องงั้นเหรอ ทั้งๆ ที่เรื่องน่าสมเพชเกิดขึ้นตำตาตรงหน้า ยังไม่เป็นเดือดเป็นร้อน แกมันก็แค่พวกตาชั่งเอียง แค่คนบาปในคราบนักบุญที่พยายามชุบตัวด้วยคุณธรรมจอมปลอม

"คุณไมเคิล มารอตรวจงานผมเหรอครับเนี่ย?"

เสียงของใครอีกคนเบนความสนใจของผมกับหัวหน้าให้หันไปมอง ผู้ชายตัวสูงผิวเข้มในชุดสูทดำแบบยมทูตเจนใหม่ เจ้าของใบหน้าทรงสามเหลี่ยม คางหนา จมูกโด่ง ปากรูปกระจับบาง กับดวงตากลมโตทรงพลังภายใต้กรอบแว่น หมอนั่นคือก้อนหิน ยมทูตที่ผมวางตัวให้มาจัดการพวกมารสูทขาวแทน

"ก็... ทำนองนั้น" ผมตอบสั้นๆ แล้วเหลือบตามองอีกคนที่พึ่งวาร์ปตามมาติดๆ

"รุ่นพี่ไมเคิล เอ่อ... สวัสดีครับ" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือ เจ้าของร่างเล็กกับผิวขาวซีดตัดกับสูทดำที่สวม ยิ้มเจื่อนๆ ให้ผม ก่อนที่ปากเล็กๆ จะกระตุกเป็นเส้นตรง คิ้วหนาปานกลางบนใบหน้ารูปไข่ขมวดเข้าหากันนิดหนึ่ง จมูกเล็กย่นขึ้นอัตโนมัติ ประกายในดวงตาเรียวยาวภายใต้แว่นดำหายไปแทบจะในทันที บ่งบอกความรู้สึกอึดอัดที่ต้องเจอผม

"อืม..." ผมพยักหน้า แล้วเบนสายตากลับไปมองทางนายสีสดตลอดวัน ไม่ใช่เพราะอยากให้คนตรงหน้าหายอึดอัด แต่เพราะไม่อยากพลาดตอนจบของเหยื่อรายสุดท้ายในชีวิตการเป็นยมทูต

"อ๊ากกกกก!!"

เสียงร้องลั่นของคนคนนั้นเรียกให้ทั้งหัวหน้านับเงิน ก้อนหิน และดาวเหนือ หันขวับมามองต้นเสียงตามผมกันเป็นตาเดียว หมายรวมถึงบรรดานักข่าวที่ต่างยืนชะงักตาค้างไปกับภาพคนโดนไฟดูดที่กำลังชักดิ้นชักงออยู่ตรงหน้าด้วย

"ทะ... ทำไงดี ทะ... ท่านสีสดโดนไฟดูด!!"

"ตะ... ตัดไฟ ต้องรีบตัดไฟก่อน!!"

"คัทเอาท์อยู่ไหน ระบบตัดไฟไม่ทำงานเหรอ!?"

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังประสานกับเสียงฝีเท้า รอบข้างเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง วุ่นวาย สะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง และกว่าที่ทุกอย่างจะเรียบร้อย คนที่เคยนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นอันเจิ่งนองไปด้วยน้ำ... ก็หัวใจวาย สิ้นชีพในสภาพใบหน้าบิดเบี้ยว บ่งบอกความทรมาน

แต่... ไม่ทันที่ก้อนหินจะพาเหยื่อในความรับผิดชอบของผมลงไปรับการพิจารณาโทษในนรก

"ถึงจะมากันเยอะ ข้าก็ไม่กลัวหรอกจะบอกให้ พวกหมาหมู่!" ผู้ชายผิวเข้มหัวเกรียนวัยยี่สิบต้นๆ ในชุดสูทขาววาร์ปมาขวางหน้าพวกเราไม่ให้เข้าไปควบคุมตัวดวงวิญญาณที่กำลังหลุดจากร่างของนายสีสด ในมือของมันถือเลื่อยยนต์ที่ยังไม่ได้สตาร์ท แทนที่จะถือดาบหรือหอกเหมือนอย่างทุกที

ไม่แน่... เจอกันคราวหน้าพวกมันอาจจะเปลี่ยนมาถือเครื่องตัดหญ้า หรือไม่ก็แส้สายยางสีเขียวก็เป็นได้

"อะไรๆ อย่างนาย... แค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว" ก้อนหินเรียกเคียวออกมาควง พร้อมกับพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายแบบไม่พูดพร่ำทำเพลงนาน ตรงข้ามกับหัวเกรียนสูทขาวที่ยังยืนสตาร์ทเลื่อยยนต์

"บัดซบล้าว... ลืมเติมน้ำมัน" มันเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะขำเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเท่าไหร่ ซ้ำยังตั้งท่าจะวิ่งหนี ทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มสู้ อ้อ... พวกมือใหม่สินะ ถึงลืมว่าตัวเองวาร์ปได้

"จะไปไหนไม่ทราบครับ!!" ดาวเหนือวาร์ปไปยืนดักหน้า ทำเอามันชะงักที่มีคนรู้ทัน เปล่าหรอก... แค่ยมทูตฝึกหัดนั่นเคยลืมว่าตัวเองวาร์ปได้เหมือนกันก็เท่านั้น

"ถอยไปนะเฟ้ย!! ยังไงข้าก็ต้องพาวิญญาณนี่กลับฐานตามคำสั่ง" หัวเกรียนยกเลื่อยขึ้นบังหน้าเหมือนจะใช้ป้องกันตัวเฉยๆ ดูเหมือนหลังการกวาดล้างแก๊งมารสูทขาว พวกมันจะหาสมาชิกรุ่นใหม่ไม่ได้ ถึงขั้นที่ต้องเที่ยวว่าจ้างให้ดวงวิญญาณเร่ร่อนมาเป็นสมัครพรรคพวก ผลที่ได้เลยออกมาเป็นแบบนี้

...แก๊งมารสูทขาวคือใคร? พวกมันก็คือเหล่าคนชั่วที่หลบหนีการส่งวิญญาณของยมทูต ไปตั้งกลุ่มโดยอ้างว่าพวกตนทำความดีมาตลอดชีวิตยังไงล่ะ

"นายไม่กลัวเหรอ ว่าทำแบบนี้แล้วบัญชีหนังหมาของตัวเอง มันจะบันทึกกรรมชั่วยาวเป็นหางว่าวหนักขึ้น อาจจะต้องใช้กรรมในนรกไม่ได้ผุดได้เกิดเลยก็ได้ โทษฐานขัดขวางยมทูตในการปฏิบัติหน้าที่"

คราวนี้คำพูดของก้อนหินทำเอามันชะงัก

"จะ... จะ... จริงดิ!?" ชายหัวเกรียนย้อนถามตะกุกตะกัก พลางหันรีหันขวางมองผมที มองก้อนหินที มองดาวเหนือที มองหัวหน้านับเงินที แต่ไม่ทันที่ใครจะได้ตอบอะไร

"เจ้าโง่! ปล่อยให้พวกมันหลอกอยู่ได้ แกกำลังทำความดี ช่วยวิญญาณคนดีให้หลุดพ้นจากนรก จะไปตกนรกได้ยังไง"

แสงสีรุ้งสว่างวาบขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของป้าหน้ากลมผมหยักศก ในชุดสูทขาวแบบของผู้หญิง นางคือ 1 ในสมาชิกแถวหน้าของพวกมารสูทขาวที่ยังหลงเหลือ ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเกิดวิกฤตขาดแคลนกำลังคนจริงๆ ก็จะยังคงทำหน้าที่ปลุกระดมเหล่าคนเขลาผู้หลงผิดอยู่เบื้องหลังเท่านั้น

"คนดีจะไปตกนรกได้ยังไงล่ะครับคุณป้า เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?" ดาวเหนือโพล่งสวนขึ้นเหมือนทนไม่ได้ที่จะต้องฟังคำพูดที่กลั่นออกมาจากตรรกะวิปริต

"ใครเป็นป้าแก ไอ้เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!!" ยัยป้าสูทขาวสวนกลับทันควัน นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงลงสนามไปด้วยอีกคนแล้ว

"ยูจะไปไหน?" หัวหน้านับเงินหันขวับมาถาม ทันทีที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของผม

"หาที่นั่งดู" ผมตอบสั้นๆ แล้วเดินไปหลบมุมรอชมผลงานของรุ่นน้องยมทูตที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนในวันที่ผมไม่อยู่

"ยูเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย" เธอยังอุตส่าห์เดินตามมายืนทำตาโตใส่ผม เหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พึ่งได้ยินกับหู

"ก็แล้วแต่จะคิด" ผมตอบยิ้มๆ และยังคงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปเลย... แม้แต่นิดเดียว

"ตรงนี้ฉันจัดการเอง นายเตรียมส่งวิญญาณตาลุงนั่นได้เลย" ก้อนหินร้องบอกดาวเหนือ เหมือนจงใจยั่วโมโหยัยป้าสูทขาว ซึ่งก็ดูจะได้ผล

"ข้ามศพฉันไปให้ได้ก่อนเถอะไอ้พวกเด็กเวร!" ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างคนที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ดูตัดกับชุดที่ใส่ดี

"งั้นป้าก็เตรียมตัวตายทั้งเป็นในนรกได้เลยครับ" ก้อนหินฉีกยิ้มปิดท้ายประโยค ขณะที่ดาวเหนือวาร์ปเข้าประชิดวิญญาณของนายสีสดที่ยังนั่งมึนงงกับการโดนไฟดูดตายไม่หาย

"ไอ้ดำ! มัวทำอะไรอยู่ จัดการมันสิ!" ยัยป้าหันไปตวาดใส่ลูกน้องหัวเกรียนที่ยังยืนงงอยู่กลางดงยมทูต นี่คือตัวอย่างบอสที่ควรหมดไปจากโลก

"ผมลืมเติมน้ำมันเลื่อยยนต์ครับ" ชายหัวเกรียนยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกับสตาร์ทเครื่องให้ดูเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าที่ตนพูดนั้นเป็นความจริง

"แกนี่มันโง่ซ้ำโง่ซาก โง่ไม่มีแผ่วเลย!" เสียงตวาดของนางทะลวงแก้วหูยิ่งกว่าเสียงของหัวหน้ายมทูตโซนประเทศไทยหลายเท่า

"ขอโทษครับป้า" คนใต้บัญชาเกาหัวหน้ามึน มิหนำซ้ำยังเผลอใช้สรรพนามตามพวกยมทูต ยิ่งทำให้นางโกรธจัดแผดเสียงอาละวาด

"ใครเป็นป้าแก!! ไปเลย! จะไปไหนก็ไป ฉันจะจัดการเอง ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก กลับไปเป็นวิญญาณเร่ร่อนอย่าง ดะ..."

"โป๊กกกกก!!"

ด้ามเคียวยมทูตในมือก้อนหินหมุนคว้างลอยมากระแทกหน้าเจ้าของเสียงหนวกหู ทำเอายัยป้าภาพตัด ล้มลงไปนอนสลบอยู่กับพื้น ที่มีวงเวทย์สำหรับเคลื่อนย้ายร่างลงสู่ปรโลกรออยู่แล้ว

"คอนเฟิร์มเคส"

เสียงของยมทูตฝึกหัดดาวเหนือที่ดังแว่วมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า การส่งวิญญาณนายสีสดลงไปรับโทษในนรกเรียบร้อยดี

"อยากชำระความอะไรกันก่อนไหมครับ เผื่อเคยมีความแค้นส่วนตัว?" ก้อนหินหันมาถามผมกับหัวหน้า ก่อนจะเบนสายตาไปทางชายสูทขาวหัวเกรียน คล้ายจะเป็นเชิงบอกกล่าวเชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วย

"ไม่" ผมกับหัวหน้าตอบสั้นๆ พร้อมกัน ยกเว้นก็แต่คนคนนึงที่ให้คำตอบต่างออกไป

"เอ่อ... ได้เหรอ บัญชีหนังหมาข้าจะยาวเพิ่มหรือเปล่า?" นายหัวเกรียนถามขึ้นอย่างหวาดระแวง เหมือนกลัวจะถูกยมทูตต้มตุ๋นให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนรกนานขึ้น

"ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะต่อให้ป้าแกจะไม่มีบุญคุณอะไรกับนาย แต่มันก็เป็นการทำร้ายสัตว์โลกน่ะนะ" ก้อนหินอธิบายระหว่างที่เขียนวงเวทย์พันธนาการทับลงไปบนร่างสัตว์โลกที่ว่าอีกครั้ง

"เซ็งเลย งั้นก็รีบๆ จับข้าไปเหอะ กลับฐานไปมีหวังถูกส่งไปเกิดเป็นเหลือบไรแหงๆ" อดีตสูทขาวกลับใจทรุดนั่งลงด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก

"เป็นไง... ผ่านไหมล่ะ เด็กปั้นของยูน่ะ?" หัวหน้านับเงินเขยิบเข้ามากระซิบถาม ท่าทางเหมือนอยากลากผมกลับนรกเต็มแก่แล้ว

"ยูให้ผ่านไหมล่ะ?" ผมย้อนถามแทนคำตอบ แล้วเดินนำออกมาจากจุดที่เคยยืน

"จัดการคนเดียวได้ใช่ไหม?"

คำถามของผมเรียกให้ทั้งก้อนหินและนายหัวเกรียนหันขวับมาหา

"สบายครับ" หมอนั่นฉีกยิ้มให้ผมที่จงใจเดินผ่านไปตรงนั้น... ตรงที่มั่นใจว่าจะมีแค่ทั้งคู่ที่ได้ยินมัน

"ถ้าให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ จนกวาดล้างพวกสูทขาวสิ้นซาก โทษหนักอาจจะเบาลง" คำพูดที่ผ่านการวางแผนและไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีของผม ทำเอาเป้าหมายตาลุกวาวตามคาด

ใช่... ไม่ว่าเมื่อไหร่ จุดหมายของผมก็คือการถอนรากถอนโคนพวกมันให้หมดไปจากกะลาแลนด์!!

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
เมื่อถูกทิ้งให้เผชิญความตายในเงื้อมมือโจร อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเมินเฉย เธอจึงต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยการยอมจำนนต่อศัตรูคู่อริ เรื่องราวใน ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู คือ romance novel แนว werewolf stories ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและการเดิมพันด้วยชีวิตในโลกของ lgbt book ที่อ่านได้ในนิยายออนไลน์
ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
เมื่อจางลี่ถูกสามีและครอบครัวหักหลังจนตาย นางจึงกลับมาเกิดใหม่ใน ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง เพื่อชำระแค้นทุกคนที่เคยทำร้ายนางให้สาสม พบกับนิยาย fantasy ที่เต็มไปด้วยการวางแผนและ action สุดเข้มข้น ร่วมติดตามการแก้แค้นในนิยายออนไลน์ read novels online ที่จะเปลี่ยนความใจดีเป็นความโหดเหี้ยม
เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เมื่อทายาทมาเฟียยุค 2000 เกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงกลางมิติที่ล่มสลาย นางต้องฟื้นพลังปราณและทำภารกิจกู้โลกท่ามกลางความทรงจำที่เลือนราง นิยาย fantasy บู๊ระห่ำแนว action ที่ต้องปลูกผักไปพร้อมกับการกำจัดมารเพื่อความอยู่รอดในฐานะ fiction fantasy novels ที่น่าติดตามสนุก
ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
จือหลิน นักวิจัยอัจฉริยะจากองค์กรลับผู้ครอบครองชิปมิติสุดล้ำ ต้องเผชิญกับผลลัพธ์อันเลวร้ายเมื่อยาที่เธอคิดค้นเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้คลั่ง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย ในร่างเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางป่าทึบ นิยาย Fantasy Sci-fi เรื่องนี้จะพาคุณไปพบการเอาชีวิตรอดโดยใช้ความรู้ทางการแพทย์และเทคโนโลยีล้ำสมัย อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
แสนเถื่อนยอดรัก
แสนเถื่อนยอดรัก
เรื่องราวรักสุดเข้มข้นของหนุ่มใหญ่มาดเถื่อนที่กลัวความรักเพราะอดีตอันเลวร้าย กับคุณหนูไฮโซผู้หนีงานแต่งมาพบเขาโดยบังเอิญ ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่นำพาให้ทั้งคู่ค้นพบตัวตนที่แท้จริง นิยายโรแมนซ์เข้มข้นที่คุณไม่ควรพลาด...
พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม นิยาย romance ผสมผสาน action เมื่อหลินซานซานต้องยอมรับฮูหยินพระราชทานของญาติผู้พี่ แต่กลับพบความลับว่าสะใภ้คนงามคือแม่ทัพจางอี้ซวน บุรุษผู้กุมชะตาสกุลหลินไว้ในมือ ติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นใน lgbt book ที่พร้อมให้คุณ Read Novels Online ได้แล้ววันนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ชะตารัก เจ้าพ่อมาเฟีย
ชะตารัก เจ้าพ่อมาเฟีย
แผนร้ายสมคบคิดในครอบครัวทำให้ชีวิตของมิราต้องตกอยู่ในอันตราย แต่คณินทร์เจ้าพ่อมาเฟียได้ช่วยชีวิตเธอไว้และทำให้เธอมาผงาดได้อีกครั้ง แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีแผนร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นกำลังรออยู่…
เส้นทางหัวใจ ไร้การบรรจบ
เส้นทางหัวใจ ไร้การบรรจบ
แอบคบกับกัปตันเหวินเสาผู่มา 5 ปี เจียงอวี้ซินยอมเสียโอกาสในการเลื่อนเป็นกัปตัน เพื่อเป็นผู้ช่วยนักบินให้เขามา 5 ปีเต็ม ๆ แต่เมื่อพบว่าเขายังคงตัดไม่ขาดกับแฟนเก่า เธอก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเลิกกับเขา และยื่นเรื่องบินเดี่ยว เพื่อเป็นกัปตันหญิงคนแรกของสายการบินหลานเทียน และเลือกเส้นทางการบินที่ไม่มีวันบรรจบกับเหวินเสาผู่
ใต้ร่มเงาคุนหลุน
ใต้ร่มเงาคุนหลุน
เทือกเขาอันสูงตระหง่านนับหมื่นลี้ และสายแร่มังกรทั่วใต้หล้า​​ ล้วนยกให้คุนหลุนเป็นบรมบิดาผู้ให้กำเนิด​​ บนยอดคุนหลุนนั้น มีวังสวรรค์ตั้งตระหง่าน​​ มีหน้าที่บริหารเทวโองการเบื้องบน​​ และควบคุมสายแร่มังกรเบื้องล่าง​​ ​​นับเป็นดินแดนอันลี้ลับและเลือนลอยที่สุดในอาณาจักรต้าเซี่ย​​
วุ่นรักพิชิตใจนายไฮโซ
วุ่นรักพิชิตใจนายไฮโซ
“ซูเขอเข่อ” ไรเดอร์สาวที่เสียแม่ตั้งแต่เด็ก ได้บังเอิญช่วยเหลือ “คุณปู่ฟู่” เศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าไม่มีเงินซื้อซาลาเปา คุณปู่ฟูจึงลากตัวหลานชายอย่าง “ฟู่หนานเฉิง” เศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองจิงไห่มาดูตัวกับซูเขอเข่อ ซูเขอเข่อต้องการใช้หนี้ค่ารักษาแม่ จึงตกลงแต่งงานกับฟู่หนานเฉิงด้วยสินสอด 1 ล้านบาท ฟู่หนานเฉิงจำใจแต่งงานกับซูเขอเข่อเพราะปู่บังคับ เขาไม่เชื่อใจเธอ จึงปิดบังสถานะเศรษฐีของตัวเอง หลังจากทั้งสองได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ความลับที่ว่าฟู่หนานเฉิงเป็นเศรษฐีหนุ่มก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในความรักของทั้งคู่ เหตุการณ์ต่างๆ เช่น การที่แม่ของฟู่หนานเฉิงมาเยี่ยมที่บ้าน การเข้าร่วมงานเลี้ยงของบริษัทฟู่กรุ๊ป และการกลับมาของหญิงสาวที่เคยเป็นรักแรกของฟู่หนานเฉิง ต่างก็ทำให้ซูเขอเข่อเกิดความสงสัย จนนำไปสู่เรื่องราวที่ทั้งน่าประทับใจและชวนขำขันมากมาย
ขนมปังและเหรียญ
ขนมปังและเหรียญ
ในงานเลี้ยงวันเกิด สวีเซี่ยวเซี่ยวถูกเพื่อนจากสถานสงเคราะห์อย่างสวีชินชินแทงตาย ทั้งคู่ได้กลับมาเกิดใหม่พร้อมกัน ในวันที่ต้องเลือกครอบครัวอุปถัมภ์อีกครั้ง สวีชินชินเลือกตระกูลร่ำรวย ส่วนสวีเซี่ยเซี่ยวเลือกครอบครัวธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น หลายปีต่อมาสวีชินชินที่เปลี่ยนแซ่เป็นเซี่ย ได้พยายามกลั่นแกล้งสวีเซี่ยวเซี่ยวในงานเลี้ยงการกุศล แต่สุดท้ายเธอก็รอดจากการช่วยเหลือของพี่ชายทั้งสอง นำไปสู่เรื่องราวการต่อสู้กับโชคชะตา ความรัก และความจริงที่ซ่อนอยู่
เพื่อนรักสลักแค้น
เพื่อนรักสลักแค้น
“หลินเสี่ยวเสีย” ต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถจากการตกดาดฟ้า หลังจากถูก “สวี่ซาซา” เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจใส่ร้ายว่าคัดลอกผลงาน แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง หลินเสี่ยวเสียพบความลับว่าที่สวี่ซาซามีพลังพิเศษในการ “แอบได้ยินเสียงในใจ” เพื่อเป็นการตอกกลับ หลินเสี่ยวเสียจึงตัดสินใจผูกพันธะกับ “ระบบแก้ไขเสียงในใจ” หลินเสี่ยวเสียใช้ระบบสุดล้ำบวกกับสติปัญญาของเธอ ค่อยๆ กระชากหน้ากากจอมปลอมของสวี่ซาซาออกมาทีละชั้น ในท้ายที่สุด เธอก็คว้าโควตาเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา และบัตรเชิญเข้าสู่งานเลี้ยงระดับสูงของตระกูลซ่ง จนทำให้พบกับรักแท้ที่รอคอย