Logo
ทาสสวาทชู้ซาตาน
ทาสสวาทชู้ซาตาน

ทาสสวาทชู้ซาตาน

38 ตอน
จบแล้ว
‘กาย’ หนุ่มใหญ่ผู้ไม่เคยมีศรัทธาในความรัก เขากระหายในความเจ็บปวด ยิ่งเธอทรมาน ก็ยิ่งมีความสุข เสียงครวญครางของเธอเป็นเหมือนอาหารรสเลิศที่ขาดไม่ได้ ทว่า...เธอกลับเรียกแรงศรัทธาในความรักให้เดินเข้าหาเขา ‘มารียัน’ เด็กสาวผู้ที่ตกหลุมพรางของผู้ใหญ่ กลายเป็นทาสของซาตานผู้ไร้หัวใจ เป็นชู้กับน้าเขยตัวเอง บทรักของเขาเรียกน้ำตาจากเธอทุกครั้ง ทว่า...มันกลายเป็นยาเสพติดที่เธอขาดไม่ได้ จะทำยังไงให้ซาตานที่รักตอบแทนความรักอันเจ็บปวดของเธอได้บ้าง
ตอนที่ 1 จาก ทาสสวาทชู้ซาตาน

1

เผลอใจเพราะมัวเมา

กายแบบบางสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่มลายการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ ห่าฝนยังกระหน่ำซัดไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องคำรามก้องครืนๆ ผ่าเปรี้ยงทีเจ้าของร่างบางเป็นต้องสะดุ้ง ฝนไม่กลัวแต่กลัวฟ้าโดยเฉพาะเสียงและแสงของสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงที่ไหนสักแห่ง มารียัน รัชตะโยธิน หลับตาปี๋ เรือนร่างแบบบางในชุดนักศึกษาเปียกปอนจากห่าฝน ร่มเล็กมิอาจกั้นสายน้ำที่สาดซ่านไปทั่วทุกบริเวณหย่อมหญ้า

สายตากลมโตหยีเล็กเพื่อเพ่งเล็งไปทั่วทุกทิศทาง สายฝนคงปิดทางไม่ให้เธอหนีไปไหน ร่างกายสั่นระริกฟันกัดกระทบกันดังกึกๆ มารียัน วัย 20 ปี หนาวเหน็บจนปากซีด

‘ทำไงดี ฝนตกหนักขนาดนี้จะไปไหนได้’

ต้องเลือกระหว่างทางซ้าย ซึ่งต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงคอนโดมิเนียมหรูของน้าสาว ปรีชญา บริพัตน์กายชล น้าสาววัย 43 ปีของเธอ หรือจะไปทางขวาอีก 10 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านของเธอซึ่งอยู่กับแม่เพียงลำพัง ใกล้หรือไกล มารียันก็ต้องเลือกหนทางที่ใกล้ ดูท่าฟ้าจะไม่เปิดทางให้เธอกลับถึงบ้านในตอนนี้

สาวน้อยวัยกระเตาะกางร่มที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยไปทางซ้าย เดินต่อไปถึงคอนโดมิเนียมหรูราคาแพงมาก น้าสาวของเธอเป็นเจ้าของห้องพักบนตึกสูงระฟ้านี้ ไม่สิ มันเป็นของน้าเขยของเธอต่างหาก สามีของน้าปรีชญาชื่อกาย บริพัตน์กายชล น้าเขยอายุน้อยกว่าน้าปรีชญา 4 ปี แต่งานนี้ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด หรืออย่างในหนังไทยที่ว่าฝ่ายหญิงอายุมากกว่าต้องเลี้ยงดูฝ่ายชายที่อายุน้อยกว่า เพราะน้าเขยวัย 39 เป็นผู้ชายต้นแบบที่ทุกคนควรจะเอาเยี่ยงอย่าง เขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุเพียง 30 มีธุรกิจใหญ่โต มีบ้านหลังเบ้อเริ่ม งานอดิเรกคือการซื้อรถซูเปอร์คาร์ ที่ในขณะนี้มีในครอบครองไม่ต่ำกว่า 10 คัน

ที่สำคัญก็คือ น้ากายหล่อมาก หล่อกว่าดาราดังๆ ในยุคนี้หลายคนทีเดียว

เท้าบางๆ ก้าวไวขึ้นเมื่อห่าฝนยิ่งกระหน่ำกลืนทุกสิ่งไปต่อหน้าต่อตา ตกมานานกว่าชั่วโมงระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าตกติดต่อกันทั้งคืนมีหวังน้ำท่วมกรุงเทพฯ แน่แท้

มารียันถอนใจเอาลมหายใจอุ่นๆ ออกจากรูจมูก หนาวสั่นจนอยากจะกลายเป็นลูกหมาแล้วสะบัดขนพรืดๆ เธอหุบร่มแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ เธอเคยมาที่นี่แล้ว 3 หนกระมัง ทุกครั้งก็มากับแม่ เอาโน่นนี่นั่นมาให้น้าปรีชญา หวังว่าจะไม่แห้ว หวังว่าจะเจอน้าสาวจะได้ขอพักหลบฝนคลายหนาวสักหน่อย

เมื่อมาถึงห้องชุดสุดหรูหมายเลข 20321 สาวน้อยก็กดกริ่ง ทว่าไม่มีใครเปิดประตู สาวน้อยกดกริ่งเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดประตู มารียันลองบิดลูกบิดเพียงนิดเดียวประตูหนาหนักก็เปิดกว้าง เธอก้าวเข้าไปด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้รอยยิ้มของเธอหุบฉับ

‘กรี๊ดดดดดดดดดดดด’ เสียงของเธอดังลั่นอยู่ในอก มือบางตะปบปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้องไม่ให้ออกมาก

ภาพที่เห็น คือภาพของปรีชญาเปลือยเปล่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอ้าซ่าอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลไหม้ แขนทั้งสองข้างยกพาดไว้บนพนัก เต้านมขาวผ่องอยู่ในกำมือของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่น้าเขยของเธอ เต้านมอีกข้างถูกชายคนนั้นดูดดื่มอย่างตะกละตะกลามหิวโหย ทั้งคู่ไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอยืนนิ่งถูกสาปอยู่ตรงนี้

ต้นขาของน้าสาวตั้งชันแบะอ้าให้ผู้ชายคนนั้นกระเถิบตัวลงต่ำ แล้วสิ่งที่ทำให้มารียันต้องกลั้นหายใจกลัวแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเองก็คือ ริมฝีปากของผู้ชายคนนั้นกำลังกดลงแนบกลีบแคมอันอุดมไปด้วยเส้นไหมสีน้ำตาลอ่อน

‘โอ้แม่เจ้า นี่มันอะไรกัน’

ลิ้นหนาๆ แผ่กว้างเลียกลีบแคมของน้า ร่างของน้าเกร็งเครียดแล้วสั่นระริก

“โอ้ววว เสียวจังเลย ซี้ดดดด ร่องฉันสั่นไปหมดแล้วแพทริก อ๊า”

“ครางแบบนี้แสดงว่าสั่นสู้ ผัวคุณเอาเก่งแบบผมหรือเปล่าปรี”

“ซี้ดดดดด ม่ายเลย เขาสู้คุณไม่ได้สักนิดแพทริก อ๊ะ โอ้ววว”

กลีบแคมของน้าปรีชญาทำเอามารียันแทบทรุด นี่เธอกำลังดูอะไร ฉากเซ็กส์ หรือหนังโป๊ สองคนนั่นกล้าทำแบบนี้ตอนกลางวันแสกๆ เชียวหรือ

โอว...ทำไมน้าปรีถึงกล้านอกใจน้ากาย ทั้งที่น้ากายหล่อกว่าผู้ชายหัวล้านใสปิ๊งคนนี้เยอะ

“อูยยย แพทริกคะ เอาปรีแรงๆ นะคะ เอาให้ร่องปรีถลอกไปเลย ได้โปรด”

“ผมรู้ คุณชอบความรุนแรง ผัวคุณคงจืดชืดเป็นน้ำยาเย็นสินะปรี ไม่อยากเชื่อ ทั้งที่มันเด็กกว่าคุณหลายปี แต่สงสัยเรี่ยวแรงมันคงไม่มากพอจะมัดใจคุณได้เท่าผม”

“อย่าถามปรี เอาปรีสิคะแพทริก ปรีอยากกอดท่อนเอ็นของคุณจะแย่แล้ว”

“ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะสะใจของผู้ชายชื่อฝรั่งหัวล้าน แต่พูดไทยชัดเจนคนนั้นทำให้คนที่ยืนค้างเหมือนถูกสาปรู้สึกตัว แล้วถอยหลังออกจากกรอบประตูนั้นก่อนค่อยๆ ปิดสนิท

มารียันยกมืออุดปากเบิกตากว้างโพลงเมื่อเธอหมุนกายไปชนกำแพงเลือดเนื้อสูงตระหง่าน น้าเขยของเธอนั่นเอง ทำให้เธอน้ำตาแทบร่วงอดสูใจกับความเส็งเคร็งของน้าสาว อับอายขายหน้าแทน ใครเลยจะคิดว่าผู้หญิงที่มีหน้าที่การงานดี แต่งงานกับเศรษฐีรูปหล่อจะคิดนอกใจสามีเล่นชู้ถึงในบ้าน

“มารียันงั้นรึ” กายเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นสูง ทุกครั้งที่เจอเธอ เขามักจะกวาดตามองไปทั่วเรือนร่างบอบบาง มักจะคำนวณอายุเธอจากรูปร่างหน้าตาแล้วเปรียบเทียบกับอายุจริงๆ ความแตกต่างของวัยเป็นเรื่องที่เขาต้องถอนใจอย่างหนักหน่วง ตัวเลขนั้นทำให้ระยะห่างดูจะทอดยาวออกไปไกล

“สวัสดีค่ะน้ากาย” มารียันประนมมือไหว้ เนื้อตัวของเธอยังคงเปียกมะลอกมะแลกเหมือนลูกหมาตกน้ำ

“ตากฝนมาทำไมไม่เข้าไปข้างใน หรือปรีไม่อยู่”

กายก้าวเฉียงเพื่อไขกุญแจห้อง ทว่า

“ไม่ต้องค่ะน้ากาย มารีไม่อยากรบกวน เอ่อ น้ากายมีอีกห้องไม่ใช่หรือคะ”

เธอรู้ว่าเขาซื้อห้องชุดเอาไว้ติดกันและมีแพลนจะรวมให้เป็นห้องใหญ่ กายพยักหน้าเอียงคอน้อยๆ แววตาของเขาเหมือนรู้เท่าทันความคิดของเธอ สาวน้อยส่ายหน้าระรัว

“มารีอยากอยู่กับน้ากายโดยไม่มีน้าปรีอยู่ด้วย” พูดไปแล้วตากลมก็โตเท่าไข่ห่าน ยกมือปิดปากไม่ทันเสียแล้ว นี่เธอหลุดปากพูดอะไรออกไป

“คะ คือ คือว่ามารีแค่” จะแก้ตัวยังไงล่ะทีนี้

“มานี่เถอะ”

กายกระตุกมือมารียันไปห้องข้างๆ แล้วไขประตูเข้าไป ภายในห้องนี้ยังไม่ได้ตกแต่งใดๆ เฟอร์นิเจอร์มีแค่พอไม่ให้ว่างเปล่า และตอนนี้มันโล่งมากในความรู้สึกของเด็กสาว กายสำรวจท่าทีของหลานเมียก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วเหนี่ยวร่างบอบบางให้นั่งบนตัก

“อุ๊ย น้ากาย”

มารียันไม่คิดว่ากายจะให้เธอนั่งบนนี้ มันใกล้ชิดเกินไป มันไม่เหมาะสม ไม่ควรอย่างยิ่งที่หลานสาวอย่างเธอจะนั่งบนตักน้าเขย เธอพยายามขยับลุกจากตักติดที่มือกายซึ่งกดลงบนหน้าขา สายตาของเขาตรึงเธอให้อยู่นิ่ง

“เธอว่าอยากจะอยู่กับฉันสองต่อสองไม่ใช่รึ”

ลมหายใจของมารียันทวีความร้อนแรงอยู่ในทรวงอก การจะดึงเขาออกห่างสถานการณ์อันน่ารังเกียจก็ดีหรอก เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของน้าปรีชญาก็ใช่ แต่การจะอยู่กับชายหนุ่มวัย 39 ที่มีความหล่อเหลาถึงขีดสุด เรือนร่างของเขาตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อมันยากยิ่ง ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนกำลังรดใบหน้าเธอ มารียันถอนใจเมื่อลอบมองริมฝีปากหยักลึกสีเข้มนิดๆ ของเขา

อาการช้อนตามองริมฝีปากทำให้เส้นบางๆ ที่ขึงคาดกั้นไว้นั้นขาดผึง กายกดปากร้อนระอุทาบปากอิ่มเต่งตึง ใช้สองมือตรึงดวงหน้าหวานที่กำลังซีดสลับแดง วนหัวแม่มือกับแก้มนุ่มและกกหู

“อา หวานจัง เธอรู้มั้ยฉันอยากลิ้มลองรสชาติริมฝีปากเธอมานานแค่ไหนแล้ว”

“คะ น้ากาย วะ ว่าอะไรนะคะ”

ไม่รู้ทำไม มารียันถึงเห็นรอยยิ้มบางๆ ของกายเย็นเยียบชวนขนลุก แม้ว่ารอยยิ้มบางๆ นั้นจะชวนมองแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วราวจะซุกซ่อนอะไรไว้บางอย่าง มารียันคิดถึงรอยยิ้มแว่บเดียวที่เขาเคยยิ้มให้เมื่อนานมาแล้ว รอยยิ้มนั้นช่างอ่อนโยนไม่เหมือนครั้งนี้ ซึ่งมันเต็มไปด้วยความท้าทายและชัยชนะ

กายกดปากลงบนซีกแก้มขาวสลับแดง เว้าวอนฉกฉวยโอกาสจากเธอชนิดที่ทำให้สาวน้อยขนลุกเกรียว เธอเอียงหน้าหลบซ้าย เขาก็จูบแก้มขวา พอเอียงหน้าหลบขวาเขาก็จูบแก้มซ้าย พอจะก้มหน้าหนีทั้งซ้ายและขวาเขาก็จูบกลางกระหม่อม แล้วผลักเธอให้เงยหน้าสบตาคมกริบคู่นั้น

“ได้แต่มองอยู่ห่างๆ ใครจะรู้บ้างว่าทรมานแค่ไหน”

“ฮะ อะ เอ่อ น้ากายพูดเรื่องอะไรคะ มารีงง”

“หนูมารี” เสียงทุ้มแผ่วเบาชวนให้ใจเต้นแรง มารียันผ่อนลมหายใจก่อนขับขานด้วยความลืมตัว เสียงเล็กของเธอไพเราะเสนาะหู เชื้อชวนเขาโดยไม่รู้ตัว

“ขา”

กายอดใจไม่ไหวเชยคางมนที่พยายามก้มงุดเพื่อจูบปาก มารียันตัวสั่น ดูว่าความหนาวเหน็บหรือความเย็นจากเสื้อผ้าเปียกปอนจะทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่เห็นผนังห้องคงคิดว่ากำลังยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ยังกระหน่ำระห่ำเสียงเซ็งแซ่เข้ามาให้ได้ยิน

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

รอยบาปสวาท
รอยบาปสวาท
อดีตในวัยเด็ก ผลักดันให้ ธรรวา เกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่งเข้ากระดูก!! และความเกลียดนั่นลุกลามไปยังผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน... ดลยาเลยพลอยซวย...เธอตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหง แต่ความอับโชคของดลยายังไม่หมดแค่นั้นหรอก... ผลพวงของความสัมพันธ์บนข้อตกลงนั่น...ก่อให้เกิดสายใยบางอย่าง... ลูก...ผู้ชายที่ขีดค่าผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยคำว่า ‘เกลียด’ จะทำยังไงล่ะ? ระหว่าง...เขี่ยหล่อนทิ้งด้วยความสะใจ!! หรือเก็บหล่อนไว้ข้างตัวเพราะรสเสน่หา?
สัญญาพราย
สัญญาพราย
กบินทร์ต้องเผชิญวิบากกรรมใน สัญญาพราย เมื่อคำสาบานจากอดีตชาติกลายเป็นอาถรรพ์ขัดขวางความรัก จนนำไปสู่การสังเวยวิญญาณ ปรัศนีจึงต้องหาทางปลดปล่อยเขาจากบ่วงสัญญาสยองขวัญนี้ ร่วมพิสูจน์เรื่องราวใน fantasy novel ที่ผสมผสาน horror novel และ mystery story ไว้อย่างเข้มข้น
เชลยสวาทชีคร้าย
เชลยสวาทชีคร้าย
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
เมื่อความยุติธรรมถูกปิดตายใน แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงต้องทวงคืนความจริงด้วยตัวเองผ่าน mystery story สุดระทึก เธอใช้ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นอาวุธลักพาตัวลูกสาวอัยการเพื่อเปิดโปงฆาตกรที่ระบบปกป้อง พบความน่ากลัวใน horror novel ที่เดิมพันด้วยชีวิต
วิวาห์นอกสมรส
วิวาห์นอกสมรส
เพราะเธอเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ต้องการ แม่ย่าจึงทำทุกหนทางให้เธอออกไปจากชีวิตของเขา เธอต้องอุ้มท้องหนีไปอยู่ที่อื่น โดยที่สามีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ 7 ปีผ่านไป แก้วขวัญและภพธรได้มาพบเจอกันอีกครั้ง…เขามีความแค้นอัดแน่นเต็มอกเพราะคิดว่าเธอหนีตามชู้ไป ส่วนเธอก็ไม่ต้องการเจอเขาอีก การหวนมาพบกันใหม่ครั้งนี้ ทำให้เขาได้เจอเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ช่างพูดช่างคุยและมีหน้าตาเหมือนผู้เป็นย่าไม่มีผิด เขาอยากได้เธอมาอยู่ข้างกาย จึงใช้ทุกหนทางเพื่อให้เธอยอมจดทะเบียนสมรสด้วย ในขณะที่เธอเองก็ต้องเผชิญหน้ากับคนใจร้ายหลายคนโดยเฉพาะ...แม่ย่าของเธอเอง แต่ครั้งนี้เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้ใสซื่อและอ่อนแอยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป วันเวลา 7 ปีทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกปัญหา จากวิวาห์นอกสมรสในวันวาน...วันนี้เธอได้กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ......... “ฉันอยากกิน...น้ำของคุณมากกว่าค่ะ” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง ก่อนขมวดคิ้วฉับ “น้ำอะไรของเธอ” “น้ำ...” เธอละมือจากคอเสื้อของเขาแล้วไปจับที่เป้ากางเกงแทน “ตรงนี้ไง”
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
เมื่อราชาหมาป่าต้องมีทายาทเพื่อรักษาบัลลังก์แต่กลับหลงใหลเสียงเพลง ปริ๊นจึงถูกจ้างให้ข้ามมิติมาใน ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและกฎเหล็กของร่างกายในโลก fantasy นี่คือ werewolf romance novels แนว lgbt book ที่เดิมพันด้วยตำแหน่งราชาและอนาคตของเผ่าพันธุ์อาร์กติก

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เจ้าสาวสายฟ้าแลบของคุณหมอ
เจ้าสาวสายฟ้าแลบของคุณหมอ
เนื่องจากอาชีพแพทย์นิติเวช ซ่งเวยเวยจึงถูกแฟนหนุ่มรังเกียจ หลังจากทิ้งชายสารเลวแล้ว ซ่งเวยเวยก็มาเมามายอยู่ที่คลับ กลับจับพลัดจับผลูร่วมหลับนอนกับน้าเล็กของชายสารเลว! ซ่งเวยเวย : ฉันคือหมอนิติเวช คนอื่นต่างบอกว่าตัวฉันมีกลิ่นเหม็นของศพ เยี่ยนเหวินโจว : พอดีเลย ผมคือนักธุรกิจคนหนึ่ง คนนอกบอกว่าตัวผมมีแต่กลิ่นเงิน คุณซ่ง เรามีกลิ่นที่สอดคล้องกัน ไม่รังเกียจกัน ไม่งั้นก็ไปจดทะเบียนสมรสกันเถอะ?
ช่วยด้วย เมียข้าจะวางยา
ช่วยด้วย เมียข้าจะวางยา
ในยุคปลายราชวงศ์ต้าเฉียน ศึกสงครามลุกลามไปทั่วระแหง เฉินเจี่ยได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของไอ้หนุ่มผีพนันคนหนึ่ง เขามีฮูหยินที่งดงามปานบุปผาและน้องเมียที่หน้าตาสะสวย แต่ทว่าฐานะทางบ้านกลับยากจนข้นแค้นชนิดที่ว่าแทบจะกินดินต่างข้าว ในตอนนั้นเอง ซูหยูนจิ่นภรรยาโฉมงามก็ได้ยกชามโจ๊กร้อน ๆ เข้ามาให้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่าเมื่อวานข้าผิดเอง ข้าไม่น่าวางยาท่านเลย
ชะตาฟ้าลิขิต: รักที่โรงแรม
ชะตาฟ้าลิขิต: รักที่โรงแรม
ก่อนวันหมั้นหมาย หลินซีหนีออกมาจากผู้ชายสารเลวที่นอกใจและครอบครัวที่ยอมขายลูกสาวเพื่อความรุ่งเรืองของตระกูล โดยบังเอิญเธอตั้งท้องลุกของฟู่ฉือเย่ ทายาทผู้มีอิทธิพลแห่งเมืองชุน โรงแรมรีสอร์ทที่หลินซีทำงานอยู่ก็ถูกฟู่ฉือเย่ที่ตามมาอย่างเร่งรีบซื้อกิจการไปเรียบร้อยแล้ว แต่เธอแค่อยากพยายามทำงานเพื่อสร้างคุณค่าของตัวเอง ทว่าฟู่ฉือเย่ตามดื้อไม่เลิก แล้วหลินซีก็ค่อยๆ ตกหลุมรักเข้า ในที่สุดเธอไม่เพียงแต่ยืนหยัดในโรงแรมได้ด้วยความสามารถของตัวเองเท่านั้น แต่ยังถูกฟู่ฉือเย่เอ็นดูและเอาใจใส่อย่างมากอีกด้วย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
ชาติก่อน ซ่งจือเหย่ถูกหลินซิงลั่วหลอกจนครอบครัวรังเกียจและต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้า เมื่อได้เกิดใหม่ เธอมองเห็นธาตุแท้ของหลินซิงลั่ว หลีกเลี่ยงกับดักได้ทัน และพบว่าเวินซู่เหนียนคือคนที่คอยปกป้องเธอเงียบ ๆ มาโดยตลอด ซ่งจือเหย่จึงเปิดโปงความจริงต่อหน้าครอบครัว และผลักหลินซิงลั่วออกจากตระกูลให้ได้รับกรรมที่สมควร
แพทย์สาวทะลุมิติ
แพทย์สาวทะลุมิติ
แพทย์ยอดอัจฉริยะทะลุมิติมาเป็นพระชายาอ๋อง เพิ่งมาถึงก็ได้พบกับคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอเข้าไปรักษาด้วยยึดมั่นในจรรยาบรรณแพทย์ แต่กลับถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม พระชนก (บิดาของฮ่องเต้) อาการป่วยอยู่ในภาวะวิกฤติ เธอพยายามคิดหาวิธีช่วยหลือ แต่ถูกท่านผู้ร้ายกาจที่ชิงชังนั่นกล่าวโทษ เป็นคนดีมันยากจริงๆ หรือไง ผู้ชายคนนี้วัน ๆ ลอบกัดเธอก็ช่างแล้ว ที่ทนไม่ได้ที่สุดคือเขายังคิดจะตบแต่งชายารองมาทำให้เธอสะอิดสะเอียน ท่านอ๋องผู้ร้ายกาจกล่าวอย่างเย็นชา "เจ้ามีคุณธรรมและความสามารถอะไรถึงทำให้ข้าชิงชังเจ้า ข้าแค่รังเกียจเจ้า พอเห็นเจ้าทีไรก็รู้สึกสะอิดสะเอียน" หยวนชิงหลิงยิ้มชื่นมื่นพลางกล่าว "แล้วข้าไม่เกลียดท่านอ๋องตรงไหน แค่คนอื่นเขาเป็นผู้มีปัญญาความรู้ ไม่อยากฉีกหน้าก็เท่านั้น" ท่านอ๋องผู้ร้ายกาจหัวเราะเยาะกล่าว "เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าอุ้มท้องลูกของข้า ข้าก็จะยอมรับพระชายาอย่างเจ้า ดื่มยาถ้วยนี้ซะ แล้วข้ากับเจ้าเราสองขาดจากกัน อย่ามาขัดขวางข้าตับแต่งกับคุณหนูรองตระกูลฉู่" หยวนชิงหลิงหรี่ตาโค้งลงแล้วพูดต่อไป "ท่านอ๋องช่างชอบพูดเรื่องน่าขันจริงๆ ท่านจะแต่งก็แต่ง ข้ามีลูกที่ข้าเลี้ยงแล้วค่อยแต่ง ใครต่างไม่ขัดขวางใคร ถึงเวลานั้นจัดพิธีฉลองครบหนึ่งเดือน ขอเชิญ่ทานอ๋องมาดื่มสุราด้วยแล้วกัน"
เลิกเป็นทาสแดนเซียน มาเป็นทาสเมียแทนดีกว่า
เลิกเป็นทาสแดนเซียน มาเป็นทาสเมียแทนดีกว่า
ซวนหยวนจิ้งเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนต๊อกต๋อยในโรงงานผลิตโอสถแดนเซียน ระหว่างเลิกงานดันโดนรถเต่าเซียน 300 ชนดับอนาถ ทว่าดวงวิญญาณกลับทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างของหลินหาน ไอ้หนุ่มซวยที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตายเหมือนกัน เมื่อได้ความทรงจำเดิมมา ซวนหยวนจิ้งถึงได้รู้ว่า หลินหานคือคุณชายใหญ่ตระกูลหลินที่โดนแม่เลี้ยงสปอยล์จนเสียคน แถมยังถูกบีบให้แต่งเข้าตระกูลเสิ่นที่กำลังตกอับ วัน ๆ เอาแต่หาเรื่องครอบครัวเมียสารพัด แต่ถึงอย่างนั้น ภรรยาคนสวยกับแม่ยายก็ยังยอมทนและคอยดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี เซียนหนุ่มที่โดดเดี่ยวบนวิถีบำเพ็ญเพียรมานับพันปี เพิ่งเคยได้สัมผัสความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวเป็นครั้งแรก ความซาบซึ้งใจพุ่งปรี๊ดจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี งั้นก็ พาครอบครัวเมียทั้งหมดก้าวสู่วิถีบำเพ็ญเซียนไปด้วยกันซะเลยสิ