Logo
DAMNED LOVE!
DAMNED LOVE!

DAMNED LOVE!

98 ตอน
จบแล้ว
อัศวินติดอยู่ในวังวน DAMNED LOVE! เมื่อวิญญาณและความทรงจำของหญิงสามคนตามหลอกหลอนเขาในรูปแบบผีอำ เขาต้องหาทางหลุดพ้นจากบ่วงกรรมและคำสาปแช่งในนิยาย horror ผสม romance novel เรื่องนี้ เพื่อจบชีวิตรักรันทดที่เต็มไปด้วยความลับก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปในเว็บ novel สุดระทึก

เรื่องย่อ DAMNED LOVE!

อัศวินต้องเผชิญกับภาวะผีอำที่มาพร้อมเสียงหลอกหลอนจากผู้หญิงสามคนในชีวิต ทั้งคำสาปแช่งจากเนตราที่อยากให้เขาตายไปเสียที เสียงพร่ำบอกรักอันแสนหวานในอดีตจากพี่แคทที่เคยทำให้เขาลุ่มหลง และเสียงอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาของหทัยรัตน์ที่เตือนสติเรื่องลูกและความลำบากหากขาดเขาไป ความทรงจำและพันธนาการรักจากสตรีทั้งสามนางรุมเร้าจนเขาแทบขาดใจตาย ภาพความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดฉายซ้ำในมโนสำนึกจนเขาต้องรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้พ้นจากวงจรชีวิตที่แสนรันทดนี้ พร้อมก่นด่าโชคชะตาที่เล่นตลกกับความรักของเขาอย่างไม่จบสิ้นในวาระที่ดูเหมือนจะเป็นลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก DAMNED LOVE!

ผม...อัศวิน ทองสกาว กำพร้าพ่อแม่แต่เด็ก ย่าเล่าว่าพ่อตายจากโรคร้ายก่อนผมเกิด ส่วนแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังผมหย่านมแม่ได้ไม่นาน

ความรักความอบอุ่นจากบุพการีจึงไม่เคยได้ลิ้มรส แต่อย่างน้อยก็ได้ดื่มด่ำน้ำนมจากอกแม่ และเติบโตภายใต้การเลี้ยงดูของย่าผ่องศรี กับพี่ชายอายุห่างกันถึงเจ็ดปี...พี่อรรถพล

บ้านย่าอยู่ฝั่งธนฯ ทางไปต้องนั่งรถสองแถวเข้าซอยแคบ ๆ ถึงสุดทางตันยังวัดแห่งหนึ่ง จากนั้นต้องเดินเข้าไปภายในวัดถึงประตูทางเข้าออกด้านหลัง ก็จะเป็นหมู่บ้านแออัดที่มีเพียงมอเตอร์ไซค์เข้าถึง

หากจะพูดว่าถิ่นฐานที่ผมอยู่คือแหล่งชุมชนของวัดคงไม่ผิดนัก เพราะมีมากกว่าสามร้อยหลังคาเรือนปลูกอยู่บนพื้นที่วัด บ้านแต่ละหลังบ่งบอกฐานะเจ้าของตามขนาดพื้นที่ที่ต้องจ่ายค่าเช่า

ละแวกที่พวกเราพำนักอยู่ เป็นโซนผู้อาศัยที่มีฐานะค่อนข้างยากจนและแทบจะชิดติดกัน มีไม้เลื้อยหรือไม้ประเภทรั้วกินได้แสดงอาณาบริเวณบ้านแต่ละหลัง

เจ้าของบ้านที่อยู่ติดบ้านย่าชื่อชัยสิทธิ์ อาเขามีแผงขายดอกไม้ธูปเทียนถวายพระและของจำพวกเครื่องดื่มให้คนมาทำบุญที่วัด บ้านเขาน่าจะหลังใหญ่และดูดีสุดในละแวกนั้น

อาชัยสิทธิ์ตัวดำ...อ้วนล่ำและพุงพลุ้ย ชอบถอดเสื้อโชว์ลายสักเต็มหน้าอกเต็มแผ่นหลัง แถมยังสักเลขยันต์ตามแขนขาจนดูน่ากลัวเหมือนโจรหรือไม่ก็นักเลงโบราณ อีกทั้งยังชอบคุยโอ่ถึงรูปลายสักเสือเผ่น ว่าได้ลงคาถาอาคมให้ตัวเขาอยู่ยงคงกระพัน

เรื่องยิงฟันไม่เข้ายังไม่เคยเห็นกับตาสักที ว่าอาชัยสิทธิ์หนังเหนียวจริงตามที่คุย แต่ลายสักเสือเผ่นนี่สิ! ผมเชื่อสนิทว่าขลังจริง เพราะเคยเห็นอาเขาท่องคาถาปลุกเสกรอยสัก และตอนของเข้า อาชัยสิทธิ์ทำเสียงคำรามน่ากลัวเหมือนเสือโคร่ง ใช้เล็บตะกุยข่วนต้นไม้ลึกยาวเป็นทาง

นึกถึงภาพนั้นทีไร ทำให้ขนลุกกลัวอาชัยสิทธิ์ทุกที!

อาชัยสิทธิ์มีลูกสาวหนึ่งคนอายุเท่าผม ชื่อเนตรา ผมทราบภายหลังจากย่าว่ามีหมอดูประจำวัดเรานี่แหละ ทักอาชัยสิทธิ์ถึงลูกสาวคนนี้ว่ามีนัยน์ตาของเทพเจ้า และอนาคตจะสร้างความมั่งคั่งแก่ครอบครัวเขา

อาชัยสิทธิ์จึงตั้งชื่อลูกสาวตามหมอดูว่าเนตรา เขารักและตามใจลูกสาวคนนี้มาก ให้กินดีอยู่ดี ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ และของเล่นมีราคาให้ไม่ขาด

ตั้งแต่จำความได้ ทุกเช้าผมเห็นย่าเตรียมข้าวของไปขาย โดยมีพี่อรรถพลในชุดนักเรียนคอยช่วย และทุกวันก่อนออกจากบ้าน ย่าจะอุ้มผมไปทิ้งไว้ที่บ้านอาชัยสิทธิ์ให้เมียเขาช่วยเลี้ยงคู่กับเนตรา พอตกสายครอบครัวอาชัยสิทธิ์ก็ต้องไปร้านขายธูปเทียน ปล่อยผมให้วิ่งเล่นที่นั่นโดยไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ วันไหนมีรถไอศกรีมผ่านหน้าร้าน อาชัยสิทธิ์ก็จะซื้อให้แต่กับลูกสาว ส่วนผมทำได้แค่ยืนดูเนตราเลียกินไอศกรีมอย่างเอร็จอร่อย ให้เกิดอาการน้อยใจตามประสาเด็กว่าไม่มีพ่อแม่ให้ความรัก และเริ่มสำนึกถึงฐานะของย่าที่ยากจนกว่าอาชัยสิทธิ์มาก

สมัยถูกฝากเลี้ยงที่ร้านขายธูปเทียน ยามคิดถึงย่าผมเป็นต้องมองไปยังอาคารเรียนสี่ชั้นไม่ไกลนัก ที่ทราบว่าย่าทำงานที่นั่นแต่ก็ยังไม่เคยไปสักที พอโตขึ้นถึงทราบว่าย่าไปขายข้าวเหนียวหมูปิ้งตรงหน้าโรงเรียนวัด

ครั้นย่างสู่วัยเรียน ผมเข้าชั้นประถมหนึ่งที่โรงเรียนวัดหน้าบ้านนั่นแหละ ไปโรงเรียนวันแรกก็ได้เห็นวิถีชีวิตหาเช้ากินค่ำอันแสนลำเค็ญของย่าและของพี่อรรถพลที่ตอนนั้นอายุสิบสามปี แถมใคร ๆ ก็ชมว่าหน้าตาหล่อ ตาโต ผมหยักศก หุ่นลีนด้วยกล้ามเนื้อล้วน ๆ และปีนั้นพี่เขาขึ้นชั้นมัธยมหนึ่งแล้ว

เช้าวันนั้น ขณะพี่อรรถพลกำลังสาละวนยกข้าวของขึ้นรถซาเล้ง ย่ามาปลุกผมตั้งแต่ยังไม่สว่างดี จับเข้าห้องน้ำและช่วยใส่ชุดนักเรียนให้ทั้งที่ยังไม่หายง่วง เสร็จแล้วก็ถูกย่าจูงไปนั่งงัวเงีย...ตาปรือบนรถซาเล้งท่ามกลางข้าวของเต็มรถ แต่ยังจำคำพูดย่าได้แม่นยำว่า

“เราเกิดมาจน ต้องขยันทำกินนะลูก”

มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเสียงเครื่องยนต์ดับพร้อมรถซาเล้งหยุดสั่น ลืมตาขึ้นเห็นตัวเองอยู่หน้ารั้วเยื้องประตูทางเข้าโรงเรียน จากนั้นย่าจับผมลุกขึ้น บอก

“ถึงแล้วลูก เดี๋ยวพี่พลกับย่าต้องเอาของลงกันก่อน เสร็จแล้วพี่พลจะเดินไปส่งลูกที่ห้องเรียนนะ”

ผมพยักหน้า กวาดสายตาไปรอบ ๆ ตอนนั้นยังไม่เห็นมีนักเรียนมากันสักเท่าไหร่ สักพักก็ได้ยินพี่อรรถพลบอกผม

“วินดูไว้นะว่าพี่กะย่าทำอะไรบ้าง อีกหน่อยจะได้ช่วยกัน”

งานส่วนใหญ่ของพี่อรรถพลคือใช้แรงงาน ขนสัมภาระทุกอย่างลงจากรถให้ย่าเอาไปจัดวางขาย จากนั้นพี่อรรถพลตั้งเตาถ่านจุดไฟ ส่งควันลอยคลุ้งทั่วบริเวณได้สักพักควันก็จางลง ย่าจึงหยิบหมูที่เสียบไม้มาล่วงหน้าเอาเข้าเตาย่าง

ควันและกลิ่นจากหมูปิ้งคงเรียกลูกค้าได้ดี นักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนด้วยตัวเองเริ่มทยอยมาซื้อไม่ขาดสาย ไม่นานจากนั้น ใบหน้าย่าและของพี่อรรถพลก็เงาวับจากไอควันหมูปิ้งผสมเหงื่อผุดเต็มหน้า อีกทั้งมือไม้พวกเขาดูเป็นระวิงเหมือนไม่มีโอกาสได้หยุดพักเอาเสียเลย

เฮ้อ...เห็นแล้วเหนื่อยแทน!

ย่ายื่นหมูปิ้งสองไม้ให้ผมกินกับข้าวเหนียวเป็นอาหารเช้า อิ่มแล้วไม่รู้จะทำอะไรได้แต่มองรอบ ๆ ตัวไปเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้น เสียงร้องไห้ที่คุ้นเคยดังขึ้น ผมหันขวับทันทีด้วยเชื่อแน่แก่ใจ ว่าเป็นเสียงร้องอาละวาดจากเด็กหญิงชื่อเนตรา

เด็กงอแงไปโรงเรียนวันแรกมีให้เห็นเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เสียงแหกปากร้องพร้อมลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นนี่สิ! น้อยครั้งมากจะมีปรากฏ และเป็นที่หนักใจคุณครูจนต้องอุ้มเนตราออกจากตัวแม่เธอ...พาวิ่งเข้าไปภายในรั้วโรงเรียน

ครู่ใหญ่ต่อมา ผมได้ยินย่าบอกพี่อรรถพล “พลเอาน้องไปส่งได้แล้วลูก”

พี่อรรถพลจากนั้นนำผมไปส่งให้คุณครูถึงห้องเรียน พบว่าในห้องมีนักเรียนกว่าห้าสิบคน หนึ่งในนั้นมิใช่ใครอื่นนอกจาก ด.ญ. เนตรา ที่โตมากับผมตั้งแต่จำความได้

ผมเดินผ่านโต๊ะเนตราเห็นสองตาเธอยังบวมอยู่ นัยน์ตากลมโตคู่นั้นคงผ่านการร้องไห้มานานพอดู เธอหันมามองผมแวบหนึ่งด้วยท่าทีเฉยเมย ส่วนผมที่ยังตื่นสถานที่ได้แต่เงอะ ๆ งะ ๆ ทำอะไรไม่ถูก

วันต่อ ๆ มา เด็กผู้ชายจับกลุ่มกับเด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงก็อยู่แต่ส่วนของผู้หญิง ผมกับเนตราจึงแทบไม่เคยได้พูดคุยกันเลย ทั้งที่บ้านอยู่ติดกันแท้ ๆ

ผมเริ่มตระหนักว่าเกิดมาในครอบครัวยากจน พวกเราต้องตื่นก่อนไก่ขันไปช่วยกันขายหมูปิ้ง หลังโรงเรียนเข้าย่าก็ขายต่อคนเดียว...ไม่หมดไม่เลิก ตกเที่ยงต้องไปตลาดหาซื้อวัตถุดิบเตรียมขายในวันถัดไป ทำกับข้าวมื้อเย็นเสร็จก็ต้องหมักหมูค้างคืนไว้ เพื่อตื่นมาเอาหมูเสียบเข้าไม้และนึ่งข้าวเหนียวให้เสร็จทันก่อนสว่าง

ด้วยรักและสงสารย่า ผมในวัยหกขวบกลับสำนึกหน้าที่อันพึงมีต่อครอบครัวเร็วกว่าวัย เช้าตื่นขึ้นจึงช่วยย่าเสียบหมูเข้าไม้ ต่อด้วยช่วยพี่อรรถพลขนของขึ้นรถซาเล้ง และทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อลดภาระย่าและพี่อรรถพล บ่อยครั้งต้องย่างหมูเองทำให้เนื้อตัวและเสื้อผ้ามีกลิ่นเฉพาะตัวจนถูกเพื่อน ๆ ล้อ

ต่อมาขนานนามผมว่า...ไอ้‘หมูปิ้ง’

ตกเย็นก็ต้องรีบกลับบ้านพร้อมพี่อรรถพล...ไปช่วยงานย่ากัน เพื่อนฝูงจึงไม่ค่อยมี

เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา! กระทั่งผ่านไปหกปี..ผมอายุสิบสอง

ฐานะยากจนบังคับให้ต้องช่วยย่าทำมาหากิน งานที่ต้องใช้แรงงานทำให้ร่างผมลีนด้วยกล้ามเนื้อและมีซิกแพคเห็นเด่นชัด อีกทั้งชีวิตลำบากที่ผ่านมาสอนผมให้สู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยหวังว่าโตขึ้นจะมีงานดี ๆ ได้เงินเดือนเยอะ ๆ ย่าจะได้สบายเสียที จึงมุ่งมั่นขยันเรียนทำให้สอบได้ที่หนึ่งในชั้นตลอดมา ส่งผลให้ผมได้ทุนการศึกษาทุกปี ปีละสามพันบาทคอยช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว

ปิดเทอมใหญ่ปีนี้ผมอายุยังไม่ถึงสิบสามดี ยิ่งโตหน้าตายิ่งคมคายคล้ายพี่อรรถพล ปีนี้พี่อรรถพลจบมัธยมหกแล้วด้วยเกรด 2.16 และเป็นเพราะจบด้วยเกรดที่ไม่ดีพอ พี่เขาจึงยังคิดไม่ตกว่าจะเรียนต่อ ปวส. ดีหรือไม่

อดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าผมจะขยันช่วยย่าทำงานหนักแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ฐานะความเป็นอยู่พวกเราดีขึ้นแต่อย่างใด เป็นเพราะย่าขายหมูปิ้งไม้ละห้าบาทและข้าวเหนียวห่อละสองบาทมาตลอด ครั้นจะขายแพงกว่านี้ เด็กนักเรียนวัดคงไม่ซื้อกินหรอก สู้พวกเขาไปซื้อข้าวราดแกงวิญญาณหมูกระดูกไก่ในโรงอาหารจานละสิบบาท แต่กินได้อิ่มไม่ดีกว่าหรือ

ในทางกลับกัน ยิ่งโตค่าใช้จ่ายผมยิ่งเพิ่มขึ้น กลายเป็นว่าฐานะย่าจนลงอีก

ช่วงปิดเทอมใหญ่พวกเราก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน พี่อรรถพลจะได้งานทำที่ร้านสุกี้ในห้างฯ เป็นร้านเดิมทุก ๆ ปีเพราะมีประวัติการทำงานดีเด่น ส่วนผมจะช่วยย่าเปิดแผงลอยบนรถซาเล้ง ไปขายข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเย็นบริเวณหน้าวัด ให้คนทำงานที่กำลังเดินทางกลับซื้อไปกินที่บ้าน แม้ขายไม่ค่อยดีนักแต่กลับทำกำไรได้ดีกว่ามาก เพราะเราขายหมูปิ้งไม้ละเจ็ดบาทและข้าวเหนียวห่อละสามบาทตามราคาท้องตลาด และริมถนนหน้าวัดก็ขายได้โดยไม่ต้องเสียค่าเช่า

ส่วนเสาร์-อาทิตย์จะมีคนมาวัดทำบุญเยอะหน่อย เราสองย่าหลานจึงเปลี่ยนที่ขายยังบริเวณหน้าร้านธูปเทียนของอาชัยสิทธิ์ แต่ถูกอาเขากำชับห้ามขายน้ำเพื่อจะได้ไม่ไปแย่งลูกค้าร้านเขา

จะว่าไปแล้ว อาชัยสิทธิ์ห้ามร้านค้าขายเครื่องดื่มทุกชนิดในวัดแข่งกับร้านแกมาแต่ไหนแต่ไร ก็ไม่เห็นมีใครกล้าโวยวายอะไรนี่! สงสัยจะกลัวลายสักเสือเผ่น...เหมือนผม

เช้านี้ ก่อนพี่อรรถพลจะออกไปทำงานที่ร้านสุกี้ อาชัยสิทธิ์ไม่ใส่เสื้อเช่นเคย เดินส่ายอาด ๆ มาหาพวกเราถึงบ้าน บอกมีสองเรื่องจะคุยด้วย

และสองเรื่องนั้น...เปลี่ยนชีวิตผม!

********************

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
เมื่อลูกชายถูกสิงโตขย้ำตายต่อหน้าสามีนักฝึกสัตว์ชื่อดังในนิยาย modern เรื่อง ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง แต่เขากลับปกป้องชู้รักที่เป็นต้นเหตุ ภารกิจล้างแค้นผ่านสายเลือด mafia จึงเริ่มขึ้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมใน mystery story ที่เต็มไปด้วยแรงพยาบาทนี้
แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
เมื่อความยุติธรรมถูกปิดตายใน แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงต้องทวงคืนความจริงด้วยตัวเองผ่าน mystery story สุดระทึก เธอใช้ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นอาวุธลักพาตัวลูกสาวอัยการเพื่อเปิดโปงฆาตกรที่ระบบปกป้อง พบความน่ากลัวใน horror novel ที่เดิมพันด้วยชีวิต
วิวาห์นอกสมรส
วิวาห์นอกสมรส
เมื่อแม่สามีบังคับให้ลูกสะใภ้ที่ไม่มีใครต้องการต้องหนีไปพร้อมท้องโดยที่สามีไม่รู้ 7 ปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะผู้หญิงที่เข้มแข็ง เมื่อภพธรทั้งแค้นและต้องการเธอคืน เขาจะยอมรับลูกสาวที่เหมือนย่าทุกอย่างหรือไม่ เรื่องราวแนวดาร์กโรแมนซ์ที่เต็มไปด้วยความแค้น ความปรารถนา และการแก้แค้นของหญิงสาวที่พร้อมเผชิญทุกอย่าง
หัวใจรักเทียบเท่าเพียงเศษฝุ่น
หัวใจรักเทียบเท่าเพียงเศษฝุ่น
สิบปีแห่งความภักดีและสามปีในฐานะภรรยา หญิงสาวหวังเพียงความรักจากสามี ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีการทำร้ายร่างกายจนกระดูกแตกหัก เพราะเธอไม่อาจเทียบคนในใจเขาได้ เมื่อความทรมานถึงขีดสุด เธอจึงใช้คมมีดทิ่มแทงตนเองต่อหน้าเขา เพื่อปลดแอกพันธนาการรักอันแสนเจ็บปวดและจบสิ้นชะตากรรมนี้ตลอดกาล
ค่ำคืนชวนรัญจวน
ค่ำคืนชวนรัญจวน
คนางค์ค้นพบหนังสือเก่าลึกลับในนิยายแนว fantasy romance ที่แฝงไปด้วยอาถรรพ์และ mystery อันน่าสะพรึง เมื่อรูปวาดนักรบหน้าตาคมเข้มในเล่มกลับมีชีวิตและรอคอยการปลดปล่อยมาหลายศตวรรษ เธอต้องเผชิญกับความรัญจวนและอันตรายที่ซ่อนเร้นใน ค่ำคืนชวนรัญจวน ท่ามกลางบรรยากาศแบบ horror novel ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)
วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)
ซุนหลีนต้องเผชิญชะตากรรมเชลยสงครามใน วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ 4P (นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่) เมื่อความงามเป็นเหตุให้ฮูหยินใหญ่บีบบังคับให้นางอุ้มท้องแทนเพื่อสืบทายาท พบกับ romance novel ที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและการแย่งชิงในจวนแม่ทัพ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่สายแซ่บห้ามพลาด

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนกะทันหัน มหันตภัยวันสิ้นโลกยุคน้ำแข็ง เข้าปกคลุม พร้อมกับผู้คนจำนวนมากที่กลายร่างเป็นซอมบี้ ในชาติที่แล้ว ฉันรอดชีวิตมาได้เพราะรางวัลถ่านหิน 100 ตันที่จับฉลากได้ในงานเลี้ยงบริษัท แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานจอมมารยาหักหลังและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันย้อนเวลากลับมาในวันงานเลี้ยงวันเดิม ด้วยบทเรียนจากชีวิตก่อน ครั้งนี้ฉันตัดสินใจเลือกรถบ้านอย่างไม่ลังเล และดัดแปลงมันให้กลายเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่สำหรับวันสิ้นโลก แถมยังบังเอิญปลุกระบบรถบ้านขึ้นมาได้ ชาตินี้ ฉันสาบานเลยว่า ฉันจะเป็นผู้รอดชีวิตและหัวเราะเป็นคนสุดท้ายให้ได้
พี่สาวฉันคือท่านจอมพล
พี่สาวฉันคือท่านจอมพล
เหลิ่งเยว่หนิง จอมพลหญิงแห่งจิงเป่ย กลับมาอย่างยิ่งใหญ่จากการรบ เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนน้องสาวที่บ้านของน้องเขย แต่เพราะเธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ จึงถูกครอบครัวของน้องเขยดูถูกเหยียดหยาม น้องสาวของเธอ พยายามปกป้องเธออย่างสุดกำลัง แต่กลับถูกสามีและครอบครัวของเขาทรยศหักหลังและทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี เมื่อเห็นดังนั้น เหลิ่งเยว่หนิงก็หมดความอดทน เธอตัดสินใจสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้กับครอบครัวของน้องเขย ณ ตรงนั้นทันที...
ภรรยาสุดแซ่บแห่งยุค 80
ภรรยาสุดแซ่บแห่งยุค 80
ในชาติที่แล้วเหยียนเสี่ยวเป็นคนรักความสำราญ และได้ตกหลุมรักลู่เจ๋อที่ลงพื้นที่ตั้งแต่แรกพบ เธอหลอกล่อให้เขามีอะไรด้วย หลังแต่งงานกลับไม่เห็นคุณค่าของความรักครั้งนี้ จนกระทั่งรู้ว่าเพราะนิสัยติดการพนันของตัวเอง ทำให้ลู่เจ๋อและเล่อเล่อลูกชายของเธอ ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า เหยียนเสี่ยวรู้สึกเสียใจมาก เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง เหยียนเสี่ยวพยายามสุดกำลังเพื่อทวงคืนหัวใจของสามีและลูกชาย อาศัยความทรงจำจากชาติที่แล้ว คว้าโอกาสสร้างฐานะและร่ำรวยขึ้นมาอีกครั้ง
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
ชาติก่อน ซ่งจือเหย่ถูกหลินซิงลั่วหลอกจนครอบครัวรังเกียจและต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้า เมื่อได้เกิดใหม่ เธอมองเห็นธาตุแท้ของหลินซิงลั่ว หลีกเลี่ยงกับดักได้ทัน และพบว่าเวินซู่เหนียนคือคนที่คอยปกป้องเธอเงียบ ๆ มาโดยตลอด ซ่งจือเหย่จึงเปิดโปงความจริงต่อหน้าครอบครัว และผลักหลินซิงลั่วออกจากตระกูลให้ได้รับกรรมที่สมควร
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
ในปีปฏิทินมังกรคราม 262 ภาวะเรือนกระจกเลวร้ายลงไม่หยุด น้ำแข็งขั้วโลกเหนือใต้ละลายอย่างรุนแรง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนประเทศชายฝั่งไปนับไม่ถ้วน เมื่ออุณหภูมิทะเลอุ่นขึ้น สัตว์ยักษ์โบราณที่หลับใหลลึกใต้ก้นทะเลทยอยตื่นขึ้น แย่งชิงดินแดนมนุษย์และเปิดศึก มวลมนุษยชาติตกอยู่ในวิกฤตเป็นตาย วันที่ 1 มกราคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 วันแรกของปี อสูรทะเลระดับสิบ เถาเถี่ย ขึ้นฝั่งบนผืนดินสุดท้ายของมนุษย์ ประเทศเทียนฉี่ หน่วยเกราะกลที่แกร่งที่สุดของประเทศเทียนฉี่ หน่วยมังกรคราม ที่เพิ่งสังหารอสูรยักษ์ระดับเก้าแห่งแดนเหนือ ภายใต้การนำของ เฉินเฟิง จึงออกปะทะกับ เถาเถี่ย แต่วันที่ 12 มีนาคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 หน่วยมังกรครามเสียชีวิตทั้งหมด
ความลับใต้ชุดบุรุษสู่ความวุ่นวายในจวนอ๋อง  ภาค 3
ความลับใต้ชุดบุรุษสู่ความวุ่นวายในจวนอ๋อง ภาค 3
อวิ๋นโม่มือสังหารระดับเหรียญทองในยุคปัจจุบัน เสียชีวิตและได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกัน เมื่อครั้งยังเด็ก บิดาของอวิ๋นโม่เสียชีวิต มารดาของเธอจึงปลอมตัวเธอเป็นผู้ชายตั้งแต่แรกเกิด เพื่อให้พวกเธอสองคนแม่ลูกสามารถยืนหยัดอยู่ในตระกูลอวิ๋นได้ อวิ๋นโม่เติบโตขึ้นทุกวัน เธอทั้งปรารถนาที่จะกลับคืนสู่สถานะการเป็นลูกสาว แต่ก็กลัวว่าหากตัวตนถูกเปิดเผย พวกเธอแม่ลูกจะต้องตายอย่างอนาถ เพื่อที่จะหนีจากความเสี่ยงที่ตัวตนจะถูกเปิดโปง อวิ๋นโม่จึงวางแผนที่จะพาแม่หนีไป แต่ไม่ทันที่จะได้ลงมือ เธอกลับถูกจับตามองโดย จิ้นชางอ๋องต่างแซ่เพียงคนเดียวแห่งราชวงศ์ต้าหยวน ผู้มีอำนาจล้นฟ้าและดุดันอำมหิต จิ้นชางพาเธอกลับไปที่จวนของเขา และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อให้มีชีวิตรอด อวิ๋นโม่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอด และใช้ไหวพริบสู้กับจิ้นชาง