Logo
คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

79 ตอน
จบแล้ว
คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ เล่าเรื่องหลี่อวี้หลินผู้คุยกับศพได้ที่ต้องร่วมมือกับองครักษ์เสื้อแพรสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเพื่อหยุดยั้งการปลดผนึกราชาปีศาจ ในนิยาย fantasy mystery ที่เต็มไปด้วยอันตรายและปริศนาสายเลือดท่ามกลางความรัก lgbt ที่ก่อตัวขึ้น อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้

เรื่องย่อ คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

ท่ามกลางความโกลาหลในราชสำนัก อัครเสนาบดีหลี่วางแผนชั่วร้ายเพื่อปลดผนึกราชาปีศาจโดยใช้เลือดพรหมจรรย์เป็นเครื่องสังเวยหวังครองอำนาจใต้หล้า หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีนัยน์ตาเห็นความตายและสื่อสารกับศพได้ จึงได้รับภารกิจให้ลงเขามาสืบคดีปริศนานี้ร่วมกับ เซียวจวิ้นหาน รองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชา แม้ตอนแรกเซียวจวิ้นหานจะสบประมาทในความสำอางของเด็กหนุ่ม แต่ความเก่งกาจไร้ที่ติของอวี้หลินก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ ยิ่งสืบลึกไปพวกเขากลับพบว่าคดีนี้พัวพันกับลัทธิมายาจันทราที่มีบิดาของอวี้หลินเป็นผู้นำ และยังเกี่ยวโยงถึงความลับในสายเลือดของเขาเอง ท่ามกลางอุปสรรคและอันตรายที่ถาโถม ความผูกพันลึกลับระหว่างทั้งสองได้ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความรักที่ยากจะแยกจากในที่สุด
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

ตอนที่ 1 สำนักซีเฟิง

ยอดเขาซีเฟิงเป็นสถานที่ซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวายในโลกมนุษย์ ยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบางและลมเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่ตั้งของสำนักบำเพ็ญเพียรอันโด่งดัง นักพรตผู้ทรงคุณธรรมจากทั่วหล้ามักมารวมตัวกันที่นี่เพื่อฝึกฝนวิชาและแสวงหาสัจธรรม สำนักนี้มีชื่อว่า ‘สำนักซีเฟิง’ ตามชื่อของยอดเขาซีเฟิง เจ้าสำนักมีนามว่า ‘หลี่รุ่ยอวิ๋น’

ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่สายหมอกยังคงลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดเขา เด็กชายในวัยสิบขวบคนหนึ่งกำลังฝึกเพลงกระบี่อยู่กลางลานกว้าง เขาคือ ‘หลี่อวี้หลิน’ เด็กผู้ถูกนักพรตเจ้าสำนักเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเยาว์ หลังจากพบเขาถูกทิ้งอยู่กลางป่าลึกในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผล ที่คอยังห้อยจี้หยกชิ้นหนึ่งเอาไว้

หยกชิ้นนี้ที่ติดตัวเขามาสลักคำว่า ‘หลี่’ เอาไว้ด้านหน้า ด้านหลังสลักคำว่า ‘อวี้หลิน’

“ศิษย์น้อง เจ้าสำนักเรียกหาเจ้าแหนะ” ศิษย์พี่หวงเดินมาเรียกหลี่อวิ้หลินถึงลานฝึกกระบี่

“ทราบแล้ว ขอบคุณศิษย์หวงมากขอรับ” หลิ่อวิ้นหลินขานรับด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บกระบี่ไม้เข้าฝักแล้ววิ่งกลับไปยังเรือนพักของอาจารย์เจ้าสำนัก

ณ เรือนไผ่ซึ่งคือเรือนพักส่วนตัวของเจ้าสำนักกับหลี่อวิ้หลิน อาจารย์และศิษย์พักในเรือนไผ่ด้วยกัน เรือนไผ่หลังนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกยอดเขาหนึ่งซึ่งแยกออกมาจากยอดเขาหลัก ปลีกวิเวกอยู่ตามลำพัง หลี่รุ่ยอวิ๋น เป็นนักพรตเขาเคร่งในการฝึกบำเพ็ญเพียรจึงไม่มีทั้งภรรยาและบุตร

ก่อนหน้าที่จะเก็บหลี่อวิ้หลินกลับมาเลี้ยงดูเขาอาศัยอยู่ที่สำนักซีเฟิงเหมือนกันกับเหล่าอาจารย์และลูกศิษย์คนอื่น ๆ แต่หลังจากมีหลี่อวิ้หลินเพิ่มมาเขาจึงแยกตัวออกมาปลูกเรือนไผ่อยู่กันตามลำพัง เพื่อปลูกฝังเลี้ยงดูเด็กคนนี้เป็นอย่างดีด้วยความรัก เอ็นดูราวกับเป็นบุตรในไส้ของตนเองก็มิปาน

ตอนนี้ย่างเข้าปีที่สิบแล้วที่เขาเลี้ยงดูหลี่อวี้หลินมา จากเด็กเจ็ดขวบตอนนี้ก็สิบเจ็ดปีแล้ว.. เด็กนับวันยิ่งเติบโตขึ้น ส่วนหลี่รุ่ยอวิ๋นก็นับวันยิ่งแก่ลงเรื่อย ๆ สีผมก็กลายเป็นสีขาวดอกเลาแซมสีดำไปเกือบหมดศีรษะแล้ว

หลี่อวิ้หลินวิ่งตรงเข้ามายังโถงรับแขกของเรือนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส “ท่านอาจารย์!..” เสียงเรียกมาก่อนตัวเสมอ

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้าพลางทอดถอนใจเขาไม่รู้ว่าตนเองเลี้ยงเด็กคนนี้มาอย่างไรถึงได้กลายเป็นเด็กซุกซนไปเสียได้ ครู่หนึ่งร่างของเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้า

หลี่อวิ้หลินกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบานว่า “ท่านอาจารย์ ท่านเรียกหาข้าหรือขอรับ..”

“มาใกล้ ๆ” หลี่รุ่ยอวิ๋นกวักมือเรียกสีหน้าเคร่งขรึม

ท่าทีเช่นนี้ของอาจารย์ หลี่อวิ้นหลินเห็นแล้วหากยังเดาความคิดของผู้เป็นอาจารย์ไม่ออกเช่นนั้นแล้วเขายังนับเป็นศิษย์คนโปรดที่เติบโตมาเคียงข้างผู้เป็นอาจารย์ได้หรือ? “ท่านอาจารย์.. ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาไปครึ่งหนึ่ง ก้มหน้าลงไปเล็กน้อย ช้อนสายตาขึ้นมองผู้เป็นอาจารย์ราวกับกำลังรอดูทีท่าของอาจารย์

“ไหนว่ามาสิเจ้าผิดเรื่องอะไร?” หลี่รุ่ยอวิ๋นเอ่ยถามพลางกวักมือเรียกไม่หยุด “เข้ามาใกล้อีกสักหน่อย..”

“ท่านอาจารย์.. ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ต่อไป ข้าจะสำรวมให้มากกว่านี้” หลี่อวิ้หลินโอดครวญค่อย ๆ ก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นอาจารย์ทีละนิด

พอเข้าไปใกล้ในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน หลี่รุ่ยอวิ๋นก็เปลี่ยนจากมือที่กวักเรียกเมื่อครู่เป็นคว้าที่ใบหูของหลี่อวิ้หลินแล้วออกแรงบิดเบา ๆ แทบไม่รู้สึก แต่ทว่าเสียงร้องกลับแว่วดังไปถึงเชิงเขา ทำเอาศิษย์อีกคนทีนำอาหารมาส่งสะดุ้งโหยงไปด้วย

“เอาอีกแล้วหรือนี่ ศิษย์พี่หลี่โดนท่านอาจารย์เจ้าสำนักทำโทษอีกแล้วหรือนี่ เห้อ..” กล่าวจบก็เดินส่ายหน้าหิ้วกล่องอาหารเข้าไปข้างใน และก็เป็นอย่างที่ตนคิดจริง ๆ

“สำนึก.. เจ้าพูดประโยคนี้กี่ครั้งแล้ว เจ้าอยากให้อาจารย์อับอายรึอย่างไร?” หลี่รุ่ยอวิ๋นกล่าวพลางออกแรงบิดหูศิษย์รักเบา ๆ อีกครั้ง

“ขอรับ.. อาจารย์สั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว แต่ท่านอาจารย์ในยามที่อยู่ต่อหน้าผู้อื่นศิษย์หาได้ไม่สำรวมกิริยาสักครั้ง” หลี่อวิ้หลินกล่าวน้ำเสียงกระเง้ากระงอด พร้อมทำท่าสูดปากด้วยความเจ็บปวดเหลือแสน

“ยังจะเถียงอีก!..” หลี่รุ่ยอวิ๋นปล่อยมือจากหูหลี่อวิ้หลินแล้วผลักเขาเบา ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะไปมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้านใน “มาแล้วหรือ? ลำบากศิษย์น้องแล้ว..”

หลี่รุ่ยอวิ๋นหันกลับมาตำหนิศิษย์ต่อด้วยการตวัดสายตามอง “เจ้าน่ะไม่รู้หรือว่านี่ยามใดแล้ว มัวแต่ฝึกกระบี่ จนลืมเวลาไปที่โรงครัวนำข้าวปลาอาหารมากิน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเจ้าทำให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องต้องพากันลำบากเพราะเจ้าเพียงใด”

“ขอรับ.. เรื่องนี้ศิษย์สำนึกผิดแล้ว อาจารย์สั่งสอนได้ถูกต้อง อ๊า..ท่านอาจารย์ท่านไม่ต้องพูดแล้วขอรับศิษย์รู้แล้วว่าหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วต้องทำเช่นไร..” หลี่อวิ้หลินกล่าวพลางยกมือห้ามไม่ให้ผู้เป็นอาจารย์ต้องออกคำสั่งลงโทษ แล้วหันไปยักคิ้วข้างหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้มให้กับศิษย์น้อง

“ขอบใจศิษย์น้องมาก ตอนเจ้ากลับลงไปรบกวนบอกห้องครัวว่าที่เหลือไว้ศิษย์พี่หลี่จัดการทางนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะลงไปจัดการด้วยตนเอง” หลี่อวิ้นหลินกล่าวกับศิษย์น้องที่นำอาหารมาส่ง

ชีวิตในแต่ละวันของหลี่อวิ้หลินหากไม่ฝึกเพลงกระบี่ ก็เป็นต้องนั่งบำเพ็ญเพียรปฏิบัติฌาน เขียนยันต์เป็นเช่นนี้..

หลี่อวี้หลินในวัยสิบเจ็ดปีเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างสง่างาม ใบหน้าของเขางดงามราวกับภาพวาด ดวงตาเปล่งประกายความอ่อนโยน แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ผิวขาวราวหิมะ แม้เขาจะเติบโตมาในสำนักที่เคร่งครัด แต่อวี้หลินกลับมีนิสัยร่าเริงและมีจิตใจอ่อนโยนต่อผู้คนรอบข้าง จึงเป็นที่รักของทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนัก

ทั้งยังมีความสามารถพิเศษทำให้เขาโดดเด่นแตกต่างจากศิษย์คนอื่น ๆ ความสามารถพิเศษที่ว่าคือเขาสามารถมองเห็นภาพของคดีฆาตกรรมและพูดคุยกับวิญญาณได้ แม้เขาจะใช้ความสามารถนี้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่ในบางครั้งมันก็นำพาความทุกข์ยากมาสู่เขาเช่นกัน

“อวิ้หลินเจ้าต้องหมั่นฝึกฌานให้มากมิใช่ขยันแต่เพียงจะฝึกกระบี่เท่านั้น ต่อไปภายภาคหน้าหากต้องลงเขาไปปฏิบัติภารกิจช่วยขจัดทุกข์ภัยให้ชาวบ้านเจ้าจะได้ไม่ลำบาก” หลี่รุ่ยอวิ๋น อบรมสั่งสอนและกำชับด้วยความเมตตา

“ขอรับ.. ช่วงเช้าฝึกกระบี่ บ่ายเขียนยันต์ร่ายคาถา เย็นนั่งสมาธิฝึกฌานต่อไป ข้าจะหมั่นทำเช่นนี้เป็นอย่างไรขอรับ” หลี่อวิ้หลินขานรับพลางอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมหนักแน่น

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้า “ก่อนอื่นวันนี้เจ้าก็ลงไปทำความสะอาดโรงครัว แล้วก็กวาดใบไม้ที่ลานฝึกเถอะ”

“อาจารย์..” หลี่อวิ้หลินโอดครวญสีหน้ากระเง้ากระงอด “วันนี้ข้ามิได้ทำผิดกฎระหว่างเราเลยนะขอรับ ช่วงเช้ามาข้าก็เริ่มด้วยการปัด กวาด เช็ด ถูกเรือน เสร็จก็ลงไปกวาดใบไม้ ลงไปรับอาหารที่โรงครัวเอง มื้อเช้าข้าก็เป็นคนลงไปนำอาหารขึ้นมาด้วยตัวเอง เพียงช่วงกลางวันศิษย์หลงลืมไปชั่วขณะเท่านั้น ลงโทษสองขั้นในคราเดียวไม่หนักไปหรือขอรับ”

“เดี๋ยวก็ข้า เดี๋ยวก็ศิษย์ เลือกเอาสักอย่าง ..แล้วไหนว่ามาสิ วันนี้เหตุใดเจ้าไม่ซักผ้า.. เจ้าไม่ซักผ้าแล้วเราสองคนจะเอาเสื้อผ้าที่ใดสวม เจ้าว่ามา.. โอย..” หลังจากตะเบ็งเสียงจบ หลี่รุ่ยอวิ๋นก็ทรุดกายลงไปนั่งหอบหายใจพลางดมยาหอมที่ห้องยาทำขึ้นเอง

หลี่อวิ้หลินเห็นอาจารย์ผู้เปรียบเสมือนบิดาหอบหายใจหนักหน่วงจึงปรี่เข้าไปนวดขาให้ “ทว่าเรื่องซักเสื้อผ้าความจริงพรุ่งนี้ถึงจะถึงกำหนดซักมิใช่หรือขอรับอาจารย์”

หลี่รุ่ยอวิ๋นวางยาหอมลงไว้ข้างกาย จ้องมองศิษย์ด้วยแววตาลังเล ‘มิใช่วันนี้หรอกหรือ?’ หลี่อวิ้หลินเม้มฝีปากแน่นพยักหน้าหงึกหงักสีหน้าหนักแน่นราวกับกำลังตอบว่า ‘ขอรับเป็นพรุ่งนี้’ อย่างไรอย่างนั้น

หลังจากใช้สมองคิดทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลี่รุ่ยอวิ๋นจึงกระแอมไอออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ถือว่าอาจารย์จำผิดแล้วกัน..”

เสียหน้าก็ส่วนเสียหน้า แต่เรื่องที่ควรยอมรับผิดก็ยังต้องยอมรับผิด เช่นนี้ถึงจะเป็นแบบอย่างที่ดีวให้กับศิษย์ได้

หลี่อวิ้หลินอมยิ้มน้อย ๆ ครั้นจะหัวเราะออกมาก็มิได้เพราะกลัวผู้เป็นอาจารย์จะเสียหน้าจึงช่วยกู้หน้าผู้เป็นอาจารย์กลับคืนมาว่า “แต่ดีนะขอรับที่ท่านอาจารย์ช่วยเตือนมิเช่นนั้นไม่แน่ว่าพอถึงพรุ่งนี้ศิษย์อาจจะลืมขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ ขอบคุณท่านอาจารย์”

ช่วงเช้าของวันที่ยี่สิบ เดือนห้า ขณะที่อวี้หลินกำลังฝึกกระบี่อย่างตั้งใจอยู่ที่ลานฝึก หลี่รุ่ยอวิ๋นผู้เป็นอาจารย์เดินเข้ามาใกล้เขาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “อวี้หลิน วันนี้อาจารย์จะมอบหมายให้เจ้าลงเขาไปซื้อสมุนไพรกลับมาให้สำนักเจ้าพร้อมหรือไม่?”

ลงเขา! หลี่อวี้หลินเบิกตาโพลงด้วยหัวใจพองโต

อวี้หลินหยุดการฝึกกระบี่ลง พยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น “ขอรับ ท่านอาจารย์! ว่าแต่ท่านอาจารย์ให้ศิษย์ไปกับผู้ใดหรือขอรับ ศิษย์พี่คนใดเดินทางเป็นพี่เลี้ยงให้ศิษย์”

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้า ตอบน้ำเสียงเด็ดขาด “ไม่มี.. ครั้งนี้เจ้าต้องเดินทางลงเขาไปเพียงลำพัง”

“หา? .. เช่นนั้นจะได้อย่างไรขอรับ ศิษย์ไม่เคยลงเขาเลยสักครั้ง” อวิ้หลินคร่ำครวญ

“เหตุใดจะมิได้ เจ้าน่ะนะเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของข้า หากกะแค่เรื่องลงเขาไปซื้อยาสมุนไพรกลับมาให้สำนักเจ้ายังทำไม่ได้ ข้ามิเสียชื่อแย่หรอกหรือ?”

ที่แท้ก็กลัวเสียหน้านี่เอง..

“ออ..” อวิ้หลินแม้ไม่เข้าใจก็จำต้องเข้าใจ “ขอรับท่านอาจารย์ อาจารย์โปรดวางใจ ศิษย์จะทำอย่างเต็มที่มิทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”

การลงเขาครั้งนี้ถือเป็นการลงเขาครั้งแรกในรอบหลายปีของอวี้หลินนับตั้งแต่ที่เขาถูกพาขึ้นเขามา เขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นโลกภายนอกอีกครั้ง ในใจลึก ๆ เขาก็ยังหวังว่าจะได้ใช้ความสามารถของตนช่วยเหลือผู้คนอีกด้วย

ไม่รู้ว่าการลงเขาครั้งนี้ข้าจะได้พบเรื่องราวน่าตื่นเต้นอะไรหรือไม่? หลี่อวี้หลินคิดในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเขาเข้าสู่เหตุการณ์ที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล..

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

แรกพบสบรัก
แรกพบสบรัก
หนุ่มผู้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าคนอื่นแต่ดันเห็นแต่ผู้ชายด้วยกัน เจอ คชา รูมเมทคนใหม่ที่สายตาทะลุปรุโปร่งใช้ไม่ได้ ทำให้ชีวิตมืดมนกลับมีแสงสว่าง นิยายรักวายสุดป่วนที่ชวนอ่าน ไม่ควรพลาด! ฟรีที่ MiniShort
มังกรขาว
มังกรขาว
ลูเอนมุ่งมั่นใช้ความรู้จากชีวิตนับพันปีเพื่อหยุดยั้งหายนะจากการตื่นขึ้นครั้งที่สามและยึดครองพลังจากหอคอย ทว่าเขาต้องรับมือกับเผ่าพันธุ์ต่างมิติ ผู้ใช้พลังธาตุ และขัดขวางการทรยศจากคนใกล้ชิด หากเขาพลาดพลั้ง โลกจะเข้าสู่ยุคแห่งการแย่งชิง และเขาจะต้องตายอย่างเคียดแค้นเช่นเดิมโดยไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรม
ย้อนรักตำหนักชมดาว
ย้อนรักตำหนักชมดาว
เมื่อน้ำพุแห่งกาลเวลานำพาเธอกลับสู่ยุคราชวงศ์หมิงใน ย้อนรักตำหนักชมดาว นิยาย fantasy romance ที่เล่าถึงภารกิจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์และคำมั่นสัญญาที่รอคอยมาแสนนาน ร่วมพิสูจน์โชคชะตาใน fiction fantasy novels เรื่องเยี่ยมที่เปิดให้ read books online free ได้แล้ววันนี้
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
เมื่อราชาหมาป่าต้องมีทายาทเพื่อรักษาบัลลังก์แต่กลับหลงใหลเสียงเพลง ปริ๊นจึงถูกจ้างให้ข้ามมิติมาใน ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและกฎเหล็กของร่างกายในโลก fantasy นี่คือ werewolf romance novels แนว lgbt book ที่เดิมพันด้วยตำแหน่งราชาและอนาคตของเผ่าพันธุ์อาร์กติก
อัลฟ่าเซ็นใบปฏิเสธฉัน โดยไม่ตั้งใจ
อัลฟ่าเซ็นใบปฏิเสธฉัน โดยไม่ตั้งใจ
เมื่อความรักใน romance novel กลายเป็นความแค้น อัลฟ่าลอเรนซ์เมินเฉยต่อคำขอร้องสุดท้ายจนพ่อของเธอต้องตายเพื่อไปปรนนิบัติชู้รัก เธอจึงซ้อนแผนให้เขาเซ็นใบปฏิเสธคู่โดยไม่รู้ตัว ปิดฉากพันธะ werewolf ที่แสนเจ็บปวดในนิยาย fantasy เรื่องนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากเขา
คู่แท้ที่เขาไม่ต้องการ คือ หมาป่าขาวผู้เร้นกาย
คู่แท้ที่เขาไม่ต้องการ คือ หมาป่าขาวผู้เร้นกาย
ลลินใช้ชีวิตโอเมก้าเพื่อปกป้องลูกสาว แต่เมื่อสามีที่เป็นอัลฟ่าหักหลังและปล่อยให้ลูกถูกทรมาน พลังหมาป่าขาวที่เร้นกายจึงถูกปลุกขึ้นเพื่อทวงแค้น ในนิยาย werewolf และ fantasy romance เรื่อง คู่แท้ที่เขาไม่ต้องการ คือ หมาป่าขาวผู้เร้นกาย อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่รวบรวมความเข้มข้นของการเอาคืน

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ใจเมตตา มีค่าดั่งทองหมื่น
ใจเมตตา มีค่าดั่งทองหมื่น
เฉินซู่ถูกลูกสาวลูกชายบุญธรรมและจางซานชุนร่วมมือกันหักหลัง เทียนเหิงกรุ๊ปล้มละลาย ซ้ำยังต้องเผชิญกับปัญหาการป่วยหนักของแม่และการทวงค่าแรงของพนักงาน หลินต้งตอบแทนบุญคุณด้วยการรับเขาเข้าทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ป เฉินซู่สามารถนำทีมเอาชนะคู่แข่งและได้รับการร่วมงานได้สำเร็จ ในการแข่งขันด้านชิปของเหยากวางกรุ๊ป ส่วนจางซานชุนและพวกได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากการกระทำของตัวพวกเขาเอง
กุนซือหญิงพิชิตแผ่นดิน
กุนซือหญิงพิชิตแผ่นดิน
เพื่อช่วยเหลือเขา ฉู่เยว่หลีขบคิดทุกวิถีทางทำให้เขาได้เป็นเทพสงครามเพียงหนึ่งเดียวแห่งตงหลิง คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งสตรีนางหนึ่งได้เข้ามาในชีวิตเขา ฉู่เยว่หลีค่อย ๆ ค้นพบว่า สายตาที่ลู่เฟิงจิ่นมองนางค่อย ๆ เรียบเฉยลง แต่พอมองสตรีอีกนางกลับมีความร้อนแรงมากมาย ฉู่เยว่หลีฉีกหนังสือหมั้นทิ้งในคืนนั้น แล้วจากมาอย่างไม่ไยดี
กุหลาบมรณะ
กุหลาบมรณะ
Thorn นักเรียนมัธยมที่เคยถูก Pitch รุ่นพี่จอมกร่าง แอบถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับ Jett ซึ่งเป็นคนรักเพศเดียวกันของเขา จนเรื่องอื้อฉาวเผยแพร่ออกไป ความกดดันจากสังคมและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ Jett ตัดสินใจฆ่าตัวตาย Thorn จึงแปรเพศเป็น Rose แล้วแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตของศัตรู จนพบว่า Pitch แท้จริงเป็นคนขี้ขลาดที่บิดเบี้ยวเพราะแอบรัก Thorn และพบว่า Thanes พ่อตาของ Pitch คือฆาตกรตัวจริงที่สังหารพ่อแม่ของ Rose ระหว่างการล้างแค้น Rose ต้องเห็น Jennie เพื่อนรักถูก Deenee ภรรยาของ Pitch ทรมานจนตาย และ Pitch เสียชีวิตเพราะยอมเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนเธอ ในท้ายที่สุด Deenee ได้สติและหันมาโค่นล้มพ่อของตนเอง ขณะที่ Rose วางความแค้นลง และก้าวต่อไปด้วยการชี้นำของวิญญาณ Jett การล้างแค้นที่ชุ่มเลือดครั้งนี้เผยให้เห็นเบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดของตระกูลใหญ่ และยุติวงจรความแค้นของสามรุ่นลงได้
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
วินเซนต์มาจากครอบครัวร่ำรวยทั้งฝ่ายพ่อและแม่ แม่เขาคือประธานกรรมการของวิลสันกรุ๊ปและพ่อเขาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียลึกลับ เขาปกปิดความรวยแล้วเริ่มความสัมพันธ์กับเจสสิก้า แต่สุดท้ายกลับโดนรถชนจนโคม่าไปสามปีโดยที่ขาดการติดต่อกับพ่อแม่ เจสสิก้าทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้วินเซนต์ แต่เธอกลับถูกญาติรังแกแล้วก็ถูกสังคมดูถูก ตอนที่เจสสิก้าถูกรังแกเพราะวินเซนต์อีกครั้ง ชายผู้ตกอยู่ในโคม่ามาสามปีกลับได้สติอีกครั้ง พอเหล่าคนที่มารังแกได้รู้ตัวตนแท้จริงของวินเซนต์ พวกเขาก็ได้รู้ซึ้งว่ากำลังล่วงเกินใครอยู่
ภรรยาลับของประธานมู่
ภรรยาลับของประธานมู่
ครอบครัวของเวินเอ๋อร์หว่านถูกใส่ร้ายจนได้รับการทรมานจากมู่เหยียนเซิน และถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับมู่เหยียนเซิน เธอใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมาน มู่เหยียนเซิน: “เวินเอ๋อร์หว่าน ต่อให้เธอจะตาย ก็ต้องให้ฉันอนุญาต!”
สามีคนเก่าฉันไม่เอาแล้ว
สามีคนเก่าฉันไม่เอาแล้ว
ชาติที่แล้วลูกชายของเจียงอีป่วย เจียงอีพาลูกชายไปหาหมอก็ไร้ผล เลยโทรหาสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ หวังว่าเขาจะช่วยติดต่อหมอของครอบครัวให้ แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าลูกชายของเพื่อนสนิทก็กำลังป่วยเช่นกัน หมอกำลังตรวจให้ลูกชายเพื่อน สุดท้ายลูกชายของเจียงอีไปหาหมอไม่ทันจึงป่วยตายอย่างอนาถ เจียงอีผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชาย สุดท้ายก็ซึมเศร้าจนตาย กลับมาเกิดใหม่ก่อนที่ลูกชายจะป่วย สิ่งแรกที่ก็คือจะหย่ากับลู่อวิ๋นเซียว