Logo
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

45 ตอน
จบแล้ว
เมื่อบ้านเมืองวุ่นวาย ฉีอันหนิง บุตรีเจ้าเมืองผู้เก่งกาจทั้งบุ๊นและบู๊ใน อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง ต้องร่วมมือกับซ่งมู่เฉิน หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำเพื่อปกป้องเมืองท่ามกลางภารกิจสุดอันตราย ติดตามการต่อสู้และ romance novel ที่เข้มข้นใน adventure story สุดระทึกใจได้ในนิยายออนไลน์เรื่องนี้
ตอนที่ 1 จาก อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

ณ เมืองตงหลาง แห่งแคว้นโจวหนาน

เหมันตฤดูเวียนมา เหล่าหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องอยู่บนท้องนภาในยามอิ๋น ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยเจ็ดปีขยับไปมาอยู่บนเตียงนอน ผ้าม่านที่ทอด้วยไหมปลิวไสวไปตามสายลมหนาว ผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมกายอยู่ถูกเท้าเล็กถีบออกจนสาวรับใช้ที่คอยดูแลอยู่ต้องดึงขึ้นมาปกคลุมร่างเล็กของคุณหนูสี่เอาไว้เพื่อมิให้ร่างกายสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น

“ข้าร้อน” เสียงเล็กเปล่งออกมาจากคนที่นอนปิดเปลือกตาอยู่

“แต่คุณหนูสี่เจ้าคะ… คุณหนูต้องห่มผ้าเอาไว้นะเจ้าคะ ถ้าคุณหนูป่วย… บ่าวโดนตีหลังลายแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

ซุนซุนบอกคุณหนูสี่ด้วยเหตุและผล เด็กจิตใจดีอย่างฉีอันหนิง หรือคุณหนูสี่ บุตรีคนเล็กของใต้เท้า ฉีอันจวิ้น กับฉีฮูหยินย่อมได้ฟังแล้วต้องเห็นอกเห็นใจ

ใต้เท้าฉีเป็นเจ้าเมืองตงหลางเขาได้แต่งงานกับฉีฮูหยินมาเกือบสิบห้าปีแล้ว ทั้งสองมีบุตรชายทั้งหมดสามคนคือฉีอันหลง ฉีอันลิ่ง ฉีอันลู่และมีฉีอันหนิงที่เป็นบุตรีคนเล็กของตระกูลฉี บุตรีที่บิดาและมารดาหวงราวกับเป็นไข่ในหิน

“ข้าห่มแล้ว ข้าไม่อยากให้ซุนซุนถูกตี”

เสียงเล็กเอ่ยออกมา ถึงจะวัยเพียงเจ็ดปี แต่ทว่าเด็กหญิงกลับเฉลียวฉลาด นางขี่ม้าได้ อ่านหนังสือออก เล่นดนตรีเป็น และโยนลูกดอกลงกาเก่งที่สุดจนเหล่าพี่ชายอดไม่ได้ที่จะชื่นชมและพาน้องสาวติดตามไปเล่นด้วยทุกที สาวรับใช้วัยสิบสองส่งยิ้มให้คุณหนูสี่ ก่อนที่นางจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนของฉีอันหนิงไป

“ข้าไม่หนาว…” เสียงเล็กดังออกมาแผ่วเบา ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เมื่อเสียงก้าวเท้าเงียบลง ผ้าห่มที่คลุมร่างเล็กอยู่ก็ถูกเท้าของนางถีบออก ฉีอันหนิงนางเป็นเด็กหญิงที่เกิดในเหมันตฤดู ความหนาวเหน็บในปีที่นางเกิดนั้นหนาวกว่าปีนี้ยิ่งนัก นั่นจึงเป็นเหตุให้นางไม่กลัวความหนาวเย็น กลับกันนางเกิดชอบอากาศหนาวเสียด้วยซ้ำ

เสียงเคาะฆ้องบอกยามเหม่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงของคนที่คอยแจ้งเตือนบอกยามตะโกนดังขึ้นมาเป็นประโยคซ้ำไปซ้ำมา

'ถึงยามเหม่าแล้ว ตะวันแทนที่จันทรา หิมะยังไม่ละลาย ใส่ใจสวมใส่เสื้อผ้าให้มาก'

สาวรับใช้เตรียมอ่างน้ำและผ้าเช็ดหน้าเข้าไปให้คุณหนูสี่ที่นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ฉีฮูหยินให้นางนอนตามลำพังตั้งแต่คุณหนูสี่อายุได้เพียงห้าปี นัยน์ตากลมเบิกโพลงยามเมื่อได้เห็นร่างเล็กของคุณหนูไร้ผ้าห่มกาย ซุนซุนรีบเข้าไปใช้มือเล็กของตนสัมผัสร่างกายของคุณหนูสี่ก็พบว่าร่างกายของนางเย็นเฉียบ นางตกใจจนรีบปลุกคุณหนูสี่ให้ตื่นนอน

“คุณหนู…. คุณหนูสี่เจ้าคะ”

“อื้อ… พี่ซุนซุน พี่ปลุกข้าทำไม กำลังนอนสบายเลย” เสียงเล็กดังออกมาจากเจ้าของร่างเล็กที่เริ่มบิดกายไปมาเพื่อขับไล่ความเกียจคร้าน

“คุณหนู… ท่านไม่ห่มผ้านอนอีกแล้วนะเจ้าคะ” ซุนซุนเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจ ขอภาวนาอย่าให้คุณหนูสี่เจ็บป่วยก็พอ มิเช่นนั้นนางคงจะโดนฟาดหลังหลายอีกแน่ๆ

“ข้าร้อน… มิเป็นไรหรอกพี่ซุนซุน ข้าแข็งแรง ข้าไม่ป่วยง่ายๆ อย่างแน่นอน”

ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อความง่วงที่มีอยู่ก่อนหน้าหมดสิ้น นางล้างหน้าและเดินไปนั่งลงที่หน้ากระจก ซุนซุนละมือจากการเก็บที่นอนให้กับคุณหนูก่อนที่จะเดินไปหวีผมให้กับนาง

“ผมของคุณหนูสี่สวยมากเลยนะเจ้าคะ” ผมสลวยเส้นหนาดกดำลื่นมือยามที่เด็กรับใช้ ใช้หวีสางเส้นผมให้กับคุณหนูของนาง

“รีบหน่อยพี่ซุนซุน เดี๋ยววันนี้ไปไม่ทันพวกพี่ใหญ่ เขาบอกข้าว่าจะไปเรียนกับอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลี่ชุน ข้าอยากไปเรียนกับพวกพี่ๆ ด้วย” เสียงใสเจื้อยแจ้วออกมารัวๆ

“แต่คุณหนูเจ้าคะ สำนักศึกษาหลี่ชุนเขาต้องให้ผู้ที่อยากเป็นศิษย์ของที่นั่น สอบเข้าก่อนถึงจะเรียนได้นะเจ้าคะ อีกอย่างคุณหนูต้องไปขออนุญาตนายท่านกับนายหญิงใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ” ซุนซุนหวีผมและมัดผมให้คุณหนูสี่จนเสร็จก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“ท่านพ่อกับท่านแม่ตามใจข้าที่สุด ข้าอยากไปท่านพ่อท่านแม่ต้องให้ข้าไปอยู่แล้ว”

ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาอย่างรู้ใจบิดามารดา นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียว เพราะนางมีแต่พี่ชายที่มีอายุห่างกันไม่มาก พี่ชายใหญ่อายุสิบสามปี พี่ชายรองอายุสิบเอ็ดปี พี่ชายสามอายุเก้าปี ส่วนนางอายุเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น

ซุนซุนพอได้ยินเช่นนั้นก็มิได้กล่าวอันใดออกมาอีก นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นถูกนายท่านกับนายหญิงใหญ่เลี้ยงดูแบบตามใจ แต่ทว่านางกลับมิได้มีนิสัยที่ไม่ดีเลยสักนิด เอาแต่ใจในเรื่องบางเรื่องเท่านั้น

ที่โต๊ะอาหารของเรือนใหญ่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระกูลฉีนั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะ อาหารหลากหลายเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะเป็นประจำเช่นทุกวัน พี่ชายใหญ่ของฉีอันหนิงนั้นมีนิสัยสุขุม สุภาพ เก็บความรู้สึกเก่งสมกับเป็นพี่ชายคนโต พี่ชายคนรองนั้นมีนิสัยรักสนุก ชอบบทกลอนและดนตรี ส่วนพี่สามนั้นมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นและขี้สงสัยเป็นที่สุด

“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ” เสียงเรียกขานของบุตรีคนเล็กทำเอาสองสามีภรรยาละสายตาจากอาหารไปมองที่นางพร้อมๆ กัน

“เสียงหวานเช่นนี้มีอันใดจะขอพ่อกับแม่หรือหนิงเอ๋อร์” ใต้เท้าฉีรู้ดี ยามเมื่อบุตรีผู้นี้ของตนอยากได้สิ่งใด นางมักจะใช้น้ำเสียงเช่นนี้อยู่เสมอ

“ลูกอยากไปสำนักศึกษาหลี่ชุนกับพวกพี่ชายค่ะ" สามเด็กชายหันมามองหน้าน้องสาวเป็นตาเดียวกัน

“เจ้าจะไปทำไม ที่นั่นถ้าเจ้าไปต้องเรียนหนังสือ เขียนอักษรนะ” พี่สามหรือฉีอันลู่เอ่ยถามน้องสาวออกมา

“นั่นสิ… เจ้าเขียนอักษรเก่งแล้วจะไปที่นั่นอีกทำไมกัน” พี่รองหรือฉีอันลิ่งเอ่ยออกมาบ้าง เป็นเขาหน่อยไม่ได้ เขาจะอยู่บ้านเล่นพิณ ดีดฉินและแต่งบทกลอนให้สนุกไปเลย

“ข้าเบื่อ… ข้าอยากไปเรียนบ้าง นะเจ้าคะท่านพ่อ… นะเจ้าคะท่านแม่ ให้ลูกไปเถอะนะเจ้าคะ”

ฉีอันหนิงตอบตามความจริง นางเบื่อที่จะต้องเดินเล่นอยู่ในจวน ชมนกชมไม้ หรือเรียนมารยาทของกุลสตรีและเย็บปักถักร้อยกับแม่นมคัง

“ได้ๆๆ แต่เจ้าต้องสอบเข้าให้ผ่านก่อนนะ ถ้าเจ้าผ่าน พ่ออนุญาตให้เจ้าไปเรียนกับพี่ๆ ได้”

ท่านเจ้าเมืองมิได้ขัดใจบุตรีอีกตามเคย ฉีฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา ส่วนพี่ชายทั้งสามก็เลิกสนใจน้องสาวหันไปสนใจอาหารตรงหน้าแทน การไปเรียนที่สำนักศึกษาหลี่ชุนเป็นเรื่องที่ดี แต่พวกเขาก็อดที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กไม่ได้ จากนี้ไปที่นั่นคงจะสนุกอยู่ไม่น้อย

ยามเฉินรถม้าของจวนสกุลฉีขับเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าจวนไปทั้งหมดสองคัน คันแรกมีบุตรชายคนโตกับบุตรชายคนรองของสกุลฉีนั่งไปด้านใน ส่วนอีกคันนั้นมีบุตรชายคนที่สามและบุตรีคนเล็กติดตามมาด้วย สาวรับใช้ที่ติดตามมาดูแลคุณหนูสี่เดินไปพร้อมกับรถม้า เพียงครึ่งชั่วยามรถม้าก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าสำนักศึกษาหลี่ชุน นักเรียนมากมายหลั่งไหลกันมา มีทั้งมาสอบและมาพร้อมเข้าเรียน

“ท่านพี่สามเจ้าคะ ท่านพี่สามเรียนที่นี่มีเรื่องใดน่าสนุกบ้างเจ้าคะ” หากจะถามเรื่องราวต่างๆ ให้ถามที่พี่ชายสามเพราะเขามักจะมีคำตอบมาให้นางทุกอย่าง

“สนุกที่ใดกัน น่าเบื่อจะตาย เจ้าอยู่จวนสบายๆ มิชอบ อยากมาเรียนเพื่อเหตุใดกัน เมื่อถึงวัยปักปิ่นแล้วเจ้าก็ต้องออกเรือนไปอยู่ดี”

ฉีอันลู่ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เรื่องสนุกสำหรับเขาคงจะเป็นการได้ฟังเรื่องเล่าต่างๆ จากเพื่อนๆ ในสำนักศึกษาแห่งนี้ แต่ถ้าจะตอบน้องสาวไปเช่นนั้น มีหวังนางได้ไปบอกบิดามารดาอย่างแน่นอน

“อยู่แต่ในจวนน่าเบื่อจะตาย มาที่นี่ได้พบเจอเพื่อนมากมาย อีกอย่างผู้ใดบอกว่าข้าจะออกเรือน ข้าจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่” คำตอบของน้องสาวทำเอาพี่สามส่ายหน้าไปมาก่อนที่ทั้งคู่จะพากันลงจากรถม้า

“น้องหญิง เจ้ามากับพี่ พี่จะพาเจ้าไปหาท่านอาจารย์เพื่อขอสอบ” พี่ใหญ่บอกน้องเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“เจ้าค่ะพี่ใหญ่” เด็กหญิงขานรับก่อนที่จะรีบเดินตามพี่ชายคนโตไป

“อันลิ่ง นั่นน้องสาวของเจ้าใช่หรือไม่”

สหายร่วมห้องของฉีอันลิ่งเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเยื้องย่างไปกับเด็กชายร่างสูง ซึ่งเขาเองรู้จักเป็นอย่างดี

“ใช่… นางอยากมาเรียนด้วยน่ะ” ฉีอันลิ่งตอบก่อนที่จะเดินนำสหายที่ถามเขาเข้าประตูสำนักศึกษาตามหลังพี่ชายกับน้องสาวคนเล็กไป

ฉีอันหลงพาน้องสาวไปพบกับอาจารย์และนางก็ได้ทำข้อสอบเพื่อเข้าศึกษาในสำนักศึกษาหลี่ชุน ผลการสอบของเด็กหญิงสร้างความประหลาดใจให้กับอาจารย์เป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับวัยเดียวกันแล้วคุณหนูสี่จากจวนสกุลฉีนี้ทำคะแนนได้ดีที่สุด นางจึงได้เข้าศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้

“ฉีอันหนิง…" เสียงเรียกขานนามผู้สอบผ่านดังขึ้น

“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงยกมือก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

"วันนี้เจ้ากลับไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเรียน ตอนนี้สำนักศึกษาหลี่ชุนรับเจ้าเป็นศิษย์ของที่นี่แล้วล่ะ”

คำบอกกล่าวของอาจารย์สร้างความดีใจให้แก่เด็กหญิงวัยเจ็ดปี อย่างน้อยความหวังที่นางจะได้ออกจากจวนมาศึกษาที่สำนักศึกษาหลี่ชุนแห่งนี้ก็เป็นจริง

“เจ้าค่ะ…ท่านอาจารย์”

ฉีอันหนิงคำนับลาอาจารย์ก่อนที่จะเดินออกจากสำนักศึกษาหลี่ชุน เพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับบิดาและมารดา เรื่องที่นางได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิษย์ของสำนักศึกษาหลี่ชุน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะผู้ใดในจวนบ้างจะไม่รู้ว่าคุณหนูสี่นั้นทั้งเก่งและเฉลียวฉลาดเกินวัย หากนี่เป็นสิ่งที่นางอยากทำก็มิมีผู้ใดมาขัดขวางนางได้

เหล่าบรรดาพี่ชายที่กลับมาจากสำนักศึกษาในยามเชินก็ได้รับทราบข่าวดีจากผู้เป็นน้องสาวที่มารอคอยเจื้อยแจ้วให้พี่ชายทั้งสามได้ฟัง พี่ชายใหญ่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ส่วนพี่ชายอีกสองคนค่อนข้างจะรู้สึกเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าน้องสาวนั้นคิดเช่นไรอยู่ถึงอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาเช่นเดียวกันกับพวกเขา เพราะที่นั่นมิได้มีสิ่งใดน่าสนใจเลยสักนิด วันหนึ่งวันก็มีแต่การศึกษาเล่าเรียน

“ท่านพี่ใหญ่ ไปจวนสกุลอิ่นกันไหมเจ้าคะ พี่หญิงจูหรงส่งบ่าวมาเชิญน้องไปแข่งปาศรที่จวนของนาง” หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อยน้องสาวตัวน้อยก็เอ่ยชวนพี่ชายใหญ่ไปเล่นกับนางทันที

“จวนสกุลอิ่น จวนข้างๆ เรานี่น่ะเหรอ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา

“ไปเถอะนะเจ้าคะ น้องอยากให้ท่านพี่ชายใหญ่ไปด้วย” น้องสาวออดอ้อนจนหัวใจของพี่ชายอ่อนระทวย

“ไม่เห็นเจ้าจะชวนพวกพี่ไปด้วยเลย ชวนแต่พี่ชายใหญ่” พี่ชายรองทักขึ้นขณะที่กำลังจะเดินผ่านห้องของพี่ชายใหญ่

“ไปกันทั้งหมดนี่แหละเจ้าค่ะ”

นางตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม สี่พี่น้องจึงพากันไปเยือนจวนสกุลอิ่น

การโยนศรให้ลงเป้านั้นเป็นการละเล่นที่มีอยู่ทั่วทั้งแคว้นโจวหนาน และเป็นการละเล่นที่ผู้คนชื่นชอบ เด็กหญิงกลับมาที่จวนพร้อมกับชัยชนะจนพี่ๆ เอ่ยปากชมนางไม่ขาด รวมไปถึงผู้ใหญ่จากจวนสกุลอิ่นด้วย ที่ต่างพากันชื่นชมเด็กหญิงที่เป็นเด็กเฉลียวฉลาดและมีความสามารถเกินวัย นางจึงได้รับปิ่นหยกขาวที่ใต้เท้าอิ่นให้เป็นรางวัลกลับมาอีกด้วย

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
เมื่อการสาดน้ำมันพรายผิดคนเปลี่ยนหนุ่มเนิร์ดให้กลายเป็นคนคลั่งรักสายโหด ในนิยาย romance modern เรื่อง ❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย เธอต้องเลือกระหว่างการเป็นแฟนเขาหรือความตาย ท่ามกลางอันตรายที่บีบคั้นให้อ่าน romance stories นี้จนจบเพื่อลุ้นบทสรุปของชีวิตและหัวใจ
รสรักเสน่หา
รสรักเสน่หา
อักษราตื่นขึ้นกลางทะเลในสภาพถูกมัดและเผชิญหน้ากับเจ้าของเกาะลึกลับใน รสรักเสน่หา นิยาย romance แนว modern ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอด เมื่อเธอต้องหาทางรอดจากอันตรายและแรงแค้นของผู้ชายอันตราย อ่านนิยายออนไลน์เรื่องนี้เพื่อติดตามบทสรุปของความสัมพันธ์ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน
น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
เมื่อความสัมพันธ์ใน น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend) ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจากการปะทะและการล้างแค้น นิยาย lgbt แนว action เรื่องนี้ถ่ายทอดการเดิมพันด้วยชีวิตและศักดิ์ศรีในแบบ young adult fiction romance books ที่เข้มข้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่อาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
ทรายซ่อนเหลี่ยม
ทรายซ่อนเหลี่ยม
ปิ่นปักต้องเผชิญวิกฤตเมื่อถูกลักพาตัวระหว่างเดินทางไปหาเชคอิลยาส ทรายซ่อนเหลี่ยม นำเสนอเรื่องราวการชิงอำนาจในดินแดนทะเลทรายผ่านตัวตนลึกลับของชาฮีนที่เข้ามาสั่นคลอนความเชื่อและความรู้สึก ท่ามกลางความลวงใน romance novel เรื่องนี้ ปิ่นปักต้องเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ใน mystery story ที่เต็มไปด้วยอันตราย
ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองหายไปอย่างไร้ร่องรอย หวางเย่หลิง จึงต้องเข้าจวนเพื่อแลกกับชีวิตคนในตระกูล ในฐานะสตรีของอิ๋งชวนโหว จอมอำมหิตแห่งกู้กงผู้มีแผนการลับซ่อนอยู่ ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต คือนิยาย romance ผสม action ที่เต็มไปด้วยการสืบหาความจริงและภารกิจเสี่ยงตายในรูปแบบ web novel น่าอ่าน
ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
ฮวาเฉี่ยนเหมียนทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย เธอใช้พลังมิติจากอนาคตสร้างฐานะ เลี้ยงดูลูกเลี้ยงทั้งสามและแม่สามีอย่างดีเพื่อหวังชีวิตสงบสุข แต่สามีลึกลับกลับปรากฏตัวเพื่อทวงลูกคืน เธอจึงขอหย่าขาด ทว่าเขากลับประกาศกร้าวว่าชีวิตนี้ไม่มีคำว่าหย่า มีเพียงสถานะม่ายเท่านั้นที่เธอจะได้รับ

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
เสิ่นอวี่กุยช่วยเฟยหนานเฉิงไว้ที่ต่างประเทศ แต่บังเอิญโดนวางยาปลุกอารมณ์ ทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้น เฟยหนานเฉิงก็กลับประเทศมายกเลิกการหมั้นหมาย โดยไม่รู้เลยว่าคู่หมั้นของเขาก็คือเสิ่นอวี่กุย เสิ่นอวี่กุยต้องการทวงบริษัทคืน จึงขอให้เฟยหนานเฉิงยอมตกลงหมั้น ทั้งสองไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ทำให้คลาดกันหลายครั้ง สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดเผย ความเข้าใจผิดคลี่คลาย และทั้งคู่ก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข
หมอกพรางใจ ใครซ่อนรัก
หมอกพรางใจ ใครซ่อนรัก
สวี่ซวงเจี้ยนตกหลุมรักลู่ซีฉือตั้งแต่แรกพบ เพราะตัวเองดวงแข็ง จึงแต่งงานกับตัวซวยอย่างลู่ซีฉือ เดิมทีเธอคิดว่าเป็นความฝันที่กลายเป็นจริง แต่ลู่ซีฉือกลับมีคนในใจมาตลอด สวี่ซวงเจี้ยนจึงต้องซ่อนความรู้สึกไว้ และพยายามใช้ผลประโยชน์จากสามี มาใช้หนี้ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ เมื่อสาวในใจของลู่ซีฉือกลับมาจากต่างประเทศและเริ่มเข้ามาก้าวก่าย สวี่ซวงเจี้ยนก็ตัดสินใจขอหย่า และยอมหลีกทางให้
เจ้าความรักในม่านเมฆ
เจ้าความรักในม่านเมฆ
พ่อแท้ๆนอกใจ แม่แท้ๆตายจาก แม่เลี้ยงพาลูกนอกสมรสเข้ามาในบ้าน นับแต่นั้นชีวิตของเสิ่นหยุนชูก็เริ่มทุกข์ยากลำบากราวตกนรกทั้งเป็น เพื่อจะให้ลูกชายได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ แม่เลี้ยงโน้มน้าวให้เสิ่นหยุนชูเลิกเรียนหนังสือไปแต่งงาน เอาสินสอดมาส่งน้องชายเรียนหนังสือ เสิ่นหยุนชูผู้เข้มแข็งไม่ยอมทอดทิ้งชีวิตตัวเอง ขยันทำงานพาร์ทไทม์ทุกอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่งช่วยเหลือหญิงสูงอายุไว้คนหนึ่ง จับพลัดจับผลูได้ไปแต่งงานกับหลานชายหญิงสูงอายุ เสิ่นหยุนชูที่เดิมทีคิดตั้งใจหาเงินเลี้ยงครอบครัว จู่ๆเธอก็พบว่าชายหนุ่มที่เธอแต่งงานด้วยเป็นประธานบริษัท เพียงแต่ตาประธานคนนี้แปลก ขยันแกล้งทำตัวเป็นคนทำงานธรรมดา ในเมื่อเป็นแบบนี้ เสิ่นหยุนชูก็ร่วมเล่นกับเขาด้วยแล้วกัน……และเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความน้ำตาและเสียงหัวเราะก็เริ่มขึ้น
รักเพราะร้ายคุณชายจอมโหด
รักเพราะร้ายคุณชายจอมโหด
คงเป็นเพราะว่าเธอแสดงไม่เก่งเท่าน้องสาว เลยทำให้เธอต้องถูกใส่ร้าย กลายเป็นแพะรับบาปคนแรกของประวัติศาสตร์เสมอ เพื่อที่จะได้หนีออกจากครอบครัวเดิม มู่ชีชีมีความหวังว่า จะได้แต่งงานกับคู่อริของพ่อแม่เธอ นึกไม่ถึงว่าความหวังนั้นจะเป็นจริง การเป็นลูกสาวที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเป็นภรรยาของศัตรูนั้นช่างน่าหลงใหล เขาแก้แค้นและเอาคืนแทนเธอได้ ชีวิตของเธอดำเนินไปอย่างราบรื่น
[พากย์เสียง] เซียนหนุ่มบุกโลกมนุษย์
[พากย์เสียง] เซียนหนุ่มบุกโลกมนุษย์
หลี่หวานศิษย์สำนักหุนตุ้น มีร่างกายศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เพียงอ่านคัมภีร์เต๋าเต๋อจิงก็สามารถบรรลุ วิชาเนตรเพลิงพิฆาต และกลายเป็นผู้เปิดดวงเนตรเทวะคนที่สาม นับต่อจากเซียนเอ้อร์หลางและมหาเซียนฉีเทียน ปรมาจารย์หุนตุ้นนำหยกออกมาครึ่งหนึ่ง บอกเขาว่านี่คือหยกเทพ ส่วนอีกครึ่งคือหยกมาร ซึ่งอยู่กับหญิงงามผู้หนึ่ง และหญิงงามผู้นั้นก็คือคู่หมั้นที่ถูกหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กของเขา หากได้บำเพ็ญคู่กับนาง ยิ่งจะสามารถฝ่าด่านบรรลุเป็นกายเซียนศักดิ์สิทธิ์ได้ หลี่หวานอำลาศิษย์พี่ร่วมสำนักทั้งห้าคนที่ดูแลเอาใจใส่เขามาตั้งแต่เล็ก จากนั้นก็ลงจากเขาด้วยความฮึกเหิม ไม่คาดคิดว่าโชคชะตาจะนำพาทั้งสองมาพบกัน ที่หน้าโรงแรมเขาได้พบคู่หมั้นและน้องสาวของเธอเข้าโดยบังเอิญ ทันใดนั้นกระถางดอกไม้ร่วงลงมาจากฟ้า เขารีบเข้าไปช่วยคู่หมั้น ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน คู่หมั้นคิดว่าเขาเป็นคนลามก หลี่หวานเองก็อารมณ์ขึ้นเช่นกัน เธอบอกว่าฉันลามก งั้นฉันจะพิสูจน์ให้ดู มาดูกันว่า เด็กหนุ่มผู้เปิดดวงเนตรเทวะและบรรลุเป็นเซียนศักดิ์สิทธิ์ จะตะลุยเมืองใหญ่และใช้ชีวิตอย่างเสรีสำราญอย่างไร
[พากย์เสียง] วิวาห์ฟ้าแลบ ดันรักจริง
[พากย์เสียง] วิวาห์ฟ้าแลบ ดันรักจริง
เฉียวซีมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับประธานฟู่ซื่อกรุ๊ป โดยไม่รู้จักกันมาก่อน หลังจากคืนนั้น ฟู่สือหลิ่นตามหาเธอทั่วทุกมุมโลกอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่พบ ขณะเดียวกัน เธอกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน และต้องทำงานพิเศษสารพัดเพื่อหาเลี้ยงชีพ ภายใต้แรงกดดันให้แต่งงานของคุณย่าฟู่ ทั้งคู่จึงทำสัญญาแต่งงานกัน