Logo
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง
อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

45 ตอน
จบแล้ว
เมื่อบ้านเมืองวุ่นวาย ฉีอันหนิง บุตรีเจ้าเมืองผู้เก่งกาจทั้งบุ๊นและบู๊ใน อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง ต้องร่วมมือกับซ่งมู่เฉิน หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำเพื่อปกป้องเมืองท่ามกลางภารกิจสุดอันตราย ติดตามการต่อสู้และ romance novel ที่เข้มข้นใน adventure story สุดระทึกใจได้ในนิยายออนไลน์เรื่องนี้

เรื่องย่อ อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

ฉีอันหนิง ทายาทสาวของเจ้าเมืองตงหลางผู้เปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้าน ทั้งศาสตร์แห่งการต่อสู้และสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดเกินใคร ความซุกซนปนความเก่งกาจของนางได้นำพาให้มาพบกับ ซ่งมู่เฉิน บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ดำผู้เคร่งขรึม ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการดูแลความสงบสุขของราษฎร เขาคือพี่ชายของสหายสนิทที่เริ่มมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเหตุการณ์ไม่สงบ ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นท่ามกลางภารกิจปกป้องแผ่นดินจะดำเนินไปในทิศทางใด และบทสรุปความรักของทั้งคู่จะลงเอยด้วยความสุขหรือไม่
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก อันหนิง ยอดหญิงแห่งตงหลาง

ณ เมืองตงหลาง แห่งแคว้นโจวหนาน

เหมันตฤดูเวียนมา เหล่าหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องอยู่บนท้องนภาในยามอิ๋น ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยเจ็ดปีขยับไปมาอยู่บนเตียงนอน ผ้าม่านที่ทอด้วยไหมปลิวไสวไปตามสายลมหนาว ผ้าห่มผืนหนาที่ปกคลุมกายอยู่ถูกเท้าเล็กถีบออกจนสาวรับใช้ที่คอยดูแลอยู่ต้องดึงขึ้นมาปกคลุมร่างเล็กของคุณหนูสี่เอาไว้เพื่อมิให้ร่างกายสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น

“ข้าร้อน” เสียงเล็กเปล่งออกมาจากคนที่นอนปิดเปลือกตาอยู่

“แต่คุณหนูสี่เจ้าคะ… คุณหนูต้องห่มผ้าเอาไว้นะเจ้าคะ ถ้าคุณหนูป่วย… บ่าวโดนตีหลังลายแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

ซุนซุนบอกคุณหนูสี่ด้วยเหตุและผล เด็กจิตใจดีอย่างฉีอันหนิง หรือคุณหนูสี่ บุตรีคนเล็กของใต้เท้า ฉีอันจวิ้น กับฉีฮูหยินย่อมได้ฟังแล้วต้องเห็นอกเห็นใจ

ใต้เท้าฉีเป็นเจ้าเมืองตงหลางเขาได้แต่งงานกับฉีฮูหยินมาเกือบสิบห้าปีแล้ว ทั้งสองมีบุตรชายทั้งหมดสามคนคือฉีอันหลง ฉีอันลิ่ง ฉีอันลู่และมีฉีอันหนิงที่เป็นบุตรีคนเล็กของตระกูลฉี บุตรีที่บิดาและมารดาหวงราวกับเป็นไข่ในหิน

“ข้าห่มแล้ว ข้าไม่อยากให้ซุนซุนถูกตี”

เสียงเล็กเอ่ยออกมา ถึงจะวัยเพียงเจ็ดปี แต่ทว่าเด็กหญิงกลับเฉลียวฉลาด นางขี่ม้าได้ อ่านหนังสือออก เล่นดนตรีเป็น และโยนลูกดอกลงกาเก่งที่สุดจนเหล่าพี่ชายอดไม่ได้ที่จะชื่นชมและพาน้องสาวติดตามไปเล่นด้วยทุกที สาวรับใช้วัยสิบสองส่งยิ้มให้คุณหนูสี่ ก่อนที่นางจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนของฉีอันหนิงไป

“ข้าไม่หนาว…” เสียงเล็กดังออกมาแผ่วเบา ริมฝีปากเล็กฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เมื่อเสียงก้าวเท้าเงียบลง ผ้าห่มที่คลุมร่างเล็กอยู่ก็ถูกเท้าของนางถีบออก ฉีอันหนิงนางเป็นเด็กหญิงที่เกิดในเหมันตฤดู ความหนาวเหน็บในปีที่นางเกิดนั้นหนาวกว่าปีนี้ยิ่งนัก นั่นจึงเป็นเหตุให้นางไม่กลัวความหนาวเย็น กลับกันนางเกิดชอบอากาศหนาวเสียด้วยซ้ำ

เสียงเคาะฆ้องบอกยามเหม่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงของคนที่คอยแจ้งเตือนบอกยามตะโกนดังขึ้นมาเป็นประโยคซ้ำไปซ้ำมา

'ถึงยามเหม่าแล้ว ตะวันแทนที่จันทรา หิมะยังไม่ละลาย ใส่ใจสวมใส่เสื้อผ้าให้มาก'

สาวรับใช้เตรียมอ่างน้ำและผ้าเช็ดหน้าเข้าไปให้คุณหนูสี่ที่นอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง ฉีฮูหยินให้นางนอนตามลำพังตั้งแต่คุณหนูสี่อายุได้เพียงห้าปี นัยน์ตากลมเบิกโพลงยามเมื่อได้เห็นร่างเล็กของคุณหนูไร้ผ้าห่มกาย ซุนซุนรีบเข้าไปใช้มือเล็กของตนสัมผัสร่างกายของคุณหนูสี่ก็พบว่าร่างกายของนางเย็นเฉียบ นางตกใจจนรีบปลุกคุณหนูสี่ให้ตื่นนอน

“คุณหนู…. คุณหนูสี่เจ้าคะ”

“อื้อ… พี่ซุนซุน พี่ปลุกข้าทำไม กำลังนอนสบายเลย” เสียงเล็กดังออกมาจากเจ้าของร่างเล็กที่เริ่มบิดกายไปมาเพื่อขับไล่ความเกียจคร้าน

“คุณหนู… ท่านไม่ห่มผ้านอนอีกแล้วนะเจ้าคะ” ซุนซุนเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจ ขอภาวนาอย่าให้คุณหนูสี่เจ็บป่วยก็พอ มิเช่นนั้นนางคงจะโดนฟาดหลังหลายอีกแน่ๆ

“ข้าร้อน… มิเป็นไรหรอกพี่ซุนซุน ข้าแข็งแรง ข้าไม่ป่วยง่ายๆ อย่างแน่นอน”

ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อความง่วงที่มีอยู่ก่อนหน้าหมดสิ้น นางล้างหน้าและเดินไปนั่งลงที่หน้ากระจก ซุนซุนละมือจากการเก็บที่นอนให้กับคุณหนูก่อนที่จะเดินไปหวีผมให้กับนาง

“ผมของคุณหนูสี่สวยมากเลยนะเจ้าคะ” ผมสลวยเส้นหนาดกดำลื่นมือยามที่เด็กรับใช้ ใช้หวีสางเส้นผมให้กับคุณหนูของนาง

“รีบหน่อยพี่ซุนซุน เดี๋ยววันนี้ไปไม่ทันพวกพี่ใหญ่ เขาบอกข้าว่าจะไปเรียนกับอาจารย์ที่สำนักศึกษาหลี่ชุน ข้าอยากไปเรียนกับพวกพี่ๆ ด้วย” เสียงใสเจื้อยแจ้วออกมารัวๆ

“แต่คุณหนูเจ้าคะ สำนักศึกษาหลี่ชุนเขาต้องให้ผู้ที่อยากเป็นศิษย์ของที่นั่น สอบเข้าก่อนถึงจะเรียนได้นะเจ้าคะ อีกอย่างคุณหนูต้องไปขออนุญาตนายท่านกับนายหญิงใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ” ซุนซุนหวีผมและมัดผมให้คุณหนูสี่จนเสร็จก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“ท่านพ่อกับท่านแม่ตามใจข้าที่สุด ข้าอยากไปท่านพ่อท่านแม่ต้องให้ข้าไปอยู่แล้ว”

ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาอย่างรู้ใจบิดามารดา นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียว เพราะนางมีแต่พี่ชายที่มีอายุห่างกันไม่มาก พี่ชายใหญ่อายุสิบสามปี พี่ชายรองอายุสิบเอ็ดปี พี่ชายสามอายุเก้าปี ส่วนนางอายุเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น

ซุนซุนพอได้ยินเช่นนั้นก็มิได้กล่าวอันใดออกมาอีก นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นถูกนายท่านกับนายหญิงใหญ่เลี้ยงดูแบบตามใจ แต่ทว่านางกลับมิได้มีนิสัยที่ไม่ดีเลยสักนิด เอาแต่ใจในเรื่องบางเรื่องเท่านั้น

ที่โต๊ะอาหารของเรือนใหญ่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระกูลฉีนั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะ อาหารหลากหลายเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะเป็นประจำเช่นทุกวัน พี่ชายใหญ่ของฉีอันหนิงนั้นมีนิสัยสุขุม สุภาพ เก็บความรู้สึกเก่งสมกับเป็นพี่ชายคนโต พี่ชายคนรองนั้นมีนิสัยรักสนุก ชอบบทกลอนและดนตรี ส่วนพี่สามนั้นมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นและขี้สงสัยเป็นที่สุด

“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ” เสียงเรียกขานของบุตรีคนเล็กทำเอาสองสามีภรรยาละสายตาจากอาหารไปมองที่นางพร้อมๆ กัน

“เสียงหวานเช่นนี้มีอันใดจะขอพ่อกับแม่หรือหนิงเอ๋อร์” ใต้เท้าฉีรู้ดี ยามเมื่อบุตรีผู้นี้ของตนอยากได้สิ่งใด นางมักจะใช้น้ำเสียงเช่นนี้อยู่เสมอ

“ลูกอยากไปสำนักศึกษาหลี่ชุนกับพวกพี่ชายค่ะ" สามเด็กชายหันมามองหน้าน้องสาวเป็นตาเดียวกัน

“เจ้าจะไปทำไม ที่นั่นถ้าเจ้าไปต้องเรียนหนังสือ เขียนอักษรนะ” พี่สามหรือฉีอันลู่เอ่ยถามน้องสาวออกมา

“นั่นสิ… เจ้าเขียนอักษรเก่งแล้วจะไปที่นั่นอีกทำไมกัน” พี่รองหรือฉีอันลิ่งเอ่ยออกมาบ้าง เป็นเขาหน่อยไม่ได้ เขาจะอยู่บ้านเล่นพิณ ดีดฉินและแต่งบทกลอนให้สนุกไปเลย

“ข้าเบื่อ… ข้าอยากไปเรียนบ้าง นะเจ้าคะท่านพ่อ… นะเจ้าคะท่านแม่ ให้ลูกไปเถอะนะเจ้าคะ”

ฉีอันหนิงตอบตามความจริง นางเบื่อที่จะต้องเดินเล่นอยู่ในจวน ชมนกชมไม้ หรือเรียนมารยาทของกุลสตรีและเย็บปักถักร้อยกับแม่นมคัง

“ได้ๆๆ แต่เจ้าต้องสอบเข้าให้ผ่านก่อนนะ ถ้าเจ้าผ่าน พ่ออนุญาตให้เจ้าไปเรียนกับพี่ๆ ได้”

ท่านเจ้าเมืองมิได้ขัดใจบุตรีอีกตามเคย ฉีฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา ส่วนพี่ชายทั้งสามก็เลิกสนใจน้องสาวหันไปสนใจอาหารตรงหน้าแทน การไปเรียนที่สำนักศึกษาหลี่ชุนเป็นเรื่องที่ดี แต่พวกเขาก็อดที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเล็กไม่ได้ จากนี้ไปที่นั่นคงจะสนุกอยู่ไม่น้อย

ยามเฉินรถม้าของจวนสกุลฉีขับเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าจวนไปทั้งหมดสองคัน คันแรกมีบุตรชายคนโตกับบุตรชายคนรองของสกุลฉีนั่งไปด้านใน ส่วนอีกคันนั้นมีบุตรชายคนที่สามและบุตรีคนเล็กติดตามมาด้วย สาวรับใช้ที่ติดตามมาดูแลคุณหนูสี่เดินไปพร้อมกับรถม้า เพียงครึ่งชั่วยามรถม้าก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าสำนักศึกษาหลี่ชุน นักเรียนมากมายหลั่งไหลกันมา มีทั้งมาสอบและมาพร้อมเข้าเรียน

“ท่านพี่สามเจ้าคะ ท่านพี่สามเรียนที่นี่มีเรื่องใดน่าสนุกบ้างเจ้าคะ” หากจะถามเรื่องราวต่างๆ ให้ถามที่พี่ชายสามเพราะเขามักจะมีคำตอบมาให้นางทุกอย่าง

“สนุกที่ใดกัน น่าเบื่อจะตาย เจ้าอยู่จวนสบายๆ มิชอบ อยากมาเรียนเพื่อเหตุใดกัน เมื่อถึงวัยปักปิ่นแล้วเจ้าก็ต้องออกเรือนไปอยู่ดี”

ฉีอันลู่ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เรื่องสนุกสำหรับเขาคงจะเป็นการได้ฟังเรื่องเล่าต่างๆ จากเพื่อนๆ ในสำนักศึกษาแห่งนี้ แต่ถ้าจะตอบน้องสาวไปเช่นนั้น มีหวังนางได้ไปบอกบิดามารดาอย่างแน่นอน

“อยู่แต่ในจวนน่าเบื่อจะตาย มาที่นี่ได้พบเจอเพื่อนมากมาย อีกอย่างผู้ใดบอกว่าข้าจะออกเรือน ข้าจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่” คำตอบของน้องสาวทำเอาพี่สามส่ายหน้าไปมาก่อนที่ทั้งคู่จะพากันลงจากรถม้า

“น้องหญิง เจ้ามากับพี่ พี่จะพาเจ้าไปหาท่านอาจารย์เพื่อขอสอบ” พี่ใหญ่บอกน้องเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

“เจ้าค่ะพี่ใหญ่” เด็กหญิงขานรับก่อนที่จะรีบเดินตามพี่ชายคนโตไป

“อันลิ่ง นั่นน้องสาวของเจ้าใช่หรือไม่”

สหายร่วมห้องของฉีอันลิ่งเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเยื้องย่างไปกับเด็กชายร่างสูง ซึ่งเขาเองรู้จักเป็นอย่างดี

“ใช่… นางอยากมาเรียนด้วยน่ะ” ฉีอันลิ่งตอบก่อนที่จะเดินนำสหายที่ถามเขาเข้าประตูสำนักศึกษาตามหลังพี่ชายกับน้องสาวคนเล็กไป

ฉีอันหลงพาน้องสาวไปพบกับอาจารย์และนางก็ได้ทำข้อสอบเพื่อเข้าศึกษาในสำนักศึกษาหลี่ชุน ผลการสอบของเด็กหญิงสร้างความประหลาดใจให้กับอาจารย์เป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับวัยเดียวกันแล้วคุณหนูสี่จากจวนสกุลฉีนี้ทำคะแนนได้ดีที่สุด นางจึงได้เข้าศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้

“ฉีอันหนิง…" เสียงเรียกขานนามผู้สอบผ่านดังขึ้น

“เจ้าค่ะ” เด็กหญิงยกมือก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

"วันนี้เจ้ากลับไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเรียน ตอนนี้สำนักศึกษาหลี่ชุนรับเจ้าเป็นศิษย์ของที่นี่แล้วล่ะ”

คำบอกกล่าวของอาจารย์สร้างความดีใจให้แก่เด็กหญิงวัยเจ็ดปี อย่างน้อยความหวังที่นางจะได้ออกจากจวนมาศึกษาที่สำนักศึกษาหลี่ชุนแห่งนี้ก็เป็นจริง

“เจ้าค่ะ…ท่านอาจารย์”

ฉีอันหนิงคำนับลาอาจารย์ก่อนที่จะเดินออกจากสำนักศึกษาหลี่ชุน เพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับบิดาและมารดา เรื่องที่นางได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิษย์ของสำนักศึกษาหลี่ชุน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะผู้ใดในจวนบ้างจะไม่รู้ว่าคุณหนูสี่นั้นทั้งเก่งและเฉลียวฉลาดเกินวัย หากนี่เป็นสิ่งที่นางอยากทำก็มิมีผู้ใดมาขัดขวางนางได้

เหล่าบรรดาพี่ชายที่กลับมาจากสำนักศึกษาในยามเชินก็ได้รับทราบข่าวดีจากผู้เป็นน้องสาวที่มารอคอยเจื้อยแจ้วให้พี่ชายทั้งสามได้ฟัง พี่ชายใหญ่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ส่วนพี่ชายอีกสองคนค่อนข้างจะรู้สึกเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าน้องสาวนั้นคิดเช่นไรอยู่ถึงอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาเช่นเดียวกันกับพวกเขา เพราะที่นั่นมิได้มีสิ่งใดน่าสนใจเลยสักนิด วันหนึ่งวันก็มีแต่การศึกษาเล่าเรียน

“ท่านพี่ใหญ่ ไปจวนสกุลอิ่นกันไหมเจ้าคะ พี่หญิงจูหรงส่งบ่าวมาเชิญน้องไปแข่งปาศรที่จวนของนาง” หลังจากเก็บกระเป๋าเรียบร้อยน้องสาวตัวน้อยก็เอ่ยชวนพี่ชายใหญ่ไปเล่นกับนางทันที

“จวนสกุลอิ่น จวนข้างๆ เรานี่น่ะเหรอ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา

“ไปเถอะนะเจ้าคะ น้องอยากให้ท่านพี่ชายใหญ่ไปด้วย” น้องสาวออดอ้อนจนหัวใจของพี่ชายอ่อนระทวย

“ไม่เห็นเจ้าจะชวนพวกพี่ไปด้วยเลย ชวนแต่พี่ชายใหญ่” พี่ชายรองทักขึ้นขณะที่กำลังจะเดินผ่านห้องของพี่ชายใหญ่

“ไปกันทั้งหมดนี่แหละเจ้าค่ะ”

นางตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม สี่พี่น้องจึงพากันไปเยือนจวนสกุลอิ่น

การโยนศรให้ลงเป้านั้นเป็นการละเล่นที่มีอยู่ทั่วทั้งแคว้นโจวหนาน และเป็นการละเล่นที่ผู้คนชื่นชอบ เด็กหญิงกลับมาที่จวนพร้อมกับชัยชนะจนพี่ๆ เอ่ยปากชมนางไม่ขาด รวมไปถึงผู้ใหญ่จากจวนสกุลอิ่นด้วย ที่ต่างพากันชื่นชมเด็กหญิงที่เป็นเด็กเฉลียวฉลาดและมีความสามารถเกินวัย นางจึงได้รับปิ่นหยกขาวที่ใต้เท้าอิ่นให้เป็นรางวัลกลับมาอีกด้วย

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

หมื่นฝันพันคะนึง
หมื่นฝันพันคะนึง
เมื่อหญิงสาวตื่นมาพร้อมความจำเสื่อมใน หมื่นฝันพันคะนึง นิยาย fantasy romance ที่เล่าเรื่องราวของซุนหลวนคุน แม่ทัพหนุ่มผู้รอคอยภรรยามาหลายภพชาติ เขาต้องปกป้องหรูซื่อจากอันตรายและฟื้นความทรงจำท่ามกลางการต่อสู้สุดระทึก อ่านนิยายออนไลน์ฟรี fiction fantasy romance books ยอดนิยมได้แล้ววันนี้
เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เมื่อมาราตีต้องกลายเป็นตัวประกันแทนพี่สาวใน เชลยทรายทาสชีคเถื่อน เธอจึงถูกชีคอัฟฟานจับพิรุธได้ท่ามกลางความขัดแย้งของกบฏในซาล การปลอมตัวครั้งนี้กลายเป็นกับดักที่หนีไม่ได้ใน romance novel สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยอำนาจและการทรยศ อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวการชิงไหวชิงพริบกลางทะเลทรายได้แล้ววันนี้
สวาทรักคนเถื่อน
สวาทรักคนเถื่อน
เมื่อ พวงชมพู เดินทางเข้าป่าลึกเพื่อตามหาพ่อแต่กลับถูกลักพาตัวโดย อุกฤษฏ์ ชายเถื่อนหน้าดุผู้ลึกลับ เธอต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากพันธนาการท่ามกลางอันตรายใน สวาทรักคนเถื่อน นิยาย romance แนว adventure story ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบและการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีในฐานะเมียเชลย
โซ่เสน่หานายหัว
โซ่เสน่หานายหัว
ปณาลี นักข่าวสาวไฟแรงต้องปลอมตัวเพื่อขุดคุ้ยความลับของ นายหัวไกร ใน โซ่เสน่หานายหัว romance novel สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยอันตรายและอิทธิพลมืด เธอต้องเลือกระหว่างความจริงของคดีค้ามนุษย์หรือการเอาชีวิตรอดจากพันธนาการร้ายใน modern novel เรื่องนี้ที่รวมความตื่นเต้นและ action ไว้อย่างครบถ้วน
เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
เมื่อความรักของปาริชาติมอดไหม้ในกองเพลิงเพราะการทรยศของพุฒิผู้เป็นสามี เธอจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่และทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง ในนิยาย เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา แนว romance modern ที่จะพาคุณไปพบกับการล้างแค้นและทางเลือกใหม่ที่ไร้ซึ่งความสงสาร ท่ามกลางความเข้มข้นสไตล์ mafia novel ที่น่าติดตาม
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
เมื่อโอกาสหวนคืนมาอีกครั้งใน ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี นิยาย fantasy romance แนวเกิดใหม่ที่นางเอกขอแก้ไขอดีต เลิกโง่เขลาตามตื๊อท่านอ๋องผู้ไร้ใจ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเกี้ยวรองแม่ทัพแสนดีให้สำเร็จ พบกับภารกิจพิชิตใจใน fiction fantasy romance books ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และชะตาชีวิตใหม่

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] วันสิ้นโลกกับสามหนุ่มสุดเทพ
[พากย์เสียง] วันสิ้นโลกกับสามหนุ่มสุดเทพ
ในวันสิ้นโลกอันหนาวเหน็บ ครอบครัวเลือกปกป้องลูกเลี้ยง แล้วผลักฉันสู่พายุหิมะอย่างไร้ปราณี ทว่าในวินาทีเป็นตาย ฉันปลุกพลังระบบสามเทพบุตรขึ้นมา ประธานหนุ่มสุดเย่อหยิ่งผู้กุมเสบียงไม่จำกัด ศาสตราจารย์อัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญการป้องกันระดับสูง และน้องชายสายออดอ้อนที่มีพลังเคลื่อนย้ายพริบตา ขณะที่ทั้งเมืองเป็นนรกแห่งความเยือกเย็น ฉันกลับซ่อนตัวอยู่ในวิลล่าควบคุมอุณหภูมิ กินหม้อไฟท่ามกลางสามหนุ่มหล่อ มองดูครอบครัวสารเลวฆ่ากันเองเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาคลานมาถึงหน้าประตูบ้านฉัน คุกเข่าขออาหาร ฉันเปิดระบบไฟฟ้ารอบบ้าน ส่งพวกเขาไปสู่จุดจบอย่างไม่ลังเล ชาตินี้ไม่ขอความรัก ขอแค่เอาตัวรอด พาสามหนุ่มสุดเทพ ฝ่าโลกแห่งความเยือกเย็น คว้าชัยชนะต้อนรับปีใหม่
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
หลินซือว่าง นักเรียนดีเด่นจากจังหวัดซานเหอ ได้กลับมาพบกับครอบครัวผู้มั่งคั่งที่เมืองจิงอย่างไม่คาดคิด แม้ต้องเผชิญกับการถูกทารุณกรรมจากครอบครัวและการกลั่นแกล้งจากคุณหนูตัวปลอม แต่หล่อนก็ยังคงมุ่งมั่นกับเป้าหมายและทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ หลังจากได้ทะเบียนบ้านของเมืองจิง หล่อนคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อเรียนหนักยิ่งขึ้น ในที่สุด หล่อนได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้วยความสามารถของตนเอง และปูทางไปสู่อนาคตที่สดใส
ภรรยาลับของประธานมู่
ภรรยาลับของประธานมู่
ครอบครัวของเวินเอ๋อร์หว่านถูกใส่ร้ายจนได้รับการทรมานจากมู่เหยียนเซิน และถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับมู่เหยียนเซิน เธอใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมาน มู่เหยียนเซิน: “เวินเอ๋อร์หว่าน ต่อให้เธอจะตาย ก็ต้องให้ฉันอนุญาต!”
ไร้ซึ่งที่ให้เรียกว่าบ้าน
ไร้ซึ่งที่ให้เรียกว่าบ้าน
เดิมทีซูเฉิงเป็นคุณชายตระกูลซู กลับถูกหาว่าเป็นตัวปลอมเมื่อซูหมิงอวี่กลับมา ซูหมิงอวี่ใส่ร้ายป้ายสีว่าซูเฉิงทำร้ายคุณปู่ คนตระกูลซูปักใจเชื่อเพราะหูเบา จึงส่งซูเฉิงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวชนาน 3 ปี หลังจากรับเขากลับมา คนในครอบครัวก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชา  ซูหว่านห้ามไม่ให้เขาเรียกว่าพี่ ซูหมิงอวี่ลำพองใจ ซูเจิ้นผู้เป็นพ่อดุด่าว่ากล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว ส่วนคนเป็นแม่อย่างซ่งอวิ๋นแม้จะห่วงใยแต่ก็ปกป้องเข้าข้างซูหมิงอวี่ ซูเฉิงมีแผลทั่วตัว ใส่ขาเทียมอยู่จึงเดินเหินไม่คล่องแคล่ว พอกลับมาบ้านยังไม่วายถูกคนในครอบครัวตำหนิ เจียงหนิงเสวี่ยปรากฏตัว เธอเคยเป็นคนที่ซูเฉิงชื่นชอบ แต่กลับไปสนิทสนมกับซูหมิงอวี่ ซูเฉิงหมดหวังและชินชา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเข้าใจผิดและการทำร้ายจากคนในครอบครัว สถานการณ์ของซูเฉิงในตระกูลซูก็ยิ่งยากลำบากเข้าไปใหญ่ อนาคตมืดมนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครดี
เจ้าแห่งวิหารเทพลงเขามาแล้ว
เจ้าแห่งวิหารเทพลงเขามาแล้ว
หลินเฟิง เทพหมออันดับหนึ่งของโลก ผู้ใช้นามแฝงว่าหจูอิน ซ่อนตัวจากการไล่ล่าทั่วโลกด้วยการปลอมเป็นขอทาน วันหนึ่งเขาถูกคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐี หลิวเชียนเชียนเข้าใจผิดว่าเป็นขอทานจริง ๆ เลยโยนบัตรแบล็กการ์ดให้แบบไม่คิดมาก หลินเฟิงมองออกทันทีว่าเธอกำลังป่วยเป็นโรคร้ายเสวียนอินจวี้ม่าย แต่กลับถูกสามเทพหมอชื่อดังตั้งข้อสงสัย เขาเลยตบหน้าสามเทพหมอแบบกลางงาน จนถูกบังคับพาตัวกลับไปยังตระกูลหลิว แล้วใช้เข็มทองช่วยชีวิตหลิวเชียนเชียน ทำเอาวงการแพทย์ทั้งโลกสั่นสะเทือน หลังจากหลุดตัวออกมา หลินเฟิงกลับต้องเจอคู่หมั้นเก่าซูเม่ยกับน้องร่วมพ่อคนละแม่ หลินอันเหรินประจานเลิกหมั้นบนถนนต่อหน้าผู้คน แถมยังพบว่าตระกูลหลินอาศัยตำแหน่งสิบสองเซียนทองที่ลูกน้องของเขาอู่ซานมอบให้ กลายเป็นคนเหิมเกริมเกินขอบเขต หลินเฟิงจึงเริ่มปูเกมลับ เบื้องหลังใช้ตัวตนหจูอินประกาศว่าจะไปปรากฏตัวในงานแต่งของตระกูลหลิน จุดชนวนให้ทั้งเมืองปั่นป่วน
คุณแม่ขาโหดพาลูกๆ ไปร่ำรวย
คุณแม่ขาโหดพาลูกๆ ไปร่ำรวย
ฉินเจียวหนูเดิมทีเป็นสายลับระดับสูงของประเทศหัวกั๋ว ในภารกิจครั้งหนึ่งถูกศัตรูทำร้ายบาดเจ็บ ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนเวลากลับไปในสมัยโบราณ ร่างเดิมไม่เพียงแต่ชอบเล่นการพนัน แล้วยังคิดจะขายลูกสาวแสนสวยสี่คนเพื่อใช้หนี้ ทั้งยังลงไม้ลงมือดุด่าลูกเขยคนโต เพื่อสานสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับพวกลูกสาว ฉินเจียวหนูปราบคนทวงหนี้ที่มาทำร้ายลูกสาว เธอฆ่าเสือมือเปล่าเอาเงินมาใช้หนี้ ซื้อผ้า ซื้อรองเท้า ซื้อข้าวและแป้ง การกระทำของฉินเจียวหนูทำให้เหล่าลูกสาวค่อย ๆ ยอมรับและเชื่อในตัวฉินเจียวหนู ฉินเจียวหนูนำพาเหล่าลูกสาวและลูกเขยเดินไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น