ตอน 2
แค่คนพรรค์นี้ก็กล้าใส่ร้ายเธอ?
นางมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เป็นอันดับหนึ่งในอันดับยอดนิยมแห่งอาณาจักรหมาป่า นามว่าฉู่เชียนหลี
เมื่อคืนนางตายในเหตุระเบิดอันแปลกประหลาด หลังจากตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของพระชายาเสวียนที่มีชื่อและแซ่เดียวกัน
ก่อนออกเรือน นางคือคุณหนูเจ็ดแห่งจวนกั๋วกง
ตั้งแต่เด็กก็ไม่เอาถ่าน ทั้งยังทำตัวเหลวแหลก
ในพระราชวัง ชื่อเสียงของนางป่นปี้มานานแล้ว
วันนั้นที่ท่านอ๋องเสวียนกลับจากการออกศึก ฉู่เชียนหลีพบหน้าเขาเพียงครั้งแรก ก็ตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ดังนั้นนางจึงวางแผนจัดค่ายกลดอกท้อ ทำให้ทุกคนในพระราชวัง ล้วนคิดว่านางกับท่านอ๋องเสวียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
ฝ่าบาทถูกบีบคั้นจากแรงกดดันของจวนกั๋วกง ทำได้เพียงมีราชโองการพระราชทานสมรส
ทว่าที่แปลกก็คือ ท่านอ๋องเสวียนที่หยิ่งยโสมาโดยตลอด กลับยอมรับโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ!
ช่างไม่เข้ากับวิถีการกระทำของเขาเลยสักนิด และยิ่งไม่เข้ากับภาพลักษณ์ที่เย็นชาจนคนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้ของเขาด้วย!
ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไม
เพียงแต่ ไม่มีใครคาดคิดว่า ในคืนเข้าหอ ฉู่เชียนหลีก็ลงมือกับนายท่านสิบสี่เสียแล้ว
เป็นสตรีที่เหลวแหลกไร้ยางอายจริงๆ!
ยามนี้ผู้คนรอบข้างที่มองมายังฉู่เชียนหลี แต่ละคนล้วนมีสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ เกลียดชังนางถึงขีดสุด!
แทบอยากจะจับนางเผาทั้งเป็นเสียเดี๋ยวนี้!
แต่ฉู่เชียนหลีกลับทำเพียงมองไปยังเฟิงเย่เสวียนอย่างเรียบเฉย
ในยามความเป็นความตายเช่นนี้ นางกลับยังสามารถใจเย็นได้ถึงเพียงนี้
สิ่งที่ปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น คือความเฉียบแหลมและเย็นชาในแบบที่เฟิงเย่เสวียนไม่เคยเห็นจากตัวนางมาก่อน!
ฉู่เชียนหลีในค่ำคืนนี้ แตกต่างไปจากฉู่เชียนหลีที่โง่เขลาบ้าบุรุษในอดีตอย่างสิ้นเชิง
ราวกับกลายเป็นคนละคนก็ไม่ปาน!
"ท่านอ๋อง ให้เวลาข้าสามวัน ข้าสามารถหาตัวคนร้ายมาได้!"
น้ำเสียงของฉู่เชียนหลีช่างเรียบเฉยเสียจนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน
แต่กลับหนักแน่นและทรงพลัง!
แม้แต่ชุ่ยเอ๋อร์ที่คอยติดตามอยู่ข้างกายนางมาหลายปี เมื่อถูกสายตาอันเย็นชาของนางตวัดมอง ก็ยังตกใจจนชะงักงัน
ไม่เคยพบเห็นแววตาที่ดุดันและน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน!
"พระ...พระชายา ท่าน...ท่าน...ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ เรื่องนี้...มันก็เป็นฝีมือ...ของท่าน..."
แต่ทว่า เหตุใดแววตาของพระชายาถึงได้ดูลึกล้ำและน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้
ชุ่ยเอ๋อร์ถึงกับไม่กล้าสบตากับนาง! จนถูกกดดันให้ต้องหลบสายตาไป!
"หึ หากในใจไม่ได้มีความผิดปิดบังไว้ เหตุใดแม้แต่มองหน้าข้าเจ้ายังไม่กล้า" ฉู่เชียนหลีแค่นหัวเราะเย็นชา
สายตาของเฟิงเย่เสวียน ก็จับจ้องไปที่ชุ่ยเอ๋อร์เช่นกัน
สายตาอันแสนเย็นชาทั้งสองคู่ที่สาดส่องมา ยิ่งทำให้ชุ่ยเอ๋อร์หวาดกลัวจนตัวสั่นเทา แม้แต่น้ำเสียงก็ยังสั่นเครือ
"บ่าว...บ่าวไม่ได้ไม่กล้า บ่าวเพียงแต่...เพียงแต่..."
แต่นางก็ไม่กล้าสบตากับฉู่เชียนหลีจริงๆ
แววตาของฉู่เชียนหลีนั้นกระจ่างใสดุจผืนน้ำและเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ชั่วขณะหนึ่ง นางถึงกับพูดคำแก้ตัวใดๆ ไม่ออกเลย
ในที่สุด ชุ่ยเอ๋อร์ก็ทิ้งตัวโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดังตึง : "พระชายา! ท่านยอมรับผิดเถิดเจ้าค่ะ! ท่านอ๋องจะต้องละเว้นโทษให้ท่านเป็นแน่!"
ฉู่เชียนหลีแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ช่างเย็นชาจับขั้วหัวใจ
อาศัยแค่สวะพรรค์นี้ ก็คิดจะมาใส่ร้ายนางงั้นหรือ
มีสิทธิ์อะไรมาทำเช่นนี้!
สายตาของนาง วกกลับมาที่ใบหน้าของเฟิงเย่เสวียนอีกครั้ง
"หากท่านอ๋องยังมองไม่ออกแม้กระทั่งคำโกหกพรรค์นี้ เช่นนั้น ฉายาเทพสงครามของท่าน สมควรสละให้ผู้ที่เหมาะสมกว่าดีหรือไม่"
น้ำเสียงที่แสนท้าทายนี้! สายตาที่เหยียดหยามถึงเพียงนี้!
ผู้คนรอบข้างทั้งหมด ล้วนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง!
ไม่เคยมีผู้ใด กล้าใช้ท่าทีเช่นนี้พูดคุยกับท่านอ๋องเสวียนมาก่อนเลย!
แม้แต่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน ก็ยังต้องมีความเกรงอกเกรงใจต่อท่านอ๋องเสวียนอยู่หลายส่วน!
พระชายา ช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย!
นี่ใช่คุณหนูเจ็ดคนไร้ค่าในอดีตคนนั้นแน่หรือ
เฟิงเย่เสวียนหรี่ดวงตาลง แววตาที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์นั้น ช่างลึกลับและยากจะคาดเดา!
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เพราะว่า บนใบหน้าของเขานั้นไร้ซึ่งการแสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ริมฝีปากบางของเฟิงเย่เสวียนก็ขยับ ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น : "หากเปิ่นหวางยอมสละตำแหน่ง ฉายาเทพสงครามนี้ เจ้าอยากจะมอบให้ผู้ใด"
ทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงโทสะของเขา
ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
ไม่สบายใจ! หวาดกลัว! ภายในใจราวกับถูกก้อนหินหนักนับพันชั่งกดทับเอาไว้! เป็นความหนักอึ้งที่ไม่อาจทนรับได้!
มีเพียงฉู่เชียนหลีที่สบตากับเฟิงเย่เสวียน นางยังคงยิ้มเยาะอย่างไม่ยี่หระ : "แน่นอนว่า ต้องยกให้ข้าสิ!"
ทุกคนต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
ยามนี้ได้รู้แล้วว่า พระชายาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ทว่า นางถูกทำให้ตกใจจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วต่างหาก!
หากไม่สติฟั่นเฟือนไปแล้ว ไฉนเลยจะเอ่ยคำพูดที่อวดดีถึงขั้นนี้ออกมาได้
เมื่อชุ่ยเอ๋อร์เห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกลึกๆ ว่าโอกาสของตนเองมาถึงแล้ว จึงรีบฉวยโอกาสพูดแทรกขึ้นมาทันที :
"ท่านอ๋อง แม้พระชายาจะคิดไม่ซื่อต่อท่านมาแต่แรกแล้ว แต่ทว่า เป็นสามีภรรยาเพียงข้ามคืนย่อมมีความผูกพันลึกซึ้ง ท่านอ๋อง ได้โปรดละเว้นพระชายาด้วยเถิดเจ้าค่ะ!"
ตอน 3
คืนนี้ ให้พวกเราเล่นเป็นเพื่อนพระชายาให้หนำใจ!
พระชายามีใจคิดคดต่อท่านอ๋องมานานแล้วจริงๆ!
เหล่าองครักษ์ต่างกำคบเพลิงในมือแน่น ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศก็กลับมาเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกครั้ง
เพียงแค่รอให้ท่านอ๋องออกคำสั่ง ก็พร้อมจะเผานางมารตรงหน้าให้ตายทั้งเป็น!
ทว่าในตอนที่ทุกคนต่างคิดว่า เฟิงเย่เสวียนจะสั่งประหารฉู่เชียนหลี เขากลับออกคำสั่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง
"ลากสาวใช้ผู้นี้ออกไป โบยให้ตาย!"
"อะไรนะ" ชุ่ยเอ๋อร์ตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ท่านอ๋อง... ออกคำสั่งผิดหรือเปล่า
เฟิงเย่เสวียนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เขาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา "ทรยศเจ้านายเพื่อหวังความก้าวหน้า ตายไปก็ยังสาสมไม่พอ!"
ไม่ว่าฉู่เชียนหลีจะทำผิดจริงหรือไม่ ในฐานะสาวใช้ของนาง ก็ไม่ควรซ้ำเติมกันในทุกๆ เรื่อง
คำพูดแต่ละประโยคของสาวใช้ผู้นี้ ฟังดูราวกับกำลังอ้อนวอนขอความเมตตาแทนเจ้านาย
แต่ความจริงแล้ว ทุกถ้อยคำล้วนต้องการผลักฉู่เชียนหลีให้ไปสู่ความตาย!
หากเขาฟังไม่ออก ก็คงเป็นไปตามที่ฉู่เชียนหลีพูด ว่าเขาช่างน่าละอายที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นเป่ยหมิง!
องครักษ์สองคนรีบเข้ามาคุมตัวชุ่ยเอ๋อร์ขึ้นมาทันที
แม้ฉู่เชียนหลีจะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนางก็ได้สติกลับคืนมา
นางรีบพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ไม่ได้นะ!"
"เจ้าอยากจะขอร้องแทนนางงั้นหรือ" เฟิงเย่เสวียนหรี่ตาลง สายตาเย็นชา
ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตนเอง
ช่างโง่เขลานัก!
"ไม่ใช่!" ฉู่เชียนหลีไม่ได้มีนิสัยแบบแม่พระผู้แสนดีอย่างแน่นอน นางจะไปเห็นใจศัตรูที่คิดจะทำร้ายตัวเองได้อย่างไร
"ท่านอ๋อง นางคือพยานคนสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ หากนางตายไป ความจริงก็ยากที่จะเปิดเผยแล้ว!"
"ทำไม เจ้าเองก็มีเวลาที่รู้สึกอับจนหนทางด้วยหรือ ความอวดดีเมื่อครู่นี้หายไปไหนแล้วล่ะ" เฟิงเย่เสวียนแค่นเสียงเย็น
หัวใจของฉู่เชียนหลีกระตุกวูบ
ที่แท้ผู้ชายคนนี้ก็ยังโกรธอยู่นี่เอง!
เขาฆ่าชุ่ยเอ๋อร์ ก็เท่ากับตัดเบาะแสของนางทิ้ง!
นางบอกว่าจะตามหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ภายใน 3 วัน เขาจงใจจะเพิ่มความยากให้นางชัดๆ!
"ท่านอ๋อง..."
"สายตาของเปิ่นหวางไม่อาจทนเห็นเม็ดทรายได้! นังบ่าวชั้นต่ำที่ทรยศเจ้านายเพื่อผลประโยชน์ ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย!"
เฟิงเย่เสวียนโบกมือ
องครักษ์รีบลากตัวชุ่ยเอ๋อร์ออกไปทันที
ไม่นานนัก จากสวนหลังเรือนก็มีเสียงร้องโหยหวนของชุ่ยเอ๋อร์ดังแว่วมา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงร้องก็เริ่มแผ่วลง และสุดท้ายก็เงียบหายไป
หัวใจของฉู่เชียนหลีบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมองดูบุรุษรูปงามจนแทบหยุดหายใจตรงหน้า ความรู้สึกเย็นเยือกสายหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ
ผู้ชายคนนี้ เด็ดขาดและไร้ความปรานี สมกับคำเล่าลือจริงๆ เขาเย็นชาและโหดเหี้ยมจนถึงขั้นน่าหวาดกลัว!
จากด้านนอกวงล้อมของฝูงชน ชายคนหนึ่งรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ท่านอ๋อง อาการของนายท่านสิบสี่มีความเปลี่ยนแปลง!"
บนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกจนเป็นนิสัยของเฟิงเย่เสวียน ปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย
เขาคอยทะนุถนอมเฟิงจิ่นรุ่ย น้องชายร่วมสายเลือดคนนี้มาโดยตลอด
"ขังนางไว้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ใครก็ห้ามปล่อยนางออกมาเด็ดขาด!"
เฟิงเย่เสวียนหมุนตัวเตรียมจะจากไป
ฉู่เชียนหลีรีบร้อนพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ท่านรับปากว่าจะให้เวลาข้า 3 วัน..."
เฟิงเย่เสวียนหันกลับมา สายตาที่ไร้ระลอกคลื่นกวาดผ่านใบหน้าของนาง "เปิ่นหวางไปรับปากเจ้าตั้งแต่เมื่อใด"
ฉู่เชียนหลีกัดฟันกรอด จ้องมองแผ่นหลังของเขา
ในวินาทีที่เขาหันหลังกลับไป นางก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา "ไอ้สารเลว!"
แต่เฟิงเย่เสวียนกลับชะงักฝีเท้า แล้วหันกลับมาอีกครั้ง สายตาที่เย็นยะเยือกราวกับใบมีดตวัดมองมา
ผู้หญิงคนนี้ กล้าด่าเขาลับหลังงั้นหรือ!
ฉู่เชียนหลีถึงกับอึ้งไปเลย
เสียงเบาขนาดนี้ เขายังอุตส่าห์ได้ยินอีก!
กำลังภายในของท่านอ๋องเสวียน จะลึกล้ำถึงขั้นไหนกันแน่
เฟิงเย่เสวียนเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมาตลอดสองชาติภพอย่างแน่นอน!
ทว่า อาการป่วยของเฟิงจิ่นรุ่ยเข้าขั้นวิกฤต เฟิงเย่เสวียนจึงไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องตรงหน้าอีก
เขาหันหลังกลับ แล้วก้าวยาวๆ เดินจากไปไกล
...ฉู่เชียนหลีถูกขังอยู่ในห้องขัง และยังคงถูกมัดติดกับเสาไม้เช่นเดิม
เขาไม่ได้รับปากจริงๆ เป็นนางที่คิดไปเองว่าการที่เขาไม่สั่งประหารนาง ก็คือการรับปากแล้ว
อวดฉลาดไม่เข้าเรื่อง!
ขณะมองดูห้องขังที่เย็นเฉียบ ฉู่เชียนหลีกำลังครุ่นคิดหาวิธีหนีออกไป
คิดไม่ถึงว่า จู่ๆ ประตูห้องขังก็ถูกคนผลักออกเสียงดังปัง
ชายชุดดำสองคนบุกเข้ามา
"ท่านอ๋องสั่งไว้ ในเมื่อพระชายาทนเหงาไม่ไหวถึงเพียงนี้ คืนนี้ก็ให้พวกเราอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับพระชายาให้หนำใจ! เล่นเสร็จแล้ว ค่อยส่งพระชายาเดินทางไปปรโลก!"
ทั้งสองพูดจบ ก็พุ่งตัวเข้าหาฉู่เชียนหลีพร้อมกัน...