ตอน 1

ทะลุมิติ นางกลายเป็นพระชายาผู้ร้ายกาจ

"คืนเข้าหอแท้ๆ กลับกล้ายั่วยวนน้องสามี จับนางมัดไว้!"

"ท่านอ๋องไม่ไยดีนาง นางก็เลยลงมือกับนายท่านสิบสี่ ถึงขั้นไม่เสียดายที่จะวางยา!"

"หญิงแพศยาเช่นนี้ เผานางให้ตาย! เผานางให้ตาย!"

ฉู่เชียนหลีเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา สติยังคงพร่ามัว

เสียงก่นด่าดังไม่ขาดหู นางขยับมือไปมา จึงได้รู้ว่ามือทั้งสองข้างของตนถูกมัดเอาไว้

"เผานางให้ตาย เผานางให้ตาย!"

"เผานางให้ตาย... ท่านอ๋อง?"

"ท่านอ๋อง!"

"คารวะท่านอ๋อง!"

เสียงก่นด่าหยุดชะงักลงทันที

ไอเย็นยะเยือกอันแข็งกร้าวแผ่ซ่านเข้ามา ฉู่เชียนหลีช้อนตามองตามสัญชาตญาณ

ท่ามกลางฝูงชน ร่างสูงโปร่งอันเย็นชาเดินก้าวเข้ามา

เพียงแค่ปรายตามอง นัยน์ตาของฉู่เชียนหลีก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงในความสง่างาม

เกิดมาจนป่านนี้ นางไม่เคยพบเห็นบุรุษใดที่หล่อเหลาดูดีเช่นนี้มาก่อน

ที่สำคัญที่สุดคือ กลิ่นอายอันสูงส่งทว่าเย็นชาบนร่างของเขา ราวกับเป็นสิ่งที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด

เมื่อไปยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ผู้คนรอบข้างก็กลายเป็นเพียงตัวประกอบของเขาไปโดยปริยาย!

นี่คือบุคคลที่มีกลิ่นอายน่าเกรงขามและโดดเด่นที่สุด ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่ฉู่เชียนหลีเคยพบเจอมาอย่างแน่นอน!

ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามา ฉู่เชียนหลีถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ

บุรุษผู้นี้ กลับกลายเป็นสามีป้ายแดงในคืนเข้าหอของนาง เป็นพระโอรสองค์ที่สี่ของฝ่าบาทแห่งแคว้นเป่ยหมิง

เทพสงคราม ท่านอ๋องเสวียน เฟิงเย่เสวียน!

"คารวะท่านอ๋องเสวียน!"

เหล่าองครักษ์ต่างก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

แม้บรรดาหญิงสาวจะหลงใหลในรูปโฉมอันหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ทำได้เพียงแอบมองเงียบๆ ไม่กล้าจ้องมองตรงๆ

ทั่วทั้งแคว้นเป่ยหมิง มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่า ท่านอ๋องเสวียนไม่ข้องแวะสตรี และเกลียดชังการเข้าใกล้ของสตรีมากที่สุด?

ฉู่เชียนหลีเพียงแค่เหม่อลอยไปชั่วครู่ สติสัมปชัญญะก็กลับคืนมาสู่สมองทันที

เจ็บ!

มือทั้งสองข้างถูกมัดติดกับเสาไม้อย่างแน่นหนา บริเวณข้อมือถูกรัดจนปรากฏรอยเลือด

เหล่าองครักษ์ถือคบเพลิงอยู่ในมือ

เพียงแค่โยนคบเพลิงใส่ร่างของนาง วิญญาณที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดดวงนี้ คงจะได้ทะลุมิติไปอีกรอบเป็นแน่

เฟิงเย่เสวียนก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่เชียนหลี

กลิ่นอายอันเย็นเยียบนั้น กดดันจนผู้คนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

ฉู่เชียนหลีหรี่ตาลง พิจารณาสามีป้ายแดงของเจ้าของร่างเดิม ในขณะที่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ทุกอย่างในคืนนี้มันแปลกประหลาดเกินไป หลังจากที่นางดื่มชาหนึ่งถ้วยที่สาวใช้ชุ่ยเอ๋อร์นำมาให้ นางก็หมดสติไปโดยสมบูรณ์

พอฟื้นขึ้นมา กลับพบว่านายท่านสิบสี่เฟิงจิ่นรุ่ยมีเลือดไหลซึมที่มุมปาก และถูกนางทับอยู่ใต้ร่าง

และในตอนนั้นเอง พระสนมจี๋ก็นำคนบุกเข้ามา แล้วจับนางมัดไว้ในข้อหาลอบสังหารนายท่านสิบสี่

ตอนนี้ ยังจะเผานางให้ตายอีก!

ฝ่ามือของฉู่เชียนหลีค่อยๆ กำแน่นขึ้น

นางถูกจัดฉาก!

"ท่านอ๋อง!" ชุ่ยเอ๋อร์ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว

"ท่านอ๋อง พระชายาเพียงแค่สับสนชั่ววูบ ใช้ยาผิดพลาด ถึงได้เผลอทำร้ายนายท่านสิบสี่เพคะ!"

นางก้มหน้า ร้องไห้อ้อนวอน "ท่านอ๋อง พระชายาไม่ได้ตั้งใจ ท่านอ๋องโปรดละเว้นพระชายาด้วยเถิดเพคะ!"

สีหน้าของฉู่เชียนหลีมืดครึ้มลง

คำพูดของชุ่ยเอ๋อร์ ดูเหมือนกำลังช่วยอ้อนวอนแทนนาง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือการบอกทุกคนว่า นางเป็นคนวางยานายท่านสิบสี่จริงๆ ต่างหาก!

"ดังนั้น จิ่นรุ่ยถูกเจ้าทำร้ายจริงๆ งั้นรึ?" สายตาของเฟิงเย่เสวียนเย็นเยียบดั่งใบมีด

ฉู่เชียนหลีมีสีหน้าเรียบเฉย "หากข้าบอกว่า ข้าถูกคนใส่ร้าย ท่านจะเชื่อหรือไม่?"

เฟิงเย่เสวียนไม่พูดอะไร

ชุ่ยเอ๋อร์ร้องไห้ขึ้นมาทันที "พระชายา เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านสารภาพความจริงกับท่านอ๋องเถิดเพคะ!"

"ท่านอ๋องทรงมีเมตตา ขอเพียงพระชายายอมรับผิดด้วยความจริงใจ ท่านอ๋องจะต้องให้อภัยท่านแน่เพคะ!"

"หุบปาก!" ฉู่เชียนหลีปรายตามองนางอย่างเย็นชา "เรื่องทั้งหมดนี้เจ้าเป็นคนวางแผน จงพูดมา! ใครกันแน่ที่บงการอยู่เบื้องหลังเจ้า?"

ชุ่ยเอ๋อร์ตกใจจนตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที นางสั่นหัวด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ

"พระชายา ท่าน... บ่าวคิดถึงผลประโยชน์ของท่านทุกฝีก้าว เหตุใดท่านถึงได้ใจดำนัก กลับมาใส่ร้ายบ่าวเสียเอง?"

พอชุ่ยเอ๋อร์ร้องไห้ เหล่าองครักษ์และบ่าวไพร่ก็ทนดูต่อไปไม่ไหว

ท่ามกลางฝูงชน มีคนทนไม่ไหวตะโกนด่าทอ "พระชายาไม่รักษาจารีตสตรี ทำร้ายนายท่านสิบสี่ ท่านอ๋อง... เผานางให้ตาย!"

"ถูกต้อง! เผานางให้ตาย!"

คบเพลิงค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นถูกองครักษ์ใช้สองมือยื่นส่งไปตรงหน้าเฟิงเย่เสวียน

"ท่านอ๋อง! การลอบสังหารสายเลือดราชนิกุลมีโทษถึงตาย! หากท่านอ๋องไม่ประหารพระชายา จะทรงอธิบายต่อฝ่าบาทได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?"

"ถูกต้อง! ท่านอ๋อง! พระชายาสมควรตาย! ขอร้องท่านอ๋อง โปรดประหารพระชายาด้วย!"

คนอื่นๆ ก็ตะโกนร้องเสียงหลง "ขอร้องท่านอ๋อง โปรดประหารพระชายาด้วย!"

ฉู่เชียนหลีเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาลึกล้ำจ้องตรงไปยังบุรุษรูปงามไร้ที่ติที่ยืนอยู่ตรงหน้าตน :

"ข้าถูกใส่ร้าย หากท่านฆ่าข้า ความจริงก็จะไม่มีวันกระจ่าง!"

นางกำลังเดิมพัน

เดิมพันว่าสามีป้ายแดงของเจ้าของร่างเดิมผู้นี้ จะยังคงมีความเชื่อใจในตัวนางหลงเหลืออยู่บ้างแม้เพียงเล็กน้อย

นางกล่าวอย่างเรียบเฉย "ให้เวลาข้าสามวัน ข้าสามารถหาตัวคนร้ายตัวจริงออกมาได้!"

ตอน 2

แค่คนพรรค์นี้ก็กล้าใส่ร้ายเธอ?

นางมาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เป็นอันดับหนึ่งในอันดับยอดนิยมแห่งอาณาจักรหมาป่า นามว่าฉู่เชียนหลี

เมื่อคืนนางตายในเหตุระเบิดอันแปลกประหลาด หลังจากตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของพระชายาเสวียนที่มีชื่อและแซ่เดียวกัน

ก่อนออกเรือน นางคือคุณหนูเจ็ดแห่งจวนกั๋วกง

ตั้งแต่เด็กก็ไม่เอาถ่าน ทั้งยังทำตัวเหลวแหลก

ในพระราชวัง ชื่อเสียงของนางป่นปี้มานานแล้ว

วันนั้นที่ท่านอ๋องเสวียนกลับจากการออกศึก ฉู่เชียนหลีพบหน้าเขาเพียงครั้งแรก ก็ตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ดังนั้นนางจึงวางแผนจัดค่ายกลดอกท้อ ทำให้ทุกคนในพระราชวัง ล้วนคิดว่านางกับท่านอ๋องเสวียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

ฝ่าบาทถูกบีบคั้นจากแรงกดดันของจวนกั๋วกง ทำได้เพียงมีราชโองการพระราชทานสมรส

ทว่าที่แปลกก็คือ ท่านอ๋องเสวียนที่หยิ่งยโสมาโดยตลอด กลับยอมรับโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ!

ช่างไม่เข้ากับวิถีการกระทำของเขาเลยสักนิด และยิ่งไม่เข้ากับภาพลักษณ์ที่เย็นชาจนคนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้ของเขาด้วย!

ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไม

เพียงแต่ ไม่มีใครคาดคิดว่า ในคืนเข้าหอ ฉู่เชียนหลีก็ลงมือกับนายท่านสิบสี่เสียแล้ว

เป็นสตรีที่เหลวแหลกไร้ยางอายจริงๆ!

ยามนี้ผู้คนรอบข้างที่มองมายังฉู่เชียนหลี แต่ละคนล้วนมีสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ เกลียดชังนางถึงขีดสุด!

แทบอยากจะจับนางเผาทั้งเป็นเสียเดี๋ยวนี้!

แต่ฉู่เชียนหลีกลับทำเพียงมองไปยังเฟิงเย่เสวียนอย่างเรียบเฉย

ในยามความเป็นความตายเช่นนี้ นางกลับยังสามารถใจเย็นได้ถึงเพียงนี้

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น คือความเฉียบแหลมและเย็นชาในแบบที่เฟิงเย่เสวียนไม่เคยเห็นจากตัวนางมาก่อน!

ฉู่เชียนหลีในค่ำคืนนี้ แตกต่างไปจากฉู่เชียนหลีที่โง่เขลาบ้าบุรุษในอดีตอย่างสิ้นเชิง

ราวกับกลายเป็นคนละคนก็ไม่ปาน!

"ท่านอ๋อง ให้เวลาข้าสามวัน ข้าสามารถหาตัวคนร้ายมาได้!"

น้ำเสียงของฉู่เชียนหลีช่างเรียบเฉยเสียจนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน

แต่กลับหนักแน่นและทรงพลัง!

แม้แต่ชุ่ยเอ๋อร์ที่คอยติดตามอยู่ข้างกายนางมาหลายปี เมื่อถูกสายตาอันเย็นชาของนางตวัดมอง ก็ยังตกใจจนชะงักงัน

ไม่เคยพบเห็นแววตาที่ดุดันและน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน!

"พระ...พระชายา ท่าน...ท่าน...ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ เรื่องนี้...มันก็เป็นฝีมือ...ของท่าน..."

แต่ทว่า เหตุใดแววตาของพระชายาถึงได้ดูลึกล้ำและน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้

ชุ่ยเอ๋อร์ถึงกับไม่กล้าสบตากับนาง! จนถูกกดดันให้ต้องหลบสายตาไป!

"หึ หากในใจไม่ได้มีความผิดปิดบังไว้ เหตุใดแม้แต่มองหน้าข้าเจ้ายังไม่กล้า" ฉู่เชียนหลีแค่นหัวเราะเย็นชา

สายตาของเฟิงเย่เสวียน ก็จับจ้องไปที่ชุ่ยเอ๋อร์เช่นกัน

สายตาอันแสนเย็นชาทั้งสองคู่ที่สาดส่องมา ยิ่งทำให้ชุ่ยเอ๋อร์หวาดกลัวจนตัวสั่นเทา แม้แต่น้ำเสียงก็ยังสั่นเครือ

"บ่าว...บ่าวไม่ได้ไม่กล้า บ่าวเพียงแต่...เพียงแต่..."

แต่นางก็ไม่กล้าสบตากับฉู่เชียนหลีจริงๆ

แววตาของฉู่เชียนหลีนั้นกระจ่างใสดุจผืนน้ำและเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ชั่วขณะหนึ่ง นางถึงกับพูดคำแก้ตัวใดๆ ไม่ออกเลย

ในที่สุด ชุ่ยเอ๋อร์ก็ทิ้งตัวโขกศีรษะลงกับพื้นเสียงดังตึง : "พระชายา! ท่านยอมรับผิดเถิดเจ้าค่ะ! ท่านอ๋องจะต้องละเว้นโทษให้ท่านเป็นแน่!"

ฉู่เชียนหลีแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ช่างเย็นชาจับขั้วหัวใจ

อาศัยแค่สวะพรรค์นี้ ก็คิดจะมาใส่ร้ายนางงั้นหรือ

มีสิทธิ์อะไรมาทำเช่นนี้!

สายตาของนาง วกกลับมาที่ใบหน้าของเฟิงเย่เสวียนอีกครั้ง

"หากท่านอ๋องยังมองไม่ออกแม้กระทั่งคำโกหกพรรค์นี้ เช่นนั้น ฉายาเทพสงครามของท่าน สมควรสละให้ผู้ที่เหมาะสมกว่าดีหรือไม่"

น้ำเสียงที่แสนท้าทายนี้! สายตาที่เหยียดหยามถึงเพียงนี้!

ผู้คนรอบข้างทั้งหมด ล้วนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง!

ไม่เคยมีผู้ใด กล้าใช้ท่าทีเช่นนี้พูดคุยกับท่านอ๋องเสวียนมาก่อนเลย!

แม้แต่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน ก็ยังต้องมีความเกรงอกเกรงใจต่อท่านอ๋องเสวียนอยู่หลายส่วน!

พระชายา ช่างไม่กลัวตายเอาเสียเลย!

นี่ใช่คุณหนูเจ็ดคนไร้ค่าในอดีตคนนั้นแน่หรือ

เฟิงเย่เสวียนหรี่ดวงตาลง แววตาที่ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์นั้น ช่างลึกลับและยากจะคาดเดา!

ไม่มีใครล่วงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เพราะว่า บนใบหน้าของเขานั้นไร้ซึ่งการแสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น!

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ริมฝีปากบางของเฟิงเย่เสวียนก็ขยับ ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น : "หากเปิ่นหวางยอมสละตำแหน่ง ฉายาเทพสงครามนี้ เจ้าอยากจะมอบให้ผู้ใด"

ทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงโทสะของเขา

ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

ไม่สบายใจ! หวาดกลัว! ภายในใจราวกับถูกก้อนหินหนักนับพันชั่งกดทับเอาไว้! เป็นความหนักอึ้งที่ไม่อาจทนรับได้!

มีเพียงฉู่เชียนหลีที่สบตากับเฟิงเย่เสวียน นางยังคงยิ้มเยาะอย่างไม่ยี่หระ : "แน่นอนว่า ต้องยกให้ข้าสิ!"

ทุกคนต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง

ยามนี้ได้รู้แล้วว่า พระชายาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ทว่า นางถูกทำให้ตกใจจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วต่างหาก!

หากไม่สติฟั่นเฟือนไปแล้ว ไฉนเลยจะเอ่ยคำพูดที่อวดดีถึงขั้นนี้ออกมาได้

เมื่อชุ่ยเอ๋อร์เห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกลึกๆ ว่าโอกาสของตนเองมาถึงแล้ว จึงรีบฉวยโอกาสพูดแทรกขึ้นมาทันที :

"ท่านอ๋อง แม้พระชายาจะคิดไม่ซื่อต่อท่านมาแต่แรกแล้ว แต่ทว่า เป็นสามีภรรยาเพียงข้ามคืนย่อมมีความผูกพันลึกซึ้ง ท่านอ๋อง ได้โปรดละเว้นพระชายาด้วยเถิดเจ้าค่ะ!"

ตอน 3

คืนนี้ ให้พวกเราเล่นเป็นเพื่อนพระชายาให้หนำใจ!

พระชายามีใจคิดคดต่อท่านอ๋องมานานแล้วจริงๆ!

เหล่าองครักษ์ต่างกำคบเพลิงในมือแน่น ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศก็กลับมาเต็มไปด้วยจิตสังหารอีกครั้ง

เพียงแค่รอให้ท่านอ๋องออกคำสั่ง ก็พร้อมจะเผานางมารตรงหน้าให้ตายทั้งเป็น!

ทว่าในตอนที่ทุกคนต่างคิดว่า เฟิงเย่เสวียนจะสั่งประหารฉู่เชียนหลี เขากลับออกคำสั่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง

"ลากสาวใช้ผู้นี้ออกไป โบยให้ตาย!"

"อะไรนะ" ชุ่ยเอ๋อร์ตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ท่านอ๋อง... ออกคำสั่งผิดหรือเปล่า

เฟิงเย่เสวียนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เขาส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา "ทรยศเจ้านายเพื่อหวังความก้าวหน้า ตายไปก็ยังสาสมไม่พอ!"

ไม่ว่าฉู่เชียนหลีจะทำผิดจริงหรือไม่ ในฐานะสาวใช้ของนาง ก็ไม่ควรซ้ำเติมกันในทุกๆ เรื่อง

คำพูดแต่ละประโยคของสาวใช้ผู้นี้ ฟังดูราวกับกำลังอ้อนวอนขอความเมตตาแทนเจ้านาย

แต่ความจริงแล้ว ทุกถ้อยคำล้วนต้องการผลักฉู่เชียนหลีให้ไปสู่ความตาย!

หากเขาฟังไม่ออก ก็คงเป็นไปตามที่ฉู่เชียนหลีพูด ว่าเขาช่างน่าละอายที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งแคว้นเป่ยหมิง!

องครักษ์สองคนรีบเข้ามาคุมตัวชุ่ยเอ๋อร์ขึ้นมาทันที

แม้ฉู่เชียนหลีจะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนางก็ได้สติกลับคืนมา

นางรีบพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ไม่ได้นะ!"

"เจ้าอยากจะขอร้องแทนนางงั้นหรือ" เฟิงเย่เสวียนหรี่ตาลง สายตาเย็นชา

ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตนเอง

ช่างโง่เขลานัก!

"ไม่ใช่!" ฉู่เชียนหลีไม่ได้มีนิสัยแบบแม่พระผู้แสนดีอย่างแน่นอน นางจะไปเห็นใจศัตรูที่คิดจะทำร้ายตัวเองได้อย่างไร

"ท่านอ๋อง นางคือพยานคนสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ หากนางตายไป ความจริงก็ยากที่จะเปิดเผยแล้ว!"

"ทำไม เจ้าเองก็มีเวลาที่รู้สึกอับจนหนทางด้วยหรือ ความอวดดีเมื่อครู่นี้หายไปไหนแล้วล่ะ" เฟิงเย่เสวียนแค่นเสียงเย็น

หัวใจของฉู่เชียนหลีกระตุกวูบ

ที่แท้ผู้ชายคนนี้ก็ยังโกรธอยู่นี่เอง!

เขาฆ่าชุ่ยเอ๋อร์ ก็เท่ากับตัดเบาะแสของนางทิ้ง!

นางบอกว่าจะตามหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ภายใน 3 วัน เขาจงใจจะเพิ่มความยากให้นางชัดๆ!

"ท่านอ๋อง..."

"สายตาของเปิ่นหวางไม่อาจทนเห็นเม็ดทรายได้! นังบ่าวชั้นต่ำที่ทรยศเจ้านายเพื่อผลประโยชน์ ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย!"

เฟิงเย่เสวียนโบกมือ

องครักษ์รีบลากตัวชุ่ยเอ๋อร์ออกไปทันที

ไม่นานนัก จากสวนหลังเรือนก็มีเสียงร้องโหยหวนของชุ่ยเอ๋อร์ดังแว่วมา

ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงร้องก็เริ่มแผ่วลง และสุดท้ายก็เงียบหายไป

หัวใจของฉู่เชียนหลีบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อมองดูบุรุษรูปงามจนแทบหยุดหายใจตรงหน้า ความรู้สึกเย็นเยือกสายหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ

ผู้ชายคนนี้ เด็ดขาดและไร้ความปรานี สมกับคำเล่าลือจริงๆ เขาเย็นชาและโหดเหี้ยมจนถึงขั้นน่าหวาดกลัว!

จากด้านนอกวงล้อมของฝูงชน ชายคนหนึ่งรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "ท่านอ๋อง อาการของนายท่านสิบสี่มีความเปลี่ยนแปลง!"

บนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกจนเป็นนิสัยของเฟิงเย่เสวียน ปรากฏรอยร้าวขึ้นมาเล็กน้อย

เขาคอยทะนุถนอมเฟิงจิ่นรุ่ย น้องชายร่วมสายเลือดคนนี้มาโดยตลอด

"ขังนางไว้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ใครก็ห้ามปล่อยนางออกมาเด็ดขาด!"

เฟิงเย่เสวียนหมุนตัวเตรียมจะจากไป

ฉู่เชียนหลีรีบร้อนพูดขึ้น "ท่านอ๋อง ท่านรับปากว่าจะให้เวลาข้า 3 วัน..."

เฟิงเย่เสวียนหันกลับมา สายตาที่ไร้ระลอกคลื่นกวาดผ่านใบหน้าของนาง "เปิ่นหวางไปรับปากเจ้าตั้งแต่เมื่อใด"

ฉู่เชียนหลีกัดฟันกรอด จ้องมองแผ่นหลังของเขา

ในวินาทีที่เขาหันหลังกลับไป นางก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา "ไอ้สารเลว!"

แต่เฟิงเย่เสวียนกลับชะงักฝีเท้า แล้วหันกลับมาอีกครั้ง สายตาที่เย็นยะเยือกราวกับใบมีดตวัดมองมา

ผู้หญิงคนนี้ กล้าด่าเขาลับหลังงั้นหรือ!

ฉู่เชียนหลีถึงกับอึ้งไปเลย

เสียงเบาขนาดนี้ เขายังอุตส่าห์ได้ยินอีก!

กำลังภายในของท่านอ๋องเสวียน จะลึกล้ำถึงขั้นไหนกันแน่

เฟิงเย่เสวียนเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอมาตลอดสองชาติภพอย่างแน่นอน!

ทว่า อาการป่วยของเฟิงจิ่นรุ่ยเข้าขั้นวิกฤต เฟิงเย่เสวียนจึงไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องตรงหน้าอีก

เขาหันหลังกลับ แล้วก้าวยาวๆ เดินจากไปไกล

...ฉู่เชียนหลีถูกขังอยู่ในห้องขัง และยังคงถูกมัดติดกับเสาไม้เช่นเดิม

เขาไม่ได้รับปากจริงๆ เป็นนางที่คิดไปเองว่าการที่เขาไม่สั่งประหารนาง ก็คือการรับปากแล้ว

อวดฉลาดไม่เข้าเรื่อง!

ขณะมองดูห้องขังที่เย็นเฉียบ ฉู่เชียนหลีกำลังครุ่นคิดหาวิธีหนีออกไป

คิดไม่ถึงว่า จู่ๆ ประตูห้องขังก็ถูกคนผลักออกเสียงดังปัง

ชายชุดดำสองคนบุกเข้ามา

"ท่านอ๋องสั่งไว้ ในเมื่อพระชายาทนเหงาไม่ไหวถึงเพียงนี้ คืนนี้ก็ให้พวกเราอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับพระชายาให้หนำใจ! เล่นเสร็จแล้ว ค่อยส่งพระชายาเดินทางไปปรโลก!"

ทั้งสองพูดจบ ก็พุ่งตัวเข้าหาฉู่เชียนหลีพร้อมกัน...

อ่านเนื้อเรื่องเต็มได้แล้วตอนนี้
ร่วมสนับสนุนผู้เขียนเพื่อเป็นกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานสุดฟินเรื่องต่อไป Webnovel
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “55580” บน Webnovel เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Webnovel เพื่ออ่านต่อ
55580
คัดลอก

คืนบอกเลิกหมั้น! ฉันฉีกเสื้อของอ๋องเทพสงคราม

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป