Logo
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง

เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง

568 ตอน
จบแล้ว
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง เรื่องราวของหมอสาวที่ต้องปกป้องครอบครัวหลังถูกเนรเทศ โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยจากอวกาศสร้างความมั่งคั่งและทวงคืนความยุติธรรม ติดตามการผจญภัยใน adventure story ที่ผสมผสาน fantasy และ sci fi novels เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาด้วยทักษะการแพทย์เหนือชั้น
ตอนที่ 1 จาก เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง

บทที่ 1

ไหว้ฟ้าดินกับวีรบุรุษในดวงใจ

“ทุกคนเชิญดู ที่นี่ก็คืออนุสาวรีย์ของโม่จิ่วเย่แม่ทัพชื่อดังในประวัติศาสตร์”

มัคคุเทศก์โบกธงเล็กในมือไว้ พาบรรดานักท่องเที่ยวเดินไปหน้าทางเข้าวังสุสานใต้ดิน

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มาถึงที่นี่ เฮ่อจือหรั่นก็มีความรู้สึกสงบ

ในฐานะแพทย์ทหารหน่วยรบพิเศษ เธอไม่ติดตามดารา เพียงแค่นับถือวีรบุรุษ

โม่จิ่วเย่เจ้าของอนุสาวรีย์แห่งนี้ ก็คือหนึ่งในวีรบุรุษที่เธอนับถือ

โม่จิ่วเย่ยังเป็นแม่ทัพกล้าคนแรกของราชวงศ์ต้าซุ่น เขานำทหารต่อสู้กับศัตรูต่างถิ่นกลัวจนขี้หดตดหาย

แต่ทว่า ก็เป็นวีรบุรุษท่านหนึ่งเช่นนี้ กลับเพราะมีคุณงามความดีมากกว่าผู้ปกครองแคว้น โดนฮ่องเต้ในตอนนั้นระแวงและอิจฉา ดังนั้นจึงมีจุดจบที่ถูกปลดจากตำแหน่งและเนรเทศ

เฮ่อจือหรั่นฟังการแนะนำที่โอ้อวดของมัคคุเทศก์อยู่ ในใจทอดถอนใจไม่หยุด

ได้เพียงพูดว่า วีรบุรุษท่านนี้เกิดผิดยุคสมัย ถ้าโม่จิ่วเย่มีชีวิตอยู่เพิ่มอีกสักสองสามปี รอจนฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เขาจะต้องถูกกู้ชื่อเสียงกลับมาได้แน่ แค่น่าเสียดาย โชคชะตากลั่นแกล้งทำให้เขาตายอยู่ระหว่างทางเนรเทศ......

ตอนที่เฮ่อจือหรั่นจมสู่ท่ามกลางความคิดตัวเอง ทันใดนั้นรู้สึกว่าใต้เท้าสั่นไหวอย่างรุนแรงระลอกหนึ่ง

มีคนตะโกนเสียงดัง “รีบหนี แผ่นดินไหวแล้ว”

ด้วยความสามารถของเฮ่อจือหรั่น เธอสามารถหนีรอดจากภัยธรรมชาติครั้งนี้อย่างราบรื่นได้ ทว่า เพื่อช่วยคนแล้วเธอกลับ อยู่ที่นี่ไปตลอดกาล

ก่อนหน้าที่จะหมดสติลง เฮ่อจือหรั่นวาดมุมปากขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้ก็ดี สามารถนอนอยู่เคียงข้างกับวีรบุรุษไปได้ชั่วนิรันดร์”

......

ราชวงศ์ต้าซุ่น

จวนฮู่กั๋วกงประดับประดาด้วยโคมไฟและริ้วผ้าหลากสีสัน เสียงเครื่องดนตรีอึกทึกกึกก้อง

“หนึ่งไหว้ฟ้าดิน!”

เมื่อเสียงตะโกนลากเสียงยาวทีหนึ่งดังขึ้น เฮ่อจือหรั่นรู้สึกเพียงว่าตัวเองเหมือนเป็นหุ่นเชิด ถูกคนประคองไปคำนับ

“สองไหว้พ่อแม่!”

“สามีภรรยาคำนับกันและกัน!”

“เข้าสู่เรือนหอ......”

เฮ่อจือหรั่นยังเวียนศีรษะอยู่บ้าง แต่ว่ากลับไม่รบกวนนางรับรู้ความทรงจำของร่างกายร่างนี้

เมินเฉยต่อเสียงยินดีที่อึกทึกและคำอวยพรที่หลั่งไหลมาเป็นสาย เวลานี้จิตสำนึกของเฮ่อจือหรั่นหยุดอยู่ท่ามกลางความคิดของตัวเองโดยสิ้นเชิง

จัดการความทรงจำพวกนี้เรียบร้อย นางต้องยอมรับความจริงเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือนางทะลุมิติมาแล้ว

หนำซ้ำยังทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เพิ่งแต่งงานของโม่จิ่วเย่วีรบุรุษในดวงใจท่านนั้น......

เจ้าของร่างเดิมชื่อเดียวกับนาง ก็ชื่อเฮ่อจือหรั่น เป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเฮ่อยวนหมิงซ่างชูแห่งกรมคลังในราชวงศ์นี้ หมั้นหมายไว้กับโม่จิ่วเย่มาตั้งแต่เด็ก

ตระกูลโม่จงรักภักดีและซื่อตรงมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ผู้ชายสละชีพเพื่อแคว้นกันหมด ปัจจุบันนี้เหลือเพียงโม่จิ่วเย่ลูกชายเพียงคนเดียว

ห้าปีก่อน หลังจากพี่ชายคนสุดท้ายของโม่จิ่วเย่เสียชีวิตในสนามรบ เขาที่อายุเพียงสิบหกปีก็บัญชาการออกรบเอง ขณะเดียวกันใช้กำลังของตนเองค้ำจุนจวนฮู่กั๋วกงที่เต็มไปด้วยแม่ม่ายแห่งนี้ขึ้นมาแล้ว

ปัจจุบันนี้โม่จิ่วเย่กลับมาจากได้รับชัยชนะ อยู่ภายใต้การดูแลของฮูหยินเฒ่าตระกูลโม่ จึงเลือกวันมงคลจัดพิธีแต่งงาน

ทว่า เจ้าของร่างเดิมกลับอยากถอนหมั้นมาตลอด นางไม่อยากเป็นเหมือนกับผู้หญิงเหล่านั้นในจวนฮู่กั๋วกง เป็นแม่ม่ายทั้งชีวิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายตระกูลโม่ไม่ว่าคนไหน ล้วนเสียชีวิตอยู่ในสนามรบกันตั้งแต่อายุยังน้อย

เพราะเหตุนี้เจ้าของร่างเดิมจึงจงใจหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นางมีพ่อที่เป็นคนซื่อสัตย์และรักษาสัญญา ไม่ว่าอย่างไรเฮ่อยวนหมิงล้วนไม่ยินยอมให้ยกเลิกการแต่งงานคราวนี้

เพื่อให้เจ้าของร่างเดิมพอจะแต่งเข้าจวนฮู่กั๋วกงได้อย่างราบรื่น เฮ่อยวนหมิงกับฮูหยินหลิงเสวี่ยเยี่ยนจึงกรอกยาสลบส่วนหนึ่งให้เจ้าของเดิมอย่างจำใจ คิดว่ารอเมื่อเรื่องราวเลยจุดที่จะแก้ไขอะไรได้แล้ว ลูกสาวคงได้เพียงยอมรับชะตากรรมไปเอง

ไม่รู้ว่าเป็นพวกเขาไม่ได้ควบคุมปริมาณยาให้ดีหรือเปล่า ทำให้เจ้าของร่างเดิมตายอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว นี่ถึงมีการมาเยือนของเฮ่อจือหรั่นแล้ว

แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้เฮ่อจือหรั่นงุนงงอยู่บ้างคือ ในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ที่นางเข้าใจมา จนกระทั่งโม่จิ่วเย่ถูกเนรเทศ ล้วนไม่เคยพูดถึงเรื่องที่เขามีภรรยา

หรือว่าเจ้าของร่างเดิมตายอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวจริงๆ ไม่สามารถเข้าพิธีแต่งงานกับโม่จิ่วเย่ได้ ถึงไม่มีบันทึกไว้?

ระหว่างที่นางคิดเหลวไหล เสียงโวยวายด้านนอกเรือนหอยิ่งดังขึ้นมา

สาวใช้สินเดิมเฉี่ยวอวี้แตะแขนของนางเบาๆ “คุณหนูใหญ่ สามีท่านมาแล้วเจ้าค่ะ”

เฮ่อจือหรั่นตอบเสียงเบาๆ “อืม”

คนกลุ่มหนึ่งล้อมรอบโม่จิ่วเย่ที่สวมชุดแต่งงานสีแดงสดทั้งตัวเดินเข้าเรือนหอ

“ท่านกั๋วกง เปิดผ้าคลุมหน้าเถิด! อย่าได้พลาดฤกษ์มงคลไป” หญิงสูงวัยที่ดูแลพิธีแต่งงานยื่นก้านคันชั่งพันผ้าแดงอันหนึ่งให้โม่จิ่วเย่แบบยิ้มแย้มเบิกบาน

“น้องเก้า เร็วเข้า ทุกคนต่างรอดูน้องสะใภ้อยู่นะ!”

“ใช่แล้วๆ น้องเก้า ไม่ต้องเขินอาย......”

โม่จิ่วเย่ถือก้านคันชั่งไว้ ถูกพี่สะใภ้หลายคนรุมล้อมมาถึงด้านหน้าเฮ่อจือหรั่น

เขาหยุดฝีเท้าลง อยู่ภายใต้การจับจ้องของทุกคน ยกผ้าคลุมหน้าสีแดงที่บังสายตาของเฮ่อจือหรั่นไว้ขึ้นเบาๆ

เฮ่อจือหรั่นมองทางคนตรงหน้าโดยสัญชาตญาณ

ประเมินด้วยสายตาเขาส่วนสูงประมาณร้อยแปดสิบห้า รูปร่างสูงตรง แขนขาแข็งแรง

หน้าตาแจ่มชัดประหนึ่งรูปสลัก หน้าที่มีเหลี่ยมมีมุมรูปงามไม่ธรรมดา กลับมีความคล้ายคลึงภาพวาดใบนั้นที่อยู่ในอนุสาวรีย์ระดับหนึ่ง

หน้าตาที่สงวนท่าทีของเขา และสายตาที่แหลมคมล้ำลึก มอบความรู้สึกกดขี่อย่างหนึ่งมาให้ผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัว

ในใจของเฮ่อจือหรั่น วีรบุรุษของนางน่าจะเป็นลักษณะเช่นนี้

ระหว่างที่นางตะลึงอยู่นิดหน่อย โม่จิ่วเย่เอ่ยปากอย่างเย็นชา

“มองพอหรือยัง?”

เฮ่อจือหรั่นถึงสำนึกมาได้ เมื่อสักครู่ตนเองใจลอยอยู่บ้าง

สบตาที่ล้ำลึกคู่นั้น เฮ่อจือหรั่นก็หลุดปากพูดออกมา “อืม มองพอแล้ว เป็นแบบนั้นเอง”

ไม่ใช่นางไม่เคารพต่อวีรบุรุษ แต่ว่าอยู่ต่อหน้าผู้คนมากขนาดนั้น ผู้ชายคนนี้ไม่ไว้หน้านางสักนิด นางก็ไม่จำเป็นต้องไปตั้งใจประจบ

ตามองเห็นทั้งสองคนเพิ่งแต่งงานกันก็จะพร้อมรบกันแล้ว พี่สะใภ้หกเติ้งเสวี่ยจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย

“น้องเก้า น้องสะใภ้เก้า พวกเจ้าเป็นข้าวใหม่ปลามัน อย่าได้พลาดฤกษ์มงคล แลกแก้วสุราแล้วก็พักผ่อนเร็วหน่อย”

พี่สะใภ้สามเฝิงชุ่ยเหลียนก็เข้ามาพูดว่า “ใช่แล้ว พวกเจ้าต้องพยายามกันหน่อย มีลูกชายให้พวกเราตระกูลโม่มากๆ ถึงจะถูก”

ได้ยินคำพูดของบรรดาพี่สะใภ้เหล่านี้ เฮ่อจือหรั่นที่ครอบครองวิญญาณยุคสมัยปัจจุบันไว้ยังอดหน้าแดงอยู่หน่อยไม่ได้

นางที่ชาติก่อนเป็นสาวโสดมายี่สิบสี่ปี ทั้งใจคิดแค่รับใช้ประเทศชาติ ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีสักวันหนึ่งที่ตนเองจะเจอสถานการณ์กระอักกระอ่วนเช่นนี้

เพื่อไม่ให้ถูกคนอื่นมองเห็นตนเองหน้าแดง นางรีบก้มหน้าลงทันที

การกระทำนี้ยิ่งถูกคนเข้าใจผิดแล้ว

พี่สะใภ้สี่เซียวฉิงเอ๋อร์ดึงมือของเฮ่อจือหรั่นไว้แล้ว “น้องสะใภ้เก้าไม่ต้องเขิน ต่อไปคุ้นเคยกับบรรดาพี่สะใภ้เหล่านี้ไว้ก็พอแล้ว พวกนางก็แค่ชอบล้อเล่น”

เฮ่อจือหรั่นพยายามอธิบาย “ข้าไม่ได้เขิน”

ตอนที่พี่สะใภ้คนอื่นยังอยากพูดอะไรสักหน่อย ด้านนอกประตูมีเสียงของผู้ติดตามลอยมา

“ท่านกั๋วกง ฝ่าบาททรงรับสั่งให้คนเข้ามา เรียกท่านให้รีบเข้าวังขอรับ”

พอได้ยิน หัวใจเฮ่อจือหรั่นเต้นตึกตัก

ตามองเห็นโม่จิ่วเย่หมุนตัวออกไป นางดึงสาวใช้ข้างกายไว้ถามว่า “เฉี่ยวอวี้ ตอนนี้วันเวลาอะไร?”

เฉี่ยวอวี้มึนงงชั่วขณะหนึ่ง ตอบคำถามแบบหน้าตาไม่เข้าใจ “คุณหนูใหญ่แม้แต่วันแต่งงานของตัวเองท่านยังลืมแล้วหรือเจ้าคะ? วันนี้คือปีต้าซุ่นที่สิบเก้าเดือนเจ็ดวันที่แปดไงเจ้าคะ!”

“แย่แล้ว!”

มองภาพด้านหลังของโม่จิ่วเย่ที่ออกไปไกล ปฏิกิริยาแรกของเฮ่อจือหรั่นคือ ในเมื่อนางมาแล้ว ก็ต้องพยายามสุดความสามารถที่จะทำให้วีรบุรุษในดวงใจของนางมีชีวิตอยู่ต่อไป

เฮ่อจือหรั่นลุกขึ้นยืนทันใด ไม่สนใจร่างกายที่ยังอ่อนแอและสายตาที่ไม่เข้าใจของเหล่าพี่สะใภ้ทุกคน ยกชายกระโปรงขึ้นตามออกไปแล้ว

ถ้าหากนางจำไม่ผิด วันนี้โม่จิ่วเย่ถูกฝ่าบาทเรียกเข้าวังกลางดึก และยัดเยียดโทษที่เขาแอบบุกเข้าวังหลังโดยพลการ โบยเขาไปหนึ่งร้อยที

วันต่อมาใช้โทษที่โม่จิ่วเย่สมคบคิดกับศัตรูทรยศแคว้น มาตัดสินลงโทษจวนฮู่กั๋วกงโดยยึดทรัพย์สินและเนรเทศ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
zhuodong
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด