Logo
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

36 ตอน
จบแล้ว
จากโลกซอมบี้สู่ร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบใน สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3 เมื่อครอบครัวถูกรังแก ฉินหลิวซีจึงต้องใช้ทักษะจากชาติก่อนพลิกชะตาความจนสู่ความร่ำรวย อ่านนิยาย fantasy สนุกๆ ในรูปแบบ web novel ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และ adventure สุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
ตอนที่ 1 จาก สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

"ข้าจะเก็บสมุนไพรตรงนี้ พวกเจ้าไปหาฝั่งนู้นแล้วกันนะ" ลูกศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยบอกกับคนในกลุ่มตน

"ข้าเก็บตรงนี้เอง" ฉินหลิวซีก็เจอกอสมุนไพรหายากแล้วเช่นกัน

มีแต่หลี่เจิ้นหัวคนเดียวที่รู้ว่านางหาสมุนไพรได้เก่งแค่ไหน เขาไม่กลัวที่จะขอร้องนาง

"ฉินหลิวซี หน้าที่เก็บสมุนไพรคงต้องรบกวนเจ้าหนักหน่อยแล้ว"

"ข้ายินดีอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะเก็บให้ได้เยอะ ๆ เลย"

สหายคนอื่นยังไปได้ไม่ไกลจึงทันได้ยินสิ่งที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันท่านเจ้าสำนักเป็นผู้รับรองความสามารถนางด้วยตัวเอง แต่พวกเขายังไม่เคยเห็นจึงไม่รู้ว่านางโดดเด่นด้านไหนกันแน่ การสนทนานี้กลายเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับคนสำนักเซียนกระบี่ขึ้นมา

"นางเป็นนักปรุงยาหรือ" ศิษย์ผู้หนึ่งถามขึ้น

"นางเป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ย่อมต้องเป็นผู้ใช้โอสถอยู่แล้ว"

ซุนเป่ยฉีเป็นผู้อาวุโสที่ไม่ค่อยมีใครพบเจอ ลูกศิษย์รุ่นเยาว์ก็ไม่มีใครเคยคุยกับเขา การที่ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเชี่ยวชาญอะไรไม่ใช่เรื่องแปลก เคยได้ฟังแต่คำบอกกล่าวจากอาจารย์ของตนเท่านั้น ฉินหลิวซีไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวให้มากความเพราะนางคิดว่าไม่น่าจะอยู่ที่นี่นาน สนิทสนมกับพวกเขาไปอีกเดี๋ยวก็ลืม

พิกัดเริ่มต้นแต่ละกลุ่มถูกส่งไปแบบสุ่ม หลังจากที่จัดการกับกอสมุนไพรที่บังเอิญพบแห่งแรกนั้นเสร็จพวกเขาก็เดินต่อไปทางทิศตะวันออก

ระหว่างทางนั้นฉินหลิวซีก็ยังเก็บสมุนไพรมาได้อีกหลายต้น เดินต่อมาได้อีกระยะหนึ่งก็พบเข้ากับกอสมุนไพรใหม่ อีกทั้งกอนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีอายุสิบปีขึ้นไปทั้งนั้นอีกด้วย เมื่อเห็นของหายากพวกเขาก็ตั้งท่าระแวดระวังทันที และยกหน้าที่เก็บสมุนไพรเหล่านี้ให้ฉินหลิวซีดูแล

ระหว่างที่กำลังเดินหาและเฝ้ายามไปด้วย หัวหน้ากลุ่มอย่างหลี่เจิ้นหัวก็ส่งสัญญาณมือให้พวกเขาหยุด ยังไม่ทันได้ถามคำตอบก็ดังลั่นมาจากข้างหน้า

"ส่งสมุนไพรในมือเจ้ามา!"

ผู้ใช้โอสถที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างขะมักเขม้นลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น มือหนึ่งจับด้ามกระบี่อ่อนของตนเอาไว้ ในมืออีกข้างยังเหลือต้นสมุนไพรที่พึ่งเก็บขึ้นมา

"พวกดาราจักรนี่เอง" หนึ่งในศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่เอ่ยขึ้น

ฉินหลิวซีประเมินด้วยสายตาแล้วก็คิดว่านางคงไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่มย่ามให้ศึกครั้งนี้ นางปล่อยมือจากด้ามกระบี่ของตนแล้วยกหน้าที่คุ้มกันให้หลี่เจิ้นหัว เมื่อเห็นว่าฉินหลิวซีเมินเฉยต่อตัวตนของพวกเขา ลูกศิษย์กลุ่มนั้นก็เข้ามาจู่โจมทันที

ดาราจักรมีความเร็วเป็นเลิศ พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้กระบี่อ่อน ชำนาญศาสตร์การทายทักกับดวงดาว ต่อให้เป็นคนรูปร่างใหญ่โตจนดูเหมือนเชื่องช้า แต่ถ้าเป็นคนจากสำนักดาราจักรแล้วละก็ ให้ประเมินความเร็วเขาเอาไว้ระดับสูงได้เลย

ทั้งสองกลุ่มเข้าห้ำหั่นกัน เสียงกระบี่ฟาดฟันดังสะท้อนไปทั่ว ฉินหลิวซีปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความวุ่นวายด้านหลังของตนเอง นางยังตั้งหน้าตั้งตาเก็บสมุนไพรต่อไป สมุนไพรอายุสิบปีเหล่านี้ต้องมีราคามากและนั่นย่อมส่งผลกับคะแนนในการประเมินด้วย

จำนวนคนของแต่ละฝ่ายต่างกันเพราะคนของดาราจักรตกรอบไปพอสมควรตั้งแต่เมื่อวาน มาวันนี้เลยเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างเห็นได้ชัด

"อย่าทำพวกเขารุนแรง ยั้งมือเอาไว้ด้วย"

หลี่เจิ้นหัวไม่อยากทำร้ายคู่ต่อสู้หนักมือ แต่ฉินหลิวซีมีทางเลือกที่ดีกว่า

"ทำให้พวกเขาสลบแล้วทำลายป้ายชื่อเสียก็จบแล้ว" หลังจากที่เก็บสมุนไพรกอนั้นเสร็จนางก็มายืนข้างหลังกลุ่ม ประโยคนั้นของนางทำให้ฝ่ายตรงข้ามหน้าซีด ที่ผ่านมายังต่อกรกันได้เป็นเพราะพวกเขาออมมือให้หรอกหรือ

"แต่ว่า..."

"อย่างไรก็ต้องหาทางทำลายป้ายชื่อเพื่อให้ได้คะแนน เจ้าคงไม่คิดว่าจะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ รอพวกเขาหมดแรงเองหรอกใช่ไหม นี่คือการแข่งนะ"

ถึงแม้การแข่งนี้นางจะมาโดยไม่ตั้งใจและไม่ได้เตรียมตัวก่อน แต่เรื่องอะไรนางต้องแพ้

ด้วยสายตามุ่งมั่นของนางทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มเริ่มคล้อยตาม พวกเขาหันไปมองหลี่เจิ้นหัวที่เป็นหัวหน้า สุดท้ายเขาก็เห็นด้วยว่าความคิดนั้นถูกต้อง

เมื่อผู้นำส่งสัญญาณอนุญาตคนในกลุ่มก็เริ่มลงมือทันที ไม่กี่กระบวนท่าและด้วยจำนวนคนที่มากกว่า ดาราจักรพ่ายแพ้และถูกทำลายป้ายชื่อไปทั้งหมด

เมื่อป้ายชื่อหายไปพวกเขาก็ถูกดึงตัวออกจากพื้นที่ทับซ้อน

หลังจากนั้นก็มีการปะทะกับกลุ่มที่สองของศาสตราพิทักษ์ ความโดดเด่นของสำนักนี้คือการที่พวกเขามักจะเก็บอุปกรณ์วิเศษเอาไว้มากมายแทบจะเป็นคลังแสง

"ส่งสมุนไพรของพวกเจ้ามาแล้วพวกข้าจะไม่ยุ่งกับป้ายชื่อ"

"นั่นเป็นคำขู่ที่ดูงี่เง่าสิ้นดี คิดว่าสำนักเซียนกระบี่อย่างเราจะยอมอย่างนั้นหรือ" ศิษย์คนหนึ่งที่เป็นรุ่นน้องของหลี่เจิ้นหัวเอ่ยท้าทายกลับไป

ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองกลุ่มจึงเข้าโจมตีกันโดยฉินหลิวซีไม่ได้ร่วมต่อสู้เหมือนเคย นางมีหน้าที่หลัก ๆ แค่เก็บรักษาสมุนไพรเอาไว้ให้ได้ แต่หากพวกเขาจวนตัวขึ้นมาเมื่อไหร่นางก็จะเข้าไปช่วย

อาวุธของศาสตราพิทักษ์มีลูกเล่นทำให้ยากต่อกร แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

ในที่สุดพวกเขาก็ได้คะแนนจากป้ายชื่อห้าอันที่ทำลายไป ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพยัคฆ์ทองจะยังไม่เจอกับศัตรูคนไหนเลย ไม่อย่างนั้นคะแนนของพวกนางก็คงไม่ขึ้นมาพรวดพราดแบบนี้

"จะเที่ยงวันอยู่แล้วพวกเราควรพักสักหน่อยนะ" หลี่เจิ้นหัวมองหาร่มไม้หลบแดดให้คนในกลุ่มตน

พวกเขาแบ่งกันออกไปล่าสัตว์และหาผลไม้ในป่าจนได้เสบียงมาพออิ่มท้อง เพราะยังอยู่ระหว่างการแข่งขันจึงต้องกินมื้อเที่ยงไปอย่างระแวดระวัง

"ฉินหลิวซี เจ้าไม่กินอะไรหน่อยหรือ"

"ตรงนี้ยังมีสมุนไพรเหลืออยู่พวกเจ้ากินไปก่อนเถอะ ข้าเก็บตรงนี้เสร็จแล้วจะไปนั่งพักเอง"

ฉินหลิวซีสัมผัสไม่ได้ว่ามีกลุ่มคนอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้จึงวางใจได้ว่าคงไม่มีใครบุกเข้ามาโจมตี ทำให้นางมีเวลาเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรก่อนจะเริ่มศึกใหม่ในช่วงบ่าย

มิติทับซ้อนของสำนักอุดมสมบูรณ์มากเพราะเปิดใช้งานเพียงสิบปีครั้ง อีกทั้งยังไม่เปิดให้ใครเข้ามาระหว่างนั้น สมุนไพรและพืชผลเติบโตได้อย่างเต็มที่ สิบปีที่ไม่มีใครบุกรุกนี้คงมีแต่แมลงที่จะรบกวนพวกมันได้

"ข้าขอไปดูทางนั้นสักครู่เผื่อว่ามีสมุนไพรอื่นอีก" ฉินหลิวซีขอแยกตัวออกมาหลังจากพักร่างกายเสร็จแล้ว เพราะนางไม่ได้ออกมาไกลมาก ยังอยู่ในระยะที่พวกเขาเห็นได้หลี่เจิ้นหัวจึงไม่ได้ว่าอะไร

ฉินหลิวซีเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มเพื่อนำสมุนไพรบางส่วนเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง สมุนไพรที่หามาได้ต้องแบ่งให้กับคนอื่นเท่า ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนับคะแนนแบบกลุ่ม สมุนไพรหายากเหล่านี้นางก็อยากเก็บไว้เอง เพราะมิตินี้สิบปีจะเข้ามาได้สักครั้ง

ข้าก็ไม่ใช่คนดีเป็นพระโพธิสัตว์อะไรอยู่แล้ว ขอเก็บไว้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน

ฉินหลิวซีแบ่งสมุนไพรทีละเล็กละน้อยเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง ในโลกของผู้ฝึกตนจะมีเครื่องมือชนิดหนึ่งใช้หาสมุนไพรที่ต้องการ ผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ล้วนมีมันอยู่ในมือ เป็นอุปกรณ์คล้าย ๆ กับที่คนเป็นครูในโรงเรียนมักจะมีปากกาเหน็บไว้กับเสื้อ

อุปกรณ์ธรรมดาระดับนั้นนางไม่ใส่ใจมันเลย จนกระทั่งพึ่งมาสังเกตว่ามันตรวจจับได้ ว่านางมีสมุนไพรเก็บอยู่มากน้อยเท่าไร

ถ้าใช้เครื่องนั่นย่อมต้องรู้แน่ว่านางแอบเก็บสมุนไพรเอาไว้ไม่แบ่ง แถมยังไม่เอามารวมกับคะแนนของกลุ่มอีกด้วย

พวกเขาเก็บสมุนไพรตามทางจนมาเจอเข้ากับแม่น้ำสายหนึ่ง แต่ละคนมือเปื้อนดินและฝุ่น มีเศษใบไม้ใบหญ้าติดเต็มเสื้อผ้า พวกเขาลงไปล้างมือริมแม่น้ำ บางคนล้างเสร็จก็ไปนั่งพักเอาแรง

ฉินหลิวซียืนพิงต้นไม้คอยประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ

"หลี่เจิ้นหัว"

"ว่าอย่างไร"

"พาพวกลูกศิษย์คนอื่นออกเดินทางต่อกันเถอะ"

"ทำไม เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ"

"เดี๋ยวเราจะต้องปะทะกับกลุ่มที่สามแล้ว เตรียมตัวต่อสู้เสียตั้งแต่ตอนนี้"

ฉินหลิวซีกอดอกทำนิ่งเฉย ทุกคนต่างประหลาดใจว่านางรู้ได้อย่างไร แค่เป็นผู้ฝึกตนถึงจะรับรู้ได้ว่ามีผู้มีวรยุทธ์สูงอยู่ใกล้หรือไม่ก็มีระยะห่างที่จำกัด ถ้าไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถสัมผัสได้ก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีคนอื่น

ฉินหลิวซีรู้ว่าพวกเขาสงสัยอะไรแต่นางไม่คิดจะเฉลย ที่นางรู้เป็นเพราะหงส์ขาวน้อยที่อยู่ในมิติ สัตว์ในตำนานอย่างหงส์แดงเพลิงมีสัมผัสกว้างไกลกว่านายอย่างนาง หงส์แดงเพลิงร้องบอกเจ้านาย ทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้ผ่านพันธสัญญาที่ผูกมัดไว้

ลูกศิษย์คนอื่นยังไม่วางใจในตัวสตรีแปลกหน้าผู้นี้ แต่ระดับฝีมือนั้นพวกเขาเชื่อใจนางได้ เพราะฉินหลิวซีก็ทำให้เห็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มการแข่งวันที่สอง

"ดีล่ะ ในเมื่อไม่มีเวลาให้พักก็ไม่ต้องพักกันแล้ว ลุยรวดเดียวจบไปเลย!" หนึ่งในกลุ่มของนางเอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิม คงเหนื่อยจนใกล้สติแตกเต็มที

อย่างไรก็เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะหมดวัน นางเห็นด้วยถ้าคิดจะลุยม้วนเดียวจบ

กลุ่มที่เหลืออยู่ตอนนี้มีแต่พยัคฆ์ทองกับเซียนกระบี่ คงยากจะคาดเดาว่าใครจะชนะ

ความเก่งกาจของพวกพยัคฆ์ทองใช่ว่าจะดูเบาได้ ถึงแม้จะอารมณ์ร้อนไม่กลัวตายทำให้พวกเขาพลาดท่าได้ง่าย แต่ฝีมือเป็นของจริง

"เราจะเจอพวกเขาทันทีเลยหรือเปล่า" หลี่เจิ้นหัวถาม

"ยังไม่ใกล้ขนาดนั้น"

พอมีเวลาให้เก็บสมุนไพรเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

ฉินหลิวซีหูตากว้างไกลกับพวกพืชสมุนไพรเป็นอย่างมาก คนอื่นยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีนางก็เก็บขึ้นมาแล้ว เรื่องความสามารถของนางไม่เป็นที่กังขา

"เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแข่งแล้ว เราคงต้องเร่งมือกันหน่อย" ศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย

"ทางนั้นมีสมุนไพรค่อนข้างมาก เราแวะที่นั่นกันก่อนเถอะ" ฉินหลิวซีชี้ไปทางซ้ายมือของตน ที่ตรงนั้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่มากมาย

"เจ้าไปกับหลี่เจิ้นหัวเถอะ พวกข้าจะระวังแถวนี้ให้เอง"

"ใช่แล้ว พวกเราหาสมุนไพรได้ไม่เก่งเท่าเจ้า ทำตัวเป็นผู้รักษาการยังมีประโยชน์มากกว่า ฝากด้วยล่ะหัวหน้า" เขากล่าวประโยคแรกกับนางก่อนจะหันไปตบบ่าสหายแซ่หลี่ในประโยคหลัง

"ถ้าพวกเจ้าว่าอย่างนั้น ก็ได้"

ฉินหลิวซีฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนะ เพราะมันเหมือนกับว่าพวกเขาน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองที่หาของพวกนี้ไม่ได้เก่งเท่านาง การแข่งนี้เป็นของคนในสำนักแท้ ๆ แต่คนนอกอย่างนางกลับหาได้มากกว่าจนต้องหวังพึ่งพิง ถ้านางเป็นคนในสำนักก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

ปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้สิ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
ธาราทิพย์ตื่นมากลางป่าใน พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก หลังถูก ร็อก กักขังไม่ให้ไปขัดขวางงานแต่งอดีตคนรักที่หักหลังเธอ ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในแนว romance modern action นี้ ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจนความใกล้ชิดเริ่มเปลี่ยนเป็นความผูกพันในนิยายออนไลน์เรื่องเยี่ยมๆ ที่น่าติดตาม
พันศักดิ์
พันศักดิ์
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
เมื่ออดีตยมทูตต้องจุติใหม่ในฐานะหัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ เพื่อเป้าหมายในการยึดครองกะลาแลนด์ด้วยแผนการอันเหนือชั้นและอำนาจสุดกาว ติดตามการห้ำหั่นใน เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ นิยายแนว action และ mafia novel สนุกๆ ที่รวมความมันส์ของการชิงอำนาจไว้ในที่เดียว
ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
ข้ามเวลามาสู้ชีวิต
เมื่อ รลิน ศัลยแพทย์ฝีมือดีผู้เชี่ยวชาญด้านพิษในยุค modern ต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงในฐานะนักฆ่าขององค์กรใต้ดิน เธอต้องข้ามเวลามาสู้ชีวิตในภารกิจที่ต้องสวมบทบาทหลากหลายเพื่อเอาตัวรอด ติดตามการผจญภัยใน fantasy novel ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และปริศนาผ่าน fiction fantasy novels เรื่องนี้
KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
เมื่อความเจ็บปวดของคนสำคัญจุดชนวนความโกรธแค้น KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ! นำเสนอเรื่องราวของชายผู้ไร้ความรู้สึกที่ต้องลุกขึ้นมาชำระบาปที่อีกฝ่ายก่อไว้ นิยาย romance แนว modern action ที่เต็มไปด้วยการเอาคืนสุดเข้มข้น ร่วมติดตามภารกิจทวงคืนความยุติธรรมใน web novel เรื่องเยี่ยมที่สายดาร์กห้ามพลาด
พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
ปริม ไฮโซสาวเอาแต่ใจต้องเผชิญหน้ากับ อลัน เลขาฯ บอดี้การ์ดหนุ่มสุดดิบเถื่อนใน พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน เมื่อความฮ็อตสวนทางกับความต่างของอายุ ภารกิจดูแลคุณหนูจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ติดตามเรื่องราวใน romance novel และ modern novel ที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความรักสุดอันตราย

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

กุหลาบมรณะ
กุหลาบมรณะ
Thorn นักเรียนมัธยมที่เคยถูก Pitch รุ่นพี่จอมกร่าง แอบถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับ Jett ซึ่งเป็นคนรักเพศเดียวกันของเขา จนเรื่องอื้อฉาวเผยแพร่ออกไป ความกดดันจากสังคมและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ Jett ตัดสินใจฆ่าตัวตาย Thorn จึงแปรเพศเป็น Rose แล้วแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตของศัตรู จนพบว่า Pitch แท้จริงเป็นคนขี้ขลาดที่บิดเบี้ยวเพราะแอบรัก Thorn และพบว่า Thanes พ่อตาของ Pitch คือฆาตกรตัวจริงที่สังหารพ่อแม่ของ Rose ระหว่างการล้างแค้น Rose ต้องเห็น Jennie เพื่อนรักถูก Deenee ภรรยาของ Pitch ทรมานจนตาย และ Pitch เสียชีวิตเพราะยอมเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนเธอ ในท้ายที่สุด Deenee ได้สติและหันมาโค่นล้มพ่อของตนเอง ขณะที่ Rose วางความแค้นลง และก้าวต่อไปด้วยการชี้นำของวิญญาณ Jett การล้างแค้นที่ชุ่มเลือดครั้งนี้เผยให้เห็นเบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดของตระกูลใหญ่ และยุติวงจรความแค้นของสามรุ่นลงได้
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
วินเซนต์มาจากครอบครัวร่ำรวยทั้งฝ่ายพ่อและแม่ แม่เขาคือประธานกรรมการของวิลสันกรุ๊ปและพ่อเขาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียลึกลับ เขาปกปิดความรวยแล้วเริ่มความสัมพันธ์กับเจสสิก้า แต่สุดท้ายกลับโดนรถชนจนโคม่าไปสามปีโดยที่ขาดการติดต่อกับพ่อแม่ เจสสิก้าทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้วินเซนต์ แต่เธอกลับถูกญาติรังแกแล้วก็ถูกสังคมดูถูก ตอนที่เจสสิก้าถูกรังแกเพราะวินเซนต์อีกครั้ง ชายผู้ตกอยู่ในโคม่ามาสามปีกลับได้สติอีกครั้ง พอเหล่าคนที่มารังแกได้รู้ตัวตนแท้จริงของวินเซนต์ พวกเขาก็ได้รู้ซึ้งว่ากำลังล่วงเกินใครอยู่
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
ชาติก่อน ซ่งจือเหย่ถูกหลินซิงลั่วหลอกจนครอบครัวรังเกียจและต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้า เมื่อได้เกิดใหม่ เธอมองเห็นธาตุแท้ของหลินซิงลั่ว หลีกเลี่ยงกับดักได้ทัน และพบว่าเวินซู่เหนียนคือคนที่คอยปกป้องเธอเงียบ ๆ มาโดยตลอด ซ่งจือเหย่จึงเปิดโปงความจริงต่อหน้าครอบครัว และผลักหลินซิงลั่วออกจากตระกูลให้ได้รับกรรมที่สมควร
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
ซูชิงยวนและซูเม่ยเอ๋อร์ ในฐานะธิดาแห่งตระกูลซูผู้บัญชาอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนอสูร เมื่อบรรลุนิติภาวะพวกนางจะต้องปลุกพลังควบคุมอสูร และเลือกมนุษย์อสูรฝึกบำเพ็ญคู่เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณและอัญเชิญอสูรที่ทรงพลัง ก้าวขึ้นเป็นราชาแห่งสรรพวิญญาณ และรวมอำนาจการปกครองของผู้บัญชาอสูรเหนือเผ่าอสูรทั้งปวง ในชาติก่อน ซูชิงหยวนปลุกพลังวิชาอัญเชิญเหล่าอสูร ในขณะที่ซูเม่ยเออร์ปลุกพลังวิชาโอนย้ายอสูรร้าย นางลอบนำอสูรร้ายที่ตนอัญเชิญมาไปก่อความวุ่นวาย แล้วใส่ร้ายซูชิงยวน  จนถูกตราหน้าว่าเป็นนางแห่งหายนะและต้องตายอย่างน่าเวทนา ทว่า ซูชิงยวนกลับได้เกิดใหม่อีกครั้ง และในชาตินี้พลังที่นางปลุกขึ้นคือวิวัฒน์สายเลือดอสูร สามารถวิวัฒน์อสูรร้ายทั้งหมดให้กลายเป็นสัตว์เทพบรรพกาล และนางพร้อมแล้วที่จะเอาคืนผู้ที่ทำให้นางต้องตายอย่างสาสม
คุณหนูตัวแม่กับบอดี้การ์ดหนุ่ม
คุณหนูตัวแม่กับบอดี้การ์ดหนุ่ม
ซ่งหลิง ภายนอกดูเหมือนเป็นสาวเรียบร้อยที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วเธอคือหัวหน้าของสมาคมอันเฟิ่งผู้มีฝีมือทางยุทธขั้นสูงสุด เมื่อคุณปู่ป่วยหนัก เธอจึงพาบอดี้การ์ดเนี่ยเฟิงรีบเดินทางกลับประเทศ ก่อนที่คุณปู่จะสิ้นใจ เขาได้หาคู่ไว้ให้เธอคนหนึ่ง หลังจากแต่งเข้าไป เธอกลับถูกสามีกู้เจิ้นเซียวรวมถึงบรรดาคุณชายหลายคนดูหมิ่นเหยียดหยาม ซ่งหลิงแค่ยิ้มเย็นชาเท่านั้น นานแล้วที่ไม่เจอใครกล้ารนหาที่ตายต่อหน้าเธอแบบนี้ ดังนั้น เธอจึงลงมือ!