Logo
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

36 ตอน
จบแล้ว
จากโลกซอมบี้สู่ร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบใน สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3 เมื่อครอบครัวถูกรังแก ฉินหลิวซีจึงต้องใช้ทักษะจากชาติก่อนพลิกชะตาความจนสู่ความร่ำรวย อ่านนิยาย fantasy สนุกๆ ในรูปแบบ web novel ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และ adventure สุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้

เรื่องย่อ สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

จากอดีตผู้รอดชีวิตในโลกซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างของเด็กสาววัยห้าขวบอย่างฉินหลิวซี ทว่าโชคชะตาครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยดูหมิ่นกดขี่สารพัด แต่อดีตอันโชกโชนทำให้เธอไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่แสนรันทดนี้ ถึงเวลาที่เด็กสาวตัวน้อยจะต้องลุกขึ้นมาถลกแขนเสื้อเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส พร้อมประกาศกร้าวว่าจะต้องพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและมุ่งสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองให้จงได้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

"ข้าจะเก็บสมุนไพรตรงนี้ พวกเจ้าไปหาฝั่งนู้นแล้วกันนะ" ลูกศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยบอกกับคนในกลุ่มตน

"ข้าเก็บตรงนี้เอง" ฉินหลิวซีก็เจอกอสมุนไพรหายากแล้วเช่นกัน

มีแต่หลี่เจิ้นหัวคนเดียวที่รู้ว่านางหาสมุนไพรได้เก่งแค่ไหน เขาไม่กลัวที่จะขอร้องนาง

"ฉินหลิวซี หน้าที่เก็บสมุนไพรคงต้องรบกวนเจ้าหนักหน่อยแล้ว"

"ข้ายินดีอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะเก็บให้ได้เยอะ ๆ เลย"

สหายคนอื่นยังไปได้ไม่ไกลจึงทันได้ยินสิ่งที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันท่านเจ้าสำนักเป็นผู้รับรองความสามารถนางด้วยตัวเอง แต่พวกเขายังไม่เคยเห็นจึงไม่รู้ว่านางโดดเด่นด้านไหนกันแน่ การสนทนานี้กลายเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับคนสำนักเซียนกระบี่ขึ้นมา

"นางเป็นนักปรุงยาหรือ" ศิษย์ผู้หนึ่งถามขึ้น

"นางเป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ย่อมต้องเป็นผู้ใช้โอสถอยู่แล้ว"

ซุนเป่ยฉีเป็นผู้อาวุโสที่ไม่ค่อยมีใครพบเจอ ลูกศิษย์รุ่นเยาว์ก็ไม่มีใครเคยคุยกับเขา การที่ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเชี่ยวชาญอะไรไม่ใช่เรื่องแปลก เคยได้ฟังแต่คำบอกกล่าวจากอาจารย์ของตนเท่านั้น ฉินหลิวซีไม่ได้เอ่ยแนะนำตัวให้มากความเพราะนางคิดว่าไม่น่าจะอยู่ที่นี่นาน สนิทสนมกับพวกเขาไปอีกเดี๋ยวก็ลืม

พิกัดเริ่มต้นแต่ละกลุ่มถูกส่งไปแบบสุ่ม หลังจากที่จัดการกับกอสมุนไพรที่บังเอิญพบแห่งแรกนั้นเสร็จพวกเขาก็เดินต่อไปทางทิศตะวันออก

ระหว่างทางนั้นฉินหลิวซีก็ยังเก็บสมุนไพรมาได้อีกหลายต้น เดินต่อมาได้อีกระยะหนึ่งก็พบเข้ากับกอสมุนไพรใหม่ อีกทั้งกอนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีอายุสิบปีขึ้นไปทั้งนั้นอีกด้วย เมื่อเห็นของหายากพวกเขาก็ตั้งท่าระแวดระวังทันที และยกหน้าที่เก็บสมุนไพรเหล่านี้ให้ฉินหลิวซีดูแล

ระหว่างที่กำลังเดินหาและเฝ้ายามไปด้วย หัวหน้ากลุ่มอย่างหลี่เจิ้นหัวก็ส่งสัญญาณมือให้พวกเขาหยุด ยังไม่ทันได้ถามคำตอบก็ดังลั่นมาจากข้างหน้า

"ส่งสมุนไพรในมือเจ้ามา!"

ผู้ใช้โอสถที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างขะมักเขม้นลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น มือหนึ่งจับด้ามกระบี่อ่อนของตนเอาไว้ ในมืออีกข้างยังเหลือต้นสมุนไพรที่พึ่งเก็บขึ้นมา

"พวกดาราจักรนี่เอง" หนึ่งในศิษย์ของสำนักเซียนกระบี่เอ่ยขึ้น

ฉินหลิวซีประเมินด้วยสายตาแล้วก็คิดว่านางคงไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่มย่ามให้ศึกครั้งนี้ นางปล่อยมือจากด้ามกระบี่ของตนแล้วยกหน้าที่คุ้มกันให้หลี่เจิ้นหัว เมื่อเห็นว่าฉินหลิวซีเมินเฉยต่อตัวตนของพวกเขา ลูกศิษย์กลุ่มนั้นก็เข้ามาจู่โจมทันที

ดาราจักรมีความเร็วเป็นเลิศ พวกเขาเชี่ยวชาญการใช้กระบี่อ่อน ชำนาญศาสตร์การทายทักกับดวงดาว ต่อให้เป็นคนรูปร่างใหญ่โตจนดูเหมือนเชื่องช้า แต่ถ้าเป็นคนจากสำนักดาราจักรแล้วละก็ ให้ประเมินความเร็วเขาเอาไว้ระดับสูงได้เลย

ทั้งสองกลุ่มเข้าห้ำหั่นกัน เสียงกระบี่ฟาดฟันดังสะท้อนไปทั่ว ฉินหลิวซีปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความวุ่นวายด้านหลังของตนเอง นางยังตั้งหน้าตั้งตาเก็บสมุนไพรต่อไป สมุนไพรอายุสิบปีเหล่านี้ต้องมีราคามากและนั่นย่อมส่งผลกับคะแนนในการประเมินด้วย

จำนวนคนของแต่ละฝ่ายต่างกันเพราะคนของดาราจักรตกรอบไปพอสมควรตั้งแต่เมื่อวาน มาวันนี้เลยเสียเปรียบด้านกำลังคนอย่างเห็นได้ชัด

"อย่าทำพวกเขารุนแรง ยั้งมือเอาไว้ด้วย"

หลี่เจิ้นหัวไม่อยากทำร้ายคู่ต่อสู้หนักมือ แต่ฉินหลิวซีมีทางเลือกที่ดีกว่า

"ทำให้พวกเขาสลบแล้วทำลายป้ายชื่อเสียก็จบแล้ว" หลังจากที่เก็บสมุนไพรกอนั้นเสร็จนางก็มายืนข้างหลังกลุ่ม ประโยคนั้นของนางทำให้ฝ่ายตรงข้ามหน้าซีด ที่ผ่านมายังต่อกรกันได้เป็นเพราะพวกเขาออมมือให้หรอกหรือ

"แต่ว่า..."

"อย่างไรก็ต้องหาทางทำลายป้ายชื่อเพื่อให้ได้คะแนน เจ้าคงไม่คิดว่าจะถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ รอพวกเขาหมดแรงเองหรอกใช่ไหม นี่คือการแข่งนะ"

ถึงแม้การแข่งนี้นางจะมาโดยไม่ตั้งใจและไม่ได้เตรียมตัวก่อน แต่เรื่องอะไรนางต้องแพ้

ด้วยสายตามุ่งมั่นของนางทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มเริ่มคล้อยตาม พวกเขาหันไปมองหลี่เจิ้นหัวที่เป็นหัวหน้า สุดท้ายเขาก็เห็นด้วยว่าความคิดนั้นถูกต้อง

เมื่อผู้นำส่งสัญญาณอนุญาตคนในกลุ่มก็เริ่มลงมือทันที ไม่กี่กระบวนท่าและด้วยจำนวนคนที่มากกว่า ดาราจักรพ่ายแพ้และถูกทำลายป้ายชื่อไปทั้งหมด

เมื่อป้ายชื่อหายไปพวกเขาก็ถูกดึงตัวออกจากพื้นที่ทับซ้อน

หลังจากนั้นก็มีการปะทะกับกลุ่มที่สองของศาสตราพิทักษ์ ความโดดเด่นของสำนักนี้คือการที่พวกเขามักจะเก็บอุปกรณ์วิเศษเอาไว้มากมายแทบจะเป็นคลังแสง

"ส่งสมุนไพรของพวกเจ้ามาแล้วพวกข้าจะไม่ยุ่งกับป้ายชื่อ"

"นั่นเป็นคำขู่ที่ดูงี่เง่าสิ้นดี คิดว่าสำนักเซียนกระบี่อย่างเราจะยอมอย่างนั้นหรือ" ศิษย์คนหนึ่งที่เป็นรุ่นน้องของหลี่เจิ้นหัวเอ่ยท้าทายกลับไป

ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองกลุ่มจึงเข้าโจมตีกันโดยฉินหลิวซีไม่ได้ร่วมต่อสู้เหมือนเคย นางมีหน้าที่หลัก ๆ แค่เก็บรักษาสมุนไพรเอาไว้ให้ได้ แต่หากพวกเขาจวนตัวขึ้นมาเมื่อไหร่นางก็จะเข้าไปช่วย

อาวุธของศาสตราพิทักษ์มีลูกเล่นทำให้ยากต่อกร แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

ในที่สุดพวกเขาก็ได้คะแนนจากป้ายชื่อห้าอันที่ทำลายไป ดูเหมือนว่าทางฝั่งของพยัคฆ์ทองจะยังไม่เจอกับศัตรูคนไหนเลย ไม่อย่างนั้นคะแนนของพวกนางก็คงไม่ขึ้นมาพรวดพราดแบบนี้

"จะเที่ยงวันอยู่แล้วพวกเราควรพักสักหน่อยนะ" หลี่เจิ้นหัวมองหาร่มไม้หลบแดดให้คนในกลุ่มตน

พวกเขาแบ่งกันออกไปล่าสัตว์และหาผลไม้ในป่าจนได้เสบียงมาพออิ่มท้อง เพราะยังอยู่ระหว่างการแข่งขันจึงต้องกินมื้อเที่ยงไปอย่างระแวดระวัง

"ฉินหลิวซี เจ้าไม่กินอะไรหน่อยหรือ"

"ตรงนี้ยังมีสมุนไพรเหลืออยู่พวกเจ้ากินไปก่อนเถอะ ข้าเก็บตรงนี้เสร็จแล้วจะไปนั่งพักเอง"

ฉินหลิวซีสัมผัสไม่ได้ว่ามีกลุ่มคนอยู่ใกล้ ๆ ตอนนี้จึงวางใจได้ว่าคงไม่มีใครบุกเข้ามาโจมตี ทำให้นางมีเวลาเพลิดเพลินกับการเก็บสมุนไพรก่อนจะเริ่มศึกใหม่ในช่วงบ่าย

มิติทับซ้อนของสำนักอุดมสมบูรณ์มากเพราะเปิดใช้งานเพียงสิบปีครั้ง อีกทั้งยังไม่เปิดให้ใครเข้ามาระหว่างนั้น สมุนไพรและพืชผลเติบโตได้อย่างเต็มที่ สิบปีที่ไม่มีใครบุกรุกนี้คงมีแต่แมลงที่จะรบกวนพวกมันได้

"ข้าขอไปดูทางนั้นสักครู่เผื่อว่ามีสมุนไพรอื่นอีก" ฉินหลิวซีขอแยกตัวออกมาหลังจากพักร่างกายเสร็จแล้ว เพราะนางไม่ได้ออกมาไกลมาก ยังอยู่ในระยะที่พวกเขาเห็นได้หลี่เจิ้นหัวจึงไม่ได้ว่าอะไร

ฉินหลิวซีเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มเพื่อนำสมุนไพรบางส่วนเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง สมุนไพรที่หามาได้ต้องแบ่งให้กับคนอื่นเท่า ๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการนับคะแนนแบบกลุ่ม สมุนไพรหายากเหล่านี้นางก็อยากเก็บไว้เอง เพราะมิตินี้สิบปีจะเข้ามาได้สักครั้ง

ข้าก็ไม่ใช่คนดีเป็นพระโพธิสัตว์อะไรอยู่แล้ว ขอเก็บไว้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แล้วกัน

ฉินหลิวซีแบ่งสมุนไพรทีละเล็กละน้อยเก็บเข้าไปในมิติของตัวเอง ในโลกของผู้ฝึกตนจะมีเครื่องมือชนิดหนึ่งใช้หาสมุนไพรที่ต้องการ ผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ล้วนมีมันอยู่ในมือ เป็นอุปกรณ์คล้าย ๆ กับที่คนเป็นครูในโรงเรียนมักจะมีปากกาเหน็บไว้กับเสื้อ

อุปกรณ์ธรรมดาระดับนั้นนางไม่ใส่ใจมันเลย จนกระทั่งพึ่งมาสังเกตว่ามันตรวจจับได้ ว่านางมีสมุนไพรเก็บอยู่มากน้อยเท่าไร

ถ้าใช้เครื่องนั่นย่อมต้องรู้แน่ว่านางแอบเก็บสมุนไพรเอาไว้ไม่แบ่ง แถมยังไม่เอามารวมกับคะแนนของกลุ่มอีกด้วย

พวกเขาเก็บสมุนไพรตามทางจนมาเจอเข้ากับแม่น้ำสายหนึ่ง แต่ละคนมือเปื้อนดินและฝุ่น มีเศษใบไม้ใบหญ้าติดเต็มเสื้อผ้า พวกเขาลงไปล้างมือริมแม่น้ำ บางคนล้างเสร็จก็ไปนั่งพักเอาแรง

ฉินหลิวซียืนพิงต้นไม้คอยประเมินสถานการณ์อยู่เป็นระยะ

"หลี่เจิ้นหัว"

"ว่าอย่างไร"

"พาพวกลูกศิษย์คนอื่นออกเดินทางต่อกันเถอะ"

"ทำไม เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ"

"เดี๋ยวเราจะต้องปะทะกับกลุ่มที่สามแล้ว เตรียมตัวต่อสู้เสียตั้งแต่ตอนนี้"

ฉินหลิวซีกอดอกทำนิ่งเฉย ทุกคนต่างประหลาดใจว่านางรู้ได้อย่างไร แค่เป็นผู้ฝึกตนถึงจะรับรู้ได้ว่ามีผู้มีวรยุทธ์สูงอยู่ใกล้หรือไม่ก็มีระยะห่างที่จำกัด ถ้าไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถสัมผัสได้ก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีคนอื่น

ฉินหลิวซีรู้ว่าพวกเขาสงสัยอะไรแต่นางไม่คิดจะเฉลย ที่นางรู้เป็นเพราะหงส์ขาวน้อยที่อยู่ในมิติ สัตว์ในตำนานอย่างหงส์แดงเพลิงมีสัมผัสกว้างไกลกว่านายอย่างนาง หงส์แดงเพลิงร้องบอกเจ้านาย ทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้ผ่านพันธสัญญาที่ผูกมัดไว้

ลูกศิษย์คนอื่นยังไม่วางใจในตัวสตรีแปลกหน้าผู้นี้ แต่ระดับฝีมือนั้นพวกเขาเชื่อใจนางได้ เพราะฉินหลิวซีก็ทำให้เห็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มการแข่งวันที่สอง

"ดีล่ะ ในเมื่อไม่มีเวลาให้พักก็ไม่ต้องพักกันแล้ว ลุยรวดเดียวจบไปเลย!" หนึ่งในกลุ่มของนางเอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิม คงเหนื่อยจนใกล้สติแตกเต็มที

อย่างไรก็เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนจะหมดวัน นางเห็นด้วยถ้าคิดจะลุยม้วนเดียวจบ

กลุ่มที่เหลืออยู่ตอนนี้มีแต่พยัคฆ์ทองกับเซียนกระบี่ คงยากจะคาดเดาว่าใครจะชนะ

ความเก่งกาจของพวกพยัคฆ์ทองใช่ว่าจะดูเบาได้ ถึงแม้จะอารมณ์ร้อนไม่กลัวตายทำให้พวกเขาพลาดท่าได้ง่าย แต่ฝีมือเป็นของจริง

"เราจะเจอพวกเขาทันทีเลยหรือเปล่า" หลี่เจิ้นหัวถาม

"ยังไม่ใกล้ขนาดนั้น"

พอมีเวลาให้เก็บสมุนไพรเพิ่มได้อีกนิดหน่อย

ฉินหลิวซีหูตากว้างไกลกับพวกพืชสมุนไพรเป็นอย่างมาก คนอื่นยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีนางก็เก็บขึ้นมาแล้ว เรื่องความสามารถของนางไม่เป็นที่กังขา

"เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแข่งแล้ว เราคงต้องเร่งมือกันหน่อย" ศิษย์สำนักคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย

"ทางนั้นมีสมุนไพรค่อนข้างมาก เราแวะที่นั่นกันก่อนเถอะ" ฉินหลิวซีชี้ไปทางซ้ายมือของตน ที่ตรงนั้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่มากมาย

"เจ้าไปกับหลี่เจิ้นหัวเถอะ พวกข้าจะระวังแถวนี้ให้เอง"

"ใช่แล้ว พวกเราหาสมุนไพรได้ไม่เก่งเท่าเจ้า ทำตัวเป็นผู้รักษาการยังมีประโยชน์มากกว่า ฝากด้วยล่ะหัวหน้า" เขากล่าวประโยคแรกกับนางก่อนจะหันไปตบบ่าสหายแซ่หลี่ในประโยคหลัง

"ถ้าพวกเจ้าว่าอย่างนั้น ก็ได้"

ฉินหลิวซีฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนะ เพราะมันเหมือนกับว่าพวกเขาน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองที่หาของพวกนี้ไม่ได้เก่งเท่านาง การแข่งนี้เป็นของคนในสำนักแท้ ๆ แต่คนนอกอย่างนางกลับหาได้มากกว่าจนต้องหวังพึ่งพิง ถ้านางเป็นคนในสำนักก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

ปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้สิ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

หมื่นฝันพันคะนึง
หมื่นฝันพันคะนึง
เมื่อหญิงสาวตื่นมาพร้อมความจำเสื่อมใน หมื่นฝันพันคะนึง นิยาย fantasy romance ที่เล่าเรื่องราวของซุนหลวนคุน แม่ทัพหนุ่มผู้รอคอยภรรยามาหลายภพชาติ เขาต้องปกป้องหรูซื่อจากอันตรายและฟื้นความทรงจำท่ามกลางการต่อสู้สุดระทึก อ่านนิยายออนไลน์ฟรี fiction fantasy romance books ยอดนิยมได้แล้ววันนี้
เชลยทรายสีเพลิง
เชลยทรายสีเพลิง
เมื่อนักฆ่าสาวต้องทำภารกิจสังหารสุลต่านผู้ทรงอำนาจใน เชลยทรายสีเพลิง นิยาย romance แนว action ที่เต็มไปด้วยปมปริศนาและการล้างแค้น ท่ามกลางความขัดแย้งในอดีตที่เริ่มเปิดเผย ทั้งคู่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่และความรู้สึกใน read books online free เรื่องนี้ที่รวมความตื่นเต้นและ mystery ไว้อย่างลงตัว
ใยรักเพลิงเสน่หา
ใยรักเพลิงเสน่หา
ใยรักเพลิงเสน่หา เรื่องราวในแนว romance modern action เมื่อราชาวดีต้องรับมือกับชายหนุ่มผู้กุมความลับอันโหดเหี้ยมภายใต้รอยยิ้ม การเดิมพันด้วยหัวใจและการหลบหนีจากอดีตที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าเริ่มต้นขึ้น ค้นหาความจริงใน online novel ที่สะท้อนผลลัพธ์ของการเลือกและความภักดีในนิยาย romance stories เรื่องนี้
ท่านผู้บัญชาการ… คุณหนูวัยห้าสิบของท่านเกิดใหม่แล้ว
ท่านผู้บัญชาการ… คุณหนูวัยห้าสิบของท่านเกิดใหม่แล้ว
หลังสิ้นใจอย่างอนาถเพราะลูกแท้ๆ ทอดทิ้ง หลี่ซูผิงได้หวนคืนสู่วันวิวาห์ของบุตรชายอีกหน ท่ามกลางคำหยามเหยียดจากฝั่งสะใภ้ เธอต้องลุกขึ้นสู้และประกาศหย่าขาดเพื่อเปลี่ยนชะตากรรม หากยอมจำนนเธอจะต้องกลับไปตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นอดีตชาติ เธอจึงมุ่งมั่นพาลูกสาวออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเศรษฐินี
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
เมื่อโอกาสหวนคืนมาอีกครั้งใน ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี นิยาย fantasy romance แนวเกิดใหม่ที่นางเอกขอแก้ไขอดีต เลิกโง่เขลาตามตื๊อท่านอ๋องผู้ไร้ใจ แล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเกี้ยวรองแม่ทัพแสนดีให้สำเร็จ พบกับภารกิจพิชิตใจใน fiction fantasy romance books ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และชะตาชีวิตใหม่
เรือนนารีสกุล
เรือนนารีสกุล
เรือนนารีสกุล นวนิยาย fantasy ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจียวเจี๋ย ผู้สืบทอดสายเลือดที่เหลือรอดในเรือนลับกลางหุบเขา เธอต้องปกป้องน้องสาวและฝึกฝนเพื่อล้างแค้นมือสังหารที่ฆ่าล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน พบกับ mystery story และการต่อสู้สุดระทึกใน fiction fantasy novels ที่น่าติดตาม

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ภรรรยาตาบอด ยอดใจคุณชายกู้
ภรรรยาตาบอด ยอดใจคุณชายกู้
เพราะหลงผิดเชื่อผู้ชายชั่ว ฉู่ซินหลานไม่เพียงแต่เจ็บปวดจนต้องเสียลูกในท้อง แม้แต่ดวงตาของตัวเองก็ถูกบังคับให้มอบมันแก่รักแรกของสามี เจ็บถึงขั้วหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เธอตาสว่างในทันที ฉู่ซินหลาน: "พวกเรา...หย่ากันเถอะ!"
สิ้นสายใยรัก
สิ้นสายใยรัก
นาตาลีเคยเป็นลูกสาวที่ตระกูลพาร์สันส์ทะนุถนอม แต่โลกของเธอก็พังทลายเมื่อความจริงเปิดเผยว่าโมนิกาคือทายาทที่แท้จริง นาตาลีถูกโมนิกาวางแผนใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าคุณย่า และถูกครอบครัวไล่ไปอยู่โรงเรียนดัดสันดานที่เหมือนกับนรก สองปีต่อมา เธอได้รับการปล่อยตัวออกมา ก่อนจะถูกบังคับให้แต่งงานกับเพลย์บอยขี้เหล้าที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ และเมื่อความจริงเกี่ยวกับอดีตของเธอและความน่ากลัวของ "โรงเรียน" นั้นถูกเปิดเผยออกมา นาตาลีเฝ้ามองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา พายุแห่งการแก้แค้นของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
คุณพ่อตัวร้าย คุณถูกจับได้แล้ว
คุณพ่อตัวร้าย คุณถูกจับได้แล้ว
เอ็ดดี้ อดีตราชาโลกใต้ดินที่เคยเป็นที่หวาดหวั่นเลือกใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สี่ปีต่อมา นอร่า โอลเซน ซีอีโอสาวสวยสะกดใจได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอุ้มเด็กน้อยมาด้วย ทำลายโลกอันแสนสงบของเขาด้วยคำพูดที่ว่า "เธอเป็นลูกของคุณ แต่งงานกับฉัน และเป็นพ่อของเธอซะ" การแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ การหักหลังในครอบครัว สงครามธุรกิจ และในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ชายที่ร่ำรวยที่สุดก็เรียกสามีคนใหม่ของเธอว่า...ลูก
เมื่อฉันรู้อนาคต
เมื่อฉันรู้อนาคต
เฉินฮั่นเซิง หนุ่มโสดผู้ประสบความสำเร็จและเป็นหัวกะทิในชนชั้นสูง ได้พบว่าตัวเองเกิดใหม่ในปี 2002 บนเส้นทางไปลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยความรู้เกี่ยวกับอนาคต เขาจึงสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อย่างแข็งขัน ก่อตั้งบริษัทจัดส่งสินค้า จรวด 101 และคว้าโอกาสทองด้านอีคอมเมิร์ซ ในขณะเดียวกัน เฉินฮั่นเซิงก็เผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาควรเลือกระหว่างเสิ่นยู่ฉู่ สาวน้อยผู้ติดดิน หรือรักแรกของเขา เซียวหรงอวี๋กันแน่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......
[พากย์เสียง] คุณพ่อมนุษย์หมาป่ามาหาถึงที่
[พากย์เสียง] คุณพ่อมนุษย์หมาป่ามาหาถึงที่
ในคืนพระจันทร์เต็มดวงเมื่อห้าปีก่อน เสิ่นซือเวยดื่มเหล้าเมาเข้าห้องผิด มีความสัมพันธ์กับเผยสิงเหย่ ภายหลังคลอดลูกเสิ่นเสี่ยวซีออกมา คิดไม่ถึงว่าเมื่อเสิ่นเสี่ยวซีอายุสี่ขวบ จะมีอาการป่วยประหลาด จนถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด ในช่วงเวลาวิกฤติ เผยสิงเหย่ปรากฏตัวออกมาช่วยเสิ่นเสี่ยวซีเอาไว้ เสิ่นซือเวยถึงได้รู้ว่า ผู้ชายลึกลับเมื่อห้าปีก่อนนั้นเป็นมนุษย์หมาป่าในตำนาน