Logo
วาสนาชะตารักมังกร
วาสนาชะตารักมังกร

วาสนาชะตารักมังกร

73 ตอน
จบแล้ว
วาสนาชะตารักมังกร เรื่องราวของอี้เฟยที่ช่วยเหลือบุรุษลึกลับจนเกิดความรัก แต่เขากลับหายตัวไปทิ้งให้นางเลี้ยงลูกแฝดเพียงลำพังท่ามกลางคำดูแคลน ในนิยาย fantasy romance สุดเข้มข้นนี้ นางต้องพิสูจน์ความอดทนเพื่อรอคอยเขากลับมา เลือกอ่าน fiction fantasy romance books และ web novel คุณภาพได้ที่นี่

เรื่องย่อ วาสนาชะตารักมังกร

อี้เฟย หญิงสาวชาวบ้านผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายริมชายฝั่ง วันหนึ่งโชคชะตานำพาให้เธอได้พบและช่วยเหลือบุรุษปริศนาที่บาดเจ็บสาหัส ความใกล้ชิดจากการดูแลเอาใจใส่แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งจนกลายเป็นความรัก ทว่าจู่ๆ ชายคนนั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้อี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังพร้อมกับลูกแฝดในครรภ์ เธอต้องกัดฟันสู้เลี้ยงดูบุตรทั้งสองท่ามกลางเสียงดูถูกเหยียดหยามและคำด่าทอจากชาวบ้านรอบข้าง แม้จะไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วชายคนรักคือใครหรือมีฐานะสูงส่งเพียงใด แต่อี้เฟยยังคงเฝ้ารอคอยด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะหวนกลับมาหาครอบครัวตามคำมั่นสัญญาที่เคยมีให้กัน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก วาสนาชะตารักมังกร

เฟยเยี่ย เมืองเล็ก ๆ อันแสนสงบ ที่อยู่ในภูมิภาคขนาดเล็กที่มีเขตชายฝั่งยาวตลอดทั้งเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงดำเนินชีวิตด้วยการยึดอาชีพชาวประมง ซึ่งเมืองเฟยเยี่ยนั้นจัดว่ามีทัศนียภาพที่สวยงาม นับเป็นหนึ่งในสิบสวรรค์ของบรรดาคนในเมืองหลวง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าชายเลนและดินโคลนที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในประเทศ ทั้งยังติดเขตชายฝั่งยาวกว่าหลายพันลี้อีกด้วย

ขณะนี้เขตฝั่งทะเลก็ได้มีเรือสำเภาลำเล็ก ๆ กำลังแล่นฝ่าคลื่นลมปราณพิโรธมาอย่างทุลักทุเล เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ส่งผลให้คลื่นลมแรง เรือสำเภาลำเล็กในตอนนี้กำลังโครงเครงไปมา เพราะผู้บังคับเรือเริ่มจะต้านลมมรสุมเอาไว้ไม่อยู่ จึงทำให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น

ซ่าส์! โครม!

รุ่งสางของวันต่อมา ในเมืองของเหล่าชาวประมงอันแสนสงบที่มีนามว่าเฟยเยี่ยแห่งนี้ เพียงแค่ช่วงยามเหม่าเท่านั้น แทบจะทุกชีวิตในเมืองก็เริ่มลืมตาตื่นตามวิถีชีวิตชาวชนบท อาทิตย์ยามเช้าลอยสูงขึ้น ทอแสงอ่อน ๆ จับเสี้ยวหน้างามพิลาศล้ำ ดวงหน้าเกลี้ยงเกลากระจ่างหมดจด ริมฝีปากบางแต้มด้วยชาดสีแดงขับผิวผุดผาดในชุดสตรีชาวบ้านธรรมดา แต่กลับดูงดงาม เปรียบได้ว่าเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาสู่ดินผู้หนึ่งก็ว่าได้

ซึ่งบุปผางามผู้นี้มีนามว่า หลินอี้เฟย กำลังช่วยผู้เป็นบิดาของตนออกหาปลาตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า อี้เฟยเป็นสตรีที่มีนิสัยอ่อนโยนและอ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย

และในขณะที่อี้เฟยกับบิดากำลังหาปลาไปขายที่ตลาดเช้าเฉกเช่นทุกวันนั้น อยู่ดี ๆ ดวงตาสวยก็ไปสะดุดที่ริมชายฝั่ง ซึ่งตรงนั้นเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่รูปร่างคล้ายกับมนุษย์ลอยอยู่เหนือน้ำ นางจึงรีบหันไปบอกผู้เป็นบิดาด้วยท่าทางตระหนกตกใจ

“ท่านพ่อ ๆ นั่นคนใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“เพ้อเจ้อแล้ว ในน้ำจะมีคนได้อย่างไรกัน”

“แต่ตรงนั้นที่ลอยอยู่มันเหมือนคนมากเลยนะเจ้าคะ”

เมื่อบุตรสาวรบเร้าหนักเข้า บิดาก็อดที่จะทอดสายตาไปยังที่บุตรสาวชี้บอกไม่ได้ และเมื่อเพ่งมองดูดี ๆ ก็เริ่มที่จะคิดเหมือนกับบุตรสาวแล้วว่าตรงนั้นมีคนลอยติดโพงพางที่ใช้ดักปลาของชาวบ้านอยู่ แต่เพื่อความแน่ใจจึงพายเรือเข้าไปดูใกล้ ๆ

และเมื่อพายเรือมาถึงก็เห็นว่าเบื้องหน้าเป็นคนจริง ๆ สองพ่อลูกทำหน้าตาตื่นตกใจ พูดด้วยน้ำเสียงลนลานพร้อม ๆ กัน

“คนจริง ๆ ด้วย เขายังมีชีวิตอยู่ไหมนั่น”

มือหนารีบจ้ำไม้พายพาเรือให้ไปถึงชายฝั่งโดยเร็ว ก่อนที่ร่างระหงจะรีบลงจากเรือเพื่อช่วยดึงคนที่ลอยมาติดโพงพางขึ้นมาบนบก และเมื่อดึงขึ้นมาได้ อี้เฟยก็พยายามจับชีพจรเพื่อตรวจสอบดูว่าบุรุษผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ปรากฏว่าชีพจรยังเต้นอยู่แต่เต้นอ่อนแรงมาก

“ชีพจรยังเต้นอยู่เจ้าค่ะ แต่ว่าเต้นอ่อนมาก ลูกคิดว่าเราควรพาเขากลับไปรักษาที่เรือนของเราก่อน”

ผู้เป็นพ่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเป็นฝ่ายอุ้มชายผู้ที่กำลังหมดสติขึ้นมาบนเรือและพากลับไปรักษาตัวที่เรือนของตน

จิ๊บ! จิ๊บ!

เสียงนกร้องที่ระบุสายพันธุ์ไม่ได้ บินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างของเรือนแพหลังกะทัดรัด แสงแดดก็สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของไม้ยืนต้นเตี้ย ๆ ที่ใบลีบผอมเข้ามากระทบเปลือกตาบางของคนที่กำลังหลับฝันให้ตื่นขึ้น

“ท่านอ๋อง จับมือของกระหม่อมเอาไว้ขอรับ ท่านอ๋อง!”

“ช่วยด้วย!”

คนที่พึ่งฟื้นคืนสติตะโกนลั่นเรือนหลังจากนอนหลับไปหนึ่งวันเต็ม ๆ จนผู้ที่กำลังต้มยาอยู่ข้างนอกต้องรีบวางมือแล้ววิ่งหน้าตาตื่นมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้อง

อี้เฟยที่วิ่งตาตื่นมาดูก็เห็นว่าบุรุษผู้นั้นที่ตนเองกับบิดาช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำกำลังจะพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ทว่าใบหน้ายังคงซีดเซียว ดวงตาปรือ และยังมีแรงไม่มาก อี้เฟยจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งได้

“ไหวไหม เดี๋ยวข้าช่วย”

“เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม ใบหน้าซีดขาวแสดงออกถึงความมึนงงเมื่อเห็นสตรีที่ไม่คุ้นตา

“ข้าชื่อว่าอี้เฟย เป็นบุตรสาวของชาวประมง ที่อาศัยอยู่ในเมืองเฟยเยี่ย ข้ากับบิดาเห็นว่าเจ้าลอยน้ำมาติดอยู่ที่โพงพางก็เลยช่วยเอาไว้ จริงสิ ทำไมเจ้าถึงตกน้ำได้ล่ะ”

“เรือของข้าล่ม นอกจากข้าแล้ว เจ้าช่วยใครได้อีกหรือไม่”

อี้เฟยส่ายหน้า ทำให้อีกฝ่ายหน้าเศร้าไปทันที ความรู้สึกไม่ดีจึงเริ่มลอยเข้ามาทำให้บรรยากาศหม่นหมอง อี้เฟยจึงพยายามเปลี่ยนบรรยากาศโดยการเอ่ยถามไถ่อีกฝ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้เขาหลงลืมความทุกข์ไปให้ได้ชั่วขณะ

“แล้วเจ้าชื่อว่าอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“ข้าชื่อว่าเกอหลง”

“อืม…เกอหลง แล้วเจ้ามาจากที่ใด”

“ข้ามาจากเมืองหลวง ล่องเรือออกท่องเที่ยว แต่เมื่อมาถึงเมืองเฟยเยี่ยก็ประสบกับมรสุมลูกใหญ่จึงทำให้เรือล่ม”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นเจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อเพื่อรักษาตัวให้หายดีก่อน ถ้าหายดีแล้ว ข้าจะให้บิดาพาเจ้าไปส่งที่เมืองหลวงดีหรือไม่”

“อืม…ข้าขอบคุณเจ้ากับบิดาที่ช่วยชีวิตข้า”

“เรื่องเล็กน้อย อย่าคิดมากเลย ถ้าอย่างนั้นข้าออกไปต้มยาให้เจ้าต่อก่อนก็แล้วกัน ส่วนเจ้าก็นอนพักผ่อนต่อเถอะ ใบหน้าของเจ้าดูยังไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร”

หลายวันต่อมาอาการของเกอหลงดีขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอี้เฟยก็พัฒนาขึ้นไปด้วย เนื่องจากทั้งสองอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดทั้งเวลา จะแยกจากกันก็เฉพาะตอนนอนเท่านั้น และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เกอหลงตื่นแต่เช้าเพื่ออาสาออกหาปลากับอี้เฟยแทนบิดาของนาง

เมื่อเกอหลงกับอี้เฟยขึ้นมาบนเรือหาปลาแล้ว อี้เฟยก็หันไปเอ่ยถามบุรุษข้างหลังตนที่กำลังจับไม้พายจุ่มน้ำเตรียมออกเดินทาง

“เจ้าจับปลาเป็นด้วยเหรอ”

“เป็นสิ ตอนที่อยู่เมืองหลวงข้าชอบชวนเหล่าสหายออกตกปลาด้วยกันอยู่บ่อย ๆ ข้าชอบหาปลาเป็นอย่างมาก”

“ว่าแต่ตอนที่อยู่เมืองหลวงเจ้าทำงานทำการอันใดอย่างนั้นเหรอ ทำไมดูเจ้ามีเวลาเที่ยวเล่นมากนัก”

“อะ เอ่อ…ข้าทำการค้าเล็ก ๆ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากตระกูลน่ะ เป็นกิจการที่เล็กมาก ๆ”

เกอหลงพยายามเน้นคำว่าเล็กจนทำให้อี้เฟยรู้สึกตะหงิดใจ แต่ก็มิได้ถึงกับต้องเค้นเอาความจริงจากอีกฝ่ายให้ได้

“อย่างนั้นเองเหรอ ข้าว่าเจ้าดูไม่เหมือนสามัญชนคนธรรมทั่วไปเลยนะ”

อี้เฟยพูดพร้อมกับจับจ้องไปที่ใบหน้าของเกอหลงจนอีกฝ่ายเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก มีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งอี้เฟยเอ่ยออกมาอีกประโยค

“ที่แท้เจ้าก็คือเถ้าแก่นี่เอง”

สิ้นสุดคำพูดของอี้เฟย นางก็หันหน้ากลับไป เกอหลงจึงลอบพ่นลมหายใจพรืดราวกับได้หลุดพ้นกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะกล่าวตอบกลับไปอีกเพื่อความแนบเนียน

“เจ้าก็กล่าวเกินไป เป็นเพียงแค่การค้าเล็ก ๆ เท่านั้นเจ้าอย่าใส่ใจนักเลย เรามาหาปลากันเถอะ”

เกอหลงพยายามที่จะปกปิดตัวเอง เพราะความจริงแล้วนั้นเขาเป็นองค์รัชทายาทเจ้าสำราญที่ออกท่องเที่ยวก่อนที่จะต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ดันเกิดเหตุการณ์เรือล่มขึ้นมาเสียก่อน และที่เกอหลงไม่พูดความจริงนั้น ก็เพราะว่าเขาเริ่มจะรู้สึกดีกับบุตรสาวชาวประมงธรรมดาคนนี้เข้าให้เสียแล้ว และก็กลัวว่าถ้าหากนางรู้ว่าเขาเป็นใคร นางจะไม่ให้ความสนิทสนมเช่นนี้อีกต่อไป

“อืม เจ้าพายเรือไปตรงนั้นให้ข้าที”

“ได้เลย”

อี้เฟยพูดพร้อมกับชี้บอกทิศทาง และเมื่อล่องเรือออกมาจากชายฝั่งและถึงจุดที่จะหาปลาแล้ว อี้เฟยก็ลุกขึ้นไปยืนตรงบริเวณหัวเรือ หยิบไม้ไผ่ที่วางอยู่มาปักไปที่เลนใต้น้ำส่วนอีกมือนั้นก็ยกสุ่มจับปลามาปักลงไปในน้ำเช่นกัน แต่จังหวะที่จะดึงสุ่มขึ้นนั้น ด้วยความที่ตรงไม้ไผ่ปักมันเป็นดินที่ค่อนข้างอ่อนเกินไปทำให้อี้เฟยเสียหลักเซจะล้มพร้อมกับร้องเสียงหลงออกมา

“อ๊ะ! ว๊าย!”

แต่โชคดีที่เกอหลงพุ่งเข้าไปรับตัวของอี้เฟยไว้ได้ทัน ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่วงท่าที่ใบหน้าใกล้กันมาก สองคนสบสายตากัน แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าสากจะไม่หยุดนิ่ง ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าเนียนสวยเรื่อย ๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายไหวตัวทันจึงรีบหันหลบและดันร่างหนาให้ออกไปจากการเกาะกุมเมื่อตั้งหลักได้แล้ว

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เอาแต่เงียบ เพราะทำตัวไม่ถูก ผิวเนียนนุ่มของอี้เฟยเจื่อสีแดงจาง ๆ ตรงข้างแก้ม ส่วนเกอหลงก็ยกมือลูบต้นคอ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างเขิน ๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนย้ำเตือนให้เกอหลงรู้ใจของตัวเองมากขึ้น แต่เพื่อกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เกอหลงต้องแสร้งทำเป็นว่าตัวไม่ได้รู้สึกอะไร

“ระวังหน่อยสิ”

“อะ อืม”

หลังจากที่เกอหลงกับอี้เฟยช่วยกันหาปลามาได้จำนวนหนึ่งแล้ว ก็พากันเดินไปขายที่ตลาด และเมื่อขายหมดเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับ ระหว่างทางต้องเดินลัดเลาะภูเขาลูกหนึ่งเป็นปกติ แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวัน เพราะอี้เฟยมีอาการเจ็บที่ข้อเท้าตั้งแต่ตอนนี้จะหล่นเรือ คาดว่าตอนนั้นข้อเท้าน่าจะพลิก เดินไปอยู่ดี ๆ อี้เฟยก็หยุดและทำหน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด

ส่วนเกอหลงที่เดินนำไปไม่ไกลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินตามมาจึงหยุดแล้วหันหลังกลับไปมองทันเห็นตอนที่อี้เฟยมีสีหน้าเหยเกพอดีจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“นั่นเจ้าเป็นอะไรไป”

“ไม่เป็นไร ๆ รีบไปกันเถอะ ข้าไหวแค่เจ็บข้อเท้านิดหน่อย”

“มาให้ข้าดูหน่อย”

“ไม่ต้อง”

“อย่าดื้อน่า”

คำว่าอย่าดื้อจากปากของเกอหลงทำให้อี้เฟยชะงักและยอมให้อีกฝ่ายก้มลงดูข้อเท้าของตนเองแต่โดยดี โดยที่นางก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม

“อะ โอ๊ย”

“ข้อเท้าพลิกอย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมไม่รีบบอก ข้าจะได้ไม่พาเจ้าเดินไกลเช่นนี้”

“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไปกันเถอะ ถึงเรือนแล้วข้าจะเอายามาทา ไม่นานก็คงหายดีแล้วล่ะ”

“แล้วแบบนี้จะเดินต่อไปได้อย่างไร ลุกขึ้น เดี๋ยวข้าจะแบกเจ้าเอง”

“มะ ไม่ต้อง”

“ขึ้นมาเถอะน่า”

เกอหลงไม่สนคำคัดค้านของอี้เฟย เขายื่นมือไปให้อีกฝ่ายจับแล้วประคองตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะย่อตัวตั้งท่าให้คนเจ็บขาขึ้นหลังตนมา และหนทางที่เหลือต่อจากนี้เกอหลงก็เป็นฝ่ายนำพาอี้เฟยไปยังจุดหมาย ดูเหมือนว่าตอนนี้อี้เฟยก็เริ่มที่จะรู้สึกหวั่นไหวไปกับความแสนดีของเกอหลงแล้วเหมือนกัน

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
เมื่อความปรารถนาในการเป็นเซียนถูกเหล่าขุมพลังลึกลับขัดขวาง การต่อสู้เพื่อบรรลุเป้าหมายในนิยาย fantasy เรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!? จึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางจิตสังหารและการเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งเก้าใน adventure story สุดระทึกที่คอ fiction fantasy novels ห้ามพลาด
ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2
สานต่อการเดินทางข้ามเวลาใน ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2 เมื่อความทรงจำในอดีตกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่การตัดสินใจครั้งใหม่ในยุค 90 พบกับเรื่องราว romance novel ที่ผสมผสานความลึกลับของ fantasy และวิถีชีวิต modern novel เพื่อพิสูจน์ว่าความรักจะคงอยู่ตลอดไปในนิยายออนไลน์ที่น่าติดตาม
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต บอกเล่าเรื่องราวของอดีตมนุษย์ที่ต้องกลับมาปฏิบัติภารกิจในไทยหลังความตาย ในฐานะยมทูตมือใหม่เขาต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าและระเบิดเพลิงสุดระทึกเพื่อส่งวิญญาณให้สำเร็จ ติดตามการเอาชีวิตรอดใน fantasy novel สุดมันส์ผ่าน web novel ที่รวมแอ็กชันและภารกิจเหนือธรรมชาติไว้ในที่เดียว
ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น
ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น
สัมผัสความหวานใน ฮูหยินของข้าคือเจ้าเท่านั้น เมื่อซินเอ๋อร์ต้องเผชิญกับสายตาอันเร่าร้อนของสามีที่ทำให้ใจสั่นไหว ท่ามกลางบรรยากาศ romance fantasy ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนลุ่มหลง ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ใน online novel เรื่องนี้ที่รวบรวมความฟินของ fiction fantasy romance books ไว้ในที่เดียว
ข้ามเวลามาพบองครักษ์
ข้ามเวลามาพบองครักษ์
เมื่อนักวิจัยเครื่องสำอางยุคใหม่ต้องหลุดมิติทะลุเวลาสู่จีนโบราณใน ข้ามเวลามาพบองครักษ์ นิยาย fantasy romance ที่จะพาคุณไปลุ้นกับการใช้ทักษะความรู้เพียงหนึ่งเดียวเพื่อเอาตัวรอดในวังวนอำนาจ อ่านนิยายออนไลน์ฟรี web novel เรื่องเยี่ยมที่ผสมผสานความรู้สมัยใหม่และโชคชะตาอย่างลงตัว
ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด
ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด
จื่อรั่วอิงข้ามเวลามาหาความสงบสุขใน ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้นางได้พบกับท่านอ๋องผู้ไร้เงาชายา ปฏิบัติการพิชิตใจสามีสุดซึนจึงเริ่มขึ้นในนิยาย fantasy romance สุดฮาที่จะทำให้คุณสนุกไปกับการอ่าน online novel และนิยายเรื่องเยี่ยมได้ที่นี่

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

หย่าแล้วรวย คุณจี้ปังทั้งเงินทั้งรัก
หย่าแล้วรวย คุณจี้ปังทั้งเงินทั้งรัก
จี้ซู เคยเป็นคุณนายสะใภ้ตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองไห่เฉิง เธอเกิดจากครอบครัวธรรมดา แต่ด้วยความงามสะดุดตาจึงถูกเฉินจิงไป๋แต่งงานรับเข้าบ้านและถูกเลี้ยงดูอย่างดีมากว่าสิบปี แต่แล้ว เฉินจิงไป๋ก็มีชู้ จี้ซูจึงตัดสินใจหย่าทันทีโดยไม่ลังเล เวลาผ่านไปหนึ่งปี จี้ซูยังคงสวยสง่าไม่เปลี่ยน เธอใช้ฝีมือที่ฝึกมาตลอดหลายปีจากการดูแลสามีและลูกสาว หาเลี้ยงตัวเองจนกลายเป็นบล็อกเกอร์ชื่อดัง มีผู้ติดตามหลายล้านคน มูลค่าทรัพย์สินทะลุพันล้านบาท ผู้ชายที่อยากแต่งงานกับเธอมีนับไม่ถ้วน เมื่อถึงตอนนั้น เฉินจิงไป๋ถึงได้รู้สึกเสียใจ แต่ก็สายไปแล้ว  เพราะตอนนี้ จี้ซูมีมหาเศรษฐีระดับท็อปอย่างฟู่เจิ้งอวี่ คอยเอาใจทุกวัน รักทะนุถนอมเธอแทบไม่ให้คลาดสายตา เขากำลังร้อนใจ อยากให้เธอกลายเป็นคุณนายฟู่เต็มทีแล้ว
หมอหลวงคนนี้ข้าขอจอง
หมอหลวงคนนี้ข้าขอจอง
เซวียเจี่ยนต้องการแก้แค้นให้พ่อ ปลอมตัวเป็นชายเข้าไปในสำนักหมอหลวง กลายเป็นหมอส่วนพระองค์ให้ไทเฮาที่สังหารพ่อ นางใส่แมลงพิษไว้ที่ตัวไทเฮา แต่กลับถูก หมิงอวี้เหิงฮ่องเต้ที่เป็นศัตรูกับไทเฮาเข้าใจผิด จนคิดจะสังหารเซวียเจี่ยน ทั้งสองคนต่อสู้กันไปมา ทรราชกลับมีความรู้สึกพิเศษกับหมอหลวงบุรุษคนนี้ กระทั่งความจริงเปิดเผย ศัตรูคู่แค้นได้เปิดเผยตัวตนออกมา จึงร่วมมือกันโค่นล้มไทเฮาผู้โหดเหี้ยม และได้เป็นคู่รักกัน
เธอผู้เหนือสิ่งอื่นใด
เธอผู้เหนือสิ่งอื่นใด
ความแค้นที่พ่อโดนฆ่านั้นฝังลึกจนไม่อยากร่วมโลก มู่ซ่าวเฉิงเอาฟางเข่อซินไปทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลจิตเวช เพื่อทรมาน แต่ทว่าเขากลับแต่งงานกับเธอในสองปีให้หลัง "อย่าแม้แต่จะคิด คุณแค่เปลี่ยนวิธีการชดใช้ความผิดเท่านั้นเอง"
เมื่อไม่เคยรักแล้วจะมีคำบอกลาได้อย่างไร
เมื่อไม่เคยรักแล้วจะมีคำบอกลาได้อย่างไร
ในเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งหนึ่งไป๋ชิวโหรว (แม่เลี้ยง) เนื่องจากสละชีวิตช่วยเสิ่นลู่ลู่ (ลูกเลี้ยง) จนเสียชีวิต เนื่องจากเสิ่นจิ่นเหยียน (สามี) ไม่รู้เรื่องการตายของไป๋ชิวโหรวเลย ดังนั้นด้วยความเข้าใจผิดและการดลบันดาลของเทวา เมื่อความจริงกระจ่าง ความเข้าใจผิดถูกลบล้าง เสิ่นจิ่นเหยียนก็เสียใจกับสิ่งที่ทำ
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
ชาติก่อน ซ่งจือเหย่ถูกหลินซิงลั่วหลอกจนครอบครัวรังเกียจและต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้า เมื่อได้เกิดใหม่ เธอมองเห็นธาตุแท้ของหลินซิงลั่ว หลีกเลี่ยงกับดักได้ทัน และพบว่าเวินซู่เหนียนคือคนที่คอยปกป้องเธอเงียบ ๆ มาโดยตลอด ซ่งจือเหย่จึงเปิดโปงความจริงต่อหน้าครอบครัว และผลักหลินซิงลั่วออกจากตระกูลให้ได้รับกรรมที่สมควร
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
ในปีปฏิทินมังกรคราม 262 ภาวะเรือนกระจกเลวร้ายลงไม่หยุด น้ำแข็งขั้วโลกเหนือใต้ละลายอย่างรุนแรง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนประเทศชายฝั่งไปนับไม่ถ้วน เมื่ออุณหภูมิทะเลอุ่นขึ้น สัตว์ยักษ์โบราณที่หลับใหลลึกใต้ก้นทะเลทยอยตื่นขึ้น แย่งชิงดินแดนมนุษย์และเปิดศึก มวลมนุษยชาติตกอยู่ในวิกฤตเป็นตาย วันที่ 1 มกราคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 วันแรกของปี อสูรทะเลระดับสิบ เถาเถี่ย ขึ้นฝั่งบนผืนดินสุดท้ายของมนุษย์ ประเทศเทียนฉี่ หน่วยเกราะกลที่แกร่งที่สุดของประเทศเทียนฉี่ หน่วยมังกรคราม ที่เพิ่งสังหารอสูรยักษ์ระดับเก้าแห่งแดนเหนือ ภายใต้การนำของ เฉินเฟิง จึงออกปะทะกับ เถาเถี่ย แต่วันที่ 12 มีนาคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 หน่วยมังกรครามเสียชีวิตทั้งหมด