Logo
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

61 ตอน
จบแล้ว
เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต บอกเล่าเรื่องราวของอดีตมนุษย์ที่ต้องกลับมาปฏิบัติภารกิจในไทยหลังความตาย ในฐานะยมทูตมือใหม่เขาต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าและระเบิดเพลิงสุดระทึกเพื่อส่งวิญญาณให้สำเร็จ ติดตามการเอาชีวิตรอดใน fantasy novel สุดมันส์ผ่าน web novel ที่รวมแอ็กชันและภารกิจเหนือธรรมชาติไว้ในที่เดียว
ตอนที่ 1 จาก เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต

บทนำ

เอี๊ยดดดดด... ด!!

โครมมมมม!!

ภาพทุกอย่างตรงหน้าหนุ่มน้อยวัยเฉียดๆ 20 ดับวูบลง โดยที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า นั่นจะเป็นการมีชีวิตครั้งสุดท้ายในฐานะมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงจานละ 60 บาท ในกทม.

"โทษที่เจ้าได้รับ รวมทั้งสิ้น..."

หลังจากนั้น เขาก็ถูกยมทูตสูทดำพาตัวลงมาพิจารณาโทษในนรก ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่ายมทูตสมัยนี้จะเลิกสวมโจงกระเบนแดงกันแล้ว เขาล่ะอยากให้ไอ้ตู่กับไอ้วิตร เพื่อนสนิทของเขาลงมาเห็นจริงๆ ให้ตายเถอะ!

ชีวิตในนรกของเขา วนเวียนอยู่กับการใช้กรรม ผ่านวันเดือนปี ปีหนึ่งผ่านไป ปีสอง ปีสามค่อยๆ ผ่านไป และในที่สุด... วันแห่งอิสรภาพก็มาถึง

"ข้ามีเส้นทางให้เจ้าเลือกสองทาง นั่นคือการขึ้นไปเสวยสุขบนสวรรค์ 1 วัน กับการกลับไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์อีกครั้ง ในฐานะประชาชนคนไทย"

สิ่งที่ได้ยินทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับนิ่วหน้า นี่มันใช่วันแห่งอิสรภาพแน่หรือ!?

"เอ่อ... ผมขอไปเกิดที่เมกา ญี่ปุ่น อังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย หรือไม่ก็... ภูฏานไม่ได้เหรอครับ?" เขาเอ่ยถามเสียงเบาเหมือนกลัวอีกฝ่ายได้ยิน แต่ถ้าฝ่ายนั้นดันหูดีได้ยิน เขาก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

"ไม่ได้... เจ้ามีกรรมที่ยังต้องชดใช้ในประเทศนี้"

คำตอบนั้นทำเอาเขาย่นหน้า

"ที่ผ่านมาตูยังชดใช้กรรมไม่พออีกเหรอฟะ" เขาพึมพำ แต่อีกฝ่ายก็ดันหูดีครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นมาอีก

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

"เอ่อ... เปล่าครับ คือ... จะให้ไปเกิดก็ยังไม่อยาก แต่จะให้ไปเสวยสุขบนสวรรค์ตั้งวันนึง มันก็ดูน่าสมเพชไปอ่าครับ" หนุ่มน้อยหน้ามนตอบสิ่งที่อยู่ในใจ พร้อมกับถอนหายใจยาวๆ คล้ายหนักใจที่จะต้องเลือก

"ถ้าอย่างนั้น... ข้ามีทางที่สามจะให้เจ้าเลือกเดิน"

คำตอบนั้นทำเอาเขาชะงักไป

ตอนที่ 1

ปี 2565 ณ ดินแดนที่ถูกเรียกขานว่า... ประเทศไทย

โอ้เมื่อมีไฟ ไฟ ไฟ ลุกขึ้นแจ่มจ้ารอบตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเจ้าอาจกำลังย่างกรายเข้ามาในเขต... ยมโลก

"อีก 1 เดือนข้างหน้า ชายผู้นี้จะถึงฆาต ยมทูตดาวเหนือ... เจ้าจงไปนำดวงวิญญาณของเขามารับโทษทัณฑ์ นี่คืองานแรกของเจ้า"

เสียงของท่านยมบาล ผู้อยู่ในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำซึ่งไม่ได้รูปซิป เผยให้เห็นกล้ามอกเป็นมัดๆ ดังกังวานอยู่เบื้องหน้ายมทูตฝึกหัดนาม 'ดาวเหนือ' หนุ่มน้อยร่างเล็กในชุดเชิ้ตดำ สูทดำปานนักธุรกิจ อายุอานามสักยี่สิบ เจ้าของดวงตาเรียวยาวภายใต้แว่นดำ และคิ้วหนาปานกลาง ที่ดูจะไม่เข้ากับปากนิดจมูกหน่อยสักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำผิวของเขายังขาวซีดราวกับมีชีวิตอยู่แถบขั้วโลกเหนือ ไม่ใช่ยมโลกอันร้อนระอุแห่งนี้

"ขอรับ... ท่านยม" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือรับคำหนักแน่น ถึงอย่างนั้นดวงหน้าของเขาก็ยังดูอ่อนโยน นี่ถ้าไม่บอกว่าเขาเป็นยมทูตล่ะก็ เหล่าผู้รับโทษทัณฑ์ในนรกคงพากันเข้าใจว่า เขาเป็นไอดอลเกาหลีที่ถูกพาตัวมาตัดสินโทษ ข้อหาทำให้สาวๆ อกหักแหงๆ

"นับเงิน... เจ้าจงพาดาวเหนือไปฝึกงานกับเจ้า จงสอนทุกสิ่งที่รู้ และจงเรียนรู้แม้ในสิ่งที่ไม่อาจสอน ถึงจะเป็นการทำหน้าที่ยมทูตครั้งแรก ก็อย่าให้มีความผิดพลาดเด็ดขาด"

นั่นคือคำสั่งสุดท้ายของท่านยม ก่อนที่หัวหน้ายมทูตสาวสุดอึ๋มในชุดเชิ้ตดำสูทดำรัดรูปจะพายมทูตหนุ่มร่างเล็กออกมาจากหน้าบัลลังก์พิพากษา

"ได้ยินแล้วใช่มะดาวเหนือ เราต้องไปโลกมนุษย์กับพี่ แล้วก็อย่าดื้ออย่าซนล่ะ" นับเงินพูดพลางเชิดอกตู้มๆ เด้งๆ ใส่ยมทูตรุ่นน้อง แล้วดึงมือเขาให้เดินตามเธอมา หญิงสาวรับหน้าที่ยมทูตมานานเกือบพันปี จนได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ายมทูต ซึ่งต้องคอยฝึกฝนและดูแลเหล่ายมทูตฝึกหัดรุ่นใหม่อย่างดาวเหนือ ให้สามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้แบบมืออาชีพ ไม่นำส่งดวงวิญญาณผิดฝาผิดตัว

"รุ่นพี่อย่าทำแบบนี้เลยครับ ผมเคยบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง" ดาวเหนือเอี้ยวตัวหนียอดอกที่พุ่งเข้ามาชี้อยู่ตรงหน้าเขา พลางปั้นหน้านิ่งเก็บความเซ็งเอาไว้ในใจ

"ย่ะๆ พ่อคนยึดมั่นในอุดมการณ์ เสียของหมด!" นับเงินสะบัดหน้าพรืดไปทางอื่น จนเส้นผมสลวยสวยเก๋ความยาวถึงก้นของเธอ ฟาดเข้าที่ใบหน้าของดาวเหนือ แม้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หนุ่มน้อยก็อดสงสัยไม่ได้ว่า รุ่นพี่สาวเลี้ยงผมยาวๆ ไว้ใช้ลากคอดวงวิญญาณมนุษย์มายังยมโลกแห่งนี้รึเปล่า

...แต่อีกไม่นานเขาก็คงได้รู้ความจริงแล้วล่ะ!

"เรากำลังจะไปโลกมนุษย์กันแล้ว จับแขนพี่ไว้ ถ้าคลาดกันล่ะก็งานเข้าแน่" นับเงินบอกดาวเหนือ และไม่รอช้าที่จะเป็นฝ่ายควงแขนเขา ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อมมือมาสัมผัสโดนแขนเสื้อของเธอเสียอีก

"กระฉับกระเฉงหน่อยยมทูตฝึกหัดดาวเหนือ ถ้าเวลาส่งดวงวิญญาณคลาดเคลื่อน ความผิดพลาดแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ อาจจะกลายเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ จำไว้ให้ดีๆ" นับเงินอบรมยมทูตรุ่นน้องมือใหม่

"ครับ..." ดาวเหนือรับคำสั้นๆ แม้จะอยากอธิบายว่า ความเฉื่อยของเขาเกิดจากการต้องแตะตัวผู้หญิง ไม่ได้เกิดจากการหน่ายหน้าที่ แต่ดูเหมือนเงียบไว้จะดีกว่า

"แล้วก็... วันนี้พี่มีงานส่งดวงวิญญาณทั้งหมด 25 เคส ตามให้ทันล่ะ" นับเงินยิ้มหวานให้ดาวเหนือ ทว่านัยน์ตาเป็นประกายราวกับเริงร่าที่จะได้ล่า 'เหยื่อ' ทั้ง 25 คนที่กำลังจะหมดอายุขัยลงในวันนี้

"ครับ..." ดาวเหนือรับคำ ระหว่างที่วาร์ปจากยมโลกขึ้นมายังโลกมนุษย์ไปพร้อมๆ กับนับเงิน แน่นอนว่าตราบใดที่เธอยังควงแขนเขาเหนียวแน่นซะยิ่งกว่าติดกาวที่ผลิตจากปลิงขนาดนี้ ก็ไม่มีทางหรอกที่เขาจะตามเธอไม่ทัน

สองยมทูตปรากฏตัวอีกครั้งบนฟุตบาทพังๆ สภาพต่ำกว่ามาตรฐานในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านที่เดินผ่านไปมา ไม่มีใครสนใจใคร ยกเว้นขอทานไร้ขาเสื้อผ้าสีซีดและขาดวิ่นริมฟุตบาท ที่เบนสายตาซึ่งสอดส่ายมองหาผู้มีจิตเมตตา มาหยุดอยู่ที่สองหนุ่มสาวยมทูตในชุดสูทดำ

"ทำบุญทำทานกับคนพิการ ได้บุญเยอะนะครับ... คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย" ชายไร้ขาวัย 40 ปี พูดกับทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เขามองเห็นเราด้วยเหรอครับรุ่นพี่" ดาวเหนือกระซิบถามนับเงิน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำชำเลืองมองชายพิการคนนั้นด้วยความเห็นใจ

"เขาคือเหยื่อของวันนี้..."

คำตอบของหัวหน้ายมทูตสาวทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงัก แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับอาการชะงักในความเฉยเมยและเย็นชาของเธอ

"จะเกิดอะไรกั...บ..." ดาวเหนือตั้งท่าจะถามต่อไปอีก ถ้านับเงินไม่ใช้ยื่นนิ้วชี้ของเธอมาแตะริมฝีปากของเขาเสียก่อน

"อย่าพึ่งกวน พี่กำลังใช้สมาธิ" เธอยิ้มหวานปิดท้าย แล้วเบนสายตากลับไปยังถนนเบื้องหน้า ที่ซึ่งรถยนต์มากมายกำลังคืบคลานเรียงรายต่อแถวกันข้ามผ่านสี่แยกไฟแดง 3 นาที ไฟเขียว 3 วิ ขณะที่ดาวเหนือรีบเช็ดริมฝีปาก ตรงที่นิ้วชี้เรียวยาวสัมผัสเมื่อครู่ ราวกับว่าการกระทำนั้นจะทำให้เขา... ผื่นขึ้น

วาบ!

รถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาเทียบข้างฟุตบาท เป็นเวลาเดียวกับที่แสงเล็กๆ สะท้อนเปลวแดดส่องประกายชั่ววินาทีหนึ่งจากหน้าต่างบานหนึ่งของตึกร้างใกล้ๆ แม้เหล่ามนุษย์ที่ต่างกำลังดำเนินชีวิตประจำวันของตนจะไม่ทันสังเกตเห็น แต่มันไม่อาจเล็ดรอดสายตาของสองยมทูตไปได้

"มาแล้วสินะ... เหยื่อของฉัน" นับเงินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาที่เคยส่องประกายแวววาว เวลานี้สุกสกาวยิ่งกว่าหลอดไฟแอลอีดียี่ห้อไหนๆ ทันทีที่เธอเห็นชายผิวขาวร่างท้วม หน้าเหลี่ยม ตาหยี จมูกชมพู่ กับหูแหลมรีคล้ายค้างคาว ในชุดสูทลงจากรถหรู ท่ามกลางบอดี้การ์ดสูทดำที่เตรียมตั้งขบวนรายล้อมรักษาความปลอดภัย ทว่า...

ปัง!

กระสุนลูกเล็กจากระยะไกลพุ่งเข้าทะลุทะลวงสูทตัวหนาที่เจ้าของร่างท้วมสวมใส่ ก่อนที่เขาคนนั้นจะล้มลง เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาย้อมเชิ้ตขาวภายในสูทดำ

"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชง ถูกยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต... คอนเฟิร์มเคส" นับเงินรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาในมือ ส่วนมืออีกข้างก็ตะปบคอเสื้อสูทของดาวเหนือพาวาร์ปเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ และแม้จะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดก็ตื่นเต้นสุดๆ ที่กำลังจะได้เห็นวิธีการนำส่งดวงวิญญาณลงนรกของหัวหน้าสาว

เธอ... จะใช้ผมยาวๆ รัดคอวิญญาณที่กำลังหลุดออกมาจากร่างนั่น แล้วลากลงไปเข้าเฝ้าท่านยมใช่ไหม!?

"พะ... พะ... พวกเธอเป็นใคร!?" ดวงวิญญาณหน้าตาซีดเซียวอมเขียวของนายอนุยุทธ หันขวับมาหานับเงินและดาวเหนือด้วยอากานตกใจสุดขีด

"นายอนุยุทธ เชี่ยวชาญกัญชง" นับเงินจ้องหน้าเหยื่อของเธอ ทำเอาอีกฝ่ายเลิกลั่ก หันรีหันขวางเรียกหาบอดี้การ์ดเสียงลั่น

"เฮ้ย! พวกแกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้พวกนี้มันมาถึงตัวฉันได้"

เสียงนั้นดังพอจะเรียกคนทั้งถนนให้หันมามอง หากว่านั่นไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงของคนตายล่ะก็นะ

"เสียใจด้วยนะ พวกเขาไม่ได้ยินคุณหรอก เอาล่ะ... ไปกันได้แล้ว ฉันยังต้องขึ้นมารับวิญญาณอื่นอีก" นับเงินเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 3 เล็กน้อย ระหว่างที่เธอดึงแส้สีดำสนิทออกมาจากแขนเสื้อสูท ยิ่งทำให้ดาวเหนือตื่นเต้นสุดๆ เขาเดาว่าเธอคงจะใช้แส้นั่นฟาดนายอนุยุทธให้ยอมศิโรราบตามลงไปในนรกแต่โดยดีแน่ๆ

"บะ... บะ... บ้าน่า!! ฉันยังไม่ตายสักหน่อย ฉันจะตายได้ยังไง โกหก!! เธอโกหกฉั...น..." วิญญาณชายร่างท้วมตั้งท่าจะโวยวาย แต่กลับต้องชะงักไปกับสายตาที่จ้องมองมาของหัวหน้ายมทูตสาว ดวงตาของเธอในเวลานี้ ดูราวกับกำลังจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ หากว่าเขา... ยังไม่ยอมปิดปากกว้างๆ นั่นให้สนิท

"ฉันไม่ได้ว่างหรอกนะ ถ้าไม่อยากตายรอบสองก็หุบปาก แล้วตามฉันมา!" นับเงินตวัดแส้ในมือที่กลับกลายเป็นงูสีดำสนิทตัวเท่าแขน ตรงเข้าพันข้อมือของนายอนุยุทธ ทำเอาอีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

"ฉะ... ฉะ... ช่วยด้วย!! ฉันไม่ไป ฉันยังไม่อยากตาย งูนี่มันจะกัดฉัน เอามันออกไป เอามันออกปายยยย ม่ายยยยย... ฮือออออ!!" ชายร่างท้วมร้องลั่นและร้องไห้ เมื่องูเจ้ากรรมดันแกล้งยื่นหัวของมันเข้ามาใกล้หน้าเหลี่ยมๆ ของเขา มิหนำซ้ำมันยังแลบลิ้นมาแตะจมูกชมพู่ของเขาด้วย

"เจ้านิล! ปิดปากมัน เอาให้สนิท อย่าให้มีเสียงลอดนะ" นับเงินออกคำสั่ง หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงร้องโวยวายเมื่อครู่ก็เงียบลง โดยปราศจากแม้เสียงอู้อี้ของชายผู้ถูกงูยมทูตรัดรอบใบหน้าและลำคอ

"น่าขนลุกชะมัด" ดาวเหนือพึมพำ ทุกอย่างผิดจากที่คาดคิดไปมาก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากหนีไปจากหน้าที่นี้หรอกนะ แค่นึกสงสัยนิดหน่อยเท่านั้น

"แล้ว... ผมจะจับวิญญาณลงนรกยังไงล่ะครับ ผมไม่ได้มีแส้งูเหมือนหัวหน้าสักหน่อย" เขาถามขึ้น ระหว่างที่ทั้งคู่พาวิญญาณของนายอนุยุทธลงไปพิจารณาโทษในนรก

"ก่อนเริ่มงานวันแรก เธอจะต้องไปสุ่มกาชาปองงูที่แดนอสรพิษ เจ้านั่นจะเป็นคู่หูเธอไปตลอดอายุขัยของการเป็นยมทูต" นับเงินตอบคำถามยิ้มๆ ไม่มีวี่แววอารมณ์เสียๆ ที่ตกค้างจากการรับมือดวงวิญญาณขี้โวยวายให้เห็น

"กาชาปองงู?" ยมทูตดาวเหนือนิ่วหน้าทวนคำ พร้อมกับพยายามนึกภาพตาม ถึงยังไงเขาก็คิดว่ามันคงไม่ใช่ตู้กาชาปองหยอดเหรียญสุ่มงูแน่ๆ

"ฝากด้วยนะ ยังเหลืออีก 24 เคส ดาวเหนือ... ไปกันได้แล้ว!"

เสียงของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เขาเหลือบมองงูเจ้านิลของรุ่นพี่สาวซึ่งกำลังคลายร่างที่รัดหน้าและคอของนายอนุยุทธออก ก่อนจะเลื้อยกลับเข้าไปในแขนเสื้อสูทของนับเงิน แล้วหนุ่มน้อยก็อดทำท่าขนพองสยองเกล้าไม่ได้

"เดี๋ยวก็ชิน แรกๆ ฉันก็เป็นแบบนายนั่นแหละ" ผู้คุมสูทแดงหน้าหล่อ ผิวเข้มเยี่ยงชายไทยแท้ไร้เลือดผสม ยักคิ้ว ยิ้มมุมปากให้ดาวเหนือ ก่อนจะดึงปากกาด้ามแดงจากกระเป๋าเสื้อ ควงปากกาหนึ่งครั้งให้มันเปลี่ยนเป็นกระบอง ฟาดใส่วิญญาณของนายอนุยุทธที่ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นดินสีดำปนแดงอันร้อนระอุ แล้วลากเหยื่อคนล่าสุดของตัวเองออกไป โดยไม่รอให้ดาวเหนือตอบประโยคบอกเล่านั้น

"เอ้าๆ มัวโอ้เอ้ เดี๋ยวก็ทิ้งไว้นี่หรอก" นับเงินคว้าคอเสื้อดาวเหนือ ทำเอาเขาเซถลา กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งคู่ก็กลับมาปรากฏกายบนโลกมนุษย์แล้ว ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร

"อ้าว... แล้วขอทานคนนั้นล่ะครับ?" ดาวเหนือถามขึ้น ด้วยจดจำได้ว่าคนคนนั้นมองเห็นพวกเขาก็เพราะกำลังจะถึงฆาตในวันนี้

"ยังไม่ถึงคิว" นับเงินตอบสั้นๆ แล้วพาดาวเหนือวาร์ปต่อมายืนตรงรถเข็นขายลูกชิ้นริมฟุตบาทเอียงๆ มีน้ำขัง ทำเอาเขางุนงงหนักขึ้น

"รุ่นพี่หิวเหรอครับ?" ดาวเหนือชำเลืองมองลูกชิ้นปลาในหม้อทอด แต่แล้ว... เพียงเสี้ยววินาที

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ทัณฑ์เถื่อน
ทัณฑ์เถื่อน
มณีมณฑ์ต้องเผชิญกับ ทัณฑ์เถื่อน เมื่ออพอลโล่ใช้กำลังข่มขู่ให้เธอชดใช้ในสิ่งที่เขาเชื่อว่าผิด ในนิยาย romance แนว modern ผสม action เรื่องนี้ การปะทะคารมเปลี่ยนเป็นเกมแห่งอำนาจที่บีบคั้นหัวใจ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีเพื่อลุ้นว่าเธอจะรอดพ้นจากกรงขังของศัตรูที่คอยจองจำเธอไว้ได้หรือไม่
One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก เมื่อกลิ่นชวาตั้งท้องกับวาดิม มาเฟียค้าอาวุธผู้มองว่าเด็กคือจุดอ่อนและสั่งให้เธอกำจัดทิ้ง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกท่ามกลางอันตรายในโลกของ mafia novel และการไล่ล่าที่เดิมพันด้วยชีวิต อ่านนิยายออนไลน์ romance stories สนุกเข้มข้นได้แล้ววันนี้
เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
เมื่อทหารรับจ้างอันดับหนึ่งเกิดใหม่ในร่างลูกเลี้ยงไร้ค่าแห่งตระกูลดังใน เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี นางจึงใช้พลังทุกธาตุและลัทธิภูตผีพิชิตอัจฉริยะทั่วหล้าใน fantasy novel เรื่องนี้ ท่ามกลางอันตรายและการล้างแค้น นางต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิกใน romance stories สุดเข้มข้น
เพลิงสิเน่หามายาลวง
เพลิงสิเน่หามายาลวง
รินดาต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันขมขื่นใน เพลิงสิเน่หามายาลวง เมื่อป้องณวัฒน์ชายที่เคยทิ้งเธอไปกลับเข้ามาคุกคามอีกครั้ง เธอจึงต้องใช้ทักษะการต่อสู้ปกป้องศักดิ์ศรีในนิยาย romance ผสม action สุดเดือด อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวการล้างแค้นและการเอาตัวรอดจากพันธนาการรักลวงตาได้แล้ววันนี้
ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
หวังฉิงชวนหลุดมิติมาอยู่ในร่างท่านหญิงหยางเฉียนเฉียนเพื่อค้นหาความจริงในอดีตและพิสูจน์ ตำนานรักองค์ชายจอมโจร ท่ามกลางภารกิจเอาชีวิตรอดในยุคจ้านกว๋อ เธอต้องเลือกระหว่างโชคชะตากับหัวใจใน fantasy romance novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและวาสนาที่ผูกพันกับองค์ชายเฉินคัง
คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เกมอำนาจ
เกมอำนาจ
มีข่าวลือในวงการธุรกิจว่าหากได้รับความโปรดปรานและความช่วยเหลือจากผู้ทรงเกียรติอย่าง หยินเชวี่ยชิงจวิน ก็จะสามารถประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด ในวันหนึ่ง มีพนักงานส่งของที่ชื่อว่าเสิ่นฉือ อ้างว่าต้องรีบไปส่งออร์เดอร์ถัดไป แล้วบุกเข้าไปในห้องประชุมของจวิ่นเซิ่งกรุ๊ป เพียงคำพูดไม่กี่คำของเขาก็สามารถแก้ไขวิกฤตทางธุรกิจได้ทันที เขาบอกว่าเมื่อสามสิบปีก่อน ป้าหลิน เคยบอกเขาไว้ว่า หากมีใครดูถูกเขา เขาจะทุบหน้าแล้วเหยียบไหล่คนผู้นั้น และบอกให้รู้ไปเลยว่า เสิ่นฉือเกิดมาเพื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่
คุณสามีเก่า อย่าตื้อกันเลย
คุณสามีเก่า อย่าตื้อกันเลย
รักกันมา 3 ปี แต่งงานกันมา 4 ปี ความสัมพันธ์ 7 ปี ชังสือซวี่กลับเชื่อเมียน้อย เอาเธอขึ้นศาลด้วยมือของตัวเอง ประโยคหนึ่งที่ว่า "คุณยอมรับผิดเถอะ" ทำให้ใจกู้ซีหร่านสลายเป็นเถ้า เธอพลิกสถานการณ์ในชั้นศาล พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ทำให้ผู้ชายเฮงซวยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเมียน้อย วินาทีที่เธอพ้นผิด เธอเลยพูดกับเขาว่า "ชังสือซวี่ เราหย่ากันเถอะ"
รักล้ำลึกยากลืมเลือน
รักล้ำลึกยากลืมเลือน
ฉันกับต้วนหานชวน เป็นคู่เวรคู่กรรมที่ขึ้นชื่อไปทั่วเมืองหลวง พวกเรารักกัน ผูกพันกัน แต่ก็เกลียดชังกัน และไม่อาจตัดขาดกันได้ จนกระทั่งวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า ฉันถูกโจรที่บุกเข้าบ้านฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับตัดสายที่ขอช่วยชีวิตของฉันไปเพราะรักแท้ของเขา...
เจ้าความรักในม่านเมฆ
เจ้าความรักในม่านเมฆ
พ่อแท้ๆนอกใจ แม่แท้ๆตายจาก แม่เลี้ยงพาลูกนอกสมรสเข้ามาในบ้าน นับแต่นั้นชีวิตของเสิ่นหยุนชูก็เริ่มทุกข์ยากลำบากราวตกนรกทั้งเป็น เพื่อจะให้ลูกชายได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ แม่เลี้ยงโน้มน้าวให้เสิ่นหยุนชูเลิกเรียนหนังสือไปแต่งงาน เอาสินสอดมาส่งน้องชายเรียนหนังสือ เสิ่นหยุนชูผู้เข้มแข็งไม่ยอมทอดทิ้งชีวิตตัวเอง ขยันทำงานพาร์ทไทม์ทุกอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่งช่วยเหลือหญิงสูงอายุไว้คนหนึ่ง จับพลัดจับผลูได้ไปแต่งงานกับหลานชายหญิงสูงอายุ เสิ่นหยุนชูที่เดิมทีคิดตั้งใจหาเงินเลี้ยงครอบครัว จู่ๆเธอก็พบว่าชายหนุ่มที่เธอแต่งงานด้วยเป็นประธานบริษัท เพียงแต่ตาประธานคนนี้แปลก ขยันแกล้งทำตัวเป็นคนทำงานธรรมดา ในเมื่อเป็นแบบนี้ เสิ่นหยุนชูก็ร่วมเล่นกับเขาด้วยแล้วกัน……และเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความน้ำตาและเสียงหัวเราะก็เริ่มขึ้น
รอยร้าวใต้ร่มบุญ
รอยร้าวใต้ร่มบุญ
จ้าวเสี่ยนเต๋อถูกลูกสาวและลูกเขยบังคับให้อยู่บ้านพักคนชรา ไม่คิดเลยว่าบ้านพักคนชราแห่งนั้นจะเป็นดั่งคุกของคนแก่ที่เข้าไปแล้วออกไม่ได้ สุดท้ายจ้าวเสี่ยนเต๋อก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในที่แห่งนั้น แต่สวรรค์กลับเมตตา มอบโอกาสให้เขาได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาสาบานว่าจะไล่ครอบครัวของลูกสาวและลูกเขยออกไป และทวงทุกสิ่งที่เคยสูญเสียกลับคืนมา
เสน่หาท่านหญิงนครหู้
เสน่หาท่านหญิงนครหู้
เย่ชิงหว่านคุณหนูเจ็ดเย่ที่เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่แห่งราชวงศ์แมนชิง เป็นกุลสตรีที่เคร่งครัดในกฎระเบียบที่สุดแห่งนครหู้ แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สงบนิ่งและงดงามนั้น คือคนบ้าคลั่งดุร้ายที่เกิดจากการถูกกดขี่จากตระกูลศักดินา ในวันที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของพี่สาว ส่งตัวไปให้กับผู้ตรวจการโหดเหี้ยมที่ชอบทารุณสังหารเด็กสาว หล่อนวางแผนด้วยตนเอง ยั่วยวนตู้เฟิ่งฉีนายพลหนุ่มผู้ทรงมีอำนาจแห่งจังหวัดเป่ย ยั่วให้เขาตกเป็นข้ารับใช้ใต้ความเสน่หา อาศัยกำลังของเขา ทำลายตระกูลเย่ที่สกปรกและยึดติดศักดินาให้พินาศย่อยยับไปทีละก้าว ๆ เรื่องราวความรักใต้สายฝนแห่งยุคสาธารณรัฐนี้ หล่อนคิดว่ามันเป็นแค่เกมความรักที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการหลอกใช้ แต่ไม่รู้เลยว่า หล่อนหย่อนเบ็ดตกปลา เขาเต็มใจที่จะติดเบ็ดด้วยตัวเอง