Logo
ซาตานหัวใจพยศ
ซาตานหัวใจพยศ

ซาตานหัวใจพยศ

66 ตอน
จบแล้ว
เมื่อน้องชายถูกกล่าวหาว่าพาหญิงสาวหนี สรวิชญ์จึงตัดสินใจฉุดตัวปุณิกามาเพื่อชำระแค้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในนิยาย romance modern เรื่อง ซาตานหัวใจพยศ การปะทะกันท่ามกลางความแค้นจะนำไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่เพื่อติดตามบทสรุปของเกมพยาบาทครั้งนี้

เรื่องย่อ ซาตานหัวใจพยศ

เมื่อน้องสาวสุดที่รักหายตัวไปพร้อมกับน้องชายของปุณิกา ความโกรธแค้นจึงทำให้สรวิชญ์ตัดสินใจใช้มาตรการรุนแรงเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เขาปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายคือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด จึงเลือกที่จะลักพาตัวเธอมาเป็นตัวประกันเพื่อตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในเกมการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยความพยศและทิฐิ ปุณิกาต้องเผชิญหน้ากับซาตานในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะทำลายล้างเธอให้ย่อยยับเพื่อระบายความแค้นที่สุมอก ท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดระหว่างสองตระกูลที่ไม่มีใครยอมใครในเหตุการณ์ครั้งนี้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ซาตานหัวใจพยศ

ขณะนั้นเป็นเวลาที่สีส้มแสงสุดท้ายของตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตฟ้ากระโปรงทรงคลุมเข่าสีดำเดินมาตามทางในซอยแคบ ๆ ไหล่ข้างหนึ่งสะพายกระเป๋า ส่วนอีกข้างถือถุงโจ๊ก ซึ่งเป็นมื้อเย็นของวันนี้

ต้องทำตัวลีบติดกับกำแพงบ้านในซอยทุกครั้งที่มีเสียงมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่าน นี่มิใช่การเดินทางปรกติของเธอ

ระหว่างมุ่งหน้ากลับบ้านก็คิดถึงรถเต่าคันเก่าแก่ที่ขับไปไหนมาไหนประจำ หากไม่เพราะน้องชายแอบเอารถออกไปเมื่อเช้า เธอคงไม่ต้องเสี่ยงภัยการจราจรในซอยอึดอัดเช่นนี้ ปุณณภพเอาวางกุญแจมอเตอร์ไซด์เขาพร้อมกับโน้ต

“แม้วขอยืมอีเก่งของสักวันสองวัน พี่มิ้มใช้เจ้าโชคดีไปก่อนนะ”

โชคดี...ที่น้องชายหมายถึงคือเจ้าฟีโน่สีแดงแรงสามเท่าที่เจ้าตัวแปะสติกเกอร์ตามใจตัวเองเสียเปรอะ

เล่นหักคอกันอย่างนี้ ปุณิกามีแต่ต้องทำใจ เธอไม่กล้าพอที่จะขับเจ้าสองล้อนี่ท่ามกลางการจราจรของกรุงเทพฯ จึงจำใจต้องอาศัยเดินมาหน้าปากซอยเพื่อเรียกวินฯ ตอนเช้ายังพออาศัยรถสาธารณะประเภทนี้ได้ แต่ตอนเย็นที่ผู้คนต่างเลิกงาน ต้องการกลับไปพักผ่อน ลูกค้ายืนรอคิวใช้บริการยาวเป็นสิบคน

เธอเห็นแล้วท้อ จึงยอมเดินเข้าซอยดีกว่า พอดีใกล้ ๆ กันมีตลาดเล็ก ๆ จึงซื้อโจ๊กมาด้วย ปุณิกาให้กำลังใจตัวเองว่า...รีบ ๆ เดินเข้า จะได้กินอาหารร้อน ๆ

เธอไม่ใช่คนเห็นแก่กิน พิสูจน์ได้จากเอวบาง ร่างน้อยที่เห็นกันอยู่ แต่วันเหนื่อย ๆ ก็อยากได้อะไรเยียวยาจิตใจบ้าง

แสงสุดท้ายของตะวันลับไปแล้ว แม้ความมืดแห่งรัตติกาลจะแผ่ปกคลุมท้องฟ้า แต่มีหรือเมืองหลวงอันมีความหมายว่าเมืองเทพจะพ่ายแพ้ต่อความมืด ไฟตามเสาส่องสว่างเจิดจ้าน้อยกว่าแสงกลางวันเพียงนิด

อีกไม่กี่อึดใจ เลี้ยวหัวมุมข้างหน้า ถัดจากบ้านไปอีกสองหลัง นั่นคือบ้านของเธอ สวรรค์น้อย ๆ แต่พอเพียงของปุณิกาและน้องชาย

...อีกไม่กี่อึดใจ แค่มือเล็กหยิบกุญแจมาเตรียมไขกุญแจที่คล้องประตูเหล็ก เงามืดดังจะดับแสงไฟใด ๆ ในโลกหล้าได้ ...ทาบทับร่างของเธอ

มือสีเข้มจับซี่ประตูเหล็กดัด

“เธออยู่บ้านหลังนี้ใช่ไหม ฉันมีเรื่องจะถาม”

หญิงสาวหันขวับกลับมาทันที เบิกตาโตมองเจ้าของเสียง เขาเป็นผู้ชาย ผมหยักศกยาวระต้นคอ คิ้วเข้มรกไม่เป็นระเบียบ

“เธอเป็นพี่เด็กที่ชื่อแม้วใช่ไหม”

ปุณิกาถอยหลังจนตัวแทบลีบติดประตู ดวงตาสีรัตติกาลจ้องตรงมายังเธอ ก่อให้เกิดอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ

“ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

แนวกรามบึกบึนเต็มไปด้วยเครา เสียงทุ้มลึกที่เปล่งออกมายิ่งทำให้เธอกลัว นึกถึงข่าวโจรร้ายฆ่าข่มขืนผู้หญิงขึ้นมาในทันใด

“คุณเป็นใคร!”

เธอมองข้ามแขนภายใต้เชิ้ตลายตาราง เห็นผู้ชายแต่ตัวคล้าย ๆ เขายืนคุมเชิงอยู่อีกหลายคน

“ฉันเป็นพี่ของผู้หญิงที่น้องชายพาหนีนะสิ”

หูได้ยินเสียงกัดฟันกรอด ในดวงตาสีนิลดังเห็นประกายไฟปะทุ

“อย่ามากล่าวหาน้องฉันนะ ออกไป! ไม่งั้น ฉันจะเรียกตำรวจ”

หรือนี่จะเป็นวิธีการใหม่ของโจรที่ใช้หาเหยื่อ ปุณณภพไม่เคยแสดงท่าทีชอบผู้หญิงคนไหน จะพามาบ้านหรือโพสต์ลงโซเชียลก็ไม่เคย ในสายตาเธอ น้องเป็นคนเอาการเอางาน หลังเลิกเรียนก็ไปหางานพิเศษทำ เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านบาร์

“เรียกมาเลย ฉันจะได้ให้ตำรวจจับมัน โทษฐานพรากผู้เยาว์ น้องสาวฉันอายุแค่สิบเจ็ดเอง”

เขาตะปบมือระบายอารมณ์กับประตูดังปัง จนปุณิกาสะดุ้งเฮือก

“ฉันไม่เชื่อ ใครก็ได้ช่วยที ผู้ชายคนนี้มาโมเมกล่าวหาน้องฉัน”

เมื่อเห็นคนตัวโตหน้าผากตึงจนแทบจะเห็นเส้นเลือด เธอจึงรีบขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำ ผู้คนล้วนอยู่ในบ้านกับครอบครัว ไม่มีเลยสักคนที่จะโผล่ออกมาดูเธอ

“เข้าไปค้นในบ้านก่อนเถอะครับ เผื่อเขาซ่อนคุณสตางค์ไว้”

หนุ่มหน้าเสี้ยมตัดผมสั้นเกรียนรีบเสนอทางออกแก้สถานการณ์ มือสีเข้มแย่งกุญแจจากเธอ ไขเปิดผลัวะเข้าไปในบริเวณบ้าน

“ปล่อยนะ ฉันจะแจ้งตำรวจจับ พวกคุณบุกรุกบ้านฉัน”

แย่งกุญแจอย่างเดียวไม่พอ หนุ่มเคราครึ้มยังลากข้อมือปุณิกาไปด้วย เธอทั้งขัดขืน ทั้งพยายามสะบัด แต่ไม่ได้ระคายเคืองผิวเข้มนั่นเลย เขายังคงใช้กำลังบังคับเธอเข้าไปในบ้านตัวเอง

“ค้นทุกซอกทุกมุม หาสตางค์กับไอ้เด็กเวรนั่นให้เจอ” เขาประกาศ ทิ้งตัวเธอลงบนโซฟา

“เดี๋ยว จะทำอะไร นี่มันบ้านฉันนะ”

เธอผุดลุกขึ้น ตอนเห็นแขกไม่ได้รับเชิญทั้งหลายขึ้นบันไดไปชั้นสองบ้าง ไปทางครัวบ้าง มีเสียงเปิดประตูปึงปัง

“อยู่เฉย ๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

เขายืนเท้าสะเอวจ้องเธอนิ่ง หญิงสาวหน้าร้อน รู้ว่าเขากำลังจับผิด

“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรระหว่างน้องชายฉันกับน้องสาวคุณเลยนะ”

ปุณิกาเปลี่ยนวิธีพูดใหม่

“ฉันเอาเรื่องเธอตายแน่ ถ้าช่วยกันปกปิดเรื่องสองคนนั่นพากันหนี”

“อะไรนะ!”

คนได้ฟังรู้สึกหัวหมุน

“น้องชายเธอพาน้องสาวฉันหนี”

“ขะ...คุณรู้ได้ยังไง”

เธอถามแบบไม่เต็มเสียงนัก ลำคอแห้งผาก

“คนที่บาร์บอก”

เขาหายใจฮึดฮัด ราวกระทิงอยู่ในคอก พร้อมชนทันทีที่ประตูกั้นเปิดออก

“ฉันส่งน้องสาวมาเรียนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ให้มามั่วสุมกับเด็กไม่มีอนาคตอย่างน้องเธอ”

“แม้วไม่ใช่เด็กไม่มีอนาคต”

เมื่อได้ยินคำสบประมาท เลือดรักน้องจึงพลุ่งพล่าน

“ถึงเขาจะเรียนอาชีวะก็ไม่เคยไปดีกับใคร ตั้งใจเรียนตลอด แม้วตั้งใจจะเป็นวิศวกร”

ชายหนุ่มหัวเราะหึ

“เด็กที่ทำงานอยู่ในบาร์นั่นนะเหรอ มีแต่อบายมุขทั้งนั้น แล้วยังกล้าดีมาพาน้องฉันหนีอีก”

ดวงตาลึกภายใต้คิ้วรก ๆ มองเธออย่างหมิ่น ๆ แต่ก่อนที่ปุณิกาจะตอบโต้อะไร พวกผู้ชายที่ค้นบ้านเธอก็กลับมารวมกัน

“พวกเราค้นทั่วบ้านแล้วครับคุณเต้ย ไม่เจอคุณสตางค์กับนายแม้วนั่นเลย”

นายหน้าเสี้ยมรายงาน

“ในโรงจอดรถ มีแต่มอเตอร์ไซด์ของมันครับ”

ผู้ชายที่ลูกน้องเรียกคุณเต้ย...คำราม ลดศีรษะลงแล้วเชิดหน้าขึ้นมาใหม่

“เธอน่ะ โทรตามน้องเธอสิ”

ปุณิกาเอามือตบกระเป๋าสะพาย เมื่อเขามองมันอย่างหมายมาด ชั่วกะพริบตาเขาก็กระชากแย่งมันมาเสียจากเธอ หญิงสาวอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายไร้มารยาทขนาดนี้

เขาเทของในกระเป๋าลงบนโต๊ะรับแขก มือถือที่เพิ่งผ่อนหมดของเธอกระทบพื้นโต๊ะเสียงลั่น

“อ๊ะ!”

เธอผวา ยื่นมือพยายามเข้าไปแย่งทรัพย์สมบัติอันสำคัญ แต่คนแข็งแรงกว่าก็รวบข้อมือเธอไว้ด้วยมืออันใหญ่โต

เขาเปิดหารายชื่อจากเมนูสมุดโทรทัศน์ ไม่ทันไรก็เจอเบอร์เป้าหมาย กดนิ้วโทรออกด้วยแรงโทสะ แล้วกลับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินปลายสาย

“หมายเลขที่ท่านเรียกขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้”

“ห่าเอ้ย!”

เขาทิ้งมือถือทันที โชคดีมันตกลงบนโซฟา ปุณิกาอาศัยจังหวะเขาเผลอ สะบัดมือจากพันธนาการ รีบหยิบมือถือขึ้นมาลูบสำรวจความเสียหาย

เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดใจขึ้นในห้องรับแขก รู้สึกเพดานกดต่ำ ราวจะทับให้ผู้อยู่ในห้องบี้แบนไปตาม ๆ กัน

“พวกมึงสองคนไปเฝ้าที่บาร์ หาข่าวจากเพื่อนไอ้เด็กแม้วว่ามันติดต่อใครบ้างไหม แล้วรีบโทรบอกกูทันที”

คนเป็นนายชี้นิ้วสั่งลูกน้อง

“ส่วนมึงไปเฝ้าหอน้องกู ลองถามว่าใครสนิทพอจะรู้เห็นความเป็นไปของสองคนนั่น หรือเห็นอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า”

ผู้ชายตัวโต ๆ หายไปสาม แต่ยังเหลืออีกหลายคนในบ้าน

“เห็นแล้วใช่ไหมว่าน้องฉันไม่อยู่ พวกคุณกลับไปได้แล้ว”

“ไม่ไป ฉันจะเชื่อใจได้ยังไงว่าเธอไม่ได้ร่วมมือกับไอ้เด็กนั่นพาน้องฉันหนี”

ปุณิกาเม้มปากกับคำกล่าวหานั้น

“เป็นคุณจะยอมไหมล่ะ ที่จะช่วยน้องให้พาผู้หญิงหนี”

เธอล่ะอยากเจอปุณณภพเหลือ อยากซักไซ้ถามความจริงให้หมดจด

“เป็นฉันจะพูดกล่อมให้ใจเย็นเสียมากกว่า มีอะไรก็ค่อยพูดกันดี ๆ อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา”

หญิงสาวหลุบตาหลบ สะใจที่เหน็บเขาได้

“ทั้งสองคนยังเด็ก แม้วอายุยังไม่เต็มยี่สิบ น้องคุณก็แค่สิบเจ็ด ผู้ใหญ่อย่างเราควรคุยกับเขาดี ๆ มากกว่าจะดุด่า”

หากปุณณภพพาน้องสาวเขาหนีจริง ๆ เธอก็พอจะรู้สาเหตุว่าเกิดจากอารมณ์ร้อนของเขาทั้งนั้น

“ฉันไม่คุยดีกับคนที่พาน้องฉันหนีหรอก”

คนดื้อยังยืนกราน

“นั่นก็แล้วแต่คุณ กลับไปกันได้แล้ว ถ้าแม้วกับน้องคุณกลับมาที่บ้าน ฉันจะคุยกับเขาเอง”

พอจะรู้เหตุผลที่น้องต้องใช้รถเธอแล้ว ขอภาวนาให้เขามีสติ ไม่ทำอะไรด้วยอารมณ์เป็นใหญ่ดังพี่ของสาวเจ้าเถิด

“ไม่! ฉันจะอยู่ที่นี่ จะรอจนกว่ามันจะกลับมา” ชายหนุ่ม ทิ้งก้นลงบนโซฟาห่างเธอไปไม่กี่คืบ

“แล้วกันคุณ นี่มันบ้านฉันนะ”

การอยู่บ้านตัวเองท่ามกลางคนแปลกหน้าที่เป็นชายล้วน เป็นประสบการณ์ที่เธอไม่อยากเจอเลย

“ฉันจะเชื่อใจได้ยังไงว่าถ้าน้องเธอมา จะไม่ช่วยกันพาน้องฉันหนีไปอีก”

ปุณิกากลอกตาขึ้นฟ้า พูดไปพูดมาเหมือนวนอยู่ในอ่าง เขาทำตัวไร้สมองผิดกับความใหญ่โตของร่างกาย

“เอาเถอะ เอาที่สบายใจ”

เธอพ่นลมออกจากปาก เดินไปห้องครัว ก่อนนึกขึ้นได้ว่าถุงโจ้กตกอยู่หน้าประตูรั้ว ...อวสานอาหารเย็นของจริง

เปิดดูในตู้เย็น ยังมีนมเหลืออยู่ เธอจึงรินดื่ม ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเผื่อแผ่แขกไม่ได้รับเชิญเลยสักนิด ก็แหม...คนบ้านเสียงออกปึงปังขนาดนั้น สภาพข้างบนคงเละ เป็นภาระให้เธอต้องออกแรงจัดเก็บอีกอยู่ดี คิดแล้วปุณิกาก็หนักไหล่ขึ้นมาทันใด

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เมียจ้างบำเรอสวาท
เมียจ้างบำเรอสวาท
เมื่อเตยหอมต้องแบกรับหนี้สินมหาศาล ทิวัตถ์นักธุรกิจหนุ่มจึงยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นเมียจ้างบำเรอสวาทในคราบเลขาฯ ส่วนตัว สัญญาลับฉบับนี้กลายเป็นเกมอันตรายที่เธอต้องเลือกระหว่างความอยู่รอดหรือหัวใจในนิยาย romance เรื่องเยี่ยมแนว billionaire romance novels ที่น่าติดตามที่สุด
หนี้ร้อนซ่อนสวาท
หนี้ร้อนซ่อนสวาท
ในนิยาย romance เรื่อง หนี้ร้อนซ่อนสวาท จันทร์ศิตางค์ต้องปลอมตัวเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสืบเบื้องหลังหนี้ร้อยล้านจาก อติภัทร มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ทว่าภารกิจลับใน billionaire romance books เล่มนี้กลับทำให้เธอถลำลึกสู่แรงปรารถนาและความลับที่ซ่อนไว้จนยากจะถอนตัว
หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน
หักเหลี่ยมซาตานสีน้ำเงิน
สโรชา เจ้าของค็อกเทลเลาจ์ชื่อดัง ต้องเผชิญหน้ากับเซอร์เก ชายหนุ่มผู้โหดเหี้ยมที่เรียกเธอว่า 'โสเภณีของผม' เมื่อค่ำคืนที่ฝนตกหนักทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอันตราย ความรัก และความใคร่ กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ดาร์กโรแมนซ์เรื่องนี้จะทำให้คุณหลงใหลในเสน่ห์ของความมืดมิด อ่านฟรีที่ MiniShort
ไอ้เสือ-ของผม
ไอ้เสือ-ของผม
เขาต้องหอบลูกหนีจากกรงทองของมาเฟียใจร้ายที่มอบเพียงการทรยศและความรุนแรง เพื่อเป้าหมายเดียวคือการสร้างชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย ทว่าอดีตที่บอบช้ำยังคงเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ จนกระทั่งโชคชะตานำพานายแบบหนุ่มชื่อดังเข้ามาสั่นคลอนหัวใจ เขาต้องก้าวข้ามความกลัวและปกป้องลูกน้อย เพื่อไขว่คว้าความสุขที่แท้จริง
ศิลาจารัก
ศิลาจารัก
นิยายรักแนวเร่าร้อนของศิลา ซีอีโอหนุ่มเจ้าอารมณ์ กับข้าวหอมเมียเด็กขี้แยที่เขาชอบแหย่ให้งอนอยู่เรื่อย ทั้งแกล้ง ทั้งหวง แต่ก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าแคร์ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หัวใจของทั้งคู่จะลงเอยกันสักที เริ่มอ่านฟรี
หนี้รักชีคทมิฬ
หนี้รักชีคทมิฬ
เมื่อความภักดีกลายเป็นความแค้น หนี้รักชีคทมิฬ นำเสนอการกลับมาขององค์ชายเฟซานที่มุ่งเป้าลากตัวเมริสามาชดใช้ความผิดฐานทรยศหักหลัง พบกับเรื่องราวในแนว romance novel และ modern novel ที่เต็มไปด้วยการปะทะอารมณ์และการชำระแค้นสุดเข้มข้นในรูปแบบ read novels online ที่คุณไม่ควรพลาด

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] รักไร้เสียงสะท้อน
[พากย์เสียง] รักไร้เสียงสะท้อน
ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกเลี้ยงดูอย่างเจ้าหญิง รูปถ่ายทุกใบล้วนมีแต่รอยยิ้มของฉันในวัยเด็ก แต่เมื่อมีน้องเกิดมา ฉันเพียงลดแอร์ลงหนึ่งองศาเพื่อคลายร้อนให้น้อง กลับถูกแม่ตบหน้าแล้วขังไว้ในตู้เย็น ฉันหนีออกมาไม่ได้และถูกครอบครัวลืมเลือนไปเสียสนิท จนเพื่อนบ้านมาช่วยพังประตูช่วยชีวิต ในวันที่พ่อแม่คิดว่าฉันตายไปแล้วและร้องไห้คร่ำครวญขอให้ฉันยกโทษให้ ฉันทำได้เพียงส่ายหน้าตอบกลับไป เพราะความหนาวเหน็บในวันนั้นได้กลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่ปิดตายหัวใจฉันไปตลอดกาล
ใครอนุญาตให้เธอเป็นนางเอก
ใครอนุญาตให้เธอเป็นนางเอก
สามปีก่อน  จี้อวิ๋นซูขอร้องให้ฉินเช่อสามีตัวเองรับเย่เจินเจินเป็นเด็กอุปถัมภ์เพื่อเป็นการขอพรให้กับลูกในอนาคตของตัวเอง สามปีต่อมา เย่เจินเจินพาสองเพื่อนสาวเข้ามาฝึกงานในบริษัทของฉินเช่อ ใครจะรู้ว่าเย่เจินเจินกลับคิดว่าฉินเช่อชอบตัวเอง ไม่เพียงแต่ทำตัวกร่างในบริษัท กลับยังคิดว่าจี้อวิ๋นซูที่กำลังตั้งท้องอยู่เป็นมือที่สาม จนเกือบต้องแท้งลูก
เกิดใหม่ในยุค 80 ปลุกบ้านนี้ให้มั่งคั่งร่ำรวย
เกิดใหม่ในยุค 80 ปลุกบ้านนี้ให้มั่งคั่งร่ำรวย
หยวนเป่าจู นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล ถูกฟ้าผ่าตายแล้วย้อนกลับไปอยู่ในร่างหญิงร้ายชื่อเดียวกันในยุค 80 ร่างเดิมนั้นทำเรื่องชั่วไว้ทั่วหมู่บ้าน แต่กลับมีครอบครัวที่รักและตามใจไม่สิ้นสุด หยวนเป่าจูจึงโกรธแทนร่างเดิมที่ไม่รู้จักทะนุถนอม พร้อมตั้งใจที่จะใช้ฝีมือด้านการแพทย์ของตนเพื่อพาครอบครัวร่ำรวยให้ได้
ฟ้าลิขิตมาให้เจ้าพ่อทำนายชะตา
ฟ้าลิขิตมาให้เจ้าพ่อทำนายชะตา
เจียงเฉินอดีตเจ้าพ่อธุรกิจดำมืดโลกใต้ดินที่มีบาปกรรมติดตัวมากมาย เดินทางไปยังวัดเพื่ออยากที่หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ แต่กลับถูกฟ้าผ่าจนวิญญาณย้อนข้ามกาลเวลาไปยังหมู่บ้านยากจนในยุคโบราณ เขาฟื้นขึ้นมาในร่างของชายขี้เมาผู้ชอบขโมยข้าวไปแลกเหล้า — ซึ่งเพิ่งถูกฟ้าผ่าตายไปหมาดๆ เมื่อได้สติกลับมา เจียงเฉินพบว่าตนได้รับของวิเศษจากพระเถระรูปหนึ่งเป็น “กระดองเต่าทำนายโชคชะตา” ที่ช่วยให้เขาทำนายได้ในแต่ละวันว่า “วันนี้จะมีโชคร้ายหรือโชคดี ที่ใดมีเหยื่อให้ล่า หรือใครคือผู้ที่จะมาช่วยเขาพลิกชะตาชีวิต จากชายขี้เมาผู้ไร้ค่า เขาเริ่มช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก สร้างรายได้ด้วยสติปัญญา ฝึกฝนยุทธ์ล่าจอมหมาป่าทีละก้าว จนเขาได้มีภาพลักษณ์ที่กลายเป็นเสาหลักของครอบครัวและวีรบุรุษแห่งหมู่บ้าน
เธอบริสุทธิ์ดั่งนางฟ้า
เธอบริสุทธิ์ดั่งนางฟ้า
ลี่ม่อถิงสามีของเสิ่นจืออี้เกิดมาไร้ความรักและไร้หัวใจ แอบไปเลี้ยงสาวน้อยสวี่เหมียนที่ดูสดใสราวกับนางฟ้า ในงานเลี้ยงฉลองปีใหม่เสิ่นจืออี้พยายามต่อสู้ทัดทาน ทว่าแลกมาได้เพียงสัญญาหย่า เมื่อเสิ่นจืออี้ปฏิเสธในการเซ็นชื่อในสัญญาหย่า ลี่ม่อถิงกลับบีบบังคับนางหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายพ่อแม่ของเสิ่นจืออี้ต้องจบชีวิตลง ทันใดนั้นเสิ่นจืออี้ตื่นขึ้นด้วยความตกใจพบว่าได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง คราวนี้นางได้ทราบเรื่องการมีอยู๋ตัวตนอยู่ของสวี่เหมียน จึงรีบจัดแจงให้พ่อและแม่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น อีกทั้งรีบเร่งร่างสัญญาหย่าร้างทันที  สิ่งเดียวที่เป็นความกังขาอยู่ภายในใจนั้น คืออยากเห็นกับตาว่าสวี่เหมียนผู้นี้จะเป็นนางฟ้าในรูปแบบไหนกัน
ศึกรักลวงบัลลังก์
ศึกรักลวงบัลลังก์
องค์หญิงเจียงเสวียหรานแห่งแคว้นผู้พ่ายแพ้ ถูกส่งไปอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างทางกลับถูกกองคาราวานม้าที่อ้างตนว่าเป็น “แคว้นเล็กๆ” จับตัวไป นางยังต้องเสียพรหมจรรย์ให้กับหัวหน้าโจร เยี่ยนอู๋เซียว เจียงเสวี่ยหรานทำทุกวิถีทางจนสามารถก้าวเข้าสู่ราชสำนักได้สำเร็จ แต่กลับพบว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นอวี่เหวินล้มป่วยหนัก นอนติดเตียง ไม่สามารถว่าราชการได้ และที่น่าตกตะลึงฮ่องเต้ผู้นี้กลับมีใบหน้าเหมือนกับเยี่ยนอู๋เซียวไม่มีผิด ในขณะเดียวกันเยี่ยนอู๋เซียวปลอมตัวเป็นขันทีเข้ามาในวังและอยู่ข้างๆ นาง ขณะเดียวกัน ผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในราชสำนัก อ๋องผู้สำเร็จราชการ ก็หมายปองความงามของนาง ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตรายในทุกย่างก้าว เจียงเสวียหรานใช้กลยุทธ์ทีละขั้นเพื่อควบคุมผู้ชายให้อยู่ในอำนาจของนาง ใช้ร่างกายของตนเองเป็นเหยื่อล่อ ส่วนเขาใช้ความเป็นโจรเป็นโล่ คนทั้งสองต่อสู้กันตั้งแต่บนเตียงนอนไปจนถึงการสู้รบในราชสำนัก