Logo
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

83 ตอน
จบแล้ว
เมื่ออัญมณีที่หายสาบสูญคือหัวใจหลักของ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ นีรุณจึงต้องออกผจญภัยเพื่อไขความลับในดินแดนปฐวีธาตุ พร้อมการปรากฏตัวของอลันชายปริศนาผู้กุมความจริงบางอย่างไว้ ใน fantasy novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยปม mystery story และการเดินทางสุดระทึกในรูปแบบ adventure novels free

เรื่องย่อ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ณ ตารัค ดินแดนแห่งปฐวีธาตุที่เหล่าผู้พิทักษ์ต่างมุ่งมั่นตามหาอัญมณีล้ำค่าซึ่งสูญหายไป เพื่อเนรมิตอาณาจักรให้สมบูรณ์แบบตามเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่า นีรุณ กลับเริ่มสงสัยหลังปิดตำราโบราณลงว่า การออกตามหาอัญมณีนั้นคือสิ่งที่องค์เทพต้องการจริงหรือไม่ หรือมีสิ่งอื่นที่สำคัญยิ่งกว่าซ่อนเร้นอยู่ ท่ามกลางความเคลือบแคลงใจนี้เอง อลัน ชายหนุ่มลึกลับผู้มีรูปลักษณ์แปลกตาด้วยเส้นผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้น การก้าวเข้ามาของเขาในดินแดนแห่งนี้จะเกี่ยวพันกับโชคชะตาของเธออย่างไร ร่วมออกผจญภัยเพื่อไขปริศนาและค้นหาความจริงที่ถูกปิดซ่อนไว้ในดินแดนอันเต็มไปด้วยความลึกลับแห่งนี้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

แสงสว่างวาบลงมาจากท้องฟ้า พาดผ่านเหนือวิหารโบราณอันสูงตระหง่านภายในคฤหาสน์เก่าแก่ขนาดใหญ่

หญิงชรากำลังนั่งสมาธิอยู่กลางห้อง เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ มองแสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างด้านบนวิหาร แสงสาดลงมาประกายบนใบหน้าเธอทำให้เห็นริ้วรอยที่ขึ้นมาตามอายุวัย

สายตาของเธอเหลือบขึ้นมองเหล่าดวงวิญญาณสีเหลืองอ่อนนับร้อยดวงของเหล่าบรรพบุรุษผู้ปกปักรักษาวิหารแห่งนี้

พวกเขาค่อย ๆ เคลื่อนไหวกันไปมาราวกับพวกเขารับรู้ได้ถึงสัญญาณของบางสิ่งบางอย่าง

บางตนกระซิบ…..บางตนวิ่งวนแสดงความยินดีอย่างยิ่ง....ราวกับสิ่งที่พวกเขารอคอยมาแสนนานได้มาถึงเสียที

หญิงชราเห็นเช่นนั้นก็ค่อย ๆ เผยยิ้มอันชราภาพออกอย่างบางเบา “พวกท่านยินดีกันเช่นนี้!!...แสดงว่าคงถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วสิ…นะคะ?”

ยามเธอเอ่ยจบก็เกิดเสียงกระซิบตอบรับจากเหล่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกลับมาแสดงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง

*****************************************************

ภายในป้อมปราการศิลาแลงโบราณ ตัวคฤหาสน์แบ่งเป็นเรือนย่อย ๆ นับร้อยหลัง แต่ละหลังถูกออกแบบอย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมโบราณและงานฝีมืออันวิจิตรบรรจง

ทางเดินดินศิลาแลงปูเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างเรือนเหล่านั้น มุ่งสู่โดมสีแดงอิฐปนสีส้มที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางคฤหาสน์ ไม่ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นหรือลง เงามืดไม่เคยพาดผ่านโดมแห่งนี้

….ช่างดูมีเสน่ห์ลึกลับและยิ่งใหญ่ เหมาะสมแล้วกับการเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่เกือบจะที่สุดในดินแดนแห่งนี้และมีประวัติศาสตร์มานับหมื่นปี…..ตระกูลนั้นมีนามว่า ‘เกเลน’

“อีกแล้วหรือ!!!” หญิงชราผมสีดอกเลาพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

เธอเดินกระย่องกระแย่งออกจากประตูเรือนหลังใหญ่ แล้วจึงตะโกนเสียงดังก้องกังวาล “เห็นคุณนีรุณบ้างหรือไม่?”

สิ้นเสียงท่านแทราผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลเกเลน เสียงเอะอะโวยวายของสาวใช้ก็ดังก้องสอดประสานกันไปทั่วคฤหาสน์

พวกเธอรีบวิ่งกันจนเกิดเสียงกระโปรงเสียดสีจากการสับไหว เสียงตะโกนตอบกลับไปมาทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ดูยิ่งวุ่นวาย

"ไม่เจอ!” เสียงหนึ่งดังมาจากเรือนทางทิศตะวันออก

"ทางนี้ก็ไม่เจอ!” อีกเสียงตอบกลับมาจากเรือนด้านทิศเหนือ

ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงฝีเท้าของสาวใช้สับสนวุ่นวายไปมาระหว่างเรือนต่าง ๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นยามเย็น แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนกับโดมสีแดงปนส้ม สร้างบรรยากาศเคร่งขรึมและตึงเครียดเพิ่มขึ้นในคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้

*****************************************************

ในอีกมุมของดาวเคราะห์แห่งนี้ เมื่อแสงแดดที่ร้อนแรงค่อย ๆ ทุเลาความรุนแรงลงและกำลังลาลับขอบฟ้า พื้นท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงส้มเป็นสีฟ้าคราม เหล่าชาวบ้านจึงได้ทยอยกันออกมาตั้งโต๊ะขายของ คล้ายเป็นกิจวัตรประจำวันที่พวกเขาทำกันในทุกวัน

ตำนานเล่าขานกันว่าดวงดาว ‘ตารัค’ ถือกำเนิดจากร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ของเทพบิดร อันเป็นแหล่งพลังของ ‘ปฐวีธาตุ’ ทำให้ดวงดาวตารัคอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ในดิน บริเวณต่าง ๆ จึงมีแร่ธาตุล้ำค่ากระจายตัวทั่วทั้งดาว เหล่าชาวตารัคขึ้นชื่อเรื่องอัญมณีจากแร่หายากและอาวุธยุทโธปกรณ์

เหล่าสิ่งมีชีวิตจากดวงดาวข้างเคียงหรือที่ชาวตารัคมักจะเรียกพวกเขารวม ๆ กันว่า ‘ไซทอบ’ พวกเขามักแวะเวียนมาที่ดาวตารัค เพื่อนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวตารัคเสมอ

นีรุณมองตลาดตารัคที่เต็มไปด้วยความคึกคักและหลากหลายด้วยใจเต้นรัว เธอรู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าที่แปลกตาจากดาวดวงอื่นและสิ่งมีชีวิตหน้าตาแปลก ๆ หลากหลายทางพันธุกรรม

“คุณหนู! หนีออกมาอยู่ที่นี่เอง” เสียงหวานของมามูคนสนิทของนีรุณดังมาแต่ไหล

นีรุณหันมาเห็นคนสนิท ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเปิดกว้างขึ้นด้วยอารมณ์ตกใจ เธอลนลานจนหันไปทางซ้ายทีหนึ่ง แล้วกลับมามองทางขวาอีกที ก่อนจะเห็นทางหนีจึงตัดสินใจออกตัววิ่งอย่างสุดกำลัง

ทว่า!!...มามูที่อยู่ด้วยกันมานานมีหรือจะไม่รู้ทัน… เธอรีบคว้าข้อแขนของเจ้านายสาวเอาไว้ได้เสียก่อน

“คุณหนูจะหนีไปไหนคะ?” มามูมองหน้าเจ้านายสาวอย่างเหนื่อยใจ

นีรุณก้มหน้าจ๋อยได้ไม่นาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนดวงหน้าหวาน เธอค่อย ๆ ดึงมามูเข้ามาภายในตลาดที่มีเหล่าบรรดาไซทอบจำนวนมาก

ขาของมามูหยุดชะงักไปชั่วครู่ หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้ สายตาของเธอแสดงความหวาดกลัวขณะมองจดจ้องไปยังเหล่าสิ่งชีวิตแปลกประหลาดเหล่านั้น

เธอหันซ้ายก็พบสิ่งมีชีวิตสีเขียวคล้ายของเหลว เคลื่อนที่ไปมาอย่างไร้รูปร่างชัดเจน ดวงตาแดงสองจุดมองมาอย่างเย็นชา ไม่มีจมูกหรือปาก มีเพียงเสียงครางเบา ๆ ที่ทำให้ขนลุก

ทางขวามีสัตว์สี่ขาที่เดินด้วยสองขาหลัง ขนดำหนาปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาเหลืองอร่ามราวกับสามารถมองดึงจิตวิญญาณของคนอื่นได้ ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวคม และเสียงหายใจหนักหน่วงพร้อมคำรามต่ำ ๆ เตือนให้ทุกคนถอยหนี

มามูทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ เธอก้าวเดินไม่ออก เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ “คุณหนูช่วยมามูด้วย”

นีรุณไม่เพียงไม่ช่วย เธอกลับหัวเราะท่าทางตื่นตระหนกของคนสนิทจนท้องแข็ง “ฮา ๆ ๆ ๆ”

“คุณหนูมาช่วยมามูก่อน” มามูเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอมองจ้องเจ้านายสาวอย่างขอร้อง

“รู้ตัวว่ากลัวพวกไซทอบแล้วจะตามมาทำไมกัน?” นีรุณเดินมาจับมือคนสนิทแล้วดึงเธอมายืนด้านหลังคอยกันไม่ให้เหล่าไซทอบเข้าใกล้มามูจนเกินไป

“ก็เพราะท่านแทรามาหาคุณหนูที่เรือน ทุกคนเลยตามหาตัวคุณหนูจนวุ่นวายไปหมด” มามูพูดรัวจนหายใจไม่ทัน

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ แค่คิดถึงใบหน้าเหี่ยวย่นกับคำบ่นของผู้อาวุโสแทราก็พา “แค่คิดก็สยอง” มือบางยกขึ้นแคะหูด้วยใบหน้าเหยเก “ปล่อยท่านไปเถอะ”

มามูทำสีหน้ากังวล “ดูท่าทางท่านน่าจะมีเรื่องด่วน เห็นท่านกล่าวว่า ยังไงวันนี้ท่านจะรอคุณหนูกลับมา”

หญิงสาวหันขวับมามองหน้ามามูครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าทางขนลุก แล้วรีบเดินหายเข้าไปในตลาด

“แล้วคุณหนูจะไปไหนอีกคะ? ไม่กลับอีกหรือ?” เมื่อไม่มีคนกำกับเหล่าไซทอบ มามูก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบวิ่งไปหาเจ้านายสาว

“ไม่อะ กลับช้าหรือกลับเร็ว…ก็คงจะโดนบ่นเหมือนกัน ฉะนั้นแล้ว….ขอเที่ยวต่ออีกสักนิดให้คุ้มกับที่ต้องนั่งฟังเสียงท่านแทราบ่นหน่อยล่ะกัน” นีรุณพูดจบแล้วเดินลากมามูเข้าตลาดโดยไม่สนเสียงโอดครวญของคนสนิทอีกเลย

*****************************************************

‘โรงยาสารพันโรค’

นีรุณเงยหน้ามองโรงงานผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดในตารัค โรงยานี้ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของตัวยา โรงยาแห่งนี้ยังมีตำรับยาเป็นของตัวเอง ที่มีความหลากหลายครอบคลุมโรคแทบทุกชนิดที่ถูกบันทึกเอาไว้

แต่ทว่า…โรงยาสารพันโรค ก็มีชื่อเสียงในความเย่อหยิ่ง ขายยาราคาแพงและมักจะขายให้แก่ลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น

นีรุณกับมามูเดินเข้ามาในร้านที่คึกคักจนผิดปกติก็ต่างมองหน้ากันแปลกใจ พวกเธอค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาในร้านแล้วตรงไปยังหลังร้านด้วยท่าทีอย่างคุ้นเคย “ทำไมวันนี้คนเยอะขนาดนี้คะ?…คุณเคล”

เคล ที่ทุกคนรู้จักในนามเจ้าของโรงยาสารพันโรค เขาเป็นคนที่ตามตัวยากและค่อนข้างเล่นตัวกับการที่จะมาพบปะใคร ๆ

แต่สำหรับนีรุณนั้นเป็นข้อยกเว้น!!!.....

เคลเดินออกมาต้อนรับนีรุณด้วยตัวเอง พร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อม “คุณหนู…ท่านมาพอดีเลยครับ” เขายิ้มอย่างเคารพแต่ก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะยื่นบัญชีการเงินให้เธออย่างกังวล

นีรุณมองชายวัยกลางคนอย่างไม่เข้าใจ เธอพลิกดูบัญชีในมือแล้วมองหน้าเคลอีกครั้ง หญิงสาวเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในทันที “ร้านของเราขายดีมาตลอดนี่น่าคุณเคล แต่ทำไมกำไรถึงลดลงขนาดนี้?”

เคลถอนหายใจเสียงเบา “ช่วงนี้พ่อค้าสมุนไพรขึ้นราคาสมุนไพรตากแห้งจนทะลุเพดาน ตอนนี้สมุนไพร 1 กิโลกรัมราคาเท่าทองคำ 1 กิโลกรัม….นี่ขนาดร้านเราขึ้นราคาตามราคาตลาดสมุนไพรแล้วนะครับ ยังขึ้นตามไม่ทัน”

นีรุณมองรายการสมุนไพรอย่างครุ่นคิดก่อนจะโยนบัญชีลงบนโต๊ะ “ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องมาซื้อยาจากเราอยู่ดี ปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเลยค่ะ…คุณเคล….เราจะช่วยใครให้หายหิว เราต้องมั่นใจว่าเรากินอิ่มก่อน…ใช่ไหมคะคุณเคล”

ชายวัยกลางคนยิ้ม ๆ “ใช่ครับคุณหนู”

นีรุณเดินออกจากโรงยาสารพันโรค สายตาของเธอครุ่นคิดไปเรื่อย ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าเราขึ้นราคาสินค้า แล้วยังสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกได้อีก….กำไรของเราจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไรกันนะ”

นีรุณยืนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดถึงผลกำไรที่พวกเธออาจจะทำได้ ดังนั้นแทนที่พวกเธอจะตรงกลับคฤหาสน์ตระกูลเกเลน เธอจึงเลือกที่จะดึงมามูมายังตลาดสมุนไพร

ดวงดาวตารัคของพวกเธอเป็นดวงดาวที่มีแหล่งทรัพยากรดินชั้นเลิศ แต่ในทางตรงกันข้ามพวกเรานั้นกลับขาดแคลนสิ่งอื่น ๆ โดยเฉพาะน้ำที่จำมีความเป็นในการทำเกษตรกรรม ตารัคจึงต้องพึ่งพาสินค้าจากดาวดวงอื่น ๆ ซึ่งราคานั้นมักจะแกว่งมากจนวางแผนล่วงหน้าไม่ได้

หญิงสาวทั้งสองเดินมาหยุดหน้าแผงขายสมุนไพรตากแห้งที่ชาวไซทอบเพศชายชาวโทรลล์ เขามีร่างใหญ่โตปกคลุมด้วยขนหยาบทั่วลำตัว เป็นเจ้าของร้าน

“พี่จ้า ราคาบอระเพ็ดตากแห้งกองนี้เท่าไรคะ?” นีรุณแกล้งเดินเข้ามาถาม

“ผมคิด 1 กิโลกรัมบอระเพ็ด ราคา 1 บาททองคำครับคุณลูกค้า” พ่อค้าไซทอบตอบอย่างนอบน้อม

“ราคาแพงมากเลยค่ะคุณหนู” มามูแอบกระซิบเสียงต่ำด้วยความตกใจ

นีรุณพยักหน้าเบา ๆ เหมือนจะเห็นด้วยก่อนจะหันไปแสดงท่าทางตื่นตกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นท่าทางน่าสงสาร “พี่ชาย…พอจะบอกได้ไหมคะ ทำไมราคาถึงขึ้นมาขนาดนี้?”

“นี่…นี่เป็นทหารตารัคมาหาข้อมูลจากผมหรือเปล่าครับ?” เขาถามอย่างตื่นตระหนก มือที่ถือสมุนไพรเริ่มสั่นเล็กน้อย “ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรนะครับ ผมเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นนะครับ”

นีรุณส่ายหน้าทันควัน “ไม่ใช่ค่ะพี่…ไม่ใช่ค่ะ…พอดีพ่อของเพื่อนหนูป่วยหนักนะคะ” เธอชี้มาที่มามู

ตัวมามูที่ถูกกล่าวอ้าง ยืนทำหน้าฉงน เธอยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกจนทำให้นีรุณต้องขยิบตาแทบหลุดกว่ามามูจะแสดงท่าทีเข้าใจ “ใช่ค่ะคุณพี่…ช่วงนี้คุณพ่อมีความจำเป็นต้องใช้ยา จำนวนเยอะมากค่ะ” มามูรีบเสริมตามที่นีรุณบอกด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ

“โรคของคุณลุงต้องมียาค่อยประคับประคองอาการตลอด ถ้าวันไหนไม่มียา วันนั้นคุณลุงจะทรุดทันที…” นีรุณรีบเสริมขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยมามูที่แสดงละครได้ไม่ค่อยได้เรื่องให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น

แล้วจู่ ๆ นีรุณก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเธอจะเริ่มสะอึกสะอื้นเสียงดังอย่างจงใจ เธอใช้มือปาดน้ำตาเพื่อสร้างภาพของการร้องไห้ให้สมจริงที่สุด

ทว่า….เธอขยี้ตาไปสักพักชักก็เริ่มเกิดอาการแสบขึ้นมาจริง ๆ น้ำตาจริงเริ่มไหลลงมาอย่างไม่ต้องแสร้งทำ

“คุณลุง…คุณลุง!” คราวนี้เสียงสะอื้นของนีรุณร้องไห้อย่างสมจริงจนมามูตกใจ “พวกเรากำลังคิดกันว่าจะไปขายแรงงาน หาเงินมาซื้อยารักษาคุณลุง…หือ ๆ ๆ ๆ”

นีรุณเริ่มรู้สึกว่าเธอแสบตามากขึ้น เธอหันหลังแล้วแสร้งส่งสัญญาณให้มามู “เนอะ เจ็บเนอะมามู…”

มามูที่เข้าใจว่าคุณหนูของเธอกำลังแสดงละคร จึงพยายามกลั้นหัวเราะการแสดงที่สมจริงนั้น “เออ…อืม…ใช่ค่ะ…คุณพ่อท่านเจ็บมาก”

นีรุณกลอกตาไปมา แต่ยิ่งเธอพยายามเคลื่อนไหวดวงตามากขึ้นเท่าไร ดวงตาของเธอก็จะยิ่งรู้สึกแสบมากขึ้น เมื่อสัมผัสเปลือกตาเบา ๆ จะรู้สึกว่าดวงตาทั้งสองของเธอตอนนี้น่าจะบวมแดงปูดขึ้นมา น้ำตาไหลลงมาเปรอะข้างสองแก้มทันทีด้วยความเจ็บ “พวกหนูน่าสงสารมากเลยค่ะ พ่อหนูก็ป่วยหนักอยู่แล้ว ถ้าคุณลุงยังทรุดไปอีกคน พวกหนูก็อาจจะต้องออกไปขายแรงงานทำงานหนักแล้วค่ะ…”

นีรุณทนแสบไม่ไหวแล้ว เธอกุมมือมามูขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ สัมผัสแผ่วเบา มองมามูด้วยดวงตาบวมแดงปิดที่ปิดตาของเธอจนแทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว

มามูที่กำลังคิดว่าเจ้านายส่งสัญญาณให้เธอเล่นละครต่อ เธอแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ตอบตามบทบาทที่คิดว่าเจ้านายต้องการให้เธอเล่นต่อ “ไม่น่าเลย พี่ไม่น่าลากน้องให้ต้องมาลำบากไปด้วยเลย”

ในขณะที่สองสาวกำลังแสดงละครฉากหญิงสาวผู้น่าสงสาร พ่อค้าไซทอบเห็นน้ำตาของเธอแล้วก็เริ่มรู้สึกสงสาร ดวงตาสีเขียวของเขาสลดลงและน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามกันนะครับ คิดให้ดีกันก่อน”

แม้นีรุณจะรู้สึกแสบรอบดวงตา แต่เมื่อเหยื่อเริ่มติดกับดัก รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ เผยออก “พวกหนูคิดกันมาหลายรอบแล้วค่ะพี่ หรือว่าคุณพี่พอจะมีวิธีช่วยพวกหนูได้บ้าง?”

พ่อค้าไซทอบแสดงท่าทีลังเล เขามองร่างบางทั้งสองอย่างชั่งใจอยู่นานก่อนจะเสนอข้อเสนอบางอย่าง “ถ้าใช้ปริมาณเยอะ ๆ พวกคุณลองไปรับต้นสมุนไพรสดมาทำแห้งกันเองไหมครับ? น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก”

“จริงเหรอคะ? ถ้าพี่ช่วยบอกแหล่งขายส่งต้นสมุนไพรสดให้พวกหนูได้ไหมคะ?” นีรุณพยายามกดน้ำเสียงตื่นเต้นลงและเพิ่มเสียงสะอื้นให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ดูน่าสงสาร

“ผมเองก็รับมาต่อจากพ่อค้าคนกลางอีกทีนะครับ” พ่อค้าไซทอบทำท่าทางไม่มั่นใจ

นีรุณปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วแล้วถามกลับอย่างไว “รับมากจากใครหรือคะ?”

เมื่อโดนจู่โจมพ่อค้าสมุนไพรก็ตอบกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว “เออ เขาเป็นชาวเผ่าเอนโดไซด์ครับ”

นีรุณพยักหน้าแล้วรีบสวนกลับอีกครั้ง “เราจะพบเขาได้ที่ไหนคะ?”

“ในตลาดมืดครับ” เขาตอบออกไปอย่างไม่ทันคิด

นีรุณค่อย ๆ เผยยิ้มหวานอย่างพอใจ เธอเอ่ยทิ้งท้าย “ขอบคุณมากเลยนะคะ” แล้วเดินจากออกมา ปล่อยให้ผู้ที่โดนซักถามยืนทำท่าทางงงงวยอยู่ที่เดิม

*****************************************************

“คุณหนูแสดงละครเก่งมากเลยนะคะ ขนาดมามูรู้จักคุณหนูมาแต่เล็กยังหลงเชื่อ หลงสงสารคุณหนูเลยนะคะ” มามูเอ่ยตามหลังอย่างชื่นชมและจริงใจ

นีรุณแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา ไม่รู้จะขอบคุณในคำชมหรือสงสารตัวเองดีกว่ากัน เธอพยายามเบิ่งดวงตาบวมแดงจนแทบจะมองไม่เห็นมองมามู “ไม่ได้แกล้งมามู ฉันแสบตาจริง ๆ คิดว่าน่าจะแพ้เกสรต้นบอระเพ็ด อาจจะเผลอไปแตะบอระเพ็ดเมื่อกี้แล้วดันเอามือไปขยี้ตา…ฮือออ แสบตาเลย”

มามูหันมามองดวงตาที่เคยหวานหยดย้อยคู่นั้นด้วยท่าทีตกใจและเป็นกังวล “ทำไมคุณหนูไม่บอกมามูล่ะคะ?...ทิ้งไว้นานจนมันบวมไปหมดแล้ว”

นีรุณยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้าง ร้องไห้เพราะความรู้สึกแสบไปทั่วรอบดวงตา “มันแสบมากจริง ๆ มามู เหมือนมีไฟเผาอยู่ในตาเลย” มามูรีบวิ่งไปหายาบรรเทาความแสบมาให้เจ้านายสาว

*****************************************************

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองสาวลืมคนสำคัญในค่ำคืนนี้ไปอีกหนึ่งคน

“คุณนีรุณ กลับมาแล้วหรือคะ?” เสียงแหบแห้งของหญิงชราเอ่ยทักขึ้นเบา ๆ

หญิงสาวทั้งสองเงยหน้าก็พบกับสายตาชราวัยของแทรา นีรุณถอยหลังกรูไปด้านหลังชิดติดกำแพง พยายามทำตัวเล็กแล้วดันมามูให้มายืนอยู่เบื้องหน้า

“ท่านแทราเหงาหรือ?” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างเบา ๆ ก่อนจะโผล่หน้ามาดูหญิงชราที่มองจ้องกลับมาด้วยท่าทางจริงจัง

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ พูดพึมพำเบา ๆ “ตายละ…ไม่ขำแฮะ?”

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
หลินเยว่เลี่ยงข้ามมิติมาสู่ร่างสาวที่โดนข่าวลือทำลายชื่อเสียง ครอบครัวลำบากจนเธอต้องตกลงแต่งงานกับชายหนุ่มรอยแผลจากหมู่บ้านข้างเคียง บ้านสามีเต็มไปปัญหา พ่อป่วยรักษาไม่หาย แม่เลี้ยงเจ้าเล่ห์ พี่น้องหลายคนรบกวน แต่เธอมีระบบฟาร์มและพลังวิเศษจากเกมที่เธอสร้างเอง เธอปลูกผักขายสร้างรายได้ ช่วยเหลือคนในบ้าน แค่คู่สมรสคอยเคียงข้างกัน โชคลาภก็ไหลเข้ามาไม่หยุด พ่อสามีอาการดีขึ้น สามีหน้าเคร่งขรึมก็อ้อนรักและยอมตามใจเธอทุกอย่าง
ชะตารักบุปผางาม
ชะตารักบุปผางาม
ชะตารักบุปผางาม เมื่อหญิงสาวต้องย้อนอดีตกลับไปแก้ไขโชคชะตาที่เคยทำไว้ นำพาให้พบกับบุรุษเผ่าฮู่เหลียนผู้โหดเหี้ยมและอุปสรรคมากมายในโลก fantasy romance ท่ามกลางการผจญภัยและตัวเลือกแห่งหัวใจระหว่างชายสองคน เธอจะลิขิตชีวิตตนเองอย่างไรใน fiction fantasy romance books ยอดนิยมเล่มนี้
ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
สายลับสาวข้ามภพมาเป็นสตรีอัปลักษณ์ นางต้องเผชิญหน้ากับสามีรูปงามที่ชิงชังนางเพราะถูกบีบให้แต่งงาน ทว่านิมิตกลับชี้ว่าเขาจะกลายเป็นขุนนางใหญ่ผู้ทรงอำนาจ นางจึงต้องเปลี่ยนตนเองเพื่อปกป้องเขาจากภยันตราย หากไม่อาจผลักดันเขาให้ก้าวสู่จุดสูงสุดได้ ความมั่นคงในชีวิตใหม่ของนางย่อมพังทลาย
เกิดใหม่! ปลดล็อกมิติหยกวิเศษก่อนแต่งแทน
เกิดใหม่! ปลดล็อกมิติหยกวิเศษก่อนแต่งแทน
ซูอวิ๋นหว่านเกิดใหม่พร้อมมิติวิเศษในจี้หยก นางมุ่งมั่นจะสร้างชีวิตให้รุ่งเรือง ทว่าน้องสาวที่เกิดใหม่เช่นกันกลับสลับตัวเจ้าบ่าวเพื่อแย่งชิงตำแหน่งฮูหยินตราตั้ง เมื่อต้องแต่งกับนายพรานขาพิการแทน นางต้องใช้พลังมิติวิเศษพลิกชะตาและก้าวข้ามแผนร้าย เพื่อพิสูจน์ว่าวาสนาที่แท้จริงนั้นสร้างได้ด้วยมือตน
ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
เนี่ยเฟิงปรารถนาที่จะปกป้องและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขร่วมกับพี่สาวบุญธรรมทั้งเจ็ดคนซึ่งล้วนเป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลระดับแนวหน้าของสังคม ทว่าด้วยฐานะเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ในฐานะเจ้าสำนักมังกรผู้กุมอำนาจสูงสุด ภัยคุกคามรอบด้านจึงอาจเข้ามาทำลายความสงบสุขนี้ หากเขาไม่อาจควบคุมอำนาจและปกป้องพวกเธอได้ ชีวิตที่เต็มไปด้วยความผูกพันและสีสันของพวกเขาทั้งแปดอาจต้องพังทลายลงอย่างไม่อาจหวนคืน
ผีผายามังกร
ผีผายามังกร
ผีผายามังกร เล่าเรื่องราวของอดีตแพทย์หลวงที่เผชิญวิบากกรรมจนถูกนำไปสังเวยให้อสูรร้ายในโลก fantasy หลังรอดตายเขากลับถูกสัตว์เทพตามรังควานอย่างไม่ลดละ นำไปสู่การผจญภัยใน adventure story ที่เต็มไปด้วยอันตรายและการเอาชีวิตรอดจากโชคชะตาที่คาดเดาไม่ได้ใน fiction fantasy novels เล่มนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
เซิ่งเย่หลานรักฉินเส้าหมิงมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นและยินดีที่จะมอบมรดกมหาศาลของแม่ให้กับเขา เพื่อช่วยเขาสร้างฉินซื่อกรุ๊ปและนำพาตระกูลฉินให้กลายเป็นตระกูลเบอร์ต้นของเมืองอวิ๋นเฉิง แต่หลังจากที่เซิ่งเย่หลานแต่งงานเข้าตระกูลฉินก็ได้ป่วยมาตลอดสามปีและอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากไปหาหมอ กลับพบว่าน้องสาวต่างแม่ซ่งซือเยว่นอนอยู่บนเตียงเดียวกับฉินเส้าหมิง และแม่ของฉินเส้าหมิงก็อยู่ที่บ้านและเห็นด้วยกับการนอกใจในครั้งนี้ หลังจากที่โดนซ่งซือเยว่และฉินเส้าหมิงกับแม่เหยียดหยาม ฉินเส้าหมิงก็ได้บอกความจริงว่าตัวเองแค่เห็นแก่เงินของเธอและไม่เคยรักเธอเลย และเขายังได้ซื้อประกันชีวิตให้เธอ และรอให้เธอตายเพื่อที่จะได้เงินประกันจำนวนมาก เซิ่งเย่หลานผิดหวังกับชีวิตของเธอ และคิดไม่ถึงว่าจะถูกฉินเส้าหมิงพาไปที่ดาดฟ้า เขาที่รอเธอป่วยตายไม่ไหว ได้ผลักเธอตกลงมาจากดาดฟ้า ขณะที่ตกลงมา เซิ่งเย่หลานสาบานในใจว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง เธอจะแก้แค้นพวกเขาร้อยเท่าพันเท่า ให้พวกเขาไม่มีวันสงบสุขไปตลอดกาล
คุณชายเย่ คุณนายน้อยของคุณมีข่าวดีแล้ว
คุณชายเย่ คุณนายน้อยของคุณมีข่าวดีแล้ว
หลังแฟนหนุ่มเกาะคุณหนูตระกูลไฮโซได้ ก็ผลักเจียงหน่วนตกจากดาดฟ้า หลังเจียงหน่วนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ก็รีบเกาะขาคุณชายเย่เป่ยหมิงคุณชายตระกูลไฮโซเอาไว้แน่น เย่เป่ยหมิงถูกพิษ ไม่เพียงแต่มีลูกยาก แต่ยังถูกหมอวินิจฉัยว่าจะมีอายุอยู่ไม่เกินสี่สิบปี เจียงหน่วนทุบอก ไร้ทายาท อายุสั้น นี่ไม่เป็นปัญหาทั้งนั้น หลังแต่งงานหนึ่งเดือน เจียงหน่วนก็เกิดอาเจียน หมอ : คุณชายเย่ คุณนายน้อยของคุณมีข่าวดีแล้ว
วิญญาณกระบี่
วิญญาณกระบี่
เย่ชิงลูกชายคนโตของสำนักกระบี่สวรรค์ มีร่างกระบี่แต่กำเนิด ฝึกมรรคากระบี่ระดับที่แปดสำเร็จ บ่มเพาะวิญญาณกระบี่ แต่กลับถูกเย่เฟิงผู้เป็นพ่อ พี่สาวและน้องชายใส่ร้ายว่าเป็นขโมย ที่จริงแล้วเย่ฮ่าวต่างหากที่ขโมยมรรคากระบี่และวิญญาณกระบี่ของเย่ชิงไป เย่ชิงถูกใส่ร้าย ยากที่จะแก้ต่าง ถูกวิญญาณกระบี่และพี่สาวร่วมมือกันฆ่าตาย เมื่อกลับชาติมาเกิดใหม่ เย่ชิงสาบานว่าจะไม่ยอมถูกใครรังแกอีก
ยามสายลมพัดมากวนใจ
ยามสายลมพัดมากวนใจ
ชาติก่อนเวินเซี่ยงหว่านบีบให้ลู่อี้เฉิง อาเล็กของเธอแต่งงานกับตัวเอง โดยไม่ได้คิดเลยว่าเธอจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต ก่อนตาย เสิ่นชิงชิง คนในหัวใจของลู่อี้เฉิงทำให้เซี่ยงหว่านเข้าใจว่าลู่อี้เฉิงไม่รักเธอ ทั้งยังไปมีลูกกับคนอื่น สุดท้ายเธอจึงจากไปด้วยความเกลียดชัง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวินเซี่ยงหว่านได้ย้อนกลับมาเมื่อ 40 ปีก่อน ตอนที่เธอทิ้งการสอบเข้ามหาลัยไปแต่งงานกับลู่อี้เฉิง ครั้งนี้ เวินเซี่ยงหว่านตัดสินใจฉีกใบสละสิทธิ์การสอบทิ้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นของตัวเอง
จอมใจราชันหงส์
จอมใจราชันหงส์
ฉู่เชียนหลี่บรรพบุรุษแห่งเป่ยหมิงข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ไม่สำเร็จ ทำให้ดวงวิญญาณได้มาเข้าร่างของบุตรีสายเอก แห่งจวนมหาเสนาบดีที่กำลังถูกเหยียดหยามย่ำยี นางหวนกลับมาครั้งนี้พร้อมคำสัตย์สาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้สิ้น แต่ทว่านางกลับต้องเข้าไปพัวพันกับเฟิ่งเสวียนตู้ พ่อค้าผู้มั่งคั่งลึกลับอย่างไม่คาดคิด ในขณะที่นางเดินหน้าสั่งสอนชายชั่ว กระชากหน้ากากนังจอมปลอม และตัวตนลับของนางค่อยๆ ถูกเปิดเผยทีละน้อย นางก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า... บุรุษหนุ่มที่คอยตามตื๊อและซื่อสัตย์ต่อนางอย่างสุดหัวใจคนนี้ แท้จริงแล้วคือราชันเฟิ่งจู๋ ผู้สูงส่งที่นางเคยใช้งานเสร็จแล้วก็ทิ้งเมื่อห้าปีก่อน ท่านบรรพบุรุษตัวแม่จึงต้องวางแผนครองใต้หล้าไปพร้อม ๆ กับการล่อลวง พ่อหงส์หนุ่มผู้เย็นชาให้กลับมารับรักอีกครั้ง... ชาตินี้ข้าจะไม่ขอยอมผิดต่อเจ้าอีก!
แต่งงานฟ้าแลบ คุณลุงคลั่งรัก
แต่งงานฟ้าแลบ คุณลุงคลั่งรัก
แม่เลี้ยงของกู้ซินซินจัดให้เธอไปนัดบอด เพื่อให้ชายนัดบอดที่หลงตัวเองกระจ่างในหน้าตาของตัวเอง กู้ซินซินเลยคว้าฮั่วเซี่ยงหยินชายหนุ่มรูปงามมาจูบเขาต่อหน้าชายที่นัดบอด แม้ว่าเธอจะทำให้ชายนัดบอดโกรธและเดินจากไปได้ แต่เธอกลับเจอปัญหาหนักยิ่งกว่านั้น ฮั่วเซี่ยงหยินคนนั้นเป็นประธานบริษัทตระกูลฮั่วที่มีชื่อเสียง เขามาที่ร้านกาแฟเพื่อพบกับเจ้าสาวตามสัญญา เพื่อให้ปู่ของเขาที่ป่วยหนักเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างวางใจ แต่ว่าเจ้าสาวตามสัญญากลับไม่ปรากฏตัว และถูกสาวน้อยสโมคกี้อาย (กู้ซินซิน) ขโมยจูบแรก จับพลัดจับผลู ฮั่วเซี่ยงหยินก็พากู้ซินซินไปที่สถานที่จัดงานหมั้น ทั้งสองแต่งงานกันแบบสายฟ้าแลบและสัญญากันว่าสามเดือนให้หลัง พวกเขาก็จะหย่าและต่างคนต่างอยู่ ทว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดคิด หลังจากผ่านความยากลำบากมามากมาย สัญญาก็ถือเป็นโมฆะ และในที่สุดคู่รักก็แต่งงานกัน