Logo
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

83 ตอน
จบแล้ว
เมื่ออัญมณีที่หายสาบสูญคือหัวใจหลักของ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ นีรุณจึงต้องออกผจญภัยเพื่อไขความลับในดินแดนปฐวีธาตุ พร้อมการปรากฏตัวของอลันชายปริศนาผู้กุมความจริงบางอย่างไว้ ใน fantasy novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยปม mystery story และการเดินทางสุดระทึกในรูปแบบ adventure novels free
ตอนที่ 1 จาก ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

แสงสว่างวาบลงมาจากท้องฟ้า พาดผ่านเหนือวิหารโบราณอันสูงตระหง่านภายในคฤหาสน์เก่าแก่ขนาดใหญ่

หญิงชรากำลังนั่งสมาธิอยู่กลางห้อง เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ มองแสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างด้านบนวิหาร แสงสาดลงมาประกายบนใบหน้าเธอทำให้เห็นริ้วรอยที่ขึ้นมาตามอายุวัย

สายตาของเธอเหลือบขึ้นมองเหล่าดวงวิญญาณสีเหลืองอ่อนนับร้อยดวงของเหล่าบรรพบุรุษผู้ปกปักรักษาวิหารแห่งนี้

พวกเขาค่อย ๆ เคลื่อนไหวกันไปมาราวกับพวกเขารับรู้ได้ถึงสัญญาณของบางสิ่งบางอย่าง

บางตนกระซิบ…..บางตนวิ่งวนแสดงความยินดีอย่างยิ่ง....ราวกับสิ่งที่พวกเขารอคอยมาแสนนานได้มาถึงเสียที

หญิงชราเห็นเช่นนั้นก็ค่อย ๆ เผยยิ้มอันชราภาพออกอย่างบางเบา “พวกท่านยินดีกันเช่นนี้!!...แสดงว่าคงถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วสิ…นะคะ?”

ยามเธอเอ่ยจบก็เกิดเสียงกระซิบตอบรับจากเหล่าดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกลับมาแสดงความยินดีอย่างไม่ปิดบัง

*****************************************************

ภายในป้อมปราการศิลาแลงโบราณ ตัวคฤหาสน์แบ่งเป็นเรือนย่อย ๆ นับร้อยหลัง แต่ละหลังถูกออกแบบอย่างประณีตด้วยสถาปัตยกรรมโบราณและงานฝีมืออันวิจิตรบรรจง

ทางเดินดินศิลาแลงปูเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างเรือนเหล่านั้น มุ่งสู่โดมสีแดงอิฐปนสีส้มที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางคฤหาสน์ ไม่ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นหรือลง เงามืดไม่เคยพาดผ่านโดมแห่งนี้

….ช่างดูมีเสน่ห์ลึกลับและยิ่งใหญ่ เหมาะสมแล้วกับการเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่เกือบจะที่สุดในดินแดนแห่งนี้และมีประวัติศาสตร์มานับหมื่นปี…..ตระกูลนั้นมีนามว่า ‘เกเลน’

“อีกแล้วหรือ!!!” หญิงชราผมสีดอกเลาพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

เธอเดินกระย่องกระแย่งออกจากประตูเรือนหลังใหญ่ แล้วจึงตะโกนเสียงดังก้องกังวาล “เห็นคุณนีรุณบ้างหรือไม่?”

สิ้นเสียงท่านแทราผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตระกูลเกเลน เสียงเอะอะโวยวายของสาวใช้ก็ดังก้องสอดประสานกันไปทั่วคฤหาสน์

พวกเธอรีบวิ่งกันจนเกิดเสียงกระโปรงเสียดสีจากการสับไหว เสียงตะโกนตอบกลับไปมาทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ดูยิ่งวุ่นวาย

"ไม่เจอ!” เสียงหนึ่งดังมาจากเรือนทางทิศตะวันออก

"ทางนี้ก็ไม่เจอ!” อีกเสียงตอบกลับมาจากเรือนด้านทิศเหนือ

ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงฝีเท้าของสาวใช้สับสนวุ่นวายไปมาระหว่างเรือนต่าง ๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นยามเย็น แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนกับโดมสีแดงปนส้ม สร้างบรรยากาศเคร่งขรึมและตึงเครียดเพิ่มขึ้นในคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้

*****************************************************

ในอีกมุมของดาวเคราะห์แห่งนี้ เมื่อแสงแดดที่ร้อนแรงค่อย ๆ ทุเลาความรุนแรงลงและกำลังลาลับขอบฟ้า พื้นท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดงส้มเป็นสีฟ้าคราม เหล่าชาวบ้านจึงได้ทยอยกันออกมาตั้งโต๊ะขายของ คล้ายเป็นกิจวัตรประจำวันที่พวกเขาทำกันในทุกวัน

ตำนานเล่าขานกันว่าดวงดาว ‘ตารัค’ ถือกำเนิดจากร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ ของเทพบิดร อันเป็นแหล่งพลังของ ‘ปฐวีธาตุ’ ทำให้ดวงดาวตารัคอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ในดิน บริเวณต่าง ๆ จึงมีแร่ธาตุล้ำค่ากระจายตัวทั่วทั้งดาว เหล่าชาวตารัคขึ้นชื่อเรื่องอัญมณีจากแร่หายากและอาวุธยุทโธปกรณ์

เหล่าสิ่งมีชีวิตจากดวงดาวข้างเคียงหรือที่ชาวตารัคมักจะเรียกพวกเขารวม ๆ กันว่า ‘ไซทอบ’ พวกเขามักแวะเวียนมาที่ดาวตารัค เพื่อนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวตารัคเสมอ

นีรุณมองตลาดตารัคที่เต็มไปด้วยความคึกคักและหลากหลายด้วยใจเต้นรัว เธอรู้สึกตื่นเต้นกับสินค้าที่แปลกตาจากดาวดวงอื่นและสิ่งมีชีวิตหน้าตาแปลก ๆ หลากหลายทางพันธุกรรม

“คุณหนู! หนีออกมาอยู่ที่นี่เอง” เสียงหวานของมามูคนสนิทของนีรุณดังมาแต่ไหล

นีรุณหันมาเห็นคนสนิท ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเปิดกว้างขึ้นด้วยอารมณ์ตกใจ เธอลนลานจนหันไปทางซ้ายทีหนึ่ง แล้วกลับมามองทางขวาอีกที ก่อนจะเห็นทางหนีจึงตัดสินใจออกตัววิ่งอย่างสุดกำลัง

ทว่า!!...มามูที่อยู่ด้วยกันมานานมีหรือจะไม่รู้ทัน… เธอรีบคว้าข้อแขนของเจ้านายสาวเอาไว้ได้เสียก่อน

“คุณหนูจะหนีไปไหนคะ?” มามูมองหน้าเจ้านายสาวอย่างเหนื่อยใจ

นีรุณก้มหน้าจ๋อยได้ไม่นาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนดวงหน้าหวาน เธอค่อย ๆ ดึงมามูเข้ามาภายในตลาดที่มีเหล่าบรรดาไซทอบจำนวนมาก

ขาของมามูหยุดชะงักไปชั่วครู่ หญิงสาวยืนตัวแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้ สายตาของเธอแสดงความหวาดกลัวขณะมองจดจ้องไปยังเหล่าสิ่งชีวิตแปลกประหลาดเหล่านั้น

เธอหันซ้ายก็พบสิ่งมีชีวิตสีเขียวคล้ายของเหลว เคลื่อนที่ไปมาอย่างไร้รูปร่างชัดเจน ดวงตาแดงสองจุดมองมาอย่างเย็นชา ไม่มีจมูกหรือปาก มีเพียงเสียงครางเบา ๆ ที่ทำให้ขนลุก

ทางขวามีสัตว์สี่ขาที่เดินด้วยสองขาหลัง ขนดำหนาปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาเหลืองอร่ามราวกับสามารถมองดึงจิตวิญญาณของคนอื่นได้ ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวคม และเสียงหายใจหนักหน่วงพร้อมคำรามต่ำ ๆ เตือนให้ทุกคนถอยหนี

มามูทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ เธอก้าวเดินไม่ออก เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ “คุณหนูช่วยมามูด้วย”

นีรุณไม่เพียงไม่ช่วย เธอกลับหัวเราะท่าทางตื่นตระหนกของคนสนิทจนท้องแข็ง “ฮา ๆ ๆ ๆ”

“คุณหนูมาช่วยมามูก่อน” มามูเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอมองจ้องเจ้านายสาวอย่างขอร้อง

“รู้ตัวว่ากลัวพวกไซทอบแล้วจะตามมาทำไมกัน?” นีรุณเดินมาจับมือคนสนิทแล้วดึงเธอมายืนด้านหลังคอยกันไม่ให้เหล่าไซทอบเข้าใกล้มามูจนเกินไป

“ก็เพราะท่านแทรามาหาคุณหนูที่เรือน ทุกคนเลยตามหาตัวคุณหนูจนวุ่นวายไปหมด” มามูพูดรัวจนหายใจไม่ทัน

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ แค่คิดถึงใบหน้าเหี่ยวย่นกับคำบ่นของผู้อาวุโสแทราก็พา “แค่คิดก็สยอง” มือบางยกขึ้นแคะหูด้วยใบหน้าเหยเก “ปล่อยท่านไปเถอะ”

มามูทำสีหน้ากังวล “ดูท่าทางท่านน่าจะมีเรื่องด่วน เห็นท่านกล่าวว่า ยังไงวันนี้ท่านจะรอคุณหนูกลับมา”

หญิงสาวหันขวับมามองหน้ามามูครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าทางขนลุก แล้วรีบเดินหายเข้าไปในตลาด

“แล้วคุณหนูจะไปไหนอีกคะ? ไม่กลับอีกหรือ?” เมื่อไม่มีคนกำกับเหล่าไซทอบ มามูก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบวิ่งไปหาเจ้านายสาว

“ไม่อะ กลับช้าหรือกลับเร็ว…ก็คงจะโดนบ่นเหมือนกัน ฉะนั้นแล้ว….ขอเที่ยวต่ออีกสักนิดให้คุ้มกับที่ต้องนั่งฟังเสียงท่านแทราบ่นหน่อยล่ะกัน” นีรุณพูดจบแล้วเดินลากมามูเข้าตลาดโดยไม่สนเสียงโอดครวญของคนสนิทอีกเลย

*****************************************************

‘โรงยาสารพันโรค’

นีรุณเงยหน้ามองโรงงานผลิตยาที่ใหญ่ที่สุดในตารัค โรงยานี้ไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของตัวยา โรงยาแห่งนี้ยังมีตำรับยาเป็นของตัวเอง ที่มีความหลากหลายครอบคลุมโรคแทบทุกชนิดที่ถูกบันทึกเอาไว้

แต่ทว่า…โรงยาสารพันโรค ก็มีชื่อเสียงในความเย่อหยิ่ง ขายยาราคาแพงและมักจะขายให้แก่ลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น

นีรุณกับมามูเดินเข้ามาในร้านที่คึกคักจนผิดปกติก็ต่างมองหน้ากันแปลกใจ พวกเธอค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาในร้านแล้วตรงไปยังหลังร้านด้วยท่าทีอย่างคุ้นเคย “ทำไมวันนี้คนเยอะขนาดนี้คะ?…คุณเคล”

เคล ที่ทุกคนรู้จักในนามเจ้าของโรงยาสารพันโรค เขาเป็นคนที่ตามตัวยากและค่อนข้างเล่นตัวกับการที่จะมาพบปะใคร ๆ

แต่สำหรับนีรุณนั้นเป็นข้อยกเว้น!!!.....

เคลเดินออกมาต้อนรับนีรุณด้วยตัวเอง พร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อม “คุณหนู…ท่านมาพอดีเลยครับ” เขายิ้มอย่างเคารพแต่ก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะยื่นบัญชีการเงินให้เธออย่างกังวล

นีรุณมองชายวัยกลางคนอย่างไม่เข้าใจ เธอพลิกดูบัญชีในมือแล้วมองหน้าเคลอีกครั้ง หญิงสาวเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในทันที “ร้านของเราขายดีมาตลอดนี่น่าคุณเคล แต่ทำไมกำไรถึงลดลงขนาดนี้?”

เคลถอนหายใจเสียงเบา “ช่วงนี้พ่อค้าสมุนไพรขึ้นราคาสมุนไพรตากแห้งจนทะลุเพดาน ตอนนี้สมุนไพร 1 กิโลกรัมราคาเท่าทองคำ 1 กิโลกรัม….นี่ขนาดร้านเราขึ้นราคาตามราคาตลาดสมุนไพรแล้วนะครับ ยังขึ้นตามไม่ทัน”

นีรุณมองรายการสมุนไพรอย่างครุ่นคิดก่อนจะโยนบัญชีลงบนโต๊ะ “ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องมาซื้อยาจากเราอยู่ดี ปรับขึ้นราคาเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเลยค่ะ…คุณเคล….เราจะช่วยใครให้หายหิว เราต้องมั่นใจว่าเรากินอิ่มก่อน…ใช่ไหมคะคุณเคล”

ชายวัยกลางคนยิ้ม ๆ “ใช่ครับคุณหนู”

นีรุณเดินออกจากโรงยาสารพันโรค สายตาของเธอครุ่นคิดไปเรื่อย ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ถ้าเราขึ้นราคาสินค้า แล้วยังสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกได้อีก….กำไรของเราจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไรกันนะ”

นีรุณยืนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อคิดถึงผลกำไรที่พวกเธออาจจะทำได้ ดังนั้นแทนที่พวกเธอจะตรงกลับคฤหาสน์ตระกูลเกเลน เธอจึงเลือกที่จะดึงมามูมายังตลาดสมุนไพร

ดวงดาวตารัคของพวกเธอเป็นดวงดาวที่มีแหล่งทรัพยากรดินชั้นเลิศ แต่ในทางตรงกันข้ามพวกเรานั้นกลับขาดแคลนสิ่งอื่น ๆ โดยเฉพาะน้ำที่จำมีความเป็นในการทำเกษตรกรรม ตารัคจึงต้องพึ่งพาสินค้าจากดาวดวงอื่น ๆ ซึ่งราคานั้นมักจะแกว่งมากจนวางแผนล่วงหน้าไม่ได้

หญิงสาวทั้งสองเดินมาหยุดหน้าแผงขายสมุนไพรตากแห้งที่ชาวไซทอบเพศชายชาวโทรลล์ เขามีร่างใหญ่โตปกคลุมด้วยขนหยาบทั่วลำตัว เป็นเจ้าของร้าน

“พี่จ้า ราคาบอระเพ็ดตากแห้งกองนี้เท่าไรคะ?” นีรุณแกล้งเดินเข้ามาถาม

“ผมคิด 1 กิโลกรัมบอระเพ็ด ราคา 1 บาททองคำครับคุณลูกค้า” พ่อค้าไซทอบตอบอย่างนอบน้อม

“ราคาแพงมากเลยค่ะคุณหนู” มามูแอบกระซิบเสียงต่ำด้วยความตกใจ

นีรุณพยักหน้าเบา ๆ เหมือนจะเห็นด้วยก่อนจะหันไปแสดงท่าทางตื่นตกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นท่าทางน่าสงสาร “พี่ชาย…พอจะบอกได้ไหมคะ ทำไมราคาถึงขึ้นมาขนาดนี้?”

“นี่…นี่เป็นทหารตารัคมาหาข้อมูลจากผมหรือเปล่าครับ?” เขาถามอย่างตื่นตระหนก มือที่ถือสมุนไพรเริ่มสั่นเล็กน้อย “ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรนะครับ ผมเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นนะครับ”

นีรุณส่ายหน้าทันควัน “ไม่ใช่ค่ะพี่…ไม่ใช่ค่ะ…พอดีพ่อของเพื่อนหนูป่วยหนักนะคะ” เธอชี้มาที่มามู

ตัวมามูที่ถูกกล่าวอ้าง ยืนทำหน้าฉงน เธอยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกจนทำให้นีรุณต้องขยิบตาแทบหลุดกว่ามามูจะแสดงท่าทีเข้าใจ “ใช่ค่ะคุณพี่…ช่วงนี้คุณพ่อมีความจำเป็นต้องใช้ยา จำนวนเยอะมากค่ะ” มามูรีบเสริมตามที่นีรุณบอกด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ

“โรคของคุณลุงต้องมียาค่อยประคับประคองอาการตลอด ถ้าวันไหนไม่มียา วันนั้นคุณลุงจะทรุดทันที…” นีรุณรีบเสริมขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยมามูที่แสดงละครได้ไม่ค่อยได้เรื่องให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น

แล้วจู่ ๆ นีรุณก็หยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเธอจะเริ่มสะอึกสะอื้นเสียงดังอย่างจงใจ เธอใช้มือปาดน้ำตาเพื่อสร้างภาพของการร้องไห้ให้สมจริงที่สุด

ทว่า….เธอขยี้ตาไปสักพักชักก็เริ่มเกิดอาการแสบขึ้นมาจริง ๆ น้ำตาจริงเริ่มไหลลงมาอย่างไม่ต้องแสร้งทำ

“คุณลุง…คุณลุง!” คราวนี้เสียงสะอื้นของนีรุณร้องไห้อย่างสมจริงจนมามูตกใจ “พวกเรากำลังคิดกันว่าจะไปขายแรงงาน หาเงินมาซื้อยารักษาคุณลุง…หือ ๆ ๆ ๆ”

นีรุณเริ่มรู้สึกว่าเธอแสบตามากขึ้น เธอหันหลังแล้วแสร้งส่งสัญญาณให้มามู “เนอะ เจ็บเนอะมามู…”

มามูที่เข้าใจว่าคุณหนูของเธอกำลังแสดงละคร จึงพยายามกลั้นหัวเราะการแสดงที่สมจริงนั้น “เออ…อืม…ใช่ค่ะ…คุณพ่อท่านเจ็บมาก”

นีรุณกลอกตาไปมา แต่ยิ่งเธอพยายามเคลื่อนไหวดวงตามากขึ้นเท่าไร ดวงตาของเธอก็จะยิ่งรู้สึกแสบมากขึ้น เมื่อสัมผัสเปลือกตาเบา ๆ จะรู้สึกว่าดวงตาทั้งสองของเธอตอนนี้น่าจะบวมแดงปูดขึ้นมา น้ำตาไหลลงมาเปรอะข้างสองแก้มทันทีด้วยความเจ็บ “พวกหนูน่าสงสารมากเลยค่ะ พ่อหนูก็ป่วยหนักอยู่แล้ว ถ้าคุณลุงยังทรุดไปอีกคน พวกหนูก็อาจจะต้องออกไปขายแรงงานทำงานหนักแล้วค่ะ…”

นีรุณทนแสบไม่ไหวแล้ว เธอกุมมือมามูขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ สัมผัสแผ่วเบา มองมามูด้วยดวงตาบวมแดงปิดที่ปิดตาของเธอจนแทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว

มามูที่กำลังคิดว่าเจ้านายส่งสัญญาณให้เธอเล่นละครต่อ เธอแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ตอบตามบทบาทที่คิดว่าเจ้านายต้องการให้เธอเล่นต่อ “ไม่น่าเลย พี่ไม่น่าลากน้องให้ต้องมาลำบากไปด้วยเลย”

ในขณะที่สองสาวกำลังแสดงละครฉากหญิงสาวผู้น่าสงสาร พ่อค้าไซทอบเห็นน้ำตาของเธอแล้วก็เริ่มรู้สึกสงสาร ดวงตาสีเขียวของเขาสลดลงและน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามกันนะครับ คิดให้ดีกันก่อน”

แม้นีรุณจะรู้สึกแสบรอบดวงตา แต่เมื่อเหยื่อเริ่มติดกับดัก รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ เผยออก “พวกหนูคิดกันมาหลายรอบแล้วค่ะพี่ หรือว่าคุณพี่พอจะมีวิธีช่วยพวกหนูได้บ้าง?”

พ่อค้าไซทอบแสดงท่าทีลังเล เขามองร่างบางทั้งสองอย่างชั่งใจอยู่นานก่อนจะเสนอข้อเสนอบางอย่าง “ถ้าใช้ปริมาณเยอะ ๆ พวกคุณลองไปรับต้นสมุนไพรสดมาทำแห้งกันเองไหมครับ? น่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก”

“จริงเหรอคะ? ถ้าพี่ช่วยบอกแหล่งขายส่งต้นสมุนไพรสดให้พวกหนูได้ไหมคะ?” นีรุณพยายามกดน้ำเสียงตื่นเต้นลงและเพิ่มเสียงสะอื้นให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ดูน่าสงสาร

“ผมเองก็รับมาต่อจากพ่อค้าคนกลางอีกทีนะครับ” พ่อค้าไซทอบทำท่าทางไม่มั่นใจ

นีรุณปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วแล้วถามกลับอย่างไว “รับมากจากใครหรือคะ?”

เมื่อโดนจู่โจมพ่อค้าสมุนไพรก็ตอบกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว “เออ เขาเป็นชาวเผ่าเอนโดไซด์ครับ”

นีรุณพยักหน้าแล้วรีบสวนกลับอีกครั้ง “เราจะพบเขาได้ที่ไหนคะ?”

“ในตลาดมืดครับ” เขาตอบออกไปอย่างไม่ทันคิด

นีรุณค่อย ๆ เผยยิ้มหวานอย่างพอใจ เธอเอ่ยทิ้งท้าย “ขอบคุณมากเลยนะคะ” แล้วเดินจากออกมา ปล่อยให้ผู้ที่โดนซักถามยืนทำท่าทางงงงวยอยู่ที่เดิม

*****************************************************

“คุณหนูแสดงละครเก่งมากเลยนะคะ ขนาดมามูรู้จักคุณหนูมาแต่เล็กยังหลงเชื่อ หลงสงสารคุณหนูเลยนะคะ” มามูเอ่ยตามหลังอย่างชื่นชมและจริงใจ

นีรุณแทบจะหัวเราะทั้งน้ำตา ไม่รู้จะขอบคุณในคำชมหรือสงสารตัวเองดีกว่ากัน เธอพยายามเบิ่งดวงตาบวมแดงจนแทบจะมองไม่เห็นมองมามู “ไม่ได้แกล้งมามู ฉันแสบตาจริง ๆ คิดว่าน่าจะแพ้เกสรต้นบอระเพ็ด อาจจะเผลอไปแตะบอระเพ็ดเมื่อกี้แล้วดันเอามือไปขยี้ตา…ฮือออ แสบตาเลย”

มามูหันมามองดวงตาที่เคยหวานหยดย้อยคู่นั้นด้วยท่าทีตกใจและเป็นกังวล “ทำไมคุณหนูไม่บอกมามูล่ะคะ?...ทิ้งไว้นานจนมันบวมไปหมดแล้ว”

นีรุณยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้าง ร้องไห้เพราะความรู้สึกแสบไปทั่วรอบดวงตา “มันแสบมากจริง ๆ มามู เหมือนมีไฟเผาอยู่ในตาเลย” มามูรีบวิ่งไปหายาบรรเทาความแสบมาให้เจ้านายสาว

*****************************************************

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองสาวลืมคนสำคัญในค่ำคืนนี้ไปอีกหนึ่งคน

“คุณนีรุณ กลับมาแล้วหรือคะ?” เสียงแหบแห้งของหญิงชราเอ่ยทักขึ้นเบา ๆ

หญิงสาวทั้งสองเงยหน้าก็พบกับสายตาชราวัยของแทรา นีรุณถอยหลังกรูไปด้านหลังชิดติดกำแพง พยายามทำตัวเล็กแล้วดันมามูให้มายืนอยู่เบื้องหน้า

“ท่านแทราเหงาหรือ?” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยอย่างเบา ๆ ก่อนจะโผล่หน้ามาดูหญิงชราที่มองจ้องกลับมาด้วยท่าทางจริงจัง

นีรุณยิ้มเจื่อน ๆ พูดพึมพำเบา ๆ “ตายละ…ไม่ขำแฮะ?”

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
ลู่ฉางกังย้อนเวลาสู่มิติโบราณในร่างเด็กสิบขวบเพื่อแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดใน สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ นิยาย fantasy แนว adventure ที่เน้นการเอาตัวรอดและสร้างความเจริญให้ครอบครัว ท่ามกลางอุปสรรคและการต่อสู้สุดระทึก อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่กับ fiction fantasy novels เรื่องเยี่ยมยอด
เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน หลี่อันหนิงย้อนเวลามาแก้ไขโชคชะตาหลังถูกครอบครัวทอดทิ้งในวัยเด็ก นางต้องใช้พลังวิเศษปกป้องน้องสาวและตามหาน้องชายที่พลัดพราก พร้อมวางแผนแก้แค้นท่ามกลางอุปสรรคในนิยาย fantasy adventure เรื่องนี้ พบกับความตื่นเต้นใน fiction fantasy novels ที่น่าติดตาม
ชายาเสน่ห
ชายาเสน่ห
ยอดบุรุษผู้มีเกียรติยศสูงสุดต้องพลัดหลงมายังโลกใบใหม่ ในร่างของชายหนุ่มที่ถูกใส่ร้ายจนตกเป็นเป้าแห่งความเกลียดชัง เขาต้องงัดสติปัญญาและไหวพริบทั้งหมดออกมาใช้ เพื่อล้างมลทินและทวงคืนศักดิ์ศรี ท่ามกลางแผนการร้ายที่ถาโถม หากล้มเหลว เขาต้องจมอยู่กับความอัปยศที่ไม่ได้ก่อและสูญสิ้นทุกสิ่งตลอดกาล
ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
เสวียชิงอินหลุดมาเป็นตัวประกอบที่ต้องตายอนาถ เพื่อหนีชะตากรรมนางจึงแต่งกับอ๋องเสวียนผู้โหดเหี้ยมที่ลิขิตให้ตายในสงคราม หวังเพียงเป็นแม่หม้ายเศรษฐีนี ทว่าแผนพลิกผันเมื่ออ๋องเย็นชากลับกลายเป็นสามีคลั่งรัก ท่ามกลางเกมการเมืองอันตราย ทั้งคู่ต้องจับมือกันพลิกโศกนาฏกรรมสู่ความรักอันทรงอำนาจ
จิ้งจอกเก้าหาง
จิ้งจอกเก้าหาง
นางพญาจิ้งจอกเก้าหางมุ่งใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารผู้โหดเหี้ยมให้ตกหลุมรักเพื่อยุติสงครามสองดินแดน ทว่าเป้าหมายกลับเป็นบุรุษที่แสนเย็นชาและไร้ความปรานี เดิมพันครั้งนี้มีสันติภาพของทุกชีวิตเป็นประกัน หากนางพลาดพลั้งอาจต้องสูญเสียทั้งศักดิ์ศรีและกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อหัวใจของตนเอง

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

สายใยที่ขาดสะบั้น
สายใยที่ขาดสะบั้น
อวี๋เจิงและฟู่อวิ๋นโจวแต่งงานกันมา 5 ปี ความรักมั่นคงลึกซึ้ง แต่ในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 เธอกลับบังเอิญพบว่าสามีมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับศิษย์น้องของเขา ฟู่อวิ๋นโจวยังจัดเวทีงิ้วให้ศิษย์น้องขึ้นแสดง และให้เธอสวมชุดงิ้ว ซึ่งเป็นที่คุณยายของอวี๋เจิงทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต จนได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามจากผู้ชม อวี๋เจิงโกรธจัด เข้าไปถามความจริง แต่สามีกลับพูดเข้าข้างคนนอกทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เธอตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่อาจรักษาไว้ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจถอนการลงทุนจากบริษัทของสามี และประกาศขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัทนั้น พร้อมทั้งจองตั๋วเครื่องบินไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อสานต่อเส้นทางงิ้วหลวงที่เธอเคยละทิ้งไปเมื่อ 5 ปีก่อน และหายไปจากโลกของฟู่อวิ๋นโจวอย่างสิ้นเชิง
[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
วันสิ้นโลกมาเยือนอย่างกะทันหัน โลกพังทลายกลายเป็นนรกของฝูงซอมบี้คนงานท่าเรืออย่างเฉินโม่และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ชื่อหม่าเปียวและซูซูได้ติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตันชื่อ “หย่วนหยางฮ่าว” ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ และเพื่อเอาชีวิตรอดจึงได้เปิด “สุ่มกล่องปริศนา” จากตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
ระบบขอพร ปั้นรักในวังหลวง
นักแสดงตัวประกอบชุ่ยอวี้หว่าน ในคืนที่ได้รางวัลนักแสดงนำหญิง กลับทะลุมิติไปเป็นชุ่ยเหม่ยเหริน บุตรสาวขุนนางต้องโทษในวังหลังแคว้นถัง หน้าตาธรรมดาและยังผูกกับ “ระบบขอพร” เพื่อเอาตัวรอดและแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ เธอใช้ระบบทำให้สวยขึ้น แต่เพราะใจร้อนจึงกิน “ยาวิเศษเพิ่มความงาม” จนงดงามล่มเมือง และได้พบฮ่องเต้ซ่งหลินโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองถูกคอกัน แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมด เธอกลับหน้าตาธรรมดา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำซ้อน
หลังออกจากบ้าน ฉันพาลูกสาวพลิกชีวิตใหม่
หลังออกจากบ้าน ฉันพาลูกสาวพลิกชีวิตใหม่
ฉินเจียงหนานเกิดในครอบครัวชนบทที่ให้ค่าลูกชายมากกว่าลูกสาว ตั้งแต่อายุสิบแปดเธอก็ตกหลุมรักหลี่อวี้เฉิง หนุ่มปัญญาชนจากเมือง หลังคลอดลูกสาว เธอตามสามีเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง แต่กลับถูกตระกูลหลี่ดูถูกเหยียดหยามสารพัด ถึงขั้นใส่ร้ายว่าลูกสาวของเธอขโมยของ เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉินเจียงหนานจึงพาลูกหนีออกจากบ้าน และได้พบกับผู้การจ้าวหนิงเซิง ทหารผ่านศึกที่พิการ เมื่อถูกตระกูลหลี่ตามรังควาน จ้าวหนิงเซิงยืนหยัดปกป้องแม่ลูกไว้เต็มกำลัง ด้วยแรงสนับสนุนจากเขา ฉินเจียงหนานตั้งใจเรียนหนังสือ ใช้พรสวรรค์ด้านการตัดเย็บก่อตั้งโรงงานทอผ้า ส่วนขาของเขาเองก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวด้วยการดูแลอย่างทุ่มเทของเธอ จากหญิงที่เคยถูกทอดทิ้ง กลายเป็นผู้จัดการฉินเจ้าของโรงงานหญิงผู้มั่นคง เธอใช้ความเข้มแข็งเขียนชะตาชีวิตใหม่ และกับจ้าวหนิงเซิง ทั้งคู่เปลี่ยนจากการช่วยเหลือกัน จนกลายเป็นความรัก ร่วมสร้างชีวิตใหม่ไปด้วยกัน
ฉันคือสุดที่รักของท่านประธาน
ฉันคือสุดที่รักของท่านประธาน
เดิมทีกู้ม่านเซิงเป็นคุณหนูตระกูลกู้ที่ร่ำรวยแห่งเมืองหลวง แต่ครอบครัวแสนสุขของเธอกับต้องประสบการเปลี่ยนแปลงเมื่อเธออายุครบ 8 ขวบ จากนั้นมากู้ม่านเซิงก็มีชีวิตราวกับตกนรกทั้งเป็น
รักวุ่นๆ ของประธานสายเปย์
รักวุ่นๆ ของประธานสายเปย์
หลินอันหราน นักแสดงโนเนมที่แต่งงานกับเซียวอวิ่นเฉิน ประธานเซียวซื่อกรุ๊ปตามคำปรารถนาของคุณปู่เมื่อ 8 ปีก่อน แต่กลับตั้งท้องและขอหย่า ผ่านไป 6 ปี ตระกูลเซียวรู้โดยบังเอิญว่าหลินหนวนหน่วน ลูกสาวของหลินอันหรานคือลูกของเซียวอวิ่นเฉิน จึงได้ตามหาทั่วเมือง ในขณะเดียวกัน หลินอันหรานถูกกลั่นแกล้งในกองถ่าย และลูกสาวเธอถูกขังในกล่องอุปกรณ์ เซียวอวิ่นเฉินช่วยได้ไว้พอดี แต่น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่านั่นคือลูกสาวของตัวเอง ในงานเลี้ยง คุณนายเซียวจะประกาศสถานะของหลินหนวนหน่วน กลับพบว่าหลินอันหรานคืออดีตภรรยาของลูกชายตัวเอง หลังจากความจริงปรากฏ เซียวอวิ่นเฉินได้สารภาพรักต่อหน้าทุกคน ทั้งสองกลับมาแต่งงานกันใหม่และมีลูกแฝดชายหญิง และสมหวังในเรื่องความรักและหน้าที่การงาน