Logo
วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+

วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+

71 ตอน
จบแล้ว
วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+ เรื่องราวของโจวเจ้าเว่ย องค์หญิงเผ่าบุปผาผู้ต้องคำสาปร้ายห้ามมีความรัก เธอต้องออกเดินทางข้ามมิติในสไตล์ adventure เพื่อหาวิธีแก้คำสาปก่อนจะถึงแก่ความตาย ท่ามกลางความปรารถนาอันเร่าร้อนกับฮ่องเต้ฝูจื่อหรงที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจ อ่านนิยาย fantasy romance สนุกๆ ได้ที่นี่
ตอนที่ 1 จาก วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+

ขลุ่ยเพรียกบุปผาเป็นของล้ำค่าของเผ่าบุปผาซึ่งเป็นลูกหลานของเผ่าสวรรค์ตั้งแต่ครั้งอดีต ขลุ่ยนี้สามารถควบคุมกองทัพผึ้งพิษดึกดำบรรพ์ให้เชื่อฟังคำสั่งจึงเป็นของวิเศษที่คนในใต้หล้าต่างค้นหาเพื่อครอบครอง

ว่ากันว่าขลุ่ยเพรียกบุปผาได้หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเป็นเวลาถึงสิบแปดปีแล้วตั้งแต่ครั้งศึกชิงบัลลังก์ของแคว้นเหลียงจนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดตามหาพบ จนหลายคนคิดว่าขลุ่ยนี้ได้กลับสู่สรวงสวรรค์ไปแล้ว

โจวเจ้าเว่ยร่ายคาถาฉับพลันขลุ่ยเพรียกบุปผาในมือก็อันตรธานหายไป หญิงสาวมองไปยังพี่ชายแล้วหัวเราะเสียงดัง โจวเจี๋ยหลุนเดินขึ้นมาจากลำธารเสื้อผ้าเปียกปอน โจวเจี๋ยหลุนถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดออกจากตัว ก่อนจะบิดเสื้อแล้วสะบัดแรง ๆ หลายครั้งแล้วพับอย่างเรียบร้อยเก็บไว้ในกระเป๋าเป้กันน้ำสัมภาระที่เขาใช้เดินทางเป็นประจำ

การเดินทางย้อนเวลามาแคว้นเหลียงและกลับไปยังเวลาปัจจุบันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกสามเดือนแต่พวกเขาทั้งคู่ไม่อาจคาดเดาวันที่ชัดเจนได้ เมื่อถึงวันนั้นขลุ่ยจะปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของโจวเจ้าเว่ยและเธอจะเป่าบทเพลงข้ามกาลเวลาโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าโจวเจี๋ยหลุนจะอยู่ที่ใดก็ตามเขาจะได้ยินเสียงขลุ่ยดังก้องในหูต้องแอบหลบผู้คนและย้อนเวลากลับมากับน้องสาวด้วยทุกครั้ง ครานี้ก็เช่นกัน

"เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลยเจี๋ยหลุน" น้องสาวยังหัวเราะไม่หยุด

"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่"

พี่ชายส่ายหน้าให้กับอาการไม่เชื่อฟังของน้องสาวตัวน้อย

"เกิดห่างกันไม่กี่นาทีจะเรียกพี่ทำไม อีกอย่างทำแบบนี้จะได้คอยกันสาวๆพวกนั้นไม่ให้เข้าใกล้เจี๋ยหลุนไงล่ะ เห็นแล้วรำคาญลูกกะตาชะมัด" โจวเจ้าเว่ยเดินเข้าไปเกาะแขนพี่ชายอย่างออดอ้อน เธอยีผมยาวของพี่ชายแล้วช่วยเซตให้เข้าที่

"พอแล้ว"

โจวเจี๋ยหลุนปัดมือน้องสาวออก เขาไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัว แต่ก็ยอมปล่อยให้โจวเจ้าเว่ยที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของร่างกายเขาอีกคนแตะต้องเขาได้โดยง่าย

"ที่นี่คือที่ไหนเหรอ ไม่คุ้นตาเลย" โจวเจ้าเว่ยมองไปรอบ ๆ บริเวณ แถวนี้ดูไม่คุ้นตา

"นั่นสิ ปกติเราไม่โผล่ที่วัง ก็ต้องไปโผล่ที่จวนนี่นา"

โจวเจี๋ยหลุนจับมือน้องสาวแน่น มองรอบข้างอย่างระวัง เมื่อมองไปโดยรอบเขาก็รู้สึกคุ้นเคยที่แห่งนี้ เขาลากน้องสาวให้เดินตาม แล้วจับข้อมือของเธอพากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

เมื่อมาอยู่บนที่โจวสูงเจี๋ยหลุนมองเห็นรอบบริเวณได้ชัดเจนขึ้น โจวเจี๋ยหลุนเอากล้องส่องทางไกลออกมาจากกระเป๋าแล้วบอกน้องสาวเบา ๆ

“เราอยู่ใกล้กับสำนักคุณหลุน นี่ก็ใกล้มืดแล้วเราคืนนี้เราต้องไปค้างที่นั่น เว่ยเว่ยต้องปลอมกายหน่อย สำนักคุณหลุนมีกฎห้ามสตรีเข้าไปภายใน”

“อ้อโรงเรียนของตัวเองน่ะเหรอ แค่แต่งตัวเป็นผู้ชายก็เข้าไปได้แล้วเหรอ มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ” โจวเจ้าเว่ยส่ายหน้าทำท่าครุ่นคิด

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นพี่จะใช้วิชาพรางกายไม่ให้ใครรู้ว่าน้องเป็นผู้หญิง ทุกคนจะเห็นน้องเป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่ง แถวนี้มีสัตว์เวทย์ที่สำนักร่ายไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากพวกปีศาจในตอนกลางคืน แต่สัตว์เวทย์นี้ดุร้ายแม้แต่คนแปลกหน้าที่ไม่ใช่ศิษย์สำนักก็ไม่แน่ว่าพวกมันอาจทำร้าย ดังนั้นคืนนี้เราจะอยู่นอกสำนักไม่ได้ พรุ่งนี้ค่อยพี่จะขอยืมม้าเร็วจากอาจารย์เพื่อเดินทางกลับ”

“ปีศาจเหรอ”

“ใช่น้องอาจไม่รู้หลายปีมานี้มีสำนักมารเกิดขึ้นมากมาย จึงมีพวกเรียนวิชานอกรีตที่ต้องการครองใต้หล้าพยายามสร้างกองทัพภูติผีบ้างสำเร็จ บ้างปล่อยออกมาเร่ร่อนดังนั้นอยู่นอกวังและหมู่บ้านย่อมไม่ปลอดภัย”

“ทำไมเค้าไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้”

“ในวังและในหมู่บ้านล้วนถูกปกป้องด้วยอาคมเวทย์ขับไล่ปีศาจเว่ยเว่ยเลยไม่เคยพบยังไงล่ะ แต่ออกห่างหมู่บ้านเพียงห้าสิบลี้พลังเวทย์ไม่อาจคุ้มครองดังนั้นจึงมีปีศาจปะปนอยู่ไปทั่ว”

“น่ากลัวจัง”

“เช่นนั้นเราต้องรีบแล้ว”

กล่าวจบโจวเจี๋ยหลุนก็ดึงร่างน้องสาวกระโดดลงจากต้นไม้ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบบุรุษที่อยู่ในกระเป๋าเป้ที่พกติดตัวเป็นประจำออกมา เขายิ้มแล้วส่งเสื้อผ้าให้น้องสาว

สำนักคุณหลุนนับเป็นสำนักสำหรับร่ำเรียนวิชาปราบภูตผีและฝึกวิทยายุทธอันดับหนึ่งในยุทธภพ อีกทั้งยังสอนหลักธรรมเกี่ยวกับการปกครอง การวางแผนกลยุทธ์ และการครองตนให้ทรงคุณธรรมอันเลื่องชื่อ

ในเดือนอีเย่ว์หรือเดือนมกราคมจะมีการคัดเลือกเด็กชายอายุไม่เกินแปดขวบไม่สนฐานะว่าคนผู้นั้นจะร่ำรวยหรือยากจน ขอเพียงแต่มีความสามารถสอบผ่านได้ข้อสอบของสำนักที่มีทั้งด้านบุ๋นและบู๊ได้ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนแม้แต่อีแปะ

แต่กระนั้นทุกคนที่จบจากสำนักล้วนกลับมาตอบแทนให้ในจำนวนเงินมหาศาล เนื่องจากค่าตอบแทนที่เหล่าศิษย์มอบให้มีจำนวนมหาศาลและสำนักคุณหลุนหาได้ใช้เงินทองฟุ่มเฟือยแต่ประการใด บัดนี้จึงกลายเป็นสำนักที่ร่ำรวยที่สุดก็ว่าได้

ผู้สำเร็จจากสำนักนี้ล้วนเป็นคนเก่งในยุทธภพจิตใจมีคุณธรรมและสง่างามแม้จะเคยยากจนเพียงใดหากเข้ามาเรียนที่สำนักคุณหลุนแล้วล่ะก็ล้วนสามารถสร้างฐานะได้อย่างรวดเร็วเพราะความสามารถของศิษย์สำนักคุณหลุนนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าหาสำนักใดเทียบเท่า

นั่นเป็นเพราะว่าสำนักคุณหลุนเป็นสำนักที่สืบทอดมาจากอาจารย์ผู้ก่อตั้งคือเซียนเจี่ยนจือผู้ได้รับหน้าที่ลงมาปราบมารจากสรวงสวรรค์แม้ว่าบัดนี้เขาได้ปล่อยสำนักให้คนรุ่นหลังดูแลสืบทอดส่วนตนเองนั้นกลับสู่สรวงสวรรค์ด้วยหมดหน้าที่แล้วก็มีลูกศิษย์ที่เขาตั้งให้เป็นเจ้าสำนักผู้เก่งกาจและทรงคุณธรรมดูแลสืบต่อกันมาหลายร้อยปี

ด้วยเพราะเป็นสำนักเซียนที่สืบทอดมาจากเซียนสายตรง สำนักแห่งนี้จึงมีกฎเข้มงวดเป็นพันข้อและเหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกปี อาจารย์ที่สอนในสำนักล้วนเป็นศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเข้มงวดและความเก่งกาจ แม้แต่โจวเจ๋อฮั่นผู้ได้รับการจารึกชื่อในยุทธภพว่าเก่งกาจที่สุดในใต้หล้าซึ่งเป็นบิดาของคู่แฝดโจวเจี๋ยหลุนและโจวเจ้าเว่ยก็เคยเรียนที่นี่เมื่อครั้นเยาว์วัย

ถึงจะกล่าวว่าสำนักคุณหลุนไม่สนฐานะรับศิษย์ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหน แต่ในความเป็นจริงแล้วคนมีความสามารถที่ผ่านการคัดเลือกก็ล้วนแต่เป็นลูกเศรษฐีหรือไม่ก็เหล่าเชื้อพระวงศ์ บุตรของเสนาอำมาตย์ที่ผ่านการฝึกฝนในทุกๆด้านมาตั้งแต่เด็กจนเชี่ยวชาญเกินปัญญาที่เด็กชาวบ้านทั่วไปจะเข้ามาร่ำเรียนได้

โจวเจี๋ยหลุนก็เป็นหนึ่งในศิษย์เอกของสำนักแห่งนี้ เรื่องที่เขาต้องเดินทางไปมาระหว่างสองโลกเจ้าสำนักผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี โจวเจี๋ยหลุนร่ำเรียนในสำนักครบแปดปีก็สำเร็จทุกวิชาทั้งที่คนปกติใช้เวลาถึงสิบปีกว่าปี บางคนเรียนตลอดชีวิตจนแก่เฒ่าจนต้องถูกขับออกจากสำนักก็มีเยอะ

พวกเขาเหล่านั้นตอนอยู่ในสำนักนับเป็นประเภทที่สอบตกซ้ำชั้นแต่พอออกนอกสำนักก็ถือว่าเป็นผู้เก่งกาจฝีมือดีผู้หนึ่ง จึงมีหลายคนทะนงตนไปตั้งสำนักของตนเองรับศิษย์เข้ามาฝึกเพื่อแสวงหาเงินทอง

แม้จะไม่จบจากสำนักแถมยังมีพวกที่ถูกขับไล่เพราะทำผิดกฎจนยากเยียวยา แต่ด้วยความที่สำนักคุณหลุนไม่ได้ใส่ใจเรื่องภายนอกจึงไม่มีผู้ใดติดตามศิษย์นอกคอกเหล่านี้จึงเป็นช่องว่างให้พวกเขายังใช้ชื่อสำนักคุณหลุนรับศิษย์ของตนเอง และกอบโกยเงินทองจากผู้หลงเชื่อมากมาย

ผู้คนที่ยอมทุ่มเงินเพื่อเข้าสำนักปลอมเหล่านั้นล้วนมีทั้งพ่อค้าขุนนางที่ร่ำรวยเมื่อบุตรของตนเองไม่สามารถสอบเข้าสำนักคุณหลุนได้แต่ยังมีจิตใจที่จะให้บุตรของตนได้ร่ำเรียนแม้จะเป็นเพียงเรียนจากศิษย์ของสำนักก็ดีจึงทำให้ยอมเสียเงินทองให้บุตรของตนเองเข้าเรียนอย่างไม่มีข้อแม้

ดังนั้นภายนอกจึงมีสำนักที่เป็นศิษย์ของศิษย์ของศิษย์อีกที่เกิดขึ้นมากมาย ขอเพียงรู้เคล็ดวิชาเล็กน้อยก็หลอกเงินเศรษฐีหน้าโง่ได้โดยไม่มีใครมากำหราบ

สองพี่น้องเดินทางไม่นานก็มาหยุดที่สำนักคุณหลุน โจวเจี๋ยหลุน แจ้งแก่คนเฝ้าประตูว่าเขาจะขอพักแรมที่นี่สักคืน แม้ว่าเขาจะออกจากสำนักมาหลายปีแล้วแต่ศิษย์น้องผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูก็ยังจดจำศิษย์พี่โจวเจี๋ยหลุนผู้เป็นศิษย์เอกของสำนักผู้นี้ได้ เขาและโจวเจ้าเว่ยจึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

“เชิญศิษย์พี่และคุณชายขอรับ”

คนเฝ้าประตูในอาภรณ์สีขาวลายกิเลนเหินที่ถูกปักไว้อย่างประณีตอันเป็นสัญลักษณ์ของสำนักคุณหลุนค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม

“ขอบใจเจ้ามาก” โจวเจี๋ยหลุนพยักหน้าแล้วหันมาเอ่ยกับโจวเจ้าเว่ย

“เข้าไปข้างในกัน”

โจวเจ้าเว่ยยิ้มรับ กระโดดเกาะแขนโจวเจี๋ยหลุนแล้วเดินตามเขาแจ ก่อนจะหันหลังมายิ้มให้ศิษย์น้องของพี่ชายเป็นการขอบคุณ ระหว่างทางมาที่นี่โจวเจี๋ยหลุนกำชับเธอนักหนาว่าห้ามซุกซนเนื่องจากสำนักมีกฎมากมาย โจวเจ้าเว่ยจึงต้องระวังให้มาก

พลันบุรุษผู้นั้นก็เผลอจับจ้องใบหน้างดงามจิ้มลิ้มเหมือนสตรีของน้องชายศิษย์พี่โจวอย่างชื่นชม ริมฝีปากแดงเรื่อ ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาดุจหยกเนื้อดี ดวงตากระจ่างใสดุจดารา รูปร่างบอบบาง เพราะที่นี่เป็นสำนักชายล้วนเขาจึงเคยเห็นบุรุษที่อ้อนแอ้นเช่นนี้มามากแต่ไม่มีผู้ใดที่ดูงดงามยิ่งกว่าสตรีเหมือนบุรุษผู้นี้ สายตาของเขาจับจ้องที่เรือนร่างอรชรของโจวเจ้าเว่ยจนลับตา

“ช่างเป็นวาสนาของเราที่ได้พบศิษย์พี่ซึ่งถือเป็นกิเลนคู่สำนักอันเลื่องชื่อ วันนี้ยังได้พบคุณชายผู้งดงามที่สุดอีกคน” บุรุษอีกคนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น

สองบุรุษผู้เฝ้าสำนักเก็บความปลื้มปิติและชื่นชมไว้ภายในใจ ตั้งใจยืนหลังตรงผึ่งผายปฏิบัติหน้าที่เฝ้าประตูที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจต่อไป

“เจี๋ยหลุนตอนตัวอยู่ที่นี่นอนตรงไหนเหรอ เค้าอยากไปดูบ้านพักของตัว”

“หอนอนพักรวมกับศิษย์คนอื่น” โจวเจี๋ยหลุนตอบเบา ๆ

“อ้อเหมือนโรงเรียนประจำสินะ แล้วเค้าเข้าไปดูได้มั๊ย” โจวเจ้าเว่ยเอ่ยเสียงเบาเช่นกัน

“ไม่ได้”

“ทำไมล่ะ”

“มีศิษย์น้องที่เข้ามาภายหลังใช้ไปแล้ว”

“ว๊าเสียดายจัง” โจวเจ้าเว่ยทำหน้ามุ่ยอุตส่าห์เข้ามาภายในได้แท้ๆ กลับไม่ได้เห็นหอนอนของพี่ชาย

“อย่าได้ส่งเสียงดังไป พูดจาต้องระมัดระวังเพราะอาจมีคนกำลังฝึกจิตบำเพ็ญเพียรเราอาจไปล่วงเกินเขาได้”

โจวเจี๋ยหลุนยกมือปิดปากน้องสาวแล้วเอ่ยเสียงเบา เขาย้ำกับเธอเป็นร้อยรอบว่าห้ามส่งเสียงดังก่อนหน้าก็เหมือนจะเข้าใจดี แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จดจำใส่ใจเอาเสียเลย

“แล้วกฎสำนักนี่ตัวจำได้หมดทุกข้อหรือเปล่า” คราวนี้เธอกระซิบเสียงเบา

“กฎของสำนักไม่ต้องท่องแต่เป็นการฝึกตนให้เป็นนิสัยจนจำได้ขึ้นใจ” เขากล่าวเรียบๆ

“มิน่าล่ะ ตัวถึงได้กลายเป็นคนประหลาดแบบนี้”

“สถานที่ทุกที่หากต้องการให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยทุกคนย่อมต้องรักษากฎที่นี่ก็เช่นกัน” โจวเจี๋ยหลุ่นเอ่ยเสียงเบา เขายังคงกิริยาดั่งเช่นสุภาพชนไว้ทุกกระเบียดนิ้วแม้จะพูดกับน้องสาวก็ตามที

โจวเจ้าเว่ยเบ้ปากแล้วพูดเสียงเบาไม่ต่างกัน

“น่าเบื่อชะมัด ภายในตกแต่งเรียบง่ายเหมือนวัดเลยไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจแม้แต่น้อย”

“ที่นี่เป็นโรงเรียนไม่ใช่โรงแรมหรือสวนสนุกเว่ยเว่ยจะมาคาดหวังอะไรล่ะ”

“นั่นสิ เค้ายังคิดว่าตัวเรียนจบแล้วจะทิ้งทางโลกไปปฏิบัติธรรมเสียอีก” หญิงสาวกล่าวค่อนแคะพี่ชาย

เขาได้แต่ยิ้มบางแล้วส่ายหน้า ก่อนก้าวเท้าอย่างสุขุมเดินตรงอย่างคุ้นเคยเข้าไปภายใน

โจวเจ้าเว่ยมองแผ่นหลังองอาจของพี่ชายแล้วครุ่นคิด ปกติพี่ชายเธอก็เงียบขรึมอยู่แล้วยิ่งมาเรียนที่สำนักคุณหลุนที่เคร่งเรื่องกฎเกณฑ์จึงทำให้เขากลายเป็นคนกว่าจะเอ่ยวาจาใดออกมาได้ก็ยากยิ่งนัก เขาเป็นพวกใช้สมองมากกว่าใช้ปาก ผิดกับเธอที่ชอบใช้ปากพูดไม่ทันคิด นิสัยทั้งคู่แตกต่างจนดูไม่ออกเลยว่าเป็นฝาแฝดที่เกิดห่างกันเพียงไม่กี่วินาที

“และกฎข้อห้ามสำคัญของที่นี่คือห้ามให้ผู้หญิงเข้ามา พี่พาเว่ยเว่ยเข้ามาครั้งนี้ถือว่าทำผิดกฎสำนัก หากยังเรียนอยู่ที่นี่ต้องถูกทำโทษสถานหนักดังนั้นทำตัวดีๆ อย่าวุ่นวาย” โจวเจี๋ยหลุนเอ่ยปากเตือนน้องสาวเสียงเบา

“ทำโทษยังไงเหรอเจี๋ยหลุน” หญิงสาวกระซิบถามเสียงเบาเช่นกัน

“นั่งคัดกฎทุกข้อหนึ่งพันรอบและคุกเข่าต่อหน้าแท่งศิลาสามวันโบยหนึ่งร้อยไม้” โจวเจี๋ยหลุนกล่าวราบเรียบ

“โหดร้ายตั้งพันรอบเมื่อไหร่จะเสร็จมีเยอะขนาดนั้น ยังมีโทษโบยอีกเป็นเค้าคงตายตั้งแต่ไม้แรกแล้ว” แค่คิดโจวเจ้าเว่ยก็น้ำตาคลอ แค่พาผู้หญิงเข้ามาถึงขนาดต้องโบยกันเลยเหรอ

“เพราะแบบนี้ถึงไม่เคยมีผู้ใดผิดกฎมาก่อนเลยยังไงล่ะ”

“แล้วคราวนี้ตัวจะโดนโบยหรือไม่”

“ไม่หรอก ขอเพียงน้องอยู่อย่างสงบไม่ก่อเรื่องก็ไม่มีเรื่องอันใดให้กังวล” เขาตอบอย่างมั่นใจ

“เราจะไปไหนกันอ่ะ” หญิงสาวถามต่อมองทางแยกสี่ทางด้านหน้าอย่างงงงวย

“ไปคารวะอาจารย์ที่อาศรม”

“อาจารย์ของตัวเป็นพระหรือ”

“ไม่ใช่พระ แต่ปลีกวิเวกเรือนของอาจารย์คืออาศรมไร้เสียง ดังนั้นพี่ขอร้องว่าน้องห้ามวุ่นวายและปิดปากให้เงียบ”

“อือ” โจวเจ้าเว่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ เหตุใดถึงดูวุ่นวายขนาดนี้ เข้ามาในนี้ไม่ถึงสิบนาทีเธอก็อึดอัดจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว

โจวเจ้าเว่ยจึงได้ปิดปากเงียบเชียบ เดินตามก้นพี่ชายด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าโจวเจี๋ยหลุนจะออกจากสำนักมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ยังคงเป็นที่จดจำในฐานะศิษย์ดีเด่นอันดับหนึ่งในของสำนัก ดังนั้นทุกย่างก้าวของเขาที่เดินผ่านศิษย์น้องแม้จะไม่เคยพบหน้าเขาก็ได้รับการคารวะอย่างนอบน้อม

นั่นเป็นเพราะทันทีที่เขามาถึงคนเฝ้าประตูก็กระจายข่าวให้ศิษย์น้องทราบจนทุกคนล้วนอยากมาพบตัวจริงของศิษย์พี่คนดังแห่งคุณหลุน ความฮอตของพี่ชายทำให้โจวเจ้าเว่ยรู้สึกน้ำตาไหลพราก แม้แต่ในโรงเรียนชายล้วนอย่างสำนักคุณหลุนโจวเจี๋ยหลุนก็ยังโดดเด่นกว่าผู้ใด

พี่ชายของเธอรูปโฉมงดงาม ผิวพรรณขาวผ่อง เดินตรงสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉย ผิดกับเธอที่เดินก้มหน้า มือจับชายผ้าของโจวเจี๋ยหลุน สายตาหวาดระแวง หวาดกลัวว่าจะโดนจับได้ แค่ท่าเดินและความมั่นใจก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว

แม้จะได้รับการคารวะและการชื่นชมอย่างออกหน้าออกตาของศิษย์น้องโจวเจี๋ยหลุนก็ยังตีหน้าขรึมเหมือนคนเพิ่งกินยาขมมา

โจวเจี๋ยหลุนเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยให้บรรดาศิษย์น้องเท่านั้น ท่าทางองอาจเคร่งขรึมดูสง่างามของเขาทำให้ทุกคนส่งเสียงชื่นชมแผ่วเบาซึ่งเบามากจนแทบไม่ได้ยินแตกต่างจากกิริยาตื่นเต้นจนออกนอกหน้าของบรรดาศิษย์น้อง โจวเจ้าเว่ยอดชื่นชมพวกเขาไม่ได้แม้แต่จะยินดีที่ได้พบศิษย์พี่คนดัง ทุกคนยังอยู่ในความสงบและรักษามารยาทแห่งความเงียบงันได้เป็นอย่างดี

ตลอดสองข้างทางที่สองพี่น้องเดินต่างมีขบวนต้อนรับของศิษย์น้องในชุดขาวซึ่งเป็นเครื่องแบบของสำนักนับได้เป็นร้อยยืนเรียงรายราวกับกำลังต้อนรับคนสำคัญของโลกเสียอย่างนั้น โจวเจ้าเว่ยแม้จะตื่นเต้นแต่เธอก็ได้แต่ก้มหน้าลงเดินตามพี่ชายอย่างเงียบเชียบไม่อยากให้ใครจับพิรุธได้

โจวเจี๋ยหลุนนำโจวเจ้าเว่ยเข้ามาจนถึงเรือนต้อนรับเพื่อผ่านเข้าไปพบอาจารย์ที่อาศรมไร้เสียง แต่ถูกศิษย์น้องมาขวางทางไว้เสียก่อน

“อาจารย์รอศิษย์พี่อยู่ด้านในเรือนต้อนรับขอรับ เชิญศิษย์พี่”

โจวเจี๋ยหลุนเลิกคิ้วฉงน ทุกปีในเวลานี้อาจารย์จะบำเพ็ญตนโดยไม่ย่างก้าวออกมาจากอาศรมเลย เหตุใดจึงมารอเขาที่เรือนต้อนรับแห่งนี้ เขาพยักหน้าแล้วดึงแขนโจวเจ้าเว่ยเบาๆ หญิงสาวพยักหน้าแล้วก้าวตามพี่ชายมาติดๆ

เมื่อเข้ามาด้านในโจวเจ้าเว่ยแอบมองโดยรอบอย่างระวัง สถานที่แห่งนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่าที่ตั้งอยู่กลางภูเขามากกว่าจะเป็นสำนักฝึกยุทธอันดับหนึ่งของใต้หล้า เครื่องประดับเรือนไม่มีอะไรเลยสักอย่าง หญิงสาวเห็นเพียงเก้าอี้ประธานตั้งอยู่ตรงกลางและเก้าอี้สำหรับแขกตั้งเรียงไม่กี่ตัวอยู่ด้านล่าง สมกับที่ได้รับฉายาว่าสำนักคุณหลุนที่สงบสง่างามและเรียบง่ายโดยแท้จริง

เธอพบบุรุษผู้หนึ่งแม้จากการคาดเดาน่าจะมีอายุราวหกสิบกว่าๆ ใบหน้าเคร่งขรึมนั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานดูจากรัศมีรอบกายคงไม่มีผู้ใดกล้าตอแย รอบข้างตัวเขาที่เงียบเชียบอยู่แล้วกลับยิ่งดูวังเวงนิ่งสงบราวกับอยู่ในป่าช้า

บุรุษผู้นั้นสวมชุดขาวสง่างามปักลายกิเลนเหินลายปักตรงไหล่ขวา ดูแตกต่างจากอาภรณ์ของศิษย์คนอื่นที่โจวเจ้าเว่ยพบมาก่อนหน้า

ผู้อาวุโสสวมเสื้อคลุมตัวโปร่งสีขาวปักดิ้นทองกิเลน อีกทั้งบนศีรษะมีปิ่นกิเลนอันใหญ่ปักมวยผมแทนปิ่นหยกธรรมดา คนผู้นี้ดูสูงส่งดุจเทพเซียนมีอำนาจบารมีจนเพียงแค่สัมผัสก็ต้องเกรงกลัว โจวเจ้าเว่ยก้มหน้านึกกลัวความเข้มงวดของเขาจนรู้สึกอึดอัดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

“คารวะอาจารย์”

โจวเจี๋ยหลุนประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม เจ้าสำนักคุณหลุนนามว่าหลุนหว่างซีรีบลุกขึ้น ใบหน้าเคร่งขรึมอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้พบศิษย์รักของเขาอีกครั้ง

“เจ้าจากอาจารย์ไปหลายปีบัดนี้กลับมาเยี่ยมบ้านไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดอาจารย์ดีใจนัก” ผู้อาวุโสปรายตามองโจวเจ้าเว่ยแล้วยิ้มอย่างรู้ทันแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คนผู้นี้คือ”

“เรียนเจ้าสำนัก ข้าน้อยเป็นน้องเอ่อ..น้องชายของท่านพี่เจี๋ยหลุนขอรับ” โจวเจ้าเว่ยทำความเคารพกดน้ำเสียงให้ต่ำลง

“ขออภัยท่านอาจารย์ ศิษย์ฝ่าฝืนกฎสำนักแต่ด้วยความจำเป็นไม่อาจทิ้งนางไว้ด้านนอกได้”

ผู้เป็นพี่รีบเอ่ยขึ้น อาคมพรางตนเป็นอาคมที่เจ้าสำนักเชี่ยวชาญที่สุดและเป็นผู้สอนเขามาเองเหตุใดเขาจะดูไม่ออกว่าโจวเจ้าเว่ยกำลังถูกบดบังตัวตนด้วยอาคมนี้อยู่

“เรื่องไม่ควรเอ่ยเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดออกมา เราศิษย์อาจารย์ไม่ได้พบหน้ามาหลายปี มีเรื่องสนทนาอีกมาก เจ้ามาครานี้จะพำนักอยู่นานแค่ไหน”

หลุนหว่างซีเอ่ยเนิบๆ คล้ายจะบอกแก่โจวเจี๋ยหลุนว่าเขาจะแสร้งทำเป็นไม่รับรู้เสีย ส่วนเจ้าก็อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ออกมาอีก

โจวเจี๋ยหลุนเข้าใจในทันที จึงไม่เอ่ยถึงน้องสาวอีก เพียงตอบคำถามที่อาจารย์ถามเท่านั้น

“เพียงราตรีเดียวขอรับ ศิษย์มีหลายเรื่องต้องรีบจัดการ”

โจวเจ้าเว่ยมองพี่ชายกับอาจารย์ของเขาตาโต แม้แต่ท่านเจ้าสำนักผู้เคร่งครัดก็ยังยอมละเว้นให้พี่ชาย เขานี่ถือเป็นยอดคนเสียจริง แต่ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือที่พี่เธอมีอิทธิพลต่อผู้อื่นถึงเพียงนี้

“เจ้ามาก็ดีแล้วศิษย์พี่ของเจ้าเดินทางมาถึงเมื่อวานด้วยเรื่องธุระสำคัญ เห็นทีว่าศิษย์อาจารย์ที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างเรามีเรื่องสนทนากันอีกเยอะ มาครานี้ได้พบกันราวปาฏิหาริย์ กี่ปีแล้วนะที่พวกเจ้าจากอาจารย์ไปและไม่ได้กลับมาอีกเลย” หลุนหวางซีตบไหล่โจวเจี๋ยหลุนเบาๆ

“ศิษย์อกตัญญูแต่เพราะความจำเป็นจึงหาโอกาสมาคารวะไม่ได้ ตั้งแต่จากกันครั้งสุดท้ายก็เป็นเวลาสามปีย่างสี่ปีแล้วขอรับ”

“ท่านพ่อของเจ้าคงสบายดีใช่หรือไม่”

เจ้าสำนักคุณหลุนความจริงเป็นสหายเก่าของโจวเจ๋อฮั่นบิดาของโจวเจี๋ยหลุนและโจวเจ้าเว่ยผู้ที่เคยศึกษาอยู่ที่สำนักคุณหลุนเมื่อครั้งยังเยาว์เช่นกัน

“ขอรับ หลายครายังบ่นคิดถึงสำนักคุณหลุนและอาจารย์ให้ศิษย์ฟัง”

“หากเจ้ากลับไปนำความห่วงใยของอาจารย์ไปถึงพ่อของเจ้าด้วย การมาครานี้นับเป็นเรื่องดี อาจารย์ให้คนจัดเตรียมห้องพักให้เจ้าและน้องของเจ้าแล้ว ตามเขาไปพักผ่อนแล้วค่อยมาสนทนากับอาจารย์ มาครานี้ช่างเป็นเหตุบังเอิญที่ดียิ่งเจ้าพบศิษย์พี่หรงของเจ้าเสียหน่อยเขาคงดีใจเป็นอย่างมาก พวกเจ้าศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่ได้พบกันนานแล้วไม่ใช่หรือ”

“ศิษย์พี่อยู่ที่นี่หรือขอรับ” โจวเจี๋ยหลุนดูเหมือนจะดีใจมากเช่นกัน ใบหน้าราบเรียบของเขาเปล่งประกายถึงความดีใจและตื่นเต้น โจวเจ้าเว่ยนึกสงสัยว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใดถึงได้ทำให้พี่ชายของเธอดีใจถึงเพียงนี้

“ใช่เขาเพิ่งกลับเรือนพำนักไปหากได้พบเจ้าคงดีใจเช่นกัน ดังนั้นเจ้าจงไปเก็บสัมภาระและดูแลน้องของเจ้าให้เรียบร้อย อีกครึ่งชั่วยามให้ไปพบอาจารย์ที่อาศรมกับศิษย์พี่ของเจ้า”

“เช่นนั้นศิษย์ขอตัวก่อนก่อนขอรับ” โจวเจี๋ยหลุนยกมือประสานกัน โจวเจ้าเว่ยทำตามผู้เป็นพี่เดินตามเขาออกมาจากห้องอย่างสำรวม

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ฟาร์มสุข
ฟาร์มสุข
เว่ยเว่ยนักศึกษาฝึกงานหลุดมิติไปพบกับลู่เหวินเยียนพรานหนุ่มในนิยายเรื่อง ฟาร์มสุข แนว fantasy romance ที่ผสานการเอาชีวิตรอดและการผจญภัย เมื่อหญิงสาวจากโลกปัจจุบันต้องปรับตัวในกระท่อมเชิงเขา ท่ามกลางความลึกลับของโลกใหม่ใน fiction fantasy romance books ที่น่าติดตาม
คุณหนูของข้า
คุณหนูของข้า
หญิงสาวข้ามภพมาเกิดใหม่หวังเพียงใช้ชีวิตสงบสุขในฐานะคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทว่าโลกใบใหม่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน เธอถูกตราหน้าอย่างรุนแรงว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ ท่ามกลางเสียงตำหนิและอุปสรรคที่ถาโถม เธอต้องดิ้นรนพิสูจน์ตนเองเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเอาชีวิตรอดจากวิกฤตที่อาจทำลายอนาคตทั้งหมดของเธอ
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
จากโลกซอมบี้สู่ร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบใน สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3 เมื่อครอบครัวถูกรังแก ฉินหลิวซีจึงต้องใช้ทักษะจากชาติก่อนพลิกชะตาความจนสู่ความร่ำรวย อ่านนิยาย fantasy สนุกๆ ในรูปแบบ web novel ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และ adventure สุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ
เมื่ออัญมณีที่หายสาบสูญคือหัวใจหลักของ ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ นีรุณจึงต้องออกผจญภัยเพื่อไขความลับในดินแดนปฐวีธาตุ พร้อมการปรากฏตัวของอลันชายปริศนาผู้กุมความจริงบางอย่างไว้ ใน fantasy novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยปม mystery story และการเดินทางสุดระทึกในรูปแบบ adventure novels free
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
ยอดนักสู้สาวทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงของเด็กสี่คน เป้าหมายคือสร้างฐานะด้วยทักษะเอาชีวิตรอด หาของป่าและงมไข่มุก อุปสรรคคือภาระที่ตอนแรกเธออยากทิ้ง แต่ความน่ารักของเด็กกลับรั้งเธอไว้ ทว่าเมื่อชีวิตเริ่มเข้าที่และเธอกำลังปกป้องความสงบ ชายปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้นมาแทรกแซงชีวิต
ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
ซูเจิน นักวิจัยสาวอาสาเข้าร่วมภารกิจเสี่ยงตายในป่าเหอหนานที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเก็บตัวอย่างพืชหายาก ในนิยาย fantasy ผสมผสาน sci-fi และการ adventure สุดระทึก เมื่อเธอสัมผัสพรรณไม้ลึกลับจนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อ่านนิยายออนไลน์ฟรี adventure story เรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา ได้แล้ววันนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

จอมนางเขย่าบัลลังก์
จอมนางเขย่าบัลลังก์
ซ่งหรูอี้เข้าไปอยู่ในวังหลวงมาสิบกว่าปี ในที่สุดก็จะได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแล้ว แต่เพียงเพราะฮ่องเต้ทรงเหลือบมองโดยไม่ตั้งใจ จึงถูกฉุนกุ้ยเฟยอิจฉา กล้อนผม ตัดนิ้ว ควักลูกตา และปาดคอฆ่านางทิ้ง น้องสาวของซ่งหรูอี้เฝ้ารอนางกลับมาด้วยความยินดี แต่กลับคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะได้ร่างที่ไร้วิญญาณกลับมาแทน ซ่งจืออี้จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่วังหลวงเพื่อแก้แค้น ดำเนินแผนร้ายทุกวิธี แต่หลังจากเปิดโปงความผิดของฉุนกุ้ยเฟยได้แล้ว กลับพบว่าฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่สาวคือคนอื่น......
ใต้ร่มเงาคุนหลุน
ใต้ร่มเงาคุนหลุน
เทือกเขาอันสูงตระหง่านนับหมื่นลี้ และสายแร่มังกรทั่วใต้หล้า​​ ล้วนยกให้คุนหลุนเป็นบรมบิดาผู้ให้กำเนิด​​ บนยอดคุนหลุนนั้น มีวังสวรรค์ตั้งตระหง่าน​​ มีหน้าที่บริหารเทวโองการเบื้องบน​​ และควบคุมสายแร่มังกรเบื้องล่าง​​ ​​นับเป็นดินแดนอันลี้ลับและเลือนลอยที่สุดในอาณาจักรต้าเซี่ย​​
วิวาห์ลับฉบับยอดรัก
วิวาห์ลับฉบับยอดรัก
ลี่อวิ๋นเซิน อภิมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในกรุงปักกิ่ง เมื่อครั้งยังเด็กเขาเคยล้มป่วยหนักจนต้องไปรักษาตัวที่ชนบท ที่นั่นเขาได้พบกับหนิงซี เด็กสาวตัวน้อยที่คอยมอบกำลังใจจนเขาเข้ารับการผ่าตัดจนสำเร็จ ทว่าในวันที่ทั้งคู่ระบุวันนัดหมายเพื่อพบกันอีกครั้ง หนิงซีกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ลี่อวิ๋นเซินไม่เคยหยุดตามหาเธอ จนกระทั่ง 18 ปีต่อมา ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เขาหาข้ออ้างเพื่อจะแต่งงานสายฟ้าแลบกับเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะหนีหายไปจากเขาอีก แต่แล้วในภายหลังเขากลับพบความจริงว่าแท้จริงแล้วหนิงซีเต็มใจก้าวเข้ามาติดกับดักของเขาเอง ความรักที่ดูเหมือนเป็นการวางแผนฝ่ายเดียวนี้ จริงๆ แล้วคือการมุ่งหน้าเข้าหากันของทั้งสองฝ่าย ที่ต่างฝ่ายต่างรอคอยกันมาแสนนาน สุดท้ายทั้งคู่ก็ได้ยืนเคียงข้างกันบนจุดสูงสุดและครองรักกันอย่างสมหวัง
เมื่อรักใหม่มาเยือน
เมื่อรักใหม่มาเยือน
ซ่งโหย่วหนิงได้เห็นการทรยศที่ย่ำแย่ที่สุดจากสามี เฟิงหานโจว และเขายังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "คุณคลอดไม่ได้ แต่ตระกูลเฟิงก็ไม่อาจขาดสายเลือดสืบทอด" คืนนั้นเอง เธอได้โทรหาหมายเลขที่ไม่มีใครกล้าติดต่อ และตัดสินใจแต่งงานใหม่กับชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหนานเฉิง หลังได้เจอกันอีกครั้งในวันแต่งงานของเธอ เฟิงหานโจวกลับปรากฏดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมคุกเข่าต่อหน้าเธอ "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ขอเพียงคุณมองผมอีกสักครั้งเถอะ" แต่ซ่งโหย่วหนิงกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ล้มเข้าไปในอ้อมกอดของชายที่อยู่ข้างหลังพอดี เฟิงเยี่ยนผู้ได้รับฉายานามว่า "ท่านยม" กอดเอวของเธอไว้แน่น พร้อมเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา "ดูเหมือนนายลืมไปแล้วว่า ตอนนี้สามีของเธอคือผม"
[พากย์เสียง] บันทึกรักแห่งตำหนักบูรพา
[พากย์เสียง] บันทึกรักแห่งตำหนักบูรพา
เรื่องราวของซูหว่านถังยอดหญิงสูงศักดิ์ผู้ซึ่งในชาติปางก่อนถูกคนในครอบครัวร่วมกันวางแผนชั่วร้าย บีบบังคับให้นางต้องแต่งงานเข้าไปอยู่ในจวนอ๋องที่โหดเหี้ยมทารุณ เมื่อได้รับโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่ ในวันคัดเลือกตัวเข้าวัง นางจึงตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจที่เยือกเย็นและมั่นคง ซูหว่านถังใช้ไหวพริบเข้าประจันหน้า วางหมากตอบโต้จนสามารถต้อนพี่สาวบุญธรรมและพ่อแม่ใจเหี้ยมที่เคยหักหลังจนจนมุมและพบกับความพินาศ นางใช้ทักษะงานปักสกุลกูลกู้อันเลิศล้ำประกอบกับสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด จนเอาชนะใจและเป็นที่โปรดปรานของทั้งฮองเฮาและพระชายาองค์รัชทายาท จนได้เข้าไปอยู่ในวัง เมื่อถึงวันงานเลี้ยง นางก็ได้เปิดโปงพร้อมชำระแค้นศัตรูเก่า ท้ายที่สุดนางไม่เพียงแต่พลิกชะตาชีวิตที่เคยเลวร้ายได้สำเร็จ แต่ยังสามารถยืนอย่างมั่นคงและค้นพบความอบอุ่นครั้งใหม่ในตำหนักบูรพา นี่คือเรื่องราวแห่งการแก้แค้น การเอาตัวรอดท่ามกลางสมรภูมิเล่ห์เหลี่ยมในรั้ววัง
ศึกรักลวงบัลลังก์
ศึกรักลวงบัลลังก์
องค์หญิงเจียงเสวียหรานแห่งแคว้นผู้พ่ายแพ้ ถูกส่งไปอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างทางกลับถูกกองคาราวานม้าที่อ้างตนว่าเป็น “แคว้นเล็กๆ” จับตัวไป นางยังต้องเสียพรหมจรรย์ให้กับหัวหน้าโจร เยี่ยนอู๋เซียว เจียงเสวี่ยหรานทำทุกวิถีทางจนสามารถก้าวเข้าสู่ราชสำนักได้สำเร็จ แต่กลับพบว่าฮ่องเต้แห่งแคว้นอวี่เหวินล้มป่วยหนัก นอนติดเตียง ไม่สามารถว่าราชการได้ และที่น่าตกตะลึงฮ่องเต้ผู้นี้กลับมีใบหน้าเหมือนกับเยี่ยนอู๋เซียวไม่มีผิด ในขณะเดียวกันเยี่ยนอู๋เซียวปลอมตัวเป็นขันทีเข้ามาในวังและอยู่ข้างๆ นาง ขณะเดียวกัน ผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในราชสำนัก อ๋องผู้สำเร็จราชการ ก็หมายปองความงามของนาง ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตรายในทุกย่างก้าว เจียงเสวียหรานใช้กลยุทธ์ทีละขั้นเพื่อควบคุมผู้ชายให้อยู่ในอำนาจของนาง ใช้ร่างกายของตนเองเป็นเหยื่อล่อ ส่วนเขาใช้ความเป็นโจรเป็นโล่ คนทั้งสองต่อสู้กันตั้งแต่บนเตียงนอนไปจนถึงการสู้รบในราชสำนัก