Logo
สะใภ้ป้ายเเดง
สะใภ้ป้ายเเดง

สะใภ้ป้ายเเดง

98 ตอน
จบแล้ว
เมื่อต้องตื่นมาพบความจริงว่ามีคู่หมั้นเป็น เปรม ปรเมศ ชายผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดในเรื่อง สะใภ้ป้ายเเดง นิยาย modern novel ที่จะพาคุณไปพบกับภารกิจรับมือชีวิตคู่ที่คาดไม่ถึง ท่ามกลางความเฉยชาของอีกฝ่ายที่พร้อมท้าทายทุกความรู้สึกใน romance novel เรื่องนี้

เรื่องย่อ สะใภ้ป้ายเเดง

เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าชีวิตต้องพลิกผันกลายเป็นคู่หมั้นของ เปรม ปรเมศ ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกน่าเกรงขามและทรงอิทธิพลที่สุด ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ การต้องผูกมัดกับคนเย็นชาที่ไม่เคยแยแสหรือสนใจใครอย่างเขา ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความกดดันและคำถามที่ยังไร้คำตอบ ชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความสมัครใจจะดำเนินต่อไปอย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายช่างไร้หัวใจเหลือเกิน เขาจะสามารถรับมือกับความเฉยเมยและอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคู่หมั้นคนนี้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเรื่องราวความรักครั้งนี้จะจบลงด้วยความว่างเปล่า
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก สะใภ้ป้ายเเดง

8.00 น.

กริ้งงง! กริ้ง~ กริ้ง~

โว้ยยยอะไรวะเนี่ยนี่มันวันหยุดไม่ใช่หรือไงทำไมถึงได้มีคนโทรจิกตั้งเเต่เช้าด้วย ผมบ่นในใจในขณะที่มือรีบคว้านหาโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงดังจนรบกวนเวลานอนของผม ให้ตายสิถ้าไม่ใช่ธุระด่วนผมจะโกรธยันลูกบวชเลยคอยดู!

“ฮัลโหล! นี่เเกอยู่ไหนไอ้น้องเวร!!” เดี๋ยวนะ! พี่สาวโทรมาตอนนี้เนี่ยนะ?

“เฮ้ ใจเย็นสิ” ผมตอบกลับไปในขณะที่หลับตาอยู่

“ฉันถามว่าอยู่ไหน รู้ไหมนี่มันกี่โมงเเล้ว!” บ้าจริงจะรบกวนเวลานอนคนอื่นไปถึงไหนนี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ

“เมฆก็อยู่คอนโดสิ เเล้วตอนนี้ก็เช้าอยู่ถ้าจะให้ไปธุระที่ไหนให้ ขอบอกเลยว่าไม่!” โทรมาเเต่ละทีคงมีไม่กี่อย่างไม่ใช้ไปโน้นก็ใช้ทำนี่

“นี่เเกลืมไปเเล้วหรือไงเมฆ ลุกไปเเต่งตัวเดี๋ยวนี้!”

“ลืม?” นี่ผมลืมอะไรไปหรือว่าผมเรียนมากไปจนจำอะไรไม่ได้เลย

“งั้นฉันจะบอกเเกเป็นครั้งสุดท้าย เเล้วช่วยลากสังขารเน่าๆของเเกมาเร็วๆด้วย” ผมได้ยินเสียงจริงจังของพี่สาวเเล้วชักใจไม่ดีหรือจะมีเรื่องไม่ดี?

“วันนี้วันเสาร์ใช่มันคือวันหยุดเเก เเต่ไม่ใช่วันนี้เพราะเเกต้องไปกับคุณเปรมไงไอ้น้องเวร!!”

“เวรเเล้ว!!” ผมเด้งตัวลุกตื่นเต็มตาทันทีผมเพ้าไรยุ่งหมดตอนนี้ไม่ใช่เวลาตกใจมันคือเวลาซวย ซวยเเน่ๆไอ้เมฆ!

“ใช่! เวรเเน่ๆคุณเปรมรอเเกที่ร้านดูชุดตอนนี้จะครึ่งชั่วโมงเเล้ว”

“เจ้ คะ..คือเมฆไม่ไปได้ไหม”ใช่ เขาคือเปรม ปรเมศ คนที่ใครๆต้องก้มหัวให้เเต่ผมกลับลืมนัดตั้งเเต่วันเเรก

“หยุดความกลัวเเล้วรีบไปเเต่งตัว เเกจะไปเป็นสะใภ้บ้านเขาเเต่กลับสายตั้งเเต่วันเเรกฉันจะเเก้ตัวให้เเกยังไงดีห๊ะ!?” เสียงเจ้บ่นออกมาไม่หยุดหูผมมันไม่ได้ฟังเสียงบ่นเลยสักนิดในหัวคิดเเต่จะเเก้ตัวยังไง ถ้าเจอเเล้วเขาจะเป็นยังไงมันหยุดคิดไม่ได้จริงๆ

“เมฆเเกฟังฉันอยู่รึป่าว?”

“อะ..อืมฟังอยู่” ปากขยับเเต่ในใจจะร้องไห้เเล้ว

“ฉันให้เวลาเเก 20 นาที เดี๋ยวฉันจะไปรับที่คอนโดเเล้วจะไปส่ง เเค่นี้” ติ๊ด! เชี่ยยเเล้ว ผมรีบลุกเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อยทันที

ผมจัดการตัวเองเสร็จผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถพี่สาวผมก็มารับที่คอนโด ผมรีบเปิดประตูขึ้นไปทันที

“เจ้ เลื่อนไม่ได้หรือไง บอกว่าผมปวดท้องก็ได้” พยายามหาวิธีเเก้ปัญหาเพราะตอนนี้ไม่อยากเจอเขาจริงๆ

“เเกคิดว่าเขาเป็นใคร จะเชื่อเด็กอย่างแกรึไง”

“เเล้วทำไมต้องเป็นผมด้วย ผมยังเรียนไม่จบเลยนะ” ให้ตายสิผมยังเรียนอยู่เเต่กลับต้องมาเเต่งงานเข้าบ้านตระกูลใหญ่เนี่ยนะ? บ้าเเล้วต้องมีอะไรผิดพลาดเเน่ๆ

“หยุดคิดหยุดพูดสักที นั่งไปเงียบๆจะถึงเเล้ว” คำว่าจะถึงเล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้องเลย ผมจะโดนว่าเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบไหม “ลงไปได้เเล้วถึงเเล้ว อย่าลืมขอโทษคุณเปรมด้วย”

“จะ..เจ้” จะหันไปขอร้องสักหน่อยดูสีหน้าเเล้ว เฮ้อ “อืม รู้เเล้วน่า” ผมมองร้านขนาดใหญ่ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ เเหมลงเเป๊ปเดียวขับออกไปไวเลยนะ

@ร้านJ

ร้านก็กว้างเกินเเล้วผมจะรู้ไหมวะว่าคุณเปรมไรนั้นอยู่ตรงไหน จะให้เดินหาให้ทั่วก็คงไม่ใช่เเล้วไหม สายตาผมกวาดมองไปรอบๆไม่มีใครโดดเด่นที่จะเป็นเขาคนนั้นเลย เดินหาจนจะทั่วเเล้วอยู่ไหนของเขาหรือว่าจะกลับไปเเล้ววะ? นั้นสิคนอย่างเขาคงไม่มานั่งรออะไรเเบบนี้หรอก หมุนตัวจะเดินกลับชนเข้ากับเเผงอกใครคนหนึ่งเข้า

“อ่ะ! ขอโทษครับ”ผมรีบกล่าวคำขอโทษไปทันที

“นี่เหรอสะใภ้ที่จะเเต่งเข้าบ้านฉัน?”

เสียงเข้มพูดออกมาเเค่ฟังน้ำเสียงก็เล่นเอาผมขนลุกไปทั้งตัว ใช่เเล้วนี่เเหละเขา เปรม ปรเมศ

“คะคือ เมฆขอโทษครับ เมื่อคืนเมฆปวดท้องมากๆ เลยมาสายนิดหน่อย” ผมแก้ตัวออกไปโดยที่ไม่มองดวงตาสีนิลของเขาเลยเเม้เเต่นิดเดียว

“ฉันให้เธอพูดอีกที”

ชิบหาย!ใช่เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาหลอกเขาได้ ซวยเเล้วไอ้เมฆ

“เมฆลืมครับ” ผมตอบกลับไปทันที มือบีบเข้าหากันเเน่นเป็นวันเเรกที่กดดันสิ้นดี

“เมฆตื่นสาย ขอโทษที่โกหกครับ” ผมกัดปากแน่นเมื่ออีกคนยังคงเงียบ

“ถ้ามีอีกครั้ง..”เขาเงียบไปผมเงยหน้าขึ้นมองเขากลับต้องนิ่งค้างทันทีกับสายตาที่จ้องมองผมเหมือนสายตาเขาไม่เคยละจากผมเลย “เธอเจอดีเเน่”

“คะครับ เข้าใจเเล้ว” ตอบกลับยังเสียงสั่นเลยไอ้เมฆเอ้ย ต่อไปจะอยู่ได้ไหมวะ

“รีบไปจัดการในส่วนของเธอ” ผมลืมไปเลยว่าต้องไปลองชุด มันต้องใช้เวลานิจะให้นั่งรอก็กดดันเปล่าๆ

“คุณเปรมกลับก่อนเลยก็ได้ครับ เมฆว่ามันคงอีกนนาน” พูดเเค่นี้ถึงกับจ้องหน้าเลยเหรอวะ หรือเราพูดอะไรไม่เข้าหูคนหวังดีนะเนี่ยกลัวจะรอนาน

“มันเป็นหน้าที่ฉัน ฉันจะรอ” โอเคคงไม่มีใครขัดใจเขาหรอก

ผมลองชุดเเละเลือกอะไรไปเรื่อยๆทั้งยืนทั้งหมุนเมื่อยขาไปหมดแล้วง่วงก็ง่วง อยากนอนด้วย หิวด้วยขอบ่นหน่อยเหอะอะไรเยอะเเยะไปหมด มือผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออก เพราะนี่คือชุดสุดท้ายเเล้วที่ผมลองในที่สุดจะได้กลับไปนอนสักที เสื้อเชิ้ตสีขาวตกลงไหล่ขาวก่อนทีจะถอดมันออกมือชะงักทันที

“เสร็จรึยัง?”

ให้ตายสิเขาเข้ามาตอนไหนผมรีบดึงเสื้อใส่อีกครั้งเเต่กระดุมนี่สิกลัดยังไงให้ทัน

“กะใกล้เเล้วครับ คุณเปรมออกไปรอข้างนอกก็ได้ครับ” ทำไมเสียงต้องสั่น เเล้วทำไมเขาเดินเข้ามาบอกให้รอข้างนอกไง

“ทำไม ฉันรอเธอในนี้ไม่ได้?” ผมกัดปากแน่นในขณะที่เขายืนซ้อนหลังผมเเผงอกกว้างกระทบกับเเผ่นหลังผมรับรู้ถึงร่างกายตัวเองที่สั่นทันที

“หื้ม? ว่าไง” เขาก้มลงกระซิบข้างหูพร้อมกับเเขนเเกร่งที่เข้ามาโอบเอว

“อะเอ่อ ขยับออกไปได้ไหมครับจะเปลี่ยนชุด” ตอบกลับไปเสียงสั่น

“หึ ยังไงฉันก็ต้องเห็นมากกว่านี้” เขาก้มลงจูบไหล่ผมเบาๆ

“หรือว่าไม่จริง?”

“ปะ..ปล่อยก่อนครับ” ผมสะดุ้งทันทีเมื่อริมฝีปากอีกคนประทับลงบนไหล่ขาวของผม มือเล็กพยายามเเกะเเขนแกร่งที่โอบรอบเอวผมเเน่นปลายนิ้วเริ่มถูวนตามหน้าท้องไปมา

“อ๊ะ! คุณเปรม!” เขาหมุนตัวผมให้หันหน้าเข้าหาผมตกใจจนเผลอสบตากับเขา ใบหน้าเเบบนี้เหมือนสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะทั้งปาก จมูก เเละดวงตาที่ไม่อาจละสายตานั้นมันทำให้ผมตั่วสั่นจนเเทบจะล้มพับลงกับพื้นถ้าไม่ติดที่ว่ามีเเขนของใครอีกคนประครองร่างของผมไว้อยู่

“หึ กลัวงั้นเหรอ” ริมฝีปากอีกคนขยับพูดจนจะชิดกับต้นคอ นิ้วยาวบีบเบาๆตามคางของผม

“ไม่ดีมั้งถ้าเมียจะกลัวผัวเเบบนี้”

มือเรียวจับขยุ้มเสื้ออีกคนไว้เเน่นผมเริ่มกลัวเขาเเล้วจริงๆไม่คิดเลยว่าเขาจะอันตรายขนาดนี้มือใหญ่บีบปลายคางผมให้เเหงนขึ้นให้สายตาผมอยู่ระดับเดียวกับสายตาของเขา

“จะทะ..อื้อ!” ริมฝีปากหนากดจูบลงอย่างเร็วปลายนิ้วเเกร่งบีบคางผมจนปวดริมฝีปากหนาบดขยี้ดูดกัดตามขอบปากล่างจนผมเผยปากออกจังหวะนั้นลิ้นร้อนของอีกคนเข้ามาดูดตวัดลิ้นเล็กดูดดึงจนเกิดเสียง

“อ่ะ..อื้อ” เหมือนจะขาดใจเก่งไปเเล้วเขาเก่งเกินไปมือผมทุบอกเขาไปหลายทียิ่งผมทุบเขายิ่งกดริมฝีปากดูดดึงเเรงขึ้นอีกเท่าตัวตอนนี้ขาผมเหมือนจะไม่ไหวเเล้วมันจะล้มพับให้ได้เลยให้ตายสิ

“ปะปล่อย อื้อ” เขาผละออกจากริมฝีปากผมที่น่าจะบวมแดงด้วยการจูบก่อนจะขยับปลายจมูกสูดดมตามซอกคอขาวริมฝีปากหนากดจูบตามลำคอฟันคมขบกัดตามรอยจูบไล่ลงมาตามไหล่ขาวเนียน ตอนนี้ทั้งรอยดูดรอยฟันประปรายตามลำคอขาวถึงจะปกปิดเเค่ไหนก็คงเห็นอยู่ดี ขาเล็กเหมือนจะไม่มีเเรงล้มพับนั่งลงกับพื้นทันที

“อึก! ทะทำไมต้องผม” ใช่ทำไมต้องผมที่ต้องมาเเต่งงานกับคนเเบบเขา ไม่ใช่เลยสักนิดผมถามออกไปทั้งเสียงสั่นๆนี่เเหละ

“นั้นสินะ ทำไมต้องเธอ”

ร่างสูงใหญ่ก้มลงมาพร้อมกับปลายนิ้วที่ถูตามคอขาวลูบตามร่องรอยที่แดงช้ำจนเห็นรอยฟันได้ชัด

“เเล้วฉันมันไม่ดีตรงไหน หื้ม?”

ร้ายกาจคนคนนี้ร้ายกาจจริงๆดวงตาสีนิลจ้องมองผมเหมือนไม่พอใจในสิ่งที่ผมถามไป ทำไมล่ะผมจะสงสัยไม่ได้เลยหรือไง อยู่ๆผมต้องมาเเต่งงานกับเขา เขาทั้งเพอร์เฟคสาวๆเหรอเหอะเเค่กระดิกนิ้วคงวิ่งมาหาเป็นเเถวเเล้วมั้ง

“เอาล่ะเด็กดีลุกขึ้นสักทีฉันไม่ว่างพอจะมามองเธอนั่งเเบบนี้ทั้งวันหรอกนะ” มือใหญ่ลูบตามแก้มขาวพร้อมกับตบเรียกสติเบาๆทำให้ผมหลุดออกจากความคิดทั้งหมดทันที

“ออกไปก่อนผมจะเเต่งตัว” ผมบอกออกไปในขณะที่มือเล็กๆของผมกระชับเสื้อสีขาวไว้เเน่น

“10 นาที” หื้ม? อะไร 10 นาทีผมขมวดคิ้วสงสัยทันที

“ฉันคงเห็นเธอในสภาพที่ดีกว่านี้” พูดจบร่างสูงใหญ่เดินออกไปโดยไม่สนใจคนที่นั่งตรงนี้เลยสักนิด เกินไปเเล้วเขาทำเกินไปเเล้ว!

ผมรีบจัดการกับตัวเองทันทีทั้งตัวยังสั่นไม่หายเลยให้ตายสินี่คือครั้งเเรกที่เจอกันนะทำไมร้ายขนาดนี้ เเล้วไอ้รอยบ้านี่ทำไงให้หายไอ้เสื้อที่ผมใส่มาวันนี้ก็ปิดไม่มิดด้วยสิ ชีวิตนายเมฆา จบสิ้นเเล้ว เเต่งตัวเสร็จผมรีบก้าวเท้าออกจากห้องเเต่งตัวอย่างรวดเร็ว

“สะเสร็จเเล้วครับ” ผมมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระดิกนิ้วเป็นเชิงบอกให้ผมเดินไปหา คิดว่าไงเหอะก็ต้องไปสิครับใครจะกล้าขัดใจเขา ไอ้ขาเจ้ากรรมนี่ทำไมต้องสั่นด้วยก็เเค่เดินไปหาเองทำเป็นสั่นไปได้

“ดะเดี๋ยวครับ!” พอผมเดินไปยืนข้างเขาเเขนเเกร่งก็โอบเอวผมเข้าไปใกล้จนหน้าผมจมอยู่กับอกเเกร่ง ทำไมเขาตัวสูงใหญ่ขนาดนี้

“อะไร?” เขาก้มลงถามผมอย่างท่าทีสบายเนี่ยนะ?

“ทำไมต้องโอบด้วยครับ” ปากเวรถามอะไรไร้สาระอีกแล้วอยากโดนอีกไง

“เเล้วทำไมฉันจะโอบไม่ได้?” ดวงตาสีนิลจ้องมองสบตาผมทำให้ผมเกร็งจนเผลอขยุ้มชายเสื้อราคาเเพงของเขา

“ในเมื่อทั้งตัวของเธอมันเป็นของฉัน” ปฎิเสธไม่ได้จริงๆในเมื่อผมคือคนในปกครองของเขาไปแล้ว

เผลอคิดอะไรไปตั้งมากมายรู้ตัวอีกทีก็โดนโอบเอวออกมาจากร้านเเล้วตั้งเเต่เมื่อไหร่วะเนี่ย เดี๋ยวนะเเล้วเขาจะพาไปไหนอยู่ๆก็เอามายัดในรถเเบบนี้ aston martin คันนี้คงจะลากใครขึ้นมาก็ได้ทั้งนั้นสินะ คนระดับเขาคงอยากทำอะไรคงเป็นเรื่องง่ายไปหมด เเม้กระทั่งเอาผมมานั่งในรถคันหรูคันนี้อย่างง่ายดาย

ปึ๊ก! เสียงปิดประตูรถเมื่อร่างกายอันสูงใหญ่ของเขาเข้ามานั่งข้างกายผมเป็นที่เรียบร้อย

“เราจะไปไหนกันครับ เมฆมีธุระต่อนะ” ผมพูดออกไปก็เเน่สิตอนบ่ายผมมีทำรายงานกับเพื่อนที่มหาลัย

“ที่ไหน?” นี่เขาจะไม่ตอบใช่ไหมว่าเขาจะพาผมไปไหนผมไม่มีเวลามานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเขาหรอกนะ

“ที่มหาลัยครับ” ผมได้ยินเขาตอบกลับเเต่ อืม อะไรของเขาวะเขาควรปล่อยผมกลับไปทำรายงานไม่ใช่ไงให้ตายสิไม่ใช่ตบไฟเลี้ยวเข้ามาในโรงเเรมหรูขนาดนี้

“ใส่ซะ” เขาโยนอะไรมาบนตักผมเหมือนจะเป็นเสื้อกันหนาวเเต่เเค่รู้ยีห้อเเละราคาก็น่าจะหนาวเเล้วจริงๆเเต่ไม่เข้าใจให้มาทำไมอากาศร้อนขนาดนี้ ผมยังคงขมวดคิ้วสงสัย

“หรืออยากโชว์ว่าเพิ่งโดนอะไรมา?”

มือเล็กรีบยกปิดทันทีก่อนจะรีบสวมเสื้อกันหนาวเเล้วรูดซิปขึ้นจนสุด

“เธอใส่เเบบนี้ก็น่ารักดี” ว่าจบปากหนาก็กดจูบบนกลุ่มผมนิ่มเเล้วลงจากรถไปมีเเต่ผมนี่เเหละนั่งนิ่งอยู่ตรงนี้

“จะให้ฉันไปอุ้มลงมารึไง” ได้ยินเเค่นั้นผมรีบลงมาอย่างรวดเร็วให้ตายสิเสื้อเขานี่ไซส์อะไรวะอยู่บนตัวผมทำไมมันลงมาถึงต้นขาขนาดนี้ บ่นไปก็เดินตามร่างสูงใหญ่ไปเงียบๆ

“สวัสดีครับคุณเปรมทางเราได้จัดตามที่คุณต้องการเเล้วครับ ชั้นบนสุดเชิญครับ” เสียงพนักงานพูดออกมาก่อนจะเดินนำไป

“เดินดีๆ” อ่าผมคงเหม่ออีกเเล้วสินะทำไมเสียงเขาน่ากลัวเเบบนี้ เเขนเเกร่งเข้ามาโอบเอวผมไว้เเน่นผมอดประหม่าไม่ได้จนเผลอกัดปากตัวเองเเน่น

“อ่ะ! คุณเปรม!” ผมตกใจอยู่ๆเจ้าของร่างใหญ่ก็ดันผมชิดผนังลิฟต์ นี่เราไม่ได้อยู่กันเเค่สองคนนะเขากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง!

“ชู่วว”ปลายนิ้วหนาจรดริมฝีปากบางเล็กเหมือนบอกกลายๆว่าให้เงียบ

“อย่ากัดปาก ถ้าอยากให้มันเเตกฉันขอเป็นคนทำมันเอง”

“มะ..ไม่กัดแล้วครับ” อันตรายเขาอันตรายมากเกินไปจริงๆ ผมได้ยินเสียง หึ ในลำคอเขาพร้อมกับเสียงลิฟต์ที่เปิดออกพอดีมือเล็กรีบดันเเผงอกกว้างออกห่างทันที

“เชิญครับ” ผมหันไปมองวิวรอบๆบอกได้เลยว่าตรงนี้สวยงามมากจริงๆตึกที่สูงเหยียดฟ้าขนาดนี้ผมเคยไปก็ตั้งหลายที่เเต่เเปลกทำไมที่นี่ผมไม่เคยรู้จักเลย

“ชอบรึไง?” ผมสะดุ้งเซไปข้างหลังเล็กน้อยเเผ่นหลังผมปะทะกับอกแกร่งทันที

“เเค่บอกว่าชอบ ตึกนี้จะเป็นของเธอทันทีภายใน10 วิ” นั้นสินะคนอย่างเขาทำได้อยู่เเล้วเเต่เเบบนี้มันเกินไปแล้วเเค่ผมชอบเนี่ยนะ

“เมฆไม่ได้อยากได้” ผมตอบกลับไปทันที

“ฉันไม่ได้ให้ฟรี ทุกสิ่งจากฉันมันต้องเเลก”

“เมฆไม่มีอะไรจะมาเเลกหรอกครับ” นั้นสินะจะให้เงินเขาเหรอ อย่างเขาคงไม่ต้องการหรอกมั้ง

“เเน่นอนว่าเธอมี” อะไรวะที่บอกว่ามี?

“หลังจากนี้เธอมีสิ่งที่ฉันต้องการเเน่นอน”

เป็นครั้งเเรกที่ผมนั่งทานข้าวกับเขาบอกไม่ถูกทั้งอึดอัดเเละสิ่งที่เขาพูดมันคืออะไรเเต่ผมก็เลิกคิดแล้วล่ะยังไงผมก็ต้องอยู่กับเขาอยู่ดี พอออกมาจากโรงเเรมหรูกะจะขอเเยกกับเขาเลยเพราะต้องไปทำงานต่อที่มหาลัย

“งั้นเเยกเลยนะครับ เมฆจะไปทำงานต่อ”

“ขึ้นรถ” อะไรของเขาบอกว่าจะไปทำงานยังจะให้ไปไหนด้วยอีก

“ตะเเต่” โอเคไม่ต้องมองเเบบนั้นจะพาไปไหนก็ไปเลยเถียงอะไรไม่ได้อยู่เเล้วนิผมรีบก้าวขึ้นรถปิดประตูทันที

ผมเตรียมใจไว้เเล้วล่ะว่าวันนี้คงไม่ได้ไปช่วยเพื่อนเเน่นอนเดี๋ยวค่อยไลน์บอกพวกมันก็ได้ เฮ้อ เอาเเต่ใจจริงๆว่าเเล้วผมก็หยิบโทรศัพท์มากดบอกเพื่อนทันที

“คุยไรนักหนา” คุยไรล่ะก็ใครที่ทำให้ต้องผิดนัดเพื่อนเนี่ย

“ก็เมฆจะบอกเพื่อนว่าไปไม่ได้เเล้ว”

“แหกตาดูซะ” ผมรีบเงยหน้ามองทันที นี่มหาลัยผมนิ จะมาส่งมันพูดยากรึไง!

“อ้าว เมฆไม่ทันมองทางไม่คิดว่าคุณเปรมจะให้มา”

“อืม กี่โมง” อะไรกี่โมงของเขา อ๋อกลับกี่โมงสินะ

“อ๋อ เมฆน่าจะเสร็จตอนประมาณทุ่มนี่เเหละครับ ปกติเพื่อนไปส่งอยู่เเล้ว”

“คนนั้น?” ผมมองตรงไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่อ่าไม่ใช่หรอก นั่นน่ะรุ่นพี่ที่ตามจีบผมต่างหากใครจะกล้าบอกว่ะว่ามีคนตามจีบ

“ไม่ใช่หรอกครับ คนนั้นรุ่นพี่ครับ”

“หึ งั้นเหรอ”

“งั้นเมฆไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ อ้อ! เเล้วก็ขอบคุณอาหารมื้อนี้ด้วยนะครับ” ผมยกมือไหว้ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความจริงใจเเล้วก้าวเท้าลงจากรถ

“เดี๋ยว!” เท้าชะงักทันทีผมหมุนตัวกลับไปผมอาจจะลืมของบางอย่างสินะเเต่เขาเดินลงตามมาทำไม?

“มีอะ..อื้ม!” มือใหญ่บีบท้ายทอยเล็กเบาๆริมฝีปากหนากดจูบบดขยี้ริมฝีปากแดงเล็กทันทีดูดดึงขอบปากบนสลับล่างไปมาจนบวมเจ่อเเล้วผละออก

“นี่สำหรับพวกที่มันกล้าจะหวัง”

ดวงตาสีนิลจ้องมองใครอีกคนที่จงใจจะให้เห็นฉากนี้โดยเฉพาะปลายนิ้วใหญ่ลูบวนริมฝีปากที่บวมเจ่อไปมาด้วยความพอใจ

“เเล้วฉันจะมารับ”

พูดเเค่นั้นร่างสูงใหญ่ก็ขับรถออกไปทันที ให้ตายสิลืมไปได้ไงว่าไม่ได้มีเขาเเค่สองคนผมหันไปดูต้นไม้ต้นนั้นกลับไม่มีใครอยู่ซะเเล้ว หวังว่าคงไม่มีใครเห็นนะ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

พี่ชายเพื่อน
พี่ชายเพื่อน
นิยายรักสุดแซ่บของหนุ่มนักธุรกิจสุดเท่ เซนนิก้า กับ คุณหนูเชอเอม ที่ถูกโชคชะตาลิขิตให้พบกัน ปมร้อนแรงเริ่มจากความตั้งใจจะเครม แต่กลับกลายเป็นรักแรกพบที่เร่าร้อน นวนิยายวายรักดาร์กที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความหวั่นไหว และสัมพันธ์อันลึกซึ้ง อ่านฟรีที่นี่
บำเรอรัก เพลิงสวาท
บำเรอรัก เพลิงสวาท
เมื่อแม่เลี้ยงติดหนี้กาสิโนมหาศาล นิต้าจึงถูกบีบให้เป็นนางบำเรอของโดมินิคใน บำเรอรัก เพลิงสวาท นิยาย modern ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงศักดิ์ศรีและแรงปรารถนาท่ามกลางเกมหนี้แค้น อ่านนิยายออนไลน์ romance novel เรื่องเยี่ยมที่ถ่ายทอดบทพิสูจน์ความรักท่ามกลางการบังคับและชัยชนะของอสูรร้าย
ความจริงเกี่ยวกับเมียน้อยของเขา
ความจริงเกี่ยวกับเมียน้อยของเขา
ในงานเบบี้ชาวเวอร์สุดหรู ความลับของภาคินถูกเปิดโปงเมื่อเขามีครอบครัวซ่อนไว้ ความจริงเกี่ยวกับเมียน้อยของเขา นำไปสู่การทรยศที่ทำให้ชีวิตพังทลาย สิตาจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์ทำลายภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบใน romance novel แนว billionaire romance books เรื่องนี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม
วุ่นนักรักอลเวง   (ฟาบริซ-แอลลี่)
วุ่นนักรักอลเวง (ฟาบริซ-แอลลี่)
วุ่นนักรักอลเวง (ฟาบริซ-แอลลี่) เรื่องราว romance สุดแสบของแอลลี่ที่แอบรักพี่ชายคนโต แต่กลับต้องมารับมือกับฟาบริซ คู่กัดปากร้ายที่จ้องขัดขวางหัวใจ เมื่อความใกล้ชิดเปลี่ยนจากศัตรูเป็นความหวั่นไหวในสไตล์ modern novel อ่านนิยายออนไลน์ฟรีในรูปแบบ young adult fiction romance books ที่นี่
เส้นทางเสียว...ร่านรักร้อนสวิง
เส้นทางเสียว...ร่านรักร้อนสวิง
สัมผัสเรื่องราวของนุ่นและเนใน เส้นทางเสียว...ร่านรักร้อนสวิง เมื่อหนุ่มสาวมหาลัยตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกแห่งการแลกเปลี่ยนความร่านร้อนที่ยากเกินควบคุม romance novel แนว modern ที่จะพาคุณไปพบกับความสัมพันธ์แบบสวิงกิ้งผ่านนิยายออนไลน์คุณภาพที่ไม่ควรพลาด อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง เมื่อหลินซีตัดสินใจหย่ากับสามี billionaire ผู้เย็นชาหลังถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เธอจึงก้าวเข้าสู่โลกของ modern novel ในฐานะผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและมีอำนาจ ทิ้งอดีตที่เคยเป็นเพียงตัวแทนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ใน romance novel ที่เธอเป็นผู้คุมเกมเอง

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เกมอำนาจ
เกมอำนาจ
มีข่าวลือในวงการธุรกิจว่าหากได้รับความโปรดปรานและความช่วยเหลือจากผู้ทรงเกียรติอย่าง หยินเชวี่ยชิงจวิน ก็จะสามารถประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด ในวันหนึ่ง มีพนักงานส่งของที่ชื่อว่าเสิ่นฉือ อ้างว่าต้องรีบไปส่งออร์เดอร์ถัดไป แล้วบุกเข้าไปในห้องประชุมของจวิ่นเซิ่งกรุ๊ป เพียงคำพูดไม่กี่คำของเขาก็สามารถแก้ไขวิกฤตทางธุรกิจได้ทันที เขาบอกว่าเมื่อสามสิบปีก่อน ป้าหลิน เคยบอกเขาไว้ว่า หากมีใครดูถูกเขา เขาจะทุบหน้าแล้วเหยียบไหล่คนผู้นั้น และบอกให้รู้ไปเลยว่า เสิ่นฉือเกิดมาเพื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่
เธอผู้เหนือสิ่งอื่นใด
เธอผู้เหนือสิ่งอื่นใด
ความแค้นที่พ่อโดนฆ่านั้นฝังลึกจนไม่อยากร่วมโลก มู่ซ่าวเฉิงเอาฟางเข่อซินไปทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลจิตเวช เพื่อทรมาน แต่ทว่าเขากลับแต่งงานกับเธอในสองปีให้หลัง "อย่าแม้แต่จะคิด คุณแค่เปลี่ยนวิธีการชดใช้ความผิดเท่านั้นเอง"
ยุค 80 นี้ ภรรยาผมไม่ธรรมดา
ยุค 80 นี้ ภรรยาผมไม่ธรรมดา
บ้าคู่สุดขั้ว! สายลับหญิงหน้าตายทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวสติไม่สมประกอบแห่งยุคทศวรรษ 80 นามว่า เจียงเสี่ยวเหอ ในวันแต่งงาน เธอกลับพบว่าสามีซ่งคนโง่ของเธอ แท้จริงแล้วแค่บาดเจ็บจนความจำเสื่อม และยังมีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไปมากมาย จากนั้นเป็นต้นมา เธอและสามี “คนโง่” จึงจับมือร่วมกัน ต่อสู้กับผู้ใหญ่บ้านชั่วที่กดขี่รีดไถทั้งหมู่บ้าน ส่งมันเข้าคุกได้สำเร็จ หมู่บ้านที่เคยยอมจำนนและอ่อนแอมาทั้งชีวิต ในที่สุดก็ได้ต้อนรับ ผู้นำหญิงผู้แข็งแกร่งและเด็ดขาด คนใหม่
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
วินเซนต์มาจากครอบครัวร่ำรวยทั้งฝ่ายพ่อและแม่ แม่เขาคือประธานกรรมการของวิลสันกรุ๊ปและพ่อเขาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียลึกลับ เขาปกปิดความรวยแล้วเริ่มความสัมพันธ์กับเจสสิก้า แต่สุดท้ายกลับโดนรถชนจนโคม่าไปสามปีโดยที่ขาดการติดต่อกับพ่อแม่ เจสสิก้าทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้วินเซนต์ แต่เธอกลับถูกญาติรังแกแล้วก็ถูกสังคมดูถูก ตอนที่เจสสิก้าถูกรังแกเพราะวินเซนต์อีกครั้ง ชายผู้ตกอยู่ในโคม่ามาสามปีกลับได้สติอีกครั้ง พอเหล่าคนที่มารังแกได้รู้ตัวตนแท้จริงของวินเซนต์ พวกเขาก็ได้รู้ซึ้งว่ากำลังล่วงเกินใครอยู่
คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
เซิ่งเย่หลานรักฉินเส้าหมิงมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นและยินดีที่จะมอบมรดกมหาศาลของแม่ให้กับเขา เพื่อช่วยเขาสร้างฉินซื่อกรุ๊ปและนำพาตระกูลฉินให้กลายเป็นตระกูลเบอร์ต้นของเมืองอวิ๋นเฉิง แต่หลังจากที่เซิ่งเย่หลานแต่งงานเข้าตระกูลฉินก็ได้ป่วยมาตลอดสามปีและอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากไปหาหมอ กลับพบว่าน้องสาวต่างแม่ซ่งซือเยว่นอนอยู่บนเตียงเดียวกับฉินเส้าหมิง และแม่ของฉินเส้าหมิงก็อยู่ที่บ้านและเห็นด้วยกับการนอกใจในครั้งนี้ หลังจากที่โดนซ่งซือเยว่และฉินเส้าหมิงกับแม่เหยียดหยาม ฉินเส้าหมิงก็ได้บอกความจริงว่าตัวเองแค่เห็นแก่เงินของเธอและไม่เคยรักเธอเลย และเขายังได้ซื้อประกันชีวิตให้เธอ และรอให้เธอตายเพื่อที่จะได้เงินประกันจำนวนมาก เซิ่งเย่หลานผิดหวังกับชีวิตของเธอ และคิดไม่ถึงว่าจะถูกฉินเส้าหมิงพาไปที่ดาดฟ้า เขาที่รอเธอป่วยตายไม่ไหว ได้ผลักเธอตกลงมาจากดาดฟ้า ขณะที่ตกลงมา เซิ่งเย่หลานสาบานในใจว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง เธอจะแก้แค้นพวกเขาร้อยเท่าพันเท่า ให้พวกเขาไม่มีวันสงบสุขไปตลอดกาล
ราชินีผู้ท้าทายสวรรค์
ราชินีผู้ท้าทายสวรรค์
เจียงหลี เทพเจ้าผู้เคยเหินฟ้าสู่สวรรค์ ต้องกลับมาผ่านด่านฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ดันหลุดเข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูไร้ค่ากลางเมืองหลวง เจอผู้ชายทรยศ ฆ่า เจอน้องสาวหน้าด้าน ตบ เจอพ่อแม่ที่เคยรังแก เอาคืนให้สาสมใต้หล้านี้ ใครกล้าดูหมิ่นเจียงหลี ข้าฟันให้ขาดในดาบเดียว ทุกคนต่างตกตะลึง คุณหนูไร้ค่าไม่เพียงแต่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ แต่ยังสามารถบังคับอสูรเหาะเหินได้อีกด้วย ใครว่ามือเล็กสู้ขาใหญ่ไม่ได้ แขนของเจียงหลี ขยี้กะโหลกเจ้าให้แหลกก็ยังได้