Logo
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

97 ตอน
จบแล้ว
ราชินทร์ ชายหนุ่มผู้ถูกเลือกโดยทวยเทพให้ครอบครองตรากษัตริย์ใน ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ นิยาย fantasy ที่จะพาคุณย้อนเวลาสู่อียิปต์โบราณเพื่อทำภารกิจรวบรวมแผ่นดิน ท่ามกลางอุปสรรคแห่งอำนาจและการทรยศของหญิงคนรักที่หมายปองราชบัลลังก์ อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวการต่อสู้สุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้

เรื่องย่อ ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

ราชินทร์ ชายหนุ่มชาวไทยผู้ถูกโชคชะตาเล่นตลก เมื่อทวยเทพแห่งไอยคุปต์ประทานตราสัญลักษณ์กษัตริย์และนำพาเขาย้อนเวลาสู่ยุคอียิปต์โบราณ จากคนธรรมดาต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ในการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น ท่ามกลางสมรภูมิแห่งอำนาจและการผจญภัยในอดีตกาลอันไกลโพ้น เขากลับต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่แสนเจ็บปวด เมื่อความรักที่เกิดขึ้นในดินแดนมนต์ขลังนี้เป็นเพียงการรักเขาข้างเดียว ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังเสน่ห์ของสตรีที่เขาปักใจรักกลับแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานที่มุ่งหมายจะครอบครองราชบัลลังก์ บทสรุปของสงครามและหัวใจจะลงเอยอย่างไร เมื่อคนหนึ่งยอมเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อความรัก แต่อีกคนกลับเลือกใช้อำนาจเพื่อก้าวสู่ความเป็นใหญ่ในใหญ่ในแผ่นดิน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

บทนำ

อาณาจักรอียิปต์ 3,100 ปี (1782-1570) ก่อนคริสตกาล

อียิปต์ ดินแดนแห่งเทพเจ้า ดินแดนแห่งความศรัทธาที่มีต่อเหล่าทวยเทพของชาวไอยคุปต์ ชาวไอยคุปต์โบราณต่างยึดมั่น และเชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขาคือที่พึ่งสุดท้าย ยามเมื่อแผ่นดินถึงคราวกลียุค อาณาจักรอียิปต์เมื่อครั้งบรรพกาล สมัยต้นราชวงศ์ได้รวบรวมอียิปต์เหนือและอียิปต์ใต้เป็นอาณาจักรเดียว และมีกษัตริย์ปกครองสืบต่อๆ กันมาอีกหลายราชวงศ์ ครั้นเมื่อถึงปลายยุคสมัยราชอาณาจักรกลาง ทั่วอาณาจักรต่างประสบความเดือดร้อนไปทุกที่ ผู้ปกครองหัวเมืองต่างๆ ภายในอาณาจักรอียิปต์ต่างลุกขึ้นต่อต้านกษัตริย์อีกครั้ง กล่าวกันว่ายุคนี้เป็นยุคเสื่อมของสมมุติเทพจากเทพเจ้า ฟาโรห์ซึ่งเป็นผู้ปกครองอียิปต์ ต่างหมดอำนาจอย่างสิ้นเชิง ต่างชาติไร้สิ้นความยำเกรงแต่อย่างใด เป็นยุคแห่งความไม่มีเสถียรภาพโดยแท้ เป็นยุคของการถูกรุกรานจากต่างชาติ บ้านเมืองถูกทำลายย่อยยับ พังพินาศไม่มีชิ้นดี

พวกฮิกซอส ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากทางซีเรีย ต่างบุกเข้าอาณาจักรเพื่อเข้ามาท้าทายอำนาจของอียิปต์และกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ปกครอง พวกฮิกซอสเดินทัพโดยการขี่ม้าและรถม้า ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในอียิปต์สมัยนั้น ต่างบุกข้ามมาทางด้านเหนือของแหลมไซนาย และตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่ เทลอัด-เดบา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเทนิส ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของดินดอนสามเหลี่ยม และเคลื่อนกำลังไปยังยอดของดินดอนสามเหลี่ยม อันเป็นจุดที่ทำให้เคลื่อนกำลังลงใต้ได้อย่างรวดเร็ว

ในการบุกเข้าอาณาจักรอียิปต์ในครั้งนี้ จุดประสงค์ของพวกฮิกซอส คือ ยึดอาณาจักรอียิปต์ที่กำลังเสื่อมถอยอยู่ในขณะนั้น ให้ตกมาอยู่ในกำมือ จนกระทั่งพวกฮิกซอสสามารถยึดครองอาณาจักรอียิปต์ได้เป็นผลสำเร็จและตั้งเมืองหลวงชื่อ อวารีส ครอบครองดินแดนส่วนเหนือของอียิปต์

นอกจากจะเกิดศึกสงครามซึ่งต่างชาติบุกเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งต้องสู้รบกับพวกฮิกซอสอยู่ตลอดเวลา ภายในอาณาจักรอียิปต์ ยังเกิดความระส่ำระสายไปถ้วนหน้า ด้วยเกิดสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง นั้นก็คือตำแหน่งฟาโรห์ ทั้งพระและขุนนาง ต่างแตกแยกขาดความสามัคคี ด้วยต้องการแย่งชิงอำนาจเอาไว้อยู่กับฝ่ายตน

อาณาจักรอียิปต์ในยุคดังกล่าว อ่อนแออย่างไม่เคยปรากฏ เชื้อพระวงศ์ของอียิปต์ซึ่งกระหายในอำนาจ อำนาจรัฐของฟาโรห์ที่เมมฟิสสิ้นสุดลง บรรดานครรัฐต่างตั้งตนเป็นอิสระและทำสงครามรบพุ่งกันเอง ดินแดนแม่น้ำไนล์ที่เคยอุดมสมบูรณ์เกิดภัยแล้งติดต่อกันเป็นเวลานาน ฟาโรห์อ่อนแอเกินกว่าที่จะสร้างระบบชลประทานขึ้นมา แก้ปัญหาได้ ความอดอยากและภัยสงครามแพร่กระจายทั่วแผ่นดิน

ในที่สุดอียิปต์ถูกแบ่งเป็นสองเขต คืออียิปต์ใต้ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมมฟิสถูกปกครองโดยตระกูลหนึ่งจากเมืองเฮรักลีโอโพลิส (Herakleopolis) ส่วนอีกเขตหนึ่งคืออียิปต์เหนือที่อยู่ทางใต้ของเมมฟิสถูกปกครองโดยตระกูลจากเมืองธีบีส (Thebes) ซึ่งต่างฝ่ายพากันจัดตั้งให้มีฟาโรห์ขึ้นปกครองในดินแดนของตน ทั้งสองดินแดนมีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน นั้นก็คือยึดครองดินแดนฝ่ายตรงข้ามให้มาเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม โดยมิใส่ใจพวกฮิกซอส ซึ่งได้ครอบครองดินแดนส่วนเหนือของอียิปต์แต่อย่างใด

หรือจะเป็นเพราะเทพเจ้าดลบันดาลให้อาณาจักรถึงคราวล่มสลายหรือจะทรงดลบันดาลให้เป็นอย่างอื่น ในตอนปลายใกล้สิ้นสุดของยุคอาณาจักรกลาง อำนาจของพวกฮิกซอสอ่อนแอลงและเสื่อมถอยซึ่งครอบครองดินแดนทางตอนเหนือของอียิปต์อยู่ในขณะนั้น จู่ๆ ฟาโรห์แห่งอียิปต์เหนือเสด็จสวรรคตอย่างมิรู้สาเหตุ ทำให้อียิปต์เหนือไร้สิ้นกษัตริย์ปกครอง บังเกิดความโกลาหลไปทุกหย่อมหญ้า

ภายใต้ความอัปยศ และความอับอายที่เกิดขึ้นจากการถูกต่างชาติเข้ามายึดครอง จะจบสิ้นลงเมื่อใดกันเล่าเมื่ออียิปต์เหนือในขณะนี้ตกอยู่ในภาวะลำบาก กลายเป็นเป้าหมาย จากศึกในคืออียิปต์ใต้ และศึกจากพวกต่างชาติคือฮิกซอส ซึ่งพยายามแสดงศักดาว่าอำนาจยังมิเสื่อมถอย พยายามเข้ายึดครองอียิปต์เหนือและโจมตีอียิปต์อยู่เป็นระยะๆ โดยอียิปต์เหนือไม่มีทางหลีกเลี่ยง ประชาชนเริ่มตื่นตระหนก เนื่องจากมิรู้ชะตากรรมในอนาคต

สิ่งเดียวที่จะช่วยได้ในเวลานี้ คือศรัทธาแห่งเทพเจ้า เทพเจ้าของพวกเขาเท่านั้นที่กลายเป็นส่วนรวมจิตใจของประชาชน อียิปต์เหนือต้องมีกษัตริย์ปกครอง และเป็นกษัตริย์ที่จะนำพาพวกเขาผ่านพ้นภัยพิบัติร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้นี้ให้หมดไป รวมถึงรวบรวมแผ่นดินให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง แต่กษัตริย์ของเขาคือใคร จึงจะสามารถนำความสงบและความยิ่งใหญ่ของอียิปต์เมื่อครั้งอดีตให้หวนกลับคืนมา จะสมหวัง หรือจะต้องเผชิญชะตากรรม ในเมื่อสิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า มันคือความหายนะของแผ่นดินซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเยือน

เมืองซาวิเย็ท-เอล-อารยัน

วิหารร้างเทพเจ้าอาเมน

เสียงสวดจากบรรดานักบวช รวมแล้วเกือบ 30 ชีวิต ซึ่งต่างพากันมารวมตัวที่วิหารเทพเจ้าอาเมน ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชนและบรรดาเครื่องหอมต่างๆ กลิ่นกำยานหอมลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สามารถทำให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดให้เบาบางลงไปได้บ้าง แต่เหมือนมิได้ทำให้เหล่านักบวชทั้งหมดนั้น คลายความวิตกจากสีหน้าที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดจากทางใบหน้าของแต่ละคน เสียงสวดโหยหวนดึงระงมฟังแล้วน่าสะพรึงกลัว หากเผอิญมีคนที่ผ่านไปมาในบริเวณนั้น ได้มาฟังเสียงสวดในขณะนี้ ไม่มีใครที่ได้ฟังแล้วจะไม่ขนลุกจนตั้งชัน

เสียงสวดของเหล่านักบวช ดังติดต่อกันอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความเงียบ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่พ่นออกมา ฉับพลันวัตถุประหลาดบางอย่างลอยคว้างพุ่งออกจากวิหารเทพเจ้าอาเมนทันที แสงสีทองเรืองรองหมุนรอบเหนือวิหารเทพเจ้าอาเมน ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นเหนือท้องฟ้าพร้อมหมุนรอบตัวเองไปมาอย่างรวดเร็ว แสงเรืองรองที่เห็นเป็นประกายเริ่มค่อยๆ สว่างวาบขึ้นมาทีละน้อย ท่ามกลางพระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม มองดูอึมครึม ก่อนจะค่อยๆ ลอยเคลื่อนผ่านออกไปจากพระจันทร์อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ เหลือเพียงแสงประหลาดที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ยังคงลอยเด่นและหมุนรอบตัวเองด้วยความรวดเร็ว คล้ายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

ภายในวิหารร้างเทพเจ้าอาเมน

ร่างสูงของนักบวชร่างหนึ่งซึ่งคล้ายจะเป็นหัวหน้าของนักบวชทั้งหมด เริ่มขยับตัวพร้อมค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อทั้งหมด ต่างพากันสวดคาถาโบราณเสร็จสิ้น พร้อมเงยหน้าจ้องมองนักบวชแต่ละคนที่อยู่ในบริเวณ พร้อมเอื้อมมือเปิดหีบ ที่ทำจากหินอะลาบาสเตอร์ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในหีบดังกล่าว พร้อมกับเสียงของนักบวชหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กันร้องถามออกมา ด้วยความไม่แน่ใจทันที

“ท่านคาเจม! สิ่งนี้จะช่วยพวกเราได้จริงหรือ หากมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด อาณาจักรอียิปต์มิต้องถึงกาลล่มสลาย ทั้งพวกข้ารวมไปถึงตัวท่านและประชาชนในอาณาจักร จะไม่เหลือแผ่นดินให้อยู่อีกต่อไปแล้วนะขอรับ”

คำถามของนักบวชหนุ่ม บ่งบอกถึงความคิดภายในใจ เหล่านักบวชที่เหลือเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว ต่างเงยหน้ามองหัวหน้านักบวชของพวกตนพร้อมสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจเช่นเดียวกัน ท่ามกลางคำถามมากมายที่อยู่ภายในดวงตาของแต่ละคู่ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวหน้านักบวชของพวกเขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดัง

“พวกเจ้าและข้า ต่างมารวมตัวกันที่วิหารเทพอาเมนเพื่ออะไรกัน!” หัวหน้านักบวช พูดพร้อมจ้องมองหน้านักบวชแต่ละคนอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะหันร่างกลับไปพร้อมเงยหน้ามองรูปปั้นเทพเจ้าอาเมน พร้อมใช้มือโรยผงกำยานลงไปในเปลวไฟเพื่อกระจายกลิ่นหอม และให้เปลวไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา ก่อนกล่าวกับเหล่านักบวชต่อไป

“การที่ตัวข้าและพวกเจ้าทั้งหมด ซึ่งมาจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกันที่วิหารเทพเจ้า ก็เพื่อมาสวดอ้อนวอนต่อเหล่าทวยเทพ ให้อาณาจักรของพวกเราผ่านพ้นหายนะร้ายที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไปให้ได้ไม่ใช่รึ ศรัทธาต่อเหล่าทวยเทพ จะส่งผลในสิ่งที่พวกเราต้องการ พวกเจ้าและข้าต่างมีเวทมนตร์ที่ไม่มีใครล่วงรู้ แม้กระทั่งสังฆราชซูกาฟาห์ ยังไม่รู้ว่าทั้งข้าและพวกเจ้าต่างมีอำนาจลี้ลับซึ่งเทพเจ้าทรงประทานให้ เหตุใดพวกเจ้าจึงมาตั้งคำถามเช่นนี้กับข้าอีก”

คำตอบของหัวหน้านักบวชคาเจม ทำเอาเหล่านักบวชที่ยืนฟังอยู่ในขณะนั้น ต่างตกอยู่ในความเงียบทันที ด้วยพวกตนล่วงรู้ดีว่า อำนาจลี้ลับที่พวกเขามีอยู่นั้นล้วนได้มาจากเทพเจ้าซึ่งพระองค์ประทานให้ ก่อนจะตั้งใจฟังเมื่อหัวหน้านักบวชของพวกเขาเอ่ยอธิบาย สิ่งที่อยู่ภายในหีบดังกล่าว

“สิ่งที่พวกเจ้าเห็นอยู่ในหีบนี้ คือตราสัญลักษณ์กษัตริย์แห่งอียิปต์โบราณ ตกทอดมาตั้งแต่ราชอาณาจักรเก่า แฝงเร้นไปด้วยอำนาจลึกลับอันมากมายมหาศาล ตราสัญลักษณ์จะนำผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรอียิปต์มาหาพวกเรา และจะเป็นผู้นำอียิปต์ผ่านพ้นหายนะเลวร้ายนี้ไปจนได้ อียิปต์ของเราจะกลับมายิ่งใหญ่และรุ่งเรืองอีกครั้ง ไม่ต้องเผชิญกับพวกที่คอยแย่งชิงหวังครอบครองอำนาจที่พวกมันไม่สมควรที่จะได้รับอีกต่อไป” นักบวชคาเจม กล่าวพร้อมหันกลับไปมองตราสัญลักษณ์กษัตริย์ ที่อยู่ในหีบตรงหน้า

หีบอะลาบาสเตอร์ สีขาวขุ่นเปิดอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์กษัตริย์ จากราชอาณาจักรเก่า ซึ่งทำมาจากทองคำทั้งหมด มีลักษณะเป็นพระศอ ตราสัญลักษณ์มีรูปร่างเป็นวงกลมทำด้วยทองคำและงูใหญ่ขดตัวล้อมรอบตราสัญลักษณ์นั้นซึ่งตีทองคำแท้ให้เป็นแผ่นแกะลวดลายสัญลักษณ์ของกษัตริย์อียิปต์ ตรงกลางมีอักขระโบราณคล้ายเป็นประโยคบางอย่างกำกับอยู่ภายใน แต่มันมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ตราสัญลักษณ์กษัตริย์ซึ่งครอบอยู่ด้านบนหายไป เหลือเพียงส่วนที่เหลือซึ่งเป็นชิ้นส่วนด้านล่างที่ยังคงอยู่

สายตาของเหล่านักบวชต่างมองมาที่หัวหน้ากลุ่มของพวกตนเป็นตาเดียวกัน เมื่อเหตุการณ์ประหลาดซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปทันทีที่จบบทสวดคาถาโบราณเมื่อครู่ที่ผ่านมา ทำให้ตราสัญลักษณ์ของกษัตริย์อียิปต์ซึ่งเป็นชิ้นส่วนด้านบน จู่ๆ ลอยละลิ่วพุ่งทะยานออกจากวิหารเทพเจ้าอาเมนขึ้นสู่ท้องฟ้าต่อหน้าต่อตาของเหล่านักบวชทั้งหมด ก่อนจะได้ยินเสียงของนักบวชหนุ่ม หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ผลของมัน

“ท่านคาเจม ท่านจะล่วงรู้ได้อย่างไร ว่าผู้ใดคือผู้ครอบครองตราสัญลักษณ์กษัตริย์ที่อยู่ในหีบตรงหน้านี้ขอรับ และอีกนานเพียงใด ผู้ที่ถูกกำหนดจากเทพเจ้าจึงจะปรากฏตัว มิมีสัญญาณบอกจากเทพเจ้าให้พวกเราได้ล่วงรู้ก่อนบ้างหรือขอรับ อีกอย่างหากสังฆราชซูกาฟาห์ ล่วงรู้พิธีกรรมของพวกเราในเวลานี้ ต้องหาวิธีขัดขวางและกำจัดสิ่งที่เรารอคอยอย่างแน่นอน ท่านซูกาฟาห์ แม่นยำในการดูดวงดาวมิใช่หรือขอรับ” คำถามของนักบวชหนุ่ม ทำเอานักบวชคาเจมถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมหันกลับไปมองเหล่านักบวช ก่อนจะกล่าวในสิ่งที่ตนกังวลเช่นเดียวกัน

“ข้าไม่รู้! แต่อย่างน้อยกษัตริย์แห่งเทพเจ้าจะต้องมีบางอย่างที่แปลกไปกว่าผู้อื่นแน่นอน ข้ามั่นใจเช่นนั้น ส่วนซูกาฟาห์จะล่วงรู้การทำพิธีในวันนี้หรือไม่ พวกเจ้าไม่ต้องกังวล วิหารแห่งนี้ห่างไกลจากเมืองหลวง ดวงดาวในทิศทางที่ซูกาฟาห์ใช้อ่านดวงดาว มิได้อยู่ในเส้นทางที่มันอ่านได้ ข้าล่วงรู้ดี และเพราะเหตุนี้ ข้าจึงเลือกที่จะทำพิธีกรรมในวิหารเทพอาเมน เพราะในที่ลับมักถูกค้นหาแต่ในสถานที่แห่งนี้ มักถูกปล่อยทิ้งร้างไร้สิ้นผู้ใดเหลียวแลมาเนิ่นนาน มิมีผู้ใดคาดเดาได้อย่างแน่นอน” นักบวชคาเจม พูดพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ถึงแม้ว่าซูกาฟาห์จะดูดวงดาวได้อย่างแม่นยำ ข้อนั้นข้าไม่เถียงแต่มิได้หมายความว่า ซูกาฟาห์จะมีอำนาจที่เทพเจ้าทรงประทานให้เหมือนข้าและพวกเจ้าที่อยู่ในนี้ เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ซูกาฟาห์มันก็กระหายอยากที่จะขึ้นสถาปนาเป็นฟาโรห์อยู่ทุกวันไม่เคยเว้น เพียงแต่มันไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะขึ้นสถาปนาได้ จึงทำได้แค่เป็นผู้สำเร็จราชการแทน แต่เชื่อเถอะว่าคนอย่างมันต้องหาช่องทางทุกอย่าง เพื่อมันจะได้อำนาจดั่งตามที่มันต้องการอย่างแน่นอน” นักบวชคาเจม พูดพลางก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมหยุดยืนอยู่ด้านหน้าบริเวณรูปปั้นของเทพเจ้าอาเมน พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อสังเกตปรากฏการณ์บางอย่าง

“พระจันทร์เต็มดวงแล้ว! ตราสัญลักษณ์กษัตริย์กำลังเดินทางไปยังทิศทางที่ไม่มีใครล่วงรู้ อียิปต์ยังไม่ถึงกาลวิบัติ” หัวหน้านักบวชเอ่ยออกมาด้วยความยินดี พร้อมหันกลับไปบอกพวกของตน

“ตราแห่งกษัตริย์กำลังเดินทางไปในที่ไม่มีใครพบและไม่มีใครล่วงรู้ได้ พิธีกรรมในวันนี้คือความหวังสุดท้ายของอียิปต์ และดูเหมือนว่า อียิปต์ของเรายังไม่ถึงคราวอับจน กษัตริย์ที่เหมาะสมของพวกเรามีตัวตน” นักบวชคาเจม บอกกล่าวกับเหล่านักบวชตรงหน้า ใบหน้าที่ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้เริ่มมีสีหน้าของความหวังอย่างเห็นได้ชัด

“พวกเจ้าจงมองขึ้นไปเบื้องบน สัญลักษณ์กษัตริย์หยุดอยู่กับที่แล้ว นั้นหมายถึงนิมิตที่ดีของอียิปต์ ตราแห่งกษัตริย์คงล่วงรู้แล้วว่า กษัตริย์ของอียิปต์อยู่ที่ใด” นักบวชคาเจม กล่าวพร้อมก้าวเดินออกไปจากวิหารร้าง ใบหน้ายังแหงนมองสัญลักษณ์แห่งกษัตริย์ที่อยู่บนท้องฟ้า ดวงตายังคงจ้องมองไม่กะพริบ ตามติดด้วยเหล่านักบวชทั้ง 30 ชีวิต ต่างเดินตามออกมาด้านนอกวิหารอย่างพร้อมเพรียงกัน ทันใดนั้นเอง

“พรึ่บ!”

ท้องฟ้าในตอนกลางคืนขณะนี้ บริเวณทางทิศเหนือ ปรากฏแสงสว่างเจิดจ้ามองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น แสงนั้นส่องแสงสว่างค่อยๆ ลามเลียไปทั่วทะเลทรายเบื้องล่าง วิหารร้างเทพเจ้าอาเมนถูกแสงสว่างสาดกระทบจนมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ทั่วบริเวณเบื้องล่างขาวโพลนไปจนทั่ว ตามติดด้วยเสียงดังสนั่นสนั่นหวั่นไหวดังมาจากท้องฟ้าเบื้องบนอย่างมิเคยปรากฏมาก่อน

“ตูม!”

แสงสว่างเจิดจ้าจากตราแห่งกษัตริย์บัดนี้หายลับไปกับตา ทันทีที่เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปรากฏขึ้น สัญลักษณ์แห่งกษัตริย์เลือนหายไปจากท้องฟ้า เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบที่เข้ามาเยือน เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ตราแห่งกษัตริย์กำลังเดินทางไปสู่ทิศทางใดไม่มีใครรู้ อำนาจและความลี้ลับจากมนตราแห่งอียิปต์โบราณ กำลังมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย สู่ทิศทางอันยาวไกลยากที่ใครจะคาดคิด

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
อลิสหลุดมาอยู่ในร่างหลิวตานพร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วยใน ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1 นิยายแนว fantasy ผสม LitRPG ที่เธอต้องใช้พลังธาตุเร่งโตและระบบสุดเพี้ยนเพื่อพาครอบครัวหนีจากการกดขี่สู่ความมั่งคั่งใน adventure ครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
ฟาร์มสุข
ฟาร์มสุข
เว่ยเว่ยนักศึกษาฝึกงานหลุดมิติไปพบกับลู่เหวินเยียนพรานหนุ่มในนิยายเรื่อง ฟาร์มสุข แนว fantasy romance ที่ผสานการเอาชีวิตรอดและการผจญภัย เมื่อหญิงสาวจากโลกปัจจุบันต้องปรับตัวในกระท่อมเชิงเขา ท่ามกลางความลึกลับของโลกใหม่ใน fiction fantasy romance books ที่น่าติดตาม
โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
โอย!แม่นมกลายเป็นนายหญิงของจวนเจียง
หญิงหม้ายเย่หยุนเหนียงรับจ้างเป็นแม่นมในจวนตระกูลเจียงเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ทว่าความฝันถึงชีวิตอันสงบต้องสะดุดลงเมื่อนางดันไปพัวพันกับบุรุษทรงอิทธิพลของตระกูล จากคนที่ต้องการเพียงความเรียบง่าย นางต้องเผชิญชะตากรรมพลิกผันสู่การเป็นนายหญิงผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งจวนเจียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ เมื่อสาวร่างอ้วนผู้เกลียดผักต้องเผชิญภารกิจสุดป่วนในต่างโลกแนว fantasy เพื่อเอาตัวรอดจากการถูกสวรรค์ลงโทษให้มาทำฟาร์มในดินแดนพิศวง ติดตามการผจญภัยแก้กรรมสุดแปลกใน adventure story ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลผ่านนิยาย online novel
สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
อมิตานักมวยสาวจบชีวิตลงและตื่นมาในร่างคุณหนูห้าผู้ขี้โรคในนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย แนว fantasy action เธอต้องใช้ทักษะมวยไทยเพื่อฝึกตนและเอาชีวิตรอดจากการถูกกลั่นแกล้งในโลกใหม่ ร่วมติดตามการผจญภัยใน adventure story และอ่านนิยายออนไลน์ฟรีผ่าน web novel เรื่องเยี่ยมนี้
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี เมื่อเซียนน้อยผู้ดูแลสวนท้อทำของล้ำค่าหายจนถูกเนรเทศลงมาแดนมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ต้องห้าม นางต้องเผชิญหน้ากับเซียนมังกรหนุ่มที่ลงมาขัดขวางการเพาะปลูก ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจของเหล่าเซียนในนิยาย fantasy romance สนุกกับการผจญภัยในรูปแบบ fiction fantasy novels

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
ก่อนวันแต่งงาน เจียงอู้จับได้ว่าคู่หมั้นที่คบกันมาเจ็ดปีอย่างลู่หมิงเซียวแอบนอกใจกับหร่วนซืออวี่ และยังล่วงรู้ว่าทั้งสองวางแผนจะทำร้ายเธอในพิธีแต่งงาน ขณะกำลังตั้งครรภ์ เจียงอู้เสียใจอย่างแสนสาหัส และพบว่าลู่หมิงเซียวต้องการเพียงใช้อำนาจของตระกูลเจียงเป็นบันได อีกทั้งเธอยังถือรายงาน DNA ที่เปิดโปงความสัมพันธ์ลับของทั้งคู่ไว้ในมือ จากนั้นเธอจึงอดทนวางแผนอย่างเงียบ ๆ รวบรวมหลักฐาน และเปิดเผยความจริงกลางงานแต่ง ทำให้ลู่หมิงเซียวกับหร่วนซืออวี่เสื่อมเสียชื่อเสียงจนหมดสิ้น ระหว่างนั้นเจียงอู้ต้องสูญเสียลูกไป แต่ก็ได้พบกับสวี่จิ่งชวน ชายที่แอบรักเธอมานาน สุดท้ายเจียงอู้ก้าวข้ามอดีต และภายใต้การปกป้องของสวี่จิ่งชวน เธอเดินออกจากความมืดมน หนึ่งปีต่อมาทั้งสองจัดพิธีแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน
[พากย์เสียง] วันสิ้นโลกกับสามหนุ่มสุดเทพ
[พากย์เสียง] วันสิ้นโลกกับสามหนุ่มสุดเทพ
ในวันสิ้นโลกอันหนาวเหน็บ ครอบครัวเลือกปกป้องลูกเลี้ยง แล้วผลักฉันสู่พายุหิมะอย่างไร้ปราณี ทว่าในวินาทีเป็นตาย ฉันปลุกพลังระบบสามเทพบุตรขึ้นมา ประธานหนุ่มสุดเย่อหยิ่งผู้กุมเสบียงไม่จำกัด ศาสตราจารย์อัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญการป้องกันระดับสูง และน้องชายสายออดอ้อนที่มีพลังเคลื่อนย้ายพริบตา ขณะที่ทั้งเมืองเป็นนรกแห่งความเยือกเย็น ฉันกลับซ่อนตัวอยู่ในวิลล่าควบคุมอุณหภูมิ กินหม้อไฟท่ามกลางสามหนุ่มหล่อ มองดูครอบครัวสารเลวฆ่ากันเองเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาคลานมาถึงหน้าประตูบ้านฉัน คุกเข่าขออาหาร ฉันเปิดระบบไฟฟ้ารอบบ้าน ส่งพวกเขาไปสู่จุดจบอย่างไม่ลังเล ชาตินี้ไม่ขอความรัก ขอแค่เอาตัวรอด พาสามหนุ่มสุดเทพ ฝ่าโลกแห่งความเยือกเย็น คว้าชัยชนะต้อนรับปีใหม่
หมอกพรางใจ ใครซ่อนรัก
หมอกพรางใจ ใครซ่อนรัก
สวี่ซวงเจี้ยนตกหลุมรักลู่ซีฉือตั้งแต่แรกพบ เพราะตัวเองดวงแข็ง จึงแต่งงานกับตัวซวยอย่างลู่ซีฉือ เดิมทีเธอคิดว่าเป็นความฝันที่กลายเป็นจริง แต่ลู่ซีฉือกลับมีคนในใจมาตลอด สวี่ซวงเจี้ยนจึงต้องซ่อนความรู้สึกไว้ และพยายามใช้ผลประโยชน์จากสามี มาใช้หนี้ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ เมื่อสาวในใจของลู่ซีฉือกลับมาจากต่างประเทศและเริ่มเข้ามาก้าวก่าย สวี่ซวงเจี้ยนก็ตัดสินใจขอหย่า และยอมหลีกทางให้
พันธะรักข้ามภพ
พันธะรักข้ามภพ
อดีตไทเฮาเสิ่นเยว่หมิง ถูกลอบสังหารจนสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของนางทำพิธีใช้เลือดเรียกวิญญาณทุกวันไม่เคยขาด สามปีต่อมา วิญญาณของเสิ่นเยว่หมิงกลับทะลุมิติฟื้นคืนชีพ แต่กลับมาเกิดใหม่ในร่างของ สนมผู้ไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
เพื่อนรัก เพื่อนร้าย
ชาติก่อน ซ่งจือเหย่ถูกหลินซิงลั่วหลอกจนครอบครัวรังเกียจและต้องจบชีวิตอย่างน่าเศร้า เมื่อได้เกิดใหม่ เธอมองเห็นธาตุแท้ของหลินซิงลั่ว หลีกเลี่ยงกับดักได้ทัน และพบว่าเวินซู่เหนียนคือคนที่คอยปกป้องเธอเงียบ ๆ มาโดยตลอด ซ่งจือเหย่จึงเปิดโปงความจริงต่อหน้าครอบครัว และผลักหลินซิงลั่วออกจากตระกูลให้ได้รับกรรมที่สมควร
สายลับทะลุมิติ กลายเป็นแม่เลี้ยงลูกสาม
สายลับทะลุมิติ กลายเป็นแม่เลี้ยงลูกสาม
เสิ่นหลิงสายลับหลางหยา ประสบอุบัติเหตุระหว่างเอาตัวรอดในป่าจนทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเสิ่นหลิง หญิงชาวบ้านชื่อเดียวกันในหมู่บ้านฉิงซู และกลายเป็นแม่เลี้ยงของเด็กสามคน เย่เหยียนจือ พ่อของเด็ก ๆ หายตัวไปขณะเดินทางไปสอบ เสิ่นหลิงจึงต้องพาลูก ๆ ใช้ชีวิตตามลำพัง หลังจากเปิดใช้งานระบบความรู้สึก เธอก็พาลูก ๆ กินเนื้อทุกมื้อในปีที่อดอยาก และทำถังหูลู่ขายหาเงิน แต่ชีวิตก็ไม่ได้ราบรื่นเช่นนี้ตลอดไป เมื่อวิกฤตหลายด้านกำลังคืบคลานเข้าหาครอบครัวแม่ลูกทั้งสี่คนกลุ่มนี้ เสิ่นหลิงและเด็ก ๆ จะรับมืออย่างไร...