ตอน 2
“เด็กดี เจ้าเป็นของข้าแล้วนะ”
“เจ้าค่ะ บ่าวเป็นของคุณชายแล้ว”
นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของจางลี่ นางยังสาวและสดใหม่ คุณชายหวังหย่งจึงเรียกนางมาปรนนิบัติอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกับวันนี้ แม้เป็นกลางวันแสกๆ แต่หากคุณชายเรียกตัว นางก็ต้องข่มกลั้นความเขินอายมาปรนนิบัติคุณชาย
หวังหย่งมองร่างเกือบเปลือยของสาวใช้ที่บิดกายเร่าๆ ด้วยความพอใจ เขาชักนิ้วเรียวออกจากร่องรักที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำหวานแล้วแทรกเข้าไปในโพรงปากที่เผยออ้าส่งเสียงคราง ให้นางได้ลิ้มรสชาติน้ำรักของตนเอง นางทำตัวเป็นนกน้อยเมื่อถูกป้อนสิ่งใดเข้าปากก็ดูดกลืนอย่างหิวโหย ขณะเดียวกันนั้นเอง หวังหย่งก็จับเรียวขางามให้แยกออกกว้างแล้วกดแท่งหยกเข้าร่องรักพรวดเดียวมิดด้าม!
“อ๊า!” จางลี่อ้าปากหวีดร้องเมื่อถูกกระทุ้งเข้าจนจุก “คุณชาย...ซี๊ดดด”
“เป็นอย่างไร” เขาถามทั้งที่ขยับสะโพกโยกใส่อย่างเมามัน เขาก้มมองแท่งหยกของตนที่เข้าออกรัวเร็ว ไม่สนใจว่ากลีบเนื้อนุ่มจะบวมแดงเพราะแรงกระแทกกระทั้นไม่ปรานีของเขา
“เสียวเจ้าค่ะ” จางลี่ถูกความเสียวซ่าครอบงำไปทั่วร่าง นางได้แต่นอนบิดกายไปมาปล่อยให้คุณชายเคลื่อนไหวตามใจจนกระทั่งร่างของนางเกร็งกระตุกด้วยถูกกระตุ้นให้ถึงจุดสุดยอด
“อือ...อ๊า กรี๊ดดดด”
“โอ้ว ข้าเสร็จแล้ว เสร็จ...อา”
เสียงครางยาวอย่างสุขสมพร้อมกับการดึงแท่งหยกออกมารีดพิษลงบนหน้าท้องของนาง เขามองนางหอบหายใจด้วยความพึ่งพอใจ ยื่นมือไปแตะแก้มนวลเบาๆ
“เด็กดี อย่าลืมทำความสะอาดห้องเรียบร้อยด้วย”
“จะ..เจ้าค่ะ คุณชาย”
หวังหย่งแต่งกายเรียบร้อยแล้วจึงเดินตัวปลิวด้วยความโล่งกายสบายใจที่ได้ปลดปล่อย เมื่อเดินพ้นเรือนของตนออกมาด้านนอกที่ห้องโถงใหญ่ เขาต้องประหลาดใจที่เห็นบิดาเชื้อเชิญหญิงสาวผู้หนึ่งเข้ามาด้านใน
“หวังหย่งมาพอดี” หวังอี้ผู้เป็นบิดายิ้มกว้าง แล้วแนะนำ “นี่บุตรชายคนโตของข้าเองชื่อหวังหย่ง”
“ข้าหวังหย่งยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง...” หวังหย่งแสร้งทำเป็นบัณฑิตผู้เรียบร้อย ทว่าในใจลอบชื่นชมความงามของหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้
“ข้าน้อยชิงหรูเจ้าค่ะ” หญิงสาวย่อกายคารวะอย่างงดงาม ใบหน้าอ่อนหวานประดับรอยยิ้มเอียงอายราวบุปผาแรกแย้ม ไม่ว่าใครได้พบต้องหลงใหลจนมิอาจถอนสายตาได้
“รถม้าของข้าเสียกลางทาง โชคดีได้พบท่านเศรษฐีหวังผ่านมาพอดีจึงได้อาศัยติดตามมาที่นี่ ชิงหรูขอรบกวนทุกท่านแล้ว”
“พบผู้เดือดร้อนย่อมต้องช่วยเหลือ แม่นางชิงหรูอย่างได้เกรงใจไปเลย”
“แม่นางชิงหรูจะพักกับเราวันสองวัน รอจนคนที่บ้านส่งรถมารับแล้วจึงจะเดินทางต่อ” หวังอี้เอ่ยบอกลูกชาย “อย่างไรเจ้าให้คนมาดูแลรับใช้แม่นางชิงหรูด้วย”
“ชิงหรูขอบคุณเศรษฐีหวังและคุณชายมากเจ้าค่ะ” นางส่งยิ้มอ่อนหวาน
“ให้จางลี่มาคอยดูแลแม่นางชิงหรูก็แล้วกัน” หวังอี้เห็นสาวใช้ข้างกายบุตรชายเข้ามาพอดีจึงเรียกไว้ก่อน
“เจ้าค่ะ” แม้เพิ่งเดินเข้ามาแต่เมื่อถูกเรียกใช้งาน ในฐานะบ่าวจึงไม่อาจแสดงความไม่พอใจใดๆได้ ยิ่งเห็นสายตาคุณชายหวังหย่งจ้องมองสตรีผู้นั้นแล้ว นางเผลอกำมือแน่นด้วยความริษยา
หญิงสาวแปลกหน้ามองสาวใช้แล้วคลี่ยิ้มด้วยความพอใจ
กลิ่นคาวใคร่คละเคล้ากลิ่นอายความริษยาแจ่มชัดถึงเพียงนี้ นางชอบเหลือเกิน
…..
จางลี่เดินเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่และของใช้สำหรับ ‘แขก’ ของนายท่านใหญ่ ไม่รู้หญิงผู้นี้เป็นใครกันแน่ นายท่านถึงได้ให้ความสำคัญมากถึงเพียงนี้ หากจะกล่าวว่าเป็นสตรีสูงศักดิ์แต่ไฉนจึงเดินทางเพียงลำพัง ไร้เงาบ่าวรับใช้ติดตามข้างกาย
“แม่นางชิงหรู บ่าวนำของใช้มาให้แล้วเจ้าค่ะ”
จางลี่เรียกหญิงสาวที่ยืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่างด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ทว่าเมื่อแขกคนพิเศษของนายท่านใหญ่หันมาส่งยิ้มให้ จางลี่กลับเป็นฝ่ายตกตะลึงในความงามของสตรีผู้นี้ งดงามเสียจนนางรู้สึกริษยา
“ลำบากเจ้าแล้ว” หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ เดินมาดูข้าวของที่เศรษฐีหวังส่งมาให้
จางลี่อดไม่ได้มองนิ้วมือเรียวงามที่ลูบไล้เนื้อผ้า แม้เป็นกิริยาเรียบง่ายกลับดึงดูดสายตายิ่งนัก มิน่าเล่า นายท่านจึงได้ใส่ใจสตรีผู้นี้ถึงเพียงนี้ พลันปลายนิ้วดุจหยกงามแตะถูกนิ้วมือของนางที่วางอยู่บนเสื้อผ้าพอดี จางลี่สะดุ้งได้สติแล้วรีบก้มหน้าลงอย่างเจียมตัวและซ่อนความริษยาไว้
“แม่นางกล่าวเกินแล้ว” จางลี่ได้สติรีบพูดขึ้น “บ่าวเป็นเพียงหญิงรับใช้ นายท่านมอบหมายให้บ่าวดูแลแม่นาง บ่าวย่อมมิอาจละเลยหน้าที่ของตนเองได้”
“อย่างไรก็ต้องขอบใจเจ้ามาก” หญิงสาวยื่นมือไปแตะหลังมือของจางลี่เบาๆ “หากไม่ได้พบเศรษฐีหวัง ข้าต้องลำบากเป็นแน่ ข้าวของเครื่องใช้ของข้าอยู่ในรถม้าทั้งหมด นี่คงต้องรอซ่อมรถม้าเสร็จข้าจึงจะเดินทางต่อได้”
เมื่อเห็นว่าชิงหรูไม่มีท่าทีถือตัวเหนือผู้อื่น จางลี่จึงคลายความประหม่าลงแล้วยอมพูดคุยด้วยมากขึ้น
“ไม่ทราบว่าแม่นางชิงจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”
“เมืองหลวง” นางตอบพร้อมรอยยิ้ม
“แม่นางจะไปเมืองหลวงหรือเจ้าคะ”
“อืม” ชิงหรูพยักหน้ารับ ท่าทางไร้จริตมารยาแต่กลับดูงดงามน่ามอง “ได้ยินว่าดอกโบตั๋นที่เมืองหลวงแบ่งบานงดงามยิ่ง ข้าอยากเห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง”
จางลี่ไม่เคยไปเมืองหลวง และไม่เคยออกจากเมืองแห่งนี้ ได้แต่ฟังเรื่องราวต่างๆ จากคุณชายหวังหย่ง เพียงเผลอใจคิดถึงคุณชาย ใบหน้าของจางลี่ก็ฝาดสีเลือดขึ้นมา เพราะเหม่อลอยจึงไม่รู้ว่าตัวว่าชิงหรูกำลังจ้องมองนางอยู่
“ดูท่าทางเจ้าสนิทสนมกับคุณชายหวังหย่งมาก”
“บ่าวเป็นบ่าวรับใช้คุณชายมาตั้งแต่บ่าวยังเด็ก คุณชายให้ความเมตตากับบ่าวมาก” นางพยายามเก็บความรู้สึกในใจไม่แสดงออก
“น่าจะเป็นเช่นที่เจ้าพูดมา เศรษฐีหวังเองก็ชื่นชมบุตรชายมาก ระหว่างทางเล่าเรื่องของคุณชายหวังหย่งให้ข้าฟังมากมาย ไม่ทราบว่าคุณชายหวังมีฮูหยินข้างกายหรือยัง”
เมื่อถูกถามเรื่องนี้ จางลี่ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ยังฝืนแย้มยิ้มแล้วตอบ “คุณชายหวังปีนี้อายุสิบแปด ฉลาดปราดเปรื่อง คุณชายตั้งปฏิธานจะเข้าสอบจอหงวงให้สำเร็จจึงจะแต่งภรรยา นายท่านใหญ่เองก็สนับสนุนเต็มกำลัง เพียงแค่นายท่านมีบุตรชายเพียงคนเดียวซึ่งเกิดจากฮูหยินใหญ่ ในส่วนฮูหยินรองนั้นเคยตั้งครรภ์แต่กลับแท้งไปสองครั้ง อ๊ะ!”
จางลี่รีบยกมือปิดปากตนเอง ไม่คิดว่าจะเผลอปากมากเล่าเรื่องของเจ้านายให้ผู้อื่นรับรู้เช่นนี้
“เรื่องเป็นเช่นนี้เอง” หญิงสาวพยักหน้ารับอีกครั้ง “ข้ารบกวนเจ้าให้ช่วยเตรียมน้ำอุ่นให้ทีเถิด เดินทางมาไกล อยากอาบน้ำชำระร่างกายเสียหน่อย”
“ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบจัดการให้ ประเดี๋ยวบ่าวจะเตรียมของว่างมาส่ง ส่วนมื้อเย็นนั้น นายท่านเรียนเชิญแม่นางชิงให้กินอาหารร่วมกัน”
“อืม ชิงหรูรับคำในลำคอ จางลี่เรียกบ่าวคนอื่นมาช่วยเตรียมน้ำร้อนให้แขกของนายท่าน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จางลี่จึงเข้ามาช่วยชิงหรูผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เรือนร่างเปลือยเปล่าก้าวลงในอ่างอาบน้ำ จางลี่ลอบมองใจเต้นแรงอย่างไม่รู้ตัว เรือนร่างของสตรีผู้นี้แสนเย้ายวน ทรวงอกมิได้ใหญ่โตนักแต่กลับพอเหมาะพอดีกับเรือนร่างรับกับเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึง ผิวกายเนียนละเอียดขาวผ่องราวกับหิมะ มิน่าเล่า ทั้งคุณชายและนายท่านจึงได้จ้องนางตาเป็นมันเชียว
ถ้าข้างดงามได้สักครึ่งของนาง ไม่สิ แค่เศษเสี้ยวเดียวของนาง คุณชายหวังคงไม่เหลือสายตาไว้เหลือบแลผู้ใดเป็นแน่
“จางลี่”
“เจ้าคะ” จางลี่สะดุ้งสุดตัว
“เจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าอยากแช่น้ำสักครู่ หากมีอะไร ข้าจะเรียกเจ้าเอง”
“เจ้าค่ะ”
หญิงสาวโปรยยิ้มหวานมองจางลี่ที่รีบออกไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มอ่อนหวานจึงแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาดุร้าย ครู่หนึ่งอีกาตัวหนึ่งบินเข้ามาในห้องเพียงพริบตาจากอีกาสีดำสนิทกลายเป็นร่างบุรุษสวมอาภรณ์สีดำ เขาคุกเข่าเบื้องหน้าหญิงสาวที่เอนหลังพิงขอบอ่างอย่างสบายอารมณ์
ตอน 3
“มาแล้วหรือกวงหมิง”
“ขอรับท่านประมุข”
“ลุกขึ้นแล้วมาปรนนิบัติข้า” นางเบ้ปากไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ชายผู้นั้นเมื่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จึงเห็นได้ชัดว่ารูปร่างของเขาสูงใหญ่เพียงใด
‘กวงหมิง’ เดินเข้ามาแล้วยื่นมือไปหยิบผ้าผืนหนึ่งมาแล้วยื่นมือไปจับเรียวแขนงามของหญิงสาวขึ้นจากน้ำบรรจงขัดผิวให้นางอย่างแผ่วเบา
“อา...” หญิงสาวส่งเสียงครางอย่างพอใจ “ไม่มีผู้ใดปรนนิบัติข้าได้ดีเท่าเจ้าเลย”
ชายหนุ่มยังมีสีหน้าราบเรียบ ตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง
“เด็กดี” หญิงสาวพลิกกายมาเกาะขอบอ่างอาบน้ำ หากจ้องมองดวงตาของนางให้ดีจะเห็นว่าดวงตาของนางมีประกายสีม่วงเข้มราวกับอัญมณีเม็ดงาม
“เจ้ารับใช้ข้ามากี่ปีแล้วนะ”
“ยี่สิบปีขอรับ”
“ยี่สิบปีของมนุษย์แสนยาวนาน แต่สำหรับปีศาจอย่างข้าเพียงพริบตาเดียว” นางหัวเราะเบาๆ
“ท่านประมุขประสงค์จะพักที่นี่หรือขอรับ”
“แค่เล่นสนุกสามประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น” นางหัวเราะร่วน “ข้าไม่รีบร้อนเดินทาง หรือเจ้ารีบ?”
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่ประมุขต้องการขอรับ”
“อืม” นางเบ้ปากเพราะอีกฝ่ายปากหนักไม่ค่อยพูดจากับนางนัก “น้ำเย็นแล้ว ข้าจะขึ้นจากอ่างอาบน้ำแล้ว”
“ขอรับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วโน้มตัวลงยื่นมือไปช้อนร่างของนางขึ้นจากน้ำ เรียวแขนงามยกขึ้นคล้องคอของเขา ร่างเปลือยเปล่าเปียกชุ่มเย้ายวนตา แต่ชายหนุ่มยังสีหน้าเย็นชา เขาอุ้มนางมาที่ยืนหลังฉากกั้น หยิบผ้ามาซับน้ำจนแห้งสนิทดีแล้วหยิบเสื้อผ้าของนางมาสวมให้ที่ละชิ้น ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่ายและใจเย็นทำให้ปีศาจสาวหงุดหงิด
“ออกไปได้แล้ว มีอะไรข้าจะเรียกเจ้าเอง”
“ขอรับ”
ชายหนุ่มถอยหลังไปสองสามก้าว ก้มศีรษะให้เล็กน้อยเพียงพริบตาร่างของเขากลายเป็นอีกาตัวหนึ่งบินออกไปอย่างไร้ร่องรอย
‘ชิงหรู’ เบ้ปากไม่สบอารมณ์นัก ไม่ว่านางจะยั่วยวนหรือกลั่นแกล้งกวงหมิงอย่างไร ชายผู้นี้แทบไมแสดงสีหน้าอารมณ์ใดให้นางเห็น
นางคือปีศาจราคะ ครั้งหนึ่งนางเคยเพียรพยายามฝึกฝนเพื่อเป็นเทพเซียน ผ่านมาพันปีนางคิดว่าหนทางเป็นเซียนนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ นางมุ่งสู่วิถีมารกลายเป็นปีศาจอันดับหนึ่ง ล่อลวงผู้คนให้มัวเมาราคะ เสพสมสูบพลังวิญญาณ หากผู้ใดทำให้นางพึ่งพอใจ นางจะบันดาลในสิ่งที่ปรารถนา ด้วยเหตุนี้เทพเซียนจึงลงมาปราบมาร กักขังนางไว้ที่ภูผาเทียมเมฆา ร่างกายถูกกักขังแต่สามารถถอดดวงจิตสิงสู่มนุษย์ มนุษย์กลุ่มหนึ่งบูชานาง ก่อตั้งลัทธิลิขิตจันทราคัดเลือกเด็กหญิงมาเพื่อเป็น ‘ร่างทรง’ ถวายแด่ปีศาจราคะ
ชิงหรูมาอยู่ที่ลัทธิลิขิตจันทราตั้งแต่อายุสิบสอง โดยมีกวงหมินเป็นคนพาเข้ามา เด็กหญิงมากมายถูกส่งเข้ามาที่แห่งนี้ จนอายุสิบห้า เด็กหญิงวัยเยาว์เติบโตเป็นหญิงสาวแรกแย้ม ทั้งหมดถูกคัดเลือกจนเหลือเพียงห้าคน สุดท้ายนางคือผู้ที่ ‘ปีศาจราคะ’ เลือก ผู้คนในลัทธิเรียกปีศาจราคะว่า ‘ท่านประมุข’ นางจึงเป็น ‘ร่างทรง’ ของปีศาจราคะ
ตั้งแต่วันที่ถูกเลือก ชิงหรูทำได้เพียงขยับปากแต่ไร้เสียง ผู้คนจึงเข้าใจว่านางเป็นใบ้ ซึ่งร่างทรงก่อนหน้านางก็เป็นเช่นนี้
‘กวงหมิน’ บุรุษใบหน้าเรียบเฉยคอยดูแลรับใช้และเป็นคนปกป้องนาง ยี่สิบปีที่ผ่านมา ท่านประมุขเปลี่ยน ‘ร่างทรง’ ไปหลายคนแล้ว แต่กวงหมินยังบ่าวรับใช้ข้างกายไม่เคยเปลี่ยน แม้นางจะนึกเบื่อหน่ายสีหน้าเย็นชาและท่าทางไม่แยแสต่อสิ่งใด แต่นางกลับพึงพอใจที่เห็นบุรุษผู้นี้เป็นเช่นนี้ นางหัวเราะออกมา กวงหมินจะกล้าแข็งข้อกับนางได้อย่างไร ในเมื่อเขาเองก็ถูกทำให้กลายเป็น ‘อีกา’ด้วยน้ำมือของนางเอก
หากนางไม่เป็นผู้ ‘ปลดปล่อย’ กวงหมินก็ไม่มีวันได้ร่างมนุษย์อย่างเดิม
เช่นเดียวกับร่างของ ‘ชิงหรู’ หากนางไม่ ‘ปลดปล่อย’ ชิงหรูก็ไม่มีวันพูดได้
มือเรียวแตะแก้มเบาๆ เพียงแค่นี้ก็ทำให้แก้มนวลแดงระเรื่ออย่างน่ามอง นางไม่ได้เลือกร่างทรงส่งเดช แต่ร่างของชิงหรูมีความพิเศษแต่กำเนิด เป็นสตรีที่ครอบครองความเย้ายวนขวนเสน่หา ร่างกายนี้อ่อนไหวกับสัมผัสแม้เพียงบางเบา นางคือปีศาจราคะที่ต้องการเสพสมกับมนุษย์เพื่อเพิ่มพลังวัตรให้ตนเอง แต่กระนั้นนางก็เป็นปีศาจที่แสนดี หากผู้ใดทำให้นางสุขสมอิ่มเอม นางจะมอบความปรารถนาให้คนผู้นั้นเป็นการตอบแทน ผู้คนที่เข้าร่วมลัทธิลิขิตจันทราก็เพียงเพื่อให้ได้สมในปรารถนา ไม่ต้องฝึกบำเพ็ญตนให้ทรมาน เสพสังวาสก็พบหนทางแห่งสุขได้เห็นสวรรค์เหมือนกัน
นางปีศาจยิ้มหวานให้กระจกเงาแล้วลุกขึ้นยืน คงใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว นางอยากเห็นนักว่า เบื้องหลังโฉมหน้าของเศรษฐีใจบุญและบุตรชายผู้มุ่งมั่นจะเป็นบัณฑิตนั้นเป็นเช่นไร
...
จางลี่รู้ว่าตนเองเป็นแค่หญิงรับใช้แต่กระนั้นนางก็ยังวาดหวังที่จะหลุดพ้นจากฐานะต่ำต้อยนี้ แต่เมื่อคุณชายหวังหย่งส่งสายตาชื่นชมแขกแปลกหน้า ความรู้สึกริษยาเจ็บแค้นจึงบังเกิดขึ้นในใจ
“ต้องขออภัยทุกท่าน ข้าเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเลยอาบน้ำนานไปหน่อย”
เสียงของชิงหรู-แขกของนายท่านใหญ่ทำให้จางลี่ตื่นจากภวังค์ นางฝืนยิ้มแสดงท่าทีอ่อนน้อมและเจียมตัว
“เชิญแม่นางชิงหรูทางนี้เจ้าคะ” จางลี่เดินนำไปที่ห้องที่ตระเตรียมอาหารมื้อเย็นเพื่อเลี้ยงแขกคนพิเศษของนายท่านใหญ่
ชิงหรูเดินตามจางลี่ลอบยิ้มกลั้นหัวเราะ นางมักสัมผัสกลิ่นอายริษยาชิงชังเหล่านี้ได้รวดเร็วเสมอ แน่ล่ะ นางเป็นปีศาจอายุกว่าพันปี เรื่องแค่นี้นางนางจะไม่รู้ได้อย่างไร
หวังอี้มีภรรยาที่งามพร้อมอยู่สองคน เหมยกุ้ยและหูเตี๋ย ทั้งสองเป็นพี่น้องที่มองภายนอกเหมือนรักใคร่กันดี แท้จริงแล้วทั้งสองชิงดีชิงเด่นกันเป็นที่รักของสามี ภายนอกผู้อื่นมองเศรษฐีหวังอี้ด้วยสายตาอิจฉาปนชื่นชมที่มีครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียว แต่เบื้องหลังนั้น...
หวังอี้ไม่ปิดบังภรรยาทั้งสองที่เชิญแขกอย่างชิงหรูมาพักที่บ้าน เขาเล่าไปตามจริง ภรรยาทั้งสองแม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่จู่ๆ สามีเชิญหญิงสาวแปลกหน้ามาพักและต้อนรับอย่าง ทว่าเมื่อเหมยกุ้ยและหูเตี๋ยได้เห็นใบหน้าของแขกคนพิเศษแล้วนั้น ทั้งสองก็ได้แต่ซ่อนความไม่พอใจไว้ใต้รอยยิ้ม
“ทำให้ทุกท่านต้องรอ ข้าเสียมารยาทจริงๆ”
ชิงหรูแย้มยิ้มทำเป็นไม่เห็นสายตาของภรรยาทั้งสองของเจ้าบ้าน หวังอี้และหวังหย่งดูแลต้อนรับแขกแปลกหน้าอย่างดียิ่ง นางคะยั้นคะยอให้สองภรรยาของหวังอี้ดื่มสุราเป็นเพื่อนนาง สุดท้ายนางแสร้งเมามายและขอร้องให้จางลี่พาเรือนที่พัก
ก่อนขอตัวกลับ นางเดินไปจับมือเหมยกุ้ยและหูเตี๋ยพลางทำเป็นกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างแล้วให้จางลี่ประคองกลับเรือน จางลี่อดสงสัยกับท่าทางของชิงหรูแต่ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไร ทว่าเมื่อเดินออกมาพ้นสายตาผู้คนแล้ว ชิงหรูก็ไม่มีอาการเมามายเหมือนเมื่อครู่เลยสักนิด
“ทำไมรึ” ชิงหรูถามพลางหัวเราะเสียงใส ท่าทางเป็นธรรมชาติแสนเย้ายวนจนสตรีด้วยกันยังรู้สึกริษยา
“ไม่มีอะไรเจ้าคะ” จางลี่ส่ายหน้าไปมาเร็วๆ
“ลี่เอ๋อร์เอยลี่เอ๋อร์” ชิงหรูยื่นปลายนิ้วไล้ใบหน้าของเด็กสาวแล้วทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ “ข้ารู้ว่าเจ้าปรารถนาสิ่งใด แต่การที่เจ้าอุทิศตัวเองให้คุณชายหวังหย่งนั้นไม่เพียงพอให้ตัวเองได้หลุดพ้นจากฐานะสาวใช้หรอกนะ”
“ท่าน...ท่านพูดเรื่องอะไร ข้า...ข้าไม่เข้าใจ” จางลี่ถอยหลังครึ่งก้าวทำให้มือของชิงหรูค้างอยู่ในอากาศ
“ข้าเอ็นดูเจ้านัก” ชิงหรูหาได้ถือสาจางลี่ นางยังคงหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ยต่อ “เอาล่ะ ข้าจะบอกเคล็ดลับให้ หากเจ้าต้องการสลัดฐานะสาวใช้นี้ ก็จงเปลี่ยนจากเป็นฝ่ายรอรับอารมณ์ของบุรุษและเป็นฝ่ายควบคุมเขาเสียเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ เจ้าก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ”
“เป็นฝ่ายควบคุม?” จางลี่พูดทวนช้าๆ “จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“ไม่เชื่อรึ” ชิงหรูเบ้ปากทำหน้าเหมือนน้อยใจ “เช่นนั้นคืนนี้เจ้าของลอบไปดูที่ห้องนอนของหวังอี้สิ แล้วจะรู้ว่าสตรีมีอำนาจเหนือบุรุษได้อย่างไร”