Logo
เสน่หามนตรา
เสน่หามนตรา

เสน่หามนตรา

64 ตอน
จบแล้ว
เมื่อเชคฮ บราฮิม ตกหลุมรักหญิงสาวแปลกหน้าใน เสน่หามนตรา เขาจึงสั่งให้ลูกน้องสืบหาตัวตนของเธอเพื่อครอบครองไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ติดตามเรื่องราวความหลงใหลในนิยาย modern ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอำนาจของมหาเศรษฐีใน romance novel ที่น่าจับตามองและอ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่

เรื่องย่อ เสน่หามนตรา

จากอุบัติเหตุเดินชนกันเพียงชั่วครู่ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคลั่งไคล้ที่ยากจะถอนตัว เชคฮ บราฮิม ตกอยู่ในภวังค์มนตราทันทีที่ได้สบตาอันทรงเสน่ห์ของม่านฟ้า หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานราวกับนางฟ้าเดินดินที่มาจุติบนโลกมนุษย์ ความประทับใจแรกพบนี้รุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้นำผู้ทรงอำนาจประกาศกร้าวต่อหน้าเลขาสนิทอย่างราชิตว่าเขาต้องการครอบครองเธอผู้นี้ให้ได้ ไม่ว่าม่านฟ้าจะเป็นใครมาจากไหน หรือต้องใช้สิ่งใดเข้าแลกเพื่อให้ได้ตัวเธอมาครอบครอง เขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางโดยไม่สนคำทัดทานใดๆ แม้แต่ความสงสัยของคนสนิทก็ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาอันแรงกล้าที่เขามีต่อหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ได้เลย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก เสน่หามนตรา

ม่านฟ้า

สาธารณะรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาณาเขตดินแดนในฝันที่ใครหลายคนนั้นอยากไปเหยียบสักครั้งในชีวิต ด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ความมั่งคั่งของผู้คน ความตระการตาของตึกราบ้านช่อง วัฒนธรรมที่น่าศึกษาและสิ่งสวยงามของประเทศนี้ที่แตกต่างและหรูหรา

"สวยจัง" เสียงหวานของม่านฟ้าหญิงสาววัยสร้างตัววัยยี่สิบแปดที่ได้แต่นั่งมองรูปภาพ ชื่นชมทัศนียภาพแค่ภาพนิ่ง อยากให้สักวันมันเป็นความจริง ว่าเธอนั้นจะได้มีโอกาสสัมผัส ผืนทะเลทราย ที่ร้อนระอุแต่มันก็มีความงามในแบบของตัวมันเอง ที่ทำให้ม่านฟ้านั้นหลงใหล อยากจะไปสักครั้ง

ม่านฟ้า เป็นสาวโสดตัวคนเดียว ไร้ญาติพี่น้อง พ่อแม่ตายจากตั้งแต่เธอยังเด็ก มีเพียงยายคนเดียวที่ชุบเลี้ยงเธอมา แต่ต้องมาจากลาไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อปีที่แล้วด้วยโรคชรา ม่านฟ้าเป็นคนใจแข็ง เธอเลือกคบคน น้อยนักที่ใครจะกล้าเข้าหาเพราะหน้าตา ท่าทางเธอนั้นดูเย็นชา ม่านฟ้าชอบอิสระ ชอบท่องเที่ยว ชอบถ่ายรูป มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่แอบดื้อเงียบ มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าได้กล้าเสีย ม่านฟ้าทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีเพื่อนที่สนิทกันแค่ไม่กี่คน เพราะเธอนั้นเลือกที่คบ มันมีสาเหตุให้เธอเป็นแบบนี้เพราะความไว้ใจของเพื่อนสมัยอนุบาล แต่ม่านฟ้ากลับถูกเพื่อนคนนี้หักหลัง จนม่านฟ้ากลายเป็นคนหยิ่งในสายตาคนอื่นเพราะเธอเฉยชากับการที่ต้องให้ใจใคร แต่ที่จริงเธอนั้นอ่อนไหวและใจดีเสียยิ่งกว่ากระไร

"เป็นอะไรยัยม่าน นั่งยิ้มคนเดียว" และนี่แหละเพื่อนสนิทไม่กี่คนของเธอที่พูดถึง 'เอย' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มารู้จักกันตอนที่ม่านฟ้ามาทำงานที่นี่ซึ่งเอยทำงานอยู่ก่อนแล้ว และมีแค่หล่อนคนเดียวที่กล้าเข้าหาม่านฟ้าจนกลายเป็นนั้นสนิทสนมกันจนถึงปัจจุบัน

"นี่...ฉันอยากไปที่นี่สักครั้งแก" ม่านฟ้าชี้โรงแรมแห่งหนึ่งที่มีลักษณะเป็นรูปเรือใบให้เอยดู เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อและสวยงาม มีเอกลักษณ์ที่น่าตราตรึงแก่สายตา

"ฝันเฟื่องแล้วแกอะ" เอยดีดนิ้วดังเปาะอย่างดึงสติทำให้ม่านฟ้านั้นหลุดจากภวังค์ จากที่ยิ้มจนต้องหุบยิ้มทันทีเพราะเพื่อนสนิทนั้นดับฝัน

“ฝันอะไร...ฉันกำลังเก็บเงินอยู่ ฝันของฉันมันต้องเป็นจริงเว้ยเพื่อนรัก หุหุ” เสียงหวานหัวเราะขบขันอย่างมีความหวัง

“เป็นเอามากเพื่อนฉัน” เอยส่ายหัวและเปรยออกมาอย่างเอือมระอาในความฝันของม่านฟ้าที่พร่ำเพ้อออกทางสีหน้าชัดเจน

“แล้วนี่แกไม่มีงานมีการทำหรือไง...มาดับฝันฉันเนี่ย”

“มี!”

“แล้วทำไมไม่ไปทำ”

“ฉันขี้เกียจ”

“เออ...ง่ายดีเนอะ”

“ก็ฉันเป็นคนง่าย ๆ ผู้ชายก็ได้ ผู้หญิงก็ดี” เอยไหวไหล่และเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดสักนิด

“ไม่มีคำบรรยาย...” ม่านฟ้าเอ่ยอย่างเอือมระอา จนเอยเพื่อนรักเดินออกไป ส่วนม่านฟ้าก็ก้มหน้ามองสถานที่ต่าง ๆ ในฝันที่เธอนั้นอยากจะไปด้วยความหวังที่มีเต็มเปี่ยม เพราะตั้งใจไว้แล้วว่า จะต้องไปให้ได้ในชีวิตนี้

“แล้วนี่แกจะรีบไปไหนม่านฟ้า รุกรี้รุกรนเชียว” เอยเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสาวนั้นเก็บกระเป๋าอย่างร้อนรนเหมือนคนรีบร้อน

“อ๋อ ฉันจะไปบริษัททัวร์น่ะแก ต้องเอาพาสสปอร์ตไปให้เขา”

“ห๊า นี่แกเอาจริงหรอม่านฟ้า แล้ว แล้วนี่แกไปเตรียมการตั้งแต่ตอนไหนวะ” เอยถามขึ้นอย่างตกใจไม่คิดว่าสิ่งที่เพื่อนนั้นฝัน เธอแอบทำมันโดยที่ไม่ได้บอกให้เธอรู้สักนิด

“ก็เริ่มมาสักพักแล้วล่ะ”

“ทำไมฉันไม่รู้อะ”

“แกชอบบอกฉันฝัน ฉันเพ้อเลยไม่อยากบอก ตอนแรกก็ว่าจะเล่าให้ฟังนะ แต่พอเห็นแกบอกเมื่อกลางวันว่าฉันนั้นฝันเฟื่องเลยเปลี่ยนใจไม่เล่าให้ฟัง

“แกนะแก ปิดเพื่อนได้ แล้วนี่จะไปเมื่อไหร่ล่ะ” เอยเมื่อไม่มีคำจะพูดต่อ เพราะสิ่งที่ม่านฟ้านั้นบอกเธอพูดดับฝันเพื่อนจริง ๆ

“อาทิตย์หน้าออกเดินทางและฉันก็ยื่นแจ้งลาพักร้อนไว้แล้ว” ม่านฟ้าบอกกล่าวให้เอยรับรู้ เพราะการไปตามฝันในสถานที่ใฝ่ฝันนั้นต้องไปหลายวัน และบ้านหลังเดียวที่เป็นมรดกส่งต่อมาจากยายเธอต้องอาศัยวานให้เอยดูแลให้ในช่วงที่เธอไม่อยู่

“เร็วจังวะ”

“ก็ฉันเตรียมตัวไว้นานแล้ว แค่ไม่บอกแกแค่นั้นเองเพื่อนรัก”

“ฉันมองแกพลาดมากม่านฟ้า”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...ถ้าฉันตั้งใจนะเอยไม่ว่าเรื่องยากแค่ไหนฉันก็ต้องทำมันให้ได้ ไปกับฉันด้วยไหมล่ะ”

“ไม่ไปอะ...แต่คืนนี้อย่าลืมนัดนะ เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง”

“โอเคจ้ะ”

....ยามราตรีที่แสนครึกครื้นแต่เวลากลางคืนแบบนี้บางคนอาจจะเข้าสู่ของการหลับใหลอย่างสบายใจ แต่มันไม่ใช่สำหรับสองสาวงามอย่างม่านฟ้าและเอย ที่กำลังเชยชมเหล่าผีเสื้อตัวผู้และตัวเมียร่ายท่าทางประกอบกับเสียงเพลงที่แสนเร้าใจ มือบางถือแก้วเครื่องดื่มโยกเบา ๆ ไปมา สายตาก็กวาดมองโดยรอบบริเวณแต่สายตาของม่านฟ้าได้สบตามองกับใครบางคนที่จ้องมาทางเธอเช่นกัน ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เธอแต่ม่านฟ้าก็ไม่ได้สนใจ ละสายตามองไปทางอื่นทันที ท่าทางแบบนี้ที่เธอเป็นประจำและคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

“ให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วจะได้ไหม?” ชายคนนั้นเดินมายืนตรงข้ามม่านฟ้าและเอ่ยทักอย่างร้องขอ

“..................” ม่านฟ้ามองนิ่งจ้องมองชายตรงหน้าแต่ก็ไม่พูดจาอะไร

“แก” เอยสะกิดแขนม่านฟ้าอย่างบอกกล่าวเมื่อเพื่อนนั้นเอาแต่นิ่งเงียบไม่สนใจ

“อะไร” ม่านฟ้าตอบเพียงสั้น ๆ

“เขาคุยกับแกอะ” เอยบอกพร้อมส่งยิ้มเป็นการทักทายชายตรงหน้า “นั่งก่อนสิคะ”

“ขอบคุณครับ” ชายคนนั้นนั่งลงตรงข้ามกับม่านฟ้า สายตาที่มองม่านฟ้าอย่างหยาดเยิ้มแต่เธอไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย “ผมชื่อครรชิตนะครับ...จะเป็นอะไรไหมถ้าวันนี้ผมขอเป็นเจ้ามือ” ครรชิตเสนอตัว

((ไม่ค่ะ/ยินดีค่ะ)) คำแรกม่านฟ้าพูด คำต่อมาเอ่ยบอกกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเพื่อนไม่เล่นด้วยเอยจึงส่งสายตาขึงตึงใส่ม่านฟ้าอย่างส่งสัญญาณว่าเธอนั้นอุตส่าห์จะรอดพ้นจากการเป็นเจ้ามือในค่ำคืนนี้แต่ทำไมเพื่อนต้องเป็นหนาม

“แหะ ๆ” เมื่อทำอะไรไม่ได้เมื่อสายตาของม่านฟ้านั้นส่งสัญญาณบอกกล่าวว่าเอยควรอยู่นิ่ง ๆ

“คงไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะเรามีเงินเลี้ยงตัวเอง...ไปกลับกันได้แล้วเอย” ม่านฟ้าวางแก้วเครื่องดื่มแล้วลุกพรวดจากโต๊ะนั้นทันทีโดยไม่รีรอให้เอยนั้นได้มีโอกาสเอ่ยปากถามหรือตอบโต้ใด ๆ

“ม่านฟ้า!” เอยตวาดเสียงดังในรถเมื่อเพื่อนไม่ได้ดั่งใจ

“ตะคอกเสียงดังทำไม” ม่านฟ้าไม่ได้ใยดีเสียงแค่นี้ไม่สะทกสะท้านหูเธอหรอก

“แกทำให้เราชวดกินฟรี” เอยนั่งหน้างอมือกอดอกพูดพร่ำ

“ของฟรีไม่มีในโลก มันอาจจะคิดไม่ดีกับเราก็ได้นะเอย” ม่านฟ้าชี้แจง “เราเป็นผู้หญิงมาเที่ยวแบบนี้จะเห็นแก่กินฟรีไม่ได้ต้องนึกถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อน”

“มันก็ใช่อะ ฉันคิดน้อยไป งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่า”

ครรชิต

ท้องฟ้าที่แสนสดใส แสงแดดเจิดจ้าร้อนระอุของเมืองไทย สาวไทยผิวสองสีกำลังย่างกรายเรียวขายาวสวยเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้เธอจะไปทำตามฝันที่ตั้งใจ ม่านฟ้าทำการลาพักร้อนด้วยสิทธิ์ที่เธอนั้นมี วันนี้เธอจะได้เหยียบผืนดินที่ใฝ่ฝันมานาน

"เดินทางดีๆ นะแก" เอยเพื่อนสนิทมาส่งม่านฟ้ายังสนามบินเพื่อเดินทางไปยังที่หมาย สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

"ขอบใจนะเอย...ที่มาส่ง" ม่านฟ้าขยับเข้าไปกอดเอยอย่างขอบคุณ

"เที่ยวให้สนุกนะแก...ฝันกำลังเป็นจริงแล้ว"

"อืม...ฝากดูแลบ้านด้วยนะ รดน้ำต้นไม้ให้ด้วย" ม่านฟ้าละกอดจากเอย และเอ่ยฝากฝังดูแลบ้านที่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้ก่อนลาลับจากโลกไป

เสียงเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่แสนกว้างใหญ่ไพศาล แพรก้อนเมมฆสีขาวสะอาดตาหนากระทบกับแสงแดดจ้า ส่องประกายระยิบระยับ เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างขึ้นมาเสียจริง สายตาคมจ้องมองความงามบนท้องฟ้ารอยยิ้มและหัวใจเต้นตุบ ๆ

...บริษัททัวร์ที่ม่านฟ้าเลือกใช้บริการก็ดูแลดีเสียจริง การเดินทางที่ไร้คนรู้จัก ก็ไม่ยักจะเป็นอุปสรรคต่อม่านฟ้าเลยสักนิด

"สวัสดีครับ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจนเธอต้องละสายตาหันมามองตามเสียง ชายคนที่นั่งข้างๆ เอ่ยเรียก เขาคือหนึ่งในคนที่ร่วมทริปในครั้งนี้

"ค่ะ" เสียงนิ่งตอบกลับเพียงสั้น ๆ

"ผมชื่อครรชิต มากับทัวร์กรุ๊ปที่จะไปดูไบ" ชายวัยกลางคนที่นั่งข้าง ๆ ม่านฟ้าแนะนำด้วยท่าทีเป็นมิตรเพราะเธอคนนี้เขาเคยเจอมาก่อนหน้าแล้วแต่เธอนั้นแสดงท่าทีไม่ได้อยากรู้จักเลยสักนิด แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทริปแล้วกัน

"อ่อค่ะ...ฉันม่านฟ้า"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"

"ค่ะ...ว่าแต่คุณหน้าคุ้น ๆ นะคะ"

“อย่างนั้นเหรอครับ” ครรชิตตีหน้าซื่อตอบแบบอมยิ้มอ่อนเมื่อสิ่งที่เธอนั้นบอกแม้จะจดจำไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ยังแสดงความคุ้นหน้า

การสนทนาแนะนำตัวเริ่มขึ้น ครรชิตที่สังเกตเห็นม่านฟ้าที่คุ้นหน้าคร่าตาตั้งแต่คืนที่พบเจอกันในสถานบันเทิงที่บังเอิญเจอ ความต้องตาเริ่มก่อตัวจนอยากรู้จัก หญิงสาวผู้มักมีใบหน้าไร้รอยยิ้ม ไม่รู้อะไรที่ทำให้ครรชิตหนุ่มหน้าตาดีต้องตาต้องใจได้ ครรชิตเป็นเจ้าของบริษัททัวร์นี้ และครั้งนี้เขาก็มาดูแลลูกค้าด้วยตัวเองแต่ไม่รู้ว่ามันคือโชคชะตาหรือเปล่าที่ทำให้เขานั้นพบสาวคนนี้ที่ถูกใจเขาเพียงสายตาแรกที่พบเห็นแบบชัดเจน เพราะคืนที่เจอกันเขามองเธอผ่านม่านไฟสลัวเท่านั้น ไม่คิดว่าเมื่อเจอเธอแบบจัง ๆ เธอจะถูกใจยิ่งกว่า...

ครรชิตพยายามพูดคุยกับสาวเจ้าที่โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง คำถามที่ครรชิตถามยาวเหยียด แต่คำตอบจากสาวเจ้าที่ตอบกลับนั้นช่างแสนสั้นนัก แต่ครรชิตก็ไม่ลดละความพยายาม เพราะเธออาจจะระแวดระวังตัวจากคนไม่คุ้นหน้า และม่านฟ้าก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วครรชิตคือเจ้าของบริษัททัวร์ที่เธอกำลังใช้บริการอยู่

"คุณม่านฟ้า..."ครรชิตเอ่ยถาม

"คะ ?"ม่านฟ้าตอบรับสั้น ๆ

"รับอาหารว่างไหมครับ” เมื่อการเดินทางมานานพอสมควรจนพนักงานบริการบนเครื่องบินเข็นรถเข็นที่มีน้ำและอาหารมาบริการ ครรชิตจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นม่านฟ้าไม่มีทีท่าขยับกายไปไหนหรือต้องการอะไรสักอย่าง ความเป็นสุภาพบุรุษจึงก่อตัว

"ไม่เป็นไรค่ะ" ม่านฟ้าตอบปฏิเสธและก้มหน้าอ่านหนังสือที่เธอนั้นชอบพกติดตัวตลอดเวลามาด้วย นิยายเล่มโปรดที่เธอยังอ่านค้างไม่จบ

"ต้องการอะไรบอกได้นะครับ"ครรชิตเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ และเขาก็ยินดีหากเธอจะเรียกให้เขาบริการ

"ค่ะ"ม่านฟ้าตอบรับพร้อมส่งยิ้มอ่อน จนคนที่ได้มองนั้นหัวใจแทบหลอมละลาย

เชคฮบราฮิม

"วันนี้เรามีภารกิจที่ไหนบ้าง ราชิต" ทายาทผู้นำรัฐเอ่ยถามเลขาคนสนิทถึงภารกิจที่ต้องทำ ตามที่ท่านผู้นำรัฐมอบหมายให้

"ท่านจะต้องต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยตนเองที่สนามบินครับ...และเลี้ยงรับรองในมื้อเย็น เป็นอันเสร็จภารกิจของวันนี้ครับ" ราชิตร่ายยาวถึงภารกิจที่เชคฮบราฮิมต้องทำ

"ทานข้าวอย่างนั้นหรือ...ใครกันแขกสำคัญ เรื่องนี้เราไม่เห็นรู้ล่วงหน้า"

"ท่านผู้นำสั่งมาแบบกะทันหันครับ ต้องขออภัยที่รายงานช้า" ราชิตเลขาคนสนิทโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเป็นการขอโทษขอโพย แต่แท้จริงแล้วราชิตทำโดยคำสั่งท่านผู้นำรัฐต่างหากที่สั่งเข้มไว้ เพราะหากบอกกล่าวล่วงหน้าบุตรชายทายาทคงปฏิเสธภารกิจนี้เป็นแน่

เชคฮบราฮิม ทายาทลำดับต่อไปต่อจากท่านผู้นำแห่งรัฐชาร์จาห์ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอาหรับบนอ่าวเปอร์เซีย ที่มีประชากรนับหลายแสนคน เป็นจุดศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่มั่งคั่ง ผู้คนมากมายทั้งนักธุรกิจชาวต่างชาติและนักธุรกิจในอาหรับ ที่ต้องการร่วมลงทุนกับธุรกิจของชาร์จาห์ แต่ก็ไม่ง่ายนักเลยที่

เชคฮบราฮิมผู้เคร่งครัดและมีแบบแผนจะยอมร่วมลงทุนด้วยง่าย ๆ หากผลที่ได้นั้นไม่มากพอจนเป็นที่น่าพอใจ

เชคฮบราฮิม ผู้ที่ทรงเสน่ห์ด้วยมาดขรึม แววตาดุดันคมเฉี่ยวดุจพญาเหยี่ยวที่เฉิดฉายบนท้องฟ้า เป็นที่ต้องตาของหญิงสาวชาวอาหรับ แต่ทุกนางกลับถูกเชคฮบราฮิมนั้นปฏิเสธ เพียงเพราะยังไม่อยากผูกมัดกับหญิงใด หากไม่ใช่คนที่หมายตาและถูกใจจริง ๆ

^^^^^^^^^^^^^^^

...ผืนแผ่นดินอาหรับที่อาบล้อมด้วยความงดงามทางวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างตระการตา สายตาคมของม่านฟ้ามองตึกสูงระฟ้าและสิ่งรอบกายอย่างสนอกสนใจ เธอชื่นชอบและหลงใหลที่นี่เสียแล้ว

"ทุกคน....เดี๋ยวคืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรมBurj Al Arab(บุรจอัลอาหรับ) กันนะครับ เป็นโรงแรมที่หรูหราระดับเจ็ดดาวและเป็นสัญลักษณ์แห่งดูไบ” เสียงเข้มสุขุมดังขึ้น เมื่อหันมองไปก็เป็นเสียงของครรชิตที่เปร่งออกมาเพื่อบอกกล่าวลูกทัวร์

((ว้าว))

"ทำไม...?" ม่านฟ้าจ้องมองไปยังครรชิตด้วยความสงสัย และส่งสายตาอย่างเป็นคำถามเมื่อครรชิตนั้นมองมาและส่งยิ้มให้

"ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ...ผมชื่อครรชิต เป็นคนดูแลทุกท่านตลอดทริปนี้ และ...เป็นเจ้าของบริษัททัวร์นี้ครับ"

((ว้าว)) เสียงโห่ร้องของลูกทัวร์ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อครรชิตแนะนำตัวจบลง แน่นอนสิเพราะครรชิตหนุ่มหน้าตาดีจะเป็นคนดูแลและบริการพาเที่ยว สาวที่ไหนจะไม่กรี๊ดจริงไหม?

การจัดทริปท่องเที่ยวที่แสนจะพิเศษ เรียกได้ว่าระดับราชนิกูลเลยทีเดียว ด้วยราคาทัวร์ต่อคนนั้นเหยียบแสนกว่าบาทและลูกทัวร์แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ก็ไม่แปลกหากเจ้าของบริษัทฯ จะลงมาดูแลความเรียบร้อยเอง

ม่านฟ้าที่ได้แต่ยืนมองครรชิตด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ท่ามกลางเสียงตื่นเต้นของสาว ๆ หลายคน ใช่แล้วล่ะสาวๆ เพราะทริปนี้ไม่มีคนแก่หรือเด็กสักคน แต่ม่านฟ้าหาได้สนใจไม่ แค่ตกใจกับการได้ยินและรับรู้ครั้งแรกเท่านั้น ทุกอิริยาบถจึงเข้าสู่ปกติดังเดิม

เมื่อผู้นำทัวร์ชี้แจงรายละเอียดห้องพัก คู่ที่ต้องนอนร่วมกันตลอดทั้งทริปและทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดจึงมุ่งตรงสู่โรงแรมที่พัก ม่านฟ้าเกิดอาการประหม่าและตื่นเต้นแต่เก็บอาการ เธอจ้องมองรูปภาพของโรงแรมในฝันและตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นความจริง

ความหรูหราตระการตาภายในโรงแรมจนแทบไม่อยากจะละสายตา ความสวยงามที่ฉาบแต่งอย่างอลังการ ม่านฟ้าเดินก้าวขาอย่างช้า ๆ สายตาก็กวาดมองโดยรอบอย่างตะลึงในความสวยงาม และสิ่งก่อสร้างนี้ โดยที่เธอนั้นไม่ได้มองทางสักนิด เพราะหลงใหลกับสิ่งตรงหน้าจนไม่อาจละสายตาลงได้จริง ๆ

"สวยจริง ๆ" สายตาคมแหงนมองพื้นเพดานสีทอง ถูกตกแต่งด้วยไฟระย้าสวยงามพวงใหญ่ ตุ๊กตาพลทหารน่ารักยืนเรียงเป็นชั้น ๆ จนม่านฟ้านั้นอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้ในความทรงจำ "โอ๊ะ!..." ด้วยความไม่ทันระวัง ม่านฟ้าถอยหลังเพื่อมุมถ่ายรูปที่ต้องการ จนแผ่นหลังบางนั้นชนกระทบเข้ากับของแข็งบางอย่างจึงรีบหันกลับไปมองทันที "ขอโทษค่ะ" ม่านฟ้ารีบก้มหัวและพูดขอโทษเป็นภาษาอังกฤษทันทีตามวิสัยของคนไทยที่มักนอบน้อมเสมอไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม

ชายตรงหน้าที่มีใบหน้าคมเข้ม หล่อเหลา ในแบบฉบับชาวตะวันออกกลาง เปรียบเหมือนมนตราที่สะกดม่านฟ้าให้จ้องมองอย่างไม่อาจละสายตาได้อย่างกับโดนมนตร์ดำสะกดไว้

...ไร้เสียงตอบกลับจากฝ่ายตรงข้ามแม้ม่านฟ้าจะเอ่ยขอโทษออกไป มีเพียงสายตาคมดุดันเท่านั้นที่มองมาพร้อมใบหน้าที่นิ่งเรียบ

"ขอโทษอีกครั้ง...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" ม่านฟ้ารีบกล่าวตามมารยาทอีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษเมื่อดึงสติกลับมาให้หลุดจากภวังค์ขอบใบหน้าหล่อเหลานั้น "คุณคะ...อ๊ะ!!" มือบางยื่นออกไปหวังจะสะกิดชายตรงหน้า เพราะม่านฟ้าพูดออกไปหลายประโยคแต่กลับไร้น้ำเสียงโต้ตอบกลับมา มีเพียงสายตาคมที่มองมายังเธอเท่านั้น มือบางหวังสัมผัสเพื่อให้ให้ชายตรงหน้าโต้ตอบ เพราะเขานั้นนิ่งเหลือเกินอย่างกับหยุดหายใจ แต่ก็โดนชายชุดสูทสีดำปัดมือบางนั้นออกไปอย่างแรง

ชายคนนั้นเพ่งสายตาคมไปมองชายชุดดำที่ยืนขนาบข้าง พูดเสียงเข้มแต่ม่านฟ้าฟังไม่ออกด้วยภาษาที่เขาใช้กันนั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เธอจึงได้แต่ยืนมองอย่างงวยงง

((คุณม่านฟ้า)) เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นทำให้ม่านฟ้าเบนสายตาไปยังต้นเสียง ครรชิตที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังเธอก่อนจะหยุดยืนข้าง ๆ และมองชายคนนั้นที่ยืนอยู่ก่อนหน้า ม่านฟ้างงว่าทำไมเขาไม่พูดอะไรหรือเดินจากไปเสียที หรือเขาเคืองโกรธที่เธอนั้นเผลอชนเขาเข้า

"คุณครรชิต คือฉันชนเขาค่ะ แต่....อ้าว~~~" ม่านฟ้ากำลังแถลงเหตุการณ์เล่าสู่ครรชิตฟัง หวังให้ครรชิตถามไถ่ให้ แต่ไหนเลยชายคนนั้นกลับเดินจากไปทันทีทั้งที่ก่อนหน้าก็นิ่งอยู่นาน แต่ก็ช่างเถอะเขาไม่เอาเรื่องก็ดีถมไปแล้ว

"เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณม่านฟ้า" ครรชิตเอ่ยถาม

"ไม่เป็นไรค่ะ" ม่านฟ้าตอบกลับ

"พอดีผมจะมาตาม...บัดดี้ที่จะนอนห้องเดียวกับคุณม่านฟ้ารอเข้าห้องพักอยู่ครับ"

"อ่อ...ขอโทษนะคะ ฉันเดินเพลินไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรครับ...ไปกันเถอะเดี๋ยวผมเดินไปส่ง"

"ขอบคุณค่ะ" ม่านฟ้าส่งยิ้มให้ครรชิตและเอ่ยขอบคุณ ทันทีที่รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าเสลา ครรชิตนั้นปลื้มปริ่ม ยิ้มกริ่มในใจ รอยยิ้มหวานสดใสที่มองทีไรเป็นต้องทำให้หัวใจครรชิตนั้นสั่นไหวทุกครา

“คุณม่านฟ้ามาเที่ยวคนเดียวหรือครับ” ระหว่างทางที่เดินไปส่งหญิงสาว ครรชิตเอ่ยถามขึ้นเพื่อสยบความเงียบ เพราะม่านฟ้าดูท่าแล้วคงไม่มีทางพูดกับเขาก่อนเป็นแน่

“อ๋อใช่ค่ะ”

“ไม่เหงาหรือครับ ปกติผมเห็นผู้เขาไม่ค่อยไปไหนมาไหนคนเดียว” ครรชิตถามอย่างสงสัยเพราะเท่าที่รู้จักผู้หญิงแทบไม่เจอเลยคนแบบม่านฟ้า มาต่างถิ่นแบบนี้จะมาเพียงลำพัง

“ไม่หรอกค่ะ อีกอย่างฉันไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไหร่ มาคนเดียวก็สบายใจดีค่ะ” ประโยคแรกตั้งแต่เดินทางร่วมกันมาที่ม่านฟ้าพูดกับเขายาวเหยียด จนครรชิตนั้นแสดงออกทางสีหน้าด้วยยิ้ม “ยิ้มอะไรเหรอคะ ? ฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ”

“เปล่าครับ ผมแค่แปลกใจส่วนมากไม่ค่อยมีผู้หญิงที่จะคิดแบบคุณเท่าไหร่” ครรชิตบอกอย่างเขินอายเมื่อถูกจับได้เพียงรอยยิ้มบนใบหน้า

“แฟนหรือคะ ?”

“ผมยังไม่มีใครครับ” ครรชิตรีบพูดทันทีเมื่อคำถามออกจากปากของม่านฟ้า หญิงสาวที่หมายตาตั้งแต่แรกเห็น “ถึงห้องพอดีครับ”

“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ” ม่านฟ้าส่งยิ้มอ่อน ๆ พร้อมเอ่ยของคุณ

“พักผ่อนให้สบายนะครับ แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้เช้า”

“ค่ะ”

“คุณม่านฟ้าเข้าห้องเถอะครับ” ครรชิตบอกและม่านฟ้าก็ส่งยิ้มสุดท้ายของค่ำคืนนี้แก่ชายตรงหน้าก่อนจะเคาะห้องพักแล้วเดินหายลับเข้าไปทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มที่มันยังคงฝังในใจของครรชิตให้นอนหลับฝันดีในคืนนี้เท่านั้น....

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ทูนหัวของพ่อ
ทูนหัวของพ่อ
เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มตกหลุมรักลูกเลี้ยงสาววัย18 ความสัมพันธ์ต้องห้ามจึงเริ่มต้นขึ้นภายใต้หลังคาเดียวกัน ท่ามกลางความลับที่คุกคามครอบครัว เธอจะเลือกหยุดหรือก้าวข้ามเส้นนั้นเพื่อรักษาคนที่รัก? dark romance เต็มไปด้วยตัณหาและบาป
สาวน้อย...มือสอง
สาวน้อย...มือสอง
สัมผัสความสัมพันธ์ที่ข้ามผ่านกำแพงความรู้สึกใน สาวน้อย...มือสอง นิยาย romance แนว modern ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการตัดสินใจของขวัญจิรา เมื่อความใกล้ชิดกับคิรากรนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ร่วมติดตามบทสรุปของความปรารถนาและการเลือกเดินตามหัวใจใน romance stories เรื่องเยี่ยมที่ชวนติดตาม
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน เรื่องราวของอธิเมศร์ที่ต้องเหนี่ยวไกปืนปกป้องณชาณัธฐ์จากอันตรายในฐานะบอดี้การ์ดและคนรัก พบกับ romance novel แนว modern ที่เต็มไปด้วยภารกิจเสี่ยงตายและการตัดสินใจครั้งสำคัญ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีเพื่อติดตามบทสรุปของความรักที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต
เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s
เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s
หลี่ซูซิน เชฟสาวที่ย้อนเวลามาใช้ชีวิตในยุค 80s ต้องหาทางพาแม่หนีจากการถูกกดขี่ด้วยการแต่งงานกับถังหนิงอี นายพลหนุ่มผู้เย็นชาเพื่อเป็นแม่เลี้ยงให้นลูกชายของเขา ติดตามเรื่องราวใน romance novel นี้ได้ในรูปแบบ Online Novel ที่จะพาคุณไปพบการสร้างตัวและบทสรุปของครอบครัวที่แสนอบอุ่น
อัญมณีอสูร [ My treasure ]
อัญมณีอสูร [ My treasure ]
อัญมณีอสูร [ My treasure ] นิยาย romance modern เล่าเรื่องราวของ หนูอัญ พยานปากเอกที่หนีคดีฆาตกรรมไปพบกับ ชอว์ ชายวัย 32 ผู้จับเธอเป็นตัวประกันเพื่อทวงคืนของสำคัญ ท่ามกลางอันตรายและการต่อรองที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน อ่านนิยายออนไลน์ฟรีแนว young adult fiction romance books ที่น่าติดตามได้ที่นี่
บ่วงเสน่ห์ เล่ห์ดวงใจ
บ่วงเสน่ห์ เล่ห์ดวงใจ
เมื่อนิตยสารจ่อถูกยุบ อลิสาจึงต้องเผชิญหน้ากับ คริสโตเฟอร์ เมสัน ผู้บริหารหนุ่มใน บ่วงเสน่ห์ เล่ห์ดวงใจ เพื่อกอบกู้กิจการ ทว่าเงื่อนไขการพิสูจน์ตนเองกลับนำไปสู่บททดสอบหัวใจที่ยากจะต้านทาน อ่านนิยายออนไลน์แนว billionaire romance novels และ modern novel ที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงได้แล้ววันนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

จุดแตกหักแห่งรัก
จุดแตกหักแห่งรัก
หลังแต่งงานกันมาเจ็ดปี เอริก บราวน์ สามีของเคลลี่ โจนส์ก็ยังคงเย็นชาและห่างเหินเหมือนเคย ยังไงก็ตาม เคลลี่ก็ยังคงเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยรอยยิ้มอยู่ดี เพราะเธอรักเขามากเหลือเกิน ในวันเกิดของเธอ เธอบินไปต่างประเทศเพื่อจะได้อยู่กับเอริกและโซเฟีย บราวน์ ลูกสาวของทั้งคู่ แต่เมื่อไปถึง แต่เธอกลับต้องพบกับความเสียใจอย่างยิ่งเมื่อลี่อีกด้วย ด้วยหัวใจที่แตกสลายอย่างสิ้นเชิง เคลลี่จึงตัดใจไปจากเขาในที่สุด
นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
เสิ่นอวี่กุยช่วยเฟยหนานเฉิงไว้ที่ต่างประเทศ แต่บังเอิญโดนวางยาปลุกอารมณ์ ทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้น เฟยหนานเฉิงก็กลับประเทศมายกเลิกการหมั้นหมาย โดยไม่รู้เลยว่าคู่หมั้นของเขาก็คือเสิ่นอวี่กุย เสิ่นอวี่กุยต้องการทวงบริษัทคืน จึงขอให้เฟยหนานเฉิงยอมตกลงหมั้น ทั้งสองไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ทำให้คลาดกันหลายครั้ง สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดเผย ความเข้าใจผิดคลี่คลาย และทั้งคู่ก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
กลับจากไปทำงานต่างจังหวัดตั้งครึ่งปี พอเหยียบเข้าบ้านปุ๊บ เมียก็รีบพุ่งเข้ามากอดด้วยสายตาร้อนรน บอกว่าอยากมีลูกใจจะขาด คำขอปุบปับแบบนี้ทำเอาผมใจคอไม่ดี อดระแวงขึ้นมาไม่ได้ ก็ผมต้องไปทำงานไกลบ้านตั้งนาน ไม่ได้อยู่ดูแลเธอตลอดเวลา จะให้ไม่คิดมากได้ยังไงล่ะ เพื่อจับผิดให้รู้ดำรู้แดง ผมเลยแอบติดกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ในบ้าน แล้วโกหกว่าบริษัทสั่งให้ไปทำงานด่วนอีกรอบ ก่อนจะไปเปิดโรงแรมนอนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยจ้องมองจอมือถือ เพื่อขุดคุ้ยความลับที่เธอแอบซ่อนไว้เบื้องหลัง
เจ้าสาวสายฟ้าแลบของคุณหมอ
เจ้าสาวสายฟ้าแลบของคุณหมอ
เนื่องจากอาชีพแพทย์นิติเวช ซ่งเวยเวยจึงถูกแฟนหนุ่มรังเกียจ หลังจากทิ้งชายสารเลวแล้ว ซ่งเวยเวยก็มาเมามายอยู่ที่คลับ กลับจับพลัดจับผลูร่วมหลับนอนกับน้าเล็กของชายสารเลว! ซ่งเวยเวย : ฉันคือหมอนิติเวช คนอื่นต่างบอกว่าตัวฉันมีกลิ่นเหม็นของศพ เยี่ยนเหวินโจว : พอดีเลย ผมคือนักธุรกิจคนหนึ่ง คนนอกบอกว่าตัวผมมีแต่กลิ่นเงิน คุณซ่ง เรามีกลิ่นที่สอดคล้องกัน ไม่รังเกียจกัน ไม่งั้นก็ไปจดทะเบียนสมรสกันเถอะ?
ปราบพยศคนใจมาร
ปราบพยศคนใจมาร
ซูเฉินวิพากษ์วิจารณ์ละครสั้นอยู่ดี ๆ กลับถูกดูดเข้าไปในเนื้อเรื่อง และทะลุมิติไปเกิดใหม่เป็นมู่ชิงเสวี่ย นางเอกของเรื่อง เขาใช้ร่างของเธอทำการตอบโต้เฉินอันและฟางหนิงหนิง พวกที่ชอบใส่ร้ายป้ายสี พร้อมทั้งเปิดโปงแผนชั่วร้ายที่พวกมันลักลอบขโมยดวงชะตา ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้หลอมรวมธงจักรพรรดิ บุกกวาดล้างสำนักชิงหลานและตระกูลเฉินจนสิ้นซาก และเพื่อช่วยเหลือคนในสกุล นางได้โค่นล้มราชวงศ์เดิมและก้าวขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้หญิงได้สำเร็จ
เสน่หาท่านหญิงนครหู้
เสน่หาท่านหญิงนครหู้
เย่ชิงหว่านคุณหนูเจ็ดเย่ที่เกิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่แห่งราชวงศ์แมนชิง เป็นกุลสตรีที่เคร่งครัดในกฎระเบียบที่สุดแห่งนครหู้ แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สงบนิ่งและงดงามนั้น คือคนบ้าคลั่งดุร้ายที่เกิดจากการถูกกดขี่จากตระกูลศักดินา ในวันที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของพี่สาว ส่งตัวไปให้กับผู้ตรวจการโหดเหี้ยมที่ชอบทารุณสังหารเด็กสาว หล่อนวางแผนด้วยตนเอง ยั่วยวนตู้เฟิ่งฉีนายพลหนุ่มผู้ทรงมีอำนาจแห่งจังหวัดเป่ย ยั่วให้เขาตกเป็นข้ารับใช้ใต้ความเสน่หา อาศัยกำลังของเขา ทำลายตระกูลเย่ที่สกปรกและยึดติดศักดินาให้พินาศย่อยยับไปทีละก้าว ๆ เรื่องราวความรักใต้สายฝนแห่งยุคสาธารณรัฐนี้ หล่อนคิดว่ามันเป็นแค่เกมความรักที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการหลอกใช้ แต่ไม่รู้เลยว่า หล่อนหย่อนเบ็ดตกปลา เขาเต็มใจที่จะติดเบ็ดด้วยตัวเอง