Logo
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3

78 ตอน
จบแล้ว
อานนท์หนุ่มสู้ชีวิตหลุดมิติมาเกิดใหม่ในร่างเด็ก 5 ขวบใน บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3 นิยาย fantasy แนว adventure ที่เล่าเรื่องการเอาชีวิตรอดหลังถูกขับไล่ให้มาอยู่บ้านนอก เขาต้องใช้ความรู้จากโลกเดิมพาครอบครัวที่อบอุ่นก้าวข้ามความยากจน เป็น web novel ที่พาคุณลุ้นไปกับการแก้ปัญหาในต่างโลก

เรื่องย่อ บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3

อานนท์ ชายโสดวัย 25 ปีจากบ้านเด็กกำพร้าผู้ทำงานหนักทั้งขายอาหารและเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย ต้องมาจบชีวิตลงเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอจากการโหมงานหนัก วิญญาณของเขาได้ข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างของ 'จางอี้หมิง' เด็กน้อยวัย 5 ขวบ ลูกชายของบัณฑิตจางที่เพิ่งถูกครอบครัวหลักตัดหางปล่อยวัดและขับไล่ให้มาตกระกำลำบากยังชนบท แม้อานนท์จะสมปรารถนาที่ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นทั้งพ่อแม่และย่าตามที่เคยฝันไว้ แต่เขากลับต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นอย่างแสนสาหัส ชีวิตใหม่ในครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าชาติที่แล้วเสียอีก ราวกับเป็นบทพิสูจน์ว่าของฟรีไม่มีในโลก และทุกความสุขที่ได้รับมานั้นย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายคืนอย่างสมน้ำสมเนื้อ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3

หลังจากที่แก้ปัญหาของทั้งสองจวนเรียบร้อยแล้ว หลินไห่ หวงห่าวหราน และสองพ่อลูกสกุลจางจึงได้เดินไปยังเรือนของเถ้าแก่หลินซึ่งอยู่ห่างจากเหลาซิ่งฝูไปเพียงไม่กี่ตรอกซอย เถ้าแก่หลินเดินนำทุกคนไปยังห้องหนังสือของเรือน บ่าวหญิงคนหนึ่งเห็นว่ามีแขก จึงได้เร่งไปแจ้งให้นายหญิงของตนทราบ

ตู้จินเหมยคือชื่อภรรยาของเถ้าแก่หลินไห่ นางมีอายุมากแล้ว แต่ด้วยการรักษารูปร่างที่ดี ทำให้มองดูราวกับหญิงวัยกลางคนเท่านั้น ความงามยังด้อยกว่าหูไป๋หงอยู่หนึ่งส่วน ฮูหยิน ของเรือนเดินนำบ่าวไพร่ยกน้ำชาและขนมมารับรองแขกของสามี

“ท่านพี่ น้ำชาและขนมเจ้าค่ะ” ฮูหยินเอ่ยแล้วจึงเดินไปนั่งข้าง ๆ สามี

“คารวะฮูหยินหลิน” แขกทั้งสามคนกล่าวทักทายภรรยาเจ้าของบ้าน

“ไม่ต้องมากพิธีหรอกคุณชายหวง ส่วนสองคนนี้คงเป็น หมิงหมิงน้อยกับบิดา ใช่หรือไม่” ฮูหยินหลินตอบรับการคารวะจากคุณชายหวง และหันไปสอบถามชายหนุ่มกับเด็กน้อยที่นั่งตรงข้ามสามีนาง

“เรียนฮูหยินหลิน ใช่แล้วขอรับ ข้าชื่อจางอี้เทา ส่วนบุตรชายข้าชื่อจางอี้หมิงขอรับ” จางอี้เทาตอบคำถามของหญิงชรา

“ฮูหยินหลินอันใดช่างห่างเหินยิ่งนัก สามีข้ารับบุตรชายเจ้าเป็นหลานบุญธรรมแล้ว ต่อไปเจ้าก็สมควรเรียกพวกข้าว่าท่านพ่อบุญธรรมและท่านแม่บุญธรรม ส่วนเจ้าหมิงหมิงน้อยก็เรียกท่านย่าใหญ่ เข้าใจหรือไม่” ตู้จินเหมยแก้ไขให้สองพ่อลูกสกุลจางเข้าใจในสถานะของตน และให้เรียกตนเองว่าท่านย่าใหญ่ เพราะเด็กน้อยยังมีย่าแท้ ๆ เช่นหูไป๋หงอยู่

“เรียนท่านแม่บุญธรรม ข้าและบุตรชายขอขอบคุณในความกรุณาที่ท่านทั้งสองมีต่อครอบครัวของข้าขอรับ หมิงเอ๋อร์ ยังไม่รีบเรียกท่านย่าใหญ่อีกหรือ” จางอี้เทาเอ่ยขอบคุณและเตือนบุตรชายที่ยังนั่งฟังโดยไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับ

“ท่านย่าใหญ่” จางอี้หมิงสะดุ้งและรีบเรียกขานออกมา

โธ่ ก็คนมัวแต่นั่งฟังเพลิน ๆ นี่นา ลืมไปเลยว่าในบทสนทนาพูดถึงตัวเองด้วย

“ดียิ่ง ไหนหมิงหมิงน้อย มาหาย่าใหญ่สิ ท่านปู่ของเจ้าเล่าเรื่องราวของเจ้าให้ข้าฟังจนข้าอยากจะเห็นเจ้ามาตั้งหลายวันแล้ว รู้หรือไม่ ในที่สุดเจ้าก็มาเยี่ยมท่านย่าใหญ่ของเจ้าได้เสียที”

จางอี้หมิงได้ยินเช่นนั้นจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปกอดหญิงชราตรงหน้า

“นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่มีเด็กน้อยมาให้ได้ชื่นใจแบบนี้ ต่อไปนี้เจ้าต้องมาหาย่าใหญ่บ่อย ๆ รู้หรือไม่”

ฮูหยินหลินถึงกับน้ำตาลคลอ รู้สึกเหมือนตนเองได้โอบกอดบุตรหลานแท้ ๆ แต่จะให้ทำเช่นไรได้ พวกเขาอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมสองปู่ย่าที่บ้านนอก ช่างอกตัญญูยิ่งนัก

“คุณชายหวง ข้าต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทไปหน่อย จะให้อดใจได้เช่นไรไหว คนแก่เช่นข้า ไหนเลยจะมีความสุขมากไปกว่าการได้ชื่นชมบุตรหลานตัวน้อยเช่นนี้ จริงหรือไม่เจ้าคะท่านพี่” ตู้จินเหมยกล่าวขออภัยคุณชายหวงที่นั่งอยู่ด้วย

“ฮูหยินหลินอย่าได้เกรงใจ เป็นข้าเสียอีกที่มาอยู่ในช่วงเวลาที่พวกท่านกำลังมีความสุข เห็นเช่นนี้ข้าก็พลอยมีความสุขไปด้วย วันนี้ข้ามีเวลาทั้งวัน คงต้องรบกวนเถ้าแก่หลินและฮูหยินแล้ว” คุณชายหวงบอกปฏิเสธคำขอโทษของหญิงชราด้วยความสุภาพอ่อนโยน

“เช่นนั้นคุณชายหวงรอสักครู่ ข้าจะไปนำภาพวาดมาให้ชม” เถ้าแก่หลินไห่แจ้งแก่ชายหนุ่มตรงหน้าแล้วจึงลุกจากไป เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมกับบ่าวรับใช้ที่ยกภาพซึ่งอยู่ในกรอบไม้อย่างดีและมีขนาดไม่ใหญ่มากนักมาตั้งไว้กลางห้องทำงาน

ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นภาพของหญิงสาวนางหนึ่งยืนหันหลังท่ามกลางต้นไม้สีส้มและสีเหลืองทองเบ่งบานไปทั่ว หวงห่าวหรานเมื่อเห็นภาพนี้แล้วถึงกับลุกขึ้นเดินไปชื่นชมอย่างใกล้ชิด

“ไร้โรยรา ท่านพ่อบุญธรรมถึงกับมีภาพไร้โรยราเช่นนั้นหรือนี่” จางอี้เทาอุทานออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก

“อาเทา เจ้าว่าเช่นไรนะ” หลินไห่เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“ภาพนี้มีชื่อว่า ไร้โรยรา ขอรับ เป็นภาพที่ท่านหมอเทวดาพเนจรท่านหนึ่งได้วาดขึ้นเพื่อเปรียบความงามของภรรยาที่ต่อให้แก่ชราเช่นไรก็ยังคงสวยงามดั่งต้นแปะก๊วย เนื่องจากท่านหมอได้ใช้ยาสมุนไพรล้ำค่ามากมายในการคงความงามของภรรยาเอาไว้ขอรับ” จางอี้เทาเอ่ยอธิบายความหมายและที่มาของภาพให้กับบุคคลทั้งสองในห้องได้รับฟัง

“เหตุใดชาวบ้านธรรมดาเช่นพี่ชายถึงได้รู้จักภาพนี้เล่า” คุณชายหวงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

ตัวของเขาเองนั้นถือว่าเป็นคนที่ชอบและมีความรู้ในเรื่องงานศิลปะพอสมควร ในเมืองไห่ถังนี้มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะเขาได้ แต่ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้ การแต่งกายก็ไม่ได้แตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป เหตุใดถึงรู้จักภาพที่แม้แต่ตัวเขาก็หารู้จักไม่

“เรียนคุณชายหวง ข้าเคยเป็นบัณฑิตและอาจารย์ในสำนักศึกษาที่เมืองหลวงมาก่อนที่จะย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองไห่ถังนี้ ข้าไม่เคยได้เห็นภาพของจริง เพียงแต่เคยเห็นภาพเลียนแบบที่สำนักศึกษาหลวงขอรับ”

“โอ้ พี่ชาย ท่านเคยเป็นถึงบัณฑิต ข้าต้องขออภัยหากล่วงเกินท่านไป” หวงห่าวหรานยกมือขออภัยต่อชายหนุ่มตรงหน้า

“คุณชายหวงมิต้องเกรงใจ ในตอนนี้ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น หาได้คู่ควรให้คุณชายคารวะไม่” จางอี้เทารีบยกมือคารวะตอบ

“ในเมื่อท่านเป็นบุตรชายบุญธรรมของเถ้าแก่หลินแล้ว เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าพี่อี้เทาได้หรือไม่ ขอให้พี่อี้เทาเรียกว่าข้าว่าห่าวหรานเถิด”

“ย่อมได้ น้องห่าวหราน”

หลังจากที่สองบัณฑิตผู้ทรงภูมิได้มีโอกาสทำความรู้จักและวิจารณ์ถึงภาพไร้โรยราตรงหน้าแล้ว พวกเขาก็เหมือนได้เจอสหายรู้ใจ พากันตัดขาดจากโลกภายนอก เถ้าแก่หลินและตู้จินเหมยหาได้มีความรู้เรื่องภาพวาดไม่ จึงขอตัวพาหลานชายคนใหม่ไปเดินเล่นในเรือน ทั้งยังให้แนะนำถึงสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสระบัว สวนดอกไม้นานาพรรณ และสุดท้าย ยังบอกให้เด็กชายมาเยี่ยมบ่อย ๆ ฮูหยินหลินยังกล่าวอีกว่าจะเตรียมห้องพักสำหรับเด็กน้อยไว้ให้ด้วย

จางอี้หมิงซึ่งได้รับความรักความเมตตาจากผู้สูงวัยทั้งคู่จึงคิดจะตอบแทนด้วยการเข้าครัว สอนท่านย่าใหญ่และพ่อครัวของเรือนให้ทำอาหารมื้อกลางวันด้วยความสนุกสนาน ตู้จินเหมยถึงกับยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดเวลา นานเท่าไรแล้วนะที่นางไม่ได้มีความสุขเหมือนเช่นวันนี้

เมื่อได้เวลามื้ออาหาร เถ้าแก่หลินได้เชื้อเชิญให้คุณชายหวงอยู่กินข้าวที่เรือนของตนด้วย ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธ ทั้งยังเอ่ยชมอาหารในวันนี้ด้วยความพึงพอใจ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วจึงขอตัวกลับจวน และจะนำเรื่องภาพวาดไร้โรยรานี้ไปแจ้งให้กับท่านเจ้าเมืองได้ทราบ

ณ ศาลาหลังใหญ่ของเรือนเถ้าแก่หลิน หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จ ทุกคนจึงย้ายมานั่งยังสระบัวหลังเรือน สายลมเอื่อย ๆ ที่พัดผ่านทำให้จางอี้หมิงที่กินข้าวอิ่มถึงกับหนังตาหย่อน ง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แม้จะนั่งผงกศีรษะจนชนเข้ากับเสาของศาลาไปหนึ่งที แต่เด็กน้อยก็ยังคงฝืนร่างกายเอาไว้

ตู้จินเหมยเห็นดังนั้นจึงขอตัวพาหลานชายไปนอนพักในห้องรับรองที่นางคิดว่าจะยกให้เป็นห้องของเด็กชายต่อไป จางอี้เทาได้โอกาสพูดคุยถึงเรื่องช่างที่จะจ้างให้ไปสร้างบ้านกับเถ้าแก่หลิน โดยเขาเอ่ยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกองกำลังเหลียงอันและ หนิงอ๋องให้กับบิดาบุญธรรมได้รับฟัง รวมทั้งเรื่องกลุ่มการค้าหลัวถง การขายสูตรหัวเชื้อน้ำตาลผักและเกลือผักด้วย

“อาเทา รู้หรือไม่ เจ้าโชคดีแล้วที่ได้ทำการค้ากับหนิงอ๋อง ความร่ำรวยมาเยือนเจ้าแล้ว หนิงอ๋องเป็นคนดีและยุติธรรมมาก ที่บ้านเมืองสงบ ไม่มีสงคราม ส่วนหนึ่งก็มาจากหนิงอ๋องด้วย เจ้าอย่าได้ทำอันใดให้หนิงอ๋องขุ่นเคืองใจ รู้หรือไม่”

“สำหรับช่างสร้างบ้านนั้น ข้าเห็นด้วยที่ให้ติดต่อนายช่างเหอตามที่เถ้าแก่หวังบอกไว้ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ยังพอมีเวลา อีกหนึ่งชั่วยามรอให้หมิงหมิงน้อยตื่น พวกเราก็ไปพบนายช่างเหอกัน ข้าจะไปช่วยเจ้าอีกแรง” หลินไห่ออกความเห็นและสรุปข้อควรทำให้เรียบร้อย

“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านพ่อบุญธรรมบอกขอรับ”

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม จางอี้หมิงจึงเดินกลับมาที่ศาลาซึ่งหลินไห่กับจางอี้เทากำลังนั่งเล่นหมากรุกกันอยู่ เมื่อท่านปู่บุญธรรมซึ่งนั่งหันหน้าออกจากศาลาเห็นเด็กน้อยเดินมา จึงเอ่ยทักขึ้น

“หมิงหมิงน้อย เจ้าตื่นแล้วหรือ เป็นเช่นไร นอนอิ่มหรือไม่”

“ท่านปู่ ข้าหายง่วงแล้วขอรับ”

“หมิงเอ๋อร์ ระหว่างที่เจ้านอนหลับพักผ่อน พ่อกับท่านปู่ของเจ้าได้ปรึกษากันถึงเรื่องช่างที่จะจ้างให้ไปสร้างบ้าน ท่านปู่เห็นด้วยกับเถ้าแก่หวังเรื่องนายช่างเหอ พ่อจึงรอให้เจ้าตื่นเพราะเดี๋ยวท่านปู่จะพาพวกเราไปหานายช่าง ท่านปู่ส่งคนไปแจ้งนายช่างเหอไว้เรียบร้อยแล้ว”

“หากในเมื่อตอนนี้เจ้าหายง่วงแล้ว ก็ให้พวกเราก็ไปกันเถอะขอรับ” จางอี้เทาแจ้งเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายรับฟังและหันไปชวนชายชราเพื่อเดินทางไปหานายช่างตามที่ได้ตกลงกันไว้

“อาเทา เจ้าช่างเก่งยิ่ง สมแล้วที่เป็นอาจารย์ มาครั้งหน้าข้าขอแก้มือใหม่” หลินไห่เอ่ยชมบุตรบุญธรรมตรงหน้า ฝีมือการเล่นหมากของจางอี้เทาไม่ธรรมดา สมแล้วที่เป็นบัณฑิตและอาจารย์จากเมืองหลวง สองพ่อลูกสกุลจางคู่นี้ช่างมีเรื่องให้คนแก่อย่างเขาตื่นตาตื่นใจได้ตลอดจริง ๆ

“ได้ขอรับ ข้าพร้อมทุกเมื่อ” จางอี้เทาค้อมศีรษะรับปาก

ระยะทางระหว่างเรือนของหลินไห่กับร้านของนายช่างเหอจะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล เถ้าแก่เหลาซิ่งฝูจึงเลือกใช้วิธีเดินทางด้วยรถม้า

เมื่อเดินทางมาถึง เหอซีผู้เป็นเจ้าของร้านได้รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว เห็นได้จากการที่คนงานของร้านนำพวกเขามาพบนายช่างเหอทันทีที่มาถึง

ภายในห้องทำงานนี้แสนเรียบง่าย เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบแล้ว จะเห็นว่ามีเพียงโต๊ะทำงานและชั้นวางม้วนกระดาษกองใหญ่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแบบของบ้าน ร้านรวง หรือแม้แต่จวนหรูหราที่นายช่างเหอรับทำนั่นเอง

จางอี้หมิงมองดูเจ้าของร้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสา นายช่างเหอผู้นี้เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ด้วยพื้นฐานคงเป็นผู้ที่ทำงานใช้กำลังมาตั้งแต่เยาว์วัย ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม ทำให้มีสีหน้า ท่าทางน่าเกรงขามในสายตาเหล่าลูกจ้าง

“เถ้าแก่หลิน เชิญนั่ง ๆ” เหอซีเอ่ยทักทายหลินไห่

“คารวะนายช่างเหอ” สองพ่อลูกสกุลจางเอ่ยทักทายบ้าง

“ไม่ต้องมากพิธี นี่คงเป็นพ่อลูกบ้านจางที่ท่านให้บ่าวมาแจ้งว่าจะให้ข้าไปสร้างบ้านให้ใช่หรือไม่” เหอซีหันไปเอ่ยทักทายสองพ่อลูก

“ใช่แล้ว นายช่างเหอ” หลินไห่ตอบ

“ช่วงนี้ข้าไม่มีรายการสร้างบ้านที่ไหน เพราะอาจจะใกล้ฤดูหนาวแล้ว ไม่มีบ้านไหนสร้างบ้านในเวลาเช่นนี้กัน มีเพียงซ่อมแซมบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ข้าสามารถเริ่มงานได้ทันที ว่าแต่พวกเจ้ามีแบบบ้านที่ต้องการจะสร้างแล้วหรือไม่”

“เรียนนายช่าง ข้าปรึกษากันแล้วในครอบครัว สำหรับในฤดูหนาวนี้ ข้าอยากจะสร้างบ้านแบบชาวบ้านธรรมดาทั่วไปขอรับ จำนวนสี่ห้องนอน ขอเพียงแข็งแรง ทนทานและไม่พังลงมาเมื่อหิมะตกหนักก็เพียงพอแล้วขอรับ” จางอี้เทาเป็นผู้ตอบคำถาม

“ได้ ไม่มีปัญหา แล้วมีสิ่งไหนที่ต้องการอีกหรือไม่”

“ข้าอยากให้สร้างเตาผิงไว้ในห้องโถงของบ้าน ทำเป็นปล่องลมให้ควันลอยออกไปนอกบ้าน มีเตาอบไว้ตรงห้องครัว มีห้องอาบน้ำแยกออกไปต่างหาก ข้าต้องการบ้านอีกสองหลังที่เป็นห้องโล่ง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีห้องนอน หลังหนึ่งขอให้มีเตาผิงรอบ ๆ บ้านอีกสามจุด อีกหลังข้าจะทำเป็นโรงเก็บเสบียง ขนาดและแผนผังของบ้านเป็นเช่นนี้ขอรับ...”

จางอี้หมิงขอกระดาษและพู่กันจากนายช่างเหอแล้วให้บิดาลงมือวาดบ้านที่ต้องการสร้างให้กับเหอซีได้ดู เนื่องจากบ้านสกุลจางได้ตกลงคุยรายละเอียดกันมาแล้ว จางอี้เทารู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว จึงลงมือวาดแบบบ้านและอธิบายให้นายช่างเหอได้ฟังอย่างละเอียด

“อืม บ้านที่สร้างก็ไม่ได้แตกต่างจากบ้านของชาวบ้านทั่วไป แต่การทำเตาผิงและปล่องลมให้ควันลอยออกไปนอกบ้านข้ายังไม่เคยเห็นการสร้างบ้านแบบนี้ รวมทั้งเตาอบด้วย ข้าไม่มั่นใจว่าจะสร้างได้หรือไม่นะ” เหอซีบอกออกมาด้วยสีหน้าวิตกกังวลเล็กน้อย

เขาเคยสร้างบ้านมามากมาย แต่ยังไม่เคยเห็นใครสร้างบ้านแบบนี้ จึงเกรงว่าจะไม่สามารถทำได้ลุล่วงตามแบบแผน

“ท่านลุงเหออย่าได้เป็นกังวลไปเลยขอรับ ท่านพ่อข้าสามารถบอกวิธีการทำให้ได้ขอรับ เพียงแต่อยากจะทราบว่าจะต้องใช้เวลาทั้งหมดกี่วันหรือขอรับ” จางอี้หมิงเอ่ยถาม

“จากที่เจ้าบอกมา ประมาณการสร้างสิบห้าถึงยี่สิบวัน แต่คงไม่เกินหนึ่งเดือน บ้านไม่น่าจะใช้เวลานาน ข้ากังวลแต่เฉพาะปล่องลมและเตาอบมากกว่า เพราะข้ายังไม่เคยทำมาก่อน”

“ถือว่าสร้างได้รวดเร็วอยู่ขอรับ นับจากวันนี้ไปยังเหลือเวลาอีกสองเดือนครึ่ง บ้านข้าคงพอทันได้สะสมเสบียงไว้สำหรับฤดูหนาวปีนี้ ท่านลุงเหอคิดค่าจ้างเป็นเงินเท่าไรหรือขอรับ ท่านลุงเหออย่าลืมคิดค่าโต๊ะ เก้าอี้ และเตียงนอนด้วยนะขอรับ”

เหอซีลงมือคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าแรง ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อคำนวณได้แล้วจึงแจ้งแก่ลูกค้า

“เจ้าลองดูรายการค่าใช้จ่ายที่ข้าเขียนสรุปให้เถิด หากตกลงจ่ายตามนี้ ข้าก็พร้อมสร้างบ้านตามแบบที่เจ้าต้องการ แม้ความจริงบ้านของเจ้าอาจจะไม่แพงถึงเพียงนี้ แต่เพราะมีการทำปล่องลม เตาผิงและเตาอบ รวมถึงบ้านหลังเล็กอีกสองหลังเพื่อให้ทันเวลา ข้าจำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ข้าต้องซื้อมาอีกที” นายช่างใหญ่อธิบาย

เขายื่นรายการค่าใช้จ่ายและค่าแรงให้บิดาของหนูน้อยตัดสินใจ จางอี้เทาไล่สายตามองรายการและราคาดูแล้ว อันที่จริง สิ่งที่พวกเขาต้องการหลาย ๆ อย่างนั้นเป็นสิ่งที่บ้านอื่นไม่เคยสั่งทำมาก่อน ดังนั้นทั้งราคาของและค่าแรงคน เขาจึงคิดว่ามิได้เหลือบ่ากว่าแรงนักถ้าจะเอ่ยตกลง

“ข้ารับราคานี้ ยังมีรายละเอียดอื่นอีกหรือไม่ขอรับ” เขาตอบรับ

“เช่นนั้นก็ดี การจ่ายค่าจ้างข้าจะขอรับมัดจำครึ่งหนึ่งในวันที่เริ่มงาน และจ่ายทั้งหมดในวันที่ส่งมอบเรือน หากเจ้าตกลงข้าจะทำหนังสือสัญญามาให้พวกเจ้าลงลายมือไว้ พวกเจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไร”

“ท่านพ่อ ข้าไม่นึกว่าจะแพงขนาดนี้ แต่ช่างมันเถอะขอรับ เพราะเราทำเองไม่ได้ ก็ถือว่าสมควรแล้ว ท่านพ่อคิดเห็นเช่นไรขอรับ” จางอี้หมิงโอดครวญถึงตำลึงที่ต้องจ่ายออกไป

กว่าจะหามาได้ลำบากแทบแย่ แต่จะทำไงได้ หากไม่มีบ้านสำหรับฤดูหนาวนี้ บ้านสกุลจางได้หนาวตายกันหมดแน่

“พ่อว่าไม่แพงหรอกหมิงเอ๋อร์ อย่างที่นายช่างเหอบอก ทุกอย่างต้องซื้อหามาทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านธรรมดาแต่เพราะต้องซื้อทุกอย่างจึงมีราคาสูงเช่นนี้ ท่านพ่อบุญธรรมเห็นด้วยหรือไม่ขอรับ” จางอี้เทาตอบบุตรชายก่อนหันไปถามความเห็นของหลินไห่

“อืม นายช่างเหอเป็นคนดีและซื่อสัตย์มาก ข้าว่าไม่แพงหรอกเมื่อเทียบกับเรือนในเมืองไห่ถัง ชาวบ้านไม่เสียสักอีแปะเพราะพวกเขาก่อสร้างกันเอง ในเมื่อพวกเจ้าทำเองไม่ได้ก็ต้องยอมเสียเงินเช่นนี้แหละ” หลินไห่ออกความเห็น

“เป็นอันว่าพวกเจ้าตกลงให้ข้าสร้างบ้านตามแบบที่ได้บอกมา เช่นนั้นรอข้าสักครู่ ข้าจะไปร่างสัญญามาให้” เหอซีบอกลูกค้าแล้วจึงหยิบกระดาษสัญญามาเขียนส่งให้

หลังจากที่อ่านสัญญาจนละเอียดและเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว จางอี้เทาจึงลงลายมือชื่อและเก็บสัญญาไว้กับตนเองหนึ่งฉบับ

“การสร้างจะเริ่มในอีกห้าวันข้างหน้า พวกเจ้าตกลงหรือไม่ ขอเวลาข้าเตรียมคนงานและอุปกรณ์พร้อมวัสดุต่าง ๆ ให้พร้อม” เหอซีกล่าว “ข้ามีอุปกรณ์อยู่บ้างแล้ว เพียงแต่ต้องการซื้อเพิ่มในส่วนของการสร้างปล่องลม”

“ได้ขอรับ” จางอี้เทาตอบรับ สามวันเป็นเวลาที่ไม่นานมากนัก อีกทั้งบ้านจางก็ต้องการสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วย

ส่วนจางอี้หมิงก็ได้แต่นั่งฟัง เขาไม่แน่ใจว่าในโลกนี้ผู้คนเตรียมการก่อสร้างกันกี่วัน ดังนั้นจึงให้บิดาเป็นคนเจรจาและตัดสินใจจะดีกว่า

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เวลาก็ล่วงไปใกล้เย็น รถม้าของเหลาซิ่งฝูมาส่งสองพ่อลูกสกุลจางลงที่จอดเกวียนของผู้เฒ่าผินคนขับเกวียนของหมู่บ้านหลัวถง โชดดีที่ทั้งสองคนมาทันไม่เช่นนั้นคงได้ค้างคืนในเมืองไห่ถังเป็นแน่

จางอี้หมิงบอกลาท่านปู่ เขาสวมกอดชายชราแน่นก่อนจะรีบขึ้นเกวียนไปพร้อมบิดา จางอี้เทาเองก็ยกมือคารวะเถ้าแก่หลินไห่เช่นกัน สองพ่อลูกพูดคุยกันนิดหน่อยก่อนจะเงียบลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย

เด็กน้อยมองดูบิดาแล้วแย้มรอยยิ้ม อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็จะมีบ้านไว้หลบหนาว ไม่ต้องทนอยู่ในกระท่อมปลายนา ท่านแม่และท่านย่าก็จะได้คลายกังวล แม้จะเพิ่งมาอยู่แต่อานนท์ในร่างจางอี้หมิงก็รักครอบครัวจางมาก

เขาจะต้องทำให้ครอบครัวกลับมาร่ำรวยอีกครั้งให้จงได้

ขอท่านพ่อ ท่านแม่และท่านย่าโปรดรออีกนิดเถิด

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เล่ห์รักในรอยทราย
เล่ห์รักในรอยทราย
มินทราภาต้องเผชิญจุดเปลี่ยนชีวิตใน เล่ห์รักในรอยทราย เมื่อการเผชิญหน้ากับเจ้าชายคริสตินนำไปสู่การลักพาตัวและการเอาชีวิตรอดกลางทะเลทราย ร่วมลุ้นไปกับ romance novel แนว adventure story สุดระทึกที่ต้องพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางแผนร้ายและการหลบหนีสุดอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและหัวใจ
อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
เมื่อองค์หญิงต้องปลอมตัวเป็นทหารเพื่อใกล้ชิดแม่ทัพหนุ่มใน อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง นิยาย romance ที่ผสมผสานภารกิจพิชิตใจกับการรบสุดระทึก ท่ามกลางอุปสรรคเมื่อเขาคิดว่านางเป็นบุรุษ การผจญภัยเพื่อพิสูจน์รักแท้ใน adventure story เล่มนี้จึงเริ่มต้นขึ้น อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
มังกรขาว
มังกรขาว
ลูเอนมุ่งมั่นใช้ความรู้จากชีวิตนับพันปีเพื่อหยุดยั้งหายนะจากการตื่นขึ้นครั้งที่สามและยึดครองพลังจากหอคอย ทว่าเขาต้องรับมือกับเผ่าพันธุ์ต่างมิติ ผู้ใช้พลังธาตุ และขัดขวางการทรยศจากคนใกล้ชิด หากเขาพลาดพลั้ง โลกจะเข้าสู่ยุคแห่งการแย่งชิง และเขาจะต้องตายอย่างเคียดแค้นเช่นเดิมโดยไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรม
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง นิยาย fantasy romance ผสมการผจญภัย เมื่อวิญญาณสาวเกิดใหม่ในร่างอันจิ่งเถียนที่ถูกถอนหมั้น นางต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมยั่วยวนอดีตคู่หมั้นเพื่อแย่งชิงปราณมังกรมาต่อลมหายใจ ท่ามกลางอุปสรรคและเวทมนตร์ใน fiction fantasy romance books ที่จะทำให้นักอ่านสนุกกับการอ่านนิยายออนไลน์
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
กลายเป็นแม่เลี้ยงเลวที่มีลูกเลี้ยงสี่คน
ยอดนักสู้สาวทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยงของเด็กสี่คน เป้าหมายคือสร้างฐานะด้วยทักษะเอาชีวิตรอด หาของป่าและงมไข่มุก อุปสรรคคือภาระที่ตอนแรกเธออยากทิ้ง แต่ความน่ารักของเด็กกลับรั้งเธอไว้ ทว่าเมื่อชีวิตเริ่มเข้าที่และเธอกำลังปกป้องความสงบ ชายปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้นมาแทรกแซงชีวิต
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี เมื่อเซียนน้อยผู้ดูแลสวนท้อทำของล้ำค่าหายจนถูกเนรเทศลงมาแดนมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ต้องห้าม นางต้องเผชิญหน้ากับเซียนมังกรหนุ่มที่ลงมาขัดขวางการเพาะปลูก ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจของเหล่าเซียนในนิยาย fantasy romance สนุกกับการผจญภัยในรูปแบบ fiction fantasy novels

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

พลิกรักคดีลวง
พลิกรักคดีลวง
เย่ชิงเยว่คุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ เดิมทีเป็นนักฟิสิกส์ที่มีหน้าที่การงานประสบความสำเร็จ กลับต้องถูกบังคับให้ติดคุกแทนเย่เชี่ยนเชี่ยนผู้เป็นน้องสาวในคดีฆ่าคนเป็นเวลา 5 ปี หลังจากออกมาจากคุก ครอบครัวต่างเย็นชากับเย่ชิงเยว่ อีกทั้งน้องสาวยังแย่งชิงเผยอวิ๋นโจวแฟนหนุ่มของเธอไป เธอจึงทุ่มเทให้กับการวิจัยทางฟิสิกส์ท่ามกลางความสิ้นหวัง เมื่อความจริงถูกเปิดโปง ปรากฏว่าแท้จริงแล้วคนที่ช่วยชีวิตเผยอวิ๋นโจวคือเย่ชิงเยว่ไม่ใช่เย่เชี่ยนเชี่ยน อีกทั้งเย่เชี่ยนเชี่ยนยังได้ทำเรื่องทำร้ายเย่ต่อชิงเยว่ไว้มากมาย ทำให้เผยอวิ๋นโจวที่มารู้ความจริงภายหลังต้องเสียใจเป็นอย่างมาก
เกมอำนาจ
เกมอำนาจ
มีข่าวลือในวงการธุรกิจว่าหากได้รับความโปรดปรานและความช่วยเหลือจากผู้ทรงเกียรติอย่าง หยินเชวี่ยชิงจวิน ก็จะสามารถประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด ในวันหนึ่ง มีพนักงานส่งของที่ชื่อว่าเสิ่นฉือ อ้างว่าต้องรีบไปส่งออร์เดอร์ถัดไป แล้วบุกเข้าไปในห้องประชุมของจวิ่นเซิ่งกรุ๊ป เพียงคำพูดไม่กี่คำของเขาก็สามารถแก้ไขวิกฤตทางธุรกิจได้ทันที เขาบอกว่าเมื่อสามสิบปีก่อน ป้าหลิน เคยบอกเขาไว้ว่า หากมีใครดูถูกเขา เขาจะทุบหน้าแล้วเหยียบไหล่คนผู้นั้น และบอกให้รู้ไปเลยว่า เสิ่นฉือเกิดมาเพื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่
กุหลาบมรณะ
กุหลาบมรณะ
Thorn นักเรียนมัธยมที่เคยถูก Pitch รุ่นพี่จอมกร่าง แอบถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับ Jett ซึ่งเป็นคนรักเพศเดียวกันของเขา จนเรื่องอื้อฉาวเผยแพร่ออกไป ความกดดันจากสังคมและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ Jett ตัดสินใจฆ่าตัวตาย Thorn จึงแปรเพศเป็น Rose แล้วแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตของศัตรู จนพบว่า Pitch แท้จริงเป็นคนขี้ขลาดที่บิดเบี้ยวเพราะแอบรัก Thorn และพบว่า Thanes พ่อตาของ Pitch คือฆาตกรตัวจริงที่สังหารพ่อแม่ของ Rose ระหว่างการล้างแค้น Rose ต้องเห็น Jennie เพื่อนรักถูก Deenee ภรรยาของ Pitch ทรมานจนตาย และ Pitch เสียชีวิตเพราะยอมเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนเธอ ในท้ายที่สุด Deenee ได้สติและหันมาโค่นล้มพ่อของตนเอง ขณะที่ Rose วางความแค้นลง และก้าวต่อไปด้วยการชี้นำของวิญญาณ Jett การล้างแค้นที่ชุ่มเลือดครั้งนี้เผยให้เห็นเบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดของตระกูลใหญ่ และยุติวงจรความแค้นของสามรุ่นลงได้
[พากย์เสียง] ราชินีมาเฟียที่เขาเสียไป
[พากย์เสียง] ราชินีมาเฟียที่เขาเสียไป
มีอา ฟัลโคน ลูกสาวของดอนยอมสละทุกอย่างเพื่อเลโอ โรมาโน หลังเขายอมรับกระสุนสามนัดเพื่อช่วยชีวิตเธอ ตลอดเจ็ดปี เธอใช้ชีวิตอย่างลับๆ ในฐานะภรรยาของเขา เลี้ยงดูลูกชายโดยไร้ชื่อในตระกูล แต่เมื่อพี่ชายของเลโอเสียชีวิต ภรรยาม่ายอย่างจัสมิน โมเร็ตติ กลับมาและเลโอเลือกเธอ พร้อมกับอำนาจ แทนเลือดเนื้อของตัวเอง เมื่อการหยามศักดิ์ศรีลามถึงลูกชาย อีธาน มีอาจึงหันหลัง เดินกลับสู่ตัวตนที่แท้จริง และเมื่อเลโอพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงคืนหญิงที่สูญเสียไป มีอาจะสอนเขาด้วยบทเรียนที่ต้องแลกด้วยชีวิต เขาไม่ได้แค่ทำลายหัวใจ แต่เขาประกาศสงครามกับสายเลือดที่ไม่ควรแตะต้อง
เกิดใหม่เป็นคุณนายฟู่
เกิดใหม่เป็นคุณนายฟู่
เกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะช่วงชิงความรักและการงานที่เป็นของตัวเองกลับมา ให้คนที่คิดร้ายกับเธอได้รับผลกรรมและเคียงคู่สามีที่เธอรักไปจนแก่เฒ่า
ทวนเข็มนาฬิกามารักเธอ
ทวนเข็มนาฬิกามารักเธอ
สเตลล่าถูกทำลายโดยชายที่เธอรักและหญิงคนรักของเขา ครอบครัวของเธอ ชื่อเสียงของเธอ และชีวิตของเธอล้วนมลายสิ้น แต่โชคชะตาดันหมุนทวนเข็มนาฬิกา ย้อนกลับมาที่งานกาล่าค้นหาสามี เธอสลัดอดีตคนรักของเธอทิ้ง และทำให้ทุกคนตกตะลึงเมื่อเธอเลือกเอเดรียน ราชาแก๊งมาเฟียผู้เหี้ยมโหดซึ่งไม่มีใครกล้าล่วงเกิน เอเดรียนมอบอำนาจ การปกป้อง และความเร่าร้อนให้เธอ จนกระทั่งเธอค้นพบความลับของเขา เขาไม่ใช่อาวุธของเธอ… แต่กลับเป็นโล่ป้องกันของเธอมาโดยตลอด