Logo
รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้
รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

65 ตอน
จบแล้ว
เมื่อวิมานศิลป์ถูกแย่งชิงและลูกในท้องต้องจากไปเพราะแผนร้ายของสามีและน้องสาว ในนิยาย romance เรื่อง รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้ เธอจึงจัดฉากความตายเพื่อเริ่มต้นการแก้แค้น ติดตามปมชีวิตใน modern novel ที่เต็มไปด้วย mystery story และหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำลายโลกของคนทรยศให้พังทลาย

เรื่องย่อ รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

วิมานศิลป์คือหอศิลป์ที่เป็นดั่งหยาดเหงื่อและลมหายใจของฉัน แต่ภัทรวุฒิผู้เป็นสามีกลับคิดพรากมันไปให้นภัสสร น้องสาวที่ฉันเคยไว้ใจที่สุด โดยอ้างเหตุผลบังหน้าว่าอยากให้ฉันพักผ่อน ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิที่รู้ดีว่าฉันแพ้รุนแรงจนเกือบตายให้เป็นของขวัญ ก่อนจะทิ้งฉันไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วยอย่างเลือดเย็น คืนนั้นความจริงอันเจ็บปวดก็ถูกเปิดเผยว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อใช้เป็นโล่กำบังให้คนรักของเขา แม้แต่การที่ฉันต้องสูญเสียลูกไปก็ล้วนเป็นแผนการของทั้งคู่ เมื่อไม่เหลืออะไรให้เสีย ฉันจึงตัดสินใจจัดฉากความตายของตัวเองท่ามกลางกองเพลิงบนเรือยอชต์ พร้อมทิ้งระเบิดเวลาเป็นอีเมลหลักฐานความชั่วช้าส่งตรงถึงมือภัทรวุฒิเพื่อเป็นการล้างแค้นครั้งสุดท้าย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

หลังจากเลิกกัน พี่ชายที่รวยที่สุดของไอ้สารเลวก็ตกหลุมรักฉัน
หลังจากเลิกกัน พี่ชายที่รวยที่สุดของไอ้สารเลวก็ตกหลุมรักฉัน
หลังจากเลิกกัน พี่ชายที่รวยที่สุดของไอ้สารเลวก็ตกหลุมรักฉัน เมื่อลั่วหว่านตั้งใจยั่วโมโหแฟนเก่าด้วยการเข้าหาชียั่นโจวในฐานะพี่สะใภ้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ลับในแบบ billionaire romance ที่ไร้ข้อผูกมัด แต่ความใกล้ชิดและการปกป้องกลับเปลี่ยนเป็นความครอบงำที่สั่นคลอนหัวใจในนิยาย romance story เรื่อง romance novel ที่น่าติดตาม
รักร้ายนายแฟนเก่า
รักร้ายนายแฟนเก่า
เมื่อการเริ่มต้นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยกลายเป็นการเผชิญหน้ากับอดีต รักร้ายนายแฟนเก่า นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์แบบลิ้นกับฟันของอดีตคนรักที่ต้องกลับมาพบกันอีกครั้งในสไตล์ lgbt และ young adult fiction romance books ที่เต็มไปด้วยการปะทะคารมและบททดสอบความรู้สึกที่ยังค้างคาใน romance novel เล่มนี้
พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย
พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย
ยิ้มใสตัดสินใจมอบพรหมจรรย์ให้ธีรวัชรเพื่อตอบแทนความช่วยเหลือและบอกลาความรักที่ไม่สมหวัง แต่เธอกลับต้องพบเขาอีกครั้งในฐานะพี่ชายร่วมบ้าน เรื่องราวใน พี่ชายขาอย่าหื่นกับหนูนักเลย จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในนิยาย romance เรื่องนี้ที่สายอ่าน online novel ไม่ควรพลาด
[Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว
[Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว
[Back to be Superstar] ย้อนอดีตมาเป็นดาว เมื่อ อิมดานิ ถูกทรยศจนชีวิตพังทลายและถูกพ่อขายให้มหาเศรษฐี เจสัน คิม เธอจึงกลับมาทวงคืนทุกอย่างจากศัตรูใน romance novel แนว modern novel เรื่องนี้ พบกับภารกิจล้างแค้นและเส้นทางสู่ความสำเร็จใน billionaire romance novels ที่เดิมพันด้วยชีวิต
ประธานไล่จีบภรรยา
ประธานไล่จีบภรรยา
หญิงสาวที่ถูกจัดฉากวางยาจนตั้งครรภ์และโดนไล่ออกจากบ้านอย่างเจียงหยุนเอ๋อ หวนคืนถิ่นเกิดในรอบห้าปีเพื่อทวงคืนความยุติธรรม ทว่าอุปสรรคแรกคือการถูกศัตรูตามรังควาน ท่ามกลางวิกฤต ลูกชายของเธอกลับพุ่งไปเกาะขาชายผู้ทรงอิทธิพลและเรียกเขาว่าพ่อ การกระทำเดียงสานี้นำพาอำนาจมหาศาลมาเป็นเกราะป้องกันให้เธอ
โซ่สายใยดวงใจซาตาน
โซ่สายใยดวงใจซาตาน
เมื่อคุณหมอสาวขโมยสเปิร์มมาเฟียหนุ่มไปสร้างครอบครัวลับๆ นานถึงสามปี ใน โซ่สายใยดวงใจซาตาน นิยายแนว mafia romance books ที่เล่าถึงการเผชิญหน้าครั้งใหม่ระหว่างหัวขโมยสาวกับมาเฟียจอมโหดเพื่อปกป้องลูกน้อยและอนาคตของครอบครัว อ่านนิยายออนไลน์ฟรี romance stories เรื่องนี้ได้เลย

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
อัจฉริยะทางธุรกิจลู่หมิงชื่อเสียงดังกระฉ่อนวอลล์สตรีทในวัยสิบแปด อายุยี่สิบเอ็ดก็กลับประเทศสร้างหอการค้าลู่หมิง หลังจากถูกตระกูลเฉาหักหลัง เขาปิดบังชื่อแซ่ส่งดิลิเวอรีและพบกับการพลิกผันของความรักโดยบังเอิญ ทั้งยังพลัดสู่การถูกไล่ล่าสังหาร หลงชีผู้มีพระคุณวัยเด็กออกโรงช่วย แทรกเข้าสู่ชีวิตของเขาด้วยอ้างคำพูดล้อเล่นวัยเด็ก ไม่เพียงแต่ช่วยเขาจากความยากลำบาก ยังใช้วิธีไม่ธรรมดาบีบให้เขาแต่งงานกับเธอ ภายใต้การคุ้มครองและการอยู่เคียงข้างของหลงชี ลู่หมิงเดินออกจากความมืดได้ทีละน้อย ค้นพบรักแท้และจับมือไปด้วยกันในตอนจบ
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
รักสุดใจคุณชายเงินล้าน
วินเซนต์มาจากครอบครัวร่ำรวยทั้งฝ่ายพ่อและแม่ แม่เขาคือประธานกรรมการของวิลสันกรุ๊ปและพ่อเขาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียลึกลับ เขาปกปิดความรวยแล้วเริ่มความสัมพันธ์กับเจสสิก้า แต่สุดท้ายกลับโดนรถชนจนโคม่าไปสามปีโดยที่ขาดการติดต่อกับพ่อแม่ เจสสิก้าทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้วินเซนต์ แต่เธอกลับถูกญาติรังแกแล้วก็ถูกสังคมดูถูก ตอนที่เจสสิก้าถูกรังแกเพราะวินเซนต์อีกครั้ง ชายผู้ตกอยู่ในโคม่ามาสามปีกลับได้สติอีกครั้ง พอเหล่าคนที่มารังแกได้รู้ตัวตนแท้จริงของวินเซนต์ พวกเขาก็ได้รู้ซึ้งว่ากำลังล่วงเกินใครอยู่
เมื่อดาวกลายเป็นลม
เมื่อดาวกลายเป็นลม
สวีฝานซิงและเสิ่นซิงเฉินเป็นคู่รักที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทว่าจากเหตุอัคคีภัยหนึ่งครั้ง ทำให้เสิ่นซิงเฉินเข้าใจผิดไปตลอดว่าสวีฝานซิงในวันนั้นจงใจไม่ช่วยเขา ความเข้าใจผิดนี้ทำให้ความรักในใจของเขากลายเป็นความแค้นฝังใจ ในช่วงสามปีแห่งชีวิตคู่ เสิ่นซิงเฉินตั้งใจกวนใจด้วยการยื่นคำร้องหย่ามาถึง 100 ครั้ง ทุกครั้งสวีฝานซิงต่างยอมถ่อมตน วิงวอนขอคืนดี รักเขาจนหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี เมื่อครั้งที่ 101 ที่เสิ่นซิงเฉินยื่นเรื่องหย่า หลังเดินออกจากอำเภอ เพื่อนของเสิ่นซิงเฉินก็จงใจทำให้สวีฝานซิงล้ม พร้อมกับพูดจาเหยียดหยาม เสิ่นซิงเฉินกลับทำหน้าเย็นชา ไม่สนใจเข่าที่ฟกช้ำของเธอ และทิ้งเธอไว้กับเพื่อนเพื่อไปงานต้อนรับสวีเจียวเจียว สวีฝานซิงเสียใจอย่างมาก ตัดสินใจละทิ้งความรักครั้งนี้ รับข้อเสนอของคนลึกลับ...
เกิดใหม่ พี่ชายร้องไห้ขอโทษไม่หยุด
เกิดใหม่ พี่ชายร้องไห้ขอโทษไม่หยุด
​ชีวิตที่แล้ว ซูเซี่ยเสียขาของตัวเองเพื่อช่วยแม่ แต่กลับถูกครอบครัวดูดเลือดจนตาย แฟนกับน้องสาวยังทำเรื่องเสียหายข้างศพเธอ เมื่อได้เกิดใหม่ เธอตัดสัมพันธ์ทันที ลงมือทำลายครอบครัวอมเลือดไล่เตะแฟนทรยศเปิดโปงน้องสาวหน้าซื่อ ด้วยทักษะฟื้นฟูโบราณวัตถุระดับเทพ เธอแต่งงานฉับพลันกับ​​ ​​เฉียมู่ถิง​​ ​​มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจิงเป่ย ใช้พลังแก้แค้นความ รักจากครอบครัวที่มาสาย ไร้ค่าดังหญ้า ชาตินี้ เธอจะปกป้องเพียงแม่บุญธรรมกับรักแท้ให้ศัตรูจ่ายเลือดแทนเลือด
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......
มรสุมรักในดวงตา
มรสุมรักในดวงตา
ฉันมีความลับอยู่อย่างหนึ่ง  ฉันมองเห็นซับกระสุนได้  เพียงเพราะฉันไถไปเจอคลิปสั้นของหนุ่มกล้ามปูคนหนึ่ง  สามีก็ไล่ฉันลงจากรถบนทางด่วน  ซับกระสุนบอกว่า : [ เขาหึงแล้ว  เขารักมาก ] [ เขาแค่เป็นโรคไม่มีปากของพระเอกนิยาย ] แต่ฉันโดนรถชนจนบาดเจ็บสาหัส เขากลับปล่อยให้รักแรกสาดซุปไก่ใส่ฉัน  ผลักฉันตกบันได  ทำลายของที่ระลึกของฉัน  มีอะไรกับเธอนับครั้งไม่ถ้วน  ซับกระสุนยังคงรื่นเริงกันต่อ : [ ทรมานภรรยาสะใจชั่วขณะ ตามง้อภรรยาลำบากแสนสาหัส ] พวกเขาไม่รู้ว่า ตั้งแต่ครั้งแรกผิดหวัง ฉันก็กำลังวางแผนที่จะจากไปอย่างใจเย็น  ฉันยื่น๘้อตกลงการหย่าให้ แล้วหายไปอย่างสิ้นเชิง  จากนั้นก็ไปแต่งงานใหม่กับคนที่เขาไม่อาจเอื้อมถึงอย่างสง่างาม ต่อให้เขาร้องไห้คร่ำครวญสำนึกผิด  ฉันก็ไม่เคยหันกลับไปอีกเลย