Logo
รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้
รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

65 ตอน
จบแล้ว
เมื่อวิมานศิลป์ถูกแย่งชิงและลูกในท้องต้องจากไปเพราะแผนร้ายของสามีและน้องสาว ในนิยาย romance เรื่อง รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้ เธอจึงจัดฉากความตายเพื่อเริ่มต้นการแก้แค้น ติดตามปมชีวิตใน modern novel ที่เต็มไปด้วย mystery story และหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำลายโลกของคนทรยศให้พังทลาย
ตอนที่ 1 จาก รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
วชิตารีย์ต้องเผชิญกับความเฉยชาหลังบังคับแต่งงานใน เล่ห์ร้าย มัดใจรัก นิยาย romance modern fantasy ที่นางเอกต้องงัดทุกเล่ห์กลรวมถึงเวทมนตร์เพื่อเอาชนะใจสามีที่ไร้รัก ร่วมลุ้นไปกับภารกิจพิชิตใจใน romance stories เรื่องเยี่ยมที่รวมความลึกลับและแรงปรารถนาไว้ในที่เดียวบนเว็บอ่านนิยายออนไลน์ฟรี
สามีพันธกาลรัก
สามีพันธกาลรัก
มิราวดีต้องหนีจากการทรยศมาพึ่งพิงชายลึกลับใน สามีพันธกาลรัก นิยาย romance ผสมผสาน vampire เมื่อเธอตกลงแต่งงานเพื่อความอยู่รอดจนพบความลับเรื่องอายุของเขา แต่พันธะในอดีตกลับตามมาหลอกหลอนพร้อมวิญญาณที่บังคับให้เธอชดใช้บาป อ่านนิยายออนไลน์เรื่องนี้เพื่อลุ้นไปกับชะตากรรมของเธอ
เล่นเสียวกับลูกน้อง&หลานชายผัวสุดสยิว
เล่นเสียวกับลูกน้อง&หลานชายผัวสุดสยิว
เมื่อสามีเอาแต่เมามายจนมอบความสุขให้ไม่ได้ เมียสาวไฟแรงสูงใน เล่นเสียวกับลูกน้อง&หลานชายผัวสุดสยิว จึงต้องหาทางออกด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ลูกน้องและหลานชายเพื่อเติมเต็มความต้องการที่ขาดหายไป ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ลับสุดเร้าใจใน romance novel และ modern novel ที่น่าตื่นเต้น
แซ่บ
แซ่บ
สัมผัสเรื่องราวความสัมพันธ์ที่หลากหลายใน แซ่บ ซีรีส์ romance modern ที่รวมเรื่องสั้นสุดเร้าใจ ตั้งแต่ความรักในวัยเยาว์ไปจนถึงความปรารถนาที่ซ่อนเร้น ติดตามการตัดสินใจและจุดเปลี่ยนชีวิตของตัวละครผ่าน fiction books to read ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการ read books online free ได้ทุกที่ทุกเวลา
ดอกไม้ในมือมาร
ดอกไม้ในมือมาร
เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่าง เฟอเดอริค มอโร ต้องการครอบครอง พลอยพัตรา หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวน เขาจึงใช้เล่ห์เหลี่ยมและอำนาจเงินทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอมาเป็นดอกไม้บนเตียงในนิยาย ดอกไม้ในมือมาร เรื่องราวแนว romance และ billionaire romance novels ที่เต็มไปด้วยเกมการไล่ล่าและการเดิมพันด้วยความปรารถนา
สามีใหม่ของฉัน สุดยอดน่าดูเลย
สามีใหม่ของฉัน สุดยอดน่าดูเลย
หลังถูกขับไล่เพราะเป็นลูกสาวปลอม ลู่ซิงหลานใน สามีใหม่ของฉัน สุดยอดน่าดูเลย กลับมาทวงคืนอำนาจเคียงข้างมหาเศรษฐีลี่จิ่งเหยียน เธอเปิดเผยตัวตนลับที่สั่นสะเทือนวงการจนอดีตสามีต้องสยบ พบกับเรื่องราวสุดเข้มข้นใน romance novel แนว modern novel และ billionaire romance novels ที่เต็มไปด้วยแผนการและการแก้แค้น

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เอาใจภรรยาเก่า
เอาใจภรรยาเก่า
ทุกคนต่างชมว่า "ผู้จัดการฮั่ว" เป็นแบบอย่างที่ดีเลิศของสามีและเป็นพ่อที่แสนดี จนกระทั่ง "เวินซวีซวี" กลับมาพร้อมลูกชาย ชีวิตความสงบของเขาก็พังทลายลงในทันที เขาเผชิญกับการติดตามแบบไม่ยอมปล่อย เธอประกาศด้วยท่าทีหนักแน่นว่า "ลูกเป็นของฉัน ส่วนฉันต่างหากที่ไม่เอาคุณ"และแล้วเมื่อเขาเห็นเด็กชายสองคนที่หน้าตาเหมือนกับเขาปรากฏตัวขึ้น ในที่สุดเขาก็ยอมจำนน"เริ่มตามหารักเก่า?" แต่เขาต้องรอคิวเท่านั้นแหละ!
ทิ้งหลานแต่งอา ชายาจอมเผด็จการ
ทิ้งหลานแต่งอา ชายาจอมเผด็จการ
เสิ่นเย่า บุตรสาวกำพร้าแห่งจวนแม่ทัพ ได้รับความเมตตาจากฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้ ชาติก่อน นางแต่งให้กับรัชทายาทเซี่ยจิ่งชูแต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานและถูกย่ำยีศักดิ์ศรีในตำหนักบูรพาจนตัวตาย หลังความตาย เสิ่นเย่าได้เกิดใหม่ย้อนเวลากลับมาในงานเลี้ยงพระราชทานสมรสอีกครั้ง ครั้งนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการเลือกคู่ครอง เสิ่นเย่าตัดสินใจเลือก ท่านอ๋องจิ้งเซี่ยหยวน เสด็จอาผู้รูปงามไร้ที่ติ แต่กลับบาดเจ็บสาหัสจากสงครามและนอนไม่ได้สติ ทว่าหลังจากเข้าพิธีมงคลได้ไม่นาน ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเซี่ยหยวนฟื้นคืนสติ เสิ่นเย่าได้รับความเคารพ การปกป้อง และความรักทนุถนอมจากเขาอย่างที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน จนก่อเกิดเป็นความรักแท้ ในขณะเดียวกัน ความทรงจำอันโหดร้ายในชาติก่อนของรัชทายาทเซี่ยจิ่งชู ก็ค่อย ๆ หวนคืนมา
เมื่อรักใหม่มาเยือน
เมื่อรักใหม่มาเยือน
ซ่งโหย่วหนิงได้เห็นการทรยศที่ย่ำแย่ที่สุดจากสามี เฟิงหานโจว และเขายังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "คุณคลอดไม่ได้ แต่ตระกูลเฟิงก็ไม่อาจขาดสายเลือดสืบทอด" คืนนั้นเอง เธอได้โทรหาหมายเลขที่ไม่มีใครกล้าติดต่อ และตัดสินใจแต่งงานใหม่กับชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหนานเฉิง หลังได้เจอกันอีกครั้งในวันแต่งงานของเธอ เฟิงหานโจวกลับปรากฏดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมคุกเข่าต่อหน้าเธอ "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ขอเพียงคุณมองผมอีกสักครั้งเถอะ" แต่ซ่งโหย่วหนิงกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ล้มเข้าไปในอ้อมกอดของชายที่อยู่ข้างหลังพอดี เฟิงเยี่ยนผู้ได้รับฉายานามว่า "ท่านยม" กอดเอวของเธอไว้แน่น พร้อมเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา "ดูเหมือนนายลืมไปแล้วว่า ตอนนี้สามีของเธอคือผม"
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
หลังทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ซูทิงถังก็เอาแต่ป่วนหาเรื่องรนหาที่ตาย เพียงเพื่อหวังให้ทรราชประทานความตายให้นาง นางจะได้หอบเงินห้าร้อยล้านบาทกลับไปยุคปัจจุบัน แต่ทรราชกลับบีบเอวนางแล้วกระซิบพร้อมรอยยิ้ม สนมรักคิดจะหนีงั้นรึ จนกระทั่งนางได้รู้ความจริงว่า เขากลับชาติมาเกิดใหม่ถึงสามครั้ง เพียงเพื่อเปลี่ยนชะตาความตายของนาง ทรราชดวงตาแดงก่ำจูบนาง ข้าขอใช้ชีวิตของข้า แลกกับการเกิดใหม่ของเจ้า
คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
คุณหนูคืนสู่บัลลังก์
เซิ่งเย่หลานรักฉินเส้าหมิงมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นและยินดีที่จะมอบมรดกมหาศาลของแม่ให้กับเขา เพื่อช่วยเขาสร้างฉินซื่อกรุ๊ปและนำพาตระกูลฉินให้กลายเป็นตระกูลเบอร์ต้นของเมืองอวิ๋นเฉิง แต่หลังจากที่เซิ่งเย่หลานแต่งงานเข้าตระกูลฉินก็ได้ป่วยมาตลอดสามปีและอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากไปหาหมอ กลับพบว่าน้องสาวต่างแม่ซ่งซือเยว่นอนอยู่บนเตียงเดียวกับฉินเส้าหมิง และแม่ของฉินเส้าหมิงก็อยู่ที่บ้านและเห็นด้วยกับการนอกใจในครั้งนี้ หลังจากที่โดนซ่งซือเยว่และฉินเส้าหมิงกับแม่เหยียดหยาม ฉินเส้าหมิงก็ได้บอกความจริงว่าตัวเองแค่เห็นแก่เงินของเธอและไม่เคยรักเธอเลย และเขายังได้ซื้อประกันชีวิตให้เธอ และรอให้เธอตายเพื่อที่จะได้เงินประกันจำนวนมาก เซิ่งเย่หลานผิดหวังกับชีวิตของเธอ และคิดไม่ถึงว่าจะถูกฉินเส้าหมิงพาไปที่ดาดฟ้า เขาที่รอเธอป่วยตายไม่ไหว ได้ผลักเธอตกลงมาจากดาดฟ้า ขณะที่ตกลงมา เซิ่งเย่หลานสาบานในใจว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง เธอจะแก้แค้นพวกเขาร้อยเท่าพันเท่า ให้พวกเขาไม่มีวันสงบสุขไปตลอดกาล
หลังออกจากบ้าน ฉันพาลูกสาวพลิกชีวิตใหม่
หลังออกจากบ้าน ฉันพาลูกสาวพลิกชีวิตใหม่
ฉินเจียงหนานเกิดในครอบครัวชนบทที่ให้ค่าลูกชายมากกว่าลูกสาว ตั้งแต่อายุสิบแปดเธอก็ตกหลุมรักหลี่อวี้เฉิง หนุ่มปัญญาชนจากเมือง หลังคลอดลูกสาว เธอตามสามีเข้ามาใช้ชีวิตในเมือง แต่กลับถูกตระกูลหลี่ดูถูกเหยียดหยามสารพัด ถึงขั้นใส่ร้ายว่าลูกสาวของเธอขโมยของ เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉินเจียงหนานจึงพาลูกหนีออกจากบ้าน และได้พบกับผู้การจ้าวหนิงเซิง ทหารผ่านศึกที่พิการ เมื่อถูกตระกูลหลี่ตามรังควาน จ้าวหนิงเซิงยืนหยัดปกป้องแม่ลูกไว้เต็มกำลัง ด้วยแรงสนับสนุนจากเขา ฉินเจียงหนานตั้งใจเรียนหนังสือ ใช้พรสวรรค์ด้านการตัดเย็บก่อตั้งโรงงานทอผ้า ส่วนขาของเขาเองก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวด้วยการดูแลอย่างทุ่มเทของเธอ จากหญิงที่เคยถูกทอดทิ้ง กลายเป็นผู้จัดการฉินเจ้าของโรงงานหญิงผู้มั่นคง เธอใช้ความเข้มแข็งเขียนชะตาชีวิตใหม่ และกับจ้าวหนิงเซิง ทั้งคู่เปลี่ยนจากการช่วยเหลือกัน จนกลายเป็นความรัก ร่วมสร้างชีวิตใหม่ไปด้วยกัน