Logo
คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

61 ตอน
จบแล้ว
เหอหลิงซี องครักษ์เสื้อแพรต้องสืบคดีฆาตกรรมสกุลหลินที่ถูกสังหารหมู่ในคืนเทศกาล เขาต้องร่วมมือกับหลินจินเซี่ยเพื่อไขปริศนาท่ามกลางอันตรายและความลับของมารดาที่อาจเป็นมือสังหาร ติดตามการสืบสวนสุดระทึกใน mystery story เรื่องนี้ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่รวมความตื่นเต้นแบบ adventure story ไว้อย่างครบถ้วน

เรื่องย่อ คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

ท่ามกลางการเฉลิมฉลองเทศกาลตงจื้ออันรื่นเริง โศกนาฏกรรมนองเลือดได้อุบัติขึ้น ณ จวนนายอำเภอทางทิศตะวันออก เมื่อกลุ่มมือสังหารบุกฆ่าล้างตระกูลหลินอย่างไร้ความปราณี มีเพียง 'หลินจินเซี่ย' บุตรชายเพียงคนเดียวและบ่าวรับใช้ที่รอดชีวิตเพราะออกไปเที่ยวชมงานเทศกาล คดีสะเทือนขวัญนี้ร้อนถึงฝ่าบาทจนต้องส่ง 'เหอหลิงซี' นายกองร้อยองครักษ์เสื้อแพรผู้เก่งกาจลงมาสืบสวนด้วยตนเอง แม้เหอหลิงซีจะพยายามกันหลินจินเซี่ยออกจากอันตราย แต่อีกฝ่ายกลับยืนกรานที่จะร่วมสืบคดีโดยอ้างว่าตนกุมกุญแจสำคัญถึงมูลเหตุจูงใจเบื้องหลัง ทว่ายิ่งขุดลึกเขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าหนึ่งในมือสังหารคือมารดาที่หลินจินเซี่ยรักที่สุด ซึ่งควรจะตายไปพร้อมกับคนในตระกูลแล้ว ปริศนาซับซ้อนและแรงจูงใจที่ถูกปิดซ่อนกำลังรอให้พวกเขาเปิดโปงความจริง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก คดีฆาตกรรมสกุลหลิน

ในคืนเทศกาลตงจื้อทุกคนในอำเภอหยางโจวกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลเข้าสู่ฤดูหนาวกันอย่างมีความสุข ในงานมีการประกวดดอกไม้ไฟที่สวยงามตระการตา มีการละเล่นปาหี่อย่างการทุบก้อนหินบนหน้าอก มีการทายแผ่นป้ายปริศนาหากผู้ใดสามารถตอบถูกก็จะได้รับโคมไฟที่สวยที่สุดในร้านนั้นไป มีการปาลูกดอกลงโถผู้ใดสามารถปาเข้าครบจำนวนที่ร้านกำหนดก็จะได้รับรางวัล ทว่าการจะได้รับรางวัลนั้นเป็นเรื่องยากแสนจะยากเนื่องเพราะปากโถที่ใช้เป็นเป้านั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงสามชุ่นเท่านั้น และมีละครลิงแสดงให้ดู ที่บอกว่าละครลิงก็คือใช้ลิงตัวเป็น ๆ สองตัวมาแสดงการเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ แน่นอนว่าในทุกรอบที่การแสดงลิงจบลงย่อมต้องมีการตกรางวัลเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น

ผู้คนมากมายเดินทางจากต่างถิ่นมุ่งหน้าเข้ามาเพื่อเที่ยวชมเทศกาลเข้าสู่ฤดูหนาวอันตระการตาของเมืองหยางโจวที่มักจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีกันอย่างเนืองแน่น ถนนทุกสายแน่นขนัดไปด้วยผู้คน เสียงผู้คนคุยกันดังแซงแซ่ เสียงโห่ร้องยินดีเมื่อได้เห็นลิงสองตัวเต้นระบำเลียนแบบท่าทางมนุษย์ เสียงปรบมือกระโดดโลดเต้นเมื่อปาลูกดอกเข้าปากโถได้สำเร็จ เสียงร้องตะโกนบอกเยี่ยม! เอาอีก! ดังขึ้นต่อเนื่องเมื่อเห็นคนหนึ่งยกค้อนขนาดใหญ่ทุบแผ่นหินบนหน้าอกอีกฝ่ายที่นอนแผ่อยู่บนพื้นจนหักครึ่ง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งหันมองไปทิศทางใดก็ได้ยินเพียงเสียงอึกทึกครึกโครม โห่ร้องยินดี สีหน้าเบิกบาน สำราญใจของชาวเมืองหยางโจว

ช่วงย่ำค่ำผู้คนเดินกันขวักไขว่ ส่วนใหญ่ก็คือผู้คนที่ออกมาเดินเที่ยวหาความสุข สำราญ เมืองหยางโจวเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองมากมาย รายล้อมด้วยคฤหาสน์เศรษฐีคหบดี เหลาสุราเลิศล้ำแห่งหยางโจวและหอนางโลม ในเมืองผู้คนแออัดยามสัญจรย่อมมีการเบียดเสียดกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

“ฮา..นี่ก็คือผลการทำงานเพื่อบ้านเมืองของท่านพ่อข้าโดยแท้! ไม่เชื่อเจ้าก็ดูสิฝูจิ้นเงินภาษีที่ชาวเมืองหยางโจวเสียให้กับทางการท่านพ่อล้วนแล้วแต่นำมาพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองมากถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มรูปงาม รูปร่างสูงเพรียว ผิวพรรณขาวผุดผ่องราวกับหิมะ หน้าตางดงามราวกับสตรี ใบหน้าหวานละมุนดุจจันทร์กระจ่าง กระทั่งรอยยิ้มยังอ่อนโยน ดวงตาเรียวหงส์ นัยน์ตาดำขลับ เรือนผมสีดำสลวยเงางาม เขาเอ่ยชื่นชมบิดาของตนด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นถึงความปลาบปลื้มกับบ่าวรับใช้คนสนิท

ชายหนุ่มที่มีหน้าตางดงาม อ่อนหวานราวกับสตรีผู้นี้มีนามว่า ‘หลินจินเซี่ย’ หรือคุณชายหลินบุตรชายเพียงคนเดียวของนายอำเภอหลิน ‘หลินอัน’ ปีนี้เขาอายุสิบเจ็ดปี มีนิสัยมองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดีและมีเมตตา อ่อนโยนกับสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด มีอารมณ์ขัน ศิลปะทั้งสี่เขาล้วนเก่งกาจฝีมือแม้นไม่นับว่าเป็นอันดับหนึ่งแต่ก็ไม่ด้อยไปกว่าอันดับสอง ทว่าวิชายุทธ์ป้องกันตัวนั้นหากมีผู้ที่มีฝีมือเก่งกาจขึ้นไปถึงสวรรค์ได้ เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีผู้ที่มีฝีมือระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เฮ้อ.. อย่าได้เอ่ยถึงมันเลย ช่างน่าอับอายเกินไปแล้ว แต่ ๆ ยังมีอีกความสามารถหนึ่งที่แม้แต่ผู้เป็นบิดา และมารดาไม่รู้นั่นก็คือความสามารถในการสืบคดีแม้ไม่เก่งกาจเท่าหน่วยองครักษ์เสื้อแพรแต่ก็ไม่ด้อยไปกว่าคนของทางการ

บ่าวรับใช้คนสนิทแย้มยิ้มภาคภูมิใจที่ตนได้เป็นคนของสกุลหลิน กล่าวว่า “ขอรับนับว่าเป็นโชคดีของชาวเมืองหยางโจวโดยแท้ และถือว่าเป็นวาสนาของข้าน้อยด้วยเช่นกัน ฮี่..”

บ่าวรับใช้คนสนิทมีชื่อว่า ‘ฝูจิ้น’ อายุสิบห้าปี ชีวิตวัยเด็กของเขานั้นรันทดแสนรันทด ตอนนั้นเขากำลังถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไปเพื่อขายให้กับชาวนอกด่านอย่างดินแดน ‘ซีอวี่’ หากตอนนั้นคนของทางการซึ่งนำโดยนายอำเภอเมืองหยางโจว หลินอันไม่ไล่หวดไปจนกระทั่งสามารถกวาดล้างกลุ่มค้ามนุษย์ได้ทันคาดว่าคงมีชาวเมืองหยางโจวรวมถึงชาวเมืองอื่น ๆ อีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกกลุ่มค้ามนุษย์จับมารวมกันได้ถูกขายไปยังดินแดนซีอวี่แล้ว! และหากเป็นเช่นนั้นป่านนี้ชีวิตของคนเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย!

กลุ่มคนที่นายอำเภอเมืองหยางโจวได้ช่วยชีวิตไว้ พวกคนต่างถิ่นรู้สึกสำนึกในบุญคุณที่นายอำเภอช่วยชีวิตก็ได้ขออาศัยอยู่ในเมืองโดยตั้งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ พวกเขามีการติดต่อกันกับกลุ่มคนที่เป็นชาวเมืองหยางโจวที่เมีชะตากรรมเดียวกันอยู่เป็นประจำ แม้พวกเขาเหล่านั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไร้ซึ่งวรยุทธ์ ไร้วรยุทธ์แต่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียวใช่ไหม? ที่บอกว่าพวกเขามิได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียวนั้นก็เป็นเพราะพวกเขาคอยเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องความผิดปกติภายในเมืองหยางโจวให้กับนายอำเภออย่างลับ ๆ พวกเขาเรียกตนเองว่า ‘ดวงตาสวรรค์’ หากพวกเขาพบเห็นความผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวที่นำไปสู่ความน่าสงสัยไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็มักจะนำไปรายงานให้นายอำเภอทราบโดยตรงไม่ผ่านผู้ช่วย

การมีตัวตนของพวกเขา มีเพียงนายอำเภอเมืองหยางโจว หลินอันเท่านั้นที่รู้ว่ามีองค์กรนี้อยู่ ไม่เพียงคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวที่อาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยของชาวเมืองหยางโจวแล้ว พวกเขายังแบ่งคนอีกจำนวนหนึ่งคอยแอบติดตามดูแลความปลอดภัยให้กับหลินจินเซี่ยอีกด้วย

หนี้สินชำระยาก หนี้บุญคุณยากชำระ ดังนั้นฝูจิ้นจึงตั้งปณิธานกับตนเองเอาไว้ว่า ‘ชั่วชีวิตนี้แม้ต้องตายก็จะต้องตายเพื่อสกุลหลิน’ ในเมื่อเรื่องของเขาเป็นเช่นนี้แล้วยังมีเหตุผลใดไม่ให้เขารู้สึกซาบซึ้ง และภูมิใจที่ได้เป็นคนสกุลหลินได้อีกเล่า?

หลินจินเซี่ยรู้สึกหมั่นไส้กับรอยยิ้มภาคภูมิใจของบ่าวรับใช้จึงยกมือขึ้นแกล้งตบท้ายทอยอีกฝ่ายไปหนึ่งฉาดแต่กลับไม่ได้ลงน้ำหนักที่ฝ่ามือแรงนักเหมือนท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของเขา แล้วกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “บอกเจ้ากี่ครั้งแล้วเวลาข้าเอ่ยชมท่านพ่อห้ามเจ้ายกหางตนเองเอ่ยชื่นชมคล้อยตามข้าน่ะฮึ!”

“ขอรับ ๆ ข้าน้อยผิดไปแล้ว อ๊ะ!..คุณชายท่านดูนั่น!” ฝูจิ้นหันมองไปทางทิศตะวันออกของเมืองเห็นดอกไม้ไฟดอกหนึ่งรูปร่างผิดแปลกไปจากพวกปรากฏขึ้นอีกฟากหนึ่งของเมืองจึงชี้นิ้วไปที่ดอกไม้ไฟดอกนั้น

ดอกไม้ไฟทั่วไปมักเป็นรูปดอกไม้ ไม่ก็เป็นรูปสัตว์อย่างหมา แมวอะไรพวกนั้น แต่ดอกไม้ไฟที่ฝูจิ้นเห็นกลับมีรูปร่างเป็นตัวอักษรคำว่า ‘อัน’ ซึ่งหมายถึงความสงบสุข ทว่าในความหมายมักตรงกันข้าม ผู้คนทั่วไปที่ไม่รู้ความหมายก็มักจะเห็นเป็นคำอวยพรตรงตัวทั้งยังพูดกันถึงความหมายไปต่าง ๆ นานาว่า “ดูพลุดอกไม้ไฟดอกนั้นสิความหมายดีมากเชียว!”

“สงบสุข ร่มเย็น!..”

“สงบสุข ร่มเย็น!..” ทุกคนต่างพร้อมใจกันตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

แต่หลินจินเซี่ย กลับไม่คิดเช่นนั้นเขาหดม่านตาลง ย่นคิ้วครุ่นคิดและถอนหายใจหนักอึ้งออกมา ฝูจิ้นหันมองเอ่ยเสียงเครียด “คุณชายมีเรื่องหรือขอรับ” 

ทันทีที่ดอกไม้ไฟตัวอักษรคำว่าอันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิดชนิดยื่นมือออกไปไม่เห็นนิ้วทั้งห้า หลินจินเซี่ยก็รู้แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุร้ายขึ้นในเมืองหยางโจว อย่างแน่นอน! อีกทั้งทิศทางนั้นก็มาจากทางทิศตะวันออกของเมือง เขาเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างหนึ่งขึ้นจึงสั่งให้ฝูจิ้นไปนำม้ามา

พลุสัญญาณทะยานขึ้นจากทิศทางใด ทิศทางนั้นย่อมเป็นจุดเกิดเหตุ..

หลินจินเซี่ยไม่ตอบคำ ฝูจิ้นเห็นสีหน้ากังวลใจของผู้เป็นนายก็ไม่อาจชักช้าอืดอาดได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินคำสั่งเขาก็รีบหันร่างจากไป แม้ว่าหลินจินเซี่ยจะชื่นชอบการชมดอกไม้ไฟมากเพียงใดก็จำต้องพักเอาไว้ก่อน

สิ้นคำ ด้านหลังหลินจินเซี่ยก็มีกลุ่มคนของทางการวิ่งห้อตะบึงจนพื้นดินสั่นสะเทือน มุ่งหน้าไปยังทิศทางตะวันออกของเมือง ฝีเท้าหลายสิบคู่เหยียบย่ำวิ่งผ่านก่อให้เกิดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามถนนฟุ้งตลบไปทั่วบริเวณทำให้ผู้คนที่ยืนออกันอย่างเนืองแน่นต่างขยับเท้าหลบหลีกกันอย่างอลม่าน ผู้คนในเมืองต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่มาอย่างกะทันหันไม่ได้ตั้งตัว บ้างยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ลอยฟุ้ง บ้างยกมือขึ้นปิดจมูก ดวงตาเบิกกว้าง

ไม่นานฝูจิ้นก็กลับมาพร้อมกับม้าสองตัวหลินจินเซี่ยพลิกกายขึ้นควบขี่ม้า ดึงเชือกบังเหียนขึ้นทีหนึ่งพร้อมตะโกนว่า ไป!.. มุ่งหน้ากลับจวนสกุลหลินทันที เพราะพลุดอกนั้นทำให้คุณชายผู้อ่อนโยนและมีรอยยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที 

หน้าจวนมีม้าหลายตัวยืนสะบัดหางไปมา คนของทางการสองคนยืนคุมอยู่สองข้างประตูใหญ่ของจวน หลินจินเซี่ยดึงบังเหียนม้าทีหนึ่งให้ม้าหยุด เขากระโดดลงจากหลังม้าวิ่งไปที่ประตูใหญ่ คนของทางการสองคนเห็นคนที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาเป็นคุณชายสกุลหลินจึงไม่ได้ขัดขวางปล่อยให้เขาเข้าไปพร้อมกับบ่าวรับใช้อีกคน

หลินจินเซี่ยหันไปถามยามเฝ้าหน้าประตูคนหนึ่งน้ำเสียงตื่นตระหนก “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!”

ยามเฝ้าหน้าประตูผู้นั้นตอบเสียงเบา สีหน้าเศร้าหมองว่า “มีคนร้ายบุกเข้ามาขอรับ”

สายลมฤดูหนาวพัดโชยสร้างความหนาวเย็นเยือกจนร่างสั่นสะท้าน สร้างบรรยากาศน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆสีดำทะมึน พากลิ่นคาวเลือดฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ บรรยากาศภายในโดยรอบ อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ไม่ว่าใครประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ก็ย่อมสะเทือนใจจนทนไม่ไหว

เมื่อหลินจินเซี่ยก้าวเท้าเดินเข้าไปยังลานสวนหน้าเรือนหลักภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือคนของทางการกำลังช่วยกันเก็บศพของคนตายไปกองรวมกัน หลินจินเซี่ยเดินลากเท้าที่อ่อนแรง ห่อไหล่เข้าไปจับไหล่ของคนของทางการคนหนึ่งหลังจากวางศพแล้วเอาไว้แน่น นัยน์ดวงตาของเขาสั่นไหว ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดเอ่ยเสียงสั่นถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าล่ะพวกท่านอยู่ที่ใด? พวกท่านอยู่ที่ใด!”

“คุณชายหลิน..” คนของทางการไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างไรดี สีหน้าของเขาก็ฉายแววเจ็บปวดและเสียใจเช่นกัน

ตอนนั้นผู้ช่วยนายอำเภอเดินตามระเบียงทางเดินออกมาหันไปเห็นหลินจินเซี่ยพอดีจึงสาวเท้าเร็วรี่เข้าไปหา เขาส่ายหน้าและถอนหายใจยืดยาวแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง น้ำเสียงเศร้าสลดว่า “หลานชายเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เจ้าไปดูเองเถอะ ตอนนี้ยังพอมีเวลาได้ดูใจบิดาเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย”

ผู้ช่วยนายอำเภอเมืองหยางโจวมีนามว่า ‘เกาจงเฉิง’ อายุห้าสิบปี รูปร่างอ้วนพี พุ่งยื่นเวลาเดินอุ้ยอ้ายส่ายพุงไปมา คิ้วบางนัยน์ตาลึก โหนกแก้มสูง ปากหนา คางสั้น นิสัยขี้ประจบ ทะเยอทะยาน รับหน้าที่ผู้ช่วยนายอำเภอมายี่สิบปีไม่ก้าวหน้าแม้พยายามหลายครั้งเพื่อเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ดูใจเป็นครั้งสุดท้าย’ นั่นหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าบิดาของเขายังมีลมหายใจอยู่! เขายังไม่ตาย!

หลินจินเซี่ยเดินตามผู้ช่วยเกาจงเฉิงไปยังเรือนทางปีกซ้ายด้วยฝีเท้าค่อนข้างเร็ว ไม่นานก็มาถึง ห้องที่พวกเขามาก็คือห้องหนังสือและเป็นห้องที่นายอำเภอหลินใช้เป็นห้องทำงานภายในห้องถูกจุดเทียนให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง สภาพข้าวของภายในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย วางระเกะระกะทั่วห้องหากต้องการเดินผ่านจำต้องเขี่ยข้าวของที่วางขวางเท้าออกไปให้พ้นทาง หลินจินเซี่ยยืนอยู่หน้าประตูเดิมทีเรี่ยวแรงก็แทบยืนไม่ไหวอยู่แล้ว ทันทีที่มาถึงและเห็นบิดานั่งหน้าผลุบหายใจรวยรินอยู่กับโต๊ะทำงานเขาไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไปรีบสาวเท้าก้าวฉับ ๆ เดินปรี่เข้าไปสวมกอดแผ่นหลังของผู้บิดาด้วยน้ำตานองหน้า

“ท่านพ่อท่านอดทนไว้ เข้มแข็งไว้ข้าจะพาท่านไปหาหมอ.. ฮือ ๆ อดทนไว้ข้าจะพาท่านไปหาหมอเอง ข้าจะพา.. ฮึก ๆ ” แม้ว่าหลินจินเซี่ยจะรู้ดีว่าด้วยอาการบาดเจ็บของผู้เป็นบิดาจะแย่มากถึงขั้นทนไม่ไหวแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังพยายามฉุดผู้เป็นบิดาให้ลุกขึ้น แม้จะเป็นการไร้ประโยชน์ก็ตาม แต่เขาก็ยังพยายามที่จะรักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น(1)ภายใต้สายตาของคนหลายคนที่จ้องมองเขาอย่างเวทนาและสงสาร

นายอำเภอหลินส่ายหน้าเชื่องช้าเขาข่มกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยเสียงแผ่วติด ๆ ขัด ๆ ว่า “ไม่มีประโยชน์..”

ริมฝีปากของเขาสั่นระริกด้วยความเสียใจ เขาได้แต่กล่าวโทษตนเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ไม่สามารถช่วยเหลือผู้เป็นบิดาได้ วรยุทธ์ก็ไม่เอาไหนอย่าว่าแต่ไม่เอาไหนเลยเขาไม่เป็นวรยุทธ์ด้วยซ้ำ เขานับเป็นตัวอะไรเป็นตัวไร้ประโยชน์โดยแท้..

สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความท้อแท้สิ้นหวัง สิ้นหวังที่ไม่อาจช่วยชีวิตบิดาได้

ฝูจิ้นยืนอยู่ข้าง ๆ สองมือรวบกำแน่นใบหน้าแดงก่ำ แววตาฉายประกายเกรี้ยวโกรธคับแค้น ขยับเท้าเข้าใกล้หนึ่งก้าวย่างเอ่ยเสียงเศร้าปนปลอบใจว่า “คุณชาย..ฮือ ๆ นายท่าน ๆ”

หลินจินเซี่ยร่ำไห้จนตัวสั่นไปทั้งร่าง ศีรษะของบิดาและบุตรชายใกล้ชิดกันไม่ถึงชุ่น ในขณะที่นายอำเภอหลินยังพอมีลมหายใจและสติอยู่เขาฝืนลมหายใจเฮือกสุดท้ายแอบกระซิบบอกบางอย่างกับบุตรชายว่า “สมุดบัญชีรายชื่อ ผู้ช่วย.. แม่..” เขาพูดได้เพียงเท่านั้นก็สิ้นใจตายไปเสียก่อนที่จะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ

ทันทีที่มือข้างหนึ่งของบิดาที่วางเอาไว้บนหน้าขาของบุตรชายตกลงไปห้อยแกว่งไกวในอากาศ หลินจินเซี่ยก็ไม่อาจข่มกลั้นความเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไปเขาแหงนหน้าขึ้นมองเพดานห้องร้องตะโกนด้วยเสียงดังจนแทบขาดใจ “ไม่!..ท่านพ่อ.. ฮือ ๆ”

เขาพร่ำบ่นในใจว่า ทำไม? ทำไมเหตุการณ์เช่นนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาด้วย!

แม้แต่ฝูจิ้นก็ยังอดร่ำไห้ตามไม่ได้ เขาคุกเข่าลงนั่งกับพื้นกอดขาผู้เป็นนายปากก็ร้องตะโกนว่า “นายท่าน!” จนสุดเสียงผสมปนเปไปกับเสียงร่ำไห้

จังหวะเดียวกันระหว่างที่ผู้ช่วยนายอำเภอเกาปล่อยให้สองคนพ่อลูกได้อำลากันเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ได้กลอกตามองไปทางผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งแววตานั้นฉายประกายมีเลศนัยบางอย่าง และผู้ใต้บังคับบัญชาคนนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้าเป็นการตอบ

หลินจินเซี่ยยกแขนเสื้อทรงกว้างขึ้นเช็ดน้ำมูกที่กำลังไหลย้อยเกือบพ้นริมฝีปากบนออก หันไปถามผู้ช่วยนายอำเภอน้ำเสียงสั่นและพยายามข่มกลั้นเสียงสะอื้นไห้ว่า “แล้วท่านแม่ของข้าเล่านางเป็นเช่นใดบ้าง”

“ล้วนไม่รอด.. นางสิ้นใจไปก่อนแล้ว” ผู้ช่วยนายอำเภอเกาจงเฉิงเอ่ยตอบพร้อมส่ายหน้าน้ำเสียงหดหู่ “หลานชายไปดูนางเป็นครั้งสุดท้ายเถิด”

ก่อนที่ผู้ช่วยเกาจงเฉิงจะนำทางหลินจินเซี่ยไปดูศพของผู้เป็นมารดาเขาก็เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้ามาในห้องสองคน สั่งให้พวกเขานำศพของนายอำเภอหลินไปไว้ที่โถงเปิดโล่งด้านหน้า หลังจากสั่งงานเสร็จสิ้นก็เดินนำอีกฝ่ายไปยังโถงหลักทันที

...................................................................................................................................................................

รักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น เป็นสำนวน รู้ทั้งรู้ว่าหมดหนทางเยียวยา แต่ก็ยังมีความหวัง

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
เมื่อมาราตีต้องกลายเป็นตัวประกันแทนพี่สาวใน เชลยทรายทาสชีคเถื่อน เธอจึงถูกชีคอัฟฟานจับพิรุธได้ท่ามกลางความขัดแย้งของกบฏในซาล การปลอมตัวครั้งนี้กลายเป็นกับดักที่หนีไม่ได้ใน romance novel สุดเข้มข้นที่เต็มไปด้วยอำนาจและการทรยศ อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวการชิงไหวชิงพริบกลางทะเลทรายได้แล้ววันนี้
เจ้าคุณ (Series of my bad boy)
เจ้าคุณ (Series of my bad boy)
ลูกศรต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังถูกวางยาใน เจ้าคุณ (Series of my bad boy) นิยาย romance แนว modern action สุดระทึก เมื่อเธอต้องต่อสู้กับความร้อนรุ่มและเก็บงำความลับจากเจ้าคุณ ชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยไว้ ท่ามกลางการปะทะและเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีใน web novel ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
ฮวาเย่ห์หยวนเซียนจิ้งจอกเก้าหางใน เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร ต้องทำภารกิจยั่วยวนจอมมารลี่เซี่ยนเพื่อยุติสงคราม ท่ามกลางความช่วยเหลือจากบุรุษลึกลับที่สั่นคลอนหัวใจ พบกับนิยาย fantasy romance เข้มข้นที่นางเอกต้องเลือกระหว่างหน้าที่และการตกเป็นทาสรัก อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่
Project N8
Project N8
ร่วมไขปริศนาใน Project N8 เมื่อความก้าวหน้าทางวิทยาการอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดจบของมนุษยชาติ นวนิยายแนว sci-fi action ที่จะพาคุณไปตั้งคำถามถึงเบื้องหลังนวัตกรรมเปลี่ยนโลกและการเอาชีวิตรอดในยุคที่เทคโนโลยีอาจนำมาซึ่งการสิ้นอายุขัย อ่าน sci fi novels เรื่องเยี่ยมได้ที่นี่
Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย นิยายแนว mafia และ billionaire เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มต้องหักห้ามใจจากลูกสาวเจ้านายผู้มีพระคุณ แม้ความปรารถนาจะท่วมท้นแต่เขาต้องอดทนสร้างตัวให้คู่ควรกับเธอ พบกับเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคใน romance novel ที่น่าติดตามที่สุดบนเว็บหนึ่ง
กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด อดีตนางมารร้ายจุติใหม่ในร่างคุณหนูปัญญาอ่อนท่ามกลางมหาพิภพที่ไร้ศีลธรรม นางต้องใช้ความแข็งแกร่งเข้าตัดสินและบดขยี้ทุกอุปสรรคเพื่อความอยู่รอดใน fantasy novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์แบบ adventure story ติดตามอ่านได้ใน web novel

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ชีวิตพิชิตรัก
ชีวิตพิชิตรัก
ซูเฉิน พนักงานส่งอาหาร ถูกเซียวหว่านเอ่อร์ ซีอีโอของเซียวซื่อกรุ๊ปชนจนกระเด็น อุบัติเหตุครั้งนี้ปลุกพลังพิเศษในตัวเขาขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ทำให้เขามองเห็นเวลาชีวิตนับถอยหลังของแต่ละคน เขาทำนายว่าเซียวหว่านเอ่อร์จะเจอภัยพิบัติร้ายแรงและช่วยเธอแก้ปัญหา จากนั้นซูเฉินได้จัดการหยางซานซานและเฉินหลง แล้วเข้าสู่กระบวนการประเมินโบราณวัตถุและการพนันอัญมณี สะสมทรัพย์สมบัติอย่างรวดเร็ว และเริ่มเดินทางอย่างอิสระในโลกที่รายล้อมไปด้วยหญิงสาวสวย
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
กลับจากไปทำงานต่างจังหวัดตั้งครึ่งปี พอเหยียบเข้าบ้านปุ๊บ เมียก็รีบพุ่งเข้ามากอดด้วยสายตาร้อนรน บอกว่าอยากมีลูกใจจะขาด คำขอปุบปับแบบนี้ทำเอาผมใจคอไม่ดี อดระแวงขึ้นมาไม่ได้ ก็ผมต้องไปทำงานไกลบ้านตั้งนาน ไม่ได้อยู่ดูแลเธอตลอดเวลา จะให้ไม่คิดมากได้ยังไงล่ะ เพื่อจับผิดให้รู้ดำรู้แดง ผมเลยแอบติดกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ในบ้าน แล้วโกหกว่าบริษัทสั่งให้ไปทำงานด่วนอีกรอบ ก่อนจะไปเปิดโรงแรมนอนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยจ้องมองจอมือถือ เพื่อขุดคุ้ยความลับที่เธอแอบซ่อนไว้เบื้องหลัง
สัญญาแต่ง 100 วัน จากข้อตกลงสู่รักแท้
สัญญาแต่ง 100 วัน จากข้อตกลงสู่รักแท้
เฉียวจิ่งเก็บจ้านฉีเพ่ยที่บาดเจ็บสาหัสได้ที่ชนบท เธอทำการผ่าตัดช่วยชีวิตเขาแล้วก็จากไป จ้านฉีเพ่ยที่เสียเลือดมากมองไม่เห็นหน้าเฉียวจิ่งชัด ๆ ต่อมาเฉียวจิ่งต้องแต่งเข้าสู่ตระกูลจ้านตามสัญญาแต่งงาน 100 วันที่คุณตากำหนดไว้ และเริ่มต้นชีวิตคู่ 100 วันกับเขา
เมื่อไม่เคยรักแล้วจะมีคำบอกลาได้อย่างไร
เมื่อไม่เคยรักแล้วจะมีคำบอกลาได้อย่างไร
ในเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งหนึ่งไป๋ชิวโหรว (แม่เลี้ยง) เนื่องจากสละชีวิตช่วยเสิ่นลู่ลู่ (ลูกเลี้ยง) จนเสียชีวิต เนื่องจากเสิ่นจิ่นเหยียน (สามี) ไม่รู้เรื่องการตายของไป๋ชิวโหรวเลย ดังนั้นด้วยความเข้าใจผิดและการดลบันดาลของเทวา เมื่อความจริงกระจ่าง ความเข้าใจผิดถูกลบล้าง เสิ่นจิ่นเหยียนก็เสียใจกับสิ่งที่ทำ
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
หลังทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ซูทิงถังก็เอาแต่ป่วนหาเรื่องรนหาที่ตาย เพียงเพื่อหวังให้ทรราชประทานความตายให้นาง นางจะได้หอบเงินห้าร้อยล้านบาทกลับไปยุคปัจจุบัน แต่ทรราชกลับบีบเอวนางแล้วกระซิบพร้อมรอยยิ้ม สนมรักคิดจะหนีงั้นรึ จนกระทั่งนางได้รู้ความจริงว่า เขากลับชาติมาเกิดใหม่ถึงสามครั้ง เพียงเพื่อเปลี่ยนชะตาความตายของนาง ทรราชดวงตาแดงก่ำจูบนาง ข้าขอใช้ชีวิตของข้า แลกกับการเกิดใหม่ของเจ้า
องค์หญิงใหญ่ ข้ามเวลามาเป็นคุณภรรยา
องค์หญิงใหญ่ ข้ามเวลามาเป็นคุณภรรยา
หลี่เจาองค์หญิงแห่งต้าเซี่ยที่มีผลงานออกรบที่โดดเด่นจนทำให้ฮ่องเต้ระแวงว่านางจะมีอำนาจเกินไปจึงสั่งให้สังหารนางกับพระสวามี เมื่อหลี่เจาฟื้นขึ้นก็พบว่าตัวเองย้อนเวลามาอยู่ ในโลกอีกพันปีต่อมา และมีสามีกลับมีท่าทีเย็นชากับนาง หลี่เจาไม่มีทางเลือกต้องปรับตัวให้ชินกับชีวิตในโลกใหม่ เรื่องราวของเธอจะเป็นยังไงต่อไป