

เชลยรักแห่งเม็ดทราย
บทที่ 1
สภาพการจราจรบนท้องถนนในเช้าวันจันทร์วันแห่งการรีบเร่งไปทำงานของมนุษย์เงินเดือนต่างก็เต็มไปด้วยรถราหลากหลายยี่ห้อหลากสีสัน การจราจรที่ค่อนข้างแออัดรถราที่ติดแล้วติดอีกจนแทบเคลื่อนตัวไม่ได้ทำให้ผู้ที่สัญจรรีบเร่งต่างก็หงุดหงิดอารมณ์เสียไปตามๆ กัน ตัวเลขสัญญาณไฟจราจรตรงบริเวณสี่แยกที่เปลี่ยนเป็นไฟแดงทำให้รถที่ขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนได้ชะลอความเร็วรถลงแล้วจอดสนิทตามสัญญาณไฟ แต่รถบีเอ็มดับบลิวที่ขับโดยสารถีสาวสวยไม่ได้หยุดตามสัญญาณไฟ อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในเช้าวันทำงานที่รีบเร่งก็ได้เกิดขึ้นทันที
โครม!!...
รถเก๋งบีเอ็มดับบลิวที่คนขับสาวแสนสวยใจลอยติดอยู่ในอาการโศกเศร้าไม่ได้มองสัญญาณไฟจราจรได้ไถลเข้าไปสัมผัสฝากรอยจูบให้กับรถเบ็นซ์คันใหญ่สีดำสนิทใหม่เอี่ยมมันปลาบ หญิงสาวผู้งดงามเจ้าของรถเก๋งบีเอ็มดับบลิวตกใจหน้าถอดสีเผือด มือไม้สั่นเทากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ยิ่งได้เห็นเจ้าของรถที่มีเรือนร่างสูงใหญ่ล่ำสันในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มก้าวลงมาจากประตูด้านหลังรถด้วยใบหน้าถมึงทึงดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีลุกวาวด้วยไฟพิโรธยิ่งทำให้หญิงสาวหวาดกลัวสั่นเทาเข้าไปอีก
เจ้าชายฮารีฟร์ อัล ริฟาอีลส์ กระแทกประตูรถปิดดังปัง! เหลือบสายตามองไฟท้ายและตัวรถที่ยุบเข้าไปทั้งแถบด้วยความโมโหโกรธาพลางก้าวเท้าฉับๆ มากระชากประตูรถของคู่กรณีเปิดออกกว้าง
นีราพรรรณค่อยๆ หย่อนเท้าที่สั่นเทาไร้เรี่ยวแรงลงจากรถอย่างเชื่องช้า พอได้เห็นสภาพท้ายรถเบ็นซ์คันงามป้ายแดงลมแทบใส่ ร่างบางระหงเอนตัวพิงรถเก๋งของตนเองอย่างต้องการที่พึ่ง สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเมื่อนึกถึงค่าซ่อมรถหรูที่เธอต้องเป็นผู้ควักเงินจ่าย
“เอ่อ...Sorry...”
นีราพรรณเอ่ยขอโทษเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักหวาดกลัวต่อสายตาคมกริบที่จ้องมองอย่างพร้อมที่จะเอาเรื่องทุกวินาที แต่ไม่ทันได้เอ่ยพูดประโยคต่อไปหญิงสาวก็ต้องผงะถอยหลังเมื่อบุรุษหนุ่มรูปงามตวาดลั่นเสียงห้วน
“ไม่ต้องมาขอโทษ”
เจ้าชายฮารีฟร์กระชากเสียงห้วนตวาดต่อว่าเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำยิ่งกว่าเจ้าของภาษาเสียอีก
“ขับรถภาษาอะไรไม่เห็นหรือไงว่ารถข้างหน้าจอดติดไฟแดงอยู่”
เจ้าชายฮารีฟร์ อัล ริฟาอีลส์ บุรุษหนุ่มรูปงามเรือนร่างใหญ่โตกำยำบึกบึนลูกครึ่งไทย-อาหรับ เจ้าชายแห่งประเทศ ‘อัลนูรีน’ ประเทศเกิดใหม่ทางแถบตะวันออกกลางซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยสายแร่น้ำมันนับร้อยๆ บ่อที่ขุดขายทั้งชาติก็ไม่มีหมด เจ้าชายฮารีฟร์เจ้าชายมาดเข้มหล่อเหลาที่ทำให้สาวๆ ที่ได้พบเห็นหัวใจแทบละลายได้ยกมือขึ้นดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนแพงก่อนจะปรายตามองสาวสวยเรือนร่างอรชรที่ยืนซีดพิงรถตัวเองอยู่ด้วยความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายทำให้ตนเองต้องเสียเวลาเพราะอุบัติเหตุที่ไม่สมควรเกิดขึ้น
นีราพรรณหันไปมองไฟจราจรที่ขึ้นเป็นสีแดงอย่างที่อีกฝ่ายต่อว่าพร้อมกับหลุบสายตามองที่ท้ายรถเบ็นซ์อีกครั้ง เธอผิดเต็มประตูเหมือนที่บุรุษชาติชาวอาหรับคนนี้กำลังต่อว่าจริงๆ นั่นแหละ เพราะมัวแต่ใจลอยเสียใจกับเรื่องที่ทะเลาะกับ
มารดาเมื่อช่วงเช้าก่อนที่จะออกมาทำงานทำให้เธอไม่มีสมาธิในการขับรถ
อานีสต์ ดามาสต์ ซาบิลซ์ องครักษ์เอกซึ่งทำหน้าที่อารักขาความปลอดภัยให้กับเจ้าชายฮารีฟร์ พร้อมกับองครักษ์อีกคนซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีได้ก้าวลงมาจากรถแล้วเดินไปสำรวจความเสียหายท้ายรถจากนั้นก็สาวเท้าเข้ามาหยุดยืนข้างๆ เจ้าเหนือหัวของตน ส่วนรถเบ็นซ์สีดำอีกคันที่จอดอยู่ด้านหน้ารถของเจ้าชายฮารีฟร์เป็นรถของเหล่าองครักษ์ เมื่อองครักษ์ที่ทำหน้าที่ขับรถเหลือบสายตามองกระจกมองหลังเห็นว่าเจ้าเหนือหัวของตนได้ก้าวลงมาจากรถเบ็นซ์คันงามจึงรอจนกระทั่งไฟเขียวแล้วขับรถชิดข้างไหล่ทางและก้าวลงจากรถมาอารักขาความปลอดภัยให้กับเจ้าเหนือหัวเช่นเดียวกันกับองครักษ์กลุ่มแรก
“เอายังไงดีพะยะค่ะ”
อานีสต์เอ่ยถามเจ้าเหนือหัวด้วยภาษาอาหรับ ออกจะเห็นใจหญิงสาวที่แสนงดงามราวกับนางฟ้าซึ่งยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ข้างๆ รถ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้ยินว่าเจ้าเหนือหัวของตนต่อว่าคู่กรณีอย่างไรบ้างแต่เขาก็พอเดาออกว่าถ้อยคำที่หลุดมาจากริมฝีปากสีสดของเจ้าชายฮารีฟร์คงทำให้หญิงสาวผู้นี้รู้สึกผิดเอามากๆ
เจ้าชายฮารีฟร์หันไปมององครักษ์เอกครู่หนึ่งแล้วเอ่ยตอบเป็นภาษาอาหรับเช่นเดียวกัน
“เจ้าโทรไปบอกคณะกรรมการโรงแรมบอกให้รู้ว่าเราจะเข้าไปที่บริษัทช้ากว่าเวลาที่กำหนดเล็กน้อย”
“แล้วเรื่องรถละพะยะค่ะ”
อานีสต์โค้งคำนับรับคำสั่งเจ้าชายพลางเอ่ยถามถึงปัญหาที่ยังคาราคาซังอยู่กลางท้องถนน
“ประชุมเสร็จค่อยส่งซ่อม”
เจ้าชายฮารีฟร์เอ่ยตอบห้วนๆ ตลอดเวลาที่สนทนากับองครักษ์เอก นัยน์ตาคมกริบได้จับจ้องมองแน่นิ่งอยู่ที่ใบหน้างามหวานติดซีดเซียว เขายอมรับว่าหญิงสาวผู้นี้งดงามชวนพิศยิ่งนัก เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระลงมาถึงกลางหลังถูกเจ้าตัวรวบไว้ง่ายๆ ด้วยริบบิ้นสีดำ ถ้าหากได้ลูบไล้แตะสัมผัสด้วยฝ่ามือร้อนผ่าวคงให้ความนุ่มนิ่มละมุนละไมยิ่งกว่าผ้าไหมใดๆ ในโลก เรียวปากอิ่มเอิบสีหวานคงให้รสชาติที่หวานล้ำชื่นฉ่ำกาย เจ้าชายฮารีฟร์ตีหน้าบึ้งรู้สึกตกใจกับความคิดของตนเองยิ่งนักที่คิดไปไกลกับหญิงสาวที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม