Logo
เธอ...ที่ไม่เข้าตา
เธอ...ที่ไม่เข้าตา

เธอ...ที่ไม่เข้าตา

72 ตอน
จบแล้ว
เมื่อความสัมพันธ์ในนิยายรักสมัยใหม่ต้องเผชิญกับคำท้าทายสุดแสบสันใน เธอ...ที่ไม่เข้าตา เรื่องราวของชายหนุ่มที่ต้องพิสูจน์วุฒิภาวะเพื่อเอาชนะใจสาวมั่นให้ได้ อ่านนิยายออนไลน์แนว romance novel ที่จะพาคุณไปสำรวจความพยายามและการเติบโตเพื่อลบคำสบประมาทในความรักครั้งนี้

เรื่องย่อ เธอ...ที่ไม่เข้าตา

เมื่อความรักไม่ได้เริ่มต้นด้วยความประทับใจ แต่กลับกลายเป็นความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมเมืองที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เรื่องราวของชายหนุ่มที่พยายามจะก้าวข้ามกำแพงอคติเพื่อคว้าหัวใจของหญิงสาวในดวงใจมาครอง ทว่าเขากลับต้องเผชิญหน้ากับคำสบประมาทที่เจ็บแสบถึงทรวง เมื่อเธอตั้งคำถามถึงความนิ่งพอและวุฒิภาวะของเขาอย่างตรงไปตรงมาว่าโตพอที่จะดูแลใครได้หรือยัง ประโยคคำถามที่ว่าหย่านมแม่แล้วหรือยังจึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อลบคำสบประมาทเหล่านั้นให้ได้ ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรเมื่อฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกฝ่ายยังไม่โตพอ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก เธอ...ที่ไม่เข้าตา

“ก้าน”

 ไร้เสียงตอบรับ

 “ไอ้ก้าน!”

 “จ๋าเฮีย หนูอยู่นี่”

 กระดานรองนอนล้อเลื่อนกลางเก่ากลางใหม่ถูกไถลออกจากใต้ท้องรถยนต์พร้อมร่างบอบบางของ กุสุมาลย์ ที่อยู่ในยูนิฟอร์มของทางอู่ เสื้อช็อปสีกรมท่าที่ใส่ทับเสื้อยืดสีดำเข้าคู่กับกางเกงยีนสีซีด แต่งแต้มด้วยรอยเลอะสารพัดคราบอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าเมื่ออยู่ในที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกตานัก

 ก็ช่างยนต์ หน้ายังเลอะ นับประสาอะไรกับอาภรณ์ที่ห่มกาย

 ชายวัยกลางคนก้มมองไปยังสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งโผล่หน้ามาให้เห็น ลอบถอนหายใจอย่างระอา เรียกชื่อเฉยๆ ไม่ยักจะขาน ต้องให้ประดับยศนำหน้าก่อนตลอด

 “เฮียมีไรอะ”

 “มี” เขาว่าก่อนพักหน้าเพื่อสื่อให้สาวน้อยประจำอู่เลื่อนกระดานออกมาจากนอกรถอีกหน่อย กุสุมาลย์เข้าใจในทันที เธอจึงเลื่อนออกมาสุดตัวก่อนหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง ร้อยห้าสิบสามก็ถือว่าสูงที่สุดในชีวิตเธอแล้ว “ไอ้มอสมันพาแฟนไปพักที่รีสอร์ท อืม ชื่ออะไรแล้วก็ลืม เดี๋ยวเอ็งโทร. ไปถามมันเองแล้วกัน”

 สาวเจ้ามองเจ้าของอู่ทั้งยังเป็นหัวหน้าช่างตาปริบๆ เธอทราบเรื่องนี้ดี ศาตนันท์พาแฟนสาวไปเที่ยวช่วงสงกรานต์เหมือนอย่างคนทั่วไปที่ได้หยุดงาน ถ่ายรูปลงโซเชียลจนกดไลก์ให้แทบไม่ทัน เธอจึงได้รับรู้ความเป็นไปทุกอย่างของคู่รักเท่าที่ทั้งสองจะเผยมันออกมาสู่สาธารณะ

 “รุ่งรัดชา หนูจำได้ พี่หยกเช็คอินจนหนูรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของทริป” เธอว่าขำๆ ตามประสาคนพูดมาก “แต่หนูชอบเป็นชาวบ้านหนึ่งมากกว่า ไม่ได้คิดจะไปด้วยจริงๆ เพราะงั้นเฮียมาบอกหนูทำไม”

 ชายเจ้าของผมสีดอกเลาที่แซมขึ้นบนศีรษะจนมีปริมาณมากกว่าผมดำทำหน้าหน่าย “รถมันเสียน่ะสิ เห็นว่าสตาร์ทไม่ติด เลยจะให้ไปดูให้หน่อย อู่ใกล้ๆ มีมันก็ไม่เรียก กลัวทำรถมันพัง”

 มันพังอยู่แล้วด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นจะต้องซ่อมรึ...เธอแค่คิดในใจ พูดออกไปกลัวโดนมะเหงกลงกลางหัว

 “คนอื่นได้ไหม หนูไม่ว่างอะ” ยังไม่ทันที่เจ้านายจะได้อ้าปากสั่ง ลูกน้องก็ค้านขึ้นเสียก่อน ซ้ำยังทำท่าจะลงไปนอนบนกระดานเพราะยังซ่อมรถคันนี้ได้ไม่ถึงไหน

 “มีตาก็ดู วันนี้มีใครโผล่หัวมาบ้าง”

 จริงอย่างเขาว่า วันนี้เป็นวันที่สิบสี่ เดือนเมษายน วันที่สองของวันสงกรานต์ ช่างขอลาหยุดกับให้พรึบ เธอได้หยุดเมื่อวานเพราะมารดายื่นคำขาดว่าต้องไปทำบุญกันให้ครบองค์ประชุม วันนี้จึงมาทำงานเพื่อให้คนอื่นได้หยุดบ้าง ใครจะไปคิด อู่ทั้งอู่จะเหลือแค่เธอคนเดียว ทั้งๆ ที่ช่างมีกันทั้งหมดถึงแปดคน รวมเจ้าของอู่อย่างสมหมายที่สถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้าช่าง ซึ่งชั่วโมงบินเขาก็สูงจริงๆ ตำแหน่งนี้จึงไม่ถูกใครเลื่อยขาเก้าอี้สักที

 “ไอ้วีกับไอ้แชมป์มันไม่ได้ลาวันนี้ด้วยซ้ำ แต่มาไม่ได้ เอ็งก็รู้เหตุผลดี”

 กุสุมาลย์ยิ้มแหย นอกจากรู้แล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ วันหยุดไม่มีใครไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ เพียงแค่หยุดอยู่บ้าน กิน ดื่ม เปิดเพลงดังๆ สังสรรค์กันกับเพื่อนฝูงอย่างที่ชอบทำ เมื่อคืนเห็นว่าเป็นเทศกาลเลยดื่มหนักไปหน่อย เมากลิ้งจนกลับบ้านไม่ถูก ช่างตัวน้อยก็ไม่ต่าง เหล้าเข้าปากเป็นอันสวมวิญญาณนักร้องนักเต้น จำได้ว่าภาพตัดไปช่วงที่นอนกองอยู่แถวๆ หน้าบ้านของช่างพี่ใหญ่ในอู่อย่างภาคภูมิ แต่ตอนตื่นดันตื่นมาบนเตียงนุ่มๆ แทนที่จะเป็นพื้นปูนแข็งๆ

 หญิงสาวมีนาฬิกาปลุกชั้นดี เจ็ดโมงปุ๊บก็ได้ยินเสียงมาแต่ไกล ไม่ตื่นเห็นทีจะโดนกระทืบ วันนี้ถึงได้เสนอหน้ามาอยู่ในอู่อยู่คนเดียวโดดๆ

 “นานๆ ทีน่าเฮีย”

 คู่สนทนาคิ้วมุ่น “นานอะไร มีวันไหนไม่กินกันบ้าง จะกินเหล้าต่างน้ำอยู่แล้ว”

 “นานๆ ทีจะเป็นเทศกาล”

 เขาส่งเสียงขึ้นจมูก “แล้วใครไปเก็บศพเอ็งล่ะ”

 “หมวดใบ” เอ่ยถึงน้องชายที่คลานตามๆ กันมาด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานที่เมื่อคืนอุตส่าห์ทำหน้าที่มารับตัวพี่สาวกลับบ้าน ไม่ให้พี่คนนี้ต้องนอนเป็นอาหารให้ยุงอยู่หน้าบ้านคนอื่นเขา “คอพับเฉย งง ถ้าไม่ได้ม้าคอยปลุก วันนี้อู่ไม่มีช่างแน่นอน”

 “ก็นั่น แต่ละตัวๆ กินไม่บันยะบันยัง ไอ้สองตัวนั้นมันก็คงนอนยังไม่ตื่น ข้าถึงได้ต้องวานเอ็งนี่ไง”

 หัวข้อการสนทนาวกกลับมาที่ประเด็นเดิม กุสุมาลย์ก็ปัดหน้าที่ทิ้งอย่างไม่ไยดีในวินาทีที่สมหมายพูดจบ “เฮียไปเองเถอะ หนูจะทำงานต่อแล้ว”

 เจ้าของอู่มองดูลูกน้องที่ใช้สมองประมวลสถานการณ์และคำพูดเมื่อครู่ อย่างไรก็เหมือนเขาจะเป็นลูกน้องมันมากกว่า

 คนอื่นที่กุสุมาลย์ว่า คือหัวหน้าช่างนั่นแล เธอเห็นอยู่แล้วว่าไม่มีใครมาทำงาน เหตุนั้นแล้วหากเธอไม่ยอมไป คนอื่นที่ว่าก็เหลือแค่หัวหน้าช่างคนเดียว

 “กำแหงซะจริงนะไอ้ก้าน”

 “อยากเป็นใหญ่ใจต้องนิ่ง มัวหงออยู่เมื่อไรหนูจะได้เลื่อนขั้น” สาวเจ้าพูดอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวหาของคนอายุมากกว่า “เฮียเกษียณตัวเองตอนไหนหนูเสียบตอนนั้นเลย ทุกวันนี้หนูจนกว่าในบรรดาพี่น้องทั้งหมด อายคนเขา”

 “จนกว่าจริง แต่เอ็งอายจริงเรอะ หน้าออกจะด้าน”

 กุสุมาลย์เหลือบตามองเจ้านายโดยปราศจากวาจาที่เอื้อนเอ่ยออกมา แต่มันด่าเขาทางสายตาจนเสียหมาหมดแล้ว เหตุใดช่างชั่วโมงบินสูงจะดูไม่ออก ทว่าก็เกรงลูกชายจะรอนานเลยไม่ยี่หระต่อสายตาคนตรงหน้า ก่อนวกเข้าประเด็นสำคัญ

 “ข้าไปไม่ได้ ติดซ่อมรถให้ลูกค้า นัดไว้วันนี้ด้วย”

 “นี่” ปากพูด นิ้วจิ้มไปที่รถเก๋งสีดำคันที่ตนเพิ่งออกมาจากใต้ท้องรถ “นัดพรุ่งนี้”

 “พรุ่งนี้กับวันนี้อะไรมันถึงก่อนกัน”

 จ้างมันแท้ๆ แต่เถียงคำไม่ตกฟาก หากไม่ติดว่าเป็นคนมีความสามารถจะไล่ตะเพิดออกไปให้พ้นหน้า ติดที่ว่านอกจากมันจะเก่งแล้ว ทั้งอู่ก็มีแต่ลูกน้องเช่นนี้ ไล่ออกก็ต้องไล่ยกชุด เขาจะลำบากเอาหนา

 คนอายุน้อยผ่อนลมหายใจอย่างไม่ปิดบัง “ไกลอะเฮีย ขี้เกียจ”

 “ไม่ได้ให้ไปฟรีๆ มีค่าเสียเวลานอกสถานที่ให้”

 คนตัวเล็กแค่นหัวเราะ ทว่าก็น้อมรับข้อเสนอ ฟังถึงอาการของรถพอสังเขปเพื่อที่จะได้คาดเดาถึงสาเหตุ แล้วเตรียมตัวขนเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นท้ายรถกระบะสี่ประตูที่เพิ่งได้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเดือนที่แล้วไปยังที่หมายเช่นรุ่งรัดชา ที่ลูกชายคนโตของอีกฝ่ายพารถไปจอดเสียอยู่

 เธอทราบว่าชื่ออะไร แต่ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน ถึงกระนั้นก็เลือกที่จะเปิดกูเกิ้ลแมพไปก่อน ไว้ถึงรีสอร์ทแล้วค่อยโทร. ไปหาศาตนันท์เพื่อสอบถามว่าเธอจะไปเจอเขาได้ที่จุดไหนของรีสอร์ท

 ชยางกูรไม่อาจทิ้งขว้างความรับผิดชอบไปได้ แม้ลูกค้าจะไม่รับความช่วยเหลือจากเขาก็ตาม

 วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ผู้คนต่างหลั่งไหลมาเที่ยวพักผ่อนที่รุ่งรัดชา หวังมาเล่นน้ำคลายร้อนโดยที่ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คนเช่นบนถนนดังๆ แต่เป็นการท่องเที่ยวกับครอบครัว เขาซึ่งเป็นผู้จัดการจึงไม่ได้นั่งอยู่ในห้องทำงานอย่างทุกวัน แต่ออกมาตรวจตราเพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในสถานที่ที่ตนดูแล

 แม้ผู้คนจะหนาตากว่าวันปกติ ทว่าก็ไม่มีเหตุร้ายหรือปัญหาอะไร พนักงานยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง บริการลูกค้าได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง จนกระทั่งมีพนักงานคนหนึ่งแจ้งเขาว่ารถลูกค้าสตาร์ทไม่ติด จึงได้พาตัวเองไปหาเพื่อสอบถามและหวังจะให้การช่วยเหลือ

 หลังสอบถามจึงได้รู้ว่าลูกค้าโทร. เรียกช่างมาแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ละไปไหน ยังคงยืนอยู่เป็นเพื่อนคู่รักและรอการมาของช่าง ที่ผ่านมายี่สิบนาทีเห็นจะได้ ก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่รอเลย

 เขามีมารยาทพอที่จะไม่เอ่ยถามว่าคุณลูกค้าเรียกช่างจากจังหวัดไหนมาหรือ แต่แค่รออยู่เงียบๆ เท่านั้น

 “ที่เขื่อนคนจะเยอะไหมนะ กลัวรถติดเหมือนกันแฮะ”

 เสียงของฝ่ายหญิงดังเข้าโสตประสาทผู้จัดการหนุ่ม เขาจึงตอบตัวเองได้เสร็จสรรพว่าสองคนนี้ต้องการที่จะไปยังเขื่อนขุนด่านปราการชลที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากรีสอร์ท จึงถือโอกาสโพล่งขึ้น “ขออนุญาตนะครับ ถ้าคุณลูกค้าจะไปที่เขื่อน ไปกับรถของทางรีสอร์ทก็ได้ครับ ผมจะให้คนพาไป”

 สาวเจ้าตาโต “ได้เหรอคะ”

 ยังไม่ทันที่ชยางกูรจะได้เอ่ยตอบคำถาม ฝ่ายชายก็ทะลุขึ้นกลางปล้องเสียก่อน “เห็นทีคงจะไม่ต้องรบกวนทางรีสอร์ทแล้วล่ะครับ ช่างของผมมาถึงแล้ว”

 ศาตนันท์กดรับสายทันทีที่ชื่อของ ก้าน โชว์หราอยู่บนหน้าจอ

 พ่อก็ช่างส่งมาถูกคนเสียจริง กุสุมาลย์แม้อายุจะน้อยที่สุดในบรรดาช่างทั้งหมดของที่อู่ ประสบการณ์ทำงานน้อยที่สุด ทว่าผลงานกลับเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา งานยากงานหินอย่างไรไม่เคยหวั่น ไอ้ก้านของอู่เฮียหมายซ่อมได้หมด ช่างเป็นอัจฉริยะด้านเครื่องยนต์เสียนี่กระไร ราวกับเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็ไม่ปาน

 (ฮัลโหล พี่มอสอยู่ตรงไหนอะ ตอนนี้หนูอยู่หน้ารีสอร์ทแล้ว)

 “ก้านขับเข้ามาเลย พี่อยู่ตรงส่วนห้องพัก เลยโซนซุ้มนั่งแถวที่เล่นน้ำมาหน่อยก็ถึงแล้ว” เขากรอกเสียงลงไป ตาก็สอดส่องรอบๆ บริเวณ “ถ้าเลยซุ้มมาแล้วมันจะมีทางแยก ให้เลี้ยวซ้าย พี่พักอยู่ฝั่งนี้”

 หลังรับคำเสร็จสรรพช่างยนต์ตัวน้อยก็กดวางสาย ช่างสักจึงเก็บมือถือใส่ในกระเป๋ากางเกง หันไปหาแฟนสาวแล้วพูดให้คลายกังวล “พ่อให้ก้านมา”

 เหมนาราพยักหน้ารับ เธอรู้จักกับช่างผู้หญิงหนึ่งเดียวในอู่เป็นอย่างดี กุสุมาลย์เป็นพวกอัธยาศัยดีจึงพูดคุยกันได้ถูกคอ และสามารถเรียกได้ว่าสนิทกันเลยด้วยซ้ำ

 “เราได้ยินเธอเรียกชื่อน้องแล้วแหละ แต่ยังมาไหวเนอะ เด็กนั่นอะ เมื่อวานเห็นพี่ขุนไลฟ์ตอนร้องเพลงกินเหล้ากันกับพวกเดอะแก๊งเขา ก้านมันยกเอายกเอา ก็ยังสร่างได้เนอะ”

 “ต้องสร่างให้ได้สิ เล่นกินกันทุกวัน มันต้องชิน”

 จบคำพูดนั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สีเทา ก็ขับมาจอดอยู่ใกล้ๆ รถของเขา ประตูฝั่งคนขับของรถกระบะคันเบ้อเริ่มถูกเปิดออกพร้อมร่างแน่งน้อยของหญิงสาวที่สูงไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบได้ตวัดขาลงมา เธอเดินไปหยิบอุปกรณ์ซ่อมรถมาถือไว้แล้วตรงไปยังพี่ๆ ทั้งสองที่ยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กับตัวรถ

 “อาการมันเป็นยังไงอะพี่” กุสุมาลย์ถามเข้าประเด็นอย่างไม่อิดออด ทว่าคำตอบของคู่สนทนากลับไม่เข้าหูเลยแม้แต่ประโยคเดียวเมื่อจุดกระทบของสายตาดันไปตกที่ใครบางคน คนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และเป็นคนเดียวกันกับที่ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผิดไปจากเดิม

 ผิดชนิดที่ว่ามันสามารถกระเด็นออกมาเต้นอยู่นอกอกได้เลย!

 เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้แม้แต่น้อย ยิ่งเห็นว่าเขาเองก็จ้องกันไม่วางตา เธอยิ่งเตลิด

 เสียงของศาตนันท์ไม่เข้าหูแม้แต่ประโยคเดียว มีแต่เสียง ตึกตัก ตึกตัก ดังให้ได้ยินเท่านั้น

 หล่อมาก ก้านชอบ

 ชายเจ้าของส่วนสูงที่กะจากระยะสายตาแล้วมีสิทธิ์แตะหนึ่งร้อยแปดสิบ ไม่ก็เจ็ดสิบปลายๆ ไม่ต่ำกว่านั้น หากยืนใกล้กันเธอคงสูงไม่พ้นหัวไหล่ คุยกันแต่ละครั้งคงต้องเงยหน้ามอง แต่เธอย่อมอยากมอง ทรงผมอันเดอร์คัตรับกับใบหน้าคมเข้ม นัยน์ตาสีดำสนิท จมูกโด่งเข้ากับริมฝีปากหยัก ผิวสีแทนแสนน่ามอง กุสุมาลย์ราวถูกสะกดให้จดจ้องบุคคลผู้ไร้ที่ติตรงหน้าจนไม่คิดสนใจสิ่งใด

 พระเจ้าไม่คงจะไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกแล้วกระมัง

 “พี่จะพาหยกไปที่เขื่อนด้วย มันจะซ่อมนานไหมล่ะ”

 “ก้าน” เห็นว่าเด็กสาวไม่ตอบ เธอจึงช่วยแฟนเอ่ยเรียกพร้อมยื่นมือไปสะกิดอย่างไม่ค่อยออมแรงนัก “ไอ้ก้าน”

 “หือ”

 กุสุมาลย์รับคำพลางหันมาเลิกคิ้วใส่พี่สาวคนสนิท ทั้งๆ ที่หน้าที่นั้นควรเป็นของเหมนารามากกว่าที่แฟนของเธอพูดออกไปเป็นล้านอย่าง แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าหูอีกฝ่ายเลย ซ้ำยังทำราวคนเมาที่ไร้สติสตัง

 เหมนารายกมือมาเท้าเอว “ยังไม่สร่างหรือยังไง”

 “ไม่ สร่างนานแล้ว ถ้าไม่มีอะไรหนูกลับละ”

 คนฟังงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนเจ้าของรถจะโพล่งขึ้น “กลับอะไร ยังไม่ได้ซ่อมรถให้พี่เลย”

 อ้อ เธอมาที่นี่เพื่อซ่อมรถให้ศาตนันท์นี่เอง ลืมไปเลย นึกว่าพาตัวเองมาดูเทวดาให้เห็นกับตาเนื้อเฉยๆ

 “อ่า แล้ว” เธอพยายามดึงสติตัวเองกลับมาที่งานของตน “รถเป็นอะไรนะ”

 ลูกชายเจ้าของอู่พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา “มันยังไม่สร่างจริงด้วยว่ะ” ถึงกระนั้นก็เอ่ยปากพูดซ้ำอีกหน

 กุสุมาลย์ที่ฟังแล้วก็ยื่นมือไปรับกุญแจจากเจ้าของรถ ก่อนเดินไปลองสตาร์ทดู ปรากฏว่าหลังบิดกุญแจไปแล้วกลับไม่มีเสียงเครื่องยนต์อย่างที่ควร มีเพียงแสงสว่างจากหน้าปัดขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น ทั้งสามคนก็นึกสงสัยไม่ต่างว่ารถเป็นอะไร ถึงได้ไปยืนออกันอยู่ใกล้ๆ แถวประตูฝั่งคนขับ

 เรื่องนี้แก้ไม่ยาก กุสุมาลย์มั่นใจว่าไม่คณามือตนเอง ทว่าสิ่งที่ทำได้คือการบิดกุญแจไปมาให้ได้ยินเสียงตื๊ดที่ขึ้นแจ้งเตือนว่าเครื่องยนต์อยู่ในช่วงพร้อมทำงาน แต่มันดันทำอะไรไม่ได้เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ ซึ่งตัวช่างจะต้องเป็นคนหาคำตอบและแก้ไขมันให้ได้ ทว่าเธอกลับหามันไม่เจอทั้งๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายจมูก

 หากไม่ใช่เพราะนัยน์ตาคมเข้มที่จ้องมองมาผ่านกระจกด้านหน้า ป่านนี้เธอซ่อมเสร็จไปนานแล้ว

 “แบตฯ หมดหรือเปล่า พี่ลองสตาร์ทอยู่นานมันก็มีแค่เสียงแบบนี้อะ ไฟก็ขึ้นดีอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรตรงไหนถึงไม่ติด”

 “เมื่อกี้มอสเปิดกระโปรงหน้าเช็คดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ” เหมนาราเสริม “หรือมันผิดปกติแต่เราไม่รู้ เราก็ไม่ได้เป็นช่างด้วยไง แล้วก้านรู้ยังว่าน่าจะเป็นเพราะอะไร คือถ้าต้องซ่อมนานหรือลากไปอู่พี่จะได้ไปกับรถของทางรีสอร์ทก่อน”

 กุสุมาลย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนอากาศเต็มไปทั่วทั้งปอดแล้วค่อยผ่อนออกมาช้าๆ สติเริ่มกลับเข้าร่องเข้ารอย มือซ้ายยื่นไปจับหัวเกียร์แล้วขยับไปมา เพียงเท่านั้นเธอก็รู้ถึงสาเหตุ “สายเกียร์หลุด แบตฯ ไม่ได้หมด”

 เหตุผลนี้ทั้งกุสุมาลย์และสมหมายคาดเดากันไว้บ้างแล้วว่าอาจจะมีส่วนเป็นไปได้ หลังมั่นใจว่าเป็นเพราะสาเหตุนี้จริงๆ จึงไม่รอช้าที่จะลงมือซ่อม ด้วยเป็นช่าง ของเช่นนี้ถือว่าชินมือ หยิบจับอะไรไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อลองสตาร์ทดูอีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์จึงดังขึ้น

 “ไว้กลับไปที่บ้านค่อยไปดูอีกรอบ แต่นี่ก็ขับได้สักระยะแหละ”

 “เก่งสมคำร่ำลือ” ศาตนันท์เอ่ยชม เขางมมาสักพักใหญ่ๆ ว่ามันจะเป็นเพราะเหตุใดรถถึงไม่ติด แต่กุสุมาลย์จับๆ แตะๆ เพียงนิดก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร ใช้เวลาซ่อมเพียงไม่กี่นาทีก็กลับมาใช้ได้เป็นปกติ “เอานี่ ค่าเสียเวลา”

 กุสุมาลย์ส่ายหน้า “เดี๋ยวเฮียหมายบวกไปในเงินเดือน”

 “นั่นส่วนของพ่อ นี่ส่วนของพี่ รับไปเหอะ ยังไงก็ขับรถมาตั้งไกล”

 เล่นตัวไปอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่าเงินไอ้ก้านอยากได้หมด

 หลังรถกลับมาใช้งานได้ คู่รักช่างสักจึงไม่รอช้าที่จะพากันไปเที่ยวที่เขื่อนขุนด่านปราการชล บริเวณนี้จึงเหลือเพียงเธอและเขา ที่บัดนี้หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เลยด้วยซ้ำ สาวเจ้ามองไปยังชายหนุ่มตาละห้อยอย่างเก็บอาการไว้ไม่มิด รอยยิ้มแต่งแต้มไปบนกรอบหน้าหวานขัดกับชุดที่สวมใส่ ผิวที่โผล่พ้นอาภรณ์นั้นขาวราวหยวกกล้วยจนนึกไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้จะมีอาชีพเป็นช่างยนต์

 “ที่นี่ถึงจะเป็นฤดูร้อนแต่ลมยังเย็นอยู่เลยนะคะ ได้ต้นไม้คอยบังแดดด้วย” เธอชวนคุย

 เขายิ้มรับตามมารยาท ได้ทีโฆษณาไปในตัว “ครับ ฤดูร้อนที่นี่ก็ร่มเย็นเพราะต้นไม้เยอะ ฤดูฝนเหมาะกับการเล่นน้ำ พอถึงฤดูหนาวอากาศก็เย็นสบาย”

 “แล้วฤดูไหนที่คุณชอบคะ”

 แม้จะเข้ามาเป็นผู้จัดการที่นี่ได้ไม่นานแต่ระหว่างที่ติดตามปราชญาธิปก็ได้มาเยือนอยู่หลายหน สามารถตอบได้เลยว่าฤดูไหนที่ถูกใจเขาที่สุด “ฝนครับ”

 “ก้านก็ชอบค่ะ”

 “ที่นี่เวลาฝนตก-”

 “หมายถึงชอบคุณน่ะค่ะ”

 ชยางกูรชะงัก ประมวลคำพูดและท่าทีของอีกฝ่ายแค่เสี้ยววินาทีก็รู้ว่าตัวเองโดนเล่นงานเข้าให้แล้ว

 “ขออนุญาตจีบนะคะ”

✯¸.•´*¨`*•✿ ✿•*`¨*`•.¸✯

นิยายชุด ‘เธอ...’ ที่เกี่ยวข้องกัน

➊ เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก (จัด X ผักกาด)

↬Status :: จบแล้ว

➋ เธอ...ที่ไม่โปรดปราน (โปรด X อัสมา)

↬Status :: จบแล้ว

➌ เธอ...ที่ไม่เข้าตา (เฉื่อย X ก้าน)

↬Status :: จบแล้ว

➍ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก (อาร์ม X ตี้)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➎ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา (ดิน X มิ้ม)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

➏ เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก (ใบ X เอื้อ)

↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
พบว่านักศึกษาในบ้านกลับกลายเป็นชายหนุ่มที่บังคับให้เธอเผชิญหน้ากับค่ำคืนที่เมามาย นวนิยายรักที่เต็มไปด้วยความมืดหม่นและความต้องการต้องห้าม เมื่อคุณแม่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เธอไม่รู้ตัว
การหลอกลวงห้าปี การชดใช้ตลอดชีวิต
การหลอกลวงห้าปี การชดใช้ตลอดชีวิต
อลินาพบความจริงอันโหดร้ายใน การหลอกลวงห้าปี การชดใช้ตลอดชีวิต เมื่อครอบครัวและสามีที่เธอรักกลับสร้างโลกสมมติเพื่อหลอกใช้ทายาทตระกูลดังอย่างเธอ นิยาย romance modern ลึกลับเรื่องนี้จะพาคุณไปพบการแก้แค้นของหญิงสาวที่เคยถูกมองว่าน่าสมเพช อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่
รักแรกชั่วนิรันดร์
รักแรกชั่วนิรันดร์
เมื่อพิมพ์ชนกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุแต่กลับฟื้นในร่างของฟ้าลดา ศัตรูที่เตชินท์เกลียดชังที่สุด เธอต้องพิสูจน์รักแท้ในฐานะคนที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรม ท่ามกลางการแก้แค้นใน รักแรกชั่วนิรันดร์ นิยาย romance modern fantasy ที่รวมเรื่องราวปาฏิหาริย์และ romance stories ครบทุกอารมณ์บน web novel
รักเพียงใจ
รักเพียงใจ
เพียงใจต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคครั้งใหญ่ใน รักเพียงใจ เมื่อเพื่อนสนิทชวนไปงานแต่งงานกับชายที่เป็นพ่อของลูกในท้องของเธอ เรื่องราวใน romance novel เล่มนี้ติดตามการตัดสินใจครั้งสำคัญท่ามกลางความลับที่ปกปิดไว้ในแบบ modern novel ที่เข้มข้น แฟนนิยาย fiction books ไม่ควรพลาด
ทัณฑ์ราคี
ทัณฑ์ราคี
มัสลินถูกลักพาตัวมาเพื่อรับ ทัณฑ์ราคี แทนเจ้าบ่าวที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย แผนการล้างแค้นใน romance novel เรื่องนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เมื่อเธอต้องกลายเป็นเครื่องมือชำระแค้นของชายแปลกหน้าจนเกิดพันธะที่ไม่คาดฝัน ติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นใน modern novel ที่เดิมพันด้วยชีวิตและหัวใจ
คลับรัก รักนะครับที่รักของผม
คลับรัก รักนะครับที่รักของผม
คลับรัก รักนะครับที่รักของผม เรื่องราว romance ของอาร์ม หนุ่มวิศวะสุดฮอตที่ต้องมารับมือกับเมเบิ้ล สาวคณะแพทย์สุดสตรอง พร้อมเหตุการณ์ไม่คาดฝันในคลับที่เปลี่ยนชีวิตแอมแปร์ไปตลอดกาล อ่านนิยายออนไลน์แนว modern และ young adult fiction romance books ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบและบทพิสูจน์ความรัก

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ลิขิตรักองครักษ์เสื้อแพร
ลิขิตรักองครักษ์เสื้อแพร
เจ้าสาววัยดรุณีที่ถูกครอบครัวสามีทำร้ายทารุณได้เข้าร่วมสำนักมือสังหารด้วยความบังเอิญ นางใช้พรสวรรค์สร้างผลงานจนก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ ในที่สุดก็ได้กลายเป็นมือสังหารหญิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสังกัดกรมองครักษ์เสื้อแพร ทั้งยังเกิดความรักสามเส้าที่ถักทอด้วยความรักและความริษยาอาฆาตระหว่างคนสามคน
[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
อัจฉริยะทางธุรกิจลู่หมิงชื่อเสียงดังกระฉ่อนวอลล์สตรีทในวัยสิบแปด อายุยี่สิบเอ็ดก็กลับประเทศสร้างหอการค้าลู่หมิง หลังจากถูกตระกูลเฉาหักหลัง เขาปิดบังชื่อแซ่ส่งดิลิเวอรีและพบกับการพลิกผันของความรักโดยบังเอิญ ทั้งยังพลัดสู่การถูกไล่ล่าสังหาร หลงชีผู้มีพระคุณวัยเด็กออกโรงช่วย แทรกเข้าสู่ชีวิตของเขาด้วยอ้างคำพูดล้อเล่นวัยเด็ก ไม่เพียงแต่ช่วยเขาจากความยากลำบาก ยังใช้วิธีไม่ธรรมดาบีบให้เขาแต่งงานกับเธอ ภายใต้การคุ้มครองและการอยู่เคียงข้างของหลงชี ลู่หมิงเดินออกจากความมืดได้ทีละน้อย ค้นพบรักแท้และจับมือไปด้วยกันในตอนจบ
เมื่อดาวกลายเป็นลม
เมื่อดาวกลายเป็นลม
สวีฝานซิงและเสิ่นซิงเฉินเป็นคู่รักที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทว่าจากเหตุอัคคีภัยหนึ่งครั้ง ทำให้เสิ่นซิงเฉินเข้าใจผิดไปตลอดว่าสวีฝานซิงในวันนั้นจงใจไม่ช่วยเขา ความเข้าใจผิดนี้ทำให้ความรักในใจของเขากลายเป็นความแค้นฝังใจ ในช่วงสามปีแห่งชีวิตคู่ เสิ่นซิงเฉินตั้งใจกวนใจด้วยการยื่นคำร้องหย่ามาถึง 100 ครั้ง ทุกครั้งสวีฝานซิงต่างยอมถ่อมตน วิงวอนขอคืนดี รักเขาจนหมดสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี เมื่อครั้งที่ 101 ที่เสิ่นซิงเฉินยื่นเรื่องหย่า หลังเดินออกจากอำเภอ เพื่อนของเสิ่นซิงเฉินก็จงใจทำให้สวีฝานซิงล้ม พร้อมกับพูดจาเหยียดหยาม เสิ่นซิงเฉินกลับทำหน้าเย็นชา ไม่สนใจเข่าที่ฟกช้ำของเธอ และทิ้งเธอไว้กับเพื่อนเพื่อไปงานต้อนรับสวีเจียวเจียว สวีฝานซิงเสียใจอย่างมาก ตัดสินใจละทิ้งความรักครั้งนี้ รับข้อเสนอของคนลึกลับ...
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
สนมตัวป่วนกับทรราชคลั่งรัก
หลังทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ซูทิงถังก็เอาแต่ป่วนหาเรื่องรนหาที่ตาย เพียงเพื่อหวังให้ทรราชประทานความตายให้นาง นางจะได้หอบเงินห้าร้อยล้านบาทกลับไปยุคปัจจุบัน แต่ทรราชกลับบีบเอวนางแล้วกระซิบพร้อมรอยยิ้ม สนมรักคิดจะหนีงั้นรึ จนกระทั่งนางได้รู้ความจริงว่า เขากลับชาติมาเกิดใหม่ถึงสามครั้ง เพียงเพื่อเปลี่ยนชะตาความตายของนาง ทรราชดวงตาแดงก่ำจูบนาง ข้าขอใช้ชีวิตของข้า แลกกับการเกิดใหม่ของเจ้า
รักแต่ลูกแท้ ไม่เป็นแม่ใคร
รักแต่ลูกแท้ ไม่เป็นแม่ใคร
ด่งอวี่ซิน ชาติที่แล้วเป็นคนรักแบบสุดโต่ง หลังสามีเสียชีวิต เธอกลับไปเอาใจชายเลว จางชุนจวิน ช่วยเลี้ยงลูกของชายเลวคนนี้ทั้งบ้าน แต่กลับไม่สนใจลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง สุดท้ายเมื่อแก่ตัวลง กลับถูกครอบครัวของชายเลวทำร้าย และถูกทอดทิ้งกลางถนนจนรอความตาย ก่อนตาย ด่งอวี่ซินเพิ่งตระหนักว่าตัวเองควรดูแลลูกสาวแท้ ๆ ให้ดีกว่านี้ เมื่อได้เกิดใหม่ เธอจึงเริ่มต้นเรื่องราวที่แตกต่างจากชีวิตเก่าโดยสิ้นเชิง
มรสุมรักในดวงตา
มรสุมรักในดวงตา
ฉันมีความลับอยู่อย่างหนึ่ง  ฉันมองเห็นซับกระสุนได้  เพียงเพราะฉันไถไปเจอคลิปสั้นของหนุ่มกล้ามปูคนหนึ่ง  สามีก็ไล่ฉันลงจากรถบนทางด่วน  ซับกระสุนบอกว่า : [ เขาหึงแล้ว  เขารักมาก ] [ เขาแค่เป็นโรคไม่มีปากของพระเอกนิยาย ] แต่ฉันโดนรถชนจนบาดเจ็บสาหัส เขากลับปล่อยให้รักแรกสาดซุปไก่ใส่ฉัน  ผลักฉันตกบันได  ทำลายของที่ระลึกของฉัน  มีอะไรกับเธอนับครั้งไม่ถ้วน  ซับกระสุนยังคงรื่นเริงกันต่อ : [ ทรมานภรรยาสะใจชั่วขณะ ตามง้อภรรยาลำบากแสนสาหัส ] พวกเขาไม่รู้ว่า ตั้งแต่ครั้งแรกผิดหวัง ฉันก็กำลังวางแผนที่จะจากไปอย่างใจเย็น  ฉันยื่น๘้อตกลงการหย่าให้ แล้วหายไปอย่างสิ้นเชิง  จากนั้นก็ไปแต่งงานใหม่กับคนที่เขาไม่อาจเอื้อมถึงอย่างสง่างาม ต่อให้เขาร้องไห้คร่ำครวญสำนึกผิด  ฉันก็ไม่เคยหันกลับไปอีกเลย