Logo
บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา
บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

74 ตอน
จบแล้ว
เมื่ออดีตนางเอกดาวรุ่งใน บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา ต้องเผชิญมรสุมข่าวฉาวจนชีวิตพังทลาย การกลับบ้านเกิดครั้งนี้เธอกลับต้องตกอยู่ในพันธะนางบำเรอจำยอมกับชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล นิยาย romance เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบททดสอบศักดิ์ศรีและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานในรูปแบบ modern novel ที่เข้มข้น

เรื่องย่อ บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

จากนางเอกสาวดาวรุ่งผู้เป็นขวัญใจมหาชน ชีวิตของเธอกลับต้องพังทลายลงในพริบตา เมื่อถูกคนชั่วในวงการบันเทิงวางแผนทำลายชื่อเสียงด้วยคลิปอื้อฉาวจนกลายเป็นข่าวฉาวไปทั่วเมือง เธอตัดสินใจซมซานกลับบ้านเกิดในสภาพคนสิ้นเนื้อประดาตัวและไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด ทว่าที่นั่นเธอกลับได้พบกับเขา ชายหนุ่มผู้สูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง การเผชิญหน้าครั้งแรกจบลงด้วยบทจูบอันดุเดือด ก่อนที่โชคชะตาจะบีบคั้นให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้พันธนาการของเขาในฐานะนางบำเรออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาบังคับให้เธอเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนและสถานะสามีภรรยาที่เธอไม่เต็มใจรับ ท่ามกลางบ่วงพิศวาสที่ยากจะถอนตัว หญิงสาวต้องอดทนต่อการตราหน้าและความเผด็จการของชายหนุ่มที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปกับไฟเสน่หาในทุกค่ำคืนที่เขาครอบครอง
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก บ่วงร้ายพ่ายเสน่หา

“แม่ขาพลอยไม่เหลืออะไรแล้ว พลอย...ไม่เหลืออนาคตการเป็นนางเอกอีกต่อไปแล้ว” ร่างบอบบางสะอึกสะอื้นเบาๆ ในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดาอยู่นานหลายนาที

พรพรรณได้แต่เอามือลูบศีรษะทุยสวยของบุตรสาวไปมาอย่างปลอบโยน นางรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจ ที่ถูกเพื่อนดาราด้วยกันกลั่นแกล้งทำลายชื่อเสียงของพลอยไพลินจนป่นปี้ไม่มีเหลือ

สาเหตุเพราะมีภาพหลุดของนางเอกสาวดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างพลอยไพลินกับหนุ่มไฮโซชื่อดังกำลังเริงรักกัน ทั้งที่ความจริงมันเป็นเพียงภาพตัดต่อ สองแม่ลูกต่างก็รู้ดี แต่จะมีใครบ้างที่เข้าใจ ที่คิดว่าข่าวนั้นมันไม่เป็นความจริง

ทั้งที่ก่อนหน้านั้นสื่อการบันเทิงต่างๆ เทคะแนนและโหวตให้เธอเป็นนางเอกสาวที่สวยเซ็กซี่มากที่สุดและเป็นนางเอกขวัญใจวัยรุ่นในเกือบทุกปีที่ผ่านมา แต่ทว่าตอนนี้ชื่อเสียงของนางเอกสาวคนดังดั่งกับเศษของบ้องไฟที่หักมุมดิ่งลงเหว

หลายเดือนแล้วที่พลอยไพลินอดทนรอ หวังว่าข่าวไม่ดีต่างๆ จะจางหายไป และคงจะมีงานเข้ามาบ้าง แต่นับวัน ข่าวเสียๆ หายๆ ของเธอก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ และถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหูจนบางครั้งหญิงสาวสาวแทบจะไม่กล้าออกไปสู้หน้าใคร งานถ่ายละคร งานถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร หรือแม้แต่งานพรีเซ็นเตอร์สินค้าต่างๆ แทบไม่มีติดต่อเข้ามาเลย และที่ติดต่อมาก่อนหน้านั้นต่างก็พากันยกเลิกทั้งหมด ทำให้สองแม่ลูกอยู่กันอย่างลำบากด้วยความขัดสน

รถที่เพิ่งถอยออกมา พร้อมกับบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งทำสัญญาซื้อและเพิ่งผ่อนได้ไม่นานก็คงจะถูกยึดไปเร็วๆ นี้ เพราะไม่มีเงินจะไปผ่อน เงินเก็บที่มีอยู่ก็เริ่มร่อยหรอลงไปทุกวัน จะหันหน้าไปพึ่งใครยามนี้ก็แสนลำบาก

“แต่พลอยยังมีแม่อยู่นะลูก เรากลับบ้านนอกกันก่อนดีมั้ยลูก ฝืนอยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีความสุข กลับบ้านเราเถอะนะ คุณยายกับป้าภาของเรายังรอเราสองคนอยู่ที่นั่น เชื่อแม่นะลูก” นางพรพรรณปลอบลูกสาวเสียงเครือ

“แต่ว่าบ้านกับรถของเรากำลังจะถูกยึดนะคะแม่” สายตาที่ทอดมองมาของหญิงสาวมีแววเสียดายอย่างสุดซึ้ง เธออุตส่าห์เก็บเงินตั้งนานกว่าจะเก็บหอมรอมริบเอามาดาวน์บ้านกับรถได้ และยังเพิ่งผ่อนได้ไม่ถึงปี กลับมีอันจะต้องถูกเขายึดไป เธอก็ยากที่จะทำใจ

“แต่เรายังมีเวลาเหลืออีกตั้งเดือนกว่านะลูก ที่จะหาเงินมาผ่อนเขา บางทีถ้าเรากลับไปบ้าน ยายกับป้าภาของลูกอาจจะช่วยได้นะ” แววตาของนางพรพรรณส่องประกายอย่างมีความหวังขึ้นมาเมื่อนึกถึงแม่และพี่สาวที่แสนใจดีของตนที่บ้านนอก

ร่างบอบบางถอนหายใจยาวออกมา แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดของมารดาเธอนัก เพราะยังอายที่จะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด แต่ว่าตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก เพราะแม้แต่จะโผล่หน้าออกไปทานข้าวนอกบ้านก็ยังไม่กล้า ไปไหนมาไหนก็ต้องสวมแว่นตาสีดำอันใหญ่อำพรางใบหน้าไว้ตลอดเวลา

“จะดีเหรอคะแม่” เสียงหวานใสที่เบาลงถามมารดาอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจนัก

ใบหน้าที่แสนอ่อนโยนและยังคงมีสง่าราศีพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นมองเรียวหน้ารูปไข่ด้วยความรักและห่วงใยความรู้สึกของลูกสาวอย่างเหลือล้น เพราะรู้ว่าพลอยไพลินต้องต่อสู้กับความรู้สึกต่างๆ ในทางลบตอนนี้มากแค่ไหน

พลอยไพลินมองหน้าบุพการีอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสวมกอดและอิงใบหน้าอ่อนเยาว์ลงซบกับอกนุ่มของร่างท่วมเล็กน้อยที่อบอุ่นเสมอนั่นอีกครั้ง เธอตัดสินใจแล้วที่จะทำตามที่แม่ของเธอแนะนำ บางทีการกลับไปบ้านเกิดคราวนี้มันอาจจะไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่เธอคิดไว้ก็ได้

เมื่อคิดว่าจะต้องกลับบ้านต่างจังหวัด ภาพของเด็กชายตัวมอมแมมคนหนึ่ง ก็ปรากฏแวบขึ้นมาในมโนภาพอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันนานกี่ปีมาแล้วที่ภาพนั้นยังคงแจ่มชัดในสมองน้อยๆ ของเธอ ตั้งแต่ที่หล่อนยังเป็นเด็กหญิงพลอยไพลินที่แสนเอาแต่ใจ และหยิ่งผยองจองหองเป็นที่สุด เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ค่อยน่าคบเท่าไหร่นัก ก็เพราะตอนนั้นเธอยังเด็กนี่นา แต่หญิงสาวก็ยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีทีเดียว

วันนั้นที่บ้านหลังหนึ่งกำลังเพิ่งก่อสร้างได้ไม่กี่วันยังไม่เสร็จ ขณะที่ช่างก่อสร้างแต่ละคนกำลังตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตนเอง เด็กวัยรุ่นชายตัวผอมๆ แต่งตัวก็แสนจะมอมแมมคนหนึ่งกำลังก่ออิฐบล็อกตรงฝาบ้าน ท่าทางของเขายังไม่คล่องนัก ซึ่งมันช่างขัดหูขัดตาเด็กสาวคนหนึ่งมากเหลือเกิน เพราะทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“นี่ นายเสาโทรเลข ก่ออิฐให้มันเนียนๆ หน่อยสิ เห็นมั้ย...ช่องไฟตรงนี้ที่นายก่อไม่น่าดูสักนิด ยังมีรูโหว่อยู่เลย ฝีมือแบบนี้พ่อนายปล่อยให้มาทำงานแทนได้ยังไงเนี่ย ชุ่ยที่สุด!” เด็กหญิงเชิดหน้าพ่นวาจาดูถูกฝีมือคนตรงหน้าอย่างหมิ่นๆ สีหน้าท่าทางของเด็กหญิงตัวเล็กดูจะพอใจยิ่งนักที่ยั่วโมโหคู่อริของตนได้สำเร็จ

แววตาไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้าคมคร้ามสีแทนนั้น เขามองเด็กหญิงที่อายุอ่อนกว่าเขาหลายปีอย่างข่มโทสะสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเธอก็ตามราวีเขาได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียน ที่วัด ตลาดนัด หรือที่ไหนก็ตามที่บังเอิญต้องเจอกัน ยัยตัวแสบนี่ต้องหาเรื่องเขาก่อนทุกครั้ง นี่เห็นว่าเป็นผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าหรอกนะ เขาถึงได้ยอมอ่อนข้อให้ ถ้าเป็นเด็กผู้ชายด้วยกันคงไม่ปล่อยให้มายืนด่าทอต่อว่าเขาปาวๆ แบบนี้หรอก ร่างผอมสูงกัดฟันกรอดก่อนจะตอบโต้กลับไปด้วยวาจาแสบๆ คันๆ ไม่แพ้กัน

“ยัยหลักกิโลเมตร คิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นตรงไหนฮะ ถึงได้มาพูดจาหมาไม่แดกแบบนี้ หัดลองส่งกระจกมองดูตัวเองเสียบ้างสิ เตี้ยก็เตี้ย ฟันก็เหยิน ขาอย่างกับตะเกียบ เก้งก้างอย่างกับตั๊กแตนตำข้าว ปากก็เน่าอย่างกับปลาร้า นิสัยก็แย่ทั้งที่มีพ่อแม่สั่งสอน มิน่าถึงไม่มีใครอยากคบเป็นเพื่อน”

เด็กหญิงตัวเล็กเต้นเร่าๆ เจ็บใจที่สุดก็ตรงประโยคท้ายๆ นี่แหละ แม้ว่ามันจะจริงอย่างที่เขาว่าที่เด็กรุ่นเดียวกันไม่ค่อยมีใครคบกับเธอ แต่ว่ามันหนักหัวใครไม่ทราบ เขาบังอาจนักที่มาตอกย้ำปมด้อยของเธอแบบนี้ นิ้วเรียวจึงชี้ไปที่หน้าคมคร้ามออกมอมแมมนั้นอย่างโกรธแค้นสุดขีด

“นาย! นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันแบบนี้ ทั้งที่นายมันก็แค่ลูกกรรมกรจนๆ นายมันก็แค่ไอ้ลูกกำพร้าไม่มีแม่ นายมันก็แค่เด็กวัดที่ต่ำต้อยที่ขอข้าววัดมากินไปวันๆ” เด็กสาวพูดเสียงดังโดยไม่คิดสนใจคนรอบข้างว่าจะมองเธอด้วยสายตาตำหนิเช่นไร หวังเพียงแค่จะเถียงให้ชนะเขาเท่านั้น แต่คำพูดของเธอกลับทำให้ใบหน้าที่บัดนี้เครียดขรึม ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว เขาแทบจะกระโจนไปบีบคอเล็กของเธอให้ขาดใจตายคามือ เด็กอะไรปากร้ายไม่มีอะไรเปรียบ

สายตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่มองเด็กสาวที่มีฐานะดีกว่าเขาในยามนี้ ทำให้เด็กหญิงที่กำลังตั้งท่าจะอ้าปากต่อว่าอีกระลอกต้องหยุดชะงักลงกลางคัน แววตาที่เจ็บปวดเต็มไปด้วยเพลิงนรกขนาดย่อมที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาคมวาวคู่นั้น มองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแทบจะแผดเผาร่างเล็กของเธอให้มอดไหม้เป็นจุณ มันดูน่ากลัวจนร่างผอมบางต้องถ่อยร่นไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหันหลังรีบเดินหนีไปไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอีก

นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทะเลาะกับเขา มันนับครั้งไม่ถ้วนด้วยซ้ำที่เขากับเธอด่าทอกันด้วยวาจารุนแรงแบบนั้น แต่เหตุการณ์วันนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอกับเขามีปากเสียงกัน หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ไม่ได้พบกับเขาอีกเลย จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว

และในวันนี้เป็นวันที่พลอยไพลินกลายเป็นเด็กกำพร้าอย่างที่เขาเคยเป็น กำลังแย่ยิ่งกว่าที่เขาเคยแย่ กำลังจะจนอย่างที่เขาเคยจน แทบจะไม่กล้าเอาหน้าไปสู้ใครด้วยซ้ำ ถ้าหากเขาเห็นสภาพของเธอตอนนี้ เขาอาจจะหัวเราะเยาะเธอก็เป็นได้

แต่ว่ามันก็ผ่านมานานสิบกว่าปีแล้ว สิบสองปีได้แล้วมั้ง เพราะครอบครัวของเธอย้ายออกจากบ้านตั้งแต่เธอยังเด็ก เด็กผู้ชายสายตาเย็นชาแข็งกร้าวคนนั้นก็อาจจะแต่งงานมีเมียมีลูกไปแล้วก็ได้และอาจจะลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปแล้ว

หากต้องบังเอิญเจอกันอีกครั้งเธอเองก็อาจจะจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่แววตาแข็งกระด้างเต็มไปด้วยไฟโทสะและโกรธแค้นคู่นั้น เธอยังจำมันได้ดี แต่รูปร่างหน้าตาของเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนเธอเองก็ไม่อาจรู้ได้

ที่ไร่ส้มแสงตะวัน

“พ่อเลี้ยงทินคะ พรุ่งนี้ป้าขอหยุดงานหนึ่งวันนะคะ บังเอิญว่าพรุ่งนี้น้องสาวกับหลานสาวของป้าจะมาหาค่ะ” นางนิภาซึ่งเป็นลูกจ้างในไร่แสงตะวันมานานเอ่ยขออนุญาตลางานกับเจ้านายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของนางด้วยความเกรงใจ

“น้องสาวกับหลานสาวของป้าจะมาหางั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ไม่มั่นใจว่าที่เขาได้ยินป้าภาพูดถึงน้องสาวกับหลานสาวของนางมันเรื่องจริงหรือเปล่า

‘แม่ดารานางเอกชื่อดังกับแม่ของหล่อนนะเหรอจะกล้ากลับมาบ้านนอก ไม่อยากจะเชื่อ’ แต่คนที่กำลังคิดสงสัยก็ชักอยากจะเห็นหน้านางเอกสาวฉาวโฉ่ชื่อดังตัวเป็นๆ นั่นแล้วสิ ไม่รู้ว่าตัวจริงกับในโทรทัศน์จะสวยเหมือนกันหรือเปล่า และหล่อนจะยังจำเขาได้อยู่ไหม ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายปีนี่ แต่สำหรับเขา...ยังจำเธอได้ไม่เคยลืม

“ใช่จ้ะ ป้าว่าจะไปรอรับสองคนนั่นที่สถานีขนส่ง ถ้าจะปล่อยให้มาที่นี่เอง กลัวว่าจะจำทางเข้าหมู่บ้านไม่ได้ เพราะสองคนนั้นออกจากบ้านไปก็หลายปีแล้ว”

“แล้วทำไมหลานสาวของป้าไม่ขับรถมาเองล่ะครับ”

“คือว่าทางขึ้นเขามันอันตราย แม่ของเขาเลยห้ามไม่ให้ลูกสาวของเขาขับมาเอง จึงพากันนั่งรถทัวร์ปรับอากาศมาแทนเพื่อความปลอดภัย” นางนิภาตอบตามที่น้องสาวของเธอโทรบอกเมื่อวานนี้

“อ้อ” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ และเขาก็เห็นด้วยตามที่ผู้อาวุโสบอก เพราะตอนนี้ก็อยู่ในช่วงหน้าฝนพอดี ถึงจะเป็นช่วงปลายฤดูแต่ฝนก็ยังตกอยู่บ่อยๆ ยิ่งทำให้การสัญจรไปมาบนเนินเขาที่ลาดชันยากลำบากหลายเท่า หากคนขับรถไม่ระมัดระวังและมีความประมาทก็พลาดขับรถตกเนินเขาหรือตกเหวลึกได้

“ถ้าอย่างนั้น ให้ผมไปรับให้ดีมั้ยครับ ผมมีรถ เดี๋ยวผมไปรับน้องสาวกับหลานสาวของป้าให้เอง และพรุ่งนี้ผมให้ป้าหยุดงานได้หนึ่งวัน ตกลงนะครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มขันอาสา เพราะอยากจะเห็นหน้านางเอกสาวตกกระป๋องไวๆ อยากจะรู้ว่าถ้าหล่อนเจอหน้าเขาครั้งแรก ยัยหลักกิโลเมตรนั่นจะยังจำเขาได้หรือเปล่า และยังจะพูดจาดูถูกกันอีกมั้ย

“จะดีเหรอคะ ป้าเกรงใจคุณทินจัง” ผู้สูงวัยกว่ามองหน้าคมคร้ามนั่นด้วยความรู้สึกขอบคุณ ที่ชายหนุ่มใจดีกับครอบครัวของนางมาโดยตลอด แต่ก็ยังอดเกรงใจไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ธุระหน้าที่ของเขาที่จะต้องไปรับสองแม่ลูกนั่นแทนนาง

“ป้าจะมาเกรงอกเกรงใจผมทำไมครับ ผมนับถือป้าเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ป้าเป็นเหมือนแม่คนที่สองของผมเลยก็ว่าได้ ไอ้ครลูกชายป้าก็เป็นเพื่อนรักของผม วางใจได้ครับ พรุ่งนี้ผมไปรับป้าพรรณกับน้องพลอยเอง”

เมื่อทินกรพูดแบบนี้นางนิภาก็ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มได้ ได้แต่ยิ้มรับขอบคุณ และพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงว่าตกลง

แต่พอคล้อยหลังร่างค่อนข้างท้วมที่เดินลับหายเข้าไปในไร่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น สายตาที่แสนจะอ่อนโยนเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนไป

‘พลอยไพลิน นางเอกชื่อดังตกกระป๋อง พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอเอง’ ร่างสูงพูดกับตัวเองในใจด้วยแววตาแข็งกร้าวดุจสายตาของพญาอินทรีย์ในวันนั้น วันที่ผ่านมาแล้วกว่าสิบสองปี

แต่ชายหนุ่มไม่มีวันลืมความรู้สึกโกรธแค้นในวันนั้นได้ และยังคิดอยากจะเอาคืนแม่ดาราคนสวยตัวแสบคนนั้นบ้าง แต่เขาก็คงไม่แค้นถึงขนาดจะต้องบังคับขืนใจให้หล่อนมาเป็นเมียทาสเหมือนในละครหรอก ก็แค่อยากจะสั่งสอนยัยหลักกิโลเมตรนิสัยเสียนั่นให้รู้จักสำนึกเสียบ้างก็เท่านั้นเอง

บ้านอิงตะวัน

“ฮึ...เปลี่ยนชื่อแล้ว นึกว่าฉันจะจำเธอไม่ได้งั้นเหรอ” ร่างสูงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่ง ที่ยังคงลงภาพกอดรัดฟัดเหวี่ยงของนางเอกสาวสวยกับไฮโซหนุ่มรูปหล่อ ดูแล้วช่างน่าสมเพชนัก

“เธอนี่มันนอกจากจะปากเน่าแล้ว เนื้อตัวของเธอก็คงจะเน่าเฟะจนไม่เหลืออะไรดีแล้วสินะ”

ทินกรพึมพำคนเดียวขณะที่อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าแบบคร่าวๆ ชายหนุ่มไม่เชื่อหรอกว่าข่าวนั้นมันจะไม่มีมูล ภาพชัดเจนขนาดนั้น และเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์กับหนุ่มไฮโซคนนั้นว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน เพียงแค่บอกปัดว่าภาพนั้นไม่ใช่ภาพของเธอกับแฟนหนุ่ม แล้วใครเขาจะโง่เชื่อตามนั้นล่ะ

“ก็แค่ของเล่นไฮโซ” ร่างหนาพึมพำออกมาอีกครั้งก่อนจะเก็บพับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไว้ที่เดิมและเดินเข้าไปในห้องนอน

แต่ยังไม่ทันที่จะเอนตัวลงนอนบนเตียง เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าจากมือถือเครื่องเล็กก็ดังขึ้น แค่รู้ว่าใครโทรมา ใบหน้าคมเข้มนั้นก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย แล้วกดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่มีหรือที่คนโทรมาจะหยุดโทรหาเขาง่ายๆ

ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!

มือเรียวยาวที่หยาบกร้านกดวางหลายครั้ง แต่ก็ต้องกดรับด้วยความหงุดหงิดใจก่อนที่จะกรอกเสียงไปตามสายด้วยความรำคาญ

“มีอะไรนุช นี่มันดึกแล้วนะครับ พี่จะนอน” ชายหนุ่มพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติให้มากที่สุด แต่คนฟังกังรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจที่เธอโทรไปรบกวน

อรนุชนั่นเองที่โทรมา ไม่รู้ว่าหล่อนมีความจำเป็น หรือมีเรื่องอะไรสำคัญนักหนา ถึงได้โทรมาหาเขาในช่วงเวลาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ หรือคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวกำนันหรือไง ถึงได้ไม่มีความเกรงอกเกรงใจชาวบ้านเขาเลย

“ก็นุชคิดถึงพี่ทิน”

“กรุณาคิดถึงพี่ในเวลาที่เหมาะสมหน่อยได้มั้ยคร้าบ วันนี้พี่เหนื่อยมาก อยากจะนอน” ชายหนุ่มจงใจลากเสียงยาว เพื่อให้อรนุชเข้าใจแจ่มแจ้งว่าหล่อนโทรมารบกวนเวลานอนของเขา

“นุชขอโทษค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้นุชมีธุระจะออกไปในเมืองแต่เช้า ได้ข่าวว่าพี่ทินจะออกไปในเมืองเหมือนกัน เลยจะขอติดรถไปด้วยคนค่ะ” ปลายสายตอบเสียงอ่อยๆ

ที่จริงอรนุชรู้จากคนงานในไร่แสงตะวันแล้วว่า ทินกรจะออกไปรับพลอยไพลิน หรือยัยเพลินใจจอมหยิ่งนั่น และที่รู้ว่ายัยนางเอก พลอยไพลิน คือคนๆ เดียวกับยัย เพลินใจ ศัตรูคู่อาฆาตของเธอเมื่อครั้งยังเด็ก ก็เพราะเธอไปถามไถ่ข่าวคราวจากสาครอีกทีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง

สมัยก่อนพลอยไพลินเหนือกว่าเธอทุกอย่างทั้งรูปร่าง ฐานะ และผลการเรียน ทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็จะทะเลาะกันตลอด ถึงขนาดยกพวกตีกัน จนหัวร้างข้างแตกกันไปข้าง ครั้งหนึ่งที่อรนุชจำได้แม่นที่สุด ยัยเพลินใจตัวแสบเอาลูกหินปาหน้าผากเธอจนกลายมาเป็นแผลเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

“พรุ่งนี้พี่เอารถกระบะออกไป ไม่มีที่นั่งว่าง เพราะสาครมันจะติดรถไปด้วย อีกอย่างข้าวของก็เต็มรถ ให้คนอื่นไปส่งเถอะ” ชายหนุ่มรีบตัดรำคาญเสียงห้วน

“แต่ว่าก้นนุชนิดเดียวเองนะคะ ให้นุชเบียดกับพี่ครข้างหน้าก็ได้ นะๆ” หล่อนยังคงออดอ้อนไม่เลิก

“ไม่ได้! แค่นี้นะ” ทินกรตวาดเสียงดังมากขึ้น มือเรียวรีบกดวางสายไป และรีบปิดมือถือทันที เพราะกลัวว่าอรนุชจะตื๊อไม่เลิก จึงไม่ทันได้ยินเสียงปลายสายร้องโวยวายลั่นบ้าน

ทินกรรู้ว่าอรนุชมีใจให้กับเขามานานแล้ว แต่เขาก็ให้เธอได้แค่คำว่า ‘น้องสาว’ แต่ที่ยังไม่ตัดรอนเสียทีเดียวก็เพราะเกรงใจลุงกำนันซึ่งเป็นพ่อของหญิงสาว อย่างน้อยความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็สนิทสนมกันมานมนาน และลุงกำนันแกก็เป็นคนดีมีน้ำใจ อีกอย่างลุงแกก็มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่รักและหวงมาก แต่ก็ไม่เคยว่าอะไรสักครั้งถ้าลูกสาวจะแวะเวียนมาที่บ้านพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่ส้มแสงตะวันบ่อยๆ

ท่ามกลางผู้โดยสารมากมายที่เดินสวนกันไปมาด้านนอกประตูทางเข้าของห้องพักผู้โดยสาร ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นผู้หญิงรูปร่างผิวพรรณดีสวมแว่นตาดำอำพรางดวงตาสวยซึ้ง กำลังหันซ้ายแลขวาเพื่อสอดส่องสายตามองหาใครบางคนที่นัดเอาไว้ว่าจะมารับเธอในช่วงเวลาดังกล่าว

“แม่คะ ทำไมยังไม่เห็นป้าภามารับพลอยสักทีล่ะคะ” ใบหน้าเนียนใสที่โผล่พ้นแว่นอันเบ้อเริ่มออกมา ยืนคุยโทรศัพท์ถามมารดาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอเริ่มหงุดหงิดเต็มทีแล้ว เมื่อต้องรอคนมารับตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของร่างอวบๆ ที่สวมเสื้อสีม่วงลายดอกพลับพลึง กางเกงขายาวสามส่วนสีดำ ผมยาวรวบมัดไว้กลางหลัง ตามที่คนนัดได้บอกเอาไว้

“บางทีรถอาจจะติดก็ได้นะลูก” นางพรพรรณพยายามบอกเหตุผลให้ลูกสาวใจเย็นๆ

ทีแรกก่อนมาคนเป็นแม่ตั้งใจจะเดินทางมาพร้อมกับบุตรสาวด้วย แต่พอคิดไปคิดมา บ้านก็ห่วงรถก็ห่วง เธอจึงบอกให้ลูกสาวกลับไปบ้านหลบหน้านักข่าวที่บ้านนอกคนเดียวเพียงลำพัง หากข่าวฉาวโฉ่ของพลอยไพลินซาลงเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ

“แต่นี่มันต่างจังหวัดไม่ใช่กรุงเทพฯ นะคะแม่ อะไรมันจะติดนานขนาดนั้น” พลอยไพลินเริ่มบ่น โชคดีที่อากาศทางเหนือไม่ร้อนมากเหมือนภาคกลาง ไม่อย่างนั้นเธอต้องหงุดหงิดมากกว่านี้แน่

“รออีกหน่อยแล้วกันนะพลอย อีกประเดี๋ยวป้าภาก็คงจะมารับลูกเอง” นางพรพรรณกล่าวเพื่อกล่อมให้ลูกสาวใจเย็นลงอีกไม่กี่ประโยคก็วางสายไป

หลังจากวางสายจากมารดาร่างระหงก็เดินตรงไปยังที่นั่งว่างที่ติดอยู่กับผู้โดยสารท่านอื่นที่เหมือนจะมานั่งรอญาติมารับเช่นกันกับเธอ สายตาคู่สวยก็คอยกวาดมองไปโดยรอบตามทางเดินที่คิดว่าป้านิภาของเธอน่าจะเดินมารับ

นางเอกสาวในตอนนี้คงไม่มีใครจำเธอได้ เพราะสวมแว่นตาสีดำอันใหญ่อำพรางใบหน้าอยู่ตลอดเวลา มองใกล้ๆ อาจจะดูคุ้นๆ แต่คงไม่มีใครคิดหรอกว่าจะเป็นนางเอกสาวชื่อดังที่ชื่อว่า ‘พลอยไพลิน’ เป็นแน่

หญิงสาวนั่งหน้ามุ่ย สายตายังมองไปทางโน้นทีทางนี้ทีไม่หยุดหย่อน พร้อมกับปล่อยเสียงพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาเป็นระยะๆ ด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายหงุดหงิดรำคาญใจที่ต้องมารอคอยคนอื่นนานมากขนาดนี้ เพราะปกติก็มีแต่คนอื่นเท่านั้นแหละที่เป็นฝ่ายรอเธอ

เวลาผ่านไปอีกสิบห้านาที ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมารอรับ พลอยไพลินจึงเดินไปซื้อของกินรองท้อง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรถขายขนมจีบซาลาเปากำลังจะจอดอยู่ตรงข้างหน้าบนทางเดินที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยจากจุดที่พักผู้โดยสารด้านนอก

ขณะที่นางเอกสาวเดินไปถึงรถขายซาลาเปา ก็มีลูกค้ายืนรอซื้อสองสามคน แต่จู่ๆ ก็มีผู้ชายตัวโตๆ แต่งตัวด้วยชุดยีนสีซีดทั้งชุด สวมรองเท้าหนังเก่าๆ สีน้ำตาลเข้ม สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาเรียกชื่อพ่อค้าซื้อซาลาเปาตัดหน้าไปโดยที่ไม่คิดจะต่อคิว

‘แบบนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สำนึก และให้ได้อายกันไปข้าง’ นางเอกสาวที่กำลังยืนต่อคิวซื้อขนมคิดอย่างคาดโทษ ชำเลืองมองไปทางผู้ชายที่เสียมารยาทข้างๆ ด้วยสายตามันวับอย่างเอาเรื่อง

“นี่คุณ เป็นพวกไร้วัฒนธรรมหรือเปล่าเนี่ย ทำไมไม่ต่อคิวเหมือนคนอื่นเขา เส้นใหญ่นักหรือไง ถึงได้ไม่รู้จักเกรงใจคนที่เขายืนรอซื้อก่อนตัวเอง รู้จักมั้ยคำว่าระเบียบวินัย” ร่างบางหันไปตะคอกใส่ผู้ชายตัวโตๆ ข้างๆ โดยไม่เกรงใจ

เฮอะ...จะให้หล่อนเกรงใจคนนิสัยไม่ดีแบบนี้น่ะหรือ ไม่มีทางเสียหรอก หางตาหล่อนก็ไม่อยากจะแลเสียด้วยซ้ำ หน้าตาก็ดูดีใช้ได้อยู่หรอกแต่นิสัยแย่ไร้ระเบียบวินัยแบบนี้ น่าจะโดนสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง

ไอ้เรื่องแซงคิวนี่พลอยไพลินรับไม่ได้จริงๆ เพราะที่ผ่านมาเธอเคยชินกับการมีระเบียบวินัยในตัวเอง และตรงต่อเวลาเสมอ แต่วันนี้นอกจากป้านิภาจะมาไม่ตรงเวลาให้เธอต้องนั่งแกร่วรอตั้งนานสองนานแล้ว หล่อนยังมาโดนผู้ชายนิสัยแย่ ไร้ระเบียบวินัยมาแซงคิวตัดหน้าเธออีก หญิงสาวจึงรู้สึกโมโหสุดๆ และระเบิดอารมณ์ใส่เขาเป็นชุดๆ

ชายหนุ่มนิรนามที่เธอเองก็ยังไม่เคยรู้จักมองหน้าหล่อนตาปริบๆ ไม่คิดว่าจะโดนว่าแรงขนาดนี้

“เอ่อ ผมขอโทษครับคุณผู้หญิง ลุงมิ่งครับจัดขนมให้คุณผู้หญิงคนนี้ก่อนก็ได้ครับ สงสัยเธอจะมาก่อน ผมไม่ทันมองจริงๆ”

ทินกรรีบขอโทษสาวสวยแถมหุ่นดีที่ด่าเขาฉอดๆ ด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ชายหนุ่มไม่เห็นจริงๆ ว่าเธอมายืนรอซื้อขนมก่อนเขา เพราะมัวแต่เหม่อมองไปทางประตูทางเข้าห้องพักผู้โดยสาร จึงไม่ทันได้เหลียวมามองคนข้างๆ ว่าหล่อนมายืนรอก่อนเขานานแล้ว

“เฮอะ ไม่ทันมอง ตั้งใจล่ะสิไม่ว่า” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะพูดแขวะชายหนุ่มอีกครั้งอย่างหมั่นไส้ ที่เขาช่างตีหน้าตายได้เนียนจริงๆ

“เอ่อ จะรับอะไรดีครับ” พ่อค้าชิงถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนที่หล่อนจะตวาดแว้ดๆ ใส่คนตัวใหญ่ข้างๆ อีกรอบ

ใจจริงพลอยไพลินก็อยากจะต่อว่าพ่อค้าคนนี้ต่อเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงไม่หันมองดูเสียบ้างว่าลูกค้าคนไหนมาก่อนมาหลัง แต่ก็รีบยั้งปากไว้ทันเพราะเกรงใจคนอื่นที่ทยอยมายืนรอซื้อขนมเหมือนกัน จึงรีบตอบห้วนๆ กลับไป

“ซาลาเปาไส้หวานสองเค็มสอง แล้วก็ขนมจีบสองถุง” ไม่รู้หรอกว่าพ่อค้าเขาขายเท่าไหร่ยังไง แต่ก็เดาเอาว่ามันคงไม่ถึงร้อยหรอก ก่อนที่มือเรียวจะหยิบแบงค์สีแดงยื่นให้พ่อค้า

“ไม่ต้องทอน” ร่างเพรียวระหงรีบพูดเสียงห้วน และยัดเงินใส่มือพ่อค้าเพราะขี้เกียจยืนรอนานๆ ยิ่งต้องมายืนอยู่ข้างผู้ชายที่ไม่ค่อยมีมารยาทคนนี้แล้วด้วย เธอก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นเท่าทวีคูณ

“หึ อวดรวยซะด้วย”

เสียงทุ้มลอยมาเข้าหูดาราสาวพอดี ขณะที่หล่อนกำลังจะก้าวขาออกไปก็ต้องหยุดชะงัก เธอไม่ใช่คนหูหนวกและไม่ใช่คนโง่นะ ที่จะไม่ได้ยินว่า ‘เขา’ พูดแดกดันเธออยู่

“นายว่าอะไรนะ!” ร่างบางหันขวับกลับมามองหน้าเขาทันควัน มองร่างสูงใหญ่ตาขวางอย่างเอาเรื่อง นอกจากจะไร้ระเบียบวินัยแล้ว เขายังจะมีนิสัยชอบนินทาคนอื่นลับหลังอีกต่างหาก ผู้ชายนิสัยแย่ๆ แบบนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ

‘หูดีจริงจริ้ง แม่คุ้ณ’ ทินกรแอบบริภาษหญิงสาวในใจขำๆ แต่ก็หันหน้าไปมองหน้าเธอนิ่ง เมื่อใบหน้าสวยใสใต้แว่นสีดำนั้นมองมา

“ผมเปล่าว่าอะไรคุณนี่ครับ ใครจะกล้าว่าคนสวยๆ อย่างคุณ” ใช่หล่อนสวยจริงๆ นั่นแหละ โดดเด่นอีกต่างหาก และเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาที่เขามองเธอก็เปลี่ยนไปเป็นพิจารณามองหญิงสาวอย่างถี่ถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘มันดูคุ้นๆ แฮะ’ ชายหนุ่มคิด พลางเพ่งพิศเค้าโครงหน้ารูปไข่นั้นอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง

รูปร่างและทรงผมของหล่อน มันดูคล้ายๆ ดารานางเอกสาวที่ชื่อพลอยไพลินมากเหลือเกิน นี่ถ้าหล่อนถอดแว่นตาอันใหญ่นั่นออก เขาคงจะหายสงสัยว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร

พลอยไพลินจ้องหน้าผู้ชายไร้มารยาทอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่อยากจะเสียเวลากับคนอย่างเขาอีก จึงรีบเดินไปนั่งที่เดิม แต่ร่างสูงเกินสันทัดก็เดินตามมา และมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้สายตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นตาอันใหญ่ ต้องเลิกคิ้วขึ้นมามองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยสีหน้าแปลกใจระคนไม่พอใจ ที่เขาจ้องมองเธออยู่อย่างนั้น ก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปจะขยับเอื้อนเอ่ยออกมา

“คุณใช่ลูกสาวของป้าพรพรรณหรือเปล่า” ชายหนุ่มไม่อยากถามไปตรงๆ ว่าเธอใช่ดารานางเอกสาวที่ชื่อพลอยไพลินใช่หรือไม่ เพราะกลัวว่าเธอจะอายเพราะข่าวที่ยังคงอื้อฉาวไม่ซาลง อาจทำให้บางคนแถวๆ นี้เบี่ยงเบนความสนใจมาที่เธอ ซึ่งมันคงไม่เป็นที่ปรารถนาของนางเอกสาวตกกระป๋องอย่างพลอยไพลินนัก

พลอยไพลินรู้สึกอึ้งมากเมื่อถูกชายหนุ่มแปลกหน้า เอ่ยชื่อมารดาของเธอออกมาอย่างสนิทสนม แล้วเขาเป็นใครกันทำไมถึงได้รู้จักชื่อแม่ของเธอ แต่พอมองๆ ไป โครงหน้าของเขาก็คุ้นๆ เหมือนกันนะ และพอดีกับที่ทินกรถอดแว่นตาดำออกพอดี หญิงสาวจึงมีโอกาสสำรวจใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง

แล้วสายตาสวยซึ้งก็ไปสะดุดเข้ากับสายตาที่เธอคุ้นเคยมานานแสนนาน สายตาคมกล้าดุจพญาเหยี่ยว ที่ยังคงความเข้มคมกริบเมื่อมองสบตา หากใบหน้าเรียบตึงนั้นแย้มยิ้มออกมาสักนิด เขาคงจะดูดีมีเสน่ห์มากขึ้นไม่น้อย แต่เคราเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน กลับทำให้ใบหน้าคมคร้ามนั้นดูเถื่อนหน่อยๆ

“นายนั่นเอง ทินกร” หญิงสาวครางเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วอย่างตกตะลึง รู้สึกว่าหล่อนเพิ่งจะหาเสียงของตัวเองเจอเดี๋ยวนี้เอง หลังจากสำรวจใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มอยู่นานสองนาน แล้วแก้มนวลสองข้างก็แดงระเรื่อขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องเขานานเกินไปแล้ว

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก เรื่องราวของลี่สิงหยวนที่ยึดติดกับเจียงหว่านหนิงเพียงร่างกาย จนวันที่เขาเลือกเปิดตัวแฟนใหม่และตัดสัมพันธ์อย่างเลือดเย็น ทำให้เธอหายไปตลอดกาล นิยายรัก romance novel เรื่องนี้สะท้อนบทเรียนราคาแพงเมื่อเขาต้องออกตามหาเธออย่างคนเสียสติใน modern novel ที่เต็มรูปแบบใหม่
Bad  Love ของหวงคาสโนว่า
Bad Love ของหวงคาสโนว่า
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่ค่ำคืนเร่าร้อนใน Bad Love ของหวงคาสโนว่า นิยายรัก modern ที่เล่าถึงการครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเขาประกาศกร้าวว่าเธอคือของหวงที่ไม่มีวันปล่อยให้ใครเชยชม แม้เธอจะไร้อิสระแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นพันธนาการนี้ได้ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่สาย romance novel ห้ามพลาด
ยั่วรักคุณบอส
ยั่วรักคุณบอส
เมื่อพนักงานสาวสุดเชยตัดสินใจใช้มารยาเปลี่ยนตัวเองเพื่อพิชิตใจบอสหนุ่มผู้เพียบพร้อมใน ยั่วรักคุณบอส นิยาย romance ที่จะพาคุณไปพบกับแผนการยั่วยวนชวนลุ้น แต่การเข้าใกล้ billionaire อย่างเขา กลับทำให้เธอค้นพบตัวตนด้านมืดที่คาดไม่ถึง อ่านนิยายออนไลน์เรื่องนี้เพื่อลุ้นไปกับบทสรุปของความรักสุดยอดแผนการรัก
 เมียทาสสวาท [Forbidden Love]
เมียทาสสวาท [Forbidden Love]
พิรุณญาต้องอดทนต่อการข่มเหงของเพชรกล้าในนิยายเรื่อง เมียทาสสวาท [Forbidden Love] ท่ามกลางความขัดแย้งในครอบครัวและการเผชิญหน้ากับความเกลียดชังที่รุนแรง เธอต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางเพื่อความอยู่รอดใน modern novel ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด อ่านนิยายออนไลน์ฟรี romance stories เรื่องนี้ได้แล้ว
ทายาทอัลฟ่า  หัวใจที่ถูกปฏิเสธ
ทายาทอัลฟ่า หัวใจที่ถูกปฏิเสธ
เมื่อความรักใน ทายาทอัลฟ่า หัวใจที่ถูกปฏิเสธ กลายเป็นคำลวง เบนอ้างเรื่องทายาทเพื่อทรยศภรรยาและไปหาหญิงคนใหม่ นิยาย werewolf romance stories เรื่องนี้จะพาคุณไปพบการแก้แค้นสุดระทึกในโลก modern เมื่อเมียหลวงที่ถูกทอดทิ้งตัดสินใจวางแผนหายตัวไปเพื่อเอาคืนสามีที่หักหลังอย่างสาสม
กรงรักราชาโจร
กรงรักราชาโจร
กรงรักราชาโจร เรื่องราวของจัสซีเนียที่ต้องกลายเป็นเชลยรับกรรมแทนพี่ชายในดินแดนทะเลทรายอันห่างไกล เธอถูกกักขังโดยจาห์มาล์ราชาโจรผู้โหดเหี้ยมที่ใช้แรงแค้นย่ำยีหัวใจและร่างกายเพื่อล้างแค้นครอบครัวของเธอ พบกับ romance novel แนวตบจูบสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและความแค้นใน online novel เรื่องนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

แลกชีวิต พลิกเกม
แลกชีวิต พลิกเกม
เจียงหมิงเยว่ถูกแฟนหนุ่มฟู่เหยียนชวนกับเสิ่นอีอีร่วมกันวางแผน หลอกให้เซ็นสัญญา “สลับชีวิต” ก่อนถูกฆ่าตายอย่างอนาถ เมื่อได้เกิดใหม่ย้อนกลับมายังฉากเซ็นสัญญา เธอแสร้งยอมจำนน แต่ลอบสับเปลี่ยนสัญญา เสิ่นอีอีใช้กลอุบายเดิมต่อหน้าผู้คน เปิดพิธีสลับอีกครั้ง ทว่ากลับหวาดผวาเมื่อบาดแผลทั้งหมดสะท้อนกลับสู่ตนเองในพริบตา เจียงหมิงเยว่ที่ไร้รอยขีดข่วนยืนมองอย่างเย็นชา บนสัญญามรณะใบนั้น บัดนี้ปรากฏชื่อใหม่ผู้ที่ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งด้วย
วุ่นรักพิชิตใจนายไฮโซ
วุ่นรักพิชิตใจนายไฮโซ
“ซูเขอเข่อ” ไรเดอร์สาวที่เสียแม่ตั้งแต่เด็ก ได้บังเอิญช่วยเหลือ “คุณปู่ฟู่” เศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าไม่มีเงินซื้อซาลาเปา คุณปู่ฟูจึงลากตัวหลานชายอย่าง “ฟู่หนานเฉิง” เศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองจิงไห่มาดูตัวกับซูเขอเข่อ ซูเขอเข่อต้องการใช้หนี้ค่ารักษาแม่ จึงตกลงแต่งงานกับฟู่หนานเฉิงด้วยสินสอด 1 ล้านบาท ฟู่หนานเฉิงจำใจแต่งงานกับซูเขอเข่อเพราะปู่บังคับ เขาไม่เชื่อใจเธอ จึงปิดบังสถานะเศรษฐีของตัวเอง หลังจากทั้งสองได้ใช้ชีวิตด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ความลับที่ว่าฟู่หนานเฉิงเป็นเศรษฐีหนุ่มก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในความรักของทั้งคู่ เหตุการณ์ต่างๆ เช่น การที่แม่ของฟู่หนานเฉิงมาเยี่ยมที่บ้าน การเข้าร่วมงานเลี้ยงของบริษัทฟู่กรุ๊ป และการกลับมาของหญิงสาวที่เคยเป็นรักแรกของฟู่หนานเฉิง ต่างก็ทำให้ซูเขอเข่อเกิดความสงสัย จนนำไปสู่เรื่องราวที่ทั้งน่าประทับใจและชวนขำขันมากมาย
บอสใหญ่คือพ่อของลูกฉัน
บอสใหญ่คือพ่อของลูกฉัน
ไรอันเลือกใช้ชีวิตธรรมดาเป็นคนขับแท็กซี่เพื่อหนีธุรกิจตระกูล วันหนึ่งเขาช่วยอลิซที่กำลังถูกไล่ล่าและกินยาผิด ทั้งสองมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนก่อนแยกย้ายกันไป สี่ปีต่อมา อลิซในฐานะซีอีโอ ปรากฏตัวพร้อมลูกและขอแต่งงาน หลังจดทะเบียน เธอถูกครอบครัวกดดันให้ทิ้งลูก แต่ไรอันยื่นมือปกป้องแม่ลูก เมื่อบริษัทเผชิญวิกฤต อลิซไปงานตระกูลแกรนท์เพื่อขอเงินลงทุน 1 หมื่นล้าน โดยไม่รู้ว่าประธานคือพ่อของไรอัน เขาปกป้องหลานสาวลูมิโดยปิดบังตัวตน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้น แต่เมื่อแผนลงทุนล้มเหลว ไรอันเดิมพันเสี่ยงกับพ่อ ริชาร์ด ไรอันจึงยอมรับบททายาทและลงมือช่วย สุดท้ายในงานแถลงข่าว เขาพลิกสถานการณ์ ทำให้อลิซกู้บริษัทได้สำเร็จ พร้อมครองทั้งความรักและความสำเร็จ
เด็กน้อยเกิดใหม่: พาแม่เซอร์ไพรส์ยุค90
เด็กน้อยเกิดใหม่: พาแม่เซอร์ไพรส์ยุค90
เสี่ยวฮวาเด็กอัจฉริยะผู้มีไหวพริบ ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับแม่ที่ถูกสามีรังเกียจเพราะหน้าตาน่าเกลียด พ่อของเธอซึ่งมีสองครอบครัว ใช้ชีวิตสุขสบายกับเฉียวม่านและลูกสาวของนาง โดยไม่เหลียวแลเสี่ยวฮวาและแม่แต่อย่างใด เมื่อแม่กู่หว่านเสียชีวิต เสี่ยวฮวาในชุดไว้ทุกข์บุกเข้าไปในงานแต่งงานของพ่อกับเฉียวม่าน ระหว่างการผลักไส เธอศีรษะแตกเสียชีวิต แต่แล้วเธอก็กลับมาเกิดใหม่ในอดีต เมื่อหนึ่งปีก่อน ที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ ครั้งนี้ เสี่ยวฮวาจะใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลมของเธอช่วยแม่รอดพ้นจากวิกฤตชีวิต รักษาหน้าแม่ที่พิการให้หายเป็นปกติ เปิดตาให้แม่เห็นความจริงเกี่ยวกับพ่อและตัดสินใจหย่าอย่างเด็ดขาด ส่งเสริมให้แม่พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นมหาเศรษฐีหญิงคนแรกของประเทศ
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
ซูชิงยวนและซูเม่ยเอ๋อร์ ในฐานะธิดาแห่งตระกูลซูผู้บัญชาอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนอสูร เมื่อบรรลุนิติภาวะพวกนางจะต้องปลุกพลังควบคุมอสูร และเลือกมนุษย์อสูรฝึกบำเพ็ญคู่เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณและอัญเชิญอสูรที่ทรงพลัง ก้าวขึ้นเป็นราชาแห่งสรรพวิญญาณ และรวมอำนาจการปกครองของผู้บัญชาอสูรเหนือเผ่าอสูรทั้งปวง ในชาติก่อน ซูชิงหยวนปลุกพลังวิชาอัญเชิญเหล่าอสูร ในขณะที่ซูเม่ยเออร์ปลุกพลังวิชาโอนย้ายอสูรร้าย นางลอบนำอสูรร้ายที่ตนอัญเชิญมาไปก่อความวุ่นวาย แล้วใส่ร้ายซูชิงยวน  จนถูกตราหน้าว่าเป็นนางแห่งหายนะและต้องตายอย่างน่าเวทนา ทว่า ซูชิงยวนกลับได้เกิดใหม่อีกครั้ง และในชาตินี้พลังที่นางปลุกขึ้นคือวิวัฒน์สายเลือดอสูร สามารถวิวัฒน์อสูรร้ายทั้งหมดให้กลายเป็นสัตว์เทพบรรพกาล และนางพร้อมแล้วที่จะเอาคืนผู้ที่ทำให้นางต้องตายอย่างสาสม