Logo
พ่ายรักเทพบุตรมาร
พ่ายรักเทพบุตรมาร

พ่ายรักเทพบุตรมาร

92 ตอน
จบแล้ว
เมื่อ ดารากานต์ ต้องเข้าพิธีวิวาห์ไร้รักกับ อัคนี ใน พ่ายรักเทพบุตรมาร นิยาย romance modern ที่ถ่ายทอดการปะทะกันระหว่างสี่สาวงามและสี่ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ จากความขัดแย้งสู่สายใยเสน่หาที่ผูกมัดหัวใจเอาไว้ ท่ามกลางเกมรักของเหล่าเทพบุตรมารใน romance stories ที่น่าติดตามที่สุด
ตอนที่ 1 จาก พ่ายรักเทพบุตรมาร

ตอน ที่ 1. เพลิงเสน่หา1

ดารากานต์ในชุดเจ้าสาวสีขาวซึ่งเป็นแบบเกาะตัวกระโปรงสุ่มไก่ฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงจำต้องปั้นยิ้มเดินเคียงคู่เจ้าบ่าวของน้องสาว ซึ่งตอนนี้ตัวเธอเองได้สวมรอยกลายเป็นเจ้าสาวกำมะลอให้อีกฝ่าย ดวงตากลมสวยแอบลอบมองชายหนุ่มร่างสูงในชุดทักซิโด้สีขาวอย่างสำรวจ เธอเพิ่งเจอหน้าเขาก่อนวันงานหนึ่งวัน หลังจากที่ศศิกานต์น้องสาวฝาแฝดซึ่งควรจะเป็นเจ้าสาวในวันนี้ได้หายตัวไป หญิงสาวถูกบิดามารดาเรียกเข้าไปคุย ทั้งๆ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงก่อนวันงานแต่งงานของน้องสาวเพียงสองวัน เพื่อมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องสาวฝาแฝด

“หนูดาว นึกว่าเห็นแก่หน้าของพ่อกับแม่ ช่วยแต่งงานแทนน้องด้วยนะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ผู้เป็นแม่เอ่ยขอร้องลูกสาว หลังจากเล่าเรื่องที่ศศิกานต์ได้หายตัวจากบ้านให้ลูกสาวคนโตฟัง

“หนูบอกพ่อกับแม่แล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าอย่าบังคับยายเดือน เป็นไงล่ะน้องไม่อยากแต่งงานกับไอ้พ่อเลี้ยงไร่กาแฟนั่น จนหนีไปแบบนี้” ดารากานต์กอดอก มองพ่อกับแม่ด้วยความโมโห

ท่านทั้งสองจับลูกสาวคลุมถุงชนให้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อน ที่เป็นเจ้าของไร่กาแฟและรีสอร์ท โดยไม่ถามความสมัครใจของลูกเลย

ศศิกานต์เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดมากปากไวเหมือนพี่สาว ได้แต่จำยอมทำตามความต้องการของพ่อแม่ พอจะถึงวันแต่งจริงๆ เจ้าตัวกลับทนรับสภาพไม่ไหว หนีงานแต่งงานไปโดยทิ้งจดหมายบอกลาสั้นๆ ว่า

... หนูเดือนขอโทษด้วยนะคะ ที่อกตัญญู แต่หนูเดือนไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก ยกโทษให้หนูเดือนด้วยนะคะ...

“แกจะให้พ่อแม่ขายหน้าชาวบ้านเขาหรือไงยายดาว เอาสิพ่อกับแม่ไม่ได้เลี้ยงแกมานี่ แกคงไม่เห็นหัวหรอก” นายสุเมธตัดพ้อลูกสาวอย่างเสียใจ

เมื่อหลายปีก่อนเขายกดารากานต์ให้พี่สาวกับพี่เขยที่ไม่สามารถมีลูกได้เป็นลูกบุญธรรมเพราะสงสารที่ทั้งสองไร้ทายาท ดารากานต์ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจ จึงมีนิสัยเอาแต่ใจดื้อรั้นไม่ยอมคน ต่างจากศศิกานต์ที่อ่อนหวานเรียบร้อยอยู่ในโอวาทของพ่อแม่ ลูกสาวฝาแฝดของเขาทั้งสองรักใคร่กันมากเพราะไปมาหาสู่กันเสมอ

“หนูดาว แม่ขอร้องเถอะลูก ยอมแต่งงานแก้หน้าให้พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แม่จะคุยกับผู้ใหญ่ทางโน้น ให้แต่งกันแต่ในนาม”

นางเพ็ญทิพย์พยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวหัวดื้อของตนอีกครั้ง นางรู้ดีว่าดารากานต์รักและห่วงใยพ่อแม่ หากใจเย็นพูดให้ลูกเห็นใจ ลูกของนางต้องรับปากแน่

“ทำไม่ล้มเลิกงานแต่งไปคะ ง่ายกว่ากันเยอะ” ดารากานต์เสนอทางออกที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่ ต้องมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า

“ไม่ได้เด็ดขาด ฉันเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจังหวัด แกจะให้ฉันไปบอกล้มเลิกงานแต่งได้ยังไง ไหนจะแขกฝั่งเจ้าบ่าวอีก แกจะให้พ่อกับแม่ถูกสังคมประณามหรือไง ยายดาว” นายสุเมธโอดครวญ

“หนูดาว แม่กับพ่อขอร้องหนูเถอะนะลูก หนูเดือนหายตัวไปแบบนี้ ชาวบ้านลูกเข้า เขาจะนินทาน้องได้นะลูก หนูอยากให้น้องถูกนินทาว่าหนีตามผู้ชายไปหรือไงลูก ไม่เห็นแก่พ่อแม่ก็เห็นแก่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของเราเถอะลูก”

นางเพ็ญทิพย์ใช้ไม้ตาย เพราะรู้ว่าดารากานต์รักน้องสาวมาก คงไม่ยอมให้น้องถูกนินทาแบบนี้แน่

ดารากานต์นิ่งไปครู่หนึ่งคิดตามที่มารดาบอก ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ารับอย่างจำใจ

“ก็ได้ค่ะ ดาวจะเห็นแก่ยายเดือนนะคะ แต่หลังจากแต่งงานแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ต้องให้ดาวหย่ากับเขานะคะ”

“ได้ลูก ได้ทุกอย่าง ขอบใจมากนะลูกที่ยังเห็นแก่หน้าพ่อแม่”

นางเพ็ญทิพย์เข้ามากอดลูกสาวไว้ ส่งยิ้มโล่งอกให้สามีที่มีสีหน้าดีขึ้น ขอเพียงดารากานต์ยอมรับปาก เรื่องอนาคตค่อยว่ากันอีกที

หลังจากตกปากรับคำเป็นเจ้าสาวแทนน้องสาว วันรุ่งขึ้นทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็พากันมาปรึกษาหารือเรื่องนี้ นั่นทำให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำมะลอได้เจอหน้ากัน ดารากานต์ขอตัวคุยกับอัคนีเพียงลำพังเพื่อตกลงกันก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่แผนวาห์กำมะลอเพื่อกู้หน้าให้สองตระกูล

“นี่คุณอัคนี ที่ฉันยอมแต่งงานกับคุณแทนยายดาวเพราะเห็นแก่ชื่อเสียงของพ่อแม่ฉันและพ่อแม่คุณ ดังนั้นเราต้องตกลงกันก่อน” ดารากานต์เป็นคนตรงๆ จึงไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

“ก็ว่ามาสิครับคุณดาว ผมรอฟังอยู่”

อัคนียิ้มรับด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ในสวนหลังบ้าน ท่าทางดูไม่มีกังวลกับเรื่องนี้สักนิด เหมือนเขาไม่ได้สนใจว่าจะแต่งงานกับใครไม่ว่าจะเป็นพี่สาวหรือน้องสาว ทำเอาคนคุยด้วยรู้สึกไม่พอใจเล็กๆ แต่จำต้องข่มความรู้สึกนั้นไว้ เจรจาความให้รู้เรื่อง

“เราจะ...” แก้มนวลร้อนวูบขึ้นมาเมื่อต้องเอ่ยเรื่องสำคัญ “เราจะแต่งงานแต่กันในนาม พอพ้นคืนแต่งไปก็ต่างคนต่างอยู่”

“อืม... เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของเราเขาตกลงกันแล้ว”

เขายกยิ้มมุมปาก มองหน้าของเธอด้วยสายตาพราวระยับ ราวกับขบขันกับท่าทีกังวลเกินเหตุของเจ้าสาวตัวแทน

“รู้แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ แต่ฉันมีเรื่องคุยกับคุณเรื่องยายเดือนด้วย”

ดารากานต์ หลบสายตาคมวาวของอีกฝ่าย รู้สึกหายใจติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายอะไรหน้าหล่อคมเข้มดวงตาคมกริบเหมือนเพชร แค่เผลอไปสบตาด้วยเธอก็แทบจะเข่าอ่อน หล่อบาดตาแบบนี้ทำไมถึงไม่มีแฟนแล้วยังยอมแต่งงานแบบคลุมถุงชนอีก มันน่าจะมีอะไรผิดปกติสักอย่าง หญิงสาวอดนึกในแง่ร้ายไม่ได้

“ว่ามาครับ ผมรอฟังอยู่”

เขาพูดประโยคเดิมอีก ขยับกาย นั่งตัวตรง ท่าทีตั้งอกตั้งใจ แต่สายตาคมๆ ของเขาไม่ละจากดวงหน้างามของเธอ

ดารากานต์สูดลมหายใจแรงๆ ลดสายตาลงมองแผงอกของเขาแทนใบหน้า เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากความควบคุม เจอผู้ชายมาก็เยอะไม่เคยใจเต้นแรงหรือประหม่าเขินอายแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมดันมาตกม้าตายกับเจ้าบ่าวของน้องสาวได้

“ถ้ายายเดือนกลับมา คุณจะแต่งงานกับยายเดือนอีกไหม”

เธอถามเขาเสียงเบา แม้ตาจะไม่มองสบตาเขาแต่หัวใจก็ดันเต้นแรงเมื่อเปลี่ยนมามองแผงอกหนาที่ลอดผ่านกระดุมเสื้อของเขาแทน คนอะไร หล่อไม่พอยังล่ำบึกชนิดนายแบบชิดซ้าย ผู้ชายที่มีรูปร่างแบบนี้ได้ต้องขยันออกกำลังกายสม่ำเสมอ ท่าทางของเขาดูบึกบึนแข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศจนคนมองโพรงจมูกร้อนผ่าวขึ้นมา ต้องเปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่อื่นเกร็งเลือดกำเดาจะพุ่งเพราะหุ่นทรมานสายตานั้น

“เรื่องของผมกับคุณเดือนจบลงแล้วตั้งแต่เธอหนีไป ผมไม่อยากบังคับคนที่ไม่เต็มใจหรอกครับ” เขาบอกเสียงเข้ม

“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”

ดารากานต์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รู้สึกดีกับชายหนุ่มที่เขาเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่คิด

“ฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าสาวกำมะลอของคุณ ไม่ให้คุณเสียชื่อเสียง”

คำสัญญานั้นทำให้ดารากานต์มาเดินเคียงข้างอัคนี สุริยะกุลในวันนี้ เธอถอนหายใจแรงปัดความคิดกังวลใจทิ้งไป ตั้งหน้าตั้งตาฉีกยิ้มเดินเคียงคู่กับเขาทักทายแขกเหรื่อในงานต่อไป

“นี่คุณ จะหนีออกจากห้องหอ ตั้งแต่คืนแรกเลยหรือไง”

อัคนีเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นเจ้าสาวหมาดๆ ของเขาทำท่าย่องออกนอกห้อง งานวิวาห์เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อยงดงาม พิธีส่งตัวเข้าหอก็ทำครบถ้วน พ่อญาติผู้ใหญ่ออกไปกันหมดเจ้าบ่าวอย่างเขาก็เข้าไปอาบน้ำ พอออกมาก็เห็นเจ้าสาวของเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ๊ตแบบผู้หญิงสีขาว กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องหอไป

“ฉันไม่ได้หนี แต่ฉันจะกลับบ้านฉันย่ะ”

ดารากานต์หันมามองหน้า เจ้าบ่าวของเธอตาเขียวปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึม ทั้งๆ ที่ในใจประหม่าขัดเขินเหลือคณา ตั้งแต่เกิดมาโตเป็นสาวเธอไม่เคยร่วมห้องกับผู้ชายมาก่อน

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

วิวาห์หวานรัก
วิวาห์หวานรัก
วิวาห์หวานรัก นวนิยายแนว romance stories เมื่อพรหมลิขิตชักนำให้พิมพ์นาราต้องใช้ชีวิตคู่กับกันต์อย่างไม่ตั้งใจ แม้เธอจะขี้งอนและกังวลในรูปร่างของตนเอง แต่ความอบอุ่นและการเอาใจใส่ของเขาก็ทำให้ความสัมพันธ์นี้เริ่มเปลี่ยนไป ติดตามเรื่องราวใน modern novel เลิศรสที่เต็มไปด้วยความละมุนและน่ารัก
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
อลิสหลุดมาอยู่ในร่างหลิวตานพร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วยใน ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1 นิยายแนว fantasy ผสม LitRPG ที่เธอต้องใช้พลังธาตุเร่งโตและระบบสุดเพี้ยนเพื่อพาครอบครัวหนีจากการกดขี่สู่ความมั่งคั่งใน adventure ครั้งใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่ นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวในสไตล์ modern ที่เต็มไปด้วยความลับและการทรยศ เมื่อความปรารถนาส่วนตัวนำไปสู่ความสัมพันธ์ต้องห้ามกับลูกเลี้ยงทั้งสามคน ค้นพบจุดจบของเกมกามารมณ์ใน romance novel เรื่องนี้ผ่านการอ่าน books online free online ได้ที่นี่
บำบัดรักแฟนเพื่อน
บำบัดรักแฟนเพื่อน
แสนดี นักศึกษาผู้มุ่งมั่นเรียนจิตเวชเพื่อช่วยเพื่อนรัก กลับต้องเผชิญภารกิจท้าทายในการรักษาอาการป่วยทางจิตของหมอปืน แฟนหนุ่มของเพื่อนเธอเอง ในนิยายแนว modern romance เรื่อง บำบัดรักแฟนเพื่อน ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการตัดสินใจครั้งสำคัญ อ่านนิยาย romance novel และติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นได้แล้ววันนี้
อสูรเสน่หา
อสูรเสน่หา
เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนใน อสูรเสน่หา นำพา มีนา มาพบกับเจ้านายคนใหม่ผู้เป็นมหาเศรษฐีและพี่ชายของแฟนเก่า เธอต้องรับมือกับความลับที่ซ่อนไว้ท่ามกลางความขัดแย้งในที่ทำงาน ติดตามเรื่องราวใน billionaire romance novels ที่เต็มไปด้วยความกดดันและการตัดสินใจใน modern novel เรื่องนี้
เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก
เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก
เขาเป็นคุณหมอหนุ่มที่หลงรักเด็กสาวข้างบ้านสุดหัวใจ +++ “อาหมอขา” เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของอาหมอผู้แสนใจดี “ขา...” เขื่อนรับคำเสียงหวานไม่ต่างกัน เขาหอมแก้มเด็กน้อยมาหยาฟอดใหญ่ “โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของอาหมอค่ะ” “จริงเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “จริงค่ะ” “สัญญาแล้วนะครับ อาจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาของหยา” +++ “หยาหนาวค่ะอาหมอ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา “เดี๋ยวอาห่มผ้าให้” เขาบอกเสียงนุ่มอย่างเอ็นดู “ไม่ได้หนาวแบบนั้น อาหมอน่ะ...” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเสียงดังครับ ดึกแล้ว” เขาเกรงว่าข้างห้องจะได้ยิน “ทำเบาๆ ค่ะ อยากให้อาหมอกอดหยาแน่นๆ หยาหนาวจริงๆ นะ” เธอซุกตัวเข้าไปหาเขาดึงมากอดแนบอก “ถ้าหนาวขนาดนี้เดี๋ยวอาจะกอดแน่นๆ เลยนะครับ” “ก็กอดสิคะ หยารออาหมอกอดหยาทุกคืนเลยนะ นานๆ จะได้ออกนอกสถานที่สักที” เธอดึงมือของเขามาทาบที่ทรวงอกอวบอิ่ม มือของเขื่อนค่อยๆ ลูบไล้และเคล้นคลึง เธอครางแผ่วๆ กัดปากด้วยความเสียวสยิว “อย่าครางดังนะคนดี” เขากระซิบบอกเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงนั้นเบาๆ “ด้านในไม่มีด่านนะคะ” เธอกระซิบบอกเขา มือบอบางเลื่อนลูบลงไปยังเบื้องล่างของเขา

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
ก่อนวันแต่งงาน เจียงอู้จับได้ว่าคู่หมั้นที่คบกันมาเจ็ดปีอย่างลู่หมิงเซียวแอบนอกใจกับหร่วนซืออวี่ และยังล่วงรู้ว่าทั้งสองวางแผนจะทำร้ายเธอในพิธีแต่งงาน ขณะกำลังตั้งครรภ์ เจียงอู้เสียใจอย่างแสนสาหัส และพบว่าลู่หมิงเซียวต้องการเพียงใช้อำนาจของตระกูลเจียงเป็นบันได อีกทั้งเธอยังถือรายงาน DNA ที่เปิดโปงความสัมพันธ์ลับของทั้งคู่ไว้ในมือ จากนั้นเธอจึงอดทนวางแผนอย่างเงียบ ๆ รวบรวมหลักฐาน และเปิดเผยความจริงกลางงานแต่ง ทำให้ลู่หมิงเซียวกับหร่วนซืออวี่เสื่อมเสียชื่อเสียงจนหมดสิ้น ระหว่างนั้นเจียงอู้ต้องสูญเสียลูกไป แต่ก็ได้พบกับสวี่จิ่งชวน ชายที่แอบรักเธอมานาน สุดท้ายเจียงอู้ก้าวข้ามอดีต และภายใต้การปกป้องของสวี่จิ่งชวน เธอเดินออกจากความมืดมน หนึ่งปีต่อมาทั้งสองจัดพิธีแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน
เอาใจภรรยาเก่า
เอาใจภรรยาเก่า
ทุกคนต่างชมว่า "ผู้จัดการฮั่ว" เป็นแบบอย่างที่ดีเลิศของสามีและเป็นพ่อที่แสนดี จนกระทั่ง "เวินซวีซวี" กลับมาพร้อมลูกชาย ชีวิตความสงบของเขาก็พังทลายลงในทันที เขาเผชิญกับการติดตามแบบไม่ยอมปล่อย เธอประกาศด้วยท่าทีหนักแน่นว่า "ลูกเป็นของฉัน ส่วนฉันต่างหากที่ไม่เอาคุณ"และแล้วเมื่อเขาเห็นเด็กชายสองคนที่หน้าตาเหมือนกับเขาปรากฏตัวขึ้น ในที่สุดเขาก็ยอมจำนน"เริ่มตามหารักเก่า?" แต่เขาต้องรอคิวเท่านั้นแหละ!
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
หลินซือว่าง นักเรียนดีเด่นจากจังหวัดซานเหอ ได้กลับมาพบกับครอบครัวผู้มั่งคั่งที่เมืองจิงอย่างไม่คาดคิด แม้ต้องเผชิญกับการถูกทารุณกรรมจากครอบครัวและการกลั่นแกล้งจากคุณหนูตัวปลอม แต่หล่อนก็ยังคงมุ่งมั่นกับเป้าหมายและทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ หลังจากได้ทะเบียนบ้านของเมืองจิง หล่อนคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อเรียนหนักยิ่งขึ้น ในที่สุด หล่อนได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้วยความสามารถของตนเอง และปูทางไปสู่อนาคตที่สดใส
บทกวีแห่งการรอคอย
บทกวีแห่งการรอคอย
คืนพายุหิมะโหมกระหน่ำ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเซี่ยชิ่นและลูกบังเอิญกลับมาพบกับรักแรกเมิ่งเซิงอีกครั้ง 7 ปีก่อน เธออยากปกป้องเมิ่งเซิงกับน้องสาวไม่ให้ถูกพ่อแท้ ๆ รีดไถเงิน เธอจำใจขายบ้านแล้วนำเงินไปบีบบังคับให้พ่อใจร้ายคนนั้นถอยไป แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักเงิน ทิ้งเมิ่งเซิงเพราะความยากจน ตอนนี้ เมิ่งเซิงก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ ได้เห็นความลำบากของเซี่ยชิ่นที่ต้องทำงานพาร์ตไทม์ในร้านสะดวกซื้อ จากความคิดอยากแก้แค้น ค่อย ๆ กลายเป็นการค้นพบความจริง เมื่อเซี่ยชิ่นถูกตัวร้ายอย่างโจวเยียนหรานกลั่นแกล้ง จนถงถงลูกชายของเธอตาบอด เมิ่งเซิงยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องสองแม่ลูก ท้ายที่สุด ทั้งสองร่วมกันเปิดโปงแผนร้าย ท่ามกลางพายุหิมะในฤดูหนาวครั้งที่ 7 พวกเขาได้กลับมายืนเคียงข้างกัน เยียวยาวัยเยาว์ที่แตกสลายของกันและกัน
คุณแม่ขาโหดพาลูกๆ ไปร่ำรวย
คุณแม่ขาโหดพาลูกๆ ไปร่ำรวย
ฉินเจียวหนูเดิมทีเป็นสายลับระดับสูงของประเทศหัวกั๋ว ในภารกิจครั้งหนึ่งถูกศัตรูทำร้ายบาดเจ็บ ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย้อนเวลากลับไปในสมัยโบราณ ร่างเดิมไม่เพียงแต่ชอบเล่นการพนัน แล้วยังคิดจะขายลูกสาวแสนสวยสี่คนเพื่อใช้หนี้ ทั้งยังลงไม้ลงมือดุด่าลูกเขยคนโต เพื่อสานสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับพวกลูกสาว ฉินเจียวหนูปราบคนทวงหนี้ที่มาทำร้ายลูกสาว เธอฆ่าเสือมือเปล่าเอาเงินมาใช้หนี้ ซื้อผ้า ซื้อรองเท้า ซื้อข้าวและแป้ง การกระทำของฉินเจียวหนูทำให้เหล่าลูกสาวค่อย ๆ ยอมรับและเชื่อในตัวฉินเจียวหนู ฉินเจียวหนูนำพาเหล่าลูกสาวและลูกเขยเดินไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น
บัลลังก์นี้ข้าขอทวงคืน
บัลลังก์นี้ข้าขอทวงคืน
องค์หญิงเฟิ่งหนีหวงแห่งราชวงศ์ต้าเซิ่ง แกว่งดาบขี่ม้าสวมเกราะออกรบป้องกันดินแดนเป็นเวลาสิบปี เพื่อช่วยให้พี่ชายได้ครองบัลลังก์อย่างมั่นคง ในขณะที่นางเอาชนะชนเผ่าชวนหรงได้ กลับได้ข่าวว่าบุตรสาวตนเองถูกหมิ่นเกียรติและบังคับให้ไปเป็นอนุ และทั้งหมดนี้ก็เป็นแผนการของสามีและพี่ชายของนาง เมื่อฟ่งหนีหวงรู้ความจริงก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น จนหย่าขาดกับสามี และจัดการบรรดาชายชั่วทั้งหลาย ต่อมานางต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายผู้ไร้ซึ่งคุณธรรม โง่เขลาเบาปัญญาที่ต้องการฆ่านาง เฟิ่งหนีหวงจึงไม่สนับสนุนเขาอีก และตัดสินใจแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างและบัลลังก์ที่เขาหวงแหน พร้อมก้าวไปสู่หนทางการครองบัลลังก์เสียเอง