Logo
ชายานอกนาม
ชายานอกนาม

ชายานอกนาม

by J.P
793 ตอน
จบแล้ว
เยี่ยหลีต้องการเพียงความสงบหลังถูกแย่งคู่หมั้น ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อฝ่าบาทประทานสมรสให้เธอกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้มีข่าวลือว่าพิการและดวงกินเมีย เธอต้องเผชิญหน้ากับความตายที่อาจมาถึง แต่กลับพบว่าสวามีนั้นแสนอ่อนโยนและเก่งกาจผิดคาด เธอจึงต้องไขความลับของเขาเพื่อเอาชีวิตรอด

เรื่องย่อ ชายานอกนาม

ชีวิตของคุณหนูสามเยี่ยหลีพลิกผันเมื่อน้องสาวต่างมารดาทรยศจนต้องถอนหมั้นกับอ๋องรูปงาม ความหวังที่จะอยู่อย่างสงบจบลงเมื่อมีราชโองการสายฟ้าแลบในสามวัน บังคับให้เธอแต่งงานกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องที่ถูกตราหน้าว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนอดีตชายาสองคนตายปริศนา ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่จวนอ๋อง เยี่ยหลีกลับสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความสามารถอันล้นเหลือของสวามี ซึ่งขัดแย้งกับข่าวลือที่ชาวเมืองเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง ปริศนาที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังบุรุษผู้นี้มีวี่แววว่าจะลึกล้ำกว่าที่ทุกคนคาดเดา
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ชายานอกนาม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 ปฏิเสธการแต่งงาน? พระราชทานสมรส?

“คุณหนู คุณหนูเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”

ภายในสวนที่มีต้นไม้ประปรายและเงียบสงบ หญิงสาวในชุดสีเขียวอ่อนพุ่งตัวเข้าไปในห้องราวกับลมหอบ รวดเร็วเสียจนทำให้กังสดาลที่ห้อยอยู่ข้างประตูส่งเสียงดังกรุ๊งกริ้งขึ้น

ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าหรูหรานั้น มีหญิงสาวร่างสะโอดสะองน่าหลงใหลนั่งหันหน้าเข้าหาหน้าต่างที่เปิดอยู่ครึ่งบาน เข็มและด้ายในมือไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเพราะคนที่เข้ามารบกวนเลยแม้แต่น้อย รอจนเด็กสาวคนนั้นหยุดหอบแล้วจึงค่อยวางงานในมือลง หันมาถามเสียงกลั้วหัวเราะว่า “เรื่องอะไรกันที่ทำให้เจ้าเอะอะโวยวายเช่นนี้”

หญิงสาวหน้าตางดงามเกลี้ยงเกลา สายตาเฉียบคมขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนแอ นางสวมชุดเรียบง่าย ผมยาวสลวยปักปิ่นหยกเพียงอันเดียวรวบไว้ง่ายๆ หากมีผู้ใดมาเห็นเข้าคงยากจะเชื่อว่านางคือคุณหนูบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนเจ้ากรม

“คุณหนู! คุณหนูยังมีอารมณ์มานั่งเย็บปักถักร้อยอยู่อีก ท่านรู้หรือไม่เจ้าคะ...ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านอ๋องปฏิเสธที่จะแต่งงานกับท่าน!” เด็กสาวดึงผ้าปักในมือนางออกพร้อมกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ ตั้งแต่หลีอ๋องปฏิเสธการแต่งงานกับคุณหนูของนางเมื่อสามวันก่อน นางก็ร้อนใจจนไฟแทบจะลุกท่วมอยู่แล้ว แต่คุณหนูของนางกลับคล้ายทองไม่รู้ร้อน ประหนึ่งมิใช่เรื่องของตนเช่นนั้น

“ชิงซวง ท่านอ๋องถอนหมั้นข้าตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว เจ้าเพิ่งจะมาร้อนใจเอายามนี้ ไม่รู้สึกช้าไปหน่อยหรือ” เยี่ยหลีมองสาวใช้คนสนิทด้วยความขบขัน และไม่ถือสาเรื่องที่นางเสียมารยาทกับตน

“คุณหนู!” ชิงซวงถลึงตามองคุณหนูของนาง “บ่าวไม่ได้ร้อนใจด้วยเรื่องท่านอ๋องเสียหน่อยเจ้าค่ะ” คุณหนูเองยังไม่สนใจเรื่องหลีอ๋องเลยแล้วนางจะสนใจไปไย เพียงแต่... “โอ๊ย คุณหนู ฮ่องเต้พระราชทานสมรสแก่ท่านอีกแล้ว! นายท่านให้มาเชิญคุณหนูออกไปรับราชโองการประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

“พระราชทานสมรสอีกแล้วหรือ” เยี่ยหลีประหลาดใจยิ่งนักจนเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เดิมคิดว่าเมื่อหลีอ๋องถอนหมั้นไปแล้ว ตนจะได้อยู่อย่างสงบสักสองสามปีเสียอีก เพราะถึงอย่างไรคนสมัยนี้ก็มีน้อยนักที่ยินดีจะแต่งงานกับหญิงที่เคยถูกถอนหมั้นมาแล้ว

“ตระกูลเราเป็นเพียงเจ้ากรมเท่านั้น เหตุใดฮ่องเต้จึงใส่พระทัยเพียงนี้” สามวันก่อนเพิ่งถูกถอนหมั้น สามวันให้หลังก็พระราชทานสมรสให้อีก จะว่าฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับจวนเจ้ากรมดี หรือจะว่าชะตาไม่ต้องกันกับบุรุษที่ต้องแต่งงานกับนางดี

ชิงซวงโกรธจนหูตาแดงไปหมด เอ่ยด้วยความเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “คราวนี้เป็นท่านติ้งอ๋องเจ้าค่ะ! ต้องเป็นเพราะคุณหนูใหญ่เพ็ดทูลฮ่องเต้เป็นแน่ นางชอบรังแกคุณหนูมานับแต่เล็กแล้ว นี่ถึงกับ...ถึงกับให้คุณหนูแต่งงานกับท่านติ้งอ๋อง ฮือๆ...”

เยี่ยหลีมองสาวใช้คนสนิทของตนอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี สาวน้อยขี้แยผู้นี้ช่างมีนิสัยขัดกับชื่อชิงซวงเสียจริง “เอาละ ถ้อยคำเช่นนี้อย่าได้พูดสุ่มสี่สุ่มห้าข้างนอกเชียว ไปเถิด ออกไปรับราชโองการกัน”

ห้องโถงจวนตระกูลเยี่ย

“ด้วยโองการฟ้า ฮ่องเต้มีรับสั่งว่าคุณหนูตระกูลเยี่ย นามเยี่ยหลี มีความฉลาดหลักแหลม ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจรรยาซึ่งเป็นคุณสมบัติของคู่ชีวิตที่ดี จึงพระราชทานสมรสกับติ้งอ๋อง นามม่อซิวเหยา ดำรงตำแหน่งพระชายาเอก โดยให้เลือกวันฤกษ์งามยามดีในการจัดงาน จบราชโองการ”

    สมาชิกตระกูลเยี่ยขานรับขอบพระทัยในพระเมตตาอย่างพร้อมเพรียง ขันทีที่มาทำหน้าที่ประกาศราชโองการยื่นราชโองการให้เยี่ยหลี แล้วกล่าวกับนางด้วยเสียงปนหัวเราะว่า “ยินดีด้วยเยี่ยฮูหยิน ยินดีด้วยคุณหนูเยี่ย”

เยี่ยหลีรับราชโองการพลางฝืนยิ้มให้ขันทีท่าทางเป็นปกติ แม้จะรู้สึกขัดหูกับน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนั้นก็ตาม “ขอบคุณท่านกงกงมากเจ้าค่ะ ลำบากท่านกงกงแล้ว”

ขันทีผู้นั้นเหลือบมองเยี่ยหลีด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ด้วยตนได้ยินมาว่าคุณหนูสามซึ่งเป็นบุตรีของอดีตฮูหยินใหญ่ตระกูลเยี่ยนั้นเป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวงว่าเป็นคุณหนูที่บกพร่องด้วยคุณสมบัติสามประการ นั่นคือบกพร่องด้วยความสามารถ บกพร่องด้วยรูปลักษณ์ และบกพร่องด้วยคุณธรรม

ครั้นได้มาเห็นหญิงสาวตรงหน้าด้วยตาตนเองแล้ว ถึงจะไม่งดงามหมดจดช่นเยี่ยเจาอี๋[1]ที่อยู่ในวังหลวง และเทียบไม่ได้กับคุณหนูสี่ตระกูลเยี่ยที่ได้ชื่อว่าสะคราญโฉมเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นสาวงามที่หาได้ยากคนหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีกิริยาอ่อนช้อย การพูดการจาดูมีท่ามีทางดีเสียด้วย นางคล้ายกับที่เยี่ยเจาอี๋บอกไว้เสียที่ใดว่าเป็นคนไม่รู้กาลเทศะ ไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด

แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของคนตระกูลเยี่ยที่ดูมีความสุขบนความทุกข์ของคุณหนูผู้นี้อย่างยากที่จะปกปิดไว้ได้แล้ว ก็ทำให้ขันทีผู้นี้แจ้งแก่ใจโดยพลัน แม้ในใจจะนึกสงสารคุณหนูเยี่ยผู้นี้อยู่บ้าง แต่เรื่องเช่นนี้ก็หาใช่เรื่องที่ขันทีคนหนึ่งอย่างตนจะเข้าไปยุ่มย่ามได้ จึงกล่าวเพียงว่ามิบังอาจ แล้วขอตัวจากมา

นายหญิงของตระกูลเยี่ยเรียกให้พ่อบ้านออกไปส่งแขกด้วยตนเองที่หน้าประตูอย่างให้เกียรติ ก่อนหันมาปรายตามองเยี่ยหลี แสร้งใช้น้ำเสียงเอื้อเอ็นดูกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “โชคดีจริงที่ฮ่องเต้ทรงพระปรีชาสามารถ จึงพระราชทานสมรสที่ดีเยี่ยงนี้แก่ลูกสามอีกครั้ง มิเช่นนั้น...” มิเช่นนั้นแล้วหญิงสาวที่เคยถูกปฏิเสธการแต่งงานมาแล้วไยจะมีโอกาสได้แต่งงานอีกเล่า

สีหน้าของเยี่ยหลียังคงเป็นปกติ แต่ในใจหัวเราะเยาะว่างานแต่งดีๆ หรือ คงคิดว่าคนที่ไม่ชอบออกไปไหนมาไหนอย่างนางจะไม่รู้อะไรกับเขาเลยสินะ

ติ้งอ๋อง นามม่อซิวเหยาผู้นี้ เมื่ออายุได้สิบแปดปีประสบเหตุร้ายแรงจนเสียโฉมและขาพิการทั้งสองข้าง นับแต่นั้นมาจึงได้แต่นอนป่วยเรื้อรังอยู่บนเตียง ก่อนหน้านี้เคยแต่งงานมีพระชายาเอกแล้วถึงสองคน คนแรกแต่งงานเข้าไปยังไม่ถึงครึ่งเดือนก็มีเหตุให้ตกน้ำตาย ส่วนอีกคน ตกกลางคืนนางหวาดผวากับแสงเทียนในห้องหอจนตกใจตายไปอีกคน มีข่าวลือว่าเพราะนางเห็นความอัปลักษณ์ของติ้งอ๋องจึงตกใจตายไปเสียอย่างนั้น ถ้าไม่เพราะเหตุนี้แล้วจะมีเหตุอันใดที่ทำให้บุรุษที่มีฐานะสูงส่งอย่างติ้งอ๋องจวบจนอายุยี่สิบห้าปีเข้าไปแล้วก็ยังไม่มีพระชายาเอกเป็นตัวเป็นตนอีกเล่า

“ฮูหยินกล่าวถูกแล้ว ถึงอย่างไรท่านอ๋องก็เป็นถึงซื่อสี[2] อ๋องที่มียศขั้นหนึ่ง นับได้ว่าหลีเอ๋อร์ได้รับเกียรติยิ่งแล้วเจ้าค่ะ”

สีหน้าของนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเยี่ยแข็งขึ้นเล็กน้อย หันมองเยี่ยหลีทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “เมื่อเจ้ารู้เช่นนี้แล้ว ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแต่งงานเถิด อย่าให้ขายหน้าจวนเจ้ากรมของเราได้ อีกไม่นานน้องสี่ของเจ้าก็จะแต่งออกไปเช่นกัน ในจวนคงวุ่นวายน่าดู”

“รู้แล้วเจ้าค่ะ ข้าทำให้ฮูหยินต้องกังวลใจแล้ว”

“ข้าเป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเยี่ย เป็นธรรมดาที่ข้าต้องเป็นห่วงเป็นใยเรื่องเหล่านี้” นายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเยี่ยกล่าว ครั้นเห็นสีหน้าของเยี่ยหลียังคงนิ่งไม่เปลี่ยน นางจึงส่งเสียงเหอะเบาๆ แล้วเดินจากไป

เยี่ยหลีลอบยิ้มพลางมองนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเยี่ยเดินจากไป เพียงยักคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้กล่าวอะไร

แม้นางจะเป็นคุณหนูบุตรีภรรยาเอกของตระกูลเยี่ย แต่ก็มิใช่บุตรีคนโตที่เกิดจากหวังซื่อ[3]**** ฮูหยินใหญ่คนปัจจุบัน แต่เป็นบุตรีคนโตที่เกิดจากสวีซื่อ ฮูหยินใหญ่คนก่อนของเจ้ากรมเยี่ย สวีซื่อเกิดในตระกูลที่เต็มไปด้วยบัณฑิต ครั้นให้กำเนิดเยี่ยหลี สุขภาพร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เจ้ากรมเยี่ยเดิมทีมีใจรักหวังซื่อ ฮูหยินรองที่แต่งเข้ามาก่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอาศัยจังหวะที่สวีซื่อป่วยหนักยกอำนาจในจวนทั้งหมดให้หวังซื่อ จนเมื่อเยี่ยหลีอายุได้เจ็ดขวบ สวีซื่อก็ได้จากโลกนี้ไปและในช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้เยี่ยหลีเติบโตมาเป็นเยี่ยหลีอย่างทุกวันนี้

ภายหลังหวังซื่อเลื่อนมาเป็นภรรยาเอก ด้วยเกรงว่าคนจะครหาว่าตนปฏิบัติต่อบุตรีของฮูหยินคนก่อนอย่างไร้ความเมตตา จึงไม่กล้าโหดร้ายกับนางมากนัก แต่แน่นอนว่าหนีไม่พ้นที่จะคอยหาวิธีกลั่นแกล้งสร้างความลำบากให้นางเป็นครั้งคราวอยู่บ่อยไป แต่ทุกครั้งความไม่มีปากไม่มีเสียงของเยี่ยหลีก็ทำให้ทุกอย่าง...คลี่คลายไปเอง แต่นั่นยิ่งทำให้หวังซื่อไม่ชอบหน้านางเข้าไปใหญ่

“พี่สาม ยินดีกับท่านด้วย”

ลับหลังหวังซื่อไม่เท่าไร สาวๆ ตระกูลเยี่ยที่ยังไม่ถึงวัยออกเรือนสามสี่คนก็เข้ามารุมล้อมนางทันที ใบหน้าที่แสร้งเข้ามาแสดงความยินดีกับนางนั้นซ่อนความสมเพชเวทนาและดูมีความสุขบนความทุกข์ของนาง

คนที่เปิดปากเอ่ยคนแรกคือคุณหนูหก นามเยี่ยหลิน นางเป็นบุตรีที่เกิดจากอนุ แต่ไหนแต่ไรมาชอบติดตามคลุกคลีอยู่กับลูกๆ ของหวังซื่อ และคอยหาเรื่องเยี่ยหลีเพื่อเอาใจบรรดาบุตรีของหวังซื่ออยู่บ่อยครั้ง เยี่ยหลีไม่อยากจะถือสาหาความอะไรกับนาง คิดเสียว่านี่เป็นแค่วิธีการเอาตัวรอดของบุตรีที่เกิดจากอนุเท่านั้น ขอเพียงอย่าให้มากเกินไป นางเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับเด็กที่เพิ่งอายุสิบขวบหรอก

“พี่สามมีเรื่องอะไรที่น่ายินดีกัน นางต้องแต่งงานกับท่านติ้งอ๋องนะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ท่านอ๋องผู้นั้นทั้งพิการทั้งอัปลักษณ์ ซ้ำยังทำให้พระชายาของตนตกใจตายอีก ผู้ใดเลยจะรู้ว่าพระชายาคนแรกที่ตายไปอาจเป็นท่านอ๋องเองที่ทำให้นางตายก็เป็นได้ พวกเราสมควรยินดีกับพี่สี่ถึงจะถูก อีกเดือนเดียวพี่สี่ก็จะได้เป็นพระชายาหลีอ๋องแล้ว” คุณหนูห้า เยี่ยซานเอ่ยเพื่อเอาใจเยี่ยอิ๋ง คุณหนูสี่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง แต่ในนัยน์ตากลับฉายแววอิจฉาริษยาที่มิอาจซ่อนเร้นได้

แน่นอนว่าเยี่ยอิ๋งมีรูปโฉมงดงามสมคำเล่าลือว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง คิ้วโก่งดั่งใบหลิว นัยน์ตาใสประหนึ่งน้ำในฤดูใบไม้ร่วง รูปลักษณ์ที่งดงามดั่งหยกไม่มีส่วนใดไม่เปล่งประกายความงดงามออกมา กิริยาท่าทางทุกอย่างล้วนอ่อนช้อย สง่างาม น่าทะนุถนอม แต่ความงดงามอ่อนช้อยเช่นนี้สำหรับเยี่ยหลีที่พบเห็นสาวงามมานับไม่ถ้วนแล้ว ถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะทำให้นางตกตะลึง

“ทุกคนต่างเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น จะมายินดีไม่ยินดีอะไรกัน อีกหน่อยท่านแม่จะต้องช่วยเลือกชายหนุ่มที่ถูกใจให้น้องห้าและน้องหกเช่นกัน” เยี่ยอิ๋งพูดเสียงเบา น้ำเสียงของนางไพเราะรื่นหู กิริยาท่าทางงดงามล้วนทำให้นางดูน่าหลงใหล เมื่อเห็นว่าทุกคนยังคงรู้สึกอิจฉา จึงรีบเสริมต่อว่า “พี่สาม เรื่องท่านหลีอ๋อง...ข้าต้องขอให้พี่อภัยให้ข้าด้วย” ดวงตาสุกใสมองเยี่ยหลีอย่างขอโทษ

เยี่ยหลีหัวเราะอย่างใจกว้าง เอ่ยกับเยี่ยอิ๋งว่า “ไม่เป็นไรหรอก คงเพราะข้าและท่านอ๋องไร้วาสนาต่อกัน ถึงอย่างไรเรื่องชายหนุ่มเพียงคนเดียวก็มิอาจทำลายความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเราได้หรอกจริงหรือไม่”

เยี่ยอิ๋งแปลกใจมากที่ไม่เห็นปฏิกิริยาตามที่นางคาดการณ์ไว้ ทำให้นางขัดใจมากทีเดียว แต่ที่ทำให้นางผิดหวังที่สุดคือ เดิมทีคิดว่าข่าวที่เยี่ยหลีถูกปฏิเสธการแต่งงานเมื่อสามวันก่อนจะทำให้นางเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน แต่ที่ไหนได้พี่สามของนางนิ่งเงียบอยู่เพียงครู่แล้วเอ่ยเพียงว่าข้ารู้แล้ว ก่อนเดินกลับเข้าเรือนตัวเองไปเสียอย่างนั้น วันนี้ได้พบหน้าอีกครั้งก็ไม่เห็นว่านางจะมีอาการเสียอกเสียใจเลยแม้แต่น้อย หลีอ๋องเป็นชายหนุ่มในฝันที่เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วเมืองหลวงเชียวนะ นางไม่เชื่อจริงๆ ว่าพี่สามจะไม่รู้สึกอะไร!

เพียงแวบเดียวเท่านั้น สีหน้านางก็เปลี่ยนเป็นยิ้มด้วยความเขินอาย “ข้ารู้ว่าพี่สามเอ็นดูข้าที่สุด อีกหน่อยถ้าพี่สามมีเรื่องลำบากอะไรก็ไปหาอิ๋งเอ๋อร์ที่ตำหนักหลีอ๋องได้เจ้าค่ะ”

เยี่ยหลีตอบรับน้อยๆ นางไม่อยากสนใจสีหน้าได้ใจที่ยากจะซ่อนไว้ของเยี่ยอิ๋งอีก จึงเอ่ยลาพี่น้องที่จ้องจะหาโอกาสสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้นางจนแทบจะอดใจไม่ไหว แล้วเดินจากมา

เยี่ยหลีพาชิงซวงค่อยๆ เดินกลับไปทางเรือนพักของตนเอง ตลอดทางชิงซวงเอาแต่บ่นอุบบ่นอิบว่า “คุณหนูสี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ทั้งๆ ที่นางเป็นคนแย่งท่านอ๋องไปแท้ๆ แต่กลับทำมาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!”

เยี่ยหลีหมุนตัวกลับมายิ้มให้นาง “เอาน่า ถ้าผู้ใดมาได้ยินเข้า ระวังเจ้าจะเจ็บตัว จะแต่งงานกับท่านหลีอ๋องหรือท่านติ้งอ๋อง ข้าก็ไม่อะไรเลยจริงๆ”

“จะไม่อะไรได้อย่างไรกันเจ้าคะ!” ชิงซวงจ้องนางเขม็ง “ท่านหลีอ๋องได้ชื่อว่าเป็นชายหนุ่มที่สง่างามที่สุดแห่งเมืองหลวง เป็นพระอนุชาร่วมอุทรของฮ่องเต้เชียวนะเจ้าคะ ผู้ใดก็รู้กันทั้งนั้นว่าท่านติ้งอ๋องขาพิการทั้งสองข้าง ทั้งยังเสียโฉมแล้วยังป่วยด้วย...ฮือ...” เมื่อคิดได้ว่าติ้งอ๋องจะต้องมาเป็นสามีของคุณหนูตนแล้ว ชิงซวงจึงใช้ความพยายามอย่างมากในการกลืนคำว่าไร้สมรรถภาพกลับลงไป

“เช่นนั้นแล้วอย่างไร” เยี่ยหลีเลิกคิ้วถาม มองชิงซวงด้วยความขบขัน “หรือเจ้าเห็นว่าท่านหลีอ๋องหน้าตาหล่อเหลา เลยอยากแต่งออกไปกับข้าด้วยเผื่อได้เป็นภรรยาของเขาอีกคน”

จะหน้าตาหล่อเหลาหรือไม่ เยี่ยหลีไม่สนใจ ถึงแม้คู่หมั้นคนก่อนของนางจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในยอดชายงามแห่งเมืองหลวงก็ตาม แต่นิสัยของม่อจิ่งหลีคงไม่ดีไปกว่าติ้งอ๋องเป็นแน่ ข่าวเรื่องม่อจิ่งหลีกับเยี่ยอิ๋งคบหาดูใจกันนั้นมิใช่ว่าไม่เคยผ่านเข้าหูนางมาก่อน แต่ม่อจิ่งหลีกลับรอจนใกล้จะถึงวันแต่งงานเข้าไปทุกทีแล้วค่อยคิดและจงใจปฏิเสธการแต่งงาน ก็สมควรจะต้องไตร่ตรองแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้...การที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ตนที่เพิ่งถูกปฏิเสธมาหมาดๆ นั้น ก็มีเรื่องให้น่าขบคิดเช่นกัน บอกว่านางเป็นผู้มีความฉลาดหลักแหลม ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจรรยาซึ่งเป็นคุณสมบัติของคู่ชีวิตที่ดี...ในเมืองหลวงนี้มีผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าคุณหนูสามตระกูลเยี่ยขึ้นชื่อเรื่องหน้าตาอัปลักษณ์ อ่อนด้อยด้วยความสามารถ ทั้งยังขาดคุณสมบัติของกุลสตรีที่ดี หรือจะหมายความว่านางที่ขาดคุณสมบัติทั้งสามประการนี้เหมาะสมกันดีแล้วกับติ้งอ๋องที่ก็ไร้สมรรถภาพทั้งปวงกันนะ

“คุณหนู!” ชิงซวงหน้าแดง กระทืบเท้าเร่าๆ พร้อมบอกว่า “บ่าวไม่เอาด้วยหรอกเจ้าค่ะ! บ่าว ชิงซวงยอมแต่งงานกับบ่าวรับใช้ แต่จะไม่ยอมเป็นอนุผู้ใดเด็ดขาดเจ้าค่ะ” ที่สำคัญที่สุดคือนางจะไม่ยอมเป็นอนุของคนที่เป็นสามีของคุณหนูนางแน่นอน

มารดาของชิงซวงแต่เดิมเป็นภรรยาบ่าวของเจ้านายตระกูลหนึ่ง ครั้นบิดาของนางด่วนจากไป นางและมารดาก็ถูกภรรยาหลวงขับไล่ออกจากตระกูล ต้องเร่ร่อนอยู่ตามถนน ภายหลังมารดาของนางป่วยตาย นางเองก็เกือบถูกจับไปขายในหอนางโลม ดีที่ได้คุณหนูซื้อเอาไว้ ซ้ำยังตั้งชื่อชิงซวงให้อีกและคอยสอนนางจนอ่านออกเขียนได้ ชิงซวงมิใช่คนลืมบุญคุณใคร บุญคุณนี้ต่อให้ตายนางก็ไม่ลืม

เมื่อเห็นสาวใช้ของตนร้อนใจถึงเพียงนั้น เยี่ยหลีก็อดขำไม่ได้ “เอาน่า ข้าล้อเล่นหน่อยไม่ได้เชียวหรือ”

“คุณหนูก็...”

[1] เจาอี๋ ตำแหน่งสูงสุดของพระสนมเอกในฮ่องเต้ มีความหมายว่า ผู้งามเลิศยิ่ง

[2] ซื่อสี หมายถึง ตำแหน่งที่สามารถสืบทอดทางสายเลือดได้ ในที่นี้ ซื่อสีอ๋อง หมายถึง ตำแหน่งอ๋องที่สามารถสืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกได้

[3] ซื่อ ใช้ต่อหลังนามสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
theluna
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ไอ้เสือ-ของผม
ไอ้เสือ-ของผม
เขาต้องหอบลูกหนีจากกรงทองของมาเฟียใจร้ายที่มอบเพียงการทรยศและความรุนแรง เพื่อเป้าหมายเดียวคือการสร้างชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย ทว่าอดีตที่บอบช้ำยังคงเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ จนกระทั่งโชคชะตานำพานายแบบหนุ่มชื่อดังเข้ามาสั่นคลอนหัวใจ เขาต้องก้าวข้ามความกลัวและปกป้องลูกน้อย เพื่อไขว่คว้าความสุขที่แท้จริง
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน
GUN : ความรัก หัวใจ ไกปืน เรื่องราวของอธิเมศร์ที่ต้องเหนี่ยวไกปืนปกป้องณชาณัธฐ์จากอันตรายในฐานะบอดี้การ์ดและคนรัก พบกับ romance novel แนว modern ที่เต็มไปด้วยภารกิจเสี่ยงตายและการตัดสินใจครั้งสำคัญ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีเพื่อติดตามบทสรุปของความรักที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ปราชัยในสงครามต้องกลายเป็นของรางวัลแก่ ไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรใน แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์) นิยาย fantasy romance ที่เล่าถึงการชิงไหวชิงพริบในฐานะเชลยศักดิ์ เมื่อศึกรบจบลงแต่ศึกรักเพิ่งเริ่มต้น ท่ามกลางบรรยากาศ fiction fantasy romance books ที่น่าติดตาม
ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
หวังฉิงชวนหลุดมิติมาอยู่ในร่างท่านหญิงหยางเฉียนเฉียนเพื่อค้นหาความจริงในอดีตและพิสูจน์ ตำนานรักองค์ชายจอมโจร ท่ามกลางภารกิจเอาชีวิตรอดในยุคจ้านกว๋อ เธอต้องเลือกระหว่างโชคชะตากับหัวใจใน fantasy romance novel เรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและวาสนาที่ผูกพันกับองค์ชายเฉินคัง
เขาจมฉัน ฉันเผาโลกของเขา
เขาจมฉัน ฉันเผาโลกของเขา
ในนิยาย modern เรื่อง เขาจมฉัน ฉันเผาโลกของเขา เมื่ออคินคนรักหักหลังด้วยการกักขังเธอไว้ในโลกเสมือน LitRPG เพื่อเสวยสุขกับหญิงอื่นและทำลายชื่อเสียงเธอจนย่อยยับ เธอจึงกลับมาทวงคืนความยุติธรรมและทำลายอาณาจักรของเขาให้สิ้นซาก อ่านนิยายออนไลน์แนวแก้แค้นสุดเข้มข้นได้ที่นี่
ราชามังกรออกจากคุก
ราชามังกรออกจากคุก
หลังติดคุกสี่ปีเพื่อรับผิดแทนคู่หมั้น ราชามังกรออกจากคุก มาพร้อมวิชาการต่อสู้และการแพทย์ขั้นสูงเพื่อล้างแค้นศัตรูที่ใส่ร้ายและอดีตคนรักที่ทรยศ ท่ามกลางแผนการอันดุเดือดใน modern novel เรื่องนี้ เขายังต้องเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องลูกสาวที่ซ่อนอยู่ อ่านนิยายออนไลน์แนว action romance ที่เข้มข้นที่สุดได้แล้ววันนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

จอมนางเขย่าบัลลังก์
จอมนางเขย่าบัลลังก์
ซ่งหรูอี้เข้าไปอยู่ในวังหลวงมาสิบกว่าปี ในที่สุดก็จะได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแล้ว แต่เพียงเพราะฮ่องเต้ทรงเหลือบมองโดยไม่ตั้งใจ จึงถูกฉุนกุ้ยเฟยอิจฉา กล้อนผม ตัดนิ้ว ควักลูกตา และปาดคอฆ่านางทิ้ง น้องสาวของซ่งหรูอี้เฝ้ารอนางกลับมาด้วยความยินดี แต่กลับคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะได้ร่างที่ไร้วิญญาณกลับมาแทน ซ่งจืออี้จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่วังหลวงเพื่อแก้แค้น ดำเนินแผนร้ายทุกวิธี แต่หลังจากเปิดโปงความผิดของฉุนกุ้ยเฟยได้แล้ว กลับพบว่าฆาตกรที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่สาวคือคนอื่น......
[พากย์เสียง] เมื่อฉันถูกมาเฟียลักพาตัว
[พากย์เสียง] เมื่อฉันถูกมาเฟียลักพาตัว
เมื่อถูกแฟนหนุ่มขายให้ไปเป็นเจ้าสาวตามสัญญาของเจ้าพ่อมาเฟียอย่างวินเชนโซ ไวโอเล็ตจึงวางแผนหลบหนี แต่แล้วเธอกลับได้ค้นพบด้านอ่อนโยนของวินเชนโซที่เป็นของเธอคนเดียว เมื่ออันตรายมาเยือน วินเชนโซช่วยไวโอเล็ตไว้จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้เธอแต่งงานกับเขาด้วยหน้าที่และสำนึกในบุญคุณ แต่ในวันพิธีแต่งงาน กลับเกิดแผนลอบสังหารขึ้น
เมื่อรักใหม่มาเยือน
เมื่อรักใหม่มาเยือน
ซ่งโหย่วหนิงได้เห็นการทรยศที่ย่ำแย่ที่สุดจากสามี เฟิงหานโจว และเขายังพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "คุณคลอดไม่ได้ แต่ตระกูลเฟิงก็ไม่อาจขาดสายเลือดสืบทอด" คืนนั้นเอง เธอได้โทรหาหมายเลขที่ไม่มีใครกล้าติดต่อ และตัดสินใจแต่งงานใหม่กับชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหนานเฉิง หลังได้เจอกันอีกครั้งในวันแต่งงานของเธอ เฟิงหานโจวกลับปรากฏดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมคุกเข่าต่อหน้าเธอ "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ขอเพียงคุณมองผมอีกสักครั้งเถอะ" แต่ซ่งโหย่วหนิงกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ล้มเข้าไปในอ้อมกอดของชายที่อยู่ข้างหลังพอดี เฟิงเยี่ยนผู้ได้รับฉายานามว่า "ท่านยม" กอดเอวของเธอไว้แน่น พร้อมเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา "ดูเหมือนนายลืมไปแล้วว่า ตอนนี้สามีของเธอคือผม"
[พากย์เสียง] แรงรักแรงแค้น
[พากย์เสียง] แรงรักแรงแค้น
กู้เหลียงซิงแพทย์อัจฉริยะผู้ตกหลุมมีความรักจนสมองกลับ หลังแต่งงานถูกทั้งบ้านและสาวที่เกาะสามีเธอทำร้าย สามีชั่วและหญิงเลวทำร้ายเธอจนถึงตาย ทว่าเธอได้รู้ความจริงก่อนจะตาย เธอจึงตายจากพร้อมความเกลียดชัง แต่เธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง กู้เหลียงชิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกลิ่นอายของราชินีผู้แข็งแกร่ง เธอเอาความสามารถที่เคยโยนทิ้งไปกลับมาใหม่ เปลี่ยนไพ่ที่แย่ที่สุดให้กลายเป็นไพ่สำคัญในการเอาชนะ ภายใต้การแก้แค้นและการปฏิวัติของเธอ ในที่สุดเธอก็ได้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน หนี้เลือดก็ต้องชดใช้ด้วยเลือด!
ชะตารักข้ามภพ
ชะตารักข้ามภพ
ชีวิตที่แล้วลู่อวิ๋นเหมี่ยวทุ่มเททั้งหัวใจให้กับฮ่องเต้ มุ่งมั่นเพื่อจะถูกคัดเลือกเข้าวังจนยอมตัดความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว จนถึงขั้นถอนหมั้นกับเซียวอวิ๋นจิ่ง นางใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ในวังมาตลอดสิบปี จนวันที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา กลับถูกฮ่องเต้ขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่ตำหนักเย็น นางทนความอับอายไม่ไหวจึงปลิดชีวิตตัวเอง ทว่าก่อนที่นางจะสิ้นใจก็ได้เห็นเซียวอวิ๋นจิ่งควบม้ามาด้วยนัยน์ตาแดงกล่ำ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางได้ย้อนกลับมาในวันที่ตัดสัมพันธ์กับเซียวอวิ๋นจิ่ง แต่ครั้งนี้นางเลือกที่จะเป็นเจ้าสาวของเขา ผู้คนต่างมองว่าการแต่งงานครั้งนี้ต้องทำให้นางนั้นทุกข์ระทม แต่นางกลับใช้สติปัญญาอันเฉลียวฉลาด ก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคจนทำให้ทุกคนในตระกูลโหวยอมรับ ลู่อวิ๋นเหมี่ยวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั่งฮ่องเต้หวนกลับมาพัวพันไม่เลิกรา
[พากย์เสียง] ขายบ้านขายรถ ตุนเสบียงสู้หนาว -70℃
[พากย์เสียง] ขายบ้านขายรถ ตุนเสบียงสู้หนาว -70℃
หลังจากหลินหว่านตายอย่างอนาถในวันสิ้นโลกที่หนาวเหน็บสุดขั้วเมื่อชาติที่แล้ว เธอก็ได้เกิดใหม่ย้อนเวลากลับมา 30 วันก่อนภัยพิบัติจะปะทุขึ้น งานนี้ไม่เหมือนพล็อตพลังวิเศษหรือมีมิติเก็บของทั่ว ๆ ไปหรอกนะ เพราะครอบครัวหลินทั้งสามคนพ่อแม่ลูกพากันเกิดใหม่ยกบ้าน แถมยังไม่มีไอเทมโกงพลังเหนือธรรมชาติอะไรเลยสักนิด พวกเขาอาศัยความทรงจำจากชาติที่แล้ว ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเทขายทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อระดมเงินสดห้าสิบล้าน แล้วก็งัดเอาความรู้ด้านวิศวกรรมของพ่อมาสร้างห้องใต้ดินหลบภัยระดับท็อปที่สร้างขึ้นตามหลักฟิสิกส์เป๊ะ ๆ เพื่อเอาชีวิตรอดให้จงได้