ตอน 1
ปลายม่านที่สั่งตัดพิเศษสุดหรู แกว่งไปมาอย่างรุนแรง มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งยื่นออกมา ราวกับไม่รู้จะวางไว้ที่ใด ทว่ากับถูกมือเรียวใหญ่ข้างหนึ่ง ที่แลเห็นข้อต่อกระดูกอย่างชัดเจน กดทับไว้อย่างแนบแน่นบนหน้าต่าง
นี่เป็นครั้งที่สี่แล้ว
ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะระบายความกลัดกลุ้ม จากการเดินทางไปเจรจาธุรกิจตลอดทั้งสัปดาห์ออกมาจนหมด
จนกระทั่งเมิ่งชิงหนิงขาสั่นร้องไห้อ้อนวอน ชายหนุ่มถึงได้รีบจัดการเธออย่างรวดเร็ว
หลังจากเสร็จสิ้น ความอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ ชายหนุ่มหัวใจเต้นอย่างแรง เสทือนถึงแผ่นหลัง ส่งผลให้หัวใจเจ็บแปลบ
จูบเบา ๆ พรมลงบนซอกคอที่แสนจะสยิ่วยังคงไม่จางหาย
นำพามาซึ่งอาการขนลุกซู่ซ่า
“ไหวไหม?”
น้ำเสียงแหบแห้งของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเสน่หา
เธอหันข้างแล้วเกี่ยวคอของอีกฝ่ายไว้
แสงไฟภายนอกยามค่ำคืนส่องปะทะลงบนใบหน้าของชายหนุ่มอ่อน ๆ
แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่ ดูเหมือนจำนนให้กับความรักอันลึกซึ้ง
ทว่าเธอรู้ดีว่าหัวใจของชายหนุ่ม
เย็นซะยิ่งกว่าลมของภูเขาน้ำแข็งซะอีก
“พรุ่งนี้ฉันจะไปนัดบอด”
“อืม”
ชายหนุ่มตอบรับออกมาเบา ๆ อย่างไม่แยแส
ริมฝีปากบางกดจูบกลีบปากบางของเธอ
มือใหญ่ของเขาเกี่ยวเอวเล็ก ๆ ของเธอไว้และเตรียมจะทำต่อ
เธอรู้สึกทุกข์ระทมจับใจ
เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด... เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ร่างกายที่ถูกปลุกเร้าสั่นสะท้านขึ้นมาเบา ๆ อีกครั้ง
เธอกัดริมฝีปากหอบหายใจ
“ถ้าเหมาะสม ฉันจะตอบตกลง”
การกระทำของชายหนุ่มหยุดลง
แววตาที่ลุ่มลึกเป็นประกายอย่างเย็นเยือก
“อยากแต่งงานเหรอ?”
“ผ่านสิ้นปีไป ฉันก็อายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ไม่อยากเสียเวลาอีก”
เธอพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ช้อนสายตาลงขนตาปิดบังแววตาของเธอไว้
ไม่ทันมองเห็นริมฝีปากบาง ๆ ของชายหนุ่มที่ยกยิ้มขึ้นอย่างได้รูป
เขาผละตัวออกไปอย่างไร้เยื่อใย หลังจากนั้นเพียงชั่วขณะไฟในห้องก็สว่างไสว
เธอตื่นตระหนกเล็กน้อยจับกระโปรงที่ขาดหวิ่งมาปิดหน้าอกไว้
ชายหนุ่มนั่งอยู่ริมขอบเตียงพลางจุดบุหรี่มวนนึง
กางเกงสแล็คสีดำอยู่ในสภาพสมบูรณ์ กระดุมบนเสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดออกสามเม็ด
ทำให้คนทั้งคนแลดูราวกับปีศาจแต่กลับเซ็กซี่เย้ายวน
สายตาของเธอมองทอดไปยังนิ้วเรียวที่คีบบุหรี่อยู่ของเขา แหวนหมั้นสุดหรูทำให้ห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนนั่นดูน่าขำอย่างหาที่สุดไม่ได้
สามปีก่อน เธอเพิ่งได้รับเลื่อนให้เป็นเลขา เธอเดินทางไปเจรจาธุรกิจกับฟู่หนานเซียว ในห้องพักของโรงแรม ชายหนุ่มกดเธอลงบนเตียง
เธอไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากที่นัวเนียกันมาทั้งคืน ชายหนุ่มก็บีบคางเธอ พลางพูดขึ้นมาประโยคนึง “ลีลาไม่เลวหนิ” ก็เลยเป็นที่มาของการพัวพันกันมาตลอดสามปี
กลางวันเป็นเลขา กลางคืนเป็นคู่นอน
การแอบรักมาตั้งแต่วัยเรียน ทำให้เธอสมยอม
แต่เขากำลังจะแต่งงานแล้ว เธอไม่อยากให้ความรักลับ ๆ ที่ไม่มีใครรู้นั้นต้องจบลงที่ตัวเองกลายเป็นเมียน้อย
ในเมื่อไปต่อไม่ได้ เธอเลยอยากเป็นคนจากไปเอง
ละสายตากลับ เธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าของตน
ทุกครั้งที่มา เธอมักจะเอาเสื้อผ้าสำรองมาด้วย
เธอไม่มีสิทธิ์ค้างคืนที่นี่ และก็ไม่มีสิทธิ์ยืนข้าง ๆ ผู้ชายคนนี้เช่นกัน
ข้อมือขาวนวลที่เหยียดออกไป โดนคบจับไว้ ใจของเธอนั้นแน่นขึ้นมา
“มาต่ออีกครั้ง”
ชายหนุ่มกล่าวจบ ครั้งนี้เขาทรมานซะจนเธอเกือบตาย
เมื่อเสร็จ ชายหนุ่มก็โน้มตัวลงเชยคางเธอขึ้นอีกครั้ง
“นัดบอดพรุ่งนี้ ยกเลิกซะ”
เธอไม่มีแรงแล้ว กำนิ้วเขาไว้อย่างอ่อนแรง
พลางพูดประโยคที่กล้าหาญที่สุดในรอบสามปีออกมา
“งั้นคุณไม่แต่งงานได้ไหม?”
ต่อให้ไม่มีสถานะอะไรก็ไม่ขอเป็นเมียน้อย
เธอยินดีที่จะอยู่ข้างเขาไปจนตาย
สีหน้าของฟู่หนานเซียวหยุดชะงักไปหนึ่งวินาที
จู่ ๆ เขาก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
มันแฝงไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ไม่อาจต้านทานได้
แววตาข้างในที่เยือกเย็น ทว่ากลับสามารถทำให้คนแข็งตายได้
“เธอล้ำเส้นแล้วนะ”
ประโยคนี้ทำลายความหวังทั้งหมดของเธอลงอย่างสิ้นเชิง
เธอรู้มานานแล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางรักเธอ
เธอขมวดคิ้ว เลียนแบบท่าทางของเขา หัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณฟู่ คุณจะไม่อนุมัติการลาก็ได้นะคะ วันหยุดประจำปีของฉัน มีผลตามกฎหมาย”
นิ้วที่บีบคางเธออยู่กระชับขึ้นมา เธอเจ็บจนต้องขมวดคิ้ว
ทว่าไม่อยากอ่อนข้ออีกต่อไป
ดวงตาสี่ดวงจ้องประสานกัน สีหน้าของฟู่หนานเซียวนั้นดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
แต่เขากลับไม่ได้โกรธอะไร
สำหรับเขา กระต่ายตัวน้อยที่แสนเชื่อง เขาจะจับตอนไหนก็ได้
เขาขี้เกียจเลี้ยงพวกที่ชอบแว้งกัด
“กินยา เก็บของให้เรียบร้อย”
เขาปล่อยเธอไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ตอนที่ออกมาอีกครั้ง ห้องก็กลับสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว
มีบัตรเอทีเอ็มที่เขามอบให้ผู้หญิงคนนั้น เมื่อสามปีที่แล้ว วางอยู่บนเตียง
สามปีที่ผ่านมานี้ อีกฝ่ายไม่ได้แตะต้องมันเลย
ตอน 2
เขานึกถึงเสน่ห์ของหญิสาวตอนอยู่ใต้ตัวเขา ใจนั้นรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งผ่านไปมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
...
เก้าโมงเช้า
ที่ร้านกาแฟ เฉิงชี
นี่ไม่ใช่การนัดบอดครั้งแรกของเมิ่งชิงหนิง แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เธออยากจะมานัดบอดจริง ๆ
อีกฝ่ายอายุสามสิบหกปี หน้าตาดี เป็นนักเรียนนอกที่เพิ่งกลับมา เขาทำงานเป็นวิศวกรระดับสูงในบริษัทอิเล็กโทรนิคแห่งหนึ่ง
เนื่องจากอาชีพของเขาเลยทำให้เขาเป็นคนเงียบ ๆ และพูดน้อย
ตลอดการนัดบอด เมิ่งชิงหนิงเป็นคนเอ่ยเองมาทั้งหมด
สินสอด บ้าน รถยนต์ ทุกอย่างที่หลิ่วเหมย แม่ของเธอขอมานั้น อีกฝ่ายต่างก็ตอบตกลง
ทุกอย่างมันอยู่เหนือความคาดหมาย เธอหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้ เธอรู้สึกแย่ไปหมด มันทั้งอึดอัด ทั้งรู้สึกหวิว ๆ
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องวันนี้ ก่อนที่เธอจะออกมาจากบ้าน หลิ่วเหมยทำตัวเป็นแม่ที่แสนดี ไปส่งน้องชายของเธอที่เพิ่งขึ้นชั้นป.ห้า ก่อนจะปิดประตูลง อีกฝ่ายได้กำชับเธอว่า เวลานัดบอดนั้นต้องระวังอะไร ต้องเรียกร้องเงื่อนไขอะไรบ้าง สุดท้ายก็บอกว่าการแต่งงานนั้นมันดีแค่ไหน
ครั้งนี้เธอต้องขอสินสอดให้มาก ๆ ถึงจะเพียงพอต่อค่าเล่าเรียนของน้องชายในอนาคต และจะทำให้ชีวิตของเธอมีความสุข
ดูเหมือนแม่ของเธอจะลืมไป แม่เธอแต่งงานมาแล้วหกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถรักษาสถานะครอบครัวเอาไว้ได้
เมื่อสองปีก่อน จู่ ๆ แม่ของเธอก็บุกเข้ามาในบ้านเก่าที่ยายของเธอทิ้งไว้พร้อมกับเด็กอายุสิบขวบ แม่ของเธอนั่งลงกับพื้นร้องห่มร้องไห้ ก่อนจะบังคับให้ลูกสาวที่ตัวเองทิ้งไปกว่าสิบปี มาเลี้ยงดูตัวเองกับเด็กผู้ชายคนนั้น
บางครั้งเมิ่งชิงหนิงก็คิดว่า ถ้าเธอจำหลิ่วเหมยไม่ได้ เธอก็อาจจะไม่ต้องยอมรับแม่คนนี้ได้จริงมั้ย
แต่ความจริงนั้นไม่มีคำว่าถ้า
เหมือนกับเธอที่เกิดมามีฐานะไม่ดี ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่เหมาะสมกับคุณชายใหญ่แห่งตระกูลฟู่ ผู้สูงส่งที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดได้เลย
จู่ ๆ ฉินเจิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอก็ลุกขึ้นยืน มองข้ามหลังเธอไปด้วยท่าทางน้อบน้อม
“คุณฟู่ บังเอิญจังเลยนะครับ”
กลิ่นไม้จันทน์หอมที่คุ้นเคยโชยมา แผ่นหลังของเมิ่งชิงหนิงนั้นรู้สึกแน่นขึ้นมาทันที พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาเย็นชาคู่หนึ่งเข้า ใจนั้นแทบจะหยุดเต้นไปทันที
ทำไมฟู่หนานเซียวถึงมาที่นี่ได้?
เขาไม่เคยดื่มกาแฟข้างนอกมาก่อน เธอเป็นคนบดกาแฟทุกแก้วด้วยตัวเอง
“อืม สวัสดีครับ”
ฟู่หนานเซียวละสายตาออก ก่อนจะพยักหน้าเรียบ ๆ และเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์
ท่าทางนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้จักฉินเจิง
ทว่าฉินเจิงกลับรู้สึกตื่นเต้นมาก พูดถึงวารสารเรื่องหนึ่งที่ฟู่หนานเซียวตีพิมพ์ตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ความรู้สึกชื่นชมพลางอิจฉาในความสามารถของอีกฝ่ายอย่างเอ่อล้น ทำให้เมิ้งชิงหนิงอึดอัดมาก สายตาที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกมองไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่าย เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน
อีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์ เสียงทุ้มลึกของเขาให้ความรู้สึกอ่อนโยน
“อืม คุณชอบก็ดีแล้ว อีกเดี๋ยวเจอกัน”
เขาหิ้วชานมมะพร้าวที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ดื่มมาหนึ่งแก้ว ตอนที่จากไปก็ไม่ได้หันกลับมามองเลย
คนที่สามารถทำให้ฟู่หนานเซียวมาซื้อเองได้นั้นต้องเป็นคู่หมั้นของเขาแน่ ๆ
เมิ่งชิงหนิงรู้สึกปวดใจมาก ตอนหลังนั้นเธอไม่ได้ฟังเลยว่าฉินเจิงพูดอะไรอีก
ในตอนสุดท้าย ฉินเจิงพอใจเธอมาก เธอเลยตอบตกลงว่าจะลองดู
แต่จู่ ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทว่ามีเรื่องด่วน พอขอโทษเธอสองสามคำก็นัดเวลาที่จะมาเจอกันครั้งต่อไป ถึงได้ขับรถจากไป
เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอไม่ได้กินข้าวในตอนเช้าและดื่มกาแฟมากเกินไปรึป่าว ทันทีที่เธอขึ้นแท็กซี่ ท้องของเธอก็เริ่มปั่นป่วน เธอพยายามอดทนอยู่นานแต่ก็ยังอยากจะอ้วกอยู่ดี
“โชเฟอร์ รบกวนช่วยจอดรถทีค่ะ...”
ยังไม่ได้ทันพูดจบเธอก็พะอืดพะอม รีบดึงถุงขยะออกมา
คนขับรถยื่นซองบ๊วยให้ “เวลาท้องแรก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ภรรยาของผมแพ้ท้องหนักมากต้องกินอะไรเปรี้ยว ๆ เพื่อแก้ เดี๋ยวพอผ่านสี่เดือนแรกไปก็กินนอนได้ตามปกติแล้ว”
เธอถึงกับตกใจกับคำพูดนี้ทันที หัวของเธอคำนวณรอบเดือน และก็พบว่ามันมาช้าไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เป็นไปไม่ได้ เธอกินยาทุกครั้ง...
ความจำนั้นชะงักไปทันที
สามสัปดาห์ก่อน ฟู่หนานเซียวมีสังสรรค์ตอนเย็น ลากเธอไปมีอะไรในรถสองครั้งโดยไม่ได้ป้องกัน
ตอนแรกเธอกำลังจะไปซื้อยา แต่เธอกลับได้รับโทรศัพท์จากหลิ่วเหมยว่าไปเล่นพนัน แล้วโดนคนยึดโทรศัพท์ไป เธอโกรธมากเลยลืมกินยา ตอนที่นึกขึ้นมาได้ก็เลยเวลาไปแล้ว
เธอค่อย ๆ เอามือวางลงบนท้องน้อย
จะไม่บังเอิญไปหรอกนะ เพิ่งจะนัดบอดเสร็จ เธอก็ท้อง?
ตอน 3
บริเวณทางเดินแผนกสูตินารีของโรงพยาบาลกลาง เมิ่งชิงหนิงหยิบแบบฟอร์มลงทะเบียนและไปเข้าคิว
พอเลี้ยวออกมาจากมุมก็เจอคนรู้จักเข้า
บรรยากาศเสียงดังเซ็งแซ่
คนผ่านไปผ่านมา
แต่แค่แวบตาเดียวเธอก็มองออก
ไหล่กว้างเอวเล็กทำให้ชุดสูทสั่งตัดพิเศษเหมาะพอดีตัวแลดูได้ทรงยิ่งขึ้น
ผู้ชายคนนั้นหยิบแก้วชานมมะพร้าวที่เขาเพิ่งซื้อมาให้ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ
คัฟลิ้งค์เพชรสะท้อนแสง บาดตาสะจนคนรู้สึกใจหวิว
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ทรวงอก
แต่กลับอยากจะทรมานตัวเองเพื่อจะดูว่าผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ฟู่หนานเซียวหน้าตาเป็นยังไง
และตอนนั้นผู้ชายคนนั้นหันหน้ามา
ดวงตาสี่ดวงก็บรรจบกัน
ระยะห่างออกไปกว่าสิบเมตร ดวงตาสีดำคู่นั้นเป็นประกายเย็นเยือกอย่างไม่พอใจ
เธอรีบกระตุกมุมปาก ราวกับมารยาทที่บังเอิญ ท้องใส่ที่ปั่นป่วนได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว แล้วอาเจียนออกมาอย่างหมดไส้หมดพุ่ง
ขณะที่สายตากวาดผ่าน เธอก็เหลือบไปเห็นป้าที่ติดไว้ว่า “ห้องวางแผนการมีบุตร”
คงน่าจะมาตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานแน่ ๆ เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ ฟู่หนานเซียวกลับมาด้วยตัวเอง
เธอนึกถึงชานมมะพร้าวแก้วนั้น และยิ้มออกมาเบา ๆ อย่างขมขื่น
มีใจจริง ๆ สินะ
เธออยู่กับเขามาสามปีแล้ว เกรงว่าเขานั้นคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกินอะไร
ไม่อยากพัวพันอีกต่อไป เธอพยายามระงับความรู้สึกไม่สบายไว้ หยิบทิชชู่ออกมาเช็ด จัดการอะไรเรียบร้อยแล้วถึงออกมาจากห้องน้ำ
ขณะที่เปิดประตูออก กลับอึ้งไปทันทีที่เห็นฟู่หนานเซียวยืนอยู่ที่อ่างล้างมือ นิ้วของเขาคีบบุหรี่อยู่ จุดไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว คิ้วสวย ๆ นั้นขมวดแน่นเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบกลิ่นที่นี่
หรือว่าคู่หมั้นของเขาก็อยู่ข้างใน?
ในฐานะคู่ขาที่เหมาะสม เธอก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
แต่ห้องของโรงพยาบาลนั้นค่อนข้างจะเรียบง่าย อ้างล่างมือมีแค่แถวเดียว
เธอต้องทำความสะอาดเลยต้องไปที่นั่น
และตอนที่กำลังลังเลว่าจะเดินไปดีไหมนั้น น้ำเสียงทุ้มลึกแต่เย็นยะเยือกของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมา
“เธอท้องเหรอ?”
เธอมองไปข้างหลังโดยจิตใต้สำนึก ใจนั้นรู้สึกตื่นตระหนกและเจ็บปวด
ผู้ชายคนนั้นเห็นปฏิกิริยาของเธอ แต่เธอกลับหลีกเลี่ยงที่จะตอบ
“ตอบ!”
ขายาว ๆ นั้นใกล้เข้ามา ความกดดันจากส่วนสูงที่แตกต่างกัน และความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ชายคนนั้นทำให้เมิ่งชิงหนิงรู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
เธอมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าเธอท้องจริง ๆ ผู้ชายคนนี้จะต้องกดเธอลงบนเตียงผ่าตัดอย่างไม่ลังเลแน่นอน
เขาไม่มีทางยอมให้คนแบบเธอท้อง และทำลายชีวิตแต่งงานที่เขาแคร์มากไปได้หรอก
ไม่ว่าเขาจะรักคู่หมั้นหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจไปแล้วนั้นไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด
“ป่าวค่ะ !”
เธอไม่มีทางเลือกเลยต้องเงยหน้าขึ้น “ไม่ค่อยสบายท้องเลยมารับยาน่ะค่ะ”
“แผนกระบบทางเดินอาหารไม่ได้อยู่ชั้นนี้”
แววตาเรียวยาวของชายหนุ่มหรี่ลงอย่างเย็นชา มันแฝงไปการข่มขู่ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ
เมิ่งชิงหนิงยิ้มอย่างขมขื่นในใจ
กลัวเธอท้องขนาดนี้เลยเหรอ !
“ลิฟต์ทางนี้คนไม่เยอะ ถ้าคุณฟู่ไม่เชื่อ จะไปตรวจที่แผนกสูติกับฉันก็ได้นะคะ”
เธอมั่นใจว่าฟู่หนานเซียวนั้นไม่มีทางให้ผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่องเธอแน่นอน
อย่างที่คิด แววตาข้างในของชายหนุ่มหวั่นไหว มือที่คืบบุหรี่เชยคางเธอขึ้น นิ้วหัวแม่มือของเขาลูบริมฝีปากซีด ๆ ของเธอ ความร้อนของบุหรี่ที่ยังไม่หมดมวนนั้นยังคงอยู่ข้างหู
“เธอรู้นะว่าการโกหกฉันจะต้องโดนอะไร ทำตัวให้ดี ๆ พรุ่งนี้ยกเลิกวันหยุดซะ”
พอพูดจบ เขาก็ปล่อยเธอไป
ตอนที่เขายกปลายนิ้วออกไปนั้น เมิ่งชิงหนิงได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ใจของเธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง
เธอกับเขามีอะไรกันมานาน เลยรู้ดีว่าฟู่หนานเซียวเกลียดอะไรมากที่สุด เขาไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง แต่ตอนนี้เขากลับปล่อยให้มีกลิ่นติดตัว
ไม่มีอะไรที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่คนที่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ใช่เธอ
“คุณฟู่ ฉันอยากลาออก”
จู่ ๆ เธอก็พึมพำขึ้นมาเบา ๆ
ชายหนุ่มที่ยกเท้าเดินจากไปได้หยุดชะงักลง เหลือบไปมองเธอแวบนึง