Logo
หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2
หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

86 ตอน
จบแล้ว
สานต่อเรื่องราวใน หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2 เมื่อเรย์ยังคงท้าทายอำนาจและปั่นหัวคนใกล้ชิดจนนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ในโลกของ werewolf romance novels พบกับจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการควบคุมและการเอาชนะในนิยายแนว modern novel ที่เข้มข้นกว่าเดิม

เรื่องย่อ หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความอดทนสิ้นสุดลง เรย์ต้องเผชิญหน้ากับคำถามอันดุเดือดจากชายหนุ่มแสนดีที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พี่ชายที่เคยอ่อนโยนกลับตั้งคำถามด้วยความโกรธเคืองว่าการปั่นหัวเขาเล่นนั้นสนุกมากนักใช่ไหม การกระทำที่ท้าทายและดื้อรั้นของเรย์กำลังจะนำไปสู่บทลงโทษที่คาดไม่ถึง เมื่ออีกฝ่ายประกาศเตือนอย่างเด็ดขาดว่าหากยังไม่หยุดพฤติกรรมเดิม ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจรุนแรงจนทำให้เธอต้องหมดเรี่ยวแรงและเสียน้ำตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเกมรักครั้งนี้
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 2

ค่ำคืนแห่งความอันตราย ผมหวาดกลัวและหวาดระแวงเมื่อได้เผชิญหน้ากับแวมไพร์ตัวเป็น ๆ รูปลักษณ์ของมันน่าขยะแขยง เรียวปากแสยะยิ้มน่ากลัวเชือดเฉือนหมายจะฆ่าชีวิตพวกเราสองพ่อลูก ใจของผมสั่นกลัว เพราะกลัวว่าจะสูญเสียคนในครอบครัวไปอีกคนหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานจนเข้าไปในกระดูกผมจดจำมันได้ดี ร่างกายของผมอิดโรย พยายามฝืนดวงตาให้เปิดออกชำเลืองมองดูบาดแผลบนตัว เลือดที่ไหลออกมาจากไหล่ด้านซ้ายมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเลยในตอนนี้ ก่อนจะเลื่อนสายตามองจ้องแผ่นหลังของพ่อที่กำลังขับรถพาผมหนีออกมาจากแวมไพร์กลุ่มนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราปลอดภัยแล้ว แต่จู่ ๆ ภาพของพ่อก็กลายเป็นหมอกสีขาว และตัวผมเองก็สลบไปโดยไม่รู้ตัว

บ้านของเรย์

ผมลืมตาตื่นมาบนเตียงด้วยร่างกายที่ยังเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยไปทั้งตัว ในขณะที่ขยับตัวความรู้สึกเจ็บจี๊ดพลันแล่นขึ้นมาที่บริเวณแขนด้านซ้าย เมื่อมองดูมันจึงเห็นว่าถูกพันด้วยผ้าพันแผลไว้เป็นอย่างดี อาการมึนหัวยังคงไม่หายไป

ดวงตาสีน้ำเงินมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ภาพเลือนรางชัดเจนขึ้น ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยสีดำ ในขณะที่แสงพระอาทิตย์กำลังถูกบดบัง หางตาเล็กหันกลับมาสำรวจรอบห้องก็พบว่ามันคือห้องของเขาเอง เหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันย้ำเตือนถึงอันตราย และทำให้เรย์ร้อนใจรีบดีดตัวลุกจากที่นอน

“เมื่อคืนพวกเราสู้กับแวมไพร์ แล้วนี่มัน...เป็นช่วงดึกของอีกวันแล้วงั้นเหรอ” ผมรีบวิ่งตรงไปที่ห้องของพ่ออย่างไม่ลังเล

“พ่อครับ!” ผมเปิดประตูห้องเข้าไปแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ‘หรือว่าจะอยู่ข้างล่างนะ ที่ห้องครัวงั้นเหรอ’

“พ่ออยู่หรือเปล่า” แม้จะเดินลงมาดูที่ห้องครัวก็ไม่มีวี่แววของพ่ออยู่เลย

“พ่อออกมาเถอะครับ” ผมยังคงวิ่งวนหารอบบ้านเปิดดูห้องนู้นห้องนี้และรับรู้ด้วยตัวเองว่าผมกำลังจะขาดสติ

‘ไปไหนของเขานะ รถก็ยังจอดอยู่นี่นา’

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก แต่ปลายสายไม่มีการตอบรับใด ๆ ทำให้ผมร้อนใจกดโทรหาพ่อซ้ำ ๆ

“ตื่นแล้วงั้นเหรอ” เสียงปริศนาของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากในห้องนั่งเล่น เสียงนั้นทำเอาผมตกใจจนสะดุ้งโหยง น่าแปลกที่มัน...เป็นเสียงที่ผมคุ้นเคย เพียงแต่ไม่ใช่เสียงพ่อของผม!!!

เมื่อผมหมุนตัวไปมองตามเสียงก็ต้องชะงักหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

‘ทำไมถึงเป็นเขาล่ะ เขามาอยู่ในบ้านของผมได้ยังไง!?’

ดวงตาของคนทั้งคู่สบเข้าด้วยกัน เรย์จ้องมองอีกคนด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะคว้าปืนที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นจ่อตรงไปที่เขาด้วยมือที่สั่นระริกจากความกลัว

“นายมาอยู่ที่บ้านของฉันได้ยังไง?” คนร่างสูงเดินเข้าหาคนตัวเล็กทั้งที่ยังไม่ตอบอะไร สีหน้าของเขาเรียบนิ่งจนคนตัวเล็กเดาไม่ถูกว่าคนตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่

“ยะ...อย่าเข้ามา!!!” เรย์ค่อย ๆ ถอยออกห่างจากผู้ชายตรงหน้า

“ฉันไม่ทำอะไรนายหรอก” สองมือของเขายกขึ้นคล้ายเป็นการบอกอีกนัยหนึ่งว่าไม่มีอาวุธ พลางมองจ้องไปที่เรย์ด้วยสายตาไม่ประสงค์ร้าย คนตัวเล็กหลบสายตาจากคนตรงหน้า สิ่งเดียวที่เขาสนใจในตอนนี้คือความปลอดภัยของพ่อ

“เรย์...” คนเสียงทุ้มเรียกชื่อคนตัวเล็กออกมาอย่างแผ่วเบา เขายังคงก้าวเท้ายาวตามเรย์ที่ถอยออกห่างจากตัวเขา

“นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ตอบมา!” เรย์มองชายเส้นผมสีดำสนิทด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ดวงตาสีน้ำเงินจดจ้องอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หางตายกสูงหมายเค้นคำตอบจากคนตรงหน้า

“อยากรู้เรื่องพ่อไม่ใช่เหรอ”

“นายรู้อะไร!”

“ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันจะบอกให้ดี” เรย์มีสายตาที่คาดหวัง คนตัวสูงไม่อยากโกหกเรย์อีกต่อไป เขาคิดเพียงว่าเรย์ควรได้รับรู้ความจริง

“พ่อของนาย...ไม่รอดแล้ว” เพียงคำกล่าวที่นิ่งเรียบ ทำให้เรย์ตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพูดออกมาจนสติแทบหลุดไป

ไม่จริง!!!

ไม่มีทาง!!!

ไอ้หมอนี่!!! มันโกหก!!!

“พูดบ้าอะไรของนายวะ!!!” เรย์สบถใส่หน้าเขา น้ำตาของเรย์เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาสีครามที่บอบช้ำนั้น ตัวสั่นเครือ สายตาเบือนหนีจากคนตรงหน้า ก่อนจะผลักคนตัวสูงให้หลบแล้ววิ่งตรงไปที่ประตูทางออก แน่นอนว่าเรย์ไม่เชื่อในสิ่งที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของเขา

“ไปที่นั่นไม่ได้! อยากถูกฆ่าตายหรือไง!” คนร่างบางขาดสติไปแล้ว ร่างสูงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งตามไป มือหนาคว้ากอดเอวของเรย์ดึงรั้งเข้าหาตัวเขา

ฮึก ฮึก...ฮือ

“ปล่อย!!! อย่ามาจับตัวฉัน อย่ามาขวาง” เรย์ดิ้นและร้องไห้โฮออกมา เขากำลังเสียใจอย่างหนักจนคุมตัวเองไม่อยู่ แต่ด้วยท่าทีของคนร่างสูงที่ไม่ยอมปล่อยเรย์ง่าย ๆ คนตัวเล็กเลยต่อว่าเขาไปอีก

“ปล่อยดิวะ ไอ้เลว! นายเป็นคนของพวกมันสินะลูคัส” คนตัวสูงยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ เรย์ก็กระโดดเหยียบเท้าคนที่กอดจากด้านหลังซ้ำ ๆ ทั้งยังกระทุ้งศอกแหลมเข้าที่หน้าท้องหลายครั้งจนคนตัวสูงต้องยอมปล่อย ทันทีที่ร่างกายหลุดพ้นจากพันธนาการเรย์จึงเร่งฝีเท้าก้าวยาวพยายามคว้าบิดกลอนประตู

“หยุด!!!”

น้ำเสียงที่เย็นชาและดุดันของเขาไม่อาจหยุดการกระทำของเรย์ได้ ดูเหมือนเรย์จะไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกแล้ว และกำลังคลุ้มคลั่ง

“ถ้านายไม่หยุด ฉันจะจูบนาย!!!” ประโยคที่ฟังดูจริงจังดังมาจากข้างหลัง คนร่างสูงจับแขนของคนตัวเล็กกระชากกลับมา

[Talk Lucus]

‘เรย์รู้ว่าผมเป็นแวมไพร์จริงด้วยสินะ แต่ช่างเถอะ เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้วผมเห็นเรย์ปวดใจ ผมเองก็...ปวดร้าว’

ผมรวบกอดเอวของเรย์ดึงเข้าหาตัวและล็อกไว้แน่นกว่าเดิม เรย์ยังคงดิ้นไม่หยุด เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ดวงตาสีน้ำเงินเศร้าหมอง น้ำตาใสไหลออกมาไม่หยุด

ดวงตาคู่นี้เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจซึ่งในตอนนี้มันไม่เหมือนเคย เรย์กำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง เขากำลังกลัว พร้อมทั้งสายตาที่สื่อว่าเขากำลังโกรธแค้น และรังเกียจผม

‘ผมรู้สึกชาไปทั้งตัว ผมทนมองดวงตาที่เผยความรู้สึกทรมานของเรย์...ไม่ไหวแล้วล่ะ’

มือหนายกขึ้นจับท้ายทอยคนตัวเล็กโน้มกอดร่างบาง คนร่างเล็กศีรษะแนบซบกับอกกว้างของเขาทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเราทั้งคู่ดังประสานกันไปมา

“ฮือ...ฮึก นายทำแบบนี้ทำไมลูคัส!!!” มือเรียวยกขึ้นทุบตีคนตรงหน้า

“ฉันไม่ได้อยากทำ” มือใหญ่ยกขึ้นจับล็อกมือเล็กทั้งสองไว้ด้วยมือเดียว เขาพยายามจะอธิบาย

“นายไม่ต้องแสร้งทำเป็นคนดี นายมันตัวอันตราย อยากฆ่าฉันอีกคนก็เอาเลย ฉันไม่เหลือใครแล้วลูคัส!!!” เรย์พ่นประโยคยาวออกมาด้วยความโมโหและเสียใจ คำพูดของเรย์มันเสียดแทงและกัดกินไปจนถึงขั้วหัวใจของผม

ลูคัสมองเรย์ด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาเองก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยชีวิตพ่อของเรย์ได้

คนตัวสูงจับแขนเล็กทั้งสองข้างไว้ในเกาะกุม วางมือเรียวไว้บนแผงอกกว้างที่เสียงของหัวใจเต้นดังออกมา ยิ่งเขาทำแบบนี้ เรย์กลับยิ่งอึดอัดใจ

“ฉันขอโทษ ๆ ๆ” ลูคัสไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ เขาทำได้เพียงขอโทษเรย์ซ้ำ ๆ

“ฮึก ฮือ ปล่อย!!! อย่ามากอดฉัน อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันเกลียดนายลูคัส ฉันเกลียดนาย!!!” คำพูดของเรย์ทำให้ผมเจ็บลึกภายในใจยิ่งกว่าเดิม ผมกลัวว่าเรย์จะเกลียดผมจริง ๆ ผมกลัวว่าความสัมพันธ์ของพวกเราจะเปลี่ยนแปลงไป

“เกลียดฉันมากเลยเหรอ” คำพูดก่อนหน้านั้นของเรย์ทำให้หัวใจของผมแทบแหลกสลาย ผมไร้เรี่ยวแรงจะเอ่ยคำใดออกมา ทำได้เพียงปล่อยเรย์ให้เป็นอิสระ

แววตาของลูคัสเศร้าหมอง นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเรย์ และหวังจะฟังคำตอบที่ไม่เลวร้ายเกินไป

“เออ ฉันโคตรเกลียดนาย ฉันไม่น่ามีเพื่อนแบบนายเลย ไม่ควรไว้ใจนายตั้งแต่แรก นายมันเห็นแก่ตัว! ไปให้พ้น อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เรย์พูดประโยคยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงเศร้าที่เจือไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง ทั้งยังตะโกนไล่ผมให้ออกไปจากบ้านของเขา

‘ฉันไม่เคยอยากเป็นแค่เพื่อนสำหรับนาย...เรย์’ ประโยคที่ลูคัสเปล่งออกมาได้เพียงความคิด สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ความไว้ใจจากเรย์ที่มีต่อผมมลายหายสิ้นไม่เหลือชิ้นดี

[Talk Ray]

ผมขยะแขยงเขามากกว่าเดิม ทั้งที่เขาทำผิดยังกล้าเสนอหน้ามาให้ผมเห็น และผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องพูดประโยคนี้กับเขา แม้ผมจะโกรธเขามากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่กล้าทำร้ายเขา เพราะผมมันอ่อนหัด!

“ไปให้พ้น!!!” เรย์ยังคงพูดออกมาอย่างจริงจังแม้ตัวและเสียงจะสั่นเทาด้วยความโกรธ

ลูคัสถูกเรย์ตะเบ็งเสียงไล่อีกครั้ง เขาจึงเริ่มยอมรับแล้วว่ากำลังถูกรังเกียจ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไป จากใบหน้าที่คล้ายรู้สึกผิดกลับมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ปรากฏอีกครั้ง

“งั้นช่วย...เกลียดฉันให้มากกว่านี้” ทั้งที่พยายามไล่เขา แต่เขากลับกระทำในสิ่งตรงข้าม ลูคัสเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผมกว่าเดิม ผมถอยหลังจนติดเข้ากับกำแพงบ้าน เขาเข้ามาใกล้ผมมากเกินไป แขนยาวของเขาทั้งสองข้างวางขนาบซ้ายขวาบนกำแพงปิดกั้นไม่ให้ผมหลบหนีไปได้

“นะ...นายจะทำอะไร” เรย์พูดเสียงสั่น คนตรงหน้าทั้งน่ากลัวและไม่น่าไว้ใจที่สุด คนร่างบางคิดเพียงว่าถ้าอยู่แบบนี้ต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่

พึ่บ เรย์ตัดสินใจมุดลอดตรงหว่างแขนของคนตัวสูง หมุนตัวหลบออกมา ก่อนจะคว้าปืนลั่นไกใส่ลูคัส

ปัง!!!

ลูกกระสุนถูกปล่อยออกไป แต่เพราะความเร็วของลูคัสทำให้เขาหลบมันได้อย่างหวุดหวิด มือหนาปัดปืนบนมือคนตัวเล็กตกลงพื้น เรย์วิ่งคว้าหยิบปืนขึ้นมาได้ แต่คนร่างสูงก็จับล็อกแขนทั้งสองของคนตัวเล็กเข้ากับกำแพง เรย์พยายามสู้แรงของลูคัสแต่ยังคงติดอยู่ในการควบคุมของเขา

“แรงเยอะดีนะเรย์ ดื้ออีกสิฉันชอบ” เสียงดุเข้มหนักแน่นของลูคัสพร้อมกับแรงกดที่แขนผม ทำเอาเรย์รู้สึกอึดอัด

“พูดบ้าอะไรของนาย ฉันไม่ตลก!!!”

“ฉันก็ไม่ตลก คนเลวแบบฉันก็เหมาะกับการทำเรื่องเลว ๆ อยู่แล้วนี่”

“...”

“ต่อจากนี้นายจะมีฉันอยู่ในใจตลอดเวลา” คนร่างบางสบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาล ดวงตาเล็กสั่นระริกเพราะคำพูดของคนตรงหน้าบอกเขาเป็นนัยแล้วว่าต้องการที่จะทำอะไรบางอย่าง

เพียงชั่วพริบตาคนร่างสูงโน้มใบหน้าหล่อเข้าหาคนร่างเล็กที่แขนทั้งสองยังคงถูกตรึงเข้ากับกำแพง แม้จะอยากขัดขืนแต่ร่างกายกลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

‘คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเลิกเกลียดนายงั้นเหรอ’

สัมผัสเย็นเยือกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่บริเวณมุมปากของคนตัวเล็ก เรย์พยายามเอียงใบหน้าหลบไม่ให้โดนริมฝีปากแต่คนร่างสูงกดร่างของเรย์ไว้แน่นจนคนตัวเล็กขยับออกไม่ได้

“ไม่ต้องเลิกเกลียดหรอก เกลียดฉันให้มากกว่านี้คือสิ่งที่ฉันต้องการ” ลูคัสยกริมฝีปากขึ้น น้ำเสียงเย็นชาถูกเปล่งกระซิบข้างใบหูเล็ก เขาตอบกลับคล้ายว่าอ่านใจของเรย์ได้ พร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์เชือดเฉือนคล้ายจะสังหารเหยื่อก่อนโน้มตัวเข้าหาคนร่างบางอีกครั้ง เรย์ยังคงพยายามหลบสัมผัสจากริมฝีปากหนาเม้มปากไว้สนิทไม่ยอมได้คนร่างสูงได้สัมผัสมัน คนร่างสูงยังไม่หยุดลงมือ เขาเลื่อนตำแหน่งกดริมฝีปากหนาลงบนแก้มขาวเนียนของเรย์อย่างหื่นกระหาย

มันทั้งเย็น ทั้งอึดอัด ผมสู้แรงของเขาไม่ได้เลย เขาไม่ยอมผ่อนแรง ริมฝีปากที่เย็นเฉียบกลับเลื่อนลงมาสัมผัสที่ลำคอของผม ทั้งยังกัดและขบเม้มซ้ำ ๆ หลายจุดจนผมเจ็บ

‘ถ้าผมไม่รีบลงมือ เขาต้องทำมากกว่านี้แน่’

“เจ็บ ปล่อยนะเว้ย!” เรย์ดิ้นไม่หยุดพร้อมทั้งทั้งโวยวายเสียงดัง ขาเรียวยาวพยายามถีบเข้าหาคนข้างหน้าจนคนตัวเล็กหลุดออกมาจากเกาะกุมของเขาได้

[Talk Lucus]

เรย์รังเกียจผมมากจริง ๆ สินะ ถ้าหาก...ผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่เคยทำให้เขาเสียใจ เขาจะปฏิเสธผมหรือเปล่า

ถึงอย่างนั้นผมก็ทำได้แค่เพียงความคิด ผมยอมรับว่าผมเคยคิดทำร้ายเรย์ แต่มันก็ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมรู้สึกไม่อยากสูญเสียเรย์ไป ถ้าผมเลือกได้ ผมก็ไม่อยากที่จะไปจากเรย์ ผมอยากปกป้อง ผมอยากเป็นเพียงคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมอบความสุขให้กับเรย์อย่างที่ใจอยากจะทำ

แต่ความจริงแล้ว...ผมเป็นตัวอันตราย ผมไม่อาจเข้าใกล้ใครได้ผมรู้ตัวดี ทุกอย่างมันผิดที่ผมเอง ความรักจากคนอย่างผม มันผิดที่ผิดเวลา และเรย์คงไม่ต้องการ

‘สุดท้าย...ผมก็เป็นแค่คนที่ไม่เคยได้หัวใจของเขา’

ปัง ปัง ปัง!

เรย์ตั้งสติได้ ตัดสินใจลั่นไกใส่ลูคัส เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ลูคัสก็หายตัวไปแล้ว

“โธ่เว้ยลูคัส ฉันเกลียดนาย ขยะแขยงนาย!!!” เสียงของเรย์ตะโกนร้องลั่นบ้าน รีบเดินไปที่อ่างน้ำ ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและสัมผัสจากลูคัส เรย์รีบล้างสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกทันที ร่างเล็กทรุดตัวลงข้างอ่างน้ำ นั่งชันเข่าฟุบหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

ลูคัสโดนกระสุนเงินของเรย์ ถ้าไม่เจ็บหนัก ก็คงตายไปในที่สุด เรย์ยังคงแสดงความอ่อนไหวและแอบสงสารเขา โทษตัวเองอยู่ภายในใจกับความอ่อนแอของตน

บ้านที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงร้องไห้ของเรย์ และรอยหยดเลือดเปื้อนบนพื้นบ้านส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เรย์พึมพำร้องเรียกหาพ่อ ใบหน้ากลับมาเจือด้วยน้ำตาอีกครั้ง

พ่อครับ พ่ออยู่ที่ไหน~

ฮึก ฮึก~

ฮือ~

บ้านของเจค

ตื้ด ตื้ด~ เจคกดโทรออกหาเรย์หลายต่อหลายครั้ง

“ทำไมเรย์ไม่รับสายเราเลยวะ” ผมรอเรย์ตอบกลับมาทั้งวันแต่เรย์กลับหายเงียบไป ไม่อ่านข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ เขากำลังทำให้ผมกระวนกระวายจนหงุดหงิด คนร่างสูงเดินวนไปวนมารอบห้อง

ปึง! เจคเปิดประตูออกมาจากห้องเสียงดังกระทบกำแพง

เพียงปลายนิ้วคว้าจับกุญแจรถที่แขวนไว้ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากห้องอาหารซึ่งเป็นเสียงของคาร่า

“มึงจะไปไหน”

“มึงอย่าไปเลยเจค พวกกูขอร้อง” ธามพูดอ้อนวอนเจค พร้อมสีหน้าที่คาดหวังว่าเจคจะไม่ทิ้งพวกเขาไป

ผมสบตากับเพื่อนทั้งสอง ผมเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ดี พวกเราเพิ่งสูญเสียรูดี้ไปทำให้พวกเขาทั้งคู่รู้สึกหวาดระแวง และไม่ปลอดภัย ซึ่งผมเองก็เป็นเหมือนหัวหน้าของพวกเขา ตอนนี้คาร่าเองก็บาดเจ็บ และทุกคนต่างเสียใจกับการจากไปของรูดี้ แต่ว่าผม...ก็เป็นห่วงเรย์เหมือนกัน

“โธ่เว้ย!!!” เจคปล่อยหมัดใส่กำแพง เลือดไหลซิบออกมา ตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้อีกแล้ว

19.00น.

ติ๊ง!

“ครับ” ข้อความสั้น ๆ ที่ถูกตอบกลับจากเรย์

ครืด~ ผมรีบกดโทรหาเรย์ทันที

“ฮัลโหลครับ” เรย์พยายามทำเสียงให้เป็นปกติแม้เมื่อเปล่งออกมาแล้วจะฟังดูเศร้ามากก็ตาม

“เรย์หายไปไหนมา ทำไมเพิ่งตอบพี่”

“ผมแค่ไม่สบาย พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับหรอกครับ ยังไงผมก็จะลาหยุดอยู่แล้ว”

“เป็นอะไรมากหรือเปล่า เสียงเหมือน...ร้องไห้” เสียงของเรย์ไม่สดใสเหมือนทุกครั้ง ทำให้เจคสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

“อื้ม แค่นี้ก่อนนะครับ” เรย์กดตัดสายไป นี่เป็นครั้งแรกที่เรย์มีท่าทีแปลกไป

‘ต้องเกิดอะไรขึ้นกับเขาแน่’ เจคใช้ความคิด ความกังวลกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา

ครืด ครืด ครืด~

ผมรีบวางสายจากพี่เจค และปล่อยให้โทรศัพท์โทรออกหาพ่ออัตโนมัติหลายร้อยสาย ไม่มีสักครั้งเลยที่พ่อจะกดรับมัน

“พ่อ รีบกลับมานะครับ ฮึก ฮึก”

“พ่อ ผมรออยู่นะ”

“พ่อ ทำไมไม่รับสายผมเลย”

“ฮึกก พ่อครับ”

“พ่อ ผมจะไม่แกล้งพ่อแล้ว”

“ผมจะไม่ดื้อแล้ว”

“พ่อครับ โกรธอะไรผมอยู่หรือเปล่า กดรับสายเถอะนะครับ”

“พ่อ...ผมคิดถึงพ่อ”

“ไหนบอกจะไม่ทำให้ผมเป็นห่วงไง ฮึก ฮือ”

“ไหนพ่อบอกว่า...จะไม่ทิ้งผมไปอีกคนไง”

“สัญญากันแล้วนี่ครับ”

“พ่อต้องกลับมาหาผมนะ”

“พ่อ...พ่อ...พ่อครับ”

“แม่ครับ ฮือ” เรย์เศร้าเสียใจ ปมในใจของเขากำลังถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง เขากำลังเคว้งคว้างจนเผลอเรียกหาแม่

เรย์นอนหน้าแนบหมอน คำพูดเปล่งเป็นน้ำเสียงที่สั่นเครือกลั่นออกมาจากความรู้สึก ในก้นบึ้งของจิตใจ น้ำตาไหลลงหมอนจนเปียกชื้นพลางมองจ้องโทรศัพท์ และภาวนาให้พ่อกดรับสาย กระทั่งดวงตาปิดลงอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งใจ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ไร่พสุธาล้อมรัก
ไร่พสุธาล้อมรัก
อภิยาต้องชดใช้หนี้แค้นที่ไร่เทียมพสุธาจนได้พบกับพสุธา เจ้าของไร่ผู้ยอมขัดคำสั่งพ่อเพื่อปกป้องความรักที่เธอมอบให้ ร่วมติดตามเรื่องราวใน ไร่พสุธาล้อมรัก นิยาย romance แนว modern novel ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงชีวิต อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่
ทาสสวาทเพลิงอสูร
ทาสสวาทเพลิงอสูร
เควิน นพกิจเกรียงไกร ต้องเผชิญความสูญเสียเมื่อน้องชายตายลงอย่างปริศนา เขาจึงตั้งเป้าหมายจัดการ เพชรน้ำหนึ่ง หญิงสาวที่ถูกตราหน้าว่าใจร้าย ในนิยาย romance เรื่อง ทาสสวาทเพลิงอสูร ท่ามกลางความแค้นและการชิงดีชิงเด่นในครอบครัว modern novel ที่บีบคั้นให้เธอต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่
เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่
ในนิยาย modern เรื่อง เปลวไฟแห่งรุ่งอรุณใหม่ เมื่อภรรยาผู้สูงศักดิ์ใกล้สิ้นใจ แต่สามีกลับสารภาพว่าโหยหาชีวิตกับหญิงสาวชาวประมงที่เขาเคยทิ้งมา การทรยศในลมหายใจสุดท้ายกลายเป็นปมลึกลับใน romance novel ที่สะท้อนผลลัพธ์ของการเลือกและคำสัญญาจอมปลอมที่ไม่อาจแก้ไขได้ในกลับไปแก้ไขได้
ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้โดดเดี่ยวเสียชีวิตแล้วมาเกิดใหม่ในร่าง ฉินเสี่ยวหราน ลูกสาวทหารในปี 1980 เธอต้องใช้ทักษะการออกแบบสร้างตัวในยุคอดีต ท่ามกลางความท้าทายของครอบครัวใหม่ใน modern novel แนว fantasy romance ที่น่าติดตาม อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่ webnovel นี้
เมียสำรองจ้างรัก
เมียสำรองจ้างรัก
นิยายรักสุดเข้มข้น เมื่อ 'มีนา' ถูกแม่สามีขายให้เสี่ยตัณหา หลังคลอดลูกถูกขับไล่ออกจากบ้าน 5 ปีต่อมา เธอกลับมาเป็นพี่เลี้ยงลูกตัวเอง แต่ดันเจอ 'เริงฤทธิ์' ผู้เป็นพ่อของลูก ที่เสนอข้อแก้ตัวสุดโหด... 'มาเป็นนางบำเรอฉันสิ'
หนี้เสน่หาจอมมาร
หนี้เสน่หาจอมมาร
เมื่อความแค้นของอารัญไม่มอดไหม้ไปตามกาลเวลา พรบุหลันจึงต้องกลายเป็นผู้ชดใช้หนี้แค้นแทนมารดาใน หนี้เสน่หาจอมมาร นิยาย romance modern ที่ถ่ายทอดแผนการล่อลวงหญิงสาวผู้แสนซื่อเข้าสู่กองไฟแห่งปรารถนา ท่ามกลางบททดสอบหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างการแก้แค้นหรือยอมสยบให้เสน่หาอันเย้ายวนใน romance stories เรื่องนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

เส้นทางหัวใจ ไร้การบรรจบ
เส้นทางหัวใจ ไร้การบรรจบ
แอบคบกับกัปตันเหวินเสาผู่มา 5 ปี เจียงอวี้ซินยอมเสียโอกาสในการเลื่อนเป็นกัปตัน เพื่อเป็นผู้ช่วยนักบินให้เขามา 5 ปีเต็ม ๆ แต่เมื่อพบว่าเขายังคงตัดไม่ขาดกับแฟนเก่า เธอก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเลิกกับเขา และยื่นเรื่องบินเดี่ยว เพื่อเป็นกัปตันหญิงคนแรกของสายการบินหลานเทียน และเลือกเส้นทางการบินที่ไม่มีวันบรรจบกับเหวินเสาผู่
[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนกะทันหัน มหันตภัยวันสิ้นโลกยุคน้ำแข็ง เข้าปกคลุม พร้อมกับผู้คนจำนวนมากที่กลายร่างเป็นซอมบี้ ในชาติที่แล้ว ฉันรอดชีวิตมาได้เพราะรางวัลถ่านหิน 100 ตันที่จับฉลากได้ในงานเลี้ยงบริษัท แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานจอมมารยาหักหลังและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันย้อนเวลากลับมาในวันงานเลี้ยงวันเดิม ด้วยบทเรียนจากชีวิตก่อน ครั้งนี้ฉันตัดสินใจเลือกรถบ้านอย่างไม่ลังเล และดัดแปลงมันให้กลายเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่สำหรับวันสิ้นโลก แถมยังบังเอิญปลุกระบบรถบ้านขึ้นมาได้ ชาตินี้ ฉันสาบานเลยว่า ฉันจะเป็นผู้รอดชีวิตและหัวเราะเป็นคนสุดท้ายให้ได้
คฤหาสน์สีเลือด
คฤหาสน์สีเลือด
ชิราอิชิ มิซากิ หญิงสาวที่ดูอ่อนแอและถูกรังแกที่โรงเรียน คือสมาชิกคนเดียวที่ "ดูปกติ" ในครอบครัวฆาตกร เมื่อกลุ่มเพื่อนที่รังแกเธอตัดสินใจมา "เยี่ยม" ที่บ้าน พวกเธอก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กับดักมรณะ และกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของบ้านชิราอิชิ
ใครกันแน่ที่แพ้เกมนี้
ใครกันแน่ที่แพ้เกมนี้
ภายในท้องพระโรงของสถาบัน Golden Feather พี่น้องต่างสายเลือดผู้มั่งคั่ง ธัญญ่าและลีโอ แม้ไม่มีสายเลือดเดียวกัน แต่ก็เชื่อมโยงกันด้วยสายสัมพันธ์ของครอบครัว ทั้งสองเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความนิยมและบุคคลผู้โดดเด่นของสถาบันแห่งนี้ เมื่อช่วงวันหยุดสิ้นสุดลง ธัญญ่าผู้เปรียบดังราชินีได้เล็งเป้าหมายไปที่โลจิค ประธานนักเรียนคนใหม่ บุตรชายของประธานาธิบดีแห่งชาติ ในงานราตรีสุดหรู เสน่ห์ที่เธอวางแผนไว้อย่างรอบคอบกลับถูกปฏิเสธด้วยความเย็นชา ธัญญ่าที่ถูกทำร้ายศักดิ์ศรีและโกรธแค้น ได้เดิมพันอย่างบ้าบิ่นกับลีโอ พี่ชายร่วมบ้านจอมเจ้าชู้ที่แอบเข้ามาในห้องนอนของเธอยามค่ำคืน หากลีโอสามารถยั่วและทำลายโลจิค ชายหนุ่มผู้มั่นคงในศีลธรรมและเด็ดเดี่ยวภายในหนึ่งเดือนได้ ทำให้ความเย่อหยิ่งของเขาพังทลายและชื่อเสียงย่อยยับ เธอจะมอบสิ่งที่เขาใฝ่หามานานหลายปีให้ — คือคืนหนึ่งในอ้อมแขนของเธอ ลีโอผู้เสเพล เชื่อว่าความมีเสน่ห์ของเขาสามารถพิชิตใจใครก็ได้ ยกเว้นธัญญ่าผู้เอื้อมไม่ถึง เขารู้ดีว่าการทำให้โลจิคตกหลุมรักเป็นภารกิจที่ยากเย็น แต่ด้วยความมั่นใจอันบ้าบิ่น เขาก็ตอบรับการเดิมพันนั้น พาทุกคนเข้าสู่เกมแห่งการยั่วยวนและการล้างแค้นที่บิดเบี้ยว ทว่าเมื่อครบหนึ่งเดือน ธัญญ่ากลับตระหนักได้อย่างหนาวเยือก — ไม่เพียงแต่เธอจะไม่ได้ล้างแค้นโลจิคอย่างที่ตั้งใจ แต่เธออาจสูญเสียลีโอไปตลอดกาล — พี่ชายผู้ภักดีและอ่อนไหว ที่เธอเคยเล่นเกมอันอันตรายแห่งอำนาจและความรู้สึกด้วยเสมอ เขามอบหัวใจให้กับคนที่เขาควรทำลาย
ท่านหญิงทั้งสวยทั้งแซ่บ รัฐทายาทตามขอวิวาห์
ท่านหญิงทั้งสวยทั้งแซ่บ รัฐทายาทตามขอวิวาห์
หลังจากได้เกิดใหม่ ท่านหญิงก็ลงดาบฟาดแหลกไม่ไว้หน้าใคร เว่ยฝูกลับมาจากการเกิดใหม่ เป้าหมายแรกคือเหยียบพวกสารเลวให้จมดิน หย่าขาด และปกป้องตระกูลของตนให้รอดปลอดภัย ระหว่างทางยังดันช่วยคุณชายรูปงามผู้เป็นขุนนางผู้กุมอำนาจเอาไว้ ที่แท้เขากลับเป็นจักรพรรดิในอนาคต บุรุษสารเลวคิดจะเหยียบหัวนางไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งสูง แม่สามีคิดจะทำลายชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของนาง เมียเก็บคิดจะแย่งตำแหน่งฮูหยินเอกของนาง นางเพียงหัวเราะเย็น ๆ ในใจ แล้วส่งพวกนั้นลงนรกไปทีละคน มีแต่รัฐทายาทรูปงามที่นางเคยช่วยเอาไว้เท่านั้น ที่ทำอย่างไรก็สลัดไม่หลุด กลางวันเขาคือขุนนางผู้กุมอำนาจเย็นชาอำมหิต พอตกคืนกลับปีนกำแพงเรือนมาหานางกระซิบว่า ฝูเอ๋อร์ ชู้ลับอย่างข้า เมื่อใดเล่าจึงจะได้เลื่อนเป็นผัวจริงของเจ้าสักที
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
เกิดใหม่คราวนี้ ข้าจะเป็นราชาแดนอสูร
ซูชิงยวนและซูเม่ยเอ๋อร์ ในฐานะธิดาแห่งตระกูลซูผู้บัญชาอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนอสูร เมื่อบรรลุนิติภาวะพวกนางจะต้องปลุกพลังควบคุมอสูร และเลือกมนุษย์อสูรฝึกบำเพ็ญคู่เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณและอัญเชิญอสูรที่ทรงพลัง ก้าวขึ้นเป็นราชาแห่งสรรพวิญญาณ และรวมอำนาจการปกครองของผู้บัญชาอสูรเหนือเผ่าอสูรทั้งปวง ในชาติก่อน ซูชิงหยวนปลุกพลังวิชาอัญเชิญเหล่าอสูร ในขณะที่ซูเม่ยเออร์ปลุกพลังวิชาโอนย้ายอสูรร้าย นางลอบนำอสูรร้ายที่ตนอัญเชิญมาไปก่อความวุ่นวาย แล้วใส่ร้ายซูชิงยวน  จนถูกตราหน้าว่าเป็นนางแห่งหายนะและต้องตายอย่างน่าเวทนา ทว่า ซูชิงยวนกลับได้เกิดใหม่อีกครั้ง และในชาตินี้พลังที่นางปลุกขึ้นคือวิวัฒน์สายเลือดอสูร สามารถวิวัฒน์อสูรร้ายทั้งหมดให้กลายเป็นสัตว์เทพบรรพกาล และนางพร้อมแล้วที่จะเอาคืนผู้ที่ทำให้นางต้องตายอย่างสาสม