Logo
ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

39 ตอน
จบแล้ว
กู้ลี่ถิงทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยาย fantasy ที่มีบทเพียงฉากเดียว แต่ด้วยความที่ล่วงรู้อนาคต เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากยุคข้าวยากหมากแพงใน ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่ นิยายออนไลน์ที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและภารกิจเขียนบทชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง
ตอนที่ 1 จาก ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

“จบแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" หญิงสาวร่างเล็กรำพันออกมาเป็นคำพูดเบาๆ ก่อนจะปิดหนังสือนิยายที่เพิ่งอ่านจบเมื่อครู่วางไว้บนตัก

ยังไม่ทันไรเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอยู่ข้างๆ

“ค่อยยังชั่วหรือ? แปลว่ายังไม่พอใจกับตอนจบล่ะสินะ"

“อุ้ย!! ขอโทษค่ะคุณตา หนูไม่ทันเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ ด้วย รบกวนคุณตาหรือเปล่าคะ” กู้ลี่ถิงรีบออกตัวขอโทษขอโพยเมื่อเห็นว่าในมือของอีกฝ่ายก็ถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเช่นกัน

สวนสาธารณะที่เธอนั่งอยู่ เป็นแหล่งชุมนุมของนักอ่านตัวยงที่หลีกหนีมลพิษทางเสียงและความวุ่นวายของผู้คนในเมือง เลือกมานั่งพักผ่อนกันเป็นประจำ บรรยากาศโดยรอบในสวนสาธารณะจึงเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยกันราวกับเป็นห้องสมุดแบบเปิดโล่งไม่มีผิด

แต่สำหรับกู้ลี่ถิงเธอไม่ได้เป็นคนช่างอ่านขนาดนั้น บุตรสาวเพียงคนเดียวที่บิดามารดาเสียชีวิตไปหมดแล้วเหงาเหลือเกินหากต้องอุดอู้อยู่ในห้องพักเพียงลำพังในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอคว้าเอานิยายเก่าๆ ของแม่ที่มีอยู่มากมายบนชั้นหนังสือมานั่งอ่านเล่นฆ่าเวลาที่สวนสาธารณะ อย่างน้อยเมื่อพักสายตาขึ้นมาจากหนังสือเธอก็ยังได้เห็นว่ามีผู้คนอยู่รอบกายบ้าง ไม่คิดว่าเธอจะเพลิดเพลินกับการอ่านจนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนมานั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ด้วยซ้ำ

ชายชราโบกมือเบาๆ ทำท่าว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ว่าอย่างไรเล่า สรุปแล้วนิยายจบดีหรือไม่ดีกันแน่” ชายชรายิ้มถามคำถามเดิม

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าตัวเองควรไปโฟกัสตรงไหน ทุกเรื่องที่อ่านมาพระเอกนางเอกก็สมหวังกันดีหมดแหล่ะค่ะ แต่เผอิญว่าเรื่องที่หนูเพิ่งอ่านจบ ตัวร้ายมันมีจุดจบที่สมควรก็เลยรู้สึกดีหน่อย หากปล่อยให้ตัวร้ายลอยนวลไปเฉยๆ นี่มันเจ็บใจนะคะ”

ชายชรายกมือขึ้นขยับแว่น สายตามองไปที่หน้าปกหนังสือนิยายที่กู้ลี่ถิงย้ายเอามาวางไว้บนเก้าอี้ข้างตัว

“นิยายรักไม่ใช่หรือ? แต่หนูกลับไปโฟกัสเรื่องตัวร้าย ฮ่าๆๆ แปลกจริงๆ นั่นล่ะ”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สี่ที่หนูอ่านวันนี้แล้วค่ะคุณตา สามเรื่องที่ผ่านมาเป็นนิยายรักดราม่า กว่าจะสมหวังกันได้ก็มีฉากเศร้าสลดจนหนูดิ่งไปเลย เรื่องสุดท้ายนี่ค่อยยังชั่วหน่อยตัวเอกเค้าช่วยกันประคับประคองกันบรรลุเป้าหมาย ตัวร้ายก็ได้ผลคืนสนองเป็นที่น่าพอใจ”

“อ้อ แปลว่าเป็นนักอ่านสายสุขนิยมสินะ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ อันที่จริงหนูก็ไม่ใช่นักอ่านแล้วยังอ่านข้ามไปเยอะเลย มันเอียนมาจากสามเรื่องแรกน่ะค่ะ คู่รักราบรื่นมากก็น่าเบื่อไปอีก"

กู้ลี่ถิงพูดมาถึงตรงนี้เธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คุณตาท่าทางใจดีตรงหน้าพูดอะไรต่อไปอยู่อีกหลายคำเธอก็ไม่ได้ยินเพราะหูอี้อตาลาย ลมหายใจเริ่มขาดหายติดขัดเป็นช่วงๆ

“ยัยหนู เป็นอะไรไป!” ชายชรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เขารีบขยับร่างกายอย่างยากเย็นส่งเสียงร้องให้คนช่วย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่เมื่อครู่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็กในระยะเวลาอันรวดเร็ว

กู้ลี่ถิงหอบหายใจถี่กระชั้น เอื้อมมือไปควานหาขวดยาเล็กๆ มาไว้ในมือ

“ฟืด!! ฟืด!!”

หญิงสาวตาเหลือกค้างหัวใจไหววูบจนแทบเสียสติ เธอหยิบขวดยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มาผิดขวด!! ขวดนี้เป็นยาที่หมดไปแล้วแต่เธอลืมวางมันทิ้งไว้ใกล้มือ แล้วหยิบมันใส่กระเป๋ามาอย่างไม่ระวัง

เธอรีบเขย่าขวดยาและพ่นมันเข้าปากซ้ำอีกครั้ง หวังว่าจะมีตัวยาหลงเหลือสักหยด พอให้เธอได้หายใจสะดวกขึ้นอีกนิด

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ที ผู้หญิงคนนี้เป็นภูมิแพ้ ยาเธอหมด!”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงของคุณตาใจดีตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น ในมือของเขาก็มีโทรศัพท์แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของเธอจะทำให้ชายชราตกใจจนค้นหาเบอร์โทรศัพท์ไม่ถูก

สายตาของหญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ยาขวดเล็กในมือหลุดร่วงลงกับพื้นหญ้าในสวนสาธารณะ ด้านข้างเธอเห็นคนกลุ่มหนึ่งยกโทรศัพท์มาแนบกับใบหู กำลังวิ่งตรงมาที่เธอกับชายชรา

เธอกลับไปเอายาขวดใหม่ที่บ้านไม่ทันแน่ ทางเดียวคือต้องภาวนาให้รถพยาบาลมาช่วยเธอให้เร็วที่สุด หรือหากวาสนายังดี ขอให้มีสักคนในสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นโรคเดียวกับเธอ

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด ลำคอตีบตันจนต้องอ้าปากพะงาบไขว่คว้าหาอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้พยายามเปิดหน้าหนังสือนิยายออกมาอีกครั้ง ทางเดียวที่เธอจะลดความตื่นกลัวได้ในขณะนี้มีเพียงการพุ่งความสนใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มากที่สุดเพื่อรอคอยรถพยาบาลอย่างมีสติที่สุด

ตัวหนังสือบนกระดาษสีขาวแกมเหลืองดูโย้ไปเย้มาจนอ่านไม่ได้สักตัวอักษร หญิงสาวร่างกระตุกเกร็งซ้ำไปซ้ำมา รอบกายมีเสียงเอะอะโวยวาย ความช่วยเหลืออย่างไม่รู้ประสีประสาจากคนรอบข้างวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ พยายามยื้อยุดชีวิตเธอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

เหตุการณ์ดำเนินต่อไปเช่นไรกู้ลี่ถิงไม่อาจล่วงรู้ เปลือกตาคู่งามค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงนานกว่าเดิมไปทุกที

……….

จวนเสนาบดีกู้ เมืองหลวงแคว้นต้าเหว่ย

“ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูได้อย่างไรกันนะแปลกจริง!”

“อาจเป็นแม่สื่อส่งให้คุณหนูอ่านเล่นตอนที่อยู่บนเกี้ยวเจ้าสาวกระมัง เจ้าเบามือหน่อยปล่อยให้คุณหนูนอนต่ออีกสักพักเถิด คนจากวังหลวงยังมาไม่ถึงมิใช่หรือ?”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างหู ใจความเรื่องที่ทั้งคู่พูดอยู่เธอไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่แรงดึงสิ่งของบางอย่างจากมือของเธอทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา นิ้วมือเรียวงามขยับช้าๆ มาจับสิ่งของในมือเอาไว้มั่น

สัมผัสจากฝ่ามือรับรู้ได้ว่าสิ่งของที่มีคนพยายามดึงออกจากมือของเธอเมื่อครู่นั้นเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง

เปลือกตาหนักอึ้งจนลืมแทบไม่ขึ้น ความรู้สึกง่วงงุ่นแปลกประหลาดทำให้กู้ลี่ถิงยิ่งต้องพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ความคิดของหญิงสาวเรียบเรียงความทรงจำสุดท้ายขึ้นมาได้ ตอนที่เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย เธอกอดหนังสือนิยายประโลมโลกของแม่เอาไว้แน่นอย่างหาที่พึ่ง การที่เธอยังมีความรู้สึกยังได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน นั่นแปลว่าเธอยังไม่ตาย!!

สาวใช้คนเดิมขมวดคิ้วมุ่น นางเห็นกับตาว่าตอนที่คุณชายเย่แบกร่างหมดสติของคุณหนูขึ้นหลังออกจากเกี้ยวเจ้าสาว สองมือของคุณหนูห้อยทิ้งลงมาข้างลำตัวปราศจากสิ่งของใดๆ

จนกระทั่งทหารจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่และสั่งยุติงานมงคลไปแล้ว คุณชายเย่ที่เพิ่งแบกคุณหนูไปได้ไม่ไกลก็พานางกลับมาส่งไว้ในเกี้ยวดังเดิม ตอนไหนกันที่ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูของนาง?

“ขอ..ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ”

หญิงสาวฝืนลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า แม้จะรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวดูแปลกตาไม่เหมือนกับโรงพยาบาล แต่นางไม่มีเวลาสนใจ ลำคอที่แห้งผากราวกับมีฝุ่นดินแห้งกรังอยู่ในยามนี้เรียกร้องให้นางต้องร้องขอน้ำดื่มมาดับกระหาย

ที่มือไม่มีสายน้ำเกลือ เช่นนี้เองนางถึงยังรู้สึกอ่อนแรงมึนงงไปหมด นางคงจะถูกช่วยเหลือจากคนในสวนสาธารณะและย้ายมาอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเป็นแน่ หญิงสาวคิดในใจ

“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเอาน้ำมาให้ ค่อยๆ ลุกขึ้นนะเจ้าคะ”

สาวใช้ที่อยู่ใกล้กู้ลี่ถิงรีบพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่ง ส่วนสาวใช้อีกคนก็รีบไปรินน้ำชามายื่นส่งให้หญิงสาว

กู้ลี่ถิงรับน้ำมาดื่มทั้งที่ตายังลืมไม่สนิทดี กลิ่นหอมและรสชาติละเมียดละไมของใบชาชั้นดีผ่านลำคอของนางไปถ้วยแล้วถ้วยเล่า รสขมฝาดเฝื่อนในลำคอเริ่มเจือจางแต่สติของหญิงสาวก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์

“ม่านอวี้ เราช่วยกันเปลี่ยนอาภรณ์ให้คุณหนูเสียก่อนจะดีกว่า" ม่านลู่สาวใช้กล่าวกับสหายของนาง

ชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงามถูกปลดเปลื้องออกจากร่างของกู้ลี่ถิงทีละชิ้น และเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าแบบโบราณสีเขียวอ่อนเนื้อดีอย่างรวดเร็ว

การกระทำของสตรีทั้งสองคนคล่องแคล่วแต่ทว่านุ่มนวล ไม่ได้ทำให้หญิงสาวผู้ไร้เรี่ยวแรงรู้สึกเจ็บแม้แต่นิด มีเพียงความอับอายที่ต้องให้ผู้อื่นมองเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตนเท่านั้น

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย นิยาย romance ผสม fantasy adventure เมื่อหญิงสาวข้ามภพกลับมาพบชายผู้เฝ้ารอด้วยความแค้นและปรารถนา การเดินทางข้ามกาลเวลาครั้งนี้มีหัวใจเป็นเดิมพัน ท่ามกลางอุปสรรคที่ต้องเลือกว่าจะลืมหรือจดจำ อ่านนิยายออนไลน์ฟรี fiction fantasy romance books ยอดนิยมได้แล้ววันนี้
เล่ห์รักในรอยทราย
เล่ห์รักในรอยทราย
มินทราภาต้องเผชิญจุดเปลี่ยนชีวิตใน เล่ห์รักในรอยทราย เมื่อการเผชิญหน้ากับเจ้าชายคริสตินนำไปสู่การลักพาตัวและการเอาชีวิตรอดกลางทะเลทราย ร่วมลุ้นไปกับ romance novel แนว adventure story สุดระทึกที่ต้องพิสูจน์รักแท้ท่ามกลางแผนร้ายและการหลบหนีสุดอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและหัวใจ
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง ในโลก fantasy ที่เต็มไปด้วยอันตราย เด็กหญิงตัวเล็กผู้มีพละกำลังมหาศาลและจมูกรับกลิ่นพิษต้องออกผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอดและหาอาหารเลิศรส ติดตามการเดินทางสุดตื่นเต้นใน adventure story เรื่องนี้ผ่านเว็บอ่าน online novel ที่รวบรวม fiction fantasy novels ยอดนิยมไว้ให้คุณ
เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา
เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา
เนเน่ฟื้นคืนชีพในร่าง เซี่ยซูเหยา เด็กสาววัยสิบหนาวผู้มีครอบครัวคอยหนุนหลัง ท่ามกลางการผจญภัยในโลก fantasy novel สุดตระการตา นางต้องปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และปกป้องคนที่รักใน fiction fantasy romance books เรื่องนี้ พร้อมไขปริศนาการทะลุมิติที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
เมื่อครอบครัวถูกเนรเทศและต้องหนีตาย หญิงสาวผู้มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศจึงลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องชีวิตทุกคน เธอใช้ทักษะการรักษาและพลังจากมิติลับเพื่อเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤต พร้อมวางแผนทวงคืนความยุติธรรมและสร้างความมั่งคั่งด้วยสติปัญญา หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงจุดจบของคนทั้งตระกูล
เจ้าชายของฉัน
เจ้าชายของฉัน
กู้หรูเฟิงชายหนุ่มผู้อ่อนแอต้องดิ้นรนวาดภาพขายเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวให้รอดพ้นจากความอดอยากในฤดูหนาว ทว่าร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้เขาต้องทนรับคำด่าทอจากภรรยา หากเขาหาทางออกไม่ได้ครอบครัวอาจต้องพบจุดจบที่สลด โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าวิญญาณสาวหลิ่วเจินกำลังจับตาดูพวกเขาอยู่

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

โลกนี้ไม่มีใครรักฉันแล้ว
โลกนี้ไม่มีใครรักฉันแล้ว
หลินจวิ้นเหยียนถูกใส่ร้ายว่าวางยาคุณปู่และถูกส่งเข้าคุก หลังออกจากคุกคนในครอบครัวก็เย็นชากับเขามาก แถมยังบังคับให้เขาต้องเอาขาให้หลินเจียฮ่าว หลังจากที่ผิดหวังมามาก เขาจึงตัดสัมพันธ์กับตระกูลหลิน และแล้วเขาก็ได้มาพบชวี่จือที่พลิกเปลี่ยนชีวิตของเขา และได้ทำให้คนร้ายอย่างหลินเจียฮ่าวได้รับโทษ
เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
เลือนหายในเถ้าธุลี ไร้แสงจันทร์ส่องทาง
ก่อนวันแต่งงาน เจียงอู้จับได้ว่าคู่หมั้นที่คบกันมาเจ็ดปีอย่างลู่หมิงเซียวแอบนอกใจกับหร่วนซืออวี่ และยังล่วงรู้ว่าทั้งสองวางแผนจะทำร้ายเธอในพิธีแต่งงาน ขณะกำลังตั้งครรภ์ เจียงอู้เสียใจอย่างแสนสาหัส และพบว่าลู่หมิงเซียวต้องการเพียงใช้อำนาจของตระกูลเจียงเป็นบันได อีกทั้งเธอยังถือรายงาน DNA ที่เปิดโปงความสัมพันธ์ลับของทั้งคู่ไว้ในมือ จากนั้นเธอจึงอดทนวางแผนอย่างเงียบ ๆ รวบรวมหลักฐาน และเปิดเผยความจริงกลางงานแต่ง ทำให้ลู่หมิงเซียวกับหร่วนซืออวี่เสื่อมเสียชื่อเสียงจนหมดสิ้น ระหว่างนั้นเจียงอู้ต้องสูญเสียลูกไป แต่ก็ได้พบกับสวี่จิ่งชวน ชายที่แอบรักเธอมานาน สุดท้ายเจียงอู้ก้าวข้ามอดีต และภายใต้การปกป้องของสวี่จิ่งชวน เธอเดินออกจากความมืดมน หนึ่งปีต่อมาทั้งสองจัดพิธีแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน
สายใยที่ขาดสะบั้น
สายใยที่ขาดสะบั้น
อวี๋เจิงและฟู่อวิ๋นโจวแต่งงานกันมา 5 ปี ความรักมั่นคงลึกซึ้ง แต่ในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 เธอกลับบังเอิญพบว่าสามีมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับศิษย์น้องของเขา ฟู่อวิ๋นโจวยังจัดเวทีงิ้วให้ศิษย์น้องขึ้นแสดง และให้เธอสวมชุดงิ้ว ซึ่งเป็นที่คุณยายของอวี๋เจิงทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต จนได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามจากผู้ชม อวี๋เจิงโกรธจัด เข้าไปถามความจริง แต่สามีกลับพูดเข้าข้างคนนอกทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เธอตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่อาจรักษาไว้ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจถอนการลงทุนจากบริษัทของสามี และประกาศขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัทนั้น พร้อมทั้งจองตั๋วเครื่องบินไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อสานต่อเส้นทางงิ้วหลวงที่เธอเคยละทิ้งไปเมื่อ 5 ปีก่อน และหายไปจากโลกของฟู่อวิ๋นโจวอย่างสิ้นเชิง
ราชินีนักบู๊ทวงบัลลังก์
ราชินีนักบู๊ทวงบัลลังก์
เฉียวชิ่นถอดชุดทหาร วางมือจากวงการ เสียสละตนเองเพื่อช่วยให้บริษัทของเขาเจริญรุ่งเรือง แต่กลับได้คำพูดนี้ตอบแทนมา "เฉียวชิ่น อวิ๋นซวงเป็นกัปตันหญิงที่เด็ดเดี่ยวแข็งแกร่ง ส่วนเธอมันก็แค่เลขาไร้ประโยชน์ ที่คอยรินน้ำชาเสิร์ฟน้ำอยู่ในบริษัทก็เท่านั้น" เพื่อน ๆ ของเขาดูถูกเธอ หัวเราะเยาะเธอ แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า เธอเคยเป็นราชินีแห่งหน่วยรบพิเศษ การขับเครื่องบินขับไล่เพื่อปฏิบัติภารกิจเป็นเรื่องกล้วย ๆ สำหรับเธอ เธอพูดได้ 5 ภาษา เป็นนักวิทยาศาสตร์เบอร์หนึ่งของเมืองหลวงในตอนนั้น! พวกแฮกเกอร์ชั้นแนวหน้าล้วนเป็นลูกสมุนของเธอ! เธอเสียใจอย่างสุดแสน ตัดสินใจหย่าอย่างเด็ดขาด ถือโกฐที่บรรจุอัฐิของพ่อแม่มุ่งหน้าไปยังสนามบิน!
[พากย์เสียง] รักไร้เสียงสะท้อน
[พากย์เสียง] รักไร้เสียงสะท้อน
ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกเลี้ยงดูอย่างเจ้าหญิง รูปถ่ายทุกใบล้วนมีแต่รอยยิ้มของฉันในวัยเด็ก แต่เมื่อมีน้องเกิดมา ฉันเพียงลดแอร์ลงหนึ่งองศาเพื่อคลายร้อนให้น้อง กลับถูกแม่ตบหน้าแล้วขังไว้ในตู้เย็น ฉันหนีออกมาไม่ได้และถูกครอบครัวลืมเลือนไปเสียสนิท จนเพื่อนบ้านมาช่วยพังประตูช่วยชีวิต ในวันที่พ่อแม่คิดว่าฉันตายไปแล้วและร้องไห้คร่ำครวญขอให้ฉันยกโทษให้ ฉันทำได้เพียงส่ายหน้าตอบกลับไป เพราะความหนาวเหน็บในวันนั้นได้กลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่ปิดตายหัวใจฉันไปตลอดกาล
สุดยอดคุณพี่สาว
สุดยอดคุณพี่สาว
อลิชา เจ้าของบริษัทการเงินผู้ได้รับฉายาดาวรุ่งหน้าใหม่ในวงการธุรกิจ กำลังจะเข้างานหมั้น แต่กลับถูกครอบครัวฝ่ายชายหักหลัง เพราะเข้าใจว่าเธอล้มละลาย และมีพี่สาวเป็นแม่บ้าน ทั้งสองต้องเจอผู้คนดูถูก ถูกพ่อแม่แท้ ๆ เหยียดหยาม แต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว ปาริชาติผู้เป็นพี่สาว มีอำนาจเกินกว่าใครในเมืองชลธาร...