ตอน 1

เกิดใหม่

“นี่คือสิ่งที่เจ้าร้องขอเอง เหมยหว่านอิ๋ง เจ้าก็จงทนรับมันไปเสียเถิด”

“ในเมื่อสิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าก็ให้ไปแล้ว วันหน้าเจ้าก็จงเฝ้าเรือนหลังนี้ไป จะเป็นหรือตายล้วนไม่เกี่ยวกับข้า”

ถ้อยคำเย็นชาของเผยเยี่ยนยังคงดังก้องอยู่ในหัว ลำคอระหงถูกปิ่นทองแทงจนเลือดซิบ เหมยหว่านอิ๋งเจ็บปวดจนน้ำตาร่วงหล่น

โลหิตสีแดงคล้ำทะลักทลาย หยดเลือดสาดกระเซ็นลงบนสาบเสื้อสีอ่อน ดุจดอกเหมยสีชาดที่เบ่งบานอย่างบาดตาที่สุด

ลมหายใจร่วงโรยลงอย่างรวดเร็ว ภาพความทรงจำนับไม่ถ้วนแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเหมยหว่านอิ๋ง

ทว่าภาพสุดท้ายที่หยุดนิ่งอยู่ คือแววตาและใบหน้าอันคมคายของเผยเยี่ยน

เผยเยี่ยนแต่งงานกับเหมยหว่านอิ๋งด้วยความจำใจ

ตอนเด็กเขาถูกพาตัวกลับมาที่จวนแม่ทัพ แม่ทัพเหมยยังพูดติดตลกอยู่เลยว่า นี่คือลูกเขยในอนาคตของตระกูลเหมย

เผยเยี่ยนไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่เหมยหว่านอิ๋งกลับสลักลึกไว้ในใจ

เมื่อเริ่มรู้ความและรู้จักความรัก นางก็ทุ่มเททั้งกายและใจให้เผยเยี่ยนแต่เพียงผู้เดียว

นางวิ่งตามหลังเผยเยี่ยนมาหลายปี ผู้คนทั้งเมืองหลวงล้วนรู้ดีว่า หากไม่ใช่เผยเยี่ยน เหมยหว่านอิ๋งก็จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ใด

ในที่สุดนางก็ได้แต่งงานสมใจปรารถนา

ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นผลไม้ขมปร่า

วันที่นางไปหาเขาที่ค่ายทหาร เผยเยี่ยนมองหน้าท้องที่นูนป่องของนางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

เขาบันดาลโทสะอย่างหนัก และออกคำสั่งเด็ดขาดให้นางกลับเมืองหลวงทันที

เหมยหว่านอิ๋งไม่ได้กลับไป นางเอาแต่คิดว่าหากมีลูกด้วยกันแล้ว เผยเยี่ยนจะต้องใจอ่อนกับนางอย่างแน่นอน

แต่นางคิดผิดถนัด

เผยเยี่ยนมีสตรีรู้ใจอยู่แล้ว พวกเขาสนิทสนมกันมาก แววตาที่เผยเยี่ยนมองสตรีผู้นั้นแฝงไปด้วยความชื่นชมและอ่อนโยน

ซึ่งเป็นสิ่งที่นางไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง

เหมยหว่านอิ๋งไม่มีความกล้าพอที่จะเข้าไปคาดคั้น นางวิ่งหนีเตลิดออกมา ทว่ากลับถูกคนดักจับตัวไประหว่างทางกลับเมืองหลวง

ศัตรูต้องการให้เผยเยี่ยนใช้เมืองมาแลกเปลี่ยนกับตัวนาง โดยให้เวลาเพียงหนึ่งวัน

พระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกดิน เหมยหว่านอิ๋งไม่อยากให้เผยเยี่ยนต้องลำบากใจ และกลัวว่าหากมีชีวิตอยู่ต่อไปจะต้องถูกย่ำยี

นางดึงปิ่นทองที่ปักผมออก ก่อนจะแทงเข้าที่จุดตายของตนเองอย่างไม่ลังเล

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เหมยหว่านอิ๋งรู้ตัวดีว่าไม่อาจรอดชีวิตได้อีกต่อไป

เสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังขึ้น มีคนตะโกนด้วยความตกใจ "ตัวประกันฆ่าตัวตายแล้ว!"

"เผยเยี่ยนส่งสาส์นมา บอกว่า... บอกว่าเชิญตามสบาย..."

บางคนสบถด่าด้วยความโกรธแค้น "เอานางไปแขวนไว้บนกำแพงเมือง นางเป็นเมียของเผยเยี่ยน ในท้องยังมีสายเลือดของมันอยู่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเผยเยี่ยนจะยังปากแข็งได้อีก!"

นัยน์ตาของเหมยหว่านอิ๋งเริ่มเลื่อนลอย น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินจากหางตาซึมหายไปในเส้นผม

หากย้อนเวลากลับไปได้ นางจะไม่ดันทุรังเรียกร้องสิ่งใดอีกแล้ว

……

คืนวสันตฤดูมีสายฝนโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง เหมยหว่านอิ๋งสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง

นางยกมือขึ้นลูบลำคอตามสัญชาตญาณ สัมผัสได้เพียงผิวเนื้อที่เรียบเนียน

ไม่เจ็บเลย

ทั้งยังไม่มีคราบเลือดเหนียวเหนอะหนะ

นางลูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่มีบาดแผลใดๆ อยู่เลยจริงๆ

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นช่างสมจริงเหลือเกิน เหมยหว่านอิ๋งไม่คิดว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันร้าย

มือบางเลื่อนลงไปลูบหน้าท้อง เพื่อดูว่าลูกยังอยู่หรือไม่

ทว่ากลับสัมผัสโดนท่อนแขนแข็งแกร่ง ที่พาดรัดรอบเอวของนางไว้อย่างเอาแต่ใจ

ผิวพรรณแนบชิด ไอความร้อนระอุจากร่างกายแผ่ซ่านมาถึงตัวนาง

ร้อนรุ่มเสียเหลือเกิน

ราวกับว่ากำลังแผดเผาให้มอดไหม้

ข้างหูมีเสียงลมหายใจ พร้อมกับกลิ่นอายของบุรุษเพศ

ในอากาศยังคงหลงเหลือกลิ่นสุราจางๆ คละคลุ้งไปกับกลิ่นอายของความปรารถนาที่เพิ่งผ่านพ้นไป

เหมยหว่านอิ๋งตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า

ในความฝันก็มีเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน!

ในห้องหนังสือของเผยเยี่ยน พวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่แสนวุ่นวาย

หลังจากนั้น เผยเยี่ยนก็แต่งงานกับนาง ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากลับลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง!

ภาพเหตุการณ์มากมายผุดขึ้นมาตรงหน้า เหมยหว่านอิ๋งปวดหัวจี๊ดราวกับถูกเข็มทิ่มแทง ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม

แม้แผงอกของบุรุษจะร้อนผ่าว แต่นางกลับรู้สึกหนาวเหน็บตั้งแต่ปลายเท้า ราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะโดยไม่รับรู้ถึงความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่านั่นจะเป็นเพียงความฝัน หรือนางได้ย้อนกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งจริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบออกไปจากที่นี่

ถือเสียว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

นางจะไม่ยอมกลับไปเดินซ้ำรอยเดิมอีกเด็ดขาด!

เหมยหว่านอิ๋งกลั้นหายใจ แล้วค่อยๆ ยกแขนของชายหนุ่มออกไปอย่างระมัดระวัง

เผยเยี่ยนเมามาก ทว่าสัญชาตญาณการระวังภัยในร่างกายยังคงอยู่ ทันทีที่เหมยหว่านอิ๋งขยับตัว เขาก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอของนางทันที

เหมยหว่านอิ๋งใจหายวาบ คิดว่าตัวเองกำลังจะถูกเผยเยี่ยนบีบคอจนตายเสียแล้ว

ทว่าวินาทีต่อมา มือใหญ่นั้นก็คลายแรงลง

"อาอิ๋ง?"

เหมยหว่านอิ๋งคิดว่าเขาตื่นแล้ว หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก

นางไม่กล้าส่งเสียงใดๆ

นิ้วเรียวยาวจิกผ้าห่มปักลายไว้แน่น

"เด็กดี..."

เขาพึมพำออกมาประโยคหนึ่งแล้วก็เงียบไป ดูเหมือนว่าจะหลับสนิทไปอีกครั้ง

เหมยหว่านอิ๋งอยากจะร้องไห้

แม้ว่าเผยเยี่ยนจะรำคาญและคอยหลบหน้านางอยู่เสมอ แต่ก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น เผยเยี่ยนก็ถือว่าทำดีกับนางไม่น้อย

เขาเห็นนางเป็นเหมือนน้องสาว

ปิ่นทองที่นางใช้ปลิดชีพตนเอง ก็เป็นของขวัญวันปักปิ่นที่เผยเยี่ยนมอบให้

เป็นนางเองที่ดื้อรั้น เอาแต่คิดว่าเผยเยี่ยนคือสามีที่เลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ย่อมเกิดมาเพื่อเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนาง

เหมยหว่านอิ๋งลอบถอนหายใจอย่างแนบเนียน นางสะกดกลั้นอารมณ์และฝืนทนต่อความปวดเมื่อยตามร่างกาย ค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา

นางมีโรคตา ทำให้มองไม่เห็นในเวลากลางคืน แม้จะตามหาหมอเลื่องชื่อมามากมายก็ยังไม่พบวิธีรักษาให้หายขาด

เวลานี้ภายในห้องมืดสนิท เหมยหว่านอิ๋งมองอะไรไม่เห็นเลย ทันทีที่เท้าแตะพื้น นางก็สะดุดเสื้อผ้าที่หล่นกระจัดกระจายจนล้มลงไปกองกับพื้น

เสียงหล่นกระแทกดังตุบ

เจ็บมาก

อาจเป็นเพราะความลนลาน กลัวว่าจะทำคนบนเตียงตื่น หรืออาจจะเจ็บจากการหกล้มจริงๆ ขอบตาของเหมยหว่านอิ๋งจึงเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา

แต่นางยังคงกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมเปล่งเสียงสะอื้นออกมา

มือบางสั่นเทาควานหาเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ แล้วรีบสวมใส่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังจากผูกสายคาดเอวอย่างลวกๆ เหมยหว่านอิ๋งก็จับเสาเตียงพยุงตัวลุกขึ้นยืน

ขาทั้งสองข้างยังคงสั่นระริก ร่างกายเจ็บปวดร้าวระบมไปหมด แต่นางก็ไม่กล้ารั้งรออยู่ที่นี่อีกต่อไป

ในหัวมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น นางจะไม่รักเผยเยี่ยนอีก และจะไม่แต่งงานกับเขาด้วย

ชาตินี้นางต้องอยู่ให้ห่างจากเผยเยี่ยน!

ท่ามกลางความมืดมิด เหมยหว่านอิ๋งเดินซวนเซออกจากห้องหนังสือไป

ใต้ชายคามีโคมไฟแขวนอยู่ ในที่สุดนางก็มองเห็นแสงสว่างจางๆ สองเท้าจึงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

ห้องหนังสือถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหมยหว่านอิ๋งวิ่งออกมาจนพ้นเขตเรือนของเผยเยี่ยน

วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของแม่ทัพเหมย ที่จวนจึงเปิดศาลบรรพชนเพื่อเซ่นไหว้ คนที่เฝ้ายามในค่ำคืนนี้ล้วนถูกจงใจสั่งให้ถอยออกไปจนหมด

จึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องหนังสือเลย

"อาอิ๋ง"

ครั้งนี้เป็นเสียงของสตรี

ฮูหยินเหมยที่มีแม่นมหลิวช่วยประคอง ถือโคมไฟยืนอยู่ใต้ชายคา ราวกับว่ามารออยู่นานแล้ว

"สำเร็จหรือไม่?"

น้ำตาที่เหมยหว่านอิ๋งกลั้นเอาไว้เนิ่นนานร่วงหล่นลงมาเป็นสาย

ในวินาทีนี้เองที่นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ที่แท้มารดาของตนก็คือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้

มิน่าเล่า ถึงได้ให้นางเป็นคนนำน้ำแกงสร่างเมาไปส่งให้เขา

ในชาติที่แล้ว นางไม่ได้หนีออกมาก่อน ย่อมไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตรงหน้า

เผยเยี่ยนจำเป็นต้องรับผิดชอบนาง นางจึงได้แต่งงานออกไปอย่างชื่นมื่น

แต่หลังจากที่หมางเมินกับเผยเยี่ยน จิตใจของนางก็จดจ่ออยู่แต่กับเขา จนละเลยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและความรู้สึกผิดของมารดาไปเสียสนิท

นัยน์ตาของเหมยหว่านอิ๋งว่างเปล่า "ท่านแม่ ข้าจะไม่แต่งงานกับเผยเยี่ยน"

ฝ่ามืออุ่นลูบไล้พวงแก้มของนาง แววตาของฮูหยินเหมยฉายความจนใจและเวทนาสงสาร "หากไม่แต่งกับเขา แล้วใครเล่าจะปกป้องเจ้าได้?"

เหมยหว่านอิ๋งมีเรือนร่างบอบบางอรชร งดงามหมดจดล่มบ้านล่มเมือง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง

ในงานเลี้ยงวสันต์ รัชทายาทเกิดถูกตาต้องใจนางเข้า จึงคิดจะรับนางเข้าไปเป็นพระชายารองในตำหนักบูรพา

หากแม่ทัพเหมยยังมีชีวิตอยู่ เหมยหว่านอิ๋งย่อมคู่ควรถึงขั้นเป็นพระชายาองค์รัชทายาทด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่แม่ทัพเหมยพลีชีพในสนามรบ ภายในจวนจึงเหลือเพียงเหมยหว่านอิ๋งที่เป็นทายาทเพียงคนเดียว ซ้ำยังไร้พี่น้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูล ในแวดวงขุนนางผู้มีอำนาจ ตระกูลเหมยจึงกลายเป็นตระกูลที่ตกต่ำไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

รัชทายาทมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต สตรีที่ตกอยู่ในกำมือของเขาล้วนมีจุดจบที่ไม่ดีนัก

ฮูหยินเหมยหวาดกลัวอย่างยิ่ง จึงทำได้เพียงรีบหาทางจับบุตรสาวแต่งงานออกไปให้เร็วที่สุด

มองไปทั่วทั้งเมืองหลวง ชายหนุ่มผู้มีความสามารถที่พอจะต่อกรกับรัชทายาทได้ ก็มีเพียงเผยเยี่ยนแค่คนเดียวเท่านั้น

ทว่าเผยเยี่ยนกลับไม่ยินยอมแต่งงานกับเหมยหว่านอิ๋ง ในยามที่สถานการณ์จวนตัวเช่นนี้ ฮูหยินเหมยจึงทำได้เพียงงัดเอาแผนการขั้นต่ำช้านี้มาใช้

หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางกายกันแล้ว เผยเยี่ยนก็ต้องแต่งงานกับอาอิ๋งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

เหมยหว่านอิ๋งไม่อยากจะร้องไห้ แต่น้ำตากลับไหลรินไม่ยอมหยุด "ข้านับถือเขาเป็นพี่ชาย เขาก็ย่อมปกป้องข้าได้เหมือนกัน"

อย่าว่าแต่เผยเยี่ยนไม่อาจรั้งอยู่ในเมืองหลวงได้ตลอดเวลาเลย ต่อให้เขาอยู่ การนับถือเป็นพี่น้องก็ไม่อาจดับความคิดของรัชทายาทได้

ทางรอดเดียวที่มี ก็คือเหมยหว่านอิ๋งต้องแต่งงานมีสามี

"อาอิ๋ง เชื่อฟังแม่เถิด"

เหมยหว่านอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ท่านแม่ ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะไม่แต่งงานเด็ดขาด!"

ตอน 2

ไม่แต่งงานกับเผยเยี่ยน

เหมยหว่านอิ๋งมีท่าทีเด็ดเดี่ยว

ฮูหยินเหมยน้ำตาไหลพราก "เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเจ้าไม่แต่งจะทำเช่นไร เจ้าไม่มีทางถอยแล้วนะ!"

"แม่รู้จักเผยเยี่ยนดี เขาจะต้องแต่งให้เจ้าเป็นภรรยาเอก ไม่มีทางปล่อยให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจแน่"

การที่ฮูหยินเหมยเลือกเดินหมากตานี้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง

ราชวงศ์ได้รับรองสถานะของเผยเยี่ยนกลับคืนมาแล้ว

เขาคือพระโอรสสายตรงองค์โตของฮองเฮาตำหนักกลาง ทว่าตอนประสูติกลับถูกสับเปลี่ยนกับทารกที่สิ้นพระชนม์ในครรภ์ หลังจากนั้นสายเลือดที่ประสูติในวังหลวงล้วนเป็นองค์หญิง ไม่มีองค์ชายอีกเลย

ด้วยแรงกดดัน ฝ่าบาทจึงทรงรับบุตรหลานเชื้อพระวงศ์มาเป็นโอรสบุญธรรม และสถาปนาขึ้นเป็นรัชทายาท

บัดนี้เมื่อเผยเยี่ยนได้รับการยอมรับกลับคืนมา เขาจึงกลายเป็นหนามยอกอกของรัชทายาท

ทว่าจิตใจคนย่อมลำเอียง ระหว่างสายเลือดแท้ๆ กับหลานชาย คนทั่วไปย่อมต้องเลือกอย่างแรก

ตำแหน่งรัชทายาทเริ่มสั่นคลอนแล้ว!

การที่รัชทายาทดึงดันจะคอยรังควานอาอิ๋ง ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการขับเคี่ยวกับเผยเยี่ยน

เขามองอาอิ๋งเป็นดั่งของรางวัล ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกเพียงใดก็ต้องแย่งชิงนางมาให้ได้

ตระกูลที่มองสถานการณ์ออก ล้วนไม่มีใครอยากเกี่ยวดองกับตระกูลเหมย เพราะเกรงว่าจะถูกหางเลขไปด้วย

ต่อให้มีบัณฑิตหนุ่มไฟแรงกล้าเสี่ยง เขาก็ไม่อาจปกป้องอาอิ๋งได้อยู่ดี

นอกจากเผยเยี่ยนแล้ว ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นอีก

ฮูหยินเหมยเคยไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อขอพระราชทานความเมตตาให้บุตรสาว แต่กลับถูกฮองเฮาบ่ายเบี่ยงปัดตกไป

ตระกูลเหมยในยามนี้ไม่อาจเป็นกำลังเสริมให้เผยเยี่ยนได้ ฮองเฮาจึงไม่ได้เห็นพวกนางอยู่ในสายตา

ฮูหยินเหมยเคยเอ่ยถึงความกังวลนี้กับเผยเยี่ยนแล้ว ซึ่งเผยเยี่ยนก็แสดงจุดยืนว่า เขาจะปกป้องเหมยหว่านอิ๋ง ทว่าไม่อาจแต่งงานกับนาง

เขามองเหมยหว่านอิ๋งเป็นเพียงน้องสาว ไม่ได้มีความรักฉันชู้สาวมอบให้

เผยเยี่ยนมีนิสัยเย็นชา สิ่งใดที่ตัดสินใจแล้วย่อมไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ ฮูหยินเหมยจึงจนปัญญาจะจัดการกับเขา

เดิมทีนางคิดจะค่อยๆ หาวิธีให้เผยเยี่ยนยอมตกลงปลงใจกับงานมงคลครั้งนี้

ทว่าทางฝั่งรัชทายาทกลับรุกไล่บีบคั้น ถึงขั้นทูลขอราชโองการสมรสจากฝ่าบาทแล้ว

ฝ่าบาทไม่ได้ทรงอนุญาต ทว่าก็ไม่ได้ทรงปฏิเสธ

ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ กลับมีข่าวลือแว่วมาว่าฮองเฮากำลังจะคัดเลือกพระชายาให้เผยเยี่ยน

ฮูหยินเหมยมีบุตรสาวเพียงคนเดียว นางย่อมไม่อาจรอจนถึงทางตันแล้วค่อยมาดิ้นรนหาหนทาง

จึงตัดสินใจทำเรื่องนี้ให้รู้แล้วรู้รอด บังคับบีบคั้นเผยเยี่ยนเสียเลย

เขาอาจจะโกรธเคือง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต่อให้โกรธแค้นปานใดก็ย่อมต้องเจือจาง

อย่างไรเสียตระกูลเหมยก็มีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อเขา อีกทั้งเขากับอาอิ๋งก็เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันฉันเพื่อนสมัยเด็กมานับสิบปี

บัดนี้เรื่องราวสำเร็จลุล่วงแล้ว ทว่าไม่รู้เหตุใด บุตรสาวกลับไม่ยอมแต่งให้เผยเยี่ยนเสียอย่างนั้น

ช่างสร้างเวรกรรมเสียจริง!

ฮูหยินเหมยร้อนใจดั่งไฟสุมทรวง "ความบริสุทธิ์ของลูกผู้หญิงสำคัญเพียงใด หากเจ้าไม่แต่งให้เขา แล้วจะไปแต่งให้ใครได้อีก"

เหมยหว่านอิ๋งเบือนหน้าหนี ปลายนิ้วเรียวเช็ดหยาดน้ำตาที่หางตา "เช่นนั้นข้าก็จะไม่แต่ง ขอเป็นสาวเทื้อไปชั่วชีวิตเจ้าค่ะ"

"เหลวไหล!"

อารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้หน้าอกของฮูหยินเหมยกระเพื่อมขึ้นลง "รัชทายาทมีนิสัยดุดันเอาแต่ใจ ใช่คนที่เจ้าเพียงบอกว่าไม่แต่งแล้วจะรับมือได้ง่ายๆ หรือ"

เหมยหว่านอิ๋งเพิ่งจะกลับมาเกิดใหม่ ประสบการณ์ในชาติก่อนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้พัวพันกันยุ่งเหยิงไปหมด สมองของนางสับสนวุ่นวายยิ่งนัก

ไม่อาจสงบจิตสงบใจขบคิดสิ่งใดได้เลย

"เผยเยี่ยนไม่มีทางทอดทิ้งไม่ไยดีแน่ ข้า... ข้าไม่อยากกักขังเขาไว้ ฝืนใจไปก็ไม่มีความสุขเจ้าค่ะ"

ฮูหยินเหมยปวดใจจนอยากจะร้องไห้ อาอิ๋งของพวกนางช่างจิตใจดีและอ่อนต่อโลกเหลือเกิน

อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสมหวังอยู่แล้ว แต่นางยังอุตส่าห์ไปนึกถึงความรู้สึกของเผยเยี่ยนอีก

ลำแขนบอบบางของเหมยหว่านอิ๋งถูกสวมกอด นางได้ยินมารดาพึมพำกับตัวเอง "เป็นแม่ที่เลอะเลือนเอง แม่ทำร้ายเจ้าแล้ว"

สองแม่ลูกร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า แม่นมหลิวเห็นแล้วก็รู้สึกบีบรัดในหัวใจ นางเป็นแม่นมของเหมยหว่านอิ๋ง จึงมีความผูกพันกับนางอย่างลึกซึ้ง

"เรื่องนี้ปิดบังคนนอกได้ แต่ปิดบังคนผู้นั้นไม่ได้นะเจ้าคะ มิเช่นนั้นคนที่ต้องเสียเปรียบก็คือพี่อิ๋งของพวกเรา เขา..."

พูดไม่ทันจบก็ถูกเหมยหว่านอิ๋งพูดแทรกขึ้น

เหมยหว่านอิ๋งจับมือมารดาพลางอ้อนวอน "ท่านแม่ อย่าให้เขารู้เรื่องนี้นะเจ้าคะ ถือเสียว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น"

ในชาติก่อน เผยเยี่ยนแต่งงานกับนางก็จริง แต่เขาก็เกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ

เพียงวันที่สองของการแต่งงาน เขาก็เดินทางไปด่านชายแดน ทิ้งให้นางเฝ้าเรือนหลังใหญ่โตเพียงลำพัง ปล่อยนางไว้ตามยถากรรม

ความหมางเมินก็เหมือนมีดทื่อที่ค่อยๆ เฉือนเนื้อคนให้ทรมานจนตายได้!

เหมยหว่านอิ๋งไม่อยากลิ้มรสความรู้สึกนั้นเป็นหนที่สอง

ยิ่งไม่อยากไปแย่งชิงความโปรดปรานกับสตรีอื่น

นางไม่อยากถูกรังเกียจ จนสุดท้ายต้องตายในเรือนหลังที่พร้อมจะกลืนกินผู้คน!

เหมยหว่านอิ๋งเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูล ได้รับความรักความเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก นางไร้เดียงสา น่ารักน่าถนอม ปกติมักจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าเสมอ

มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ทำให้นางร้องไห้ได้อย่างเจ็บปวดถึงเพียงนี้

คนแรกคือบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว

อีกคนก็คือเผยเยี่ยน

หัวใจของฮูหยินเหมยเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด นางร้อนรนจนขาดสติจึงเลือกเดินหมากตานี้ ตอนนี้แม้แต่โอกาสให้เสียใจภายหลังก็ไม่มีอีกแล้ว

นางหลับตาลงช้าๆ "แม่ไม่อาจปกป้องเจ้าไปได้ชั่วชีวิต เจ้าต้องแต่งให้เผยเยี่ยน"

เผยเยี่ยนมีฐานะสูงส่ง ความสามารถล้นเหลือ เขาคือที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดสำหรับอาอิ๋ง

เหมยหว่านอิ๋งดึงปิ่นปักผมออก ก่อนจะจ่อเข้าที่ลำคอของตนเองดั่งที่เคยเกิดขึ้นในความฝัน

"ไม่ว่าจะเลือกทางใดล้วนไม่มีจุดจบที่ดี สู้ข้าชิงปลิดชีพตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ ยังจะดีกว่า!"

ฮูหยินเหมยหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปแย่งปิ่นในมือบุตรสาวแล้วโยนทิ้งลงพื้น

นางมีบุตรสาวเพียงคนเดียว

นี่คือแก้วตาดวงใจของนาง!

นางสวมกอดเหมยหว่านอิ๋งแน่น "ไม่แต่งแล้ว ไม่แต่งแล้ว แม่จะไม่บังคับเจ้าอีกแล้ว..."

เนิ่นนานให้หลัง เหมยหว่านอิ๋งจึงถูกส่งตัวกลับเรือนของตน

นางมีโรคตา ทำให้ใช้ชีวิตในยามค่ำคืนไม่สะดวกนัก ด้วยเหตุนี้ โคมไฟในเรือนของนางจึงมีมากกว่าที่อื่น

แสงสว่างเจิดจ้าทั่วทั้งเรือน ทำให้เหมยหว่านอิ๋งรู้สึกเบาใจลงในที่สุด

บ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติเห็นขอบตาของเหมยหว่านอิ๋งแดงก่ำก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามสิ่งใด

วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของท่านแม่ทัพ ทุกปีเมื่อถึงวันนี้ คุณหนูจะต้องร้องไห้อย่างหนักเสมอ

เมื่อเตรียมน้ำร้อนเสร็จสรรพ ติงเซียงก็ประคองเหมยหว่านอิ๋งไปอาบน้ำ

พลางเอ่ยเตือนให้นางระมัดระวังฝีเท้า

เมื่อมาถึงห้องอาบน้ำ ติงเซียงตั้งใจจะช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมยหว่านอิ๋ง

ทว่ากลับถูกเหมยหว่านอิ๋งห้ามไว้ "เจ้าออกไปรอข้างนอกเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก"

ติงเซียงไม่กล้าพูดจามากความ เกรงว่าจะทำให้นางสะเทือนใจ

วันนี้เป็นวันสำคัญ

นางเพียงจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับการอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วจึงถอยออกไป

ติงเซียงไม่ได้เดินไปไหนไกล นางยืนรออยู่หลังม่าน หากมีสิ่งใดเคลื่อนไหว นางก็จะได้ยินเป็นคนแรก

เหมยหว่านอิ๋งปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก ถัดจากไหปลาร้าลงไป ปรากฏรอยแดงประปรายดุจดอกเหมยร่วงหล่นสู่สายตา

ผิวของนางขาวผ่อง เพียงร่องรอยเล็กน้อยก็ไม่อาจปิดบังได้

จุดที่หนักหนาที่สุด ยังคงมีรอยนิ้วมือหลงเหลืออยู่

เขาออกแรงหนักมากจริงๆ

ในชาติก่อน ยามที่ทอดมองรอยเหล่านี้ เหมยหว่านอิ๋งกลับรู้สึกหอมหวาน

ขอเพียงเป็นสิ่งที่เผยเยี่ยนมอบให้ ต่อให้เจ็บปวดเพียงใดนางก็เต็มใจรับไว้ด้วยความยินดี

ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกหวาดผวาเมื่อได้เห็น

นางลอบด่าทอเผยเยี่ยนว่าเป็นเดรัจฉาน ภายนอกดูไม่หมกมุ่นในสตรี ใช้ชีวิตสงบเสงี่ยมไร้กิเลส ทว่าแท้จริงแล้วกลับป่าเถื่อนราวกับสัตว์ป่า ที่แทบจะกลืนกินนางลงท้องเสียให้ได้

เหมยหว่านอิ๋งนึกขึ้นมาได้ว่า ในคืนเข้าหอของพวกเขาในชาติก่อน เผยเยี่ยนไปนอนที่ห้องหนังสือ ทำให้นางต้องเสียหน้าครั้งใหญ่

ทว่าก่อนจะจากไป เขากลับบุกเข้ามาในห้องหออย่างกะทันหัน

ภายใต้ผ้าม่านมุ้งสีแดง เผยเยี่ยนไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด การกระทำของเขาหยาบคายรุนแรงราวกับจะบีบขยี้นางให้แหลกสลาย

หลังจากเสร็จกิจ เขาก็ทิ้งคำพูดเย็นชาไว้ประโยคหนึ่ง แล้วสะบัดหน้าเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ภายในใจของเหมยหว่านอิ๋งรู้สึกจุกแน่นและปวดร้าวอย่างแสนสาหัส

หากนางไม่ดื้อดึงจนเกินไป เผยเยี่ยนก็น่าจะเป็นพี่ชายที่ดีคนหนึ่งกระมัง

นางค่อยๆ พ่นลมหายใจออกยาวๆ ขับไล่ความขุ่นเคืองในใจให้มลายหายไป

สวรรค์ยังเมตตาที่มอบโอกาสให้นางได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

หากนางยังขืนวิ่งตามเผยเยี่ยนอีก นางก็คงเป็นคนโง่งมแล้ว!

เมื่อเรือนร่างแช่ลงในถังอาบน้ำ สัมผัสกับผิวน้ำ ร่างกายบางจุดก็รู้สึกปวดแปลบขึ้นมา

สีหน้าของเหมยหว่านอิ๋งเคร่งเครียดขึ้นมา นางนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบเรียกติงเซียงเข้ามา "เอาพู่กันกับกระดาษมาให้ข้า แล้วไปจัดยาตามเทียบยานี้มา"

ช่วงที่รักษาโรคตา เหมยหว่านอิ๋งได้เรียนรู้วิชาแพทย์พื้นฐานจากท่านหมอมาบ้าง

ติงเซียงถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย "คุณหนู ร่างกายไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปตามท่านหมอดีหรือไม่"

เหมยหว่านอิ๋งส่ายหน้า "สงสัยจะโดนความเย็นเข้า คงจะปวดท้องนิดหน่อย"

ติงเซียงคำนวณวันเวลาในใจ อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงรอบเดือนของคุณหนูแล้ว

หรือว่าอารมณ์ไม่แจ่มใสจนส่งผลกระทบกันนะ?

อ่านเนื้อเรื่องเต็มได้แล้วตอนนี้
ร่วมสนับสนุนผู้เขียนเพื่อเป็นกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานสุดฟินเรื่องต่อไป Webnovel
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “55587” บน Webnovel เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Webnovel เพื่ออ่านต่อ
55587
คัดลอก

แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอ?เกิดชาติใหม่สามีผู้เกลียดชังอยากตามง้อ

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป