Logo
ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)
ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

59 ตอน
จบแล้ว
เมื่อดาราสาวข้ามมิติมาเป็นคุณหนูสามตระกูลเว่ยใน ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ) นิยาย fantasy romance ที่เล่าการฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อสร้างฐานะและรับมือยอดบัณฑิตที่มาตามเกี้ยว ท่ามกลางความวุ่นวายในครอบครัวและการชิงดีชิงเด่น อ่านนิยายออนไลน์ fiction fantasy novels เรื่องนี้ได้แล้ว

เรื่องย่อ ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

จากนักแสดงสาวชื่อดังในโลกปัจจุบันกลับต้องมาอยู่ในร่างของเว่ยหย่งฮวา คุณหนูสามแห่งตระกูลเว่ยในยุคโบราณ ชีวิตใหม่ครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญกับภารกิจหาเงินเลี้ยงปากท้อง พร้อมรับมือกับเหล่าคนขี้อิจฉาที่คอยจ้องจะเล่นงาน อีกทั้งยังมีน้องชายตัวแสบที่ขยันสร้างปัญหาให้ตามแก้ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความวุ่นวายเธอยังถูกยอดบัณฑิตหนุ่มแห่งต้าซานตามเกี้ยวพาราสีอย่างหนัก แม้อุปสรรคจะรุมเร้าและภาระจะหนักอึ้งเพียงใด แต่เธอก็พร้อมจะใช้ไหวพริบและฝีมือที่มีเพื่อฝ่าฟันทุกวิกฤต พร้อมสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายไปทั่วหล้าในฐานะหญิงแกร่งแห่งยุค
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)

"ท่านหญิง?"

อู๋ซือหนิงประหลาดใจที่พบหญิงสาวอยู่หน้าบ้านตนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า แต่เป็นความประหลาดใจที่รู้สึกดี

"อู๋ซือหนิง ข้ามีเรื่องอยากวานให้ท่านช่วย" ในหมู่คนที่สนิทตอนนี้นางรู้สึกวางใจเขามากที่สุด อาจจะมากกว่าเซียนซูอิงด้วยซ้ำ

เห็นท่านหญิงทำสีหน้าเคร่งเครียดอู๋ซือหนิงก็ขมวดคิ้วตามแล้วเชิญนางเข้าไปด้านใน เว่ยหย่งฮวาเล่าความคิดบางอย่างให้เขาฟัง ลอบสังเกตสีหน้าของผู้ฟังไปด้วยว่าเขามีท่าทีอย่างไรต่อความคิดของนาง แต่อู๋ซือหนิงไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือขัดแย้งในใจใด ๆ แสดงออกมาเลย นั่นทำให้นางวางใจที่จะเล่าต่อ

"ท่านคิดว่าเรื่องนี้พอจะช่วยเหลือข้าได้หรือไม่"

"ในเมื่อเป็นคำขอของท่านหญิงข้าย่อมไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ และนี่เป็นผลดีต่อคุณชายเว่ยด้วย" เขาตกปากรับคำ

"เรื่องนี้ขอร้องท่านคนเดียวก็ดูจะหนักมือเกินไป ข้าคิดว่าจะไปขอให้จะสหายอีกคนช่วยด้วยเหมือนกัน"

"ใครหรือ"

"เผิงป๋อเฟิง"

บุรุษตรงหน้าขมวดคิ้วทันที คุณหนูสามไม่รู้มาก่อนว่าสองคนนี้ไม่ถูกกัน แต่เรื่องนี้นางไม่วางใจจะให้เขารับมือคนเดียว ในมุมมองของสตรีผู้หนึ่งแล้วก็เป็นเรื่องที่หนักหนาอยู่ การโยนภาระที่นางต้องการใส่มือบุรุษที่สนิทสนมกันในระดับหนึ่งเพียงคนเดียวดูจะเป็นการเอาแต่ใจมากไปหน่อย

เมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจของนาง อู๋ซือหนิงก็กระแอมไอแล้วปรับสีหน้าเป็นปกติ

"ท่านหญิงเชิญว่าต่อเถอะ"

"ดูเหมือนท่านจะลำบากใจ"

"ท่านหญิงคิดมากเกินไป ข้าสบายดี ทำตามใจท่านหญิงเถิด"

"เห็นชัดอยู่ว่าท่านไม่สบายใจที่จะทำ อย่าพูดเอาใจข้าไปหน่อยเลย แบบนั้นไม่เป็นผลดีกับข้าเลยนะ หากท่านเอาอกเอาใจข้าอยู่แบบนี้หากวันใดทำผิดขึ้นมาใครจะรั้งข้าได้"

"..."

"ซึ้งในน้ำใจที่ใต้เท้าอู๋นึกถึงจิตใจข้า และข้ารู้สึกขอบคุณมาก ๆ แต่ท่านอย่าทำแบบนี้เลย"

บุรุษตรงหน้าทำสีหน้าประหลาดใจอีกครั้งก่อนจะระบายยิ้มออกมา

"ข้าเข้าใจแล้ว ขออภัยท่านหญิงด้วย"

เว่ยหย่งฮวากลับไปที่จุดเริ่มต้นเพื่ออธิบายใหม่อีกครั้ง เมื่อเห็นพ้องต้องกันแล้วก็เดินทางไปหาเผิงป๋อเฟิงเพื่อขอความร่วมมือ

"คุณหนู ทำแบบนี้จะดีหรือเจ้าคะ ข้าไม่สบายใจเลย" หนิงชิงชิงไม่รู้รายละเอียดวิธีการของนางแต่ก็พอรู้ว่าคุณหนูของตนจะทำอะไร ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหนนางก็ไม่สบายใจอยู่ดี

"จะให้เขาคิดได้ก็ต้องใช้วิธีที่รุนแรงแบบนี้เท่านั้น น้องชายข้ายังอยู่ในวัยหลงระเริงได้ง่าย ขนาดตอนนี้เขายังคิดว่าไม่เป็นไรอยู่เลย เช่นนั้นก็ต้องใช้ไม้แข็งกับเขาเสียหน่อยแล้ว"

"แต่ข้าเป็นห่วงคุณหนูนะเจ้าคะ"

"มีอู๋ซือหนิงกับเผิงป๋อเฟิงช่วยหนุนหลังอยู่ ไม่เป็นไรหรอก"

สาวใช้คนสนิทถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความจำยอม ในเมื่อคุณหนูของนางต้องการเช่นนี้ก็มีแต่ต้องให้ความร่วมมือเท่านั้นแล้ว ได้แต่หวังว่าแผนการนี้จะสำเร็จในเร็ววัน นางจะได้หายใจโล่งเสียที

สองนายบ่าวเดินอย่างเชื่องช้าไปตามถนนทางกลับบ้าน บรรยากาศยามเย็นค่อนข้างเปล่าเปลี่ยวอย่างน่าประหลาด แต่ก็เป็นจังหวะเหมาะให้ลงมือเหลือเกิน หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนางก็ได้แต่เชื่อใจสหายสองคนที่ได้ขอความช่วยเหลือไปเท่านั้น หวังไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้สักนิดเดียว

เว่ยหย่งฮวาไม่มีวรยุทธ์ การสัมผัสถึงอันตรายมีเพียงสัญชาตญาณเท่านั้นที่บอกได้ และสัญชาตญาณระวังภัยของนางที่ไม่เคยได้จับดาบถือกระบี่ก็เบาบางเสียจนวิสัยทัศน์มืดมิดไปแล้วจึงพึ่งรู้ตัว

เสียงร้องของหนิงชิงชิงดังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เบาลงตามระยะห่างที่มากขึ้น นางถูกอุ้มขึ้นพาดบ่าและตอนนี้อาจจะโผไปตามหลังคาอยู่ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพวกจอมยุทธ์ถึงชอบวิ่งข้ามหลังคาบ้านคนอื่น เพราะนางที่โดนแบกมาด้วยไม่รู้สึกสนุกเลยสักนิด เวียนหัวเทียนแทบคลื่นไส้แล้ว

เว่ยอวี่หยุน ถ้าข้ารอดไปได้เจ้าโดนดีแน่!

คาดโทษน้องชายที่ทำให้ต้องเปลืองแรงเสร็จก็ทำใจยอมรับชะตากรรมต่อ นางถูกอุ้มกระเตงไปถึงไหนต่อไหนไม่ทราบเพราะมีถุงกระสอบคลุมลำตัวท่อนบนไว้ อากาศก็น้อยนิดจึงไม่มีเวลาไปสนใจอะไรอื่นนอกจากชีวิตตัวเอง

ไม่นานร่างของนางก็ถูกวางกระแทกลงบนพื้นฟาง พวกมันจับนางมัดมือไพล่หลังไว้ก่อนจะเอาถุงที่คลุมหัวไว้ออก

"พวกเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร!?" คำถามมาตรฐานสำหรับเหยื่อโจรลักพาตัวใช่ไหมล่ะ นางว่าตอนนี้ฝีมือการแสดงของตนก็ยังไม่ตกนะ

"คุณหนูใจเย็น ๆ เดี๋ยวตัวจะมีริ้วรอยเอาได้"

"พะ เจ้าจะทำอะไรจับข้ามาทำไม"

"เก็บเสียงไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า ตอนนี้คุณหนูเป็นของพวกข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่"

"ไม่รู้!" นางตะคอกกลับ

กฎหมายบ้านเมืองนี้ควรแก้ไขอย่างด่วน พวกโจรนี่มั่นใจมาจากไหนว่านางเป็นของพวกมัน ต่อให้มีสัญญาซื้อขายจากน้องชายของนางจริงแต่เขาไม่มีสิทธิ์มอบชีวิตใครให้คนอื่นนอกจากชีวิตของตัวเอง นอกจากกฎหมายควรปรับปรุงแล้วการศึกษาก็ควรปรับปรุงอย่างด่วนเช่นกัน

วันนี้จะมีอะไรทำให้ข้าโมโหไปมากกว่าน้องชายตัวเองอีก

"รออยู่เฉย ๆ เถอะเดี๋ยวจะมีคนเอาอาหารมาให้ตามเวลา"

พวกมันพูดไว้แค่นั้นแล้วก็ออกไป ปิดประตูขังนางไว้ในโรงนา

เว่ยอวี่หยุนรอดตัวจากการถูกจับหักแขนแล้วก็เดินกลับบ้านสบายใจ แต่พอมาถึงจวนคนในบ้านกลับวุ่นวายไปหมด ใจของเด็กหนุ่มเริ่มไม่ดี

"เกิดอะไรขึ้นเหรอ"

หนิงชิงชิงเห็นเขาเพิ่งมาถึงก็รีบทำตามที่นัดแนะไว้กับคุณหนู แม้ใจจะกระวนกระวายอยากจะโวยวายก่อนหน้าหนี้แล้วที่พวกมันอาจหาญลักตัวคุณหนูไปต่อหน้าต่อตานาง แต่นางได้แต่อดกลั้นทำตามคำสั่งรอเวลาเหมาะสมเท่านั้น

"คุณชายน้อย คุณหนูเจ้าค่ะ คุณหนูถูกลักพาตัว"

"ถะ ถูกลักพาตัว เป็นไปได้อย่างไร!"

"ไม่ทราบว่าเป็นพวกไหนเหมือนกันเจ้าค่ะ อยู่ ๆ ก็มาพาตัวคุณหนูไปเลย ข้าจึงรีบกลับมาขอความช่วยเหลือแต่นายท่าน..."

"ท่านพ่อทำไม"

"นายท่านไม่แจ้งทางการบอกให้เก็บเงียบไว้เจ้าค่ะ"

"อะไรนะ คนหายทั้งคนทำไมทำแบบนี้!?"

"นายท่านเกรงว่าคุณหนูจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเจ้าค่ะ โดนจับตัวไปเช่นนี้ไม่รู้จะโดนทำอะไรบ้าง หรือหากปลอดภัยกลับมาก็ไม่พ้นตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน นายท่านจึงให้ปิดเงียบเรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วดำเดินการอย่างลับๆ"

"อะ อ๋อ งั้นก็คงจะไม่เป็นอะไร ท่านพ่อลงมือเองแล้วนี่" เว่ยอวี่หยุนหลบสายตาคนสนิทของพี่สาว ไม่กล้ามองหน้านางตรงๆ และไม่กล้ามองไปทางบิดาด้วย ได้ยินแต่เสียงผู้เป็นพ่อสั่งการแต่จับใจความไม่ได้

เจ้าพวกนั้นทำจริงหรือนี่

"คุณชายน้อยเป็นอะไรไปเจ้าคะ"

"ปะ เปล่า ไม่มีอะไร"

"คุณชายดูไม่ทุกข์ร้อนใจเลยนะเจ้าคะ หรือว่ามีวิธีอะไรดีๆ ในใจ" หนิงชิงชิงจี้ถาม

ต่อให้นี่เป็นเรื่องที่เตรียมการไว้แล้ว แต่นางก็อดไม่พอใจคุณชายน้อยผู้นี้ไม่ได้ หากนางไม่ไปบังเอิญได้ยินเข้า หากคุณหนูไม่ได้ขอร้องคนอื่นไว้ก่อน หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ๆ โดยไม่มีการรับมือ สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งกว่านี้จนใจนางแทบแตกสลายเลยทีเดียว จริงอยู่ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนอกจากฐานะเจ้านายกับผู้ติดตามรับใช้ แต่นางก็รักคุณหนูของนางมากจนรู้สึกอดที่จะโกรธไม่ได้

ที่คุณหนูเคยย้ำนักหนาว่าให้น้องชายออกห่างจากการพนันก่อนจะถือไว้ที่เหมาะสม นางเข้าใจแล้ว

เรื่องที่เว่ยหย่งฮวาถูกลักพาตัวไปยังคงปิดเงียบนานถึงสามวัน คนที่ทำตัวนิ่งเฉยได้ตลอดเพราะวางใจในผู้เป็นพ่อ ตอนนี้เริ่มนั่งไม่ติดที่ เว่ยอวี่หยุนเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ กังวลถึงพี่สาวที่หายตัวไป เขากลับไปที่โรงพนันแต่ก็ไม่พบคนพวกนั้นเลยสักครั้ง ราวกับว่าเถ้าแก่จงใจหลบหน้าเขาอยู่ นอกจากไม่ให้พบแล้วยังโดนไล่ออกมา

เด็กหนุ่มมีสีหน้าหมองคล้ำจากการอดหลับอดนอน

"เป็นห่วงข้า แต่ก็ไม่ยอมบอกท่านพ่อเนี่ยนะ"

เว่ยหย่งฮวาแกะเม็ดบัวกินด้วยความหน่ายใจ ฟังหนิงชิงชิงเล่าให้ฟังแล้วก็รู้ได้เลยว่าน้องชายของนางยังไม่โตพอจะกล้ายืดอกรับ ตอนนี้ไม่ยอมพูดว่ายังกลัวโดนลงโทษอยู่เลย สงสัยว่าสกุลเว่ยจะเลี้ยงน้องชายคนเล็กแบบไข่ในหินเกินไปแล้ว

นางที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวยังใช้ชีวิตทรหดมากกว่าอีก กับพี่หญิงที่เป็นญาตินั้นก็เช่นกัน พี่หญิงของนางยังมีวิชาทวนติดตัวด้วยซ้ำไป ผิดกับเว่ยอวี่หยุนที่ต่อยตีธรรมดายังจะแพ้เขาเลย

"สงสัยถ้ากลับไปได้ข้าต้องเข้มงวดกับเขาหน่อยแล้ว"

"คุณหนู ทำไมยังต้องทนอยู่ในโรงนาแบบนี้อีกเจ้าค่ะ"

"อยู่แบบนี้ก็สบายดี เจ้าไม่ชอบหรือ"

สาเหตุที่คุณหนูสามยังลอยชายอยู่ได้นั้นเพราะนางได้ตกลงกับเจ้าของโรงพนันตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว ดีอยู่ที่ว่าเขาพูดคุยเข้าใจง่าย ไม่อย่างนั้นนางคงกังวลใจอยู่บ้าง แม้จะนัดแนะกับอู๋ซือหนิงและเผิงป๋อเฟิงด้านความช่วยเหลือเอาไว้แล้วก็ตาม

ย้อนกลับไปสักเล็กน้อยเมื่อสามวันก่อนตอนเย็นหลังจากที่นางถูกพาตัวมา

"คุณหนูช่างมีกรรมหนัก มีน้องชายน้องชายก็ไม่รักเอาเสียเลย"

"เป็นกรรมของข้าจริงๆ" นางพูดเสียงยานคาง จีบปากจีบคอจะน่าหมั่นไส้ ท่าทางไม่เหมือนคนที่หวาดกลัวก็โดนลักพาตัวมาสักนิด

"ได้ยินชื่อเสียงของท่านหญิงมาบ้าง ไม่นึกว่าจะทำให้ประหลาดใจได้ถึงขนาดนี้"

"งั้นก็รู้ไว้เสียตอนนี้เลยว่าจะทำให้ประหลาดใจได้มากกว่านี้อีก"

"น่าสนใจ ท่านหญิงจะแลกเปลี่ยนกับข้าอย่างนั้นหรือ"

"ใครต้องแลกเปลี่ยนกับใครกันแน่ สัญญาของเจ้าของน้องชายข้าไม่มีประโยชน์อะไร เขายังอายุไม่ถึงที่จะทำสัญญาซื้อขายอะไรกับใครได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่เจ้าให้น้องข้าประทับตราเป็นโมฆะไปตั้งนานแล้ว"

"..."

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเถ้าแก่ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

"หลักแหลมยิ่ง เจ้าหนูนั่นยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ"

"ระวังปากหน่อย ถึงเขาจะเป็นน้องชายที่น่าตีของข้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาดูหมิ่นเหยียดหยามเขาได้ ยกเว้นว่าข้าจะทำเอง"

"ดี แววตาแน่วแน่ดีมาก เช่นนั้นท่านหญิงจะเสนออะไรให้ข้าล่ะ"

"อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย เจ้าสิต้องเป็นคนยื่นข้อเสนอให้ข้า ตอนนี้ตัวเองเสียเปรียบยังไม่รู้ตัวอีก"

เถ้าแก่โรงพนันสะอึก เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองในใจขึ้นมา แต่ท่าทางของสตรีผู้นี้ดูน่าสนใจเกินไปจนเขาอยากรู้ว่ามันจะลงเอยอย่างไร

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล นำพา รุ้งราตรี เข้าสู่คฤหาสน์ลึกลับเพื่อเผชิญหน้ากับ แดเนียล แวมไพร์หนุ่มผู้เชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ ท่ามกลางความกลัวและความลับในโลก fantasy เธอต้องตัดสินใจเลือกผลลัพธ์ของความใกล้ชิดนี้ใน vampire romance books ที่น่าติดตาม อ่านนิยาย online novel สนุกๆ ได้ที่นี่
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ เมื่อสาวร่างอ้วนผู้เกลียดผักต้องเผชิญภารกิจสุดป่วนในต่างโลกแนว fantasy เพื่อเอาตัวรอดจากการถูกสวรรค์ลงโทษให้มาทำฟาร์มในดินแดนพิศวง ติดตามการผจญภัยแก้กรรมสุดแปลกใน adventure story ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลผ่านนิยาย online novel
ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า
ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า
ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีต่ำช้า เรื่องราวของหญิงสาวที่ได้รับโอกาสเกิดใหม่เพื่อแก้ไขอดีตอันเลวร้าย ในหนทางของ fantasy romance นี้ นางต้องใช้ไหวพริบปกป้องครอบครัวให้พ้นจากวิบัติและหลีกหนีบ่วงรักที่เคยทำลายชีวิต ติดตามการต่อสู้เพื่อโชคชะตาใน fiction fantasy romance books ที่เข้มข้นตัวเลือกอ่านได้ทาง online novel เล่าถึงการเปลี่ยนชะตาชีวิต
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1 นิยายแนว fantasy เมื่ออานนท์เกิดใหม่เป็นจางอี้หมิงวัย 5 ขวบในครอบครัวที่ถูกขับไล่ให้มาเผชิญความยากจน เขาต้องใช้ทักษะจากชาติก่อนเพื่อเอาชีวิตรอดและสร้างฐานะใหม่ในดินแดนห่างไกล ร่วมผจญภัยไปกับ adventure story สุดเข้มข้นในรูปแบบ read novels online ที่น่าติดตาม
ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
เมื่อโอเมก้าอย่างเธอถูกคู่แท้อัลฟ่าธามทอดทิ้งเพื่อปกป้องหญิงอื่นในนิยาย Werewolf เรื่อง ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน เธอต้องรักษาชีวิตทายาทในครรภ์และกลับคืนสู่ฐานะเจ้าหญิงแห่งฝูงที่ทรงพลังที่สุด อ่านนิยายออนไลน์แนว Romance Fantasy ที่เต็มไปด้วยการแก้แค้นและการทวงคืนอำนาจ
ทัณฑ์อสุรา
ทัณฑ์อสุรา
ทัณฑ์อสุรา เล่าการเอาชีวิตรอดของจ้าวจื่อรั่วที่ถูกสลับตัวมาแต่งงานกับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้เหี้ยมโหดในนิยาย fantasy romance ท่ามกลางความขัดแย้งของตระกูลและการต่อสู้ในสมรภูมิ action นางต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและพันธนาการที่ไร้ทางเลี่ยงในนิยายออนไลน์เรื่องนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
วันสิ้นโลกมาเยือนอย่างกะทันหัน โลกพังทลายกลายเป็นนรกของฝูงซอมบี้คนงานท่าเรืออย่างเฉินโม่และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ชื่อหม่าเปียวและซูซูได้ติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตันชื่อ “หย่วนหยางฮ่าว” ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ และเพื่อเอาชีวิตรอดจึงได้เปิด “สุ่มกล่องปริศนา” จากตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
[พากย์เสียง] แฟนผมคือเจ้าแม่ขาใหญ่ครับ
อัจฉริยะทางธุรกิจลู่หมิงชื่อเสียงดังกระฉ่อนวอลล์สตรีทในวัยสิบแปด อายุยี่สิบเอ็ดก็กลับประเทศสร้างหอการค้าลู่หมิง หลังจากถูกตระกูลเฉาหักหลัง เขาปิดบังชื่อแซ่ส่งดิลิเวอรีและพบกับการพลิกผันของความรักโดยบังเอิญ ทั้งยังพลัดสู่การถูกไล่ล่าสังหาร หลงชีผู้มีพระคุณวัยเด็กออกโรงช่วย แทรกเข้าสู่ชีวิตของเขาด้วยอ้างคำพูดล้อเล่นวัยเด็ก ไม่เพียงแต่ช่วยเขาจากความยากลำบาก ยังใช้วิธีไม่ธรรมดาบีบให้เขาแต่งงานกับเธอ ภายใต้การคุ้มครองและการอยู่เคียงข้างของหลงชี ลู่หมิงเดินออกจากความมืดได้ทีละน้อย ค้นพบรักแท้และจับมือไปด้วยกันในตอนจบ
สัญญาหมด แต่ใจยังรัก
สัญญาหมด แต่ใจยังรัก
เจียงชิงหลี ผู้เชี่ยวชาญการจัดการวิกฤตอันดับหนึ่งของโลก ตัดสินใจทิ้งงานต่างประเทศที่เงินเดือนสูง กลับมาทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมเครือฮั่วซื่อกรุ๊ป เพราะหัวใจของเธอแอบรักฮั่วถิงเซินประธานฮั่วซื่อกรุ๊ปมานานถึงสิบปี ขณะเดียวกันบริษัทก็กำลังเผชิญแรงกดดันก่อนเข้าตลาดหุ้น การพบกันโดยบังเอิญทำให้ทั้งคู่ต้องเข้าสู่วิวาห์ลวงแต่กลับกลายเป็นการใช้ชีวิตคู่จริงโดยไม่ตั้งใจ หากแท้จริงแล้วทุกอย่างคือแผนการที่ฮั่วถิงเซินเตรียมไว้ล่วงหน้า สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการคำนวณเพื่อเข้าหากัน กลับกลายเป็นความรู้สึกรักแท้ที่ทั้งสองต่างไม่เคยเอ่ยออกมา ในที่สุด เมื่อหัวใจได้เปิดเผยต่อกัน ความรักที่แอบซ่อนมายาวนานสิบปีจึงได้บทสรุป คนที่เคยเป็นเพียงคู่สัญญา ก็กลายเป็นคู่ชีวิตที่รักกันตลอดไป
จดหมายอำลา
จดหมายอำลา
พระเอกเฉินฝานยอมสละฐานะทายาทตระกูลมหาเศรษฐี เพื่อแต่งงานกับภรรยาฉู่หลิน วันนี้เป็นวันเกิดของลูกสาวถังถัง หล่อนรอพ่อกับแม่อยู่ริมถนน แต่ในตอนนั้น แม่ของหล่อนกำลังอยู่กับรักแรกจางเจิ้งฮุยและลูกสาวของเขาเสียวอวี่ พวกเขาขับรถกันอย่างมีความสุข แล้วไปชนเข้ากับถังถัง ถังถังโดนชนจนบาดเจ็บสาหัส ฉู่หลินเลือกที่จะส่งเสียวอวี่ที่มีเพียงแผลถลอกไปโรงพยาบาลก่อน จึงทำให้ถังถังเสียชีวิต เฉินฝานขอร้องให้ฉู่หลินไปเยี่ยมลูกสาวหลายครั้งก็โดนปฏิเสธ ฉู่หลินคิดว่าถังถังไม่เป็นไร และสุดท้ายเฉินฝานก็ตายใจ
หวนคืนเพื่อรักท่านอีกครา
หวนคืนเพื่อรักท่านอีกครา
เสิ่นหนานเฉียวถูกหนิงจื่ออวี้ ผู้เป็นสามี ร่วมมือกับพี่สาวต่างมารดาอย่างเสิ่นจิ้งอี๋วางยาพิษ ก่อนจะสิ้นใจ นางได้เห็นหนิงซู่ พระเก้าพันปีผู้มีตำแหน่งสูงศักดิ์ควบม้ามาแต่ไกล เดิมทีหนิงซู่ผู้นี้คือผู้มีผลงานยิ่งใหญ่จนฮ่องเต้ยังหวั่นเกรง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างทาง ขณะออกไปขอยามารักษาชีวิตของนาง ก่อนสิ้นลมหายใจ เสิ่นหนานเฉียวจึงได้รู้ความจริงว่าหนิงซู่รักนางอย่างสุดหัวใจ หลังจากที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง  เสิ่นหนาเฉียวเลือกที่จะไม่แต่งงานกับท่านอ๋องและเลือกแต่งกับหนิงซู่พระเก้าพันปีแทน จนทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง หนิงซู่จำต้องรับปากเพราะต้องการช่วยนางให้รอดพ้นจากสถานการณ์ลำบากนั้น ทว่าภายในใจเขากลับสงสัย เหตุใดหญิงสาวผู้นี้จึงอยากแต่งกับขันทีเช่นเขา ส่วนเสิ่นหนานเฉียวก็ไม่อาจบอกได้ว่า ที่แท้นางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง…
บัลลังก์นี้ข้าขอทวงคืน
บัลลังก์นี้ข้าขอทวงคืน
องค์หญิงเฟิ่งหนีหวงแห่งราชวงศ์ต้าเซิ่ง แกว่งดาบขี่ม้าสวมเกราะออกรบป้องกันดินแดนเป็นเวลาสิบปี เพื่อช่วยให้พี่ชายได้ครองบัลลังก์อย่างมั่นคง ในขณะที่นางเอาชนะชนเผ่าชวนหรงได้ กลับได้ข่าวว่าบุตรสาวตนเองถูกหมิ่นเกียรติและบังคับให้ไปเป็นอนุ และทั้งหมดนี้ก็เป็นแผนการของสามีและพี่ชายของนาง เมื่อฟ่งหนีหวงรู้ความจริงก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น จนหย่าขาดกับสามี และจัดการบรรดาชายชั่วทั้งหลาย ต่อมานางต้องเผชิญหน้ากับพี่ชายผู้ไร้ซึ่งคุณธรรม โง่เขลาเบาปัญญาที่ต้องการฆ่านาง เฟิ่งหนีหวงจึงไม่สนับสนุนเขาอีก และตัดสินใจแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างและบัลลังก์ที่เขาหวงแหน พร้อมก้าวไปสู่หนทางการครองบัลลังก์เสียเอง