Logo
หวงรัก พันธะสวาท
หวงรัก พันธะสวาท

หวงรัก พันธะสวาท

44 ตอน
จบแล้ว
สิปรางค์เผชิญหน้ากับกรกันต์ ผู้ชายที่เคยทำร้ายหัวใจเธอ แต่เขากลับเป็นพ่อของลูกในท้อง! ระหว่างความแค้นกับสายใยเลือด เธอจะทวงความยุติธรรมได้อย่างไร? นวนิยายดราม่ารสเข้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความปรารถนาที่ถูกห้าม...

เรื่องย่อ หวงรัก พันธะสวาท

ค่ำคืนที่แอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ กรกันต์พบสิปรางค์ในห้องลองชุดตอนดึก เขารั้งเธอไว้ ขอเพียงได้พูดคุยกันสักครั้ง แต่หญิงสาวกลับเย็นชา ตัดบททุกความสัมพันธ์ จนกระทั่งเขาพูดความจริงที่สะเทือนใจ—เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา! สิปรางค์ปัดมือเขาออกอย่างหวงแหน เธอไม่ต้องการให้เขาแตะต้องเด็กในท้องแม้แต่น้อย แม้เขาจะพยายามอ้อนวอนสุดหัวใจ เธอกลับประกาศกร้าวว่าพรุ่งนี้เขาจะได้เห็นฤทธิ์เดชของเธอ ความเกลียดชังและความรักที่ปะปนกันทำให้เรื่องราวตึงเครียด เต็มไปด้วยอารมณ์และความแค้นที่รอวันระเบิด
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก หวงรัก พันธะสวาท

พอร์ชเคย์เเมนสีเหลืองวิ่งฉิวเข้าสู่คฤหาสน์หลังงานย่านสุขุมวิท จากนั้นเสียงเบรกเอี๊ยดก็ดังลั่นเมื่อเจ้าตัวจงใจเร่งเครื่องปาดโค้งบริเวณลานน้ำพุ ก่อนที่ตัวรถจะหยุดบริเวณลงหน้าเทอเรชหรูหรา

สิปรางค์ตวัดขาลงจากรถ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านหลังงามที่เจ้าตัวไม่ได้กลับมาร่วมเดือน เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจ้าตัวเมินสลิปเปอร์คู่งามแล้วเดินกระเเทกกระทั้นตามเเรงอารมณ์เข้าไปหาบิดาผู้ให้กำเนิด

ปัง!

เสียงประตูกระแทกแรงๆ ตามมาด้วยร่างเพรียวระหงยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าสัวใหญ่ แววตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าหกสิบปีเหลือบมองบุตรสาวด้วยความรัก ปากหยักปริยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทหลบฉากออกไป

“ป๊า!!!”

สิปรางค์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เต็มแรงพลางตวัดช่วงขาเรียวๆ ที่โผล่พ้นชุดเดรสสีดำสนิทขึ้นมาไขว่ห้างด้วยความเคยชิน ก่อนที่สองแขนจะยกขึ้นกอดอกยามที่เจ้าตัวถูกขัดใจ

“โอ๊ะ โอ วันนี้วันอะไรน๊อ...ลูกสาวสาวคนสวยถึงได้กลับบ้านได้”

สิปรางค์ปรายตามองบิดาแล้วสะบัดหน้าหนี ฝ่ายเจ้าสัวเห็นอาการนั้นก็พลันหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ร่างสูงใหญ่ผ่อนกายพิงพนักเก้าอี้ ปากกาในมือถูกวางลงช้าๆ จากนั้นจึงตามมาด้วยแว่นสายตาที่สวมมากว่าชั่วโมง

“งอนอะไรป๊าอีกล่ะ คนสวย...”

เจ้าของห้องเพ่งมองคนที่นั่งเชิดหน้าคอแทบเคล็ดแล้วก็อดที่จะเย้าแหย่ไม่ได้ สิปรางค์ผู้แสนเย่อหยิ่งในตอนนี้คงกำลังคิดอะไรในหัวอยู่แน่ๆ

วัดได้จากหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปม ปากอิ่มเม้มแน่นจนเกิดรอย ซ้ำใบหน้ายังหนีอีกหลายองศา วางเดิมพันด้วยทรพย์สินย์ทั้งหมดที่มีได้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีต่อไปนี้ พายุลูกย่อมๆ คงเกิดในห้องนี้แน่นอน

“ป๊า!” แววตาขุ่นเคืองนั้นตวัดมามองบิดา ท่ามกลางความไม่พอครุกรุ่นจนอก “ป๊าก็รู้ว่าปรางค์งอนเรื่องอะไร”

“หา!” เจ้าสัวแสร้งเบิกตาโต พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “นี่ป๊ารู้ใจลูกสาวที่ไม่กลับบ้านเป็นเดือนๆ ด้วยเหรอนี่ โอ้โห...ต้องเก่งขนาดไหนกันนะ”

วาจานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางน้ำเสียงที่ไหลรื่นไม่มีสะดุด พอเห็นปากอิ่มเม้มแน่นมากขึ้น ความสนุกในการต่อปากต่อคำจึงเริ่มขึ้น “งั้นป๊าเดานะ กลับบ้านตอนนี้ อืม...อยากได้อะไรหรือเปล่าคะคนสวย กระเป๋าคอลเล็คชั่นใหม่หรือว่านาฬิการุ่นลิมิเต็ดจากช็อปต่างประเทศเอ่ย...”

“...” สิปรางค์นั่งเงี ยบ รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากทางด้านหลัง

“ไม่ใช่กระเป๋า ไม่ใช่นาฬิกา...” คนเป็นบิดายังแสร้งพึมพำกับตัวเอง สักพักจึงเงยหน้าเอ่ยขึ้นว่า “เอ หรือจะเป็นรถสปอร์ตรุ่นใหม่กันนะ ต้องใช่แน่ๆ เลย ป๊าเห็นเขากำลังฮิตกันนี่นา...”

เจ้าสัวแสร้งทำหน้าซื่อตาใส พร้อมกับแสดงความใจป้ำด้วย ‘การเปย์ลูกสาว’ ดั่งเคย

สิปรางค์ต้องการอะไรท่านก็หาให้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความรัก อีกส่วนก็เพราะชดเชยช่วงเวลาที่เคยหายไป แต่ดูเหมือนคราวนี้ข้าวของเงินทองไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ คนสวยของเจ้าสัวใหญ่ถึงกับปรี๊ดแตก

“ป๊าอย่านอกเรื่องนะ! ป๊าก็รู้ว่าทำไมปรางค์ถึงต้องรีบมาหาป๊าตอนนี้!”

สิปรางค์ส่งเสียงแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหู ใบหน้าติดจะหยิ่งบึ้งตึงจนคนรอบข้างนึกขยาด ทว่าสำหรับคนพ่อ ไม่ว่าจะยังไงสิปรางค์ของท่านก็น่ารักเสมอ แม้แต่เวลานี้ก็ตาม!

“โธ่! คนสวย ป๊าไม่มีญาณวิเศษนะลูก จะได้รู้ว่าลมหอบสาวน้อยของป๊าให้กลับบ้านได้ในตอนกลางเดือนแบบนี้”

คนเป็นพ่อยังเฉไฉไปเรื่อย ขณะที่เก้าอี้ไปมาอย่างอารมณ์ดี มือหนาที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักหน่วงก็ยกปากกาขึ้นเคาะโต๊ะอย่างนึกครึ้มใจ

ท่านชอบเวลาสิปรางค์เหวี่ยงหรือวีน อาจฟังดูเป็นเรื่องแปลก แต่ท่านรู้ว่าบุตรสาวคนสวยที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา การศึกษาและฐานะทางสังคม จะไม่เหวี่ยงวีนคนอื่นแบบไร้เหตุผล จะยกเว้นก็แค่ท่านและ...

“ก็ป๊า...”

แค่เพียงจะอ้าปากโวยวาย สายตาก็เหลือบไปเห็นใครอีกคน กำลังยืนเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่าง ด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบในนิตสารอินเตอร์สักเล่ม

สิปรางค์สังเกตเห็นว่าเขาถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากที่เธอพูดจบ ก่อนจะหมุนกายกลับเข้ามา

“เฮีย! ออกไปเลยนะ ปรางค์จะคุยกับป๊าสองคน!”

สิปรางค์ร้องบอกด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากอวบอิ่มยื่นออกมาอย่างน่าขัน เธอไล่เขาแล้ว แต่ร่างสูงกลับนิ่งเฉย มิหนำซ้ำคนที่ถูกเรียกว่า ‘เฮีย’ ยังท้าทายเธอด้วยการถอดสูทตัวนอกออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วพาดมันลงกับโซฟาหลุยส์ตัวโปรดของเธอ

พรึ่บ!

เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่ออมเเรง ท่อนขาเเข็งแกร่งตวัดขึ้นไขว่ห้างวางมาดเท่ห์ มือหนาปลดประดุมเสื้อออกอวดแผนอกแกร่งแน่นตึง

“นี่! ปรางค์ไล่เเล้วนะ”

เขาปรายตามองหน้าเธอเเล้วเมินเฉย ร่างสูงเอื้อมไปกดอินเตอร์คอมด้านข้าง ก่อนจะเปล่งเสียงขรึมสั่งการกับแม่บ้านคนสนิท

“นมทิพย์ครับผมขอกาแฟดำให้ผมหนึ่งแก้วครับ อ้อ! แล้วก็ขอน้ำส้มสด ไม่ใส่น้ำตาลด้วยครับ”

“ปรางค์ไม่กิน!” สิปรางค์สวนกลับเสียงแหลมปรี๊ด ขณะที่กรกันต์กลับตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เฮียก็ยังไม่ได้บอกนี่นา...ว่าสั่งมาให้ปรางค์”

“ไอ้.!!!” คราวนี้เธอพูดไม่ออก เพราะความดันกำลังพุ่งปรี๊ดจนแทบทะลุเพดาน สิปรางค์กลั้นใจหันหน้าหนี ก่อนจะพยายามระงับอารมณ์เดือดปุดๆ ของตัวเอง

“จุ๊ๆๆๆ ไม่เอาสิครับ เป็นคนสวยแล้วไม่ทำกริยาแบบนี้นะครับ”

“ไอ้! คนบ้า คนขี้แกล้ง ป๊า...ดูสิคนแบบนี้เหรอที่ป๊ารักนักรักหนา”

สิปรางค์แทบอยากจะกระทืบพื้นให้สมกับความหงุดหงิดที่กำลังก่อตัวเป็นริ้วๆ วันนี้อุตส่าห์ถือฤกษ์ดีเข้าบ้านมาช่วงกลางเดือน ก็คิดว่าลูกรักของป๊าคงไม่อยู่ที่บ้าน...แต่ที่ไหนได้ นั่งเสนอหน้าอยู่นี่!

“ปรางค์! ไม่เอาลูก ยกมือชี้หน้าเฮียแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยนะ มาๆ มาให้ป๊ากอดก่อนทีนึง” เจ้าสัวธวัชชัยอ้าแขนรับลูกสาว ทว่าสิปรางค์ในตอนนี้ร้อนใจเกินกว่าจะวิ่งเข้ามากอดท่านดั่งเคย

“ไม่ค่ะ! ป๊าตอบมาก่อน ที่ป๊าให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าหมายความว่ายังไง”

น้ำเสียงห้วนจัดกับลมหายใจหอบเเรงของเธอทำให้คนกลางในห้องแอบกลั้นยิ้ม สิปรางค์ในวัยสามขวบกว่ากับสิปรางในวันนี้ไม่แตกต่างกันมากนัก

เวลาโกรธเธอก็เเรงเหมือนกับพายุ

เวลาดีก็ดีใจหาย ให้เรียกเรียกเฮียคะ เฮียขา...ก็ยอม

แล้วดูตอนนี้สิ ไอ้บ้า...เธอก็กล้าเรียก

“สัมภาษณ์เรื่อง?”

“เรื่องที่บอกว่าปรางค์จะหมั้น!”

เธอยืนเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง แม้จะเจอสายตาห้ามปรามจากคนทั้งสอง แต่เรื่องแบบนี้ใครเล่าจะทนไหว ต่อให้เอาอิฐมาถ่วงเธอก็นั่งไม่ลง!

“อ๋อ...” คราวนี้เจ้าสัวธวัชชัยลากเสียงยาวเหยียด คล้ายกับเพิ่งนึกว่าได้ว่าข่าวอะไรหลุดรอดออกไปในเช้าช่วงเช้าที่ผ่านมา

“นึกว่าเรื่องอะไร?”

ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนั้นเล่นเอาสิปรางค์ปร๊ดแตกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับการที่ถูกบิดาหาคู่ให้ แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าบิดาล้ำเส้นเกินไป

สองเท้าจึงย่ำตรงมาหาบิดาทันที

สิปรางค์เท้ามือลงกับโต๊ะ พร้อมเอ่ยถามต้องน้ำเสียงเดือดดาลสุดๆ “ป๊า...ตกลงป๊าจะบังคับปรางค์ให้ได้เลยใช่ไหม”

“สวยซะเปล่าแต่พูดจาไม่มีหางเสียง คะ ขา...ก็ไม่เคยได้ยิน”

เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยดังแว่วกระทบหูของคนสวย คราวนี้เหมือนเธอจะฉุนขาด สองเท้าบนส้นสูงจึงก้าวฉับๆ หมายจะไปเอาเรื่องเขา

“เฮีย! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะปรางค์ไม่ชอบ”

“ไม่!” กรกันต์ส่ายหน้านิ่ง พร้อมกับสำทับอีกระรอก “ถ้าเฮียเป็นป๊า เฮียจะให้ปรางค์เข้ามุม แล้วให้อ่านหนังสือมารยาทผู้ดีอีกสิบรอบ เผื่อปรางค์จะนึกว่าออกว่า ควรพูดกับผู้ใหญ่ยังไง”

“ไอ้!” สิปรางค์พูดไม่ออก เธอกำมือแน่น ก่อนจะหลับตาปี๋แล้วตั้งใจส่งเสียงกรี๊ดร้องดังลั่นบ้านเหมือนเคยในยามที่ถูกขัดใจ

ทว่าทุกอย่างยังไม่ทันได้เกิดขึ้น เพียงแค่เธอขยับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างนอบน้อม และทันทีที่ได้รับอนุญาต บานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

“น้ำส้มค่ะ คุณชะ...คุณหนู!”

เมื่อเข้ามาแล้วพบว่าใครยืนอยู่กลางห้อง นมทิพย์ก็ร้องเรียงคนที่เลี้ยงมากับมือด้วยสุ้มเสียงดีใจเกินจะกล่าว ก่อนจะขยับร่างอวบๆ ไปสวมกอดคนที่แสนคิดถึงอย่างรวดเร็ว

กระทั่งทุกคนในห้องต้องใจหายไปตามๆ เมื่อหญิงชราวัยแตะเลขเจ็ดกับน้ำหนัดเฉียดเจ็ดสิบนิดๆ วิ่งปร๋อราวกับเด็กสาววัยยี่สิบ

“คุณหนู....ทูนหัวของนม”

มือไม้เหี่ยวย่นแปะป่ายไปตามเรือนร่างงามระหงอย่างเเสนหวงแหน ก่อนจับเธอพลิกหมุนไปมาอย่างที่ทำเป็นประจำ และทันทีที่ได้รับอ้อมกอดของ อารมณ์ร้อนๆ ของเธอก็เย็นลงสนิทใจ

อาจเพราะท่านเลี้ยงเธอมาเหมือนลูก สิปรางค์จึงรักและเคารพท่านไม่ต่างกัน

“คุณหนูสบายดีนะคะ”

ได้ยินแบบนั้นสิปรางค์จึงหันไปมองลูกรักของป๊าแล้วแอบเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมายิ้มสดใสให้คนที่เลี้ยงเธอมา

“ปรางค์สบายดีค่ะนม แล้วนมล่ะคะ...แอบกินขนมหวานจนน้ำตาลขึ้นหรือเปล่า”

เธอถามกลับอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม่นมของเธอมีนัดตรวจตามปกติ ถึงแม้เดือนนี้สิปรางค์จะติดธุระสำคัญจึงไม่สามารถพาท่านไปหาหมอได้ แต่ข่าวคราวของคนที่เธอรักก็มีให้ทราบอยู่เป็นระยะๆ และคราวนี้น้ำตาลในเลือดของป้ากุลก็พุ่งสูงจนน่าเป็นห่วง

“แหม! คุณหนูก็ คนแก่มันก็ขึ้นๆ ลงๆ เนอะ”

น้ำเสียงของคนสูงวัยตอบกลับแบบอ้อมแอ้ม กระนั้นกลับไม่กล้าสบตาทูนหัวของตัวเอง

“นมคะ ปรางค์รู้นะว่าป้ากุลแอบกินขนมมีกะทิ ปรางค์บอกแล้วใช่ไหมคะว่ากะทิทานเยอะๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ...”

จากนั้นเสียงหวานๆ ที่ติดเหวี่ยงนิดๆ ก็ร่ายยาวไปอีกเกือบสิบประโยค เล่นเอาคนแก่ที่แอบกินขนมในยามดึกหน้าจ๋อยไปหลายนาที และกว่าสิปรางค์จะรู้ตัวว่าพูดมากไปก็ตอนที่ได้ยินผู้ชายทั้งสองในห้องหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
เมื่อการแก้บนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญใน เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน นิยาย modern แนว romance ผสม horror ที่นางเอกต้องเร่งหาสามีเพื่อผลิตลูกเพื่อหยุดยั้งสิ่งลี้ลับ เธอจึงต้องตามตื๊อชายรุ่นพ่อให้ยอมรับเงื่อนไขนี้เพื่อความอยู่รอด อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่สนุกและตื่นเต้นได้แล้ววันนี้
สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก
สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก
เมื่อนาถลดาแบล็กเมล์เพื่อแต่งงานใน สัญญาร้ายพ่ายเพลิงรัก เควินจึงเปลี่ยนสถานะจากเหยื่อเป็นเสือร้ายที่รอแก้แค้น เขาใช้สัญญาวิวาห์ปลอมๆ เป็นกรงขังเพื่อเอาคืนทั้งตัวและหัวใจ นิยาย romance modern เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับเกมทำลายชีวิตที่หนีไม่พ้น read novels online ได้แล้ววันนี้
กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
หญิงสาววัยยี่สิบปีหวังใช้ชีวิตอย่างอิสระ แต่กลับถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลซึ่งเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเธอ การใช้ชีวิตคู่ที่ไร้ความรัก ท่ามกลางช่องว่างทางสังคมที่แตกต่างกันสุดขั้ว คือบททดสอบครั้งใหญ่ที่เธอต้องก้าวผ่านเพื่อเอาชีวิตรอดจากแรงกดดันมหาศาลนี้
หยุดยั้งหัวใจ
หยุดยั้งหัวใจ
ในนิยาย romance เรื่อง หยุดยั้งหัวใจ เจียงหลีต้องเผชิญกับแฟนเก่าที่พยายามแทรกแซงชีวิตคู่สามปีของเธอกับสืออวี้ จนเกิดข่าวลือบนโลกออนไลน์ ท่ามกลางอุปสรรคและการบีบคั้นจากครอบครัว สืออวี้กลับประกาศกร้าวเพื่อปกป้องสถานะภรรยา และเผยความลับที่เก็บไว้มานานใน modern novel เล่มนี้
ยั่วรักสามีฝรั่ง
ยั่วรักสามีฝรั่ง
บัวบูชาต้องเผชิญวิบากกรรมตามคำทำนายเมื่อต้องใกล้ชิดกับเซดริค หนุ่มต่างชาติร่างสูงใหญ่ใน ยั่วรักสามีฝรั่ง นิยาย modern ที่นำเสนอภารกิจยั่วรักสวนทางความกลัวเพื่อเอาตัวรอดจากเคราะห์ร้าย อ่านนิยายออนไลน์เรื่องนี้เพื่อติดตามการตัดสินใจและบทสรุปของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายใน romance novel ที่น่าติดตาม
KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
เมื่อความเจ็บปวดของคนสำคัญจุดชนวนความโกรธแค้น KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ! นำเสนอเรื่องราวของชายผู้ไร้ความรู้สึกที่ต้องลุกขึ้นมาชำระบาปที่อีกฝ่ายก่อไว้ นิยาย romance แนว modern action ที่เต็มไปด้วยการเอาคืนสุดเข้มข้น ร่วมติดตามภารกิจทวงคืนความยุติธรรมใน web novel เรื่องเยี่ยมที่สายดาร์กห้ามพลาด

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
วันสิ้นโลกมาเยือนอย่างกะทันหัน โลกพังทลายกลายเป็นนรกของฝูงซอมบี้คนงานท่าเรืออย่างเฉินโม่และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ชื่อหม่าเปียวและซูซูได้ติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตันชื่อ “หย่วนหยางฮ่าว” ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ และเพื่อเอาชีวิตรอดจึงได้เปิด “สุ่มกล่องปริศนา” จากตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
หมอหลวงคนนี้ข้าขอจอง
หมอหลวงคนนี้ข้าขอจอง
เซวียเจี่ยนต้องการแก้แค้นให้พ่อ ปลอมตัวเป็นชายเข้าไปในสำนักหมอหลวง กลายเป็นหมอส่วนพระองค์ให้ไทเฮาที่สังหารพ่อ นางใส่แมลงพิษไว้ที่ตัวไทเฮา แต่กลับถูก หมิงอวี้เหิงฮ่องเต้ที่เป็นศัตรูกับไทเฮาเข้าใจผิด จนคิดจะสังหารเซวียเจี่ยน ทั้งสองคนต่อสู้กันไปมา ทรราชกลับมีความรู้สึกพิเศษกับหมอหลวงบุรุษคนนี้ กระทั่งความจริงเปิดเผย ศัตรูคู่แค้นได้เปิดเผยตัวตนออกมา จึงร่วมมือกันโค่นล้มไทเฮาผู้โหดเหี้ยม และได้เป็นคู่รักกัน
[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
[พากย์เสียง] เกิดใหม่ในยุคน้ำแข็ง: ซิ่งรถบ้านท้านรก
สภาพอากาศทั่วโลกแปรปรวนกะทันหัน มหันตภัยวันสิ้นโลกยุคน้ำแข็ง เข้าปกคลุม พร้อมกับผู้คนจำนวนมากที่กลายร่างเป็นซอมบี้ ในชาติที่แล้ว ฉันรอดชีวิตมาได้เพราะรางวัลถ่านหิน 100 ตันที่จับฉลากได้ในงานเลี้ยงบริษัท แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานจอมมารยาหักหลังและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันย้อนเวลากลับมาในวันงานเลี้ยงวันเดิม ด้วยบทเรียนจากชีวิตก่อน ครั้งนี้ฉันตัดสินใจเลือกรถบ้านอย่างไม่ลังเล และดัดแปลงมันให้กลายเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่สำหรับวันสิ้นโลก แถมยังบังเอิญปลุกระบบรถบ้านขึ้นมาได้ ชาตินี้ ฉันสาบานเลยว่า ฉันจะเป็นผู้รอดชีวิตและหัวเราะเป็นคนสุดท้ายให้ได้
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
[พากย์เสียง] ซ่อนกล้องส่องเมียรัก
กลับจากไปทำงานต่างจังหวัดตั้งครึ่งปี พอเหยียบเข้าบ้านปุ๊บ เมียก็รีบพุ่งเข้ามากอดด้วยสายตาร้อนรน บอกว่าอยากมีลูกใจจะขาด คำขอปุบปับแบบนี้ทำเอาผมใจคอไม่ดี อดระแวงขึ้นมาไม่ได้ ก็ผมต้องไปทำงานไกลบ้านตั้งนาน ไม่ได้อยู่ดูแลเธอตลอดเวลา จะให้ไม่คิดมากได้ยังไงล่ะ เพื่อจับผิดให้รู้ดำรู้แดง ผมเลยแอบติดกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ในบ้าน แล้วโกหกว่าบริษัทสั่งให้ไปทำงานด่วนอีกรอบ ก่อนจะไปเปิดโรงแรมนอนซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยจ้องมองจอมือถือ เพื่อขุดคุ้ยความลับที่เธอแอบซ่อนไว้เบื้องหลัง
ชะตารักข้ามภพ
ชะตารักข้ามภพ
ชีวิตที่แล้วลู่อวิ๋นเหมี่ยวทุ่มเททั้งหัวใจให้กับฮ่องเต้ มุ่งมั่นเพื่อจะถูกคัดเลือกเข้าวังจนยอมตัดความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว จนถึงขั้นถอนหมั้นกับเซียวอวิ๋นจิ่ง นางใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ในวังมาตลอดสิบปี จนวันที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา กลับถูกฮ่องเต้ขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่ตำหนักเย็น นางทนความอับอายไม่ไหวจึงปลิดชีวิตตัวเอง ทว่าก่อนที่นางจะสิ้นใจก็ได้เห็นเซียวอวิ๋นจิ่งควบม้ามาด้วยนัยน์ตาแดงกล่ำ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางได้ย้อนกลับมาในวันที่ตัดสัมพันธ์กับเซียวอวิ๋นจิ่ง แต่ครั้งนี้นางเลือกที่จะเป็นเจ้าสาวของเขา ผู้คนต่างมองว่าการแต่งงานครั้งนี้ต้องทำให้นางนั้นทุกข์ระทม แต่นางกลับใช้สติปัญญาอันเฉลียวฉลาด ก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคจนทำให้ทุกคนในตระกูลโหวยอมรับ ลู่อวิ๋นเหมี่ยวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกระทั่งฮ่องเต้หวนกลับมาพัวพันไม่เลิกรา
ผู้ชายของฉันใครก็ห้ามแตะ
ผู้ชายของฉันใครก็ห้ามแตะ
ตอนที่ลู่หมิงส่งอาหารเดลิเวอรี่ ได้เข้าไปพัวพันกับเหตุปะทะระหว่างหลงชีและหวังป้าเทียนผู้เป็นน้าชายโดยบังเอิญ หวังป้าเทียนอยากได้สินค้าของตระกูลหลง คิดทำเรื่องผิดกฎหมาย ลู่หมิงไม่เพียงเปิดโปงแผนการของเขา แต่ยังปกป้องหลงชีด้วยชีวิต ด้วยการรับกระสุนแทนในช่วงจังหวะสำคัญอีกด้วย หลงชีเกิดความรู้สึกที่ดีต่อลู่หมิง และตัดสินใจว่าเขาคือผู้ชายของตน ทว่า ลู่หมิงกลับมีคู่หมั้นอย่างซูหว่านชิงอยู่แล้ว ซูหว่างชิงอละครอบครัวละโมบจนเป็นนิสัย ก่อนจะถึงวันแต่งงานจึงมักขอเงินอยู่บ่อยครั้ง อวิ๋นซูม่านแม่ของลู่หมิงต้องยอมสละทุกอย่างเพื่อการแต่งงานครั้งนี้ของลูกชาย แต่ก็ยังไม่อาจเติมเต็มความละโมบของพวกเขาได้อยู่ดี หลังจากหลงชีรู้ว่าลู่หมิงต้องลำบากเพราะครอบครัวของซูหว่านชิง จึงเข้าชิงตัวเจ้าบ่าว เธอใช้กำลังที่มีทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง และพาตัวลู่หมิงไปได้สำเร็จ ทั้งสองจัดงานแต่งงานกัน......