Logo
รักสุดใจนายหมอนวด
รักสุดใจนายหมอนวด

รักสุดใจนายหมอนวด

72 ตอน
จบแล้ว
ในนิยาย รักสุดใจนายหมอนวด เรื่องราวของชายหนุ่มที่พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อพิชิตใจคนที่เขารัก แม้จะได้รับความรู้สึกกลับมาเพียงน้อยนิดแต่เขาก็ยินดีที่จะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ติดตามความสัมพันธ์สุดละมุนในรูปแบบ lgbt ผ่าน modern novel และ romance stories ที่จะทำให้คุณประทับใจ
ตอนที่ 1 จาก รักสุดใจนายหมอนวด

ต้นหนุ่มตกงานประจำรักคุด รีบเดินอย่างว่องไวเพื่อมาทำอาชีพเสริม เขายิ่งรีบเหมือนยิ่งช้าเพราะผู้คนเดินกันควักไข่ว ในบริเวณถนนคนเดินที่เชียงใหม่ ต้นใช้เวลาเดินทางราวสามสิบนาที ก็มาถึงร้านนวดฝ่าเท้าข้างทาง

"มาเร็วเข้าประจำที่เลย ลูกค้านั่งรอเต็มไปหมดแล้ว" ป้าทองคำตะโกนเสียงดัง พร้อมกับจัดที่ให้ลูกค้า และต้นหมอนวดหนุ่มวัยยี่สิบสาม

"ครับป้า"ต้นรีบนำกระเป๋าไปเก็บไว้และมานั่งประจำตำแหน่ง ซึ่งลูกค้าหนุ่มชาวอันเจียนั่งรออยู่

"สวัสดีครับ"ต้นทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เขาพอพูดได้บ้างเพราะจบชั้น ม.6 มา

ลูกค้าหนุ่มชาวอันเจียยิ้มให้ต้น และมองต้นนิ่งชั่วครู่ จนทำให้ต้นเริ่มรู้สึกเขินอาย

"นวดกี่ชั่วโมงครับ"ต้นรีบถามเพราะจะได้เริ่มทำงาน

" 1 ชั่วโมงครับ"

เมื่อได้รับคำตอบแล้ว ต้นจึงจัดแจงนำผ้าชุ่มน้ำ บรรจงเช็ดเท้าอย่างช้าๆจนสะอาด หลังจากนั้นต้นก็ชะโลมน้ำมันนวดคลึงเบาๆบริเวณเท้าทั้งสองข้าง

"นวดหนักๆหน่อย"หนุ่มอันเจียพูดขึ้น

"ยังไม่ได้นวดครับ แค่เริ่มต้นชะโลมน้ำมันก่อน"ต้นฝืนยิ้มให้ลูกค้าแถมคิดในใจว่า โดนงานหินอีกแล้ว ถึงว่าทำไมป้าทองคำไม่นวดเอง

หลังจากชะโลมน้ำมันที่ฝ่ามือเสร็จ ต้นจึงเริ่มออกแรงหนักขึ้น จนเป็นที่พอใจของหนุ่มอันเจีย ส่วนต้นก็รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็อดทนเพราะต้องทำเพื่อเงิน มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ต้นนวดฝ่าเท้าไปเรื่อยๆและไม่ได้มองหนุ่มอันเจียเลย ถึงจะเห็นครั้งแรกว่าหล่อ ขาว ตี๋ แต่มาสดุดกับคำว่าหนักๆ และต้องออกแรงพอสมควร โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือต้องรีดทั้งฝ่าเท้า หน่อง แต่ก็มีบ้างที่เขาใช้ไม้กดจุด แต่จางหนุ่มอันเจียไม่รู้สึกเจ็บอะไร กลับกันเขารู้สึกสบายเท้า

จางเหม่อมองผู้คน ที่เดินไปมาบริเวณตรงหน้าเขา มีทั้ง อันเจีย ฝรั่ง และคนไทยที่มากที่สุด เขามองด้วยความเพลิดเพลินใจ สบายเท้าและกาย เมื่อต้นเริ่มมานวด คอ บ่า ไหล่ ให้เขา จางหลับตาพริ้มด้วยรู้สึกว่ามันคลายเมื่อยได้ลงเยอะ แต่แล้วความเพลิดเพลินก็ได้หายไป

"เสร็จแล้วครับ" ต้นบอกกล่าว แล้วยืนรอรับเงิน

"เท่าไรครับ" จางหยิบกระเป๋าเงินออกมา

"150 บาท ครับ"

จางควักเงินในกระเป๋าให้ 200 บาทแล้วยื่นให้ต้น

"ไม่ต้องทอน ทิป"

"ขอบคุณครับ"ต้นยกมือไหว้แล้วยิ้ม

จางก็เช่นกันยิ้มให้ต้น แล้วเขาก็เดินจากไปในท่ามกลางฝูง ส่วนต้นก็ยืนมองจนจางจนลับสายตา

"ไอ้ต้นยืนเหม่อหาอะไรมาทำงานต่อ เห็นไหมลูกค้าฝรั่งนั่งรออยู่" ป้าทองคำยืนท้าวเอวบ่นแล้วถอนหายใจ

"ครับป้า" ต้นรับคำแล้วรีบเก็บผ้าที่ใช้เสร็จไปวางไว้ หลังจากนั้นล้างมือแล้วมานั่งที่เดิม ส่วนลูกค้าก็เป็นฝรั่งหญิงสูงอายุ

"ทำไมวันนี้มาช้าจัง"นารีเพื่อนสาววัยใกล้เคียงถามอย่างสงสัย

"ติดงานที่ร้านออกมาไม่ได้เลย"ต้นหันมามองหน้านารี

"ดีแล้วนึกว่าติดผู้"นารีพูดพลางยิ้มติดตลกเพื่อเบี่ยงความรู้สึกของต้น

"บ้าจะติดได้ไง พึ่งอกหัก" ต้นค้อนนิดหน่อย

"ให้มานวดนะ ไม่ได้ให้มาคุยกัน เสียงดังรบกวนลูกค้า" ป้าทองคำตะโกนสุดเสียงเพราะอยู่ไกล

เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้นเลยหยุดชะงัก มองตากันนิดนึงแล้วอมยิ้ม แล้วทำการนวดฝ่าเท้ากันต่อไป ไม่คุยกันแม้แต่น้อย

" ว่าไง ต้น วันนี้ได้กั่ชั่วโมงแล้ว " นนท์หนุ่มวัยยี่สิบหก ซึ่งมาช้ากว่าต้นอีก มานั่งใกล้ๆเพื่อมานวดลูกค้ารายใหม่ ที่พึ่งมาเป็นฝรั่งหนุ่มใหญ่

"สี่ชั่วโมงครับพี่"ต้นหันมาพูดด้วย ทั้งๆที่พึ่งโดนว่าเมื่อครู่

" อ๋อ เหรอ พี่นวดที่ร้านได้ 5 ชั่วโมง นี่ชั่วโมงที่หกนะ"

" ครับ"ต้นแค่พยักหน้าและไม่พูดต่อ ด้วยความรำคาญที่นนท์ชอบคุยทับ และเกรงใจป้าทองคำเดี๋ยวตะโกนด่าอีก

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆในความคิดหมอนวดทั้งหลาย จนถึงห้าทุ่มหมดเวลางาน บรรดาหมอนวดต่างช่วยกันเก็บเก้าอี้สิ่งของเข้าที่เข้าทาง หลังจากนั้นรับเงินแล้วแยกย้ายกันไป

"ไปไหนต่อต้น"นารีเพื่อนสาวตะโกนถามแล้วเดินมาหา

"ว่าจะไปกินข้าวแล้วกลับห้องเลย ไปด้วยกันไหมช่วงนี้เหงาอยู่คนเดียว"ต้นชวน และ ตีสีหน้าเศร้า

"เราก็อยากไป แต่โน้น"นารีโบ้ยปาก

"อ๋อ ผัวมารอนี่เอง"ต้นอมยิ้ม

"วันหลังเดี๋ยวจะไปหาที่ร้านนะ บ่าย" นารียกมือขึ้นแล้วรีบวิ่งไปหาสามีที่นั่งรออยู่บนมอเตอร์ไซค์

"ไปแล้วนะต้น ลูกค้านัด"นนท์เดินมาบอกและจากไป

ต้นมองตามแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่วนต้นก็เดินไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนไม่มากเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้ากำลังเก็บข้าวของ ต้นเดินมาเรื่อยๆจนถึงประตูเชียงใหม่ และขึ้นไปบนลานที่ขายอาหาร ต้นเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ

"วันนี้กินอะไรจ๊ะต้น"วาสสาวใหญ่รีบถามทันที

"หมี่เหลืองเกี้ยวครับพี่"ต้นเดินไปตักน้ำใส่แก้ว แล้วมานั่งที่โต๊ะ ซึ่งเหลืออยู่ที่เดียว

สักพักตาลสามีของวาสก็นำก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ พร้อมกับถามไถ่

"วันนี้เป็นไงบ้าง"

"ก็พอได้นะพี่"ต้นพลางเติมเครื่องปรุง ใส่น้ำตาลเยอะหน่อย ส่วนพริกไม่ใส่เพราะไม่กินเผ็ด

"ตาลมารับออเดอร์ลูกค้าหน่อย "วาสตะโดนเรียก

ตาลเลยรีบเดินไปในทันที เพราะเขาค่อนข้างกลัวเมียพอสมควร

เมื่อต้นปรุงรสเสร็จ จึงจัดการหมี่เกี้ยวตรงหน้าในทันที ด้วยความหิวเขาจึงมุ่งแต่กิน ไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง แต่แล้วเขาต้องหยุดกินเพราะเสียงคุ้นหูเรียก

"ต้น ฝากลูกค้านั่งด้วย ไม่มีที่ว่างเลย"ตาลพาลูกค้าชาวอันเจียมาอยู่ตรงหน้าด้วย

ต้นเงยหน้าขึ้น และเขาก็ประหลาดใจ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้า คือหนุ่มอันเจียที่เขาพึ่งนวดให้เมื่อหัวค่ำ

"ได้ครับ"ต้นยิ้มให้จาง ส่วนจางก็ตอบรับไมตรีโดยการยิ้มกลับ

เมื่อจางนั่งลงเขาก็ไม่ปรุงอะไรเลย กินในทันทีโดยไม่สนต้นที่มองด้วยความแปลกใจ เพราะมันจืดมากๆ ถ้าให้ต้นกินเขาก็ไม่สามารถกินได้

ในระหว่างที่จางกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย ต้นก็อิ่มพอดีเขาจึงลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงินให้วาส

"อิ่มมากเลยพี่ เดี๋ยวมาอุดหนุนใหม่"

"จร้า ขอบใจมาก"

หลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้นจึงข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อกลับห้อง ที่ไม่มีใครอยู่รอการกลับมาของต้น ในขณะที่เขากำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนจากด้านหลัง

"รอด้วย หยุดก่อน"

ต้นหยุดชะงักทันทีและหันไปมอง และนั่นก็คือหนุ่มอันเจียคนเดิมอีก เขาครุ่นคิดว่าหนุ่มอันเจียคนนี้จะเรียกให้หยุดดทำไม

"มีอะไร"ต้นมีสีหน้าสงสัย

"โรงแรมที่ผมอยู่ไปทางนี้ เราจะได้ไปด้วยกัน"จางยิ้มให้และเดินมาหยุดตรงหน้าต้น

"ก็ได้"ต้นยิ้มและงงงวยพอสมควร จู่ๆหนุ่มอันเจียมาขอเดินไปด้วยกัน

"งั้นไปเลย"จางพยักหน้าชวนและเดินนำไป

ส่วนต้นก็ก้าวเท้าเดินตามให้คู่กัน ต่างคนต่างเงียบมองข้างทางที่ผับบาร์ยังเปิดอยู่

"คุณชื่ออะไร"จู่ๆจางก็ถามขึ้น

"ต้น"

"ด้วน"จางพยายามเลียนสำเนียงให้เหมือน

ต้นแอบยิ้มแล้วคิด ชื่อต้นอยู่ดีๆกลายเป็นด้วนซะแล้ว

"ไม่ใช่ ต้น"ต้นพยายามพูดช้าๆ

"ต้วน"

"ต้น"

"ต้น ต้น ต้น"ในที่สุดจางก็พูดได้ชัดขึ้น

"ใช่เลย ออกเสียงแบบนี้แหล่ะ"ต้นยิ้มให้

"ผมชื่อจางนะ"

"จาง"ต้นพูดตามอย่างชัดถ่อยชัดคำ

"โอ้ว ต้นเก่งจัง ว่าจะสอนซักหน่อย"จางมีสีหน้าประหลาดใจ

"ไม่ได้เก่งหรอก ต้นดูซีรี่อันเจียบ่อย ดูแบบซับไทย"

"ต้นชอบดูซีรี่เหมือนผมเลย แล้วชอบเรื่องอะไร"จางได้เรื่องที่จะคุยต่อ

ส่วนต้นไม่รู้จะบอกชื่อเรื่องเป็นภาษาอันเจียว่าอะไรดี เพราะเขาจำได้แต่ชื่อไทย รักไม่มีข้อแม้ ถ้าบอกไปจางก็คงไม่รู้จัก และในทันใดต้นก็คิดออก ถ้าบอกชื่อดาราไปจางต้องรู้จักแน่ๆ

"จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่จำดาราได้ ชื่อ มงมงกับหยันหยัน"

จางอมยิ้ม เพราะเขาก็ดูเรื่องนี้แบบผ่านๆ และได้ยินได้ฟังมาสมควร

"อันเจียอง "

"อันเจียอง พอได้ไหม"ต้นหันมาถาม

"พูดได้อีกแหล่ะ ผมพูดภาษาไทยได้คำเดียวเอง"

"คำอะไรเหรอ"ต้นถามด้วยท่าทีสงสัย

"ก็ต้นไง ชัดไหม"จางพูดอย่างหน้าตาย

"เอ่อ"ต้นพูดไม่ออกได้แต่หันหน้าไปทางอื่น

"วันหลังต้นต้องสอนผมพูดหลายๆคำนะ"

"จะสอนอย่างไง เราไม่ได้อยู่กัน"ต้นหันมามองไหม

"ก็นี่ไงเราเริ่มอยู่ด้วยกันแล้ว เดี๋ยวก็เจอกันบ่อยๆ แลกเบอร์ ไลน์ กันก่อน มาที่ไทยใช้ไลน์ได้ ถ้าผมกลับอันเจีย ต้นก็สมัครเมาท์แชท เราก็คุยกันได้แล้วเห็นไหม"

จางพูดจบ ต้นถึงกับอึ้งไปไม่ถูก คิดไม่ออกจะบอกอย่างไรดี ต้นเริ่มงงจากลูกค้าอยู่ดีๆมาขอเป็นเพื่อน

"ว่าไง ไม่อยากเป็นเพื่อนผมเหรอ เงียบไปเลย"จางหน้าเศร้า

"เปล่า"

"งั้นเรามาสาบานเป็นเพื่อนกัน จนวันตายเลยนะ"

"ฮือ ไม่ต้องถึงสาบานหรอก"ต้นถึงกับอึ้งอีกครั้ง

"ดีจัง ผมมีเพื่อนคนไทยแล้ว เพราะผมมาสองวันแล้วเหงามาก จะได้มีเพื่อนคุย"จางยิ้มไม่หุบ

ทั้งสองเดินเลาะตามไหล่ทาง พูดคุยกันจนถึงหน้าโรงแรมที่จางอยู่

"ถึงแล้ว นี่ไงโรงแรมที่ผมอยู่"จางชี้ไปที่ทางโรงแรม

ต้นมองเข้าไปข้างในโรงแรม ซึ่งมองจากข้างนอกความหรูก็ระดับกลางๆค่อนไปทางหรู

"ขึ้นไปคุยกันข้างบนไหม"จางยืนจ้องหน้า

"พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะ "ต้นปฏิเสธทันที

"ใช่ด้วย ถ้าอย่างนั้นเราขอเบอร์หน่อย พรุ่งนี้จะได้โทรหา ว่าอยู่ที่ไหน เราจะได้ไปนวดตัว เพราะรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว" จางหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมเมมเบอร์

ต้นก็บอกแต่โดยดีเพราะอย่างน้อยก็ได้ลูกค้า ส่วนวันพรุ่งนี้ต้นก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกัน ว่าจะมีงานให้ทำหรือเปล่า จึงเป็นเรื่องราวดีๆที่ต้นเจอคืนนี้

เมื่อต้นบอกเสร็จ จางก็โทรทันที เพราะกลัวต้นแกล้งบอกเบอร์ผิด หลังจากนั้นเสียงมือถือของต้นก็ดังขึ้น จางจึงกดปิดและเมมเบอร์

"ต้นเมมเบอร์ผมด้วย เดี๋ยวลืมถ้าเราโทรไปต้นจำไม่ได้ ต้นใช้เบอร์นี้สมัครไลน์หรือเปล่า"

"ฮือ ใช่"ต้นหยิบมือถือออกมาพร้อมบันทึกชื่อว่าจางเป็นภาษาไทย

ส่วนจางบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ ton หลังจากนั้นเขาก็ค้นหาไลน์ทางเบอร์ ก็เห็นชื่อและหน้าต้นเป็นภาษาอังกฤษ

"ขึ้นแล้ว ต้น ต้น"จางยิ้มระรื่น

"ถ้าอย่างนั้นต้นกลับก่อนนะ"ต้นเอ่ยขึ้น

"ห้องต้นไกลไหมเราเดินไปส่งได้นะ"

"ไม่ต้องหรอกส่งกันไปกันมาไม่ถึงซักที แล้วมันก็ไม่ไกลหรอก"

"ถ้างั้นคืนนี้ต้นนอนนี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับแต่เช้า เดี๋ยวเราเดินไปส่ง"จางยิ้มและเบิกตาขึ้นมองต้น

"ไม่เป็นไรหรอกกลับได้ชินได้"ต้นก็ค้องใจอยู่เหมือนกัน ไม่ได้ไม่ดีก็ชวนขึ้นห้อง ซึ่งต้นก็ไม่อยากจะคิดในแง่ไม่ดี ซึ่งต้นกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ แต่แล้วเสียงของจางก็ดังขึ้น

"ก็ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกัน บ่าย"จางโบกมือให้ แล้วเดินเข้าไปในโรงแรม บางครั้งแอบหันมามองต้น จางรู้สึกถูกชะตากับต้น อยากอยู่ใกล้ๆต้น จางอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนมาประเทศไทย จางก็มีแฟนเป็นผู้หญิง แต่พึ่งเลิกลากันไป

ส่วนต้นก็เดินไปเรื่อยๆพลางคิดถึงรักเก่าที่จากกันไป โดยไม่ได้บอกลาหายไปเป็นเดือน ซึ่งต้นก็พยายามหักห้ามใจไม่ให้คิด เพราะแฟนเก่าของต้นไม่ได้แสนดีจนน่าจดจำ มีแต่สร้างเรื่องให้ต้นแก้ปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
วิญญาณสาวที่ตายอย่างปริศนาใน ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา ต้องค้นหาความจริงว่าตนเองถูกฆาตกรรมหรือเป็นอุบัติเหตุ โดยมีเพียงแฟนใหม่ของอดีตสามีที่เธอเกลียดที่สุดเป็นกุญแจสำคัญ ติดตาม mystery romance แนว horror novel ที่เต็มไปด้วยความแค้นและการสืบสวนผ่านทาง web novel ที่เข้มข้นเล่มนี้
พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
สัมผัสความรู้สึกที่เปลี่ยนไปใน พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you เมื่อจูบแรกกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดลึกซึ้งในนิยาย romance แนว lgbt ที่จะพาคุณไปสำรวจเป้าหมายของหัวใจและการตัดสินใจครั้งสำคัญท่ามกลางบรรยากาศ modern novel ที่น่าติดตาม อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้
พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
เมื่ออิงฟ้าต้องยอมรับองศา บอดี้การ์ดสาวหน้าตายมาดูแลตามคำสั่งพ่อ เรื่องราวใน พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งและภารกิจดูแลความปลอดภัยในฐานะ modern novel แนว lgbt ที่สะท้อนการใช้ชีวิตแบบ young adult และการเรียนรู้ธุรกิจที่เต็มไปด้วยบททดสอบหัวใจ
วายุไฟ
วายุไฟ
วายุนายแบบหนุ่มรูปงามราวสตรีมุ่งมั่นพิชิตใจณธีร์ข้าราชการหนุ่มผู้เคร่งขรึมซึ่งเป็นชายในฝันที่เขาตามหามานาน ทว่าความต่างสุดขั้วระหว่างโลกมายาและชีวิตอันราบเรียบคืออุปสรรคใหญ่ เขาจึงต้องใช้ความปรารถนาอันร้อนแรงดั่งเปลวไฟเพื่อทำลายกำแพงความต่างและคว้าหัวใจของอีกฝ่ายมาให้ได้
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ปราชัยในสงครามต้องกลายเป็นของรางวัลแก่ ไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรใน แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์) นิยาย fantasy romance ที่เล่าถึงการชิงไหวชิงพริบในฐานะเชลยศักดิ์ เมื่อศึกรบจบลงแต่ศึกรักเพิ่งเริ่มต้น ท่ามกลางบรรยากาศ fiction fantasy romance books ที่น่าติดตาม
จากโอเมก้าผู้ถูกราชาอัลฟ่าปฏิเสธ สู่ราชินีของเขา
จากโอเมก้าผู้ถูกราชาอัลฟ่าปฏิเสธ สู่ราชินีของเขา
จากโอเมก้าผู้ถูกราชาอัลฟ่าปฏิเสธ สู่ราชินีของเขา นิยายแนว lgbt และ werewolf romance novels เมื่อโอเมก้าสายเลือดลับถูกทรยศในพิธีศักดิ์สิทธิ์ เธอจึงใช้ฐานะทายาทฝูงทรงพลังเปิดโปงความลับผ่านการถ่ายทอดสดเพื่อทวงคืนความแค้นใน romance stories ที่เดิมพันด้วยอำนาจและศักดิ์ศรี

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ทลายกรงพนัน
ทลายกรงพนัน
สิบปีในคุกที่ปราศจากความยุติธรรม! เกาจิ้่น ถูกครอบครัวของตัวเองวางแผนใส่ร้ายให้ต้องรับผิดแทน เกาอี้ ผู้เป็นลูกบุญธรรม ทำให้เขาต้องโทษจำคุกนานถึงสิบปี ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ เขาได้พบกับ หวงซือหู่ ราชากลการพนัน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนรู้กลโกง หลังจากพ้นโทษ เขาได้เริ่มต้นการแก้แค้น เพื่อโค่นล้มครอบครัวจอมปลอม เขาต้องต่อสู้อย่างดุเดือดในบ่อนพนัน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเดิมพันอย่างดุเดือดกับ หวังจิง ราชาการพนัน! ท้ายที่สุด ก็สามารถทำให้คนชั่วได้รับโทษ ทลายกรงขังแห่งอดีต และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง!
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
[พากย์เสียง] คุณหนูแท้คือเด็กเรียนเก่ง
หลินซือว่าง นักเรียนดีเด่นจากจังหวัดซานเหอ ได้กลับมาพบกับครอบครัวผู้มั่งคั่งที่เมืองจิงอย่างไม่คาดคิด แม้ต้องเผชิญกับการถูกทารุณกรรมจากครอบครัวและการกลั่นแกล้งจากคุณหนูตัวปลอม แต่หล่อนก็ยังคงมุ่งมั่นกับเป้าหมายและทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ หลังจากได้ทะเบียนบ้านของเมืองจิง หล่อนคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อเรียนหนักยิ่งขึ้น ในที่สุด หล่อนได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้วยความสามารถของตนเอง และปูทางไปสู่อนาคตที่สดใส
พันธะรักข้ามภพ
พันธะรักข้ามภพ
อดีตไทเฮาเสิ่นเยว่หมิง ถูกลอบสังหารจนสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของนางทำพิธีใช้เลือดเรียกวิญญาณทุกวันไม่เคยขาด สามปีต่อมา วิญญาณของเสิ่นเยว่หมิงกลับทะลุมิติฟื้นคืนชีพ แต่กลับมาเกิดใหม่ในร่างของ สนมผู้ไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้
เกิดใหม่ยุค 80 พลิกชะตาชีวิต
เกิดใหม่ยุค 80 พลิกชะตาชีวิต
ในปี 1980 เฉินตงถูกแม่และครอบครัวของน้องชายหลอกจนไม่ได้แยกบ้าน ส่งผลให้ภรรยาและลูกสาวของเขาถูกคนในตระกูลเฉินกลั่นแกล้ง ส่วนตัวเขาเองเป็นแรงงานในโรงงานอาหารสัตว์ตระกูลเฉินทั้งชีวิต แต่เมื่อโรงงานเข้าสู่ตลาดหุ้นและทำกำไรได้มากมาย เขากลับถูกครอบครัวน้องชายทอดทิ้ง และเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เฉินตงตัดสินใจที่จะแยกบ้านอย่างเด็ดขาด และพาภรรยากับลูกสาวกลับไปใช้ชีวิตที่ชนบท แต่กลับพบว่าในทุ่งนาและบ่อปลาเต็มไปด้วยกุ้งมังกรน้อย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก เฉินตงจึงตัดสินใจจะใช้โอกาสนี้สร้างเส้นทางสู่ความร่ำรวยด้วยการค้าขายกุ้งมังกรน้อย เพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้กับครอบครัวของเขา
ยามสายลมพัดมากวนใจ
ยามสายลมพัดมากวนใจ
ชาติก่อนเวินเซี่ยงหว่านบีบให้ลู่อี้เฉิง อาเล็กของเธอแต่งงานกับตัวเอง โดยไม่ได้คิดเลยว่าเธอจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต ก่อนตาย เสิ่นชิงชิง คนในหัวใจของลู่อี้เฉิงทำให้เซี่ยงหว่านเข้าใจว่าลู่อี้เฉิงไม่รักเธอ ทั้งยังไปมีลูกกับคนอื่น สุดท้ายเธอจึงจากไปด้วยความเกลียดชัง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวินเซี่ยงหว่านได้ย้อนกลับมาเมื่อ 40 ปีก่อน ตอนที่เธอทิ้งการสอบเข้ามหาลัยไปแต่งงานกับลู่อี้เฉิง ครั้งนี้ เวินเซี่ยงหว่านตัดสินใจฉีกใบสละสิทธิ์การสอบทิ้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นของตัวเอง
[พากย์เสียง] บันทึกรักแห่งตำหนักบูรพา
[พากย์เสียง] บันทึกรักแห่งตำหนักบูรพา
เรื่องราวของซูหว่านถังยอดหญิงสูงศักดิ์ผู้ซึ่งในชาติปางก่อนถูกคนในครอบครัวร่วมกันวางแผนชั่วร้าย บีบบังคับให้นางต้องแต่งงานเข้าไปอยู่ในจวนอ๋องที่โหดเหี้ยมทารุณ เมื่อได้รับโอกาสกลับชาติมาเกิดใหม่ ในวันคัดเลือกตัวเข้าวัง นางจึงตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจที่เยือกเย็นและมั่นคง ซูหว่านถังใช้ไหวพริบเข้าประจันหน้า วางหมากตอบโต้จนสามารถต้อนพี่สาวบุญธรรมและพ่อแม่ใจเหี้ยมที่เคยหักหลังจนจนมุมและพบกับความพินาศ นางใช้ทักษะงานปักสกุลกูลกู้อันเลิศล้ำประกอบกับสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด จนเอาชนะใจและเป็นที่โปรดปรานของทั้งฮองเฮาและพระชายาองค์รัชทายาท จนได้เข้าไปอยู่ในวัง เมื่อถึงวันงานเลี้ยง นางก็ได้เปิดโปงพร้อมชำระแค้นศัตรูเก่า ท้ายที่สุดนางไม่เพียงแต่พลิกชะตาชีวิตที่เคยเลวร้ายได้สำเร็จ แต่ยังสามารถยืนอย่างมั่นคงและค้นพบความอบอุ่นครั้งใหม่ในตำหนักบูรพา นี่คือเรื่องราวแห่งการแก้แค้น การเอาตัวรอดท่ามกลางสมรภูมิเล่ห์เหลี่ยมในรั้ววัง