Logo
BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

82 ตอน
จบแล้ว
เมื่อเสือสองตัวต้องมาอยู่ในถ้ำเดียวกันใน BABY BURN ชะนีเกินเบอร์ นิยาย romance แนว modern action เมื่อโชคชะตาบีบบังคับให้เธอต้องร้ายเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางอุปสรรคและความขัดแย้งที่คาดไม่ถึง ติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นได้ใน romance stories ที่พร้อมให้คุณ read books online free online ได้แล้ววันนี้
ตอนที่ 1 จาก BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

ถ้าให้คำนิยามเกี่ยวกับชีวิตของฉัน ก็คงต้องบอกได้เลยว่า บัดซบสิ้นดี...

ฉันชื่อ ‘ลลิส’ เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหา’ลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แน่นอนว่าในทุกๆ วันและทุกๆ ช่วงเวลาที่ว่างฉันต้องอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอะไรต่างๆ นาๆ มากมาย

ซึ่งเด็กมอปลายทุกคนก็คงรู้กันดีอยู่แล้วล่ะ ว่าตัวเองนั้นต้องผ่านสนามสอบอะไรบ้างจนกว่าจะหาที่เรียนได้

แต่...เรื่องอ่านหนังสือเตรียมสอบก็ไม่ได้ทำให้ฉันเครียดมากนักหรอก เพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเครียดและรู้สึกรำคาญที่สุดก็คือการที่พ่อกับแม่แท้ๆ ของฉันทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน...

มือบางยกขึ้นกุมขมับ ก่อนจะขยี้ผมตัวเองแรงๆ จนยุ่งเหยิงเมื่อเสียงตะโกนด่าทอกันระหว่างพ่อกับแม่ดังแทรกเข้ามาในหู

แกร๊ก!

ฉันกระแทกปากกาที่ถืออยู่วางลงบนโต๊ะด้วยความรุนแรง ตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นของตัวเอง

“เลิกทะเลาะกันสักทีได้มั้ย! หนวกหูโว้ย!!” มือบางเอื้อมไปเปิดประตูห้อง ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปและตะโกนเสียงดังลั่น พ่อกับแม่ที่ยืนทะเลาะกันอยู่ต่างหยุดชะงักแล้วหันมามองฉันเป็นตาเดียว

“แกน่ะหุบปากไป! ไม่รู้หรือไงว่าพ่อแกจะย้ายไปอยู่กับอีเมียน้อยแล้ว!!” ร่างบางของแม่สั่นเทิ้มด้วยอารมณ์แห่งโทสะ มือของท่านกำหมัดเข้าหากันแน่น ราวกับเตรียมพร้อมที่จะประทุษร้ายพ่อของฉันได้ทุกเมื่อ

“รู้ แล้วยังไงล่ะ ถ้าพ่ออยากไปมากนักแม่ก็ปล่อยพ่อไปสิ” มันอาจจะดูเป็นคำพูดง่ายๆ แต่ในความคิดของฉัน ฉันกลับคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องแคร์คนที่ไม่เห็นค่าในตัวเราแล้ว จะอาลัยอาวรณ์ไปทำไม ถ้าคนมันอยากไปต่อให้รั้งแทบตายยังไงผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นแหละ

“แกไม่เป็นฉันก็พูดได้หนิ ถ้าหนวกหูมากนักก็ไสหัวไปอยู่ที่อื่นไป!!”

“ก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะเรียกว่าชินชากับเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็พูดได้

แต่ก่อนแม่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอก เพราะพ่อฉันเองนี่แหละที่ทำให้แม่มีนิสัยที่เปลี่ยนไป ต้นเหตุของปัญหาร้าวฉานในครอบครัวก็ไม่พ้นเกิดจากมือที่สาม เมื่อไม่นานมานี้แม่ฉันเพิ่งจับได้ว่าพ่อมีเมียน้อยที่แอบซุกเอาไว้ตั้งเกือบปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เท่ากับว่าแม่ของฉันถูกพ่อสวมเขามาตลอด

ไม่แปลกที่แม่จะมีนิสัยรุนแรงแบบนี้

แต่บางทีก็เกินไป ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแม่ต้องลดตัวไปตบตีกับพวกผิดศีลธรรมแบบนั้นด้วย

แล้วรู้อะไรไหม? คนที่ได้รับผลกระทบที่สุดมันก็คือลูกอย่างฉันนี่ไง

ปัง!

ฉันปิดประตูห้องเมื่อเห็นว่าอยู่ไปก็คงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา หลังจากกลับเข้ามาในห้องแล้ว หูก็ได้ยินเสียงพ่อกับแม่เปิดศึกมวยไทยกันอีกรอบ

ฉันตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วจัดการกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้ในการอ่านเตรียมสอบลงกระเป๋าเป้ทั้งหมด

เมื่อสำรวจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ลืมอะไร ฉันถึงได้เดินออกมาจากห้องอีกครั้ง และเดินผ่านพ่อกับแม่ที่กำลังทะเลาะกันไปอย่างไม่สนใจ

อยากห้ามก็อยากอยู่ แต่เคยห้ามแล้วถูกหาว่าสะเหล่อไง ฉันก็เลยปล่อยเบลอ

เมื่อเดินออกมาหน้าบ้านฉันก็เดินตรงไปที่โรงจอดรถ เพื่อขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจของตัวเองออกไปหาที่สงบๆ อ่านหนังสือ

ความจริงแล้วฉันก็ไม่ใช่คนเคร่งเครียดกับการเรียนอะไรขนาดนั้น แต่เป็นเพราะอยากสอบติดมหา’ลัยดีๆ ฉันก็เลยต้องพยายามมากกว่าปกติ และพอจะตั้งใจขึ้นมาจริงๆ ก็เจออุปสรรคแบบนั้นไง

ฉันใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงจุดหมาย ตรงหน้าเป็นตึกอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของแฟนฉันเอง เขาชื่อ ‘ธาม’ เป็นเพื่อนต่างห้องของฉัน ธามตามจีบฉันมาหลายเดือนแล้ว แต่ฉันเพิ่งจะเปิดใจคบหากับเขาเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว

ธามก็เป็นคนดีในระดับหนึ่งนะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่นหรือเปล่า แรกๆ อะไรก็ดี ด้วยเหตุนี้เวลาคบใครจึงต้องดูไปนานๆ ฉันเองก็ไม่เคยมีแฟนซะด้วยสิ เรียกได้ว่าธามคือแฟนของฉันคนแรกก็ได้ และในบรรดาผู้ชายที่ตามจีบฉัน ธามคือบุคคลที่มีความอดทนมากที่สุดในการจีบฉันให้ติด เพราะคนอื่นแค่สัปดาห์เดียวก็หายหัวกันไปหมดแล้ว

ถ้าถามว่าฉันรักเขามากหรือเปล่าก็คงจะต้องตอบว่าไม่มากเท่าไหร่ แค่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีและสบายใจ…

หลังจากจอดรถเรียบร้อยฉันก็เดินเข้าไปในตึกเพื่อขึ้นบันไดไปยังชั้นห้องของเขา ระบบความปลอดภัยของที่นี่นอกจากกล้องวงจรปิดแล้วก็ไม่มีอะไรสักอย่าง แม้กระทั่งคีย์การ์ดเปิดเข้าตึกก็ตาม

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

มือบางยกขึ้นเคาะบานประตูตรงหน้าเมื่อเดินมาถึงห้องของธามแล้ว

“อ้าว ลลิสเองเหรอเข้ามาก่อนสิ” ยืนรอไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของธามที่ชะโงกออกมาดู สีหน้าของเขาเหมือนจะแปลกใจนิดๆ ที่เห็นว่าเป็นฉัน แต่ถึงกระนั้นร่างสูงก็เบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ฉันเดินเข้าไปภายในห้อง

“ลิสขออ่านหนังสือที่นี่ได้หรือเปล่า พอดีที่บ้านมีปัญหากันอีกแล้ว” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พร้อมกับพูดออกไปตรงๆ

ซึ่งธามเองก็รู้ดีว่าปัญหาที่ว่านั้นคืออะไร เพราะฉันเคยระบายให้เขาฟังบ่อยแล้วเช่นกัน

“ได้สิ แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังเดี๋ยวธามจะทำให้” ร่างสูงเอ่ยถาม ขณะที่ฉันกำลังขยับเท้าก้าวเดินไปนั่งตรงโซฟากลางห้อง

“ขอน้ำเปล่าก็พอ แค่นี้ลิสก็รบกวนธามมากแล้ว”

“โอเค” เขาตอบรับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับแก้วน้ำในมือ

“ขอบคุณ” ฉันเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ แล้ววางลงบนโต๊ะกระจกด้านหน้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบหนังสือและปากกาออกมาวางไว้ข้างกัน

จากนั้นก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพรมเพื่อจะได้สะดวกในการนั่งจดเลกเชอร์และอ่านหนังสือ

“ลลิสนี่ขยันจังเลยนะ ธามยังไม่เริ่มอ่านเลย” ร่างสูงพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาด้านหลังที่ฉันกำลังพิงอยู่

“ธามก็ไปหยิบหนังสือมาสิ จะได้อ่านด้วยกัน ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวลิสช่วยติว” ถึงฉันจะไม่ได้เรียนเก่งมากมายอะไร แต่ฉันก็อ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหามาพอสมควรแล้ว อาจจะช่วยติวเขาได้บ้าง

สวบ...

“ไม่ล่ะ ธามเบื่อ มัวแต่อ่านหนังสือแบบนี้ลลิสไม่เบื่อบ้างหรือไง”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ วงแขนแกร่งก็เคลื่อนมาสวมกอดฉันจากทางด้านหลัง หนำซ้ำเขายังวางปลายคางลงบนไหล่บางของฉันอีกด้วย

ซึ่งบอกได้คำเดียวเลยว่า...ฉันไม่ชิน แม้ว่าเราจะเป็นแฟนกันก็ตามเถอะ

“ธาม ปล่อยแขนออกก่อน ลิสไม่ชอบ” น้ำเสียงที่ฉันใช้ค่อนข้างนิ่งและราบเรียบ

อะไรที่ฉันไม่ชอบก็คือไม่ชอบ และจะไม่มีการพูดอ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าไม่บอกเขาซะตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวธามก็จะยิ่งเอาใหญ่

มันไม่ผิดเลยนะที่ฉันจะปฏิเสธแฟนตัวเองน่ะ

“เราก็คบกันมาหลายเดือนแล้วนะ ธามขอกอดหน่อยไม่ได้เหรอ” ร่างสูงที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลังพูดเสียงอ้อน พร้อมกับคลอเคลียปลายจมูกโด่งสันอยู่แถวๆ ใบหูของฉัน

“ไม่ได้” ฉันให้คำตอบเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก็หวังว่าเขาจะยอมถอย เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะไม่อยู่ที่นี่ต่อแล้ว

“ถ้าไม่ให้กอด...งั้นจูบก็ได้”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะธาม! ลิสไม่เล่น” ฉันรีบเบี่ยงตัวหลบ เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะจู่โจมเข้าหา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนพรวดพราดจนพานทำให้ธามแทบหน้าคะมำทิ่มพื้นพรม

“ทำไมล่ะลลิส นี่มันเรื่องปกติที่แฟนเขาทำกันนะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน พลางถามฉันด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

พอร่างสูงยืดตัวยืนขึ้นมาเผชิญหน้า ฉันก็ขยับเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเราสองคน

“ลิสรู้ แต่ตอนนี้ลิสยังไม่พร้อม” น้ำเสียงของฉันเริ่มกลับมาอยู่ในโทนปกติอีกครั้ง

คือฉันเข้าใจทุกอย่างเลย ว่ามันคือเรื่องปกติที่คนเป็นแฟนกันเขาทำ แต่ตอนนี้ฉันไม่พร้อมจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง อย่างน้อยการจะทำอะไรมันก็ต้องเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เหรอ เพราะถ้ายังดื้อดึงที่จะเอามันก็ไม่ต่างอะไรกับการบังคับ

“แล้วเมื่อไหร่จะพร้อม”

แม่ง...ถามแบบนี้แล้วใครจะไปตอบได้วะ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้! ไม่รู้! ลิสก็เอาแต่พูดแบบนี้ตลอด!!” ร่างสูงตรงหน้าเริ่มขึ้นเสียงใส่ และฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องโมโหอะไรขนาดนั้น

“ดูเหมือนธามจะไม่เข้าใจอะไรเลย ลิสว่าลิสกลับก่อนดีกว่า ขืนอยู่ต่อเราก็คงจะทะเลาะกันเปล่าๆ” ฉันอุตส่าห์หนีศึกมวยไทยระหว่างพ่อกับแม่เพื่อมาเจอสังเวียนของตัวเองกับแฟนเหรอวะ

“จะไปก็ไป” จบประโยคนั้นร่างสูงก็เดินหนีเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ปล่อยให้ฉันยืนเคว้งอยู่กลางห้องคนเดียว

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่ายกับทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก่อนที่จะเดินกลับไปเก็บของที่เพิ่งจะหยิบออกมาเมื่อสักครู่นี้ลงกระเป๋าตามเดิม

เมื่อเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินออกจากห้องของเขาโดยไม่ลืมที่จะกดล็อกลูกบิดไว้ให้

รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเตรียมสอบของฉันมันช่างมีอุปสรรคมากเลยจริงๆ...

หลังจากที่ออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ของธามแล้ว ฉันก็ขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะแถวนั้นเพื่อหาที่สงบนั่งเงียบๆ คนเดียว

ดวงตากลมโตมองทอดไปยังบึงน้ำขนาดใหญ่ตรงหน้า พลางถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

“ชีวิตเธอนี่มีอะไรดีบ้างวะลลิส” ถึงจะตั้งคำถามกับตัวเองแบบนั้นทว่าฉันก็หาคำตอบไม่ได้อยู่ดี

มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาใครบางคนที่ฉันพอจะปรึกษาปัญหาชีวิตได้

ซึ่งคนนั้นก็คือ ‘เทล’ เพื่อนสนิทของฉันเอง

ทว่าควานมือหาภายในกระเป๋าจนทั่วแล้วฉันก็หามันไม่เจอสักที

“หรือจะทำหล่นไว้ที่ห้องธาม” เมื่อความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว ฉันก็ตวัดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์และสตาร์ทรถทันทีอย่างไม่รอช้า

ใช้เวลาเดินทางไม่นานฉันก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขาอีกครั้ง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

มือบางยกขึ้นเคาะประตู ทว่าครั้งนี้ธามกลับปล่อยให้ฉันยืนรอนานกว่าปกติ

ก๊อก...ก๊อก...ผวัะ!

“ใครวะ!...ละ...ลิส” ธามกระชากประตูเปิดด้วยความรุนแรง สีหน้าของเขาที่แสดงในตอนนี้ราวกับตกใจสุดขีดที่เห็นหน้าฉัน

“ลิสลืม...”

“ใครมาเหรอธาม” เสียงผู้หญิงที่ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของเธอพานทำให้ฉันตวัดสายตาไปมองทันควัน ก่อนจะยืนตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่เห็น

การที่เรามาหาแฟน และเห็นว่ามีผู้หญิงอยู่กับแฟนสองต่อสองภายในห้อง หนำซ้ำยังอยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกหมิ่นเหม่แบบนี้ ถามจริงเถอะว่ามีอะไรต้องให้คิดมากมายนอกจากว่าพวกเขากำลังจะมีอะไรกัน หรือบางที…ก็มีไปแล้ว

“เดี๋ยวลลิส คือว่า...” ร่างสูงที่เปลือยท่อนบนและพันผ้าขนหนูไว้รอบเอวสอบเดินย่างก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมทำท่าจะอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟัง

แต่หารู้ไม่ว่ารอยเล็บข่วนบนแผงอกของเขามันตอบฉันได้อย่างดีเลยล่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างพวกเขาสองคน...

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอก แค่จะมาเอาของที่ลืมไว้” ฉันเอ่ยพูดเสียงนิ่ง แม้ว่าจิตใจตอนนี้กำลังรู้สึกเจ็บแปล๊บอยู่ก็ตาม

ฉันคงผิดเองที่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ แต่ทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ที่นั่งบนโซฟานั้นยังไม่ทันเย็นด้วยซ้ำ แต่กลับมีคนมานั่งทับรอยซะได้

ฉันเดินตรงเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ตกอยู่ด้านล่างโต๊ะกระจก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผู้หญิงคนนั้นที่กำลังมองมาที่ฉันอยู่เช่นเดียวกัน

“อยากได้เหรอ? เอาไปสิฉันยกให้ ดูท่าจะไม่มีปัญญาหาเอง” สิ้นประโยคนั้นฉันก็หมุนตัวกลับแล้วเดินกระแทกไหล่ธามออกมาจากห้องทันทีโดยมีเสียงตะโกนเรียกของเขาดังไล่หลังตามมา

ทัศนียภาพตรงหน้าของฉันเริ่มมัว เนื่องจากหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ และมันก็ทำท่าจะไหลหยดลงกระทบแก้มฉันทุกเมื่อ

รู้ซึ้งแล้ว...ว่าความรู้สึกของการถูกหักหลังมันเป็นอย่างนี้เองสินะ พ่อก็มีเมียน้อย ส่วนแฟนก็มีกิ๊ก ชีวิตฉันนี่อะไรจะเหี้ยขนาดนั้น

และในเมื่อผู้ชายยังมีเล็กมีน้อยได้ แล้วทำไมผู้หญิงจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ...

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

เพลิงรักกลางตะวัน
เพลิงรักกลางตะวัน
เพลิงรักกลางตะวัน เรื่องราวของเพลิงเจ้าของสวนส้มผู้แอนตี้ผู้หญิงที่ต้องมาปะทะกับตวงรัก สปายสาวในภารกิจลับจับเกย์สุดป่วน พบกับการชิงไหวชิงพริบและแผนการเจ้าเล่ห์ในนิยาย romance ที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความสัมพันธ์ใน modern novel เรื่องนี้ อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่
ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
ซูชิงซวู่ สุดยอดสายลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้อาภัพใน ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา นิยาย fantasy romance ที่เล่าการเอาคืนพ่อที่เย็นชาและแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างดุเดือด ท่ามกลางอันตรายและการต่อสู้แบบ action เธอต้องเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้ลึกลับใน web novel ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ
ชายาอสรพิษ
ชายาอสรพิษ
หลี่หลิงเฟิ่ง สายลับอัจฉริยะกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างคุณหนูห้าผู้ถูกขนานนามว่าตัวไร้ค่าใน ชายาอสรพิษ นิยาย fantasy ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการผจญภัยเพื่อลบคำสบประมาทและทวงคืนศักดิ์ศรีในฐานะยอดฝีมือ ติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นได้ใน fantasy novel เรื่องนี้ที่รวมทุกความมันส์ของ adventure story ไว้ครบถ้วน
เถื่อนปรารถนา
เถื่อนปรารถนา
เถื่อนปรารถนา เรื่องราวแนว romance action ของการหลบหนีการไล่ล่าท่ามกลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความเร่าร้อน เมื่อความใกล้ชิดก่อตัวเป็นความผูกพันที่ยากจะดับลง พบกับการผจญภัยที่เดิมพันด้วยชีวิตใน fiction books to read เล่มนี้ที่รวมความตื่นเต้นและ adventure story ไว้อย่างลงตัว
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวที่ทะลุมิติมาเป็นบุตรีแสนชังใน ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง นิยาย fantasy romance ผสม action เมื่อต้องแต่งงานกับแม่ทัพศัตรูเพื่อเป็นตัวประกัน นางจึงใช้ทักษะการค้าก่อร่างสร้างตัวท่ามกลางแผนการร้าย อ่านนิยายออนไลน์ free web novel สนุกครบทุกอารมณ์ที่นี่
ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้
ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้
ทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงปัญญาอ่อนซ้ำยังต้องแต่งงานกับบุรุษใบ้ เมื่อบัณฑิตสาวหลงยุคมาสู้ชีวิตในยุค 60 ในฐานะลูกสาวอดีตโจรผู้ยากไร้ เธอต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่จ้องล้างแค้นและกลุ่มโจรป่า ท่ามกลางอันตรายและการเอาตัวรอดในนิยาย fantasy romance novel อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้ที่นี่

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

รักล้ำลึกยากลืมเลือน
รักล้ำลึกยากลืมเลือน
ฉันกับต้วนหานชวน เป็นคู่เวรคู่กรรมที่ขึ้นชื่อไปทั่วเมืองหลวง พวกเรารักกัน ผูกพันกัน แต่ก็เกลียดชังกัน และไม่อาจตัดขาดกันได้ จนกระทั่งวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า ฉันถูกโจรที่บุกเข้าบ้านฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับตัดสายที่ขอช่วยชีวิตของฉันไปเพราะรักแท้ของเขา...
แลกชีวิต พลิกเกม
แลกชีวิต พลิกเกม
เจียงหมิงเยว่ถูกแฟนหนุ่มฟู่เหยียนชวนกับเสิ่นอีอีร่วมกันวางแผน หลอกให้เซ็นสัญญา “สลับชีวิต” ก่อนถูกฆ่าตายอย่างอนาถ เมื่อได้เกิดใหม่ย้อนกลับมายังฉากเซ็นสัญญา เธอแสร้งยอมจำนน แต่ลอบสับเปลี่ยนสัญญา เสิ่นอีอีใช้กลอุบายเดิมต่อหน้าผู้คน เปิดพิธีสลับอีกครั้ง ทว่ากลับหวาดผวาเมื่อบาดแผลทั้งหมดสะท้อนกลับสู่ตนเองในพริบตา เจียงหมิงเยว่ที่ไร้รอยขีดข่วนยืนมองอย่างเย็นชา บนสัญญามรณะใบนั้น บัดนี้ปรากฏชื่อใหม่ผู้ที่ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่งด้วย
รักนี้ยังไม่สาย
รักนี้ยังไม่สาย
ฉินซีถงรักจี้หลีชวนมานานหลายปี แต่ในใจของเขากลับมีแค่ผู้หญิงอีกคนที่เขารัก เธอจึงยอมจากไปแบบตัวเปล่า และยกตำแหน่งของตัวเองให้กับผู้หญิงคนนั้น จี้หลีชวนคิดมาตลอดว่าหากไม่มีฉินซีถงสักคน ชีวิตของเขาจะต้องมีความสุขแน่ จนกระทั่งวันที่เขาได้รับใบรับรองแพทย์ของฉินซีถง… “จี้หลีชวน ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตฉัน ฉันไม่อยากรักคุณอีกแล้ว”
งานวิวาห์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
งานวิวาห์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
อีฟ คุณหมอฝีมือระดับประเทศช่วยชีวิตดันเต้จากเหตุการณ์ถูกยิงเมื่อห้าปีก่อน แต่อาการบาดเจ็บสาหัสในครั้งนั้นทำให้เธอต้องกลายเป็นหมัน ต่อมาลิลิธได้แอบอ้างว่าเป็นคนที่ช่วยชีวิตดันเต้เพื่อหวังจะแย่งเขาไปจากอีฟ เธอถึงขั้นโกหกว่าเป็นมะเร็ง และวางแผนเข้ารับการผสมเทียมจนตั้งท้องลูกของดันเต้ ในคืนก่อนวันวิวาห์ของเธอกับดันเต้ อีฟได้ล่วงรู้ว่าลิลิธกำลังตั้งครรภ์ แต่ถึงแม้ลิลิธจะโกหก ดันเต้กลับเข้าข้างลิลิธแทนอีฟ อีฟจึงตัดสินใจเดินทางไปอิตาลีเพื่อทุ่มเทให้กับเส้นทางอาชีพแพทย์ของเธอด้วยความใจสลาย ทว่าเมื่อเธอจากไปแล้ว ดันเต้ถึงตระหนักได้ว่าอีฟต่างหากคือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ตอนนี้เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามง้อเธอกลับมา และเขาจะไม่มีวันยอมรับคำว่า "ไม่" เด็ดขาด
หนูน้อยบ้านไร่คือปลาคาร์ปนำโชค
หนูน้อยบ้านไร่คือปลาคาร์ปนำโชค
หนูน้อยโยวโยว เดิมทีเป็นเครื่องรางนำโชคที่เป็นที่รักของทุกคนบนสวรรค์ แต่แล้วกลับถูกท่านปู่เง็กเซียนถีบส่งลงมายังโลกมนุษย์เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง มาอยู่ในร่างของเด็กน้อยน่าสงสาร? ไม่ต้องกลัว! เพราะในร่างกายที่ผอมแห้งอ่อนแอนี้ ซ่อนพลังวิเศษเอาไว้ เพียงแค่โบกมืออวบ ๆ วัวแก่ก็มีน้ำนมและออกลูกได้ หรือแค่กระทืบเท้าเล็ก ๆ ทีเดียว บ่อน้ำที่แห้งเหือดก็มีน้ำพุพุ่งออกมา! แต่คุณป้าใจร้ายกลับด่าว่านางเป็น “ตัวซวย” ? ก็แค่หันไปทำให้ห้องครัวระเบิดจนหน้าดำซะเลย! ส่วนพี่สาวที่เอาก้อนหินปาใส่เพื่อรังแกคนน่ะหรือ...?
เด็กนำโชคจากฟ้า ครอบครัวเฮงทั้งบ้าน
เด็กนำโชคจากฟ้า ครอบครัวเฮงทั้งบ้าน
นางเอกเสี่ยวอู่เย่วเดิมเป็นนางฟ้าน้อยบนสวรรค์ ลงมาสำรวจชีวิตมนุษย์โดยเกิดใหม่ในบ้านผู้ว่าการอำเภอเฉา แต่เมื่อคลอดออกมา แม่แท้ ๆ ของเธอเสียชีวิตจากการตกเลือด ส่วนแม่รองก็แท้งลูกชาย ทำให้ผู้ว่าการอำเภอเฉาผู้ปรารถนาบุตรชายคิดว่านางเป็นเด็กอัปมงคล สั่งให้หมอตำแยทิ้งเธอไป ด้วยความเมตตา หมอตำแยจึงนำนางไปให้ตระกูลถานรับเลี้ยง ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลถานก็โชคดีต่อเนื่อง