Logo
BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

82 ตอน
จบแล้ว
เมื่อเสือสองตัวต้องมาอยู่ในถ้ำเดียวกันใน BABY BURN ชะนีเกินเบอร์ นิยาย romance แนว modern action เมื่อโชคชะตาบีบบังคับให้เธอต้องร้ายเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางอุปสรรคและความขัดแย้งที่คาดไม่ถึง ติดตามเรื่องราวสุดเข้มข้นได้ใน romance stories ที่พร้อมให้คุณ read books online free online ได้แล้ววันนี้

เรื่องย่อ BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

เมื่อเสือสองตัวต้องมาติดอยู่ในถ้ำเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉันผู้เกลียดคนเจ้าชู้และไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้นในถิ่นของตัวเอง กลับต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่กล้าเข้ามาท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว แต่โชคชะตาอันเลวร้ายกลับเล่นตลกส่งผลให้ความสัมพันธ์ของพวกเราลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เหตุการณ์บีบคั้นทำให้ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองให้ร้ายและแรงเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางสงครามประสาทและคำพูดดูถูกที่น่ารังเกียจจากปากเขาที่บอกให้ฉันกลับไปนอนดูดนมอยู่บ้าน ความหมั่นไส้ทำให้ฉันอยากจะฝากรอยเท้าไว้บนหน้าเขาเสียจริง การปะทะกันครั้งนี้จะจบลงอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใครในดินแดนที่มีที่ว่างให้ผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก BABY BURN ชะนีเกินเบอร์

ถ้าให้คำนิยามเกี่ยวกับชีวิตของฉัน ก็คงต้องบอกได้เลยว่า บัดซบสิ้นดี...

ฉันชื่อ ‘ลลิส’ เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่รั้วมหา’ลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แน่นอนว่าในทุกๆ วันและทุกๆ ช่วงเวลาที่ว่างฉันต้องอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอะไรต่างๆ นาๆ มากมาย

ซึ่งเด็กมอปลายทุกคนก็คงรู้กันดีอยู่แล้วล่ะ ว่าตัวเองนั้นต้องผ่านสนามสอบอะไรบ้างจนกว่าจะหาที่เรียนได้

แต่...เรื่องอ่านหนังสือเตรียมสอบก็ไม่ได้ทำให้ฉันเครียดมากนักหรอก เพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเครียดและรู้สึกรำคาญที่สุดก็คือการที่พ่อกับแม่แท้ๆ ของฉันทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน...

มือบางยกขึ้นกุมขมับ ก่อนจะขยี้ผมตัวเองแรงๆ จนยุ่งเหยิงเมื่อเสียงตะโกนด่าทอกันระหว่างพ่อกับแม่ดังแทรกเข้ามาในหู

แกร๊ก!

ฉันกระแทกปากกาที่ถืออยู่วางลงบนโต๊ะด้วยความรุนแรง ตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นของตัวเอง

“เลิกทะเลาะกันสักทีได้มั้ย! หนวกหูโว้ย!!” มือบางเอื้อมไปเปิดประตูห้อง ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปและตะโกนเสียงดังลั่น พ่อกับแม่ที่ยืนทะเลาะกันอยู่ต่างหยุดชะงักแล้วหันมามองฉันเป็นตาเดียว

“แกน่ะหุบปากไป! ไม่รู้หรือไงว่าพ่อแกจะย้ายไปอยู่กับอีเมียน้อยแล้ว!!” ร่างบางของแม่สั่นเทิ้มด้วยอารมณ์แห่งโทสะ มือของท่านกำหมัดเข้าหากันแน่น ราวกับเตรียมพร้อมที่จะประทุษร้ายพ่อของฉันได้ทุกเมื่อ

“รู้ แล้วยังไงล่ะ ถ้าพ่ออยากไปมากนักแม่ก็ปล่อยพ่อไปสิ” มันอาจจะดูเป็นคำพูดง่ายๆ แต่ในความคิดของฉัน ฉันกลับคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องแคร์คนที่ไม่เห็นค่าในตัวเราแล้ว จะอาลัยอาวรณ์ไปทำไม ถ้าคนมันอยากไปต่อให้รั้งแทบตายยังไงผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นแหละ

“แกไม่เป็นฉันก็พูดได้หนิ ถ้าหนวกหูมากนักก็ไสหัวไปอยู่ที่อื่นไป!!”

“ก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จะเรียกว่าชินชากับเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็พูดได้

แต่ก่อนแม่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอก เพราะพ่อฉันเองนี่แหละที่ทำให้แม่มีนิสัยที่เปลี่ยนไป ต้นเหตุของปัญหาร้าวฉานในครอบครัวก็ไม่พ้นเกิดจากมือที่สาม เมื่อไม่นานมานี้แม่ฉันเพิ่งจับได้ว่าพ่อมีเมียน้อยที่แอบซุกเอาไว้ตั้งเกือบปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เท่ากับว่าแม่ของฉันถูกพ่อสวมเขามาตลอด

ไม่แปลกที่แม่จะมีนิสัยรุนแรงแบบนี้

แต่บางทีก็เกินไป ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแม่ต้องลดตัวไปตบตีกับพวกผิดศีลธรรมแบบนั้นด้วย

แล้วรู้อะไรไหม? คนที่ได้รับผลกระทบที่สุดมันก็คือลูกอย่างฉันนี่ไง

ปัง!

ฉันปิดประตูห้องเมื่อเห็นว่าอยู่ไปก็คงไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา หลังจากกลับเข้ามาในห้องแล้ว หูก็ได้ยินเสียงพ่อกับแม่เปิดศึกมวยไทยกันอีกรอบ

ฉันตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วจัดการกวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้ในการอ่านเตรียมสอบลงกระเป๋าเป้ทั้งหมด

เมื่อสำรวจแล้วว่าตัวเองไม่ได้ลืมอะไร ฉันถึงได้เดินออกมาจากห้องอีกครั้ง และเดินผ่านพ่อกับแม่ที่กำลังทะเลาะกันไปอย่างไม่สนใจ

อยากห้ามก็อยากอยู่ แต่เคยห้ามแล้วถูกหาว่าสะเหล่อไง ฉันก็เลยปล่อยเบลอ

เมื่อเดินออกมาหน้าบ้านฉันก็เดินตรงไปที่โรงจอดรถ เพื่อขับมอเตอร์ไซค์คู่ใจของตัวเองออกไปหาที่สงบๆ อ่านหนังสือ

ความจริงแล้วฉันก็ไม่ใช่คนเคร่งเครียดกับการเรียนอะไรขนาดนั้น แต่เป็นเพราะอยากสอบติดมหา’ลัยดีๆ ฉันก็เลยต้องพยายามมากกว่าปกติ และพอจะตั้งใจขึ้นมาจริงๆ ก็เจออุปสรรคแบบนั้นไง

ฉันใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงจุดหมาย ตรงหน้าเป็นตึกอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของแฟนฉันเอง เขาชื่อ ‘ธาม’ เป็นเพื่อนต่างห้องของฉัน ธามตามจีบฉันมาหลายเดือนแล้ว แต่ฉันเพิ่งจะเปิดใจคบหากับเขาเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว

ธามก็เป็นคนดีในระดับหนึ่งนะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่นหรือเปล่า แรกๆ อะไรก็ดี ด้วยเหตุนี้เวลาคบใครจึงต้องดูไปนานๆ ฉันเองก็ไม่เคยมีแฟนซะด้วยสิ เรียกได้ว่าธามคือแฟนของฉันคนแรกก็ได้ และในบรรดาผู้ชายที่ตามจีบฉัน ธามคือบุคคลที่มีความอดทนมากที่สุดในการจีบฉันให้ติด เพราะคนอื่นแค่สัปดาห์เดียวก็หายหัวกันไปหมดแล้ว

ถ้าถามว่าฉันรักเขามากหรือเปล่าก็คงจะต้องตอบว่าไม่มากเท่าไหร่ แค่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดีและสบายใจ…

หลังจากจอดรถเรียบร้อยฉันก็เดินเข้าไปในตึกเพื่อขึ้นบันไดไปยังชั้นห้องของเขา ระบบความปลอดภัยของที่นี่นอกจากกล้องวงจรปิดแล้วก็ไม่มีอะไรสักอย่าง แม้กระทั่งคีย์การ์ดเปิดเข้าตึกก็ตาม

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

มือบางยกขึ้นเคาะบานประตูตรงหน้าเมื่อเดินมาถึงห้องของธามแล้ว

“อ้าว ลลิสเองเหรอเข้ามาก่อนสิ” ยืนรอไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของธามที่ชะโงกออกมาดู สีหน้าของเขาเหมือนจะแปลกใจนิดๆ ที่เห็นว่าเป็นฉัน แต่ถึงกระนั้นร่างสูงก็เบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ฉันเดินเข้าไปภายในห้อง

“ลิสขออ่านหนังสือที่นี่ได้หรือเปล่า พอดีที่บ้านมีปัญหากันอีกแล้ว” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พร้อมกับพูดออกไปตรงๆ

ซึ่งธามเองก็รู้ดีว่าปัญหาที่ว่านั้นคืออะไร เพราะฉันเคยระบายให้เขาฟังบ่อยแล้วเช่นกัน

“ได้สิ แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังเดี๋ยวธามจะทำให้” ร่างสูงเอ่ยถาม ขณะที่ฉันกำลังขยับเท้าก้าวเดินไปนั่งตรงโซฟากลางห้อง

“ขอน้ำเปล่าก็พอ แค่นี้ลิสก็รบกวนธามมากแล้ว”

“โอเค” เขาตอบรับ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับแก้วน้ำในมือ

“ขอบคุณ” ฉันเอื้อมมือไปรับมาถือไว้ แล้ววางลงบนโต๊ะกระจกด้านหน้า ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบหนังสือและปากกาออกมาวางไว้ข้างกัน

จากนั้นก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพรมเพื่อจะได้สะดวกในการนั่งจดเลกเชอร์และอ่านหนังสือ

“ลลิสนี่ขยันจังเลยนะ ธามยังไม่เริ่มอ่านเลย” ร่างสูงพูดพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาด้านหลังที่ฉันกำลังพิงอยู่

“ธามก็ไปหยิบหนังสือมาสิ จะได้อ่านด้วยกัน ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวลิสช่วยติว” ถึงฉันจะไม่ได้เรียนเก่งมากมายอะไร แต่ฉันก็อ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหามาพอสมควรแล้ว อาจจะช่วยติวเขาได้บ้าง

สวบ...

“ไม่ล่ะ ธามเบื่อ มัวแต่อ่านหนังสือแบบนี้ลลิสไม่เบื่อบ้างหรือไง”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ วงแขนแกร่งก็เคลื่อนมาสวมกอดฉันจากทางด้านหลัง หนำซ้ำเขายังวางปลายคางลงบนไหล่บางของฉันอีกด้วย

ซึ่งบอกได้คำเดียวเลยว่า...ฉันไม่ชิน แม้ว่าเราจะเป็นแฟนกันก็ตามเถอะ

“ธาม ปล่อยแขนออกก่อน ลิสไม่ชอบ” น้ำเสียงที่ฉันใช้ค่อนข้างนิ่งและราบเรียบ

อะไรที่ฉันไม่ชอบก็คือไม่ชอบ และจะไม่มีการพูดอ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าไม่บอกเขาซะตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวธามก็จะยิ่งเอาใหญ่

มันไม่ผิดเลยนะที่ฉันจะปฏิเสธแฟนตัวเองน่ะ

“เราก็คบกันมาหลายเดือนแล้วนะ ธามขอกอดหน่อยไม่ได้เหรอ” ร่างสูงที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลังพูดเสียงอ้อน พร้อมกับคลอเคลียปลายจมูกโด่งสันอยู่แถวๆ ใบหูของฉัน

“ไม่ได้” ฉันให้คำตอบเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ก็หวังว่าเขาจะยอมถอย เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะไม่อยู่ที่นี่ต่อแล้ว

“ถ้าไม่ให้กอด...งั้นจูบก็ได้”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะธาม! ลิสไม่เล่น” ฉันรีบเบี่ยงตัวหลบ เมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะจู่โจมเข้าหา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนพรวดพราดจนพานทำให้ธามแทบหน้าคะมำทิ่มพื้นพรม

“ทำไมล่ะลลิส นี่มันเรื่องปกติที่แฟนเขาทำกันนะ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน พลางถามฉันด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

พอร่างสูงยืดตัวยืนขึ้นมาเผชิญหน้า ฉันก็ขยับเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเราสองคน

“ลิสรู้ แต่ตอนนี้ลิสยังไม่พร้อม” น้ำเสียงของฉันเริ่มกลับมาอยู่ในโทนปกติอีกครั้ง

คือฉันเข้าใจทุกอย่างเลย ว่ามันคือเรื่องปกติที่คนเป็นแฟนกันเขาทำ แต่ตอนนี้ฉันไม่พร้อมจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง อย่างน้อยการจะทำอะไรมันก็ต้องเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เหรอ เพราะถ้ายังดื้อดึงที่จะเอามันก็ไม่ต่างอะไรกับการบังคับ

“แล้วเมื่อไหร่จะพร้อม”

แม่ง...ถามแบบนี้แล้วใครจะไปตอบได้วะ

“ไม่รู้”

“ไม่รู้! ไม่รู้! ลิสก็เอาแต่พูดแบบนี้ตลอด!!” ร่างสูงตรงหน้าเริ่มขึ้นเสียงใส่ และฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องโมโหอะไรขนาดนั้น

“ดูเหมือนธามจะไม่เข้าใจอะไรเลย ลิสว่าลิสกลับก่อนดีกว่า ขืนอยู่ต่อเราก็คงจะทะเลาะกันเปล่าๆ” ฉันอุตส่าห์หนีศึกมวยไทยระหว่างพ่อกับแม่เพื่อมาเจอสังเวียนของตัวเองกับแฟนเหรอวะ

“จะไปก็ไป” จบประโยคนั้นร่างสูงก็เดินหนีเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ปล่อยให้ฉันยืนเคว้งอยู่กลางห้องคนเดียว

ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่ายกับทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก่อนที่จะเดินกลับไปเก็บของที่เพิ่งจะหยิบออกมาเมื่อสักครู่นี้ลงกระเป๋าตามเดิม

เมื่อเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินออกจากห้องของเขาโดยไม่ลืมที่จะกดล็อกลูกบิดไว้ให้

รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเตรียมสอบของฉันมันช่างมีอุปสรรคมากเลยจริงๆ...

หลังจากที่ออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ของธามแล้ว ฉันก็ขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะแถวนั้นเพื่อหาที่สงบนั่งเงียบๆ คนเดียว

ดวงตากลมโตมองทอดไปยังบึงน้ำขนาดใหญ่ตรงหน้า พลางถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

“ชีวิตเธอนี่มีอะไรดีบ้างวะลลิส” ถึงจะตั้งคำถามกับตัวเองแบบนั้นทว่าฉันก็หาคำตอบไม่ได้อยู่ดี

มือบางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้ เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาใครบางคนที่ฉันพอจะปรึกษาปัญหาชีวิตได้

ซึ่งคนนั้นก็คือ ‘เทล’ เพื่อนสนิทของฉันเอง

ทว่าควานมือหาภายในกระเป๋าจนทั่วแล้วฉันก็หามันไม่เจอสักที

“หรือจะทำหล่นไว้ที่ห้องธาม” เมื่อความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว ฉันก็ตวัดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์และสตาร์ทรถทันทีอย่างไม่รอช้า

ใช้เวลาเดินทางไม่นานฉันก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขาอีกครั้ง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

มือบางยกขึ้นเคาะประตู ทว่าครั้งนี้ธามกลับปล่อยให้ฉันยืนรอนานกว่าปกติ

ก๊อก...ก๊อก...ผวัะ!

“ใครวะ!...ละ...ลิส” ธามกระชากประตูเปิดด้วยความรุนแรง สีหน้าของเขาที่แสดงในตอนนี้ราวกับตกใจสุดขีดที่เห็นหน้าฉัน

“ลิสลืม...”

“ใครมาเหรอธาม” เสียงผู้หญิงที่ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของเธอพานทำให้ฉันตวัดสายตาไปมองทันควัน ก่อนจะยืนตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่เห็น

การที่เรามาหาแฟน และเห็นว่ามีผู้หญิงอยู่กับแฟนสองต่อสองภายในห้อง หนำซ้ำยังอยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกหมิ่นเหม่แบบนี้ ถามจริงเถอะว่ามีอะไรต้องให้คิดมากมายนอกจากว่าพวกเขากำลังจะมีอะไรกัน หรือบางที…ก็มีไปแล้ว

“เดี๋ยวลลิส คือว่า...” ร่างสูงที่เปลือยท่อนบนและพันผ้าขนหนูไว้รอบเอวสอบเดินย่างก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมทำท่าจะอธิบายทุกอย่างให้ฉันฟัง

แต่หารู้ไม่ว่ารอยเล็บข่วนบนแผงอกของเขามันตอบฉันได้อย่างดีเลยล่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างพวกเขาสองคน...

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอก แค่จะมาเอาของที่ลืมไว้” ฉันเอ่ยพูดเสียงนิ่ง แม้ว่าจิตใจตอนนี้กำลังรู้สึกเจ็บแปล๊บอยู่ก็ตาม

ฉันคงผิดเองที่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ แต่ทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ที่นั่งบนโซฟานั้นยังไม่ทันเย็นด้วยซ้ำ แต่กลับมีคนมานั่งทับรอยซะได้

ฉันเดินตรงเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ตกอยู่ด้านล่างโต๊ะกระจก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผู้หญิงคนนั้นที่กำลังมองมาที่ฉันอยู่เช่นเดียวกัน

“อยากได้เหรอ? เอาไปสิฉันยกให้ ดูท่าจะไม่มีปัญญาหาเอง” สิ้นประโยคนั้นฉันก็หมุนตัวกลับแล้วเดินกระแทกไหล่ธามออกมาจากห้องทันทีโดยมีเสียงตะโกนเรียกของเขาดังไล่หลังตามมา

ทัศนียภาพตรงหน้าของฉันเริ่มมัว เนื่องจากหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ และมันก็ทำท่าจะไหลหยดลงกระทบแก้มฉันทุกเมื่อ

รู้ซึ้งแล้ว...ว่าความรู้สึกของการถูกหักหลังมันเป็นอย่างนี้เองสินะ พ่อก็มีเมียน้อย ส่วนแฟนก็มีกิ๊ก ชีวิตฉันนี่อะไรจะเหี้ยขนาดนั้น

และในเมื่อผู้ชายยังมีเล็กมีน้อยได้ แล้วทำไมผู้หญิงจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ...

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

หลงรักผู้ชายร้ายๆ
หลงรักผู้ชายร้ายๆ
เมื่อความแค้นระหว่างสองตระกูลปะทุขึ้นใน หลงรักผู้ชายร้ายๆ อลินต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างบิดาและสามี ท่ามกลางแผนการกำจัดสายเลือดที่เกิดจากความชิงชัง เธอจะยอมจำนนหรือลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกใน romance novel แนว modern action ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแก้แค้น
ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
เมื่อการเลือกสามีผิดนำไปสู่โศกนาฏกรรมใน ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก นิยาย fantasy เข้มข้นที่นางเอกต้องเผชิญความสูญเสียเมื่อเจ้าเมืองเลือกทอดทิ้งครอบครัวของนางเพื่อหน้าที่ เตรียมพบการล้างแค้นและภารกิจเอาชีวิตรอดใน romance fiction books ที่เต็มไปด้วยฉาก action สุดระทึก
บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
พลอยไพลิน สาวสวยใจถึงกล้าเดินเข้าไปในโลกสีเทาของเรย์ คาร์เทอร์ เจ้าพ่อมาเฟียร้ายที่ไม่เชื่อในความรัก แต่กลับแพ้ทางให้เธอจนต้องพันธนาการทั้งตัวและหัวใจของเธอไว้กับเขา ความกล้าของเธอกลายเป็นโซ่ตรวนที่ไม่มีวันหลุดพ้น นิยายดาร์กโรแมนซ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายและราคะที่ไม่อาจปฏิเสธ
เรือนนารีสกุล
เรือนนารีสกุล
เรือนนารีสกุล นวนิยาย fantasy ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจียวเจี๋ย ผู้สืบทอดสายเลือดที่เหลือรอดในเรือนลับกลางหุบเขา เธอต้องปกป้องน้องสาวและฝึกฝนเพื่อล้างแค้นมือสังหารที่ฆ่าล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน พบกับ mystery story และการต่อสู้สุดระทึกใน fiction fantasy novels ที่น่าติดตาม
คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ
คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ
เมื่อหมอเกี่ยวก้อยต้องเผชิญหน้ากับพุฒิธร อดีตนักเลงทวงหนี้ที่เธอกลายเป็นแม่ของลูกเขาโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งในแนว modern action และภารกิจตามหาน้องชายที่หายไป ติดตามเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความลับได้ใน romance novel เรื่อง คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ บนเว็บอ่านนิยายออนไลน์
จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ นวนิยาย fantasy romance ที่เล่าถึงสตรีผู้ซ่อนคมในฝักด้วยท่าทีเกียจคร้าน แต่เมื่อสามีตกอยู่ในอันตราย เธอจึงต้องเผยพลังที่แท้จริงเพื่อปกป้องเขา พบการต่อสู้สุด action ใน web novel ที่เต็มไปด้วยความลับและการปกป้องผู้เป็นที่รัก อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
[พากย์เสียง] เอาชีวิตรอดบนเรือด้วยกล่องสุ่ม
วันสิ้นโลกมาเยือนอย่างกะทันหัน โลกพังทลายกลายเป็นนรกของฝูงซอมบี้คนงานท่าเรืออย่างเฉินโม่และเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ชื่อหม่าเปียวและซูซูได้ติดอยู่บนเรือบรรทุกสินค้าขนาดหมื่นตันชื่อ “หย่วนหยางฮ่าว” ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ และเพื่อเอาชีวิตรอดจึงได้เปิด “สุ่มกล่องปริศนา” จากตู้คอนเทนเนอร์อย่างที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เพื่อแก้แค้นศัตรูความรัก ซูซีจึงได้ขึ้นเตียงของเซี่ยเยี่ยนจิง น้าคนเล็กของศัตรู ผู้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง จนสุดท้ายคว้าหัวใจของเขามาได้ หลายคนคาดเดาว่า ซูซีที่เป็นตัวถ่วงเนี่ย กล้าไปเอาเรื่องคุณเซี่ย ย่อมต้องถูกลงโทษอย่างสาสมแน่ แต่ความจริงคือ เซี่ยเยี่ยนจิง มหาเศรษฐีที่ทุกคนต่างเกรงกลัวนั้น กลับเอาอกเอาใจและรักใคร่ต่อซูซีอย่างยิ่ง เมื่อซูซีถูกกลั่นแกล้ง เซี่ยเยี่ยนจิงถึงกับพูดตรง ๆ ว่า “ผมไม่ได้ช่วยจัดการความยุติธรรมให้ใคร ผมแค่ช่วยหนุนหลังให้ซูซีเท่านั้น”
คฤหาสน์สีเลือด
คฤหาสน์สีเลือด
ชิราอิชิ มิซากิ หญิงสาวที่ดูอ่อนแอและถูกรังแกที่โรงเรียน คือสมาชิกคนเดียวที่ "ดูปกติ" ในครอบครัวฆาตกร เมื่อกลุ่มเพื่อนที่รังแกเธอตัดสินใจมา "เยี่ยม" ที่บ้าน พวกเธอก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเดินเข้าสู่กับดักมรณะ และกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของบ้านชิราอิชิ
ทะลุมิติมาเป็นมหาวีรบุรุษ
ทะลุมิติมาเป็นมหาวีรบุรุษ
หลินเฟิงข้ามมิติไปยังราชวงศ์โจว กลายเป็นทหารชราวัย 75 ปี ที่ใกล้จากโลกนี้ไป ในช่วงเวลาเดียวกันลูกสะใภ้ใจคดได้มอบหญิงสาวมาเป็นภรรยาให้เขา หลินเฟิงจึงตื่นรู้แนวคิดร้อยบุปผาบาน การแต่งงานกับหญิงสาวไม่เพียงแต่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายกลับไปหนุ่มแน่นอีกครั้ง พร้อมกับการมีพละกำลังมหาศาล ในบ้าน หลินเฟงกำหราบลูกชายใจบาปและลูกสะใภ้ที่ไม่กตัญญูจนอยู่หมัด ในกองทัพ หลินเฟิงจัดการกับทุกคนที่ไม่เคารพเขา ในด้านงานประพันธ์ หลินเฟิงครอบครองความสามารถทางวรรณกรรมอย่างโดดเด่น จนบัณฑิตทั้งปวงต้องก้มหัว ในช่วงที่ราชวงศ์โจวเกิดความวุ่นวาย หลินเฟิงไต่เต้าจากทหารผู้น้อย ก้าวขึ้นทีละขั้นจนกลายเป็นฮ่องเต้ผู้สร้างแผ่นดิน
บทกวีแห่งการรอคอย
บทกวีแห่งการรอคอย
คืนพายุหิมะโหมกระหน่ำ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเซี่ยชิ่นและลูกบังเอิญกลับมาพบกับรักแรกเมิ่งเซิงอีกครั้ง 7 ปีก่อน เธออยากปกป้องเมิ่งเซิงกับน้องสาวไม่ให้ถูกพ่อแท้ ๆ รีดไถเงิน เธอจำใจขายบ้านแล้วนำเงินไปบีบบังคับให้พ่อใจร้ายคนนั้นถอยไป แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักเงิน ทิ้งเมิ่งเซิงเพราะความยากจน ตอนนี้ เมิ่งเซิงก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ผู้ทรงอิทธิพลในวงการ ได้เห็นความลำบากของเซี่ยชิ่นที่ต้องทำงานพาร์ตไทม์ในร้านสะดวกซื้อ จากความคิดอยากแก้แค้น ค่อย ๆ กลายเป็นการค้นพบความจริง เมื่อเซี่ยชิ่นถูกตัวร้ายอย่างโจวเยียนหรานกลั่นแกล้ง จนถงถงลูกชายของเธอตาบอด เมิ่งเซิงยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องสองแม่ลูก ท้ายที่สุด ทั้งสองร่วมกันเปิดโปงแผนร้าย ท่ามกลางพายุหิมะในฤดูหนาวครั้งที่ 7 พวกเขาได้กลับมายืนเคียงข้างกัน เยียวยาวัยเยาว์ที่แตกสลายของกันและกัน
[พากย์เสียง] คุณพ่อมนุษย์หมาป่ามาหาถึงที่
[พากย์เสียง] คุณพ่อมนุษย์หมาป่ามาหาถึงที่
ในคืนพระจันทร์เต็มดวงเมื่อห้าปีก่อน เสิ่นซือเวยดื่มเหล้าเมาเข้าห้องผิด มีความสัมพันธ์กับเผยสิงเหย่ ภายหลังคลอดลูกเสิ่นเสี่ยวซีออกมา คิดไม่ถึงว่าเมื่อเสิ่นเสี่ยวซีอายุสี่ขวบ จะมีอาการป่วยประหลาด จนถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด ในช่วงเวลาวิกฤติ เผยสิงเหย่ปรากฏตัวออกมาช่วยเสิ่นเสี่ยวซีเอาไว้ เสิ่นซือเวยถึงได้รู้ว่า ผู้ชายลึกลับเมื่อห้าปีก่อนนั้นเป็นมนุษย์หมาป่าในตำนาน