Logo
MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ
MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

67 ตอน
จบแล้ว
เมื่อพยาบาลสาวต้องรับมือกับหนุ่มกวนประสาทใน MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ เรื่องราว romance สุดวุ่นในรูปแบบ modern novel ที่เธอต้องเลือกระหว่างการหนีห่างหรือยอมจำนนต่อความหื่นกระหายและคำขู่สุดเร่าร้อน อ่านนิยายออนไลน์ฟรีที่จะทำให้คุณลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดอันตรายนี้

เรื่องย่อ MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

เมื่อพยาบาลสาวต้องมารับมือกับคนไข้หนุ่มจอมกวนที่ตีเนียนเข้าโรงพยาบาลเพียงเพราะไม่มีเงินกินข้าว แถมยังหน้าด้านขอฝากท้องดื้อๆ จนเธอถึงกับอึ้งในความกะล่อน เรื่องราววุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาไม่ได้มีดีแค่ความยียวน แต่ยังพกพาความหื่นและความร้ายกาจมาเต็มพิกัด แม้เธอจะพยายามยกพี่ชายขึ้นมาขู่หวังให้เขาเกรงกลัว แต่คนอย่างเขากลับไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังขู่กลับด้วยท่าทีคุกคามที่ชวนให้ใจสั่นหวั่นไหว ยิ่งพยายามหนีห่างจากผู้ชายอันตรายคนนี้มากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียพลังงานและตกที่นั่งลำบากมากขึ้นเท่านั้น หากไม่อยากให้ชีวิตวุ่นวายไปมากกว่านี้ ทางเดียวที่ทำได้คือต้องอยู่ให้ไกลจากผู้ชายพันธุ์นี้ให้มากที่สุด
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 1 จาก MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ

ชีวิตของฉันเริ่มต้นเข้าสู่ความไม่สงบสุข ก็ในวันที่มีผู้ชายคนหนึ่งมาวนเวียนอยู่ใกล้ตัว...

“ให้พี่ไปส่งมั้ยน้องสาว” ร่างสูงที่กำลังนั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์เอี้ยวหน้าหันมามอง ขณะที่ฝ่ามือหนากำลังจับแฮนด์รถเพื่อบังคับยานพาหนะให้ขับเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้า

เท่าที่จำได้ฉันไม่ได้มีพี่ชายหน้าตาแบบนี้สักหน่อย ถึงแม้ว่าเครื่องหน้าของเขาจะดูดีไร้ที่ติ แต่ก็แฝงเร้นไปด้วยอะไรบางอย่าง ที่สัญชาตญาณของฉันกำลังร้องเตือนว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เป็นอันขาด

“อย่ามาวุ่นวายกับฉันได้มั้ย” คิ้วเล็กขมวดมุ่นแทบจะผูกเป็นปมกลางหน้าผากมน ขณะเอื้อนเอ่ยประโยคนั้นออกไป

อากาศร้อนก็ร้อน ยังจะต้องมาถูกกวนประสาทแบบนี้อีก ไม่หงุดหงิดสิแปลก ฉันไม่ใช่เทเลทับบี้นะที่จะได้แฮปปี้กับดวงอาทิตย์

อีกอย่างอากาศของประเทศไทยก็เปรียบเสมือนนรกจำลองเพื่อให้เทสก่อนใช้งานจริง คิดเอาแล้วกันว่ามันหนักหนาสาหัสขนาดไหน

“จีบมาปีกว่าแล้วเนี่ย ไม่ใจอ่อนหน่อยเหรอ” ดวงตาคมดุดันที่จ้องมองมา แปรเปลี่ยนเป็นแววตาแห่งความเศร้าสร้อยชั่วคราว

ที่เขาพูดมันก็ถูก ‘พี่แบล็ค’ น่ะตามจีบฉันมาได้ปีกว่าแล้ว ทว่าความรู้สึกของฉันก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

วันแรกที่เขาจีบฉันรู้สึกยังไง วันนี้ก็ยังเป็นเฉกเช่นเดิม อาจจะเพราะฉันเรียนหนักด้วยล่ะมั้ง ชีวิตมันเลยวุ่นวายจนไม่สามารถโฟกัสอย่างอื่นได้นอกจากเรียน และเรียนอย่างเดียว

ใครที่เรียนพยาบาลหรือมีคนรู้จักทำงานด้านนี้อยู่ก็คงจะเข้าใจว่ามันเป็นยังไง แล้วยิ่งพ่อฉันเป็นหมอด้วยแล้ว แน่นอนว่าต้องได้รับความกดดันแบบจัดหนักจัดเต็ม ดีแค่ไหนที่พ่อไม่ให้ฉันเป็นหมอเหมือนกับท่าน เพราะแค่นี้ก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว

“ถ้าพี่ว่างมากก็กลับไปทำงานไป” ฉันตอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์

อันที่จริงพี่แบล็คเป็นช่างสัก เปิดร้านอยู่ซอยถัดไป ฉันเคยไปเหยียบที่นั่นครั้งหนึ่งในตอนที่พาพ้อยท์เพื่อนสนิทของฉันไปสัก ซึ่งมันก็นานแล้วแหละ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่พี่แบล็คตามจีบฉันเลย

แต่ก่อนพี่แบล็ครุกแรงมาก จนฉันหวาดระแวงเขาไปหมด แต่พอนานวันเข้าเขาคงรู้ตัวล่ะมั้งว่าทำให้ฉันกลัว ก็เลยเพลาๆ ลงบ้างแล้ว

ทว่ายังไงซะฉันก็กลัวเขาอยู่ดี พี่แบล็คน่ะเจ้าเล่ห์จะตาย สาวงี้ติดตรึม เพราะความเฟรนลี่ขี้เล่นของเขา

ผู้ชายแบบนี้แหละน่ากลัว ดังนั้นฉันเลยคิดว่าควรอยู่ห่างๆ เขาดีกว่า

“ก็เพราะว่าว่างไง ถึงได้ตามมาคอยดูแลคนแถวนี้”

“...” ถ้าถามว่าฉันต้องการไหม? ก็ไม่

“เร็วขึ้นรถ พี่จะพาไปส่งเนี่ย” พี่แบล็คพยักพเยิดไปทางเบาะรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อบอกเป็นนัยว่าให้ฉันกระโดดขึ้นซ้อนท้ายและแง้นไปกับเขาซะ

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า

“เดินอีกห้าก้าวก็จะถึงโรงพยาบาลแล้วปะ อะไรของพี่เนี่ย” ตดยังไม่ทันหายเหม็นด้วยซ้ำ ประตูทางเข้าโรงพยาบาลอยู่แค่เอื้อมมือเท่านั้น

“มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าให้พี่ไปส่ง เดี๋ยวจะพาขับเข้าไปข้างในเลยนะ”

อันนี้ก็เล่นใหญ่เกินเบอร์มาก ขืนทำแบบนั้นคงได้ถูกรปภ.ไล่ตะเพิดออกมาทั้งคู่

ฉันถอนหายใจพรืด เท้าทั้งสองข้างที่อยู่ภายใต้รองเท้าสีขาวรีบขยับเดินเร็วๆ เพื่อหนีเขาให้พ้น โดยไม่ฟังเสียงเรียกที่ดังไล่หลังตามมา

พอเข้ามาในโรงพยาบาลได้ ฉันก็เดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง ซึ่งหน้าที่ของฉันนั้นก็คือการซักประวัติคนไข้

โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ทว่าก็มีคนมาใช้บริการมากมายเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลรัฐฯ

“หน้าบึ้งมาเชียวนะข้าวหอม ไปกินรังแตนที่ไหนมาจ๊ะ” ก้นแตะเบาะเก้าอี้ได้ไม่ทันไร เสียงทักทายจาก ‘พี่อุ้ม’ ที่เป็นพยาบาลรุ่นพี่ก็ดังขึ้นมา

“คนเดิมนั่นแหละค่ะพี่อุ้ม”

“แบล็คน่ะเหรอ เขาก็ตามจีบตั้งนานแล้วนะ ไม่ใจอ่อนหรือไง เป็นพี่นะถ้าตามส่งข้าวส่งน้ำดึกๆ ดื่นๆ เนี่ยพี่ยอมไปแล้ว”

คนบางคนก็มีความคิดไม่เหมือนกันหรอก อะไรที่คนอื่นชอบ บางทีฉันอาจจะไม่ชอบก็ได้

“ก็ข้าวไม่ได้ชอบเขา” และนี่ก็เป็นประโยคที่ฉันมักจะนำมาใช้แทบทุกครั้งในเวลาที่ตัวเองกำลังถูกชง

“เอาน่า~ ถ้าจีบนานๆ แล้วไม่ติดเดี๋ยวเขาก็ไปเองแหละ และอย่ามานั่งเสียใจทีหลังนะ” พี่อุ้มพูดติดตลก พลางเอื้อมมือมาตบไหล่ฉันเบาๆ

บอกเลยว่าคงไม่มีวันนั้นหรอก

“ช่างเขาเถอะค่ะ ข้าวทำงานดีกว่า” ฉันบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะขยับตัวนั่งดีๆ เพื่อกลับเข้าสู่โหมดการทำงาน

ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วสำหรับนักศึกษาพยาบาลอย่างฉัน เพราะงั้นการฝึกงานในครั้งนี้ต้องทำให้เต็มที่มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จะได้ไม่มีใครมาพูดเอาได้ว่าฉันเป็นเด็กเส้น ถึงได้ทำหน้าที่ไม่เยอะ ทั้งที่ตลอดมาฉันก็วิ่งวุ่นทำทุกอย่างที่รุ่นพี่พยาบาลเรียกใช้ ทว่าคนที่ปากมากกลับไม่เห็นในตอนที่ฉันทำต่างหากล่ะ

ฉันยอมรับนะว่าพ่อของฉันสนิทกับเจ้าของโรงพยาบาลนี้ แต่มันก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องทำตัวเป็นคุณหนู เดินโฉบไปโฉบมาไม่ทำอะไร

ฉันมาฝึกงาน ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดคือประสบการณ์ไม่ใช่ความสุขสบาย

แล้วที่สำคัญ ฉันก็ไม่ได้ทำหน้าที่ซักประวัติแทบทุกวันสักหน่อย บางวันฉันก็ไปฝึกอย่างอื่นด้วย เพื่อให้ทำเป็นหลายๆ อย่าง แบบนี้น่ะเหรอเรียกว่าสบาย?

คนนินทานี่น่าตีปากจริงๆ เลยเชียว...

พี่อุ้มไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เดินแยกไปนั่งที่ของตัวเอง ไม่นานคนไข้และญาติก็เข้ามาติดต่อไม่ขาดสาย...

ตลอดทั้งวันฉันรับมือกับคนไข้และญาติที่มาในทุกรูปแบบ จนกระทั่งถึงเวลาพักฉันก็ต้องพบกับบุคคลที่รับมือยากมากที่สุด เรียกได้ว่าแทบจะยื่นมือไปหยิบยาแก้ปวดหัวมากินดักไว้เลยดีกว่า

“ขาประจำมาหาอีกแล้วนะ” พี่อุ้มหันมาแซวพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนที่เขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าฉันพอดี

“มาโรงพยาบาลวันนี้ป่วยเป็นอะไรอีกล่ะคะ” ฉันไม่เคยเสียมารยาทกับคนไข้คนไหน แต่เขาคือคนแรก

ที่ต้องเอ่ยคำถามนั้นออกไป ก็เป็นเพราะว่าเขามาบ่อยและถี่เกินกว่าคนปกติจะมา ที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่มาเขาไม่ได้ป่วย

“พอดีกินข้าวไม่ค่อยได้น่ะครับ” ใบหน้าหล่อสลดลง

หรือว่าวันนี้เขาจะไม่สบายจริงๆ แต่เมื่อเช้าเขาก็ยังปกติอยู่เลยนะ

“หืม? มีอาการอาเจียนด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่ายังไง” คิ้วเรียวเล็กเลิกขึ้นสูง พร้อมด้วยสีหน้าแปลกใจ ขณะที่นิ้วก็กำลังเตรียมจดอาการป่วยของเขาไปด้วย

“เปล่าครับ แค่ไม่มีตังค์” พูดจบเขาก็ฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวที่เรียงตัวสวย

กึก...

“...” ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก หูได้ยินเสียงปากกาที่ถืออยู่ในมือกดลงบนกระดาษ และทะลุไปข้างหลังจนเป็นรูโบ๋

“ถ้าคุณพยาบาลไม่รังเกียจ ผมขอฝากท้องไว้สักมื้อนะครับ”

“คุณท้องเหรอคะ?” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่แบล็ค ก็เขาบอกเองว่าขอ ‘ฝากท้อง’ เพราะงั้นฉันไม่ผิดนะที่สวนกลับแบบนั้น

กวนมาฉันก็กวนกลับไง แฟร์ๆ ดี

“เดี๋ยวนี้พัฒนานะเนี่ย” รอยยิ้มขี้เล่นเผยกว้างเต็มไปหน้าของเขา จนพานทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่บริเวณรอบๆ หันมามองเขาตาเยิ้ม “พักแล้วใช่มั้ย ไปกินข้าวกันพี่เลี้ยง”

“ไม่ต้องการ” ฉันปฏิเสธทันควันอย่างไร้เยื่อใย “พี่อุ้ม ข้าวไปพักก่อนนะคะ เอาอะไรหรือเปล่า” ฉันปรับน้ำเสียงให้กลับมาอยู่ในโทนปกติ ก่อนจะหันไปถามพี่อุ้มที่ยังคงทำหน้าที่อยู่

“ไม่จ้า ตามสบายเลย”

เมื่อได้ยินดังนั้นฉันก็คว้ากระเป๋าสะพายข้างขนาดเล็กขึ้นมาพาดไหล่ ก่อนจะขยับเท้าก้าวเดินเร็วๆ ผ่านหน้าเขา ทว่าก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยังไงซะพี่แบล็คก็เดินตามขึ้นมาเคียงข้างฉันอยู่ดี

เรียกได้ว่า หนีให้ตายยังไงก็ไม่พ้น

“เดินเร็วยังไงพี่ก็ตามทันอยู่ดีนั่นแหละ” เขาคงสังเกตท่าทางของฉันมานานแล้วถึงได้พูดแบบนั้น นึกอิจฉาผู้ชายก็ตรงที่มีเรียวขายาวกว่าผู้หญิงนี่แหละ เผลอๆ บางคนยังขาสวยเกินหน้าเกินตาอีกด้วย

“งั้นก็ไม่ต้องตามมาสิ ฉันจะได้เดินปกติ” ถึงบอกออกไปแบบนั้นเขาก็ไม่ฟังอยู่ดี เดินยิ้มหน้าระรื่นราวกับไม่รับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น

เหอะ! ช่างน่าหมั่นไส้...

“อย่าเย็นชานักเลยน่าข้าวหอม พี่ก็แค่อยากกินข้าวด้วย ไม่ได้ทำให้ลำบากเลยสักนิด” พี่แบล็คปรายตามองฉันที่กำลังถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “อีกอย่างพี่เลี้ยงนะ ไม่ได้จะขอกินฟรีอย่างที่พูดตอนแรก”

ฉันรู้ รู้ดีเลยแหละว่าเขาน่ะสายเปย์ โดยเฉพาะของกินนี่เปย์หนักจัดเต็มราวกับจะขุนให้ฉันอ้วนเป็นหมู ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีแต่เขานี่แหละที่คอยขนเสบียงมาให้ในตอนที่ฉันเข้าเวรดึกๆ ดื่นๆ

“ฉันไม่ชอบให้ใครมานินทาเพราะเรื่องของพี่” เป็นอีกเหตุผลหลักที่ฉันไม่อยากจะวุ่นวายกับพี่แบล็คสักเท่าไหร่ เพราะตัวขี้นินทานางชอบเอาเรื่องที่พี่แบล็คมาหาฉันไปเม้าท์มอยกับชาวบ้านชาวช่อง จนเรื่องนี้ถึงหูพ่อของฉัน แน่นอนว่าก็โดนดุไปตามระเบียบ

พ่อเองก็รู้จักพี่แบล็คดี และท่านก็ไม่ชอบพี่แบล็คอย่างแรงเพราะอาชีพที่พี่แบล็คทำอยู่ ฉันไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับพ่อให้เสียบรรยากาศภายในบ้านก็เลยคิดว่าต้องอยู่ห่างๆ พี่แบล็คเอาไว้ แต่เขาก็ไม่วายตามมาวนเวียนทุกวี่ทุกวัน

“ใคร? เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้”

“พี่จะไปตบเขาหรือไงล่ะ” ฉันเอ่ยถามอย่างประชดประชัน ขณะที่ก้าวเข้าไปในศูนย์อาหารของทางโรงพยาบาล ทันทีที่ปลายเท้าก้าวพ้นขอบประตูสายตาทุกคู่ก็ตวัดขวับมองมาที่พี่แบล็คและฉันเป็นตาเดียว และหนึ่งในนั้นก็มีสายตาของแก๊งชะนีขาเม้าท์ประจำโรงพยาบาลอยู่ด้วย

ซวย...ซวยจริงๆ

“กินข้าวไปสิครับ มองทำไม” เสียงของพี่แบล็คที่ดังขึ้นมามันสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งศูนย์อาหาร ดวงตาคมคู่นั้นจดจ้องไปที่โต๊ะของแก๊งขาเม้าท์ ราวกับพี่แบล็คจะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นตัวต้นเหตุข่าวซุบซิบที่ถูกเติมแต่งให้เสียหาย

ฉันเลิกสนใจสิ่งรอบกายแล้วเดินไปหาที่นั่ง ซึ่งโต๊ะที่ฉันเลือกนั้นก็อยู่ห่างจากพวกเธอไม่มากนัก พี่แบล็คเดินตามหลังฉันมา ก่อนจะทรุดนั่งลงตรงข้ามกัน

สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องยอมให้เขานั่งทานข้าวด้วยสินะ...

“ไหนบอกว่าแค่นั่งกินข้าวไม่ทำให้ลำบากยังไงล่ะ” ฉันปรายตาไปมองยังโต๊ะถัดไป หางตาของฉันสังเกตเห็นนะ ว่าผู้หญิงพวกนั้นหันไปซุบซิบนินทากันแล้ว

“เราก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย แคร์ทำไม” ดวงตาคมมองสบเข้ามาในดวงตากลมโตของฉัน

“ต้องแคร์สิ ถ้าข่าวมั่วๆ ไปถึงหูพ่อเมื่อไหร่เดี๋ยวก็โดนดุอีก” ฉันไม่พร้อมที่จะรับมือกับเรื่องน่าปวดหัวอะไรอีกแล้ว อยากอยู่แบบสงบๆ บ้างก็เท่านั้น

“พี่ไปคุยกับพ่อให้เอามั้ย” พี่แบล็คพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แต่เป็นฉันเองที่ตื่นตกใจกับประโยคนั้นของเขา

“แค่พี่เดินเฉียดผ่านหน้าบ้าน พ่อก็แทบจะหยิบปืนมาเล็งแล้วมั้ง” ฉันไม่ได้เว่อร์ พ่อของฉันเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ท่านพร่ำบอกเสมอว่าถ้าฉันจะแต่งงานหรือคบหากับใคร ผู้ชายคนนั้นจะต้องเป็นคนที่พ่อหามาให้ อะไรที่พ่อคิดว่าดี มันก็คงจะดีสำหรับลูกอะไรแบบนั้น

แต่ฉันหาได้ต้องการไม่? ถ้าต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ไม่ได้รัก ฉันยอมขึ้นคานดีกว่า

“แล้วนี่จะกินอะไร เดี๋ยวพี่เดินไปซื้อมาให้” เมื่อบทสนทนาของเราเริ่มตึงเครียด พี่แบล็คจึงเปลี่ยนเรื่อง

“ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกเส้นเล็ก” ไหนๆ เขาก็อาสาแล้ว ถ้างั้นฉันก็จะไม่เกรงใจล่ะนะ

“กินแต่ก๋วยเตี๋ยวไม่เบื่อบ้างหรือไง”

“แล้วที่พี่ตามฉันแบบนี้ไม่เบื่อบ้างเหรอ” ฉันย้อนถามกลับทันควัน ก็มันเป็นเมนูโปรดและสิ้นคิดของฉันนี่นา

“ไม่เบื่อ”

“ทำไม?” ในเมื่อเขาตั้งคำถามกับฉันได้ เพราะงั้นฉันก็จะถามเขาเยอะๆ กลับไปเฉกเช่นเดียวกัน

“เพราะข้าวหอมน่ากินมั้ง” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏที่มุมปากหนา ก่อนที่ร่างสูงจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินปลีกตัวออกไปอย่างอารมณ์ดี

คนนะไม่ใช่ขนมครก หยอดกันอยู่ได้...

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ พี่แบล็คก็แยกกลับไปทำงานส่วนฉันเองก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยสองมือก็เต็มไปด้วยถุงของกินเล่นต่างๆ ที่พี่แบล็คซื้อให้

“เลี้ยงดีจังเลยนะเนี่ย” คนที่เอ่ยปากแซวขึ้นมาคนแรกก็คือพี่อุ้มเจ้าเดิม

“แบ่งกันค่ะ” ฉันลงมือจัดการแจกจ่ายของกินให้กับทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น เพราะยังไงฉันก็คงทานคนเดียวไม่หมดหรอก

แบ่งปันคนอื่นบ้าง เผื่อผลบุญมันจะส่งให้ฉันหลุดพ้นจากคำนินทาว่าร้าย…

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

รอยรักสีจาง
รอยรักสีจาง
เมื่อความไว้ใจพังทลายใน รอยรักสีจาง ภูรินบีบคั้นให้เลิฟขอโทษในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ ท่ามกลางความเกลียดชังและการผลักไส เธอต้องเลือกระหว่างการพิสูจน์ความจริงหรือยอมปล่อยมือจากอดีตที่เลือนราง นิยายรัก romance novel แนว modern novel ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการค้นหาตัวตนที่ถูกบิดเบือน
ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
เมื่อ หทัยชนก ใช้ความสัมพันธ์เป็นเครื่องมือแก้แค้น ปวีย์ที่เคยยอมเธอกลับเปลี่ยนเป็นไฟแค้นในนิยาย romance เรื่อง ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน] ท่ามกลางปมความลับและการเอาชนะ เขาจึงมอบบทเรียนสุดเร่าร้อนให้คนพยศชดใช้อย่างสาสม อ่านนิยายออนไลน์ฟรีได้แล้ววันนี้ที่ webnovel
จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น
จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น
จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น เมื่อรุ่งได้รับโอกาสเกิดใหม่เพื่อแก้ไขอดีตที่ถูกสามีและน้องสาวทรยศ ใน romance modern novel เรื่องนี้ เธอจึงเลือกสละสิทธิ์ในทะเบียนสมรสเพื่อแผนการแก้แค้นสุดสะใจ ติดตามการเดินทางครั้งใหม่ใน web novel ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและการเริ่มต้นแล้ววันนี้
สยบหัวใจยัยตัวร้าย
สยบหัวใจยัยตัวร้าย
เมื่อความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งถูกเปิดเผยจนนำไปสู่การคลุมถุงชน สยบหัวใจยัยตัวร้าย นำเสนอเรื่องราวของคู่หมั้นที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่พ่อแม่รับรู้ นิยาย modern เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบทสรุปของความรักและการตัดสินใจใน romance novel ที่เข้มข้นที่สุด
หนูน้อยพามาพบคู่แท้
หนูน้อยพามาพบคู่แท้
หลังถูกบังคับให้หย่า หนูน้อยพามาพบคู่แท้ ก็นำทางเฉียวอีไปพบกู้เช่อ มหาเศรษฐีหนุ่มที่ตามหาลูกชายที่เธอเก็บมาเลี้ยงตลอดสี่ปี ท่ามกลางความขัดแย้งและการปกป้องสิทธิ์ในตัวเด็ก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ romance novel ที่น่าติดตามในรูปแบบ modern novel ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
แสนร้ายพ่ายเสน่หา
แสนร้ายพ่ายเสน่หา
เมื่อเหมราชประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการให้เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิต แสนร้ายพ่ายเสน่หา จึงเป็นนิยายรัก romance novel ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เมื่อว่าที่สามีกลับเป็นฝ่ายรั้งตัวเธอไว้เสียเอง ติดตามเรื่องราวใน modern novel ที่จะพาคุณไปพบกับบทสรุปของความสัมพันธ์และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่อาจคาดเดา

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

โลกนี้ไม่มีใครรักฉันแล้ว
โลกนี้ไม่มีใครรักฉันแล้ว
หลินจวิ้นเหยียนถูกใส่ร้ายว่าวางยาคุณปู่และถูกส่งเข้าคุก หลังออกจากคุกคนในครอบครัวก็เย็นชากับเขามาก แถมยังบังคับให้เขาต้องเอาขาให้หลินเจียฮ่าว หลังจากที่ผิดหวังมามาก เขาจึงตัดสัมพันธ์กับตระกูลหลิน และแล้วเขาก็ได้มาพบชวี่จือที่พลิกเปลี่ยนชีวิตของเขา และได้ทำให้คนร้ายอย่างหลินเจียฮ่าวได้รับโทษ
ขอลาออกแล้วคุณจะร้องไห้ทำไม
ขอลาออกแล้วคุณจะร้องไห้ทำไม
เซวียเฉียงเป็นสุดยอดอัจฉริยะด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ระดับโลก เพราะบุญคุณที่ได้รับจากหลินเชียนเยว่ เขาจึงปฏิเสธคำเชิญจากบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย ยอมรับค่าตอบแทนอันน้อยนิด และเลือกอยู่กับตระกูลหลินเพื่อพัฒนาระบบเทียนกง กู้รั่วซวน ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทเงินลงทุน รู้ดีถึงความสามารถของเซวียเฉียง จึงผลักดันการลงทุนในตระกูลหลินอย่างเต็มที่ แต่ต่อมาเซวียเฉียงเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับเจี่ยห่าวเหริน ผู้จัดการของตระกูลหลิน เนื่องจากปัญหาเรื่องการลางาน หลินเชียนเยว่เลือกยืนอยู่ข้างเจี่ยห่าวเหริน และถึงขั้นตัดสินใจไล่เซวียเฉียงออก ด้วยความช่วยเหลือของกู้รั่วซวน เซวียเฉียงเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และในที่สุดก็สามารถโค่นตระกูลหลินลงได้ในวงการเอไอ หลินเชียนเยว่เสียใจภายหลังอย่างสุดซึ้ง แต่ทุกอย่างก็สายเกินกว่าจะย้อนกลับได้แล้ว
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เมื่อฉันกลายเป็นแก้วตาดวงใจของเจ้าพ่อ
เพื่อแก้แค้นศัตรูความรัก ซูซีจึงได้ขึ้นเตียงของเซี่ยเยี่ยนจิง น้าคนเล็กของศัตรู ผู้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง จนสุดท้ายคว้าหัวใจของเขามาได้ หลายคนคาดเดาว่า ซูซีที่เป็นตัวถ่วงเนี่ย กล้าไปเอาเรื่องคุณเซี่ย ย่อมต้องถูกลงโทษอย่างสาสมแน่ แต่ความจริงคือ เซี่ยเยี่ยนจิง มหาเศรษฐีที่ทุกคนต่างเกรงกลัวนั้น กลับเอาอกเอาใจและรักใคร่ต่อซูซีอย่างยิ่ง เมื่อซูซีถูกกลั่นแกล้ง เซี่ยเยี่ยนจิงถึงกับพูดตรง ๆ ว่า “ผมไม่ได้ช่วยจัดการความยุติธรรมให้ใคร ผมแค่ช่วยหนุนหลังให้ซูซีเท่านั้น”
กุนซือหญิงพิชิตแผ่นดิน
กุนซือหญิงพิชิตแผ่นดิน
เพื่อช่วยเหลือเขา ฉู่เยว่หลีขบคิดทุกวิถีทางทำให้เขาได้เป็นเทพสงครามเพียงหนึ่งเดียวแห่งตงหลิง คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งสตรีนางหนึ่งได้เข้ามาในชีวิตเขา ฉู่เยว่หลีค่อย ๆ ค้นพบว่า สายตาที่ลู่เฟิงจิ่นมองนางค่อย ๆ เรียบเฉยลง แต่พอมองสตรีอีกนางกลับมีความร้อนแรงมากมาย ฉู่เยว่หลีฉีกหนังสือหมั้นทิ้งในคืนนั้น แล้วจากมาอย่างไม่ไยดี
แผลที่ไม่มีวันหาย
แผลที่ไม่มีวันหาย
ในเมืองหู้ เสิ่นเสวียนอี้มีคนที่คอยปกป้องเขาถึงสามคน ได้แก่กู้เยว่เจินภรรยาของเขา เพ่ยเซียงเซียงเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเด็กและเสิ่นเล่อเหยียนน้องสาวของเขา จึงไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเขาเลย แต่ในวันเกิดอายุครบยี่สิบเก้าปี เสิ่นเล่อเหยียนน้องสาวเขากลับถูกลากเข้าไปในซอยมืดและถูกล่วงละเมิดทางเพศจนเสียชีวิต สิ่งที่ทำให้เสิ่นเสวียนอี้สิ้นหวังกว่าคือ กู้เยว่เจินภรรยาของเขากลับขึ้นไปยืนบนแท่นฝั่งจำเลยเพื่อแก้ต่างให้ฆาตกร และเพ่ยเซียงเซียงเพื่อนรักของเขายังบังคับให้เขาเซ็นเอกสารยอมความอีกด้วย เมื่อเผชิญกับการถูกหักหลังซ้ำสองจนสภาพจิตใจที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เสิ่นเสวียนอี้จึงเปิดกล่องดนตรีที่คุณย่าทิ้งไว้ให้ และกดโทรไปยังเบอร์ลึกลับที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้
เกิดใหม่ พี่ชายร้องไห้ขอโทษไม่หยุด
เกิดใหม่ พี่ชายร้องไห้ขอโทษไม่หยุด
​ชีวิตที่แล้ว ซูเซี่ยเสียขาของตัวเองเพื่อช่วยแม่ แต่กลับถูกครอบครัวดูดเลือดจนตาย แฟนกับน้องสาวยังทำเรื่องเสียหายข้างศพเธอ เมื่อได้เกิดใหม่ เธอตัดสัมพันธ์ทันที ลงมือทำลายครอบครัวอมเลือดไล่เตะแฟนทรยศเปิดโปงน้องสาวหน้าซื่อ ด้วยทักษะฟื้นฟูโบราณวัตถุระดับเทพ เธอแต่งงานฉับพลันกับ​​ ​​เฉียมู่ถิง​​ ​​มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจิงเป่ย ใช้พลังแก้แค้นความ รักจากครอบครัวที่มาสาย ไร้ค่าดังหญ้า ชาตินี้ เธอจะปกป้องเพียงแม่บุญธรรมกับรักแท้ให้ศัตรูจ่ายเลือดแทนเลือด