Logo
Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

56 ตอน
จบแล้ว
กานต์ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนหลังเสียแม่ไป จนได้พบออสติน พ่อเลี้ยงชาวอเมริกันที่เข้ามาเป็นผู้ปกครองในฐานะเด็กในการดูแล Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ... คือ lgbt romance stories ที่พาไปดูการตัดสินใจของเด็กหนุ่มในวันที่ต้องเลือกระหว่างความกตัญญูหรือความรักที่ก่อตัวขึ้นในใจ
ตอนที่ 1 จาก Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...

หากมารดาผู้บังเกิดเกล้าไม่เสียชีวิตกะทันหัน เด็กหนุ่มก็คงจะไม่มีโอกาสได้เจอกับ ‘เขา’

…พ่อเลี้ยง

...ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี

‘กานต์’ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีคิดว่าตนน่าจะหายตกใจเรื่องนี้แล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ เขาก็ยังคงสับสนอยู่ ด้วยเรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนเขารับมือไม่ทัน ทุกอย่างมันเริ่มมาจากที่เมื่อปีที่แล้ว มารดาบอกกับเขาว่าจะไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ร้านอาหารไทยในอเมริกาเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและส่งเสียเขาให้เรียนต่อ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กานต์ต้องย้ายไปอยู่กับยายซึ่งแก่ชรามากแล้วที่ต่างจังหวัด ทว่าใครจะคิดว่าจู่ๆ วันหนึ่งก็มีข่าวว่ามารดาของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต

ตั้งแต่ที่บิดามารดาแยกทางกันเมื่ออายุได้เพียงสิบปี กานต์ก็อยู่กับมารดามาตลอด บิดาไม่เคยเหลียวแลด้วยมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว การสูญเสียทำให้ทั้งเขาและยายเสียศูนย์อยู่ไม่น้อย เขามืดแปดด้าน คิดไม่ออกว่าต่อจากนี้ตนจะใช้ชีวิตอย่างไร

แต่...หลังจากงานศพของมารดาเขา จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์จากล่ามชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกาติดต่อมา พร้อมกับส่งข่าวน่าตกใจให้เขากับยายรับรู้

มารดาของเขาแต่งงานใหม่กับชายชาวอเมริกัน...

กานต์ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรนอกจากตกใจดี มารดาแต่งงานใหม่แต่ไม่เคยบอกกับเขา เท่าที่ได้ยินจากล่ามคนนั้น ดูเหมือนว่าจะแต่งงานกันมาเกือบปีแล้ว อะไรไม่ว่า ผู้ชายคนนั้นยังเสนอทางเลือกบางอย่างให้กับเขา

จะเป็นผู้ปกครองให้จนกว่ากานต์จะบรรลุนิติภาวะ...

แน่นอนว่าหมายถึงการส่งเสียเลี้ยงดูค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตของเขาด้วย โดยมีเงื่อนไขเดียว

...กานต์ต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับผู้ชายคนนั้น

เด็กหนุ่มซึ่งเหลือยายเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวไม่มีวันที่จะทิ้งครอบครัวไปอยู่กับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าตาแน่ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะอ้างตัวว่าเป็นพ่อเลี้ยงและมีใบจดทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานก็ตาม

แต่แล้ว...ความสูญเสียก็มาเยือนอีกครั้ง

ยายซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายตรอมใจจากการเสียลูกสาว อีกทั้งยังมีโรคชรา ทำให้จากไปอย่างปัจจุบันทันด่วนด้วยอีกคน ทำให้กานต์สิ้นไร้ไม้ตอก ในเมื่อหันไปทางไหนก็ไม่เห็นทางรอด เขาจึงจำเป็นต้องกลับคำ

เขาจะย้ายไปอยู่ที่อเมริกากับพ่อเลี้ยงในฐานะ ‘เด็กในการดูแล’

ทันทีที่เขาตัดสินใจติดต่อไปทางล่ามของพ่อเลี้ยง ทุกอย่างก็ถูกตระเตรียมอย่างรวดเร็ว

กานต์มองไปรอบๆ ตัวอย่างประหม่า หลังจากวันนั้นที่เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรหาล่ามคนนั้น วันนี้เขาก็มายืนอยู่บนดินแดนแห่งเสรีภาพแล้ว

ดวงตากลมสีนิลฉายแววกังวลออกมาอย่างไม่ปกปิด มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือที่ต่อไวไฟสนามบิน ก่อนจะยกขึ้นมากดเข้าไปในโปรแกรมแชตเพื่อตรวจดูว่าเขาไม่ได้มาผิดสนามบิน

สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี... ไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายบอกให้เขาขึ้นเครื่องมาลงที่นี่

ไม่เพียงแต่บอก เป็นคนจองตั๋วให้ด้วยซ้ำ แล้วก็บอกให้เขามายืนรอที่แถวประตูทางออก สังเกตคนที่มายืนถือป้ายที่มีชื่อเขาให้ดี เพราะอีกฝ่ายจะส่งคนมารับ แต่ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง กานต์ยังไม่เห็นจะมีใครมายืนถือป้ายที่มีชื่อเขาเลยสักคน

ความกังวลพร่างพราย เรียวคิ้วเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากัน

ถ้าพ่อเลี้ยงเขาไม่มาล่ะ ถ้าเขาถูกหลอกมาลอยแพที่อเมริกา เขาจะทำอย่างไร?

คิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ความกังวลไม่มีสิ้นสุด มีแต่จะทวีคูณ ในหัวคำนวณจำนวนเงินที่ได้รับมาจากผู้ชายคนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งพอจะมีติดตัวอยู่ทันควัน

ถ้าถูกเท อย่างน้อยก็มากพอที่จะไปเช่าโรงแรมแถวสนามบินนอน...มั้ง

คิดไปแล้วก็ไม่มั่นใจหรอก แต่เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ท่องจำเบอร์โทรศัพท์ของสถานทูตไทยในอเมริกาได้ ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ก็คงต้องโทรไปขอความช่วยเหลือจากที่นั่น

ทว่าก่อนที่จะคิดอะไรไปไกล อันดับแรกเขาควรจะโทรหาพ่อเลี้ยงของเขาก่อนต่างหาก เผื่อว่าอีกฝ่ายจะลืม

ปิ๊บ...

ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร แค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอก็ดับไปทันควัน กานต์สบถออกมา

“บ้าฉิบ ทำไมแบตฯ จะต้องมาหมดตอนนี้ด้วยวะ”

รู้สึกได้ถึงลางร้าย ภาษาอังกฤษตัวเองก็พูดไม่คล่อง แม้ว่าก่อนหน้านั้น พ่อเลี้ยงของเขาจะส่งเงินมาให้ไปเรียนปรับพื้นฐานก่อนมาที่นี่บ้างแล้วก็เถอะ เบอร์ของผู้ชายคนนั้นเขาก็จำไม่ได้ มิหนำซ้ำก็ยังไม่ได้จดเอาไว้

อะไรมันจะซวยขนาดนั้นวะไอ้กานต์...

อดไม่ได้เลยที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเพื่อสงบสติอารมณ์

เอาล่ะ ใจเย็นๆ อย่างน้อยก็เดินหาอีกรอบก่อน เผื่อว่าจะมาแล้ว

คิดได้ก็ลากกระเป๋าใบเขื่องไปละแวกหน้าประตูทางออกอีกครั้ง สายตามองหาคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่พ่อเลี้ยงของเขาส่งมารับ แต่นึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้ถามไว้ว่าคนที่มารับมีหน้าตาท่าทางเป็นแบบไหน นึกโทษตัวเองที่สะเพร่าจนแทบอยากจะยีหัวให้ยุ่งนัก

ทว่าทุกความคิดก็ต้องยุติลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งก้าวผ่านประตูเข้ามา

เขาใส่สูทสีกรม แต่งตัวเนี้ยบสะอาดสะอ้านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองปราดเดียวก็รู้ว่าเครื่องแต่งกายทุกอย่างบนตัวเขาเป็นของแบรนด์เนมราคาแพง แต่อะไรก็ไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับเครื่องหน้าของเขา

คมเข้ม...มีไรหนวดเคราขึ้นเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำตาลมะฮอกกานี และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล ล้วนแล้วทำให้เขาดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ขนาดกานต์ที่เห็นเขาครั้งแรกยังหยุดมองไม่ได้เลย

หล่อมาก อย่างกับนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร

ดูแล้วผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะอายุอานามในวัยยี่สิบกว่าๆ หรอก น่าจะเข้าเลขสามแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ทำให้กานต์ละสายตาจากเขาไม่ได้เลยสักนิด

มอง...จนลืมไปแล้วว่ามีเรื่องสำคัญกว่านี้ต้องทำ

ผู้ชายคนนั้นมาหยุดยืนบริเวณเดียวกับที่พวกคนมารอรับผู้โดยสาร ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก พลันขมวดคิ้วยุ่งเหยิง จากนั้นก็กดโทรออกอีกครั้ง เมื่อปลายสายไม่มีการตอบสนอง เขาก็เก็บโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิม ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท คว้ากระดาษขนาดเอสี่ออกมากาง บนกระดาษนั้นเขียนว่า ‘Kan’

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจนักว่านั่นเป็นชื่อของเขาหรือเปล่า ชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ทีเดียวกว่าจะตัดสินใจเดินไปหยุดตรงหน้าแล้วเอ่ยปากถาม

“อะ...เอ็กซ์คิวส์มี...”

จากนั้นก็พูดต่อไม่ออก ทั้งนึกคำไม่ออกว่าควรจะถามว่าอะไรดี ทั้งพูดไม่ออกเพราะถูกดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องมอง

คุณมารอผมใช่ไหม...ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร

กานต์อึกๆ อักๆ ครู่หนึ่งทีเดียว คาดเดาได้เลยว่าพ่อเลี้ยงของเขาจะต้องเสียดายเงินที่ส่งเขาไปเรียนปรับพื้นฐานแน่ๆ ขนาดประโยคง่ายๆ ยังพูดไม่ได้ เอาไว้ถ้าถูกว่าเรื่องนี้ค่อยแก้ตัวไปแล้วกันว่าเพราะไม่ค่อยได้คุยกับชาวต่างชาติก็เลยประหม่า

ขณะที่ผู้ชายคนนั้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วรอให้อีกฝ่ายพูด แต่ในเมื่อคนตรงหน้าไม่พูด นอกจากส่งเสียง ‘เอ่อๆ อ่าๆ’ ไม่เลิก เขาเลยเป็นฝ่ายเปิดปากแทน

“กานต์ใช่ไหม”

คนถูกเรียกชื่อถึงกับเบิกตาโตทันควัน

ภาษาไทย!?

ไม่ทันจะได้ถาม ผู้ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาอีก

“ฉันมารับเธอ”

ได้ยินเท่านั้น ความกังวลของกานต์ก็มลายหายไปในพริบตา

“พ่อเลี้ยง...เอ่อ...คุณสเวนส่งคุณมารับผมเหรอครับ”

ในเมื่อพูดภาษาไทยมา เขาก็พูดภาษาไทยตอบ ถึงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมฝรั่งตรงหน้าถึงพูดไทยได้ชัดขนาดนี้ แต่การไปให้พ้นจากสนามบินนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญกว่า

คนถูกถามพยักหน้า ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ส่วนกานต์กลับยิ้มกว้าง

“ค่อยยังชั่ว ผมนึกว่าจะไม่มีใครมารับผมซะแล้ว”

“ประชุมเลิกช้ากว่ากำหนดน่ะ ขอโทษด้วย” เขาว่า “จะไปกันหรือยัง” แล้วก็ถามมาอีก

“ครับ”

มีเหตุผลอะไรจะต้องปฏิเสธอีก กานต์พยักหน้าตอบตกลงทันที ก่อนจะลากกระเป๋าเดินตามหลังผู้ชายคนนั้นไป ในใจก็ขบคิดไม่หยุด

ผู้ชายคนนี้...หรือจะเป็นลูกน้องของพ่อเลี้ยงเขา?

รู้ว่า ออสติน สเวน คนนั้นเป็นนักธุรกิจ แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นเจ้าของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในนิวยอร์ก ถ้าจะมีลูกน้องคอยทำงานให้ก็ไม่แปลก

“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

พอเดินออกมานอกสนามบินจนกระทั่งถึงลานจอดรถ ระหว่างที่รอให้ผู้ชายคนนั้นยกกระเป๋าใส่ท้ายรถให้ กานต์ก็ออกปากถาม อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองพลางเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงให้ถามได้

“คุณทำงานให้คุณสเวนเหรอครับ”

เสียงปิดท้ายรถดังตามมาหลังจากนั้น ก่อนที่คนถูกถามจะยืดตัวขึ้น

“ฉันดูเหมือนลูกน้องของพ่อเลี้ยงเธอเหรอ”

กานต์เม้มริมฝีปากไปครู่ “เปล่าครับ แต่คุณสเวนบอกว่าจะส่งคนมารับผม ผมก็เลยเดาเอาว่าคงจะเป็นลูกน้อง”

คนฟังหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เขาไม่ได้ส่งคนมารับเธอหรอก”

สีหน้าของเด็กหนุ่มฉาบพรายไปด้วยความสงสัยทันที

ถ้าไม่ได้ส่งมา แล้วคนตรงหน้าเขาเป็นใครกันล่ะ

หรือว่า...

เกือบจะคิดไปแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพแอบอ้างอะไรหรือเปล่า ทว่าผู้ชายตรงหน้าก็พูดขึ้นมาก่อน

“เพราะเขามารับเธอเอง”

กานต์เบิกตาโต มองคนพูดอย่างไม่เชื่อสายตา

“งะ...งั้นก็แสดงว่าคุณคือ...”

“ออสติน สเวน”

พูดจบก็ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองตกตะลึงไปได้ไม่ยาก แต่ถึงจะไม่ยิ้ม กานต์ก็ตะลึงงันไปแล้ว

พ่อเลี้ยงของเขายังหนุ่มขนาดนี้เลยเหรอ!?

หนุ่มอย่างเดียวไม่พอ หล่อประหนึ่งนายแบบบนรันเวย์อีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าแม่ของเขาจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้

“ขึ้นรถได้แล้ว จะได้กลับบ้านกัน”

กานต์ได้สติคืนกลับมาในตอนนี้ พยักหน้ารับหงึกหงัก เดินไปเปิดประตูรถข้างคนขับ แทรกตัวเข้าไปนั่งท่ามกลางความรู้สึกสับสน

ออสติน สเวน...มีเรื่องทำให้เขาเซอร์ไพรส์ไม่หยุดหย่อนเลยจริงๆ

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

 You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
เมื่อจังหวะชีวิตของนายแพทย์ภูผาและปลายฝนมาบรรจบกันในเวลาที่ใช่ You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha จึงเป็นนิยายรัก romance novel แนว modern และ lgbt ที่บอกเล่าการเริ่มต้นใหม่ของหัวใจที่มั่นคง ทั้งคู่ต้องก้าวข้ามบททดสอบเพื่อพิสูจน์ความรักที่ลงตัวในนิยายออนไลน์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับนิยามความรักที่ไม่มีวันถอยหลัง
Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
ละอองฟองต้องรับภารกิจเป็นครูสอนพิเศษใน Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก เพื่อหาเงินเรียนต่อและใช้หนี้หอพัก ท่ามกลางเงื่อนไขสุดหินที่ห้ามตกหลุมรักลูกศิษย์เด็ดขาด นิยาย lgbt แนว modern novel เรื่องนี้จะพาคุณไปลุ้นกับภารกิจพิชิตใจและเดิมพันด้วยค่าจ้างมหาศาลที่ห้ามพลาด
สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
หลิวชิวเยว่เกิดใหม่ในร่างหญิงอ้วนสตรีกาลกิณีที่ต้องแต่งงานกับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพใหญ่ผู้มีความลับในคืนพระจันทร์เต็มดวง เมื่อเขากลายร่างเป็นหมีแพนด้าได้! พบการพิสูจน์ความจริงท่ามกลางข่าวลือตัดแขนเสื้อในนิยาย fantasy สนุกๆ ที่รวมความมันของ action และความหวานของ romance stories ไว้ในที่เดียว
ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
ใบไผ่เกิดใหม่เป็นทารกชื่อ ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง ในโลกนิยาย fantasy เพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของลออจันทร์ตัวประกอบที่จะพบจุดจบน่าอนาถ เขาต้องใช้ความทรงจำเดิมปกป้องแม่จากอันตรายในฐานะ lgbt book ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและการเริ่มต้นใหม่ในรูปแบบ online novel ที่คุณไม่ควรพลาด
ถูกอัลฟ่าแผดเผา  เพลิงแค้นของฉัน  วันชำระของเขา
ถูกอัลฟ่าแผดเผา เพลิงแค้นของฉัน วันชำระของเขา
เมื่อคู่แท้กลับทรยศใน ถูกอัลฟ่าแผดเผา เพลิงแค้นของฉัน วันชำระของเขา คีรินหวังทำลายเกียรติเพื่ออำนาจ แต่ในคืนผูกพันธะ เธอกลับเลือกปฏิเสธและแต่งงานกับอัลฟ่าคู่แข่งเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี อ่านนิยายออนไลน์เรื่องราวแนว werewolf และ romance stories ที่เข้มข้นที่สุดใน web novel ไทย
Stumble Love รักสะดุดใจ
Stumble Love รักสะดุดใจ
Stumble Love รักสะดุดใจ เมื่อหลินสาวเหนือผู้ขยันเรียนต้องเสียจังหวะชีวิตให้พีค CEO หนุ่มคาสโนว่าเจ้าของโรงแรมหรูใน modern novel เรื่องนี้ ท่ามกลางความต่างของฐานะและบททดสอบของ billionaire หนุ่มผู้ไม่เคยจริงจังกับใคร เธอต้องเลือกระหว่างการเดิมพันด้วยหัวใจหรือการเดินจากไปก่อนที่จะถูกทิ้งในฐานะของเล่นชั่วคราว

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
นานแค่ไหนใจก็ยังเป็นเธอ
เสิ่นอวี่กุยช่วยเฟยหนานเฉิงไว้ที่ต่างประเทศ แต่บังเอิญโดนวางยาปลุกอารมณ์ ทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้น เฟยหนานเฉิงก็กลับประเทศมายกเลิกการหมั้นหมาย โดยไม่รู้เลยว่าคู่หมั้นของเขาก็คือเสิ่นอวี่กุย เสิ่นอวี่กุยต้องการทวงบริษัทคืน จึงขอให้เฟยหนานเฉิงยอมตกลงหมั้น ทั้งสองไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ทำให้คลาดกันหลายครั้ง สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดเผย ความเข้าใจผิดคลี่คลาย และทั้งคู่ก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข
วิญญาณกระบี่
วิญญาณกระบี่
เย่ชิงลูกชายคนโตของสำนักกระบี่สวรรค์ มีร่างกระบี่แต่กำเนิด ฝึกมรรคากระบี่ระดับที่แปดสำเร็จ บ่มเพาะวิญญาณกระบี่ แต่กลับถูกเย่เฟิงผู้เป็นพ่อ พี่สาวและน้องชายใส่ร้ายว่าเป็นขโมย ที่จริงแล้วเย่ฮ่าวต่างหากที่ขโมยมรรคากระบี่และวิญญาณกระบี่ของเย่ชิงไป เย่ชิงถูกใส่ร้าย ยากที่จะแก้ต่าง ถูกวิญญาณกระบี่และพี่สาวร่วมมือกันฆ่าตาย เมื่อกลับชาติมาเกิดใหม่ เย่ชิงสาบานว่าจะไม่ยอมถูกใครรังแกอีก
ซ่อนรักในคราบช่าง
ซ่อนรักในคราบช่าง
เพราะเหตุเพลิงไหม้โรงงานเสื้อผ้าครั้งใหญ่ เฉิงวั่งซูจึงสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างไม่คาดคิด นับแต่นั้นเธอต้องไปอาศัยอยู่ใต้ชายคาผู้อื่น ถูกลูกพี่ลูกน้องหวังซิ่วอวิ๋นแย่งโควตาเข้ามหาวิทยาลัย แม้แต่คู่หมั้นหลี่โหย่วไฉก็ยังนอกใจ เฉิงวั่งซูถูกบีบให้แต่งงานกับช่างซ่อมเจียงเฉินโจว แต่ไม่คาดคิดว่าตระกูลเจียงที่ทุกคนมองว่ายากจน กลับเป็นเศรษฐีที่หยิบเงินทองกองโตออกมาได้อย่างง่ายดาย และเจียงเฉินโจวในฐานะผอ.โรงงานเสื้อผ้า ก็หลงรักเฉิงวั่งซูผู้มีไฟแรงมาตั้งนาน เพียงแต่เพราะความเข้าใจผิดจึงปิดบังตัวตนไว้ กระทั่งความจริงถูกเปิดเผย หลังผ่านความเข้าใจผิดนานัปการ ทั้งสองร่วมมือกันสืบหาความจริงในอดีต จนเฉิงวั่งซูได้สมปรารถนา กลายเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า และภรรยาของผอ.โรงงานเสื้อผ้า
[พากย์เสียง] รักล้นใจคุณชายกำมะลอที่รัก
[พากย์เสียง] รักล้นใจคุณชายกำมะลอที่รัก
เจสซิกา แม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ขัดสนได้เสียลอร่า ลูกสาวของเธอไปให้กับศูนย์คุ้มครองเด็ก หลายปีต่อมาเธอก็ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างเจมส์ ปาร์คเกอร์ พ่อบุญธรรมของโซอี้โดยไม่รู้ตัว ทันทีที่ความลับถูกเปิดเผย เจสซิกาก็ได้รู้ว่าโซอี้คือลูกสาวที่พรากจากเธอไปคนนั้น พวกเขาจับมือกันข้ามผ่านการหักหลัง การข่มขู่และหัวใจที่แตกสลายเพื่อที่จะได้พร้อมหน้าพร้อมตาในฐานะครอบครัวอันแสนอบอุ่นกันอีกครั้ง
ภรรยาแสนหวานของผม
ภรรยาแสนหวานของผม
เจ็ดปีก่อน ซูชิงชิงเข้าห้องของฮั่วเสวียนเย่ ประธานของฮั่วซื่อกรุ๊ปโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนก็ให้กำเนิดลูกแฝดออกมา ลูกชายคนพี่ถูกซูหงรุ่ยสั่งให้คนมาขโมยไปทิ้ง เหลือแค่ซูเสี่ยวกั่วลูกชายคนน้องคอยอยู่เคียงข้าง เจ็ดปีให้หลัง ซูชิงชิงพาลูกกลับประเทศเพื่อตามหาลูกชายอีกคน และได้พบกับฮั่วเสวียนเย่อีกครั้งแต่กลับจำกันไม่ได้ หลังจากที่ติดต่อกันหลายครั้ง พวกเขาก็ค่อย ๆ ตกหลุมรักกัน ซูเสี่ยวกั่วบังเอิญพบกับฮั่วซีเช่อ คุณชายน้อยตระกูลฮั่วที่มีใบหน้าเหมือนกับตนเอง ภายหลังได้รับการยืนยันว่าเขาก็คือลูกชายคนโตที่หายตัวไป ฮั่วเสวียนเย่รู้ความจริงว่าซูชิงชิงคือแม่ของลูกผ่านการสืบหาเบาะแส ซูชิงชิงต้องการพาลูกทั้งสองคนจากไป แต่ถูกฮั่วเสวียนเย่รั้งไว้ด้วยความสัมพันธ์ข้ามคืน ในที่สุดทั้งสองทิ้งความแค้นในอดีต เปิดเผยความสัมพันธ์รวมถึงชาติกำเนิดของลูกแฝดในงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงผู้เฒ่าฮั่ว ในที่สุดครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน
พ่อใหม่ของฉันคือนายพลห้าดาว
พ่อใหม่ของฉันคือนายพลห้าดาว
เพื่อช่วยชีวิตลูกชายที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง เจสสิกา จำเป็นต้องไปหาสามีของเธอ แพทริก แต่กลับพบว่าเขาทรยศต่อชีวิตคู่เพื่อหน้าที่การงาน แอบมีความสัมพันธ์กับลูกสาวของนายทหารคนหนึ่ง แพทริกใช้เงินค่าผ่าตัดของลูกมาเป็นเครื่องต่อรองอย่างโหดร้าย เพื่อบีบให้เธอหย่ากับเขา และเมื่อเขารู้ว่าเจสสิกามีหลักฐานเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เขาเป็นคนก่อ เขาจึงใส่ร้ายเธอเพื่อปิดปากให้เงียบตลอดไป ในช่วงเวลาที่เธอตกต่ำที่สุด ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ พลเอกวิลสัน ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และเมื่อทั้งสองร่วมกันต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ความรักครั้งใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น...