ตอน 2

เย้ายวนชวนหลงใหล

ทุกคนต่างตกตะลึง

หากสิ่งที่อวิ๋นหว่านหว่านพูดเป็นความจริง...

เช่นนั้นคุณหนูเสวี่ยลั่วก็จงใจวางแผนใส่ร้ายพระชายา เพื่อให้ท่านอ๋องเกลียดชังพระชายาน่ะสิ...

"ข้าไม่ได้ทำ ข้าเปล่านะ!!!"

แววตาของอวิ๋นเสวี่ยลั่วมีความตกตะลึงวาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว

นางรีบหันไปมองฉู่เป่ยถังที่อยู่ด้านข้าง แล้วแก้ตัวอย่างลุกลี้ลุกลน "ท่านพี่เป่ยถัง อาการป่วยของข้ากำเริบกะทันหันจริงๆ..."

งิ้วฉากใหญ่ในคืนนี้ เป็นแผนการที่นางเตรียมการมานานแล้วจริงๆ เพียงเพื่อทำลายชื่อเสียงของอวิ๋นหว่านหว่าน และทำให้ฉู่เป่ยถังเกลียดชังนางนับแต่นี้ไป!

ทว่า อวิ๋นหว่านหว่านเป็นแค่คนไร้ค่าที่โง่เง่าเต่าตุ่น นางกลายเป็นคนฝีปากกล้า ฉลาดหลักแหลม และดุดันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ชั่วขณะนั้น กลับทำเอานางถึงกับตกใจกลัวจนพูดไม่ออก!

ฉู่เป่ยถังมีใบหน้าตึงเครียด ไม่ได้ตอบรับสายตาน่าสงสารของนาง นัยน์ตาสีดำดูลึกล้ำแผ่ซ่านไปด้วยความเย็นเยือก เขากำลังจ้องมองอวิ๋นหว่านหว่านอย่างเย็นชา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

อวิ๋นเสวี่ยลั่วรู้สึกตื่นตระหนกในใจ

ท่านพี่เป่ยถังคงไม่ได้ถูกนังแพศยานี่เกลี้ยกล่อมจนเชื่อไปแล้วจริงๆ หรอกนะ

อวิ๋นเสวี่ยลั่วเดินไปที่ประตูด้วยท่าทางบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม นางดึงแขนเสื้อของฉู่เป่ยถัง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความน้อยใจ

"ท่านพี่เป่ยถัง ข้าไม่รู้เรื่องธูปกระตุ้นกำหนัดอะไรนั่นจริงๆ และไม่เคยส่งมันมาด้วย! เสวี่ยลั่วรู้ว่าคืนนี้เป็นคืนเข้าหอของท่าน ในใจรู้สึกปวดร้าวยิ่งนัก เพราะเสียใจมากเกินไปโรคเก่าจึงกำเริบ ไม่คิดเลยว่าจะทำให้พี่เข้าใจผิดถึงเพียงนี้!"

โฉมงามน้ำตาคลอเบ้า นัยน์ตาดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ทุกถ้อยคำล้วนแสดงถึงความจริงใจอย่างลึกซึ้ง ทำให้ทุกคนที่มองดูอยู่นอกจากจะซาบซึ้งแล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความเห็นใจมากยิ่งขึ้น

ท่านอ๋องกับคุณหนูเสวี่ยลั่วเดิมทีก็เป็นกิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้างมาคู่กันแท้ๆ!

เป็นเพราะอวิ๋นหว่านหว่านที่ร้ายกาจ พลัดพรากคู่รักไปไม่พอ ยังมากลั่นแกล้งใส่ร้ายคุณหนูเสวี่ยลั่วแบบนี้อีก!

"ป่วยก็ไปตามหมอสิ ฉู่เป่ยถังรักษาโรคไม่เป็นเสียหน่อย!"

อวิ๋นหว่านหว่านเมินเฉยต่อสายตาแปลกๆ ของทุกคน นางก้าวรุกคืบเข้าไปทีละก้าว

"เจ้ามีแรงวิ่งตามสาวใช้มาตั้งไกล แต่ไม่มีแรงตะโกนเรียกให้คนไปจับนางกลับมางั้นหรือ ไม่มีแรงให้คนไปตามหมองั้นหรือ ไม่มีแรงแต่ยังพุ่งตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขาได้อย่างแม่นยำเชียวรึ"

"อวิ๋นเสวี่ยลั่ว จิ้งจอกพันปีอย่างเจ้า จะมาเล่นละครตบตาอะไรตรงนี้ เพื่อทำให้ข้าชื่อเสียงป่นปี้และถูกรังเกียจในคืนเข้าหอ เจ้าถึงกับวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อวางยา แถมยังเกณฑ์คนมาเล่นงิ้วฉากใหญ่โตขนาดนี้..."

นัยน์ตาของอวิ๋นหว่านหว่านเย็นเยียบขึ้นมา อาศัยจังหวะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว จู่ๆ นางก็คว้ากระถางธูปบนโต๊ะในห้องมาฟาดใส่หน้าอวิ๋นเสวี่ยลั่วอย่างแรง "นี่คือสิ่งที่ข้าขอคืนให้เจ้า!!!"

"กรี๊ด!!!"

อวิ๋นเสวี่ยลั่วหลบไม่ทัน พวงแก้มถูกกระแทกอย่างแรงจนเจ็บปวด น้ำตาแห่งความทุลักทุเลไหลอาบเต็มหน้า

ทุกคนพากันร้อนใจในทันที ต่างพุ่งตัวเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงโดยไม่ได้นัดหมาย "คุณหนูเสวี่ยลั่ว!!!"

อวิ๋นหว่านหว่านบ้าไปแล้วงั้นหรือ

ถึงกล้าทำกับหญิงในดวงใจของท่านอ๋องต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้

"เสวี่ยลั่ว!!!"

ฉู่เป่ยถังรีบประคองอวิ๋นเสวี่ยลั่วที่กำลังโอนเอนจะล้ม เมื่อเห็นรอยเลือดตัดกับคราบน้ำตาบนใบหน้าของนาง ประกายความเย็นเยือกก็พาดผ่านนัยน์ตาของเขา เขาซัดฝ่ามือใส่ออวิ๋นหว่านหว่านอย่างกะทันหัน

ใบหน้าของอวิ๋นหว่านหว่านฉายแววเย็นชา นางขยับตัวเตรียมจะหลบ

"อย่าฆ่าพี่..." อวิ๋นเสวี่ยลั่วกลับเอ่ยขึ้นกะทันหัน แววตาของนางมีความเหี้ยมเกรียมวาบผ่าน ยื่นมือออกไปทำทีเป็นปกป้องอวิ๋นหว่านหว่าน

ทว่าปลายนิ้วกลับเฉียดผ่านไหล่ของนาง แล้วออกแรงดึงลงอย่างแนบเนียน

"พรึ่บ!" เสียงหนึ่งดังขึ้น

เสื้อคลุมชุดแต่งงานสีสันสดใสบนตัวอวิ๋นหว่านหว่านลื่นไถลลงตามลาดไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกที่อยู่ด้านใน

ท่อนแขนเรียวเสลาเปล่งประกายงดงามบริสุทธิ์ภายใต้แสงจันทร์ เรือนร่างอรชรถูกห่อหุ้มด้วยเอี๊ยมบังทรงตัวบาง เผยให้เห็นเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก...

ผู้หญิงคนนี้ งดงามไร้ที่ติ!

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกโดยพลัน แววตาแห่งความตื่นตะลึงแทบจะล้นทะลักออกมา

สายลมเย็นพัดโชยมา บรรยากาศรอบตัวพลันปกคลุมไปด้วยความอึดอัดอย่างกะทันหัน

อวิ๋นหว่านหว่านปรายตามองเสื้อผ้าที่หลุดร่วงกองกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจนัก นางกำลังจะยื่นมือไปดึงสายคาดเอวของอวิ๋นเสวี่ยลั่ว เพื่อตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

ในตอนนั้นเอง แรงมหาศาลขุมหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจู่โจมกะทันหัน-

หมับ!

ฉู่เป่ยถังปล่อยตัวอวิ๋นเสวี่ยลั่ว ก้าวเข้าไปอุ้มอวิ๋นหว่านหว่านขึ้นมาในรวดเดียว วินาทีต่อมา ประตูห้องหอก็ถูกปิดกระแทกอย่างแรง ปิดกั้นสายตาแปลกๆ ของผู้คนภายนอก

"ฉู่เป่ยถัง ปล่อยข้านะ!!!"

ภายในห้องหอ อวิ๋นหว่านหว่านดิ้นรนแต่กลับถูกโยนลงบนเตียง นางตกลงมากระแทกจนมึนงงไปหมด แววตายิ่งเย็นชามากขึ้น เอ่ยประชดประชันว่า "เป็นอะไรไป ท่านอ๋องสงสารยอดรักของท่านแล้วหรือ อยากจะแก้แค้นแทนนางงั้นสิ"

ฉู่เป่ยถังไม่ได้ฟังสิ่งที่นางพูดเลยสักนิด เขาก้มตัวลงบีบปลายคางของนาง จ้องมองผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกของนาง แล้วกัดฟันกรอด "อวิ๋นหว่านหว่าน เจ้านี่มันไร้ยางอายจริงๆ!"

หากเป็นหญิงสาวบ้านดีมีตระกูลทั่วไป หากเสื้อผ้าหลุดลุ่ย คงรีบซ่อนตัวด้วยความลุกลี้ลุกลนแทบไม่ทัน...

แต่นางกลับทำตัวตามสบาย เมื่อครู่นี้มีบ่าวรับใช้ชายหญิงมองอยู่ตั้งมากมาย นางยังทำท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย!

ราวกับว่าเคยชินเสียแล้ว!

เขาเคยได้ยินอวิ๋นเสวี่ยลั่วพูดว่า อวิ๋นหว่านหว่านพี่ของนางคนนี้มีนิสัยมักมากในกาม ชอบเที่ยวเตร่ในหอนางโลม เดิมทีเขาไม่ใส่ใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!

"ข้าถูกบังคับให้เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ไม่ได้จงใจแก้ผ้าโชว์เสียหน่อย จะเรียกว่าไร้ยางอายได้อย่างไร"

อวิ๋นหว่านหว่านเห็นแววตารังเกียจและดูแคลนที่วาบผ่านนัยน์ตาของฉู่เป่ยถัง จึงอดไม่ได้ที่จะตอกกลับไป "ท่าทางโกรธเกรี้ยวของท่านอ๋อง ราวกับหวงแหนที่ข้าถูกคนอื่นมองงั้นแหละ ไม่ใช่บอกว่าต่อให้ต้องนอนกับศพ ก็จะไม่ยอมร่วมเตียงกับข้าเด็ดขาดหรอกหรือ..."

นางพูดจบก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก่อนจะฉวยโอกาสดึงคอเสื้อของฉู่เป่ยถังเพื่อเป็นการแก้แค้น แล้วกระชากเปิดออกอย่างแรง

จากนั้นนางก็ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบและนุ่มนวล ลูบไล้เข้าไปในแผงอกของเขาทีละนิ้ว หว่างคิ้วและแววตาแฝงไว้ด้วยความเย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง

"ท่านอ๋อง ท่านแต่งตัวโป๊ขนาดนี้ แถมยังมาคร่อมตัวทำมิดีมิร้ายบนร่างข้า แบบนี้ถือว่าไร้ยางอายหรือเปล่าเพคะ"

ปลายนิ้วของนางลูบไล้ไปตามอำเภอใจ ทุกที่ที่สัมผัสได้จุดประกายไฟอันร้อนรุ่มให้ลุกโชน ลามไปทั่วทุกสรรพางค์กายของชายหนุ่ม จนลุกไหม้เป็นไฟกองใหญ่

ผู้หญิงคนนี้กล้ายั่วยวนเขาอย่างโจ่งแจ้งเลยงั้นหรือ

"อวิ๋นหว่านหว่าน เก็บความคิดสกปรกของเจ้าไปซะ ต่อให้เจ้าแก้ผ้านอนอยู่บนเตียง เปิ่นหวางก็ไม่มีทางแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!!!"

ฉู่เป่ยถังตกตะลึง ไม่คิดว่านางจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ ในใจรู้สึกดูแคลนอย่างถึงที่สุด ใบหน้าดำทะมึนราวกับก้นหม้อ ทว่าสายตากลับเผลอเหลือบไปมองใบหน้างดงามเย้ายวนของนางอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายแข็งทื่อไปเล็กน้อย

เรียวขาของอวิ๋นหว่านหว่านตวัดรัดรอบเอวสอบของเขา ราวกับเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันอยู่บนร่างของเขา

ระหว่างที่ร่างกายเสียดสีกัน จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง...

หึ...

อวิ๋นหว่านหว่านแค่นเสียงหัวเราะ ริมฝีปากแดงระเรื่อยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ท่านอ๋อง ปฏิกิริยาของท่านแบบนี้... เอาความมั่นใจจากไหนมาพูดจาโอ้อวดกัน"

ตอน 3

พวกเราหย่ากัน

"เจ้า!!!"

ฉู่เป่ยถังตกตะลึงไปชั่วขณะ ไม่คิดว่านางจะกล้าหาญชาญชัยและไร้ยางอายถึงเพียงนี้

ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านบริเวณท้องน้อย ราวกับกำลังเย้ยหยันที่เขาไม่มีความอดกลั้นต่อผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย

"หญิงแพศยาไร้ยางอาย!!!"

นัยน์ตาของฉู่เป่ยถังมืดครึ้มลงฉับพลัน เขาบีบคอนางอย่างโหดเหี้ยม "เปิ่นหวางก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเจ้าไม่กลัวตายจริงๆ หรือเปล่า!"

ทันใดนั้น...

ความรู้สึกขาดอากาศหายใจจู่โจมเข้ามา ม่านตาของอวิ๋นหว่านหว่านหดเกร็งลงฉับพลัน!

ท่านอ๋องเฮงซวยอะไรกัน!

แค่นี้ก็รับไม่ได้แล้วหรือไง

นางก็แค่อยากยั่วโมโหฉู่เป่ยถัง เพื่อให้เขารีบๆ ไสหัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตน้อยๆ มาทิ้งเพราะเรื่องนี้เสียหน่อย

อวิ๋นหว่านหว่านกำข้อมือของชายหนุ่มแน่น พยายามฝืนให้ตัวเองหายใจได้สะดวกขึ้น "แค่ก ท่าน... อย่างน้อยข้าก็เป็น... บุตรสาวสายตรงของจวนโหวเวยหย่วน ท่านอ๋องคิดจะฆ่าภรรยา... ในคืนเข้าหอจริงๆ หรือ"

"เจ้ากล้าข่มขู่เปิ่นหวางงั้นรึ"

แววตาของฉู่เป่ยถังดำมืดและเย็นเยียบ จิตสังหารวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา

ขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงหวานใสที่เจือความร้อนรนของอวิ๋นเสวี่ยลั่วก็ดังขึ้นจากนอกประตู

"ท่านพี่เป่ยถัง ท่านอย่าได้วู่วามเด็ดขาด! อาการบาดเจ็บของเสวี่ยลั่วไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ท่านอย่าลงโทษพี่เลย!"

ยิ่งไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวจากด้านใน อวิ๋นเสวี่ยลั่วก็ยิ่งกังวลอยู่ลึกๆ ว่าสองคนนี้จะเข้าหอกันจริงๆ

ด้วยความร้อนใจ นางจึงผลักประตูเข้าไป ม่านตาของนางหดเกร็งลงฉับพลัน...

ท่ามกลางมุ้งเตียงที่พลิ้วไหว สองคนนั้นกำลังคร่อมทับกันอยู่

แขนขาพัวพัน ท่วงท่าดูคลุมเครือชวนให้คิดลึก

เสื้อผ้าของอวิ๋นหว่านหว่านหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงระเรื่อไปหมด

ท่านพี่เป่ยถังถึงกับเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมนังแพศยานั่นเองเลยหรือ!

อวิ๋นเสวี่ยลั่วก้าวถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ น้ำตาแห่งความริษยาและน้อยใจเอ่อล้นทะลักออกจากเบ้าตา "ท่านพี่เป่ยถัง พวกท่าน..."

สายตาหลายคู่บริเวณหน้าประตูเผลอมองตามเข้ามาโดยไม่รู้ตัว และเมื่อหายจากอาการตกตะลึง พวกเขาก็พากันหันหน้าหนี!

ไม่กล้ามองต่ออีก!

ตอนแรกคิดว่าท่านอ๋องกำลังลงโทษอวิ๋นหว่านหว่าน นึกไม่ถึงว่ากำลัง...

เข้าหอ!

พรึ่บ -

ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่เป่ยถังมืดทะมึน เขาคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวอวิ๋นหว่านหว่านไว้ จากนั้นก็กระโจนลงจากเตียง ร่างของเขาแผ่กลิ่นอายสังหารและเย็นชา

เขาปรายตามองใบหน้าที่มีทั้งรอยแผลและคราบน้ำตาของอวิ๋นเสวี่ยลั่ว แล้วออกคำสั่งอย่างเย็นชา "ถ่ายทอดคำสั่งของเปิ่นหวาง อวิ๋นหว่านหว่านมีเจตนาร้ายทำร้ายผู้อื่น บังอาจกำเริบเสิบสาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้งดอาหารสามวัน และกักบริเวณเพื่อให้สำนึกผิด!"

"ด้วยเหตุผลอะไร"

อวิ๋นหว่านหว่านตกตะลึง นางดิ้นรนจะลุกออกจากผ้าห่ม ดวงตาลุกวาวด้วยความโกรธ "ฉู่เป่ยถัง ท่าน..."

"ท่านพี่เป่ยถัง พี่แค่เข้าใจข้าผิดไป เสวี่ยลั่วไม่โกรธนางหรอก!" อวิ๋นเสวี่ยลั่วมองใบหน้าของอวิ๋นหว่านหว่านที่ยังมีรอยแดงระเรื่อแห่งความหวามไหวไม่จางหาย

บนผิวพรรณขาวเนียนที่โผล่พ้นออกมายังมีรอยแดงคลุมเครืออยู่หลายจุด เดาได้ไม่ยากเลยว่าเพิ่งผ่านความเร่าร้อนแบบไหนมา...

นางข่มความริษยาที่พลุ่งพล่านในแววตา แกล้งทำเป็นขอร้องแทนว่า "คืนเข้าหอก็ถูกนำตัวไปขังในสวนเหลิ่งที่ทรุดโทรมและห่างไกลของจวนอ๋องแล้ว พี่มีเรือนร่างบอบบางดั่งทองพันชั่ง จะทนรับเรื่องแบบนั้นไหวได้อย่างไร"

แววตาของอวิ๋นหว่านหว่านหม่นลง

ฉู่เป่ยถังบอกแค่ว่าจะกักบริเวณ เขาพูดตอนไหนว่าจะขังในสวนเหลิ่ง

นังชาเขียวจอมเสแสร้งนี่ วอนโดนตบซะแล้ว!

ยังไม่ทันที่นางจะได้โต้กลับ ร่างกายก็เบาหวิวขึ้นมากะทันหัน

"นางขวัญกล้าเทียมฟ้าขนาดนี้ ยังจะมีอะไรทนไม่ไหวอีก" ฉู่เป่ยถังหิ้วนางขึ้นมาทั้งที่ยังมีผ้าห่มพันกาย แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังสวนเหลิ่ง "สวนเหลิ่งนี่แหละคือสิ่งที่นางสมควรได้รับ!"

"ท่านพี่เป่ยถัง..." บนใบหน้าของอวิ๋นเสวี่ยลั่วแสร้งทำเป็นร้อนรน แต่ในใจกลับสะใจจนแทบจะบ้า

"ฉู่เป่ยถัง ท่านปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ!" อวิ๋นหว่านหว่านถูกหิ้วแกว่งไปมาจนแทบจะอ้วก นางทั้งเตะทั้งตีอาละวาดมาตลอดทาง แต่ผู้ชายเฮงซวยนี่กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขายังคงจ้ำพรวดๆ มุ่งหน้าไปยังเรือนเล็กที่รกร้างที่สุดในจวนอ๋อง

ปัง -

ฉู่เป่ยถังยกเท้าถีบประตูให้เปิดออก เขาโยนอวิ๋นหว่านหว่านเข้าไปในเรือนรกร้างด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจงอยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยม และสำนึกผิดอยู่แต่ในนี้ซะ!"

อวิ๋นหว่านหว่านถูกโยนลงพื้นจนมึนงงไปหมด ในใจสรรเสริญโคตรเหง้าศักราชของฉู่เป่ยถังไปสิบแปดชั่วโคตร นางปรายตามองสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้วใจก็หล่นวูบ

สวนเหลิ่งแห่งนี้สมชื่อจริงๆ ทั้งรกร้าง ห่างไกลผู้คน วัชพืชขึ้นรกชัฏ ฝุ่นเขรอะ กำแพงหลุดลอกเป็นหย่อมๆ แถมตามมุมยังมีหยากไย่แมงมุมเต็มไปหมด

นี่มันเหมือนที่คนอยู่เสียที่ไหนกัน

"ฉู่เป่ยถัง ท่านหยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!"

อวิ๋นหว่านหว่านโกรธจัดในใจ นางรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปขวางหน้าเขา แหงนใบหน้าเล็กขึ้นสบตากับใบหน้าเย็นชาของเขาโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว จู่ๆ นางก็พูดขึ้นว่า "ฉู่เป่ยถัง พวกเราหย่ากันเถอะ!"

สิ้นเสียงพูด อากาศก็ราวกับจะถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา เงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น...

"เจ้าพูดว่าอะไรนะ"

ฉู่เป่ยถังถึงกับสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับปีศาจของเขามืดทะมึนลงทันที แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

"ข้าบอกว่า..." อวิ๋นหว่านหว่านเน้นทีละคำ "ฉู่เป่ยถัง พวก เรา หย่า กัน!!!"

"ท่านอ๋องรังเกียจข้าถึงเพียงนี้ ทำไมเราไม่หย่ากันไปเลยล่ะ ทางใครทางมัน นับจากนี้ต่างคนต่างเดิน ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก!"

ฉู่เป่ยถังจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าเขม็ง เขาเห็นคำว่า "จริงจัง" เขียนอยู่บนใบหน้าของนาง

ความโกรธที่ไร้ที่มาปะทุขึ้นในใจของเขาอย่างฉับพลัน...

ฉู่เป่ยถังโกรธแล้ว

ก้นบึ้งของดวงตามืดครึ้มลงทันตาเห็น ราวกับมีพายุพัดโหมกระหน่ำ "หย่างั้นรึ อย่างเจ้าน่ะหรือ"

อวิ๋นหว่านหว่านประหลาดใจทันที "ท่านหมายความว่าอย่างไร"

นางยังกล้าถามอีกหรือว่าทำไม

ฉู่เป่ยถังโกรธจนแทบจะคุมสติไม่อยู่

"อวิ๋นหว่านหว่าน เจ้าเห็นจวนอ๋องหลีของข้าเป็นอะไร อยากจะแต่งก็แต่ง อยากจะไปก็ไปงั้นรึ"

"มารดาของเจ้าก็แค่ช่วยชีวิตไทเฮาไว้ ไทเฮาจึงประทานพรให้นางหนึ่งข้อ แต่มารดาของเจ้ากลับขอให้เจ้าแต่งงานกับข้า ไทเฮาตรัสแล้วไม่คืนคำ จึงทำได้เพียงออกราชโองการพระราชทานสมรส!"

"ตั้งแต่วินาทีที่เจ้าแต่งเข้ามาในจวนอ๋องหลีแห่งนี้ เจ้าก็ควรจะรู้ไว้ว่าชาตินี้ ตอนอยู่เจ้าคือคนของจวนอ๋องหลี ตอนตายเจ้าก็ต้องเป็นผีของจวนอ๋องหลี!!!"

"ต่อไปนี้เจ้าก็จงอยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยมภายใต้สายตาของเปิ่นหวาง เป็นตายร้ายดีล้วนขึ้นอยู่กับเปิ่นหวางควบคุม!!!"

"ท่าน - "

อวิ๋นหว่านหว่านโกรธแทบตาย เมื่อมองเห็นท่าทีเย็นชาและดูแคลนบนใบหน้าของชายหนุ่ม นางก็ขบกรามกรอดทันที ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านในใจ

สาเหตุที่มารดาของเจ้าของร่างเดิมไปขอพระราชทานสมรสให้เจ้าของร่างเดิม ก็เป็นเพราะ -

เมื่อครึ่งปีก่อน เจ้าของร่างเดิมไปจุดธูปไหว้พระที่วัดนอกเมืองหลวง! เนื่องจากสภาพอากาศทำให้ต้องติดฝนและค้างคืนที่โรงเตี๊ยม ด้วยความบังเอิญ นางจึงได้ช่วยชีวิตฉู่เป่ยถังเอาไว้!

แถมยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาอีกด้วย!!!

ในความมืด ฉู่เป่ยถังมองไม่เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน แต่เขากลับเป็นฝ่ายเปิดเผยฐานะของตนเอง และสัญญาว่าจะแต่งตั้งนางเป็นภรรยา! พร้อมทั้งมอบหยกห้อยชิ้นหนึ่งให้นาง เพื่อให้นางมาหาและยืนยันตัวตนกับเขา!

วันรุ่งขึ้นเจ้าของร่างเดิมก็ออกเดินทางกลับเมืองหลวง ขณะที่เตรียมจะไปอธิบายเรื่องนี้กับฉู่เป่ยถัง นางถึงได้พบว่าตนเองทำหยกห้อยหายไปแล้ว

และประจวบเหมาะกับตอนนั้น มารดาของเจ้าของร่างเดิมรู้เรื่องที่เจ้าของร่างเดิมชอบฉู่เป่ยถัง จึงเข้าวังไปขอให้ไทเฮาพระราชทานสมรส

เจ้าของร่างเดิมจึงคิดว่าจะอาศัยคืนเข้าหอ เล่าเรื่องนี้ให้ฉู่เป่ยถังฟังจนหมดเปลือก

ทว่า สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ -

ในคืนเข้าหอ ฉู่เป่ยถังรังเกียจเจ้าของร่างเดิมจนถึงขีดสุด เจ้าของร่างเดิมยังไม่ทันจะได้พูดความจริง ก็ถูกเขาบีบคอจนตายคาที่ด้วยความโกรธเกรี้ยว!!!

เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ อวิ๋นหว่านหว่านก็ยังรู้สึกน้อยใจแทนเจ้าของร่างเดิม ความรังเกียจที่มีต่อฉู่เป่ยถังในใจยิ่งเพิ่มทวีคูณ

ผู้ชายเฮงซวยบัดซบเอ๊ย!

ในเมื่อเขาไม่ยอมหย่ากันดีๆ เช่นนั้นก็ย่อมได้... ไม่ช้าก็เร็วนางจะทำให้เขายอมตกลงให้ได้!

ถึงตอนนั้น นางจะต้องทำให้เขาคุกเข่าขอโทษและรู้สึกเสียใจอยู่ตรงหน้านางให้จงได้!

"ฉู่เป่ยถัง เรามาคอยดูกัน ข้าจะต้องทำให้ท่านต้องเสียใจอย่างแน่นอน!!!"

อ่านเนื้อเรื่องเต็มได้แล้วตอนนี้
ร่วมสนับสนุนผู้เขียนเพื่อเป็นกำลังใจสร้างสรรค์ผลงานสุดฟินเรื่องต่อไป Webnovel
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “55578” บน Webnovel เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Webnovel เพื่ออ่านต่อ
55578
คัดลอก

ภรรยาพิษแห่งตระกูลแม่ทัพลืมตาขึ้นมา ชายผู้งดเว้นราคะถูกหย่า

ตอนที่ 2
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป