Logo
ทาสพิศวาสจอมมาร
ทาสพิศวาสจอมมาร

ทาสพิศวาสจอมมาร

61 ตอน
จบแล้ว
เมื่อเอวิตาต้องยอมรับเงื่อนไขกลายเป็นทาสสวาทของโซลดอน ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตและพร้อมจะพาเธอไปพบกับความรัญจวนใจหรือนรกที่ไม่อาจขัดขืน ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอำนาจใน ทาสพิศวาสจอมมาร นิยาย romance สนุกๆ ที่คอ mafia romance books และ modern novel ไม่ควรพลาด
ตอนที่ 1 จาก ทาสพิศวาสจอมมาร

“นั่นมันเสื้อตัวโปรดของฉันนี่” เจ้าของร่างสูงเกือบสองฟุตในวัยสิบเก้าปี กำลังย่างสามขุมเข้าหาเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเขาถึงแปดปีอย่างคุกคาม เสียงห้าวที่ตวาดก้อง พร้อมกับสีหน้าท่าทางเอาเรื่องของโซลดอน ส่งผลให้ร่างเล็กที่สูงเพียงร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรที่กำลังรีดผ้าอยู่ ต้องรีบผละออกแล้วถอยร่นหนีด้วยความตกใจกลัว

กลิ่นไหม้ลอยเข้าแตะจมูกของทั้งสองคน แล้วเด็กสาวรีบก้าวไปที่โต๊ะรีดผ้าหมายจะจับเตารีดออก แต่เด็กหนุ่มก็คว้าเสื้อของเขาเอาไว้ก่อน เตารีดหล่นตุ้บเสียงดังสนั่น ยิ่งทำให้เอวิตาอกสั่นขวัญแขวนเข้าไปใหญ่ กลัวเหลือเกินว่าเจ้าของเสื้อราคาแพงๆ ตัวนั้นจะโกรธเอา และเขาก็โกรธเธอจริงๆ

ดวงตาสีเทาเข้มคมกล้าคู่นั้นที่ตวัดมามองหน้าสาวน้อย ดั่งมีเปลวเพลิงนรกคุโชนอยู่ในนั้น ก่อนที่เรียวปากบางเฉียบสีสดจะขยับเพียงเล็กน้อย แต่คำที่เอ่ยออกมานั้น ไม่ต่างจากมัจจุราชที่หมายจะเอาชีวิตเธอ

“เธอทำเสื้อของฉันไหม้! เธอต้องชดใช้!”

เอวิตาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มก้มลงหยิบเตารีดแล้วก้าวตรงรี่เข้ามาหาเธอ ในมือถือเตารีดที่ขีดความร้อนยังไม่ได้หมุนมาอยู่ในตำแหน่งปิด กำลังจะโฉบมานาบที่มือข้างขวาของเธออยู่รอมร่อ

“กรี๊ด! อย่าค่ะ! พี่โซลดอนอย่า! โอ๊ย! ร้อนๆ ๆ กรี๊ดดดดด! ...”

“โซลดอน! หยุด!!! แกทำอะไรน้อง!” เด็กหนุ่มถูกผู้เป็นบิดาลากไปทำโทษอีกห้อง ขณะที่มารดาของสาวน้อยรีบวิ่งมาหาลูกสาวที่กำลังกุมมือตัวเองสั่นๆ

“เอวี่ลูกแม่!!”

“ฮือๆ แม่ขามือหนู มือของหนูแสบร้อนเหลือเกิน” สาวน้อยเอามือข้างหนึ่งจับประคองมือข้างที่โดนเตารีดนาบขึ้นมาดูแบบสั่นๆ คนเป็นแม่น้ำตาไหลพรากๆ เมื่อเห็นมือของลูกสาวพุพอง

ความเจ็บปวดและแสบร้อนเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้ว ยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเสมอมา เอวิตายกมือข้างขวาขึ้นมาดู มันยังคงเห็นรอยแผลเป็นจางๆ บนหลังมือ ทว่าความรู้สึกเจ็บในคราวนั้นยังคงแจ่มชัดในความรู้สึกของหญิงสาวอย่างไม่มีวันลบเลือน

เมื่อตวัดสายตามองไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่สะท้อนภาพอยู่ในกระจก เธอก็เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นเส้นเล็กๆ เหนือคิ้วด้านซ้าย แล้วความทรงจำเมื่อแปดปีก่อนก็หวนกลับมาอีก

วันนั้นนอกจากเธอกับแม่บ้านแล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลยสักคน เธอเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน และเดินเข้าไปในห้อง กำลังเปลี่ยนชุด จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดผางออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“พี่โซลดอน!” สาวน้อยตกใจจนหน้าซีด รีบยกมือสองข้างขึ้นมาปกปิดหน้าอกของตนเองที่มีเพียงบราเซียไซส์มินิผืนเดียวที่ปลดตะขอแล้วอย่างสั่นๆ ขณะที่ร่างสูงเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้อย่างไม่เป็นมิตร

สายตาคมวาวจ้องมองที่หน้าอกของเธอราวกับจะเปลื้องผ้า มันเป็นสายตาที่หยาบโลน และโลมเลียจนใบหน้าของสาวน้อยเห่อร้อนขึ้นมาทั้งอายทั้งกลัว

“เอวี่ เธอรู้ไหมว่าฉันเกลียดเธอกับแม่ของเธอมากแค่ไหน โดยเฉพาะแม่ของเธอที่หว่านเสน่ห์มอมเมาแด๊ดของฉันแทบทุกคืน ฉันได้ยินนะเวลาที่พวกเขาร่วมรักกัน เธออาจจะไม่ได้ยินเพราะเธอนอนกับพี่เลี้ยงข้างล่าง แต่ฉันได้ยินเต็มสองหู เพราะฉันนอนติดกับห้องของแด๊ด”

เอวิตายังไม่รู้ว่าที่โซลดอนพล่ามมาทั้งหมด เขาต้องการจะสื่ออะไรนอกจากจะบอกว่าเขาเกลียดเธอกับแม่ของเธอมาก

“และตอนนี้พ่อกำลังแม่ของเธอไปช้อปปิ้ง เพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้กับเธอ”

เด็กสาวเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบสิบเก้าปีเต็มของเธอ

“และฉัน ในฐานะพี่ชายที่แสนดี” คำว่าแสนดีของเขามาพร้อมกับแววตาเหยียดหยันที่แฝงความชั่วร้ายไว้ภายในจนส่องประกายวาววับออกมาอย่างน่ากลัว โดยที่เด็กสาวเองก็ยังรู้สึกครั่นคร้ามไม่กล้าสบตาคมกล้านั่น แต่ก็ยังฟังชายหนุ่มพูดต่อด้วยใจที่หวาดหวั่น

“ฉันก็มีของขวัญจะให้เธอเช่นกัน” บอกเสียงเย็นยะเยือกแล้วเดินเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนเด็กสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วพยายามจะเบี่ยงตัวหลีกหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่จับล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้กับผนังห้องแน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าคมสันลงมาเป่าลมหายใจรดพวงแก้มที่แดงเรื่อนั้นอย่างนึกสนุก

“พี่โซลดอนจะทำอะไรเอวี่คะ”

“ก็ทำอย่างที่แด๊ดทำกับแม่ของเธอยังไงล่ะ” จบคำที่ชวนผวานั้น ปากบางเฉียบสีสด ก็โฉบลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างป่าเถื่อน เอาแต่ใจ

“อื้อ...” คนโดนรังแกพยายามสะบัดหน้าหนีแต่ก็ถูกคนที่มีกำลังเหนือกว่าล็อกท้ายทอยเธอเอาไว้ และใช้ลำตัวของเขาล็อกตัวเธออีกทีจนร่างเล็กไร้ทางหลีกหนี

จูบนั้นไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่นิด เธอเจ็บจนรู้สึกได้ถึงความเค็มปะแล่มๆ ก่อนจะถูกคนตัวโตฉุดดึงมาผลักลงบนที่นอนนุ่มอย่างไม่ปรานี แล้วตามขึ้นคร่อมทับอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เด็กสาวจะทันได้ตั้งตัว

“พี่โซลดอน อย่าทำอะไรเอวี่นะ อย่า! ได้โปรด”

“อย่าอ้อนวอนเสียให้ยากเลย ฉันตั้งใจจะมอบของขวัญให้กับเธอ ก็จงรับมันไว้ซะ”

“ไม่เอา! กรี๊ด! ปล่อยเอวี่นะ! ปละ...อุ๊บ!” ปากเล็กที่บวมเจ่อด้วยฝีมือคนใจร้ายก็ถูกครอบครองอีกครั้ง ครั้งนี้เร่าร้อนรุนแรงกว่าเดิมจนสาวน้อยน้ำตาเล็ด

เวลาแห่งความหวาดกลัวเดินไปอย่างช้าๆ ขณะที่ร่างเล็กกำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายหาทางหลีกหนี จนถึงเฮือกสุดท้ายที่คนตัวโตกำลังผละตัวออกเพื่อจะถอดเสื้อผ้า ด้วยความกลัวสุดขีดทำให้เอวิตาออกแรงเฮือกสุดท้ายถีบร่างใหญ่สุดแรง

ตุ้บ!

“โอ๊ย!” โซลดอนกลิ้งตกลงไปไม่เป็นท่า พอลุกขึ้นได้ก็ตรงรี่เข้าหาตัวแสบที่กล้าถีบเขาจนตกจากเตียงด้วยความโกรธสุดขีด ขณะที่สาวน้อยลุกขึ้นยืนได้พอดี เตรียมจะวิ่งหนีแต่ก็ถูกมือใหญ่ดึงข้อมือไว้จับข้อมือเล็กไว้แน่นแล้วผลักหญิงสาวจนชิดติดข้างฝา ออกแรงเอาคืนเธออีกด้วยการก้มลงจูบปากเล็กอีกครั้งอย่างรุนแรง

“อื้อ ปละ...” เอวิตาดิ้นขลุกขลักด้วยความกลัวลนลานจนตัวสั่นไปหมด นาทีนี้เธอกลัวความบ้าคลั่งของโซลดอนมากเหลือเกิน ชายหนุ่มเหมือนโดนซาตานเข้าสิง ออกแรงกอดปล้ำเธอราวกับเธอไปทำให้เขาโกรธสักสิบชาติ

เมื่อสอดลิ้นเข้าไปสำเร็จ มือไม้ของชายหนุ่มก็พยายามดึงทึ้งเสื้อผ้าของหญิงสาว บางทีก็กอบกำทรวงอกอิ่มอย่างจวบจ้วงรุนแรงจนเจ้าตัวต้องหวีดร้องออกมา แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมาก็เป็นเพียงเสียงร้องอู้อี้เพราะปากของเธอถูกเขาครอบครองแนบสนิทจนแทบไม่มีโอกาสได้พักหายใจ

“อ๊ะ...” สาวน้อยพยายามดิ้นรนสุดชีวิต และเมื่อได้โอกาสต่อสู้เธอก็สู้ยิบตา

“โอ๊ย! ยัยบ้าเอ๊ย!”

ตุ้บ!

โซลดอนถูกกัดลิ้นจนเลือดซิบ เขารีบผลักหล่อนออกอย่างแรงเพื่อให้หล่อนเลิกกัดลิ้นเขา ส่งผลให้ร่างเล็กล้มลงศีรษะกระแทกขอบตู้อย่างแรง แต่ไม่มีเสียงร้องสักแอะเดียว ทุกอย่างดูเงียบงัน เห็นเพียงหญิงสาวยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับขมับเหนือคิ้วของตนเองอย่างสั่นๆ มีเลือดติดนิ้วมือออกมา แล้วสายตาตัดพ้อก็ช้อนมองคนใจร้ายด้วยความคาดไม่ถึง ว่าเขาจะโหดร้ายกับเธอถึงเพียงนี้

มีคำถามมากมายอยู่ในดวงตาหวานเศร้าของสาวน้อยที่อายุเพียงสิบเก้าปี ที่แอบหลงรักจอมมารร้ายมาตั้งแต่อายุได้เพียงสิบสี่ เธอไม่เคยเข้าใจสักครั้งว่าทำไมทั้งที่เขารังเกียจเธอถึงเพียงนี้ เขาร้ายกาจกับเธอถึงขนาดนี้ เธอยังไม่สามารถบอกใจตนเองให้เกลียดเขาได้เลย

ชั่ววูบหนึ่งที่ดวงตาคมกล้าของจอมมารร้ายอย่างโซลดอนไหววูบอ่อนแสงลง แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ดวงตาคู่นั้นก็กลับมาเย็นชาดังเดิม แล้วร่างสูงก็เดินจากไป

เสียงปิดประตูดังปัง ทำให้ร่างเล็กถึงกับสะดุ้ง แล้วน้ำตาก็ไหลเป็นทาง นานหลายนาทีกว่าแม่บ้านจะกล้าขึ้นมาดู เพราะคนใช้ในบ้านล้วนกลัวเกรงโซลดอนแทบทั้งสิ้น

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้โกรธเขา เพราะมารดาบอกกับเธอเสมอว่า ครอบครัวของวิสเลอร์มีบุญคุณกับครอบครับของเธอมาก มากจนชั่วชีวิตนี้คงหาทางตอบแทนไม่หมด

‘แล้วทำไมพี่โซลดอนถึงเกลียดเอวี่นักล่ะ เพราะอะไร?’ คำถามเดิมๆ ที่สาวน้อยเฝ้าถามชายหนุ่มในใจ โดยที่ไม่มีใครอธิบายเหตุผลให้เธอฟังได้ มาจนถึงทุกวันนี้

“เอวี่” เสียงเรียกอ่อนโยนจากมารดาเรียกให้สาวน้อยหลุดออกจากภวังค์ แล้วหันมามองผู้หญิงคนหนึ่งที่แม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่เลขห้าสิบก็ยังดูสวยโสภา ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่รักเธอ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเธอมาโดยตลอด

“มีอะไรคะแม่”

“เอวี่ เดี๋ยวเย็นนี้แม่กับคุณคลินต์จะไปดินเนอร์ครบรอบงานวันแต่งงานของเรา เอวี่อยู่คนเดียวได้ไหมลูก”

“ได้ค่ะแม่” ตั้งแต่โซลดอนมีแฟนสาว สามปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้สนใจเธออีกเลย เขาทำเหมือนไม่มีเธออยู่ในบ้านด้วยซ้ำ

อรอินกอดลูกสาวหลวมๆ ตอนนี้เธอสบายใจขึ้นเมื่อลูกชายของสามีเลิกสนใจในตัวลูกสาวของเธอแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกห่วงอยู่ดี เพราะโซลดอนไม่เคยมองพวกเธอสองแม่ลูกด้วยสายตาเป็นมิตรเลยสักครั้งที่เจอหน้ากัน

“แม่รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณคลินต์ก็คงมารับแม่ไปแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอ เขาจะได้พอใจแม่” ความสุขของแม่ก็คือความสุขของเธอเช่นกัน เพราะเธอรู้ว่าแม่รักคลินต์ วิสเลอร์ มากแค่ไหน และพ่อเลี้ยงของเธอคนนี้ก็ดูเขาจะรักแม่ของเธอมากเช่นกัน

“ขอบใจนะเอวี่ หนูเป็นเด็กดีเข้าใจอะไรง่ายๆ เสมอ แม่ไปอาบน้ำก่อนนะ”

“แม่คะ”

“หืม อะไรจ๊ะ”

“เอวี่รักแม่นะคะ”

“จ้ะ แม่รู้แล้ว แม่ก็รักเอวี่มากที่สุดในโลกเลย”

สองแม่ลูกกอดกันกลม ก่อนที่สาวน้อยเอวิตาจะเป็นฝ่ายผละตัวออกก่อนแล้วยิ้มให้มารดาด้วยความรักความเข้าใจ ก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องนอน เมื่อลับร่างมารดาแล้ว ก็เดินมานั่งหน้าคอมฯ ที่เปิดทิ้งเอาไว้ จากนั้นสาวสวยหน้าหวานออกเศร้าๆ ก็มาอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเองอีกครั้ง แล้วนั่งมองรูปหน้าจอนิ่ง มันคือรูปวาดของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในจิตนาการอันสวยหรูของเธอเสมอ มาตลอดระยะเวลาหลายปี

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง โดยที่ร่างเล็กตรงหน้าคอมฯ ไม่ได้ลุกไปไหน เพราะมัวแต่ดูหนังที่เธอชอบและฟังเพลงที่เธอโปรดปราน จนกระทั่งเห็นแสงไฟตารถสาดมากระทบทางหน้าต่าง จึงได้ละสายตาจากหน้าจอคอมฯ ไปยังหน้าต่างที่ยังไม่ได้ปิดผ้าม่าน

ความอยากรู้ว่าคืนนี้เขาจะเมามาอีกหรือเปล่า ฉุดให้เอวิตาเดินไปยังหน้าต่าง ก้มลงมองไปทางรถยนต์เบนท์ลีคอนติเนตัลฟลายอิ้งสเปอร์สีบรอนซ์เงินโดยไม่กะพริบตา

เมื่อประตูรถด้านคนขับเปิดออก โซลดอนก็ก้าวลงรถไปเปิดประตูให้คนที่เขาพามาด้วยอีกฝั่ง ไม่บอกก็รู้ว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ และถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นผู้หญิงที่ชื่อ วาเนสซ่า คนเดิมอีกเช่นเคย

...แต่...หนนี้เธอเดาผิด ผู้หญิงที่เขาพามาไม่ใช่วาเนสซ่า แต่เป็นนางแบบคนหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวซุบซิบกับเขาอยู่ในตอนนี้...

ไม่คิดเลยว่าข่าวนี้จะเป็นจริง ที่บอกว่าโซลดอนแอบไปมีกิ๊กใหม่ เป็นนางแบบสาวสวยลูกครึ่งที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ เธอคือแคนดี้สาวสวยผิวสีน้ำผึ้งทรงโต ลูกสาวของเพื่อนสนิทของคลินต์ วิสเลอร์เสียด้วย

แล้วโซลดอนเอาวาเนสซ่าไปไว้ที่ไหน เขาบอกเลิกนักธุรกิจสาวเจ้าของร้านจิวเวลรี่คนนั้นไปแล้วเหรอ

‘แล้วเธออยากจะรู้ไปเรื่องของพวกเขาไปทำไมกัน’

เอวิตาเอ็ดตนเองในใจแล้วก็รอให้โซลดอนพาผู้หญิงคนนั้นขึ้นห้องไป แล้วพอทุกอย่างเงียบลงจึงได้เดินออกจากห้องมาหาของกินในห้องครัว เพราะเพิ่งรู้สึกหิวก็ตอนสี่ทุ่มนี่เอง

ขณะเปิดตู้เย็นก็เหลือบไปเห็นเงาวูบวาบด้านหน้าประตู พอหันไปดูก็ต้องสะดุ้งตกใจยกมือปิดเสียงกรี๊ดของตนเองเกือบไม่ทัน เมื่อเห็นโซลดอนยืนนิ่งมองเธออยู่

“เห็นฉันเป็นผีหรือไง ถึงได้ตกใจขนาดนั้น” ถามเสียงเรียบแต่ทว่าแววตาช่างน่ากลัว ไม่น่าไว้ใจสำหรับเอวิตาเลย

คนขวัญอ่อนไม่ตอบ รีบคว้าเอานมกล่องหนึ่งในตู้เย็นได้ ก็รีบเดินจะออกจากประตูห้องครัวไปเลย โซลดอนมองตามหลังร่างเล็กไปยิ้มๆ แต่เอวิตาคงนอนไม่หลับแน่หากจะหันมามองเห็นรอยยิ้มร้ายของอีกฝ่าย

โซลดอนเดินมาเปิดตู้เย็นหยิบเครื่องดื่มขวดหนึ่งติดมือขึ้นไปด้วย ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องของตัวเอง ดวงตาคมกริบที่เขย่าหัวใจสาวๆ เกือบทั้งเมืองก็ปรายตาไปมองห้องข้างๆ ที่อยู่ติดกัน มุมปากบางเฉียบสีสดกระตุกยิ้มนิดๆ ตามแบบฉบับคนเจ้าเล่ห์

‘คืนนี้เขาจะแกล้งยัยเอวี่ ไม่ให้ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว หึๆ’

“โซลดอน มาดูหนังเรื่องนี้สิคะ นางเอกเซ็กซี่มากเลย”

โซลดอนยกเบียร์ขึ้นจิบก่อนจะเดินมานั่งลงบนขอบที่นอนด้านหัวเตียงมองไปยังภาพเคลื่อนไหวบนจอโทรทัศน์ แคนดี้กำลังดูหนังวาบหวิวแล้วนอนให้ท่าเขาอย่างเปิดเผย

“ปิดเถอะ แล้วมองผมดีกว่า” จบคำมือใหญ่ก็เอื้อมไปหยิบรีโมทมากดปิดทันที แล้วขึ้นไปทาบทับร่างนุ่มที่แทบไม่ได้สวมใส่อะไรเลยด้วยอารมณ์ปรารถนา

“คืนนี้ดูคุณใจร้อนจังนะคะ” เห็นชายหนุ่มกำลังจะก้มลงจูบ นางแบบสาวก็ชิงพูดเสียก่อน

“เวลาของผมมีค่าทุกนาที แล้วคุณก็เซ็กซี่กว่านางเอกคนนั้นตั้งเยอะ”

พูดเอาใจไปแบบนั้น เพราะดีรู้ว่าพวกผู้หญิงมักชอบผู้ชายปากหวาน แคนดี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น หล่อนยิ้มกว้างรับคำชม ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาชวนฝันก้มต่ำลงมาแล้วเป็นฝ่ายรุกชายหนุ่มเสียเอง

แคว่ก!

คว้าง!

เสื้อของนางแมวสาวยั่วสวาทถูกดึงออกทางศีรษะแรงๆ ด้วยความใจร้อนของเสือหนุ่มจนได้ยินเสียงฉีกขาด เผยให้เห็นทรวงอกอิ่มผุดผาดดีดเด้งออกมาท้าทายสายตาของเขา ให้เข้าไปบีบเคล้นอย่างเมามัน

“อ๊า”

ต่อมาชายกระโปรงสั้นก็ถูกเลิกขึ้นไปกองไว้ที่เอวกิ่ว ชายหนุ่มใช้นิ้วชี้เกี่ยวตรงตะขอนิดเดียว มันก็หลุดติดมือออกมาแล้ว และถูกเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี

โซลดอนรีบถอดกางเกงทั้งสองชิ้นของเขาออก อวดเจ้ามังกรร้ายที่ชูหัวผงาดพร้อมฟาดฟันหญิงสาวทุกวินาที เขาไม่รอช้า ไม่มีการเล้าโลมใดๆ

ร่างใหญ่คลานเข่าเข้าแล้วจับอาวุธร้ายอวบใหญ่ของเขาเบียดแทรกลงตรงกลางสามเหลี่ยมอวบอูมทันที แล้วผลักดันท่อนเอ็นแข็งเข้าไปในความร้อนระอุของหญิงสาวที่กำลังเบ่งบานรับเขาเข้าไปภายใน เขาระบายอารมณ์อย่างร้อนแรง

“โอ๊ย โอยๆ ...”

แคนดี้ก็หวีดร้องลั่น เจ็บแต่ก็ทน ทนเพื่อความสุขสุดยอดรุนแรงที่เธอมั่นใจว่าจะไปถึงทันชายหนุ่ม

นาทีต่อมา เสียงโอดโอยก็กลายเป็นเสียงร้องครวญครางดังลั่นห้อง และเสียงดังมากขึ้นตามจังหวะการถาโถมของร่างแกร่ง โซลดอนมีแต่ความร้อนแรงเสมอ เขาไม่เคยอ่อนโยนกับผู้หญิงคนไหนเลย

เสียงร้องจากปากสีแดงสดจึงดังขึ้นเป็นระยะๆ แบบไม่ขาดช่วง และเสียงร้องแห่งความหฤหรรษ์นี้ก็ดังลอดเข้ามาถึงห้องข้างๆ ที่เจ้าของห้องยังนอนไม่หลับ

“โอ้วๆ โอ๊ะๆ ๆ ๆ ... อ๊าซ์ ซี๊ดดดดด...”

ตึกๆ ๆ ๆ ...

เอวิตาเอาหมอนมาอุดหูทั้งสองข้าง นึกโมโหเจ้าของห้องข้างๆ นี้จริงๆ ที่ไม่รู้จักปิดหน้าต่างเวลาที่เขาเอาผู้หญิงมานอนด้วย และคืนนี้เสียงของผู้หญิงคนใหม่ที่เขาพามาดังกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยินเสียอีก ดังยาวนานมากกกกกก... และดังมากจนเธอนอนไม่หลับ

...เมื่อไหร่กิจกามของเขาจะเสร็จสิ้นลงเสียที เธอนอนไม่หลับจนร้อนรุ่มไปหมดแล้ว...

เอวิตาไม่เข้าใจร่างกายของเธอเลย ทั้งที่ไม่ชอบเสียงนั่น แต่ทำไมบางอย่างในร่างกายของเธอถึงได้มีปฏิกิริยา โดยเฉพาะคืนนี้ที่เธอได้ยินเสียงของแคนดี้ร้องตั้งแต่วินาทีแรก จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังร้องครางลั่นไม่เกรงใจใคร

“โอยเสียวมาก เสียวสุดๆ เลยค่ะ อ๊าซ์ ซี๊ด อูวว์ อ่าซ์ แรงอีกค่ะโซลดอน เร็วอีก โอ๊ะวๆ ๆ ๆ ... อร้างงง อี๊ๆ ๆ ซี๊ดดด... โอย”

“อ่าส์ อูววว์...”

“แรงๆ เลยที่รักขา จะถึงแล้ว โอยๆ ๆ ๆ ...”

ตึกๆ ๆ ๆ ๆ !

“อ๊าซ์ๆ ๆ ๆ ... จะถึงแล้ว เร็วค่ะ โอย โอ๊ย โอ้วๆ ๆ ๆ ๆ ... กรี๊ดดดดดด...อ๊าซซซซ...”

ตึกๆ ๆ !

“อ๊ากกกส์”

“........................................”

ทั้งที่อยากให้เสียงนั้นเงียบลง แต่เธอกลับเผลอนอนฟังจนเสียงหวีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่านั้นในยกที่สองที่สามจนถึงเที่ยงคืน นอนฟังจนตาใสหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แล้วก็ต้องรู้สึกค้างคาแปลกๆ จนนอนไม่หลับไปอีกสองสามชั่วโมงจึงได้ผล็อยหลับไป

เอวิตาตื่นขึ้นมาอีกทีตอนแปดโมงเช้าด้วยอาการงัวเงีย หวังว่าโซลดอนคงจะออกไปส่งนางแบบสาวคนนั้นแล้ว เพราะปกติเวลาที่ชายหนุ่มพาแฟนสาวของเขามานอนค้างที่นี่ เขาจะตื่นเช้ามากเพื่อรีบไปส่งฝ่ายหญิงกลับบ้าน แล้วจึงกลับมาอาบน้ำกินข้าวที่คฤหาสน์ของตนเอง

เจ้าของร่างเล็กลุกขึ้นอาบน้ำแปรงฟัน แล้วมาสวมชุดกระโปรงยาวแค่เข่าสำหรับใส่อยู่บ้าน หมุนตัวที่หน้ากระจกหนึ่งรอบก่อนเดินออกมาจากห้องนอน

สาวน้อยเดินลงบันไดมาจนถึงชั้นล่าง ตั้งใจจะออกไปเดินเล่นรอบบ้านสักหน่อย

“นั่นใครเหรอคะโซล”

โซลดอนหันมองมาทางเอวิตาแล้วก็เหยียดยิ้ม ก่อนจะหันมากอดคู่นอนคนใหม่มาหอมฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตาคนที่ยืนอึ้งอยู่กับที่

“ลูกของคนใช้ในบ้านน่ะ”

“ลูกคนใช้? ... แล้วทำไมถึงลงมาจากชั้นบนล่ะคะ แล้วดูการแต่งตัวก็เหมือนไม่ได้ขึ้นไปทำงาน น่าจะเพิ่งออกมาจากห้องนอนของตนเองด้วยซ้ำ”

นางแบบสาวตั้งข้อสังเกต เซ้นส์ของผู้หญิงแรงเสมอในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แคนดี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองสาวน้อยที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดด้วยสายตาพินิจพิจารณา อย่างจับผิด

“คุณอย่าไปสนใจเลย แกเป็นใบ้”

เอวิตาอึ้งเป็นคำรบสองเมื่อได้ยินโซลดอนบอกกับแฟนสาวของเขาว่าเธอเป็นลูกคนใช้หนึ่งละ และสองเธอเป็นใบ้ เขาช่างเอ็นดูเธอจริงๆ แต่ก็ดีแล้วในเมื่อเธอไม่มีอะไรจะต้องพูดกับสองคนนั้นอยู่แล้ว

“เป็นใบ้? ... จริงหรือเปล่าคะโซล”

“สามปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้แกไม่คุยกับผมเลย คุณคิดว่าแกเป็นใบ้หรือเปล่าล่ะ”

แคนดี้ชักงงกับคำอธิบายของแฟนหนุ่มจนคิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม ตกลงว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้เป็นใบ้จริงๆ หรอกใช่ไหม ก็แค่ไม่อยากพูดเลยไม่พูดแค่นั้นกระมัง หรือว่ามีอะไรมากกว่านั้น

ขณะที่แคนดี้กำลังสงสัยในตัวเอวิตาอยู่นั้น โซลดอนก็จงใจรวบร่างนางแบบสาวเข้ามากอดแล้วจูบหล่อนต่อหน้าน้องสาวนอกไส้อีกครั้ง จนเอวิตาต้องรีบเดินหนีจากภาพนั้นไปแทบไม่ทัน

พอเห็นว่าเอวิตาเดินลับหายไปแล้ว โซลดอนก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจแล้วผละอ้อมกอดจากนางแบบสาวทันที การที่ได้แกล้งให้เอวิตาให้หล่อนหน้าแดงได้ มันทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาทุกครั้ง

เดือนหน้าบิดาของเขาบอกว่า จะส่งเอวิตาไปช่วยงานเขาที่บริษัท แต่เขาไม่รู้ว่าเด็กใบ้นั่นจะตกลงไหม แต่ถ้าเอวิตายอมไปทำงานละก็ เขาก็มีแผนจะทำให้เด็กนั่น ขอลาออกจากงานตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เข้าทำงานเลยทีเดียว

‘ใครอยากจะทนทำงานอยู่กับเด็กใบ้ที่แสนจะจืดชืด วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง น่าเบื่อจะตาย’

อ่านต่อ
เลือกตอน
CH. 1CH. 2CH. 3
CH. 4
CH. 5
CH. 6
CH. 7
ทั้งหมด
อ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่
moboreader
เปิดให้อ่านฟรีแล้วตอนนี้

คุณอาจจะชอบสิ่งนี้

พิชญ์รัก
พิชญ์รัก
...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้....
ทาสพิศวาส
ทาสพิศวาส
ทาสพิศวาส นำเสนอเรื่องราวในรูปแบบ modern novel ที่สะท้อนกิเลสตัณหาของมนุษย์ผ่านตัวละครอย่างพระสรเดชมนตรีและเหล่าบริวาร เมื่อความปรารถนาทำลายเส้นแบ่งระหว่างนายและบ่าว ทุกคนจึงต้องเผชิญกับผลลัพธ์ในวังวนแห่งดำฤษณา อ่านนิยายออนไลน์ฟรีเพื่อสัมผัสโศกนาฏกรรมแห่งอำนาจและราคะใน romance novel เรื่องนี้
คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] เรื่องราวสามพี่น้องตระกูลชอว์นในแนว romance และ mafia เมื่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจองจำหัวใจเหยื่อสาวด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ท่ามกลางความขัดแย้งและอำนาจมืด นิยายออนไลน์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับบทสรุปของความรักและการครอบครองที่ไม่มีใครหนีพ้น
พี่เขย
พี่เขย
เมื่อความสัมพันธ์ต้องห้ามกลายเป็นพันธะที่เลี่ยงไม่ได้ใน พี่เขย นิยาย romance แนว modern ที่บอกเล่าเรื่องราวของน้องเมียที่ต้องตกเป็นภรรยาของเขาด้วยความจำใจ ท่ามกลางความต้องการที่สวนทางและการตัดสินใจครั้งสำคัญ อ่าน romance stories เรื่องนี้ได้ในรูปแบบ online novel ที่เข้มข้นทุกตอนต่อตอน
มลทินรักซาตาน
มลทินรักซาตาน
มลทินรักซาตาน เรื่องราวใน romance novel เมื่อความสัมพันธ์หนึ่งปีมีแต่ความเจ็บปวด ตรีภพปฏิเสธการหย่าร้างแม้จะเคยละเลยภรรยาจนสายเกินไป เขาต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือหรือพิสูจน์ตนเองใน modern novel เล่มนี้เพื่อรักษาสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ก่อนทุกอย่างจะพังทลาย
ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว
ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว
เมื่อการหมั้นถูกปฏิเสธ เลขาสาวจึงเริ่มแผนพิชิตใจใน ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว นิยาย romance ที่เล่าเรื่องราวการเอาชนะใจเจ้านายหนุ่มสุดเย็นชาในโลก billionaire romance novels ท่ามกลางเกมความปรารถนาที่ซ่อนเร้น ติดตามอ่านได้ในนิยายออนไลน์เรื่องนี้

นิยายออนไลน์มาใหม่ล่าสุด

ยอดนิยมบน MiniShort

ท่านย่าเป็นหญิงสาวข้ามเวลา
ท่านย่าเป็นหญิงสาวข้ามเวลา
หลังจากที่เสิ่นหรูเหอข้ามมิติจากปัจจุบันมายังในยังบุคโบราณื ก็ใช้ความสามารถในยุคปัจจุบันของตัวเองทำการค้าการขายจนร่ำรวย นางได้พบกับคนรักของนางและช่วยให้เขาได้กลายเป็นเจิ้นกั๋วกง และมีลูกหลานสืบทอด เฮ่อตงหม่านหลานสาวของนางได้รับการสอนแนวคิดสมัยใหม่จากเสิ่นหรูเหอ เรื่องความเท่าเทียมหญิงชายและการรักเดียวใจเดียว แต่จู่ ๆ เมื่อท่านกั๋วกงปู่ของหล่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องรักภรรยามาก กลับรับอนุเข้ามาในเรือน ทำให้ทั้งจวนกั๋วกงต้องเกิดความวุ่นวาย
พี่สาวฉันคือท่านจอมพล
พี่สาวฉันคือท่านจอมพล
เหลิ่งเยว่หนิง จอมพลหญิงแห่งจิงเป่ย กลับมาอย่างยิ่งใหญ่จากการรบ เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนน้องสาวที่บ้านของน้องเขย แต่เพราะเธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ จึงถูกครอบครัวของน้องเขยดูถูกเหยียดหยาม น้องสาวของเธอ พยายามปกป้องเธออย่างสุดกำลัง แต่กลับถูกสามีและครอบครัวของเขาทรยศหักหลังและทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี เมื่อเห็นดังนั้น เหลิ่งเยว่หนิงก็หมดความอดทน เธอตัดสินใจสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้กับครอบครัวของน้องเขย ณ ตรงนั้นทันที...
หวนแค้นลิขิตหงส์
หวนแค้นลิขิตหงส์
ซูเมิ่งหว่านได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ในชาติก่อนนางเป็นถึงบุตรีภรรยาเอกของเวยหยวนโหว และได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ให้แต่งงานกับเสิ่นหวยหลินองค์ชายสามผู้เก่งกาจ ทว่าในวันที่ได้รับสมรสพระราชทานนั้นเอง เสิ่นหวยหลินกลับบังเอิญได้ช่วยชีวิตซูจิ่นเฟิ่ง ลูกพี่ลูกน้องของซูเมิ่งหว่านที่ตกน้ำ และด้วยคำสั่งแกมบังคับของท่านย่าแห่งจวนโหว เสิ่นหวยหลินจึงรับสองพี่น้องตระกูลซูเข้าจวนไปพร้อมกัน และเมื่อเสิ่นหวยหลินก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ได้สำเร็จ เขาให้ซูเมิ่งหว่านดำรงตำแหน่งฮองเฮาเพียงแค่วันเดียว ก่อนจะวางยาพิษสังหารนางพร้อมกับลูกในครรภ์อย่างโหดเหี้ยม มิหนำซ้ำยังสั่งประหารล้างจวนโหวทุกคนอย่างไร้เยื่อใย แท้จริงแล้วซูจิ่นเฟิ่งคือผู้หญิงที่ข้ามเวลามา และเรื่องราวทั้งหมดนี้คือแผนการที่นางร่วมกันวางไว้กับเสิ่นหวยหลิน เมื่อกลับมาเกิดใหม่ในวันที่ได้รับสมรสพระราชทานอีกครั้ง คราวนี้ซูเมิ่งหว่านจึงตัดสินใจปฏิเสธเสิ่นหวยหลินอย่างเด็ดขาด และเลือกแต่งงานกับอวี้อ๋อง บุรุษผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นอันดับหนึ่งด้านความเสเพลแห่งเมืองหลวง
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
ฉันนี่แหละคุณหนูใหญ่
เพราะเฉียวหนิงเป็นลูกสาวนอกสมรส ช่วงวัยเด็กเธอจึงโกรธเกลียดพ่อที่รักเธอ และหนีไปเมืองนอก จนกลายเป็นผู้นำองค์กรหงส์แดงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อยู่มาวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวการป่วยของพ่อ จึงรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เคยทำลงไป หลังกลับประเทศ เธอพบว่าน้องชายและน้องสาวต่างมารดากำลังเสพสุขกับการเป็นบ้านใหญ่ ถูกดูหมิ่นจากภรรยาน้อย ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ทนแล้ว......
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
[พากย์เสียง] ตอนนี้ ฉันคือเทพพิทักษ์แห่งเทียนฉี่
ในปีปฏิทินมังกรคราม 262 ภาวะเรือนกระจกเลวร้ายลงไม่หยุด น้ำแข็งขั้วโลกเหนือใต้ละลายอย่างรุนแรง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนประเทศชายฝั่งไปนับไม่ถ้วน เมื่ออุณหภูมิทะเลอุ่นขึ้น สัตว์ยักษ์โบราณที่หลับใหลลึกใต้ก้นทะเลทยอยตื่นขึ้น แย่งชิงดินแดนมนุษย์และเปิดศึก มวลมนุษยชาติตกอยู่ในวิกฤตเป็นตาย วันที่ 1 มกราคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 วันแรกของปี อสูรทะเลระดับสิบ เถาเถี่ย ขึ้นฝั่งบนผืนดินสุดท้ายของมนุษย์ ประเทศเทียนฉี่ หน่วยเกราะกลที่แกร่งที่สุดของประเทศเทียนฉี่ หน่วยมังกรคราม ที่เพิ่งสังหารอสูรยักษ์ระดับเก้าแห่งแดนเหนือ ภายใต้การนำของ เฉินเฟิง จึงออกปะทะกับ เถาเถี่ย แต่วันที่ 12 มีนาคม ปีปฏิทินมังกรคราม 263 หน่วยมังกรครามเสียชีวิตทั้งหมด
เส้นทางเลือด จากนักโทษสู่บัลลังก์
เส้นทางเลือด จากนักโทษสู่บัลลังก์
นักฆ่าระดับท็อป จ้าวติ่งเทียนทะลุมิติสู่ยุคโบราณ กลับต้องตกอับกลายเป็นนักโทษประหาร แต่แล้วเขาก็ปลุกระบบ“ฆ่าศัตรูแล้วยิ่งแข็งแกร่ง”ขึ้นมาได้ ในกองทัพ เขาพลิกชะตาจากศูนย์สู่ฮีโร่ กำจัดพวกผู้มีอิทธิพลที่กดขี่ประชาชน ทว่ากลับถูกทางราชสำนักตั้งข้อหาเล่นงาน เพื่อเอาตัวรอด เขาจึงแสร้งยอมสวามิภักดิ์ต่อศัตรู ร่วมมือกับแม่ทัพหญิงเย่ชิงเหมย วางแผนตบตา แทรกซึมเข้าสู่กองทัพชนเผ่าศัตรู ในงานเลี้ยงฉลอง เขาลงมืออย่างสายฟ้าแลบ สังหารหัวหน้าศัตรูกลางงาน ก่อนนำทัพตีโต้ทางเหนือ สร้างผลงานยิ่งใหญ่ แต่เมื่อผลงานสูงเกินหน้าเกินตา เขากลับถูกฮ่องเต้ผู้โง่เขลาใส่ร้าย สุดท้ายจึงลุกขึ้นสังหารฮ่องเต้ ตั้งตนเป็นใหญ่ และกลายเป็นตำนานไร้ผู้ต้าน…