ตอน 456
บทที่ 456
บทที่456 ชีวิตหลังแต่งงานของดาลิศ
ชวนียิ้มอยู่แล้วผลักเขา แต่กลับผลักไม่ออก รู้สึกร่างกายเบาหวิว จากนั้นก็ถูกชายหนุ่มอุ้มขึ้นมาแล้ว
“อื้ม…”
“พวกเรามาศึกษาเรื่องมีลูกกันสักหน่อย อีกครึ่งปี จะได้มีประสบการณ์” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ หาข้ออ้างต่อไป
ในประเทศ
เช้าตรู่ ดาลิศขับรถออกไปตามลำพัง นัดแอนน์และผู้ช่วยสมัยก่อนของเธอมากินข้าวด้วยกัน เธอนำของขวัญไปให้พวกหล่อนแล้ว
ในร้านอาหาร มองดาลิศที่ถูกความรักหล่อเลี้ยงจนทำให้สวยงดงามยิ่งขึ้น แอนน์คิดในใจ ดาลิศในเวลานี้ งานใหญ่ๆ พวกนั้น อะไรก็ไม่มีปัญหาทั้งนั้น ย่อมสามารถแสดงได้แน่นอน น่าเสียดายเพียงแค่ตอนนี้หล่อนจะกล้าแนะนำบทละครใดๆ ให้เธอได้ที่ไหนกัน?
รู้ดีว่าในมือของเธอล้วนกุมงานหนังละครทั้งในและนอกประเทศไว้ ขอเพียงเธออยากรับละคร จะละครอะไรก็ย่อมไม่ใช่ปัญหา
แต่มีเพียงปัญหาเดียว สามีที่หลงเธอมากคนนั้นจะยอมรับปากมั้ย?
นั่นคงจะไม่รับปากเด็ดขาดเสียกระมัง!
“พี่ดาลิศ นับวันพี่ยิ่งสวยขึ้นแล้วนะ บอกเคล็ดลับให้พวกเรารู้หน่อยได้มั้ยอ่า!” กีวี่ถามอย่างหน้าตาอิจฉา
ดาลิศเม้มฝีปากยิ้ม “หรอ? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
แอนน์หันหน้ามาพูดทางกีวี่ “เธออยากสวยขึ้นก็ง่ายมาก หาผู้ชายสักคนสิ! แบบที่หลงเธอมากๆ ประเภทนั้น เดี๋ยวเธอก็จะสวยผุดผ่องขึ้นมาเอง”
กีวี่สำนึกตัวขึ้นมาทันที ที่แท้นี่คือเคล็ดลับของดาลิศ อย่างนั้นหล่อนคงจะไม่มีโชคดีแบบนี้จริงๆ
จะหาสามีที่ทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังหลงแบบนี้อีกสักคนหนึ่งได้ที่ไหนล่ะ?
สายตาดาลิศประกายความหวานที่ยากจะปิด คำพูดของแอนน์ เธอชอบฟังมาก เพราะนี่เป็นความจริงอย่างยิ่ง
“ดาลิศ เธอคงไม่รู้ว่าตั้งแต่เธอแต่งงานกับประธานจิรายุไป คนทั้งวงการบันเทิงล้วนไม่กล้าผิดใจกับเธอแล้ว แม้แต่ที่ทำงานของพวกเราก็เติบโตสำเร็จอย่างมากด้วยล่ะ!”
ดาลิศรู้สาเหตุแน่นอน เธอหัวเราะแล้วสักพัก “ใช่หรอ?”
“ก็แน่นอนน่ะสิ ใครจะกล้าหาเรื่องเธอล่ะ! ตอนนี้กลับเป็นบางคนที่อยู่ไม่สุขแล้ว คนที่เมื่อก่อนมีเรื่องกับเธอพวกนั้น เวลานี้ต่างหงอยเหงาไม่กล้าโผล่หน้ามาแล้ว” แอนน์รู้ทุกอย่าง
ดาลิศก็รู้ดี เมื่อก่อนในวงการบันเทิง มีคนแบบนั้นคอยเหยียบเธออยู่จริงๆ แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลอีกแล้ว
ดาลิศมอบของวัญเรียบร้อย ก็ได้รับโทรศัพท์ของจิรายุ ตอนกลางวันจะไปทานอาหารด้วยกัน ดาลิศก็รับปากแล้ว
แอนน์ไม่กล้าให้เธออยู่ต่อ ตอนกลางวันจึงเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของบริษัทบันเทิงทีมูซ์จำกัดแล้ว
“คุณนายภูสรีดาวสวัสดีค่ะ”
“คุณนายภูสรีดาว…”
พอดาลิศเดินเข้ามา บรรดาพนักงานเหล่านั้นต่างเรียกเธอขึ้นก่อน ท่าทางเคารพนอบน้อม
ดาลิศพยักหน้าให้มาตลอดทางจนถึงลิฟต์ เธอนวดคอที่เมื่อยอยู่บ้างแล้ว อดเม้มริมฝีปากยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เรียกคุณนายภูสรีดาวนั้นฟังแล้วรู้สึกสบายจริงๆ
มาถึงในห้องทำงานประธาน จิรายุมองเธอเดินเข้ามา ยิ้มถาม “ของขวัญส่งเสร็จแล้ว?”
“อืม! ส่งหมดแล้ว” ดาลิศเดินมาที่ด้านข้างของเขา แขนแข็งแรงของจิรายุโอบเธอไว้ เธอก็นั่งลงมาบนขาของเขา อิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเขา มองบทละครภาษาอังกฤษที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างเป็นห่วงอยู่บ้าง
“ทำงานเสร็จหรือยัง? ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรถึงจะไปได้?”
“ขอเวลาผมอีกห้านาที คุณพักผ่อนอยู่ข้างๆ สักพักนะ” พูดจบ จิรายุกดสายภายในแล้วบอกกับผู้ช่วย “เอาผลไม้กับน้ำชาเข้ามาชุดหนึ่ง”
ดาลิศยกแก้วชาครึ่งหนึ่งที่เขาดื่มขึ้นบอกไป “ฉันดื่มของคุณก็ได้”
พูดจบ บทที่สายตาล้ำลึกของจิรายุมองมา เธอดื่มแก้วน้ำของเขาอย่างมีความสุขมาก นั่งลงบนโซฟา พริ้มตาอยู่ “รสชาติดีจริงๆ”
“ตอนเย็นกลับไปกินข้าวที่บ้านพ่อแม่ผม คุณต้องเตรียมใจไว้สักหน่อยนะ”
ดาลิศกระพริบตาทันทีแล้ว ถามอย่างแปลกใจอยู่บ้าง “ทำไมล่ะ!”
“ผมกังวลว่าพวกเขาจะเร่งให้พวกเรามีลูก”
“อ่า?” ดาลิศก็ตกใจแล้ว
“วางใจได้ ถ้าพ่อแม่ผมเร่งขึ้นมาจริงๆ ผมจะอธิบายเอง” จิรายุยิ้มปลอบใจเธอ
นี่กลับให้ดาลิศรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างแล้ว “พวกเราก็บอกว่ากำลังวางแผนอยู่”
“อืม ผมไม่รีบ คุณอยากมีตอนไหนก็ได้ ความจริงถ้าไม่ได้ อุ้มบุญก็ได้เหมือนกัน” จิรายุพูดอย่างไม่สนใจทั้งนั้น
ดาลิศรีบส่ายหน้า “ฉันไม่เอาหรอก เรื่องมีลูกใช่ว่าฉันจะทำไม่ได้ ทำไมต้องอุ้มบุญด้วย?”
จิรายุฟังจบ ฟังรู้สึกอบอุ่น “ได้ คุณอยากมีเมื่อไรก็มี”
ดาลิศถือชาอยู่ ในฐานะศิลปินคนหนึ่ง เธอเคยกังวลอยู่บ้างจริงๆ อย่างเช่นรูปร่างที่จะเปลี่ยนไปพวกนั้น แต่ว่าในใจเธอตัดสินใจอย่างหนักแน่น เธอจะต้องมีลูกให้เขาสักคนแน่นอน
ตอนกลางวันจิรายุจองร้านอาหารไว้แล้ว ซึ่งอยู่แถวๆ นั้น เป็นร้านอาหารที่ดาลิศชอบร้านหนึ่ง
ดาลิศกับจิรายุเพิ่งก้าวลงจากลิฟต์ ในลิฟต์ด้านข้าง เดิมทีผู้หญิงสองคนกำลังก้าวลงมาอย่างมั่นใจ แต่พอบทที่หนึ่งในนั้นมองเห็นภาพของดาลิศกับจิรายุ ก็ตกใจจนรีบหันหลังทันที รีบกดลิฟต์ เตรียมจะหนี
พอลิฟต์มาถึง ผู้หญิงทั้งสองหลบเข้าไปในลิฟต์ ถึงได้โล่งอกแล้ว
ผู้หญิงสองคนนี้ก็คือศัตรูของดาลิศ โมรีและนีลุบล เวลานี้พวกหล่อนต่างสีหน้าซีดเซียว มองหน้ากัน ล้วนหงุดหงิดโมโหอยู่บ้าง ตอนนี้พวกหล่อนมองภาพของดาลิศอยู่ ก็ต้องจากไปอย่างหงอยเหงาแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ช่างไม่สบายมากจริงๆ
รู้ว่าเมื่อก่อนพวกหล่อนเคยอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกหล่อนยังจะไปได้ดีกว่าดาลิศเสียอีก แต่ตอนนี้ล่ะ! พวกหล่อนทั้งสองคน แม้แต่จะปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เดียวกัน ก็ต้องคอยอกสั่นขวัญแขวน
“ให้ตายเถอะ หรือว่าทั้งชาตินี้พวกเราต้องหลบหล่อนอยู่แบบนี้หรอ? ถ้าหล่อนรู้แล้ว จะไม่หัวเราะตายเลยหรอ” โมรีกุมหมัดพูดอย่างโมโห
“งั้นยังจะทำอะไรได้อีกล่ะ? หล่อนไม่พักงานพวกเราก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว”
โมรีกัดริมฝีปากอยู่ ไม่ได้แสดงความยินดีเหมือนกัน
“พวกเราต้องหาวิธี ไม่ใช่มาเงยหน้าไม่ขึ้นต่อหน้าหล่อนไปทั้งชาติ ไม่งั้นชีวิตพวกเราจะมีความหมายอะไรกัน?”
“แผนการครั้งก่อนนั้นไม่ใช่ดีมากหรอ ขอเพียงหาโอกาสลงมือ นั่นต้องสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ชีวิตวันหลังของพวกเราได้แน่นอน”
“ไม่เลว แต่พวกเราไม่มีโอกาส”
“รอต่อไปก็จะมี ฉันไม่เชื่อว่าทั้งชาตินี้ดาลิศจะไม่เข้ากองถ่าย หรือไม่ถ่ายโฆษณา ขอเพียงหล่อนแยกตัวจากสายตาของจิรายุ พวกเราก็จะใช้โอกาสได้” นีลุบลกัดฟันพูด
ผู้หญิงทั้งสองคนออกไปจากร้านอาหารที่พวกเขาจองไว้อย่างอารมณ์เสีย
ดาลิศนั่งลงมาแล้ว จิรายุปล่อยให้เธอสั่งอาหารไป หลังจากดาลิศสั่งเรียบร้อย สายตามองทางจอโฆษณาฝั่งตรงข้าม มองเห็นโฆษณาน้ำหอมของเธอแล้ว อดนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในกองถ่ายไม่ได้ ถึงแม้จะลำบาก แต่ว่านั่นเป็นความสำเร็จและความสุขที่ต่างออกไปอย่างหนึ่ง
จิรายุกำลังจ้องมองเธออยู่ ก็มองความหวังในสายตาของเธอออก เขารู้ว่าดาลิศเป็นผู้หญิงที่ไม่ยอมรับความธรรมดา เธอมีความฝันและการแสวงหา
ถึงแม้เขาจะสามารถให้ชีวิตที่ดีที่สุดกับเธอได้ แต่นกที่ขังในกรงคงจะไม่มีความสุข
ตอน 457
บทที่ 457
บทที่457 ช่วงเวลาของพี่น้อง
วันนี้ตอนเช้า คนตระกูลวาดวงศ์ออกมาจากเกาะกัน พักอยู่ที่ในเมืองใกล้ๆ แห่งหนึ่ง ต่อไปเตรียมใช้ช่วงเวลากับที่นี่ บนเกาะมีอ่าวที่เงียบสงบอยู่ ยามรุ่งอรุณและยามค่ำคืนอันสงบนั้น ขณะเดียวกันก็มีความคึกคักไม่น้อย เวลานี้พักอยู่ในเมืองแล้ว ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป
ทานอาหารในร้านอาหารตะวันตกที่คึกคัก จูงมือคนในครอบครัวออกไปเที่ยวเล่น บางทีเจอการแสดงของศิลปินข้างถนน ก็ให้เงินเล็กๆ น้อยๆ หรือเข้าไปในร้านกาแฟที่บรรยากาศงดงาม จิบชายามบ่าย เจ้าหนูน้อยก็มีความสุขมาก สำหรับเขาไม่มีอะไรมีความสุขเท่าช่วงเวลาแบบนี้อีกแล้ว มีคนที่เขารักมากที่สุดอยู่เป็นเพื่อนข้างกาย คุณปู่คุณย่า แดดดี้หม่ามี้ คุณอาทั้งสอง ทุกคนล้วนใช้สายตาที่เอ็นดูมองเขา สนใจเขา
ด้านข้างร้านกาแฟ มีร้านของขวัญที่มีชื่อเสียงมากร้านหนึ่ง เวลานี้ปวัตรกับชวนีพาเจ้าหนูมานั่งอยู่ในร้านกาแฟ ปภาวินสามีภรรยาสองคนพาลูกชายลูกสาวทั้งคู่ไปเลือกของฝาก
นรชัยเดินอยู่ด้านหน้า เหมือนไม่ค่อยยอมไปร้านของขวัญ ด้านหลัง ณภัทรรีบเรียกเขาไว้ “พี่รอง ไม่ต้องไปแล้ว เข้าไปในร้านของขวัญเป็นเพื่อนฉัน”
นรชัยหันหน้ามองเธออย่างไม่พอใจอยู่บ้างบอกไป “เธอเข้าไปดูเองเถอะ!”
ณภัทรรีบกระทืบเท้าแล้วสักหน่อยบอกไป “พี่ก็รู้ว่าฉันภาษาอังกฤษไม่ใช่จะดีมาก พี่ยังไม่ยอมช่วยฉันอีก เร็วเข้า ฉันจะให้พี่ไปด้วยกันกับฉัน”
ปภาวินที่อยู่อีกข้างมองต่อไปไม่ได้แล้ว บอกกับนรชัย “นรชัย ทำไมลูกจะต้องหาเรื่องให้น้องโกรธด้วยล่ะ? ไปช่วยน้องดีๆ ก็ได้แล้ว”
“พ่อพูดถูกค่ะ เขาจงใจ” ณภัทรพองแก้มพูด
นรชัยเดินเข้ามา กดเบาๆ ที่ระหว่างคิ้วของเธอ “นี่เป็นจุดจบของเธอเวลาเรียนไม่ตั้งใจฟัง ถ้าเธอตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ ตอนนี้ก็คงไม่ต้องวุ่นวายขนาดนี้”
ณภัทรถูกว่าจนพูดไม่ออก เธอไม่สามารถเทียบกับเด็กเรียนได้เลย เธอควงแขนเขาพูดไป “ไม่ต้องพูดมากขนาดนั้น รีบเข้าไปเป็นเพื่อนฉันเร็ว”
มองสองพี่น้องโต้เถียงกันเข้าไปแล้ว ปภาวินอยู่ในร้านดอกไม้ด้านข้าง ยื่นมือออกไปต้องการดอกไม้ช่อหนึ่ง ซื้อมาให้ภรรยา นิศานาถรับมา พอดมกลิ่นแล้ว ในสายตาก็เผยความสุขออกมา
“หลายปีแล้วที่ไม่ได้มาเดินเล่นแบบนี้ ลำบากคุณที่ต้องอยู่บ้านดูแลลูกๆ ทุกวันอย่างอดทน” ปภาวินยื่นมือโอบเธอไว้ มีความรักใคร่เอ็นดู
นิศานาถยิ้มขึ้นมาแอบอิงในอ้อมอกของเขา “ชีวิตนี้ก็ไม่ใช่เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีหรอ? ฉันไม่เป็นไร ขอเพียงพวกเขามีความสุข ฉันก็อิ่มใจแล้ว”
ในร้านของขวัญ ณภัทรเตรียมให้ของขวัญกับเพื่อนสนิทของเธอ2-3คน โดยเฉพาะเธอออกมาเที่ยวแบบนี้ ไม่มีของฝากเล็กๆ กลับไป คงจะไม่ค่อยดีเท่าไร
“เอ๋! นี่ก็ไม่เลวใช่มั้ย?” ณภัทรถามทางนรชัย
“ความคิดของเด็กผู้หญิงแบบพวกเธอฉันไม่เข้าใจ” นรชัยกอดหน้าอกอยู่ พิงอยู่ด้านข้างไม่แสดงความคิดเห็น
“ถ้าพี่เข้าใจก็น่าตลกแล้ว ผู้ชายที่ไม่มีอารมณ์อะไรแบบพี่ ในสมองของพี่นอกจากการเรียนแล้ว พี่ยังจะคิดอะไร?” ณภัทรรีบต่อว่าเขาไป
นรชัยมองเธออย่างไม่รู้จะพูดอะไรอยู่บ้าง “งั้นในหัวเธอทั้งวันกำลังคิดอะไรอยู่? นอกจากไม่อยากเรียนแล้ว ฉันเห็นเธอก็คิดแต่เรื่องเล่น”
“เชอะ! ความรู้สึกของเด็กสาวอย่างพวกฉันนั้นมากมาย พี่มองไม่ออกหรอก แต่พูดตามจริงแล้ว พี่เคยชอบเด็กผู้หญิงบ้างมั้ย?” ณภัทรเข้ามาใกล้ด้านหน้าเขาทันที “พี่รอง พี่เคยแอบรักคนอื่นมั้ย! ถือโอกาสตอนนี้ เลือกของขวัญส่งไปให้เธอสักชิ้นสิ เธอจะต้องรักพี่ตายแน่ๆ”
“ไม่มี” นรชัยหันหน้าตอบ
“ไม่มีจริงหรอ? พี่หลอกฉันรึเปล่า?” ณภัทรรีบตามถามเขา
ตาทั้งคู่ของนรชัยใสแจ๋ว แม้แต่ประกายสักนิดก็ไม่มี ตอบเธออย่างมีเหนื่อยใจมาก “ไม่มี!”
ณภัทรรับเบ้ปากทันที “ก็บอกแล้วพี่ไม่เข้าใจความรู้สึก ยังไม่เชื่ออีก”
“อ่อ! ฉันไม่มี งั้นเธอมีแล้ว?” นรชัยรีบปัดคำถามใส่ตัวเธอแล้ว
หน้างดงามของณภัทรแดงทันที รีบถลึงตาใส่เขา พูดชัดเจน “ฉันก็ไม่มี พี่อย่าพูดมั่ว”
“ไม่มีจริงอะ? งั้นเธอหน้าแดงทำไม?”
“เด็กผู้หญิงก็ต้องเขินสิ!” ณภัทรหันหลังไปแล้ว เธอเลือกของขวัญเสร็จ ผลักเขาแล้วพูดไป “ออกไปเถอะ! ฉันไม่ต้องการให้พี่ช่วยแล้ว”
นรชัยก็ถูกเธอผลักออกไปแบบนี้แล้ว เขายินดีที่จะเป็นอิสระ มองภาพพ่อแม่ที่อยู่ด้วยกันไม่ไกลนัก เขาจึงนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง ฟังเสียงเพลงของศิลปินข้างถนนนอยู่ ฆ่าเวลาช่วงหลังเที่ยงนี้ไป
ในร้านของขวัญ ณภัทรนำของขวัญที่เลือกเสร็จมาวางบนโต๊ะ จากนั้นเธอนึกขึ้นได้ว่าต้องส่งให้อีกคนหนึ่ง เธอรีบบอกเจ้าของร้านให้รอก่อน จากนั้นก็เข้าไปในชั้นโชว์ของขวัญทีละแถวนั้น เริ่มเลือกของขวัญที่ต่างออกไปอันหนึ่ง
นี่เป็นของที่เธอเลือกให้จิรภัทร ณภัทรรู้สึกว่าไม่สามารถขาดของเขาไปได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เธออยู่ต่างประเทศนี้ เป็นเขาระมัดระวังและมีจิตใจรับผิดชอบ ทบทวนการบ้านและสอนเธอไม่ขาดแม้สักวัน ก็ลำบากเขาแล้ว
แต่ว่าคิดถึงในใจเขามีคนที่ชอบแล้ว เธอก็ไม่มีอารมณ์อยู่บ้างจริงๆ ณภัทรผุดความคิดหนึ่งที่หนักแน่นมากขึ้นมา หากมีโอกาสเธอจะต้องทำให้กระจ่าง สรุปคนที่เขาชอบเป็นใคร
เป็นครูธนพรที่สอนภาษาอังกฤษของเธอใช่มั้ยนะ?
ในที่สุดณภัทรก็เลือกปากกาที่ดีมากแท่งหนึ่งวางไปในกองของขวัญที่จะคิดเงิน เธอคิดเงินเสร็จจึงออกมา นั่งลงด้านข้างของนรชัยแล้ว จากนั้นหยิบมือถือออกมาเซลฟี่
“เด็กผู้หญิงแบบพวกเธอไปที่ไหนก็ต้องเซลฟี่ นอกจากนี้ยังจะทำอะไรอีก?”
“อย่าพูดมาก รีบมาถ่ายรูปหนึ่ง” ณภัทรโอบคอของเขาไว้ พอยื่นมือถือ ก็ถ่ายแล้วรูปหนึ่ง ท่าทางที่เอื่อยเฉื่อยของนรชัยปรากฏในกล้อง ถึงแม้จะเป็นท่าทางที่ง่ายๆ แต่ยังคงหล่ออยู่
“ไม่ได้ไม่ได้ ผมฉันยังจัดไม่ดี งั้นถ่ายอีกรูป” ณภัทรรีบจัดผมแล้วโอบเขาไว้ใหม่ ถ่ายไปอีกรูปแล้ว
นรชัยมองเธออย่างหมดคำจะพูด “เธอจะพอรึยัง!”
“นี่ พี่รู้มั้ยว่านี่ฉันจะส่งไปให้เพื่อนฉันดู พี่จะไมถ่ายให้ดูดีสักหน่อยได้หรอ?” พูดจบ เธอนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบถ่ายนรชัยไว้ทันที “แต่ว่าเพื่อนฉันต้องอยากรู้สภาพของพี่มากแน่ๆ โดยเฉพาะแฟนคลับของพี่พวกนั้น”
“ห้ามถ่ายนะ” นรชัยรีบเอามือบังหน้าของตนเองไว้ ส่วนการขยับมือของณภัทรนั้นไวมาก ก็ถ่ายไปได้หลายรูปแล้ว เธอหัวเราะขึ้นมา “อืม ไม่เลว พี่รองรูปพวกนี้ของพี่ ฉันจะไม่เลือกหรอก! ฉันจะลงไปให้หมดเลย”
“ณภัทร เธอกล้า!”
“ทำไมจะไม่กล้า?” ณภัทรน่าจะมีความสุขที่ได้แชร์รูปของเขาออกไปมากๆ ล่ะ?
ช่วงเวลายามเย็น พี่น้องที่ถกเถียงกันอยู่บนถนน มีความรักอย่างมาก